คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 4 : ทำความรู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 ก.ย. 62



"getting to know"


















                  ณ ตอนนี้ รถตู้ส่วนตัวของนักแสดงหนุ่มหน้าตาดี หวังอี้ป๋อ ก็มาถึงสนามบินแล้ว แต่ก็ยังมีใครบางคนที่หลับตั้งแต่ขึ้นมาบนรถได้ไม่ถึง 10 นาที ยังหลับตาพริม หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกได้ทันทีว่าคนตัวบางได้หลับลึกแค่ไหน วันนี้คงจะเหนื่อยทั้งวันจริงๆนั้นแหละ



“อะไรจะนอนหลับลึกขนาดนี้กัน” หวังอี้ป๋อพูดเสียงน้ำเสียงเนิบนาบออกมา เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างยังไม่ยอมตื่นสักที 



“ให้ผมช่วยปลุกไหมครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มถามขึ้น เมื่อมองเห็นว่าคุณหวังอี้ป๋อเริ่มทำอะไรไม่ถูก 



                   พอเห็นบรรยากาศภายในรถ บอดี้การ์ดหนุ่มกำลังคิดว่า ตั้งแต่เขาได้มาเป็นผู้ติดตามคอยดูแลคุณหวังอี้ป๋อ เขาแทบไม่เคยเห็นคุณนักแสดงหนุ่มให้ความสนใจ หรือยอมให้ใครติดรถมาด้วยเลย นอกจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขาเท่านั้น แต่ทำไมถึงตอนนี้ถึงได้ยอมให้คนที่ยังไม่ได้รู้จักอะไรมาก ยอมติดรถมาด้วย


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง” อี้ป๋อบอกกับบอดี้การ์ดของเขา บอดี้การ์ดหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมกับเดินลงจากรถเพื่อที่จะไปขนกระเป๋าของคุณทั้งสอง ลงจากท้ายรถ




“นี่นาย” อี้ป๋อเรียกคนตังบาง พรางใช้มือข้างที่ถนัด แตะไปยังไหล่ของจ้าน และออกแรงเขย่าเล็กน้อยให้คนที่กำลังหลับได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาสักที


“ถึงแล้ว ตื่นเถอะ” อี้ป้อพูดเรียกให้คนที่ยังหลับอยู่ตื่นมาสักที เขาไม่เคยทำอะไแบบนี้ให้กับใครเลย ก็เลยไม่รู้จะรับมือยังไงกับสถาณการณ์ตรงหน้าแบบนี้ดี  



“อืออออ” คนที่ถูกเขย่าปลุกด้วยแรงที่เบามาก ก็ได้รู้สึกตัวสักที อี้ป๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเลย ถ้าปลุกอีกทีไม่ยอมตื่น คงต้องเรียก อาเฟ้ย มาปลุกให้แล้วละ (อาเฟ้ยคือบอดี้การ์ดหนุ่มของเขาเอง)



“ถึงสนามบินแล้ว” อี้ป๋อพูดบอกกับคนที่ยังพยายามลืมตาของตัวเองให้ปกติที่สุด



“ถึงแล้วหรอ แย่จังเลย ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย” เซี้ยวจ้านพูดขึ้นมาตอนที่เริ่มตื่นเต็มที่แล้ว พอเริ่มได้สติเขาก็นึกขึ้นได้



“เฮ้ย!! กี่โมงแล้ว บ้าจริงฉันจะตกเครื่องไหมเนี่ย” จ้านเริ่มร้อนรนเขามัวแต่เผลอหลับไป ไม่รู้นานเท่าไหร่ แล้วจะตกเครื่องไหมละที่เนี่ย ตายแน่ๆเลยถ้ามีมี่รู้เรื่องนี้ ทำไมถึงได้เป็นคนแบบนี้กันนะ 



“ไฟท์นายกี่โมง” อี้ป๋อถามคนตัวบางที่สีหน้าตอนนี้ดูเครียดไม่น้อย แถมขวานหาพลาสปอร์ตในกระเป๋าซะยกใหญ่




“ถ้าจำไม่ผิดก็สองทุ่มนะ” เซี้ยวจ้านบอกอี้ป๋อพร้อมกับสะพายกระเป๋าเตรียมจะลงจากรถ “แล้วนายบินตอนไหน” เขาถามอีป๋อ



“ก็น่าจะสองทุ่มเหมือนกัน” อี้ป้อบอกกับคนตรงหน้า เขานะยังไม่ได้จองไฟท์บินเลยด้วยซ้ำ พอรู้ว่าอีกคนบินไฟท์สองทุ่ม อี้ป๋อก็รีบส่งข้อความบอกกับอาเฟ้ยให้รีบไปจองตั๋วให้ด่วนที่สุด เพราะตอนนี้ก็ทุ่มนิดๆแล้ว



“แล้วบินไฟท์ไหนหรอ” เซี้ยวจ้านถามแล้วมองไปทางอี้ป๋อตาแป๋ว พอนึกขึ้นได้ว่าเขาจะตอบแทนคนตรงหน้ายังไงดี ที่ให้เขาติดรถมาสนามบินด้วยกัน ไหนจะพาไปแวะซื้อของฝากอีก



“พร้อมกัน” อี้ป๋อตอบคนตัวบาง พอได้คำตอบแล้วคนตัวบางก็แอบยิ้มบางๆออกมาด้วยความรู้สึกดีแปลกๆ



อี้ป๋อเขาทำทุกอย่างที่จะให้ได้ไฟท์เที่ยวบินนี้มา เขายังไม่รู้ตัวว่าทำไหมถึงได้ตามคนตัวบางคนนี้มา แถมยังเปลี่ยนไฟท์บินแบบด่วนๆ โดยไม่ได้สนใจเลยว่ามันจะวุ่นวายแค่ไหน ขอแค่ได้เดินทางพร้อมกับอีกคนก็พอ



อี้ป๋อเดินตามหลังคนตัวบาง ในระยะที่พอดี โดยมี อาเฟ้ยคนที่คอยติดตามเดินตามหลังมาด้วย แปลกที่วันนี้เขาไม่เจอเหล่าแฟนคลับของเขาเลย ปกติถ้ามาสนามบินก็มักจะมีเหล่าบรรดาแฟนคลับคอยตามถ่ายรูปไม่น้อย เขาก็ไม่รู้สึกรำคาญ แต่เป็นไปได้ก็ไม่อยากที่จะมาทักหรือคุยอะไรกันมาก



จะว่าไปแล้วอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้เดินทางตามไฟท์ที่ผู้จัดการของเขาเตรียมไว้ให้ เลยทำให้แฟนคลับของเขาไม่ทราบก็อาจจะเป็นได้



ก่อนที่เซี้ยวจ้านจะเช็คของและขึ้นไปบนเครื่อง เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้โทรบอกมีมี่เลยว่ามาถึงสนามบินแล้ว



[จ้าน ถึงสนามบินหรือยัง] พอกดโทรออก เขาก็ไม่ได้ถือสายรอนาน มีมี่ก็รับสายทันที



"ถึงแล้วนะ กำลังจะขึ้นเครื่องแล้วเลยโทรมาบอกก่อน"



[โอเค เก็บของทุกอย่างครบใช่ไหม ไม่ได้ลืมอะไรใช่ไหมจ้าน]



“ไม่ลืม ครบทุกอย่างเราเช็คดีแล้ว”



[ขึ้นเครื่องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ลงเครื่องเมื่อไหร่ รีบโทรบอกเรา เราจะไปรับเธอเอง เข้าใจไหมจ้าน] 



“เข้าใจแล้ว เราจะวางแล้วนะ ถ้าถึงแล้วจะรีบโทรหาเลย” จ้านบอกกับมีมี่ แล้วก็ว่างสายเธอทันที พร้อมกับเดินตรงเข้าไปเช็คของตรวจสอบสัมภาระ จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนเครื่องทันที



ส่วนอี้ป๋อที่กำลังเดินขึ้นมาบนเครื่อง เขายังแอบชำเลืองมองไปทางคนตัวบางเป็นระยะๆ แอบเสียดายไม่น้อยที่เขาไม่ได้นั่งใกล้กับคนตัวบางเท่าไหร่ 



“นายนั่งตรงนี้หรอ”



“อือ” 



“เสียดายเน๊อะ ไม่ได้นั่งด้วยกันเลย” เซียวจ้านพูดด้วยน้ำเสียงที่แอบเสียดาย เขายังมีเรื่องอยากจะคุยหรือทำความรู้จักกับอี้ป๋ออยู่เหมือนกัน



“พูดมากน่า กลับไม่นั่งที่ของเธอได้แล้ว”



“ทำไมถึงไล่กันละ” 



“ไม่ได้จะไล่ เครื่องเขาจะออกแล้ว ไปนั่งที่” อี้ป๋อพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งดุหน่อยๆ ถ้าเกิดเครื่องออกแล้วลื้นล้มหัวฟาดมาจะทำไง มันไม่คุ้มหรอกนะ




                   พอว่าจบคนตัวบางที่ดูทีท่าจะหน้างอหน่อยๆ ก็ได้เดินตรงไปยังที่นั่งของตนเองที่อยู่ห่างจากอี็ป๋อ ประมาณ 5 แถวได้ ยังมีการหันกลับมามองทางคนหน้านิ่ง ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจอยู่หน่อยๆเหมือนกัน 




                   อี้ป๋อที่เห็นว่าคนตัวบางที่เดินตัวปลิวกับไปยังที่นั่งของตนเอง เขาก็รู้สึกได้ว่าคนตัวบางนั้นจะแอบเคืองเขานิดๆ จากการที่เขาพูดด้วยเมื่อครู่ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรผิดพลาดไป ทำไมถึงได้หน้างอ ดูไม่พอใจขนาดนั้น 



                    คนตัวบางที่ได้กลับมานั่งประจำที่ของตนเองแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆเหมือนกัน ที่เขาเดินไปหาคนหน้านิ่ง เขาต้องการที่จะไปขอบคุณ และคิดว่าหลังจากลงจากเครื่องไป จะมีโอกาสได้เจอกันอีกรึป่าว 



                    และนั้นเป็นสาเหตุที่เขาเดินไปหาที่จะคุยด้วยเผื่อว่าเราจะได้แลกเปลี่ยนเส้นทางในการติดต่อกันได้ แต่เขากับต้องหน้าแหกออกมาเมื่อคนหน้านิ่งดูท่าจะไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย แถมไล่เขากลับมานั่งที่อีก รู้สึกเสียหน้าหน่อยๆ ยังไงไม่รู้สิ 


                    พอนั่งประจำที่ของตัวเองได้เซียวจ้านก็ไม่รู้จะทำอะไร เล่นเกมก็แล้ว ฟังเพลงก็ฟังแล้ว แอบคิดว่าเมื่อไหร่เครื่องจะจอดลงถึงที่หมายสักที อยากกลับไปนอนบนเตียงนุ่มๆที่คอนโดแล้ว


                  เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างนี้ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า เขาได้น้ำสมุดโน๊ดเล็กๆ ขนาด A5 ติดมาด้วย พอนึกได้ก็ขอวาดรูปเล่นพลางๆไปก็แล้วกัน







ส่วนคนที่นั่งอีกฟากที่ห่างกันอยู่ไม่น้อย ก็ได้แต่ชำเลืองมองไปทางคนตัวบาง ที่ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ บางทีก็อยากจะเดินเขาไปหา แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว คงไม่ดีกว่า




                   เมื่ออี้ป้อไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างการอยู่บนเครื่อง เขาเลยคิดว่าของีบสักหน่อยคงไม่เป็นอะไร รู้สึกเพลียอยู่เหมือนกัน ก่อนที่จะมาเจอคนตัวบางโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟ ก่อนหน้านั้นเขามีถ่ายรายการที่เริ่มถ่ายตั้งแต่ช่วงหัวค่ำและลากยาวมาจนสว่างของอีกวัน เป็นรายการวาไรตี้ การถ่ายทำเลยมีต่อเนื่อง ก็มีช่วงที่ได้พักบ้าง แต่ก็ไม่ได้นาน พอถ่ายเสร็จกะว่าจะบินกลับเลยในช่วงเช้าของวันนี้ 



แต่ด้วยความรู้สึกง่วงหน่อยๆอยู่แล้ว เขาจึงได้มาซื้อกาแฟกินสักหน่อย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอกับคนตัวบางที่เคยก่อวีรกรรมกับตอนอยู่ที่สนามบิน ก็วันที่เขาจะบินมาถ่ายรายการไม่กี่วันนี้ไงละ และการเจอกันอีกครั้งก็ดูท่าคนตัวบางจะจำเขาได้ ไหนยังมาทำตัวรู้สึกผิดและหาวิธีไถ่โทษกับเขาอีก ยอมรับว่าเขาก็ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ตอนที่เจอกันในครั้งนี้ เขาเลยดูพูดจาไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่กับคนตัวบางไป ก็ปกติไม่ได้อยากจะคุยหรือทักใครอยู่แล้ว มันน่ารำคาญ ถึงจะแอบเคืองอยู่หน่อย แต่ก็ไม่อยากจะเอาคืนอะไรแล้ว มันยิ่งทำให้ยือเยื้อไม่ยอมจบสักที



                   แต่พอเห็นคนตัวบางอารมณ์เสียใส่ แถมเดินหนีแบบไม่สนใจเขาอีก มันเลยทำให้เขารู้สึกชาที่หน้าแปลกๆ มันแทบจะไม่มีใครกล้าเดินหนีเขาแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงกล้าเดินหนีแบบไม่สนใจว่าเขาจะทำหน้ายังไง ก็ปกติก็มีแต่คนอยากจะเข้าหา ทำความรู้จัก อยากเอาใจเขาซะส่วนใหญ่ ยอมรับว่าเขาเองก็ไม่ได้ชอบการถูกเอาใจอะไรแบบนี้ มันน่ารำคาญ แถมวุ่นวายอีกต่างหาก



                    ทำไมพอเห็นคนตัวบางเดินหนีออกไป ก็อดไม่ได้ที่จะมองตาม ไหนยังแอบเดินตามเงียบๆอีก และยังเห็นอีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพย์กับใครก็ไม่รู้ในสายอย่างอารมณ์ดี  ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ดูจะอารมณ์เสียไม่น้อย พอมองรอบๆ ก็เห็นทั้งกล้องถ่ายรูป ไหนจะอุปกรณ์ในการวาดรูปเตรียมพร้อม สงสัยจะมาเที่ยว ถ่ายรูป และยังวาดภาพอีก 






                    และพอเห็นแบบนั้นแล้วก็ทำให้อี้ป๋อสนใจที่จะเลื่อนการเดินทางกลับ เพื่อจะมาแอบดูคนตัวบางวาดรูปวิวธรรมชาติอยู่ตรงหน้ายังไงละ


















“คุณอี้ป๋อครับ เครื่องจอดลงถึงที่หมายแล้วครับ” เสียงอาเฟ้ยเรียกคนที่เป็นเจ้านาย ที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะหลับลึกจริงๆ



“อ่ะ” อี้ป๋อที่สะดุงตื่นตอนได้ยินเสียงบอดี้การ์ดของเขาเรียกปลุก นี้เขาหลับไปจริง ๆหรอ กะว่าจะแค่งีบให้หายเหนื่อยเฉยๆ แต่ไหนเผลอหลับได้ยาวขนาดนี้กัน


“แล้ว…คนนั้นละ” พูดพร้อมกับมองไปทางที่คนตัวบางนั่งอยู่แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว 



“ลงไปได้สักพักแล้วครับ”



พอได้ยินอาเฟ้ยบอกแบบนั้นอี้ป๋อก็รีบลุกและเดินลงจากเครื่องทันที





“ไปไหนแล้ว” พูดกับตัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิด 



“นั้นไงครับ กำลังขึ้นรถไปแล้วครับ” เสียของอาเฟ้ยที่มองเห็นเซียวจ้านกำลังเดินขึ้นไปบนรถคันหรูที่จอดรอรับอยู่ทางออกของประตู



จะวิ่งไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทัน อี้ป๋อได้แต่ยืนมองรถเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ แย่ชะมัด อี้ป๋อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ทำไมถึงได้หลับจนไม่รู้เรื่องขนาดนี้กัน


“กลับเลยไหมครับ รถจอดรออยู่ด้านหน้าแล้วครับ” อาเฟ้ยถามอี้ป๋อ



“อือ” ตอบรับในลำคอ แล้วก็เดินตรงไปยังรถเบนต์คันหรูที่มีบอดี้การ์ดอีกคนคอยขับรถให้ และเตรียมมุ้งหน้าไปยังคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของอี้ป๋อทันที 




มาถึงคอนโดได้ ตอนนี้ก็จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ด้วยความที่เขาได้นอนหลับรในตอนอยู่บนเครื่อง พอมาถึงคอนโดจริงๆ กับทำให้เขาไม่รู้สึกง่วงเลย ก็ยังดีหน่อยที่พรุ้งนี้เขาไม่มีงานที่ไหน นอนดึกตื่นสายได้สบายๆ




แต่ก็อดที่จะนึกถึงคนตัวบางไม่ได้ แล้วจะยังได้เจอกันอีกไหมนะ








             





 คนตัวบางที่ตั้งแต่มาถึงคอนโดของเขา ก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำ เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้านอนแล้ว เขารู้สึกเพลียมาก แถมตอนอยู่บนเครื่องก็ไม่ได้นอนเลย ต่างกับอีกคนที่ดูจะหลับสบายไม่น้อย




ก๊อก ก๊อก !!





“จ้านนอนยัง” เสียงของมีมี่



จ้านเดินไปเปิดประตูให้มีมี่ 



“มีอะไรหรอ มีมี่”



“นมอุ่นๆ ทานก่อนนอนจะได้ตื่นมาสดชื่น”



“ขอบใจนะ มีมี่ไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว” จ้านรับนมอุ่นจากมีมี่ บอกให้ไปนอนพักได้แล้ว ดึกมาแล้วด้วย ไหนยังเป็นคนขับรถไปรับเขาเองที่สนามบินอีก 



“ไม่สบายรึป่าว หน้าดูซีดๆนะ”



“ไม่นิ เราคิดว่าเราน่าจะง่วงมากไปหน่อยน่ะ” 



“งั้นหรอ โอเคไปนอนเถอะ พรุ้งนี้เช้าเจอกัน ฝันดีจ้านจ้าน” 



“ฝันดีมีมี่”  จ้านก็ได้ปิดประตูห้องนอนแล้วเดินไปยังเตียงนอนที่โครตจะนุ่มสบายสำหรับเขา ก่อนจะนอนก็ขอดื่มนมอุ่นๆก่อนแล้วกัน เผื่อพรุ้งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่นเหมือนที่มีมี่บอก









  เช้าอีกวันที่ดูจะสดใส่ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา  ด้วยแสงที่ส่องผ่านเข้ามายังห้องนอนของคนตัวบาง เลยทำให้คนที่คิดว่าจะตื่นๆสายได้ลุกตื่นมาในตอน เจ็ดโมงเช้าพอดิบพอดี ย้อนกลับไปมือคืนกว่าจะนอนหลับได้ก็ปาไปเกือบจะตีสอง ทำให้คนที่พึ่งตื่นยังรู้สึกง่วงอยู่หน่อยๆเหมือนกัน 


                      พอคิดว่าตัวเองคงต้องตื่นแล้ว เซี้ยวจ้านก็เดินออกมาจากห้องนอนของตนหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็ยังเป็นวันพักผ่อนของเขาอีกวัน คิดไว้แล้วว่าจะไม่ออกไปไหน จะนอนดูซีรี่ย์อยู่ห้องนี่แหละ เพราะพรุ้งนี้เขาก็ยังมีงานที่จะต้องทำรอเขาอยู่อีกไม่น้อยเลย ยังไงซะวันนี้ขอพักเอาแรงหน่อยก็แล้วกัน



“มีมี่” เซียวจ้านเรียกมีมี่ที่ตอนนี้กำลังทำอาหารเช้าแบบง่ายๆ อยู่ในโซนห้องครัวของคอนโดเขา



                    ที่จริงมีมี่ไม่ได้พักอยู่ที่นี่ด้วยกันหรอก มีมี่พักอยู่อีกชั้นลงไป แต่ก็สามารถเข้าออกห้องเขาได้ตลอดเวลา เพราะต้องคอยดูแลเขาแทนผู้จัดการคนเก่งยังไงละ ก็ผู้จัดการของเขาน่ะ งานเยอะแถมยังมีธุรกิจทางบ้านอีก เลยไม่ได้มีเวลามาอยู่จัดการเรื่องเวลาหรือคิวงานต่างๆด้วยตัวเองได้ เลยต้องให้มีมี่มาช่วยดูแลเรื่องนี้แทน แต่เรื่องการรับงานหรือมีงานอีเวนท์ต่างๆเหยียงชิงจะเป็นจัดการเองหมดนั้นแหละ


“ตื่นเช้าจังนะ”


“อือ มีอะไรกินไหม เราหิว” ตื่นมาก็รู้สึกหิวเลย 


“แซนวิช กับ น้ำผลไม้หรือจะนมอุ่นๆดี” มีมี่ถามเขา 


“น้ำผลไม้ กับแซนวิชก็ได้นะ” จ้านบอกกับมีมี่


“ไปนั่งรอที่โซฟาไป แล้วเปิดทีวีให้ด้วยนะ เราจะดูข่าวสักหน่อย” 


“ได้” ว่าเสร็จจ้านก็เดินไปนั่งรอมีมี่ที่โซฟาหน้าทีวี ตามจริงเขาแทบจะไม่สนใจที่จะดูข่าวหรือแม้แต่เล่นโซเซียลอะไรเลย ก็ทำงานทุกก็เหนื่อยอยู่แล้ว ถ้าว่างก็อยากจะหาอะไรทำคลายเครียดหรือไม่ก็นอนพัก แต่จะให้เล่นโซเซียลหรือดูทีวีนะ ไม่เอาดีกว่า วาดรูปยังดูหน้าสนใจกว่าข่าวเยอะเลย

                  เมื่อเปิดทีวีตามที่มีมี่บอกเขาก็มาให้ความสนใจกับ สิ่งมีชีวิตที่กำลังหลับปุ่ยอยู่บนโซฟาข้างตัวเขา มันคือแมวพันธุ์ราชินบลู ตัวผู้ที่มีสีเหมือนเม็ดกาแฟ ก็สีน้ำตาลหม่นๆไง เขาชื่อ คุณชิโร้ จ้านอุ้มเอาแมวที่กำลังหลับสบายมาไว้บนตักของเขา พร้อมดับใช้มือลูบตามขนนุ่มๆ ให้เจ้าแมวขี้เซาได้นอนหลับสบายจากการเอาใจแบนนี้ 


“คุณชิโร้ ขี้เซ้าจริงๆเลย”
 


[มาถึงข่าวบันเทิงกันดีกว่า วันนี้เรามีการบุกไปยังกองถ่ายรายการ ของนักแสดงหนุ่มสุดหล่อเพอร์เฟค อย่างหวังอี้ป๋อ ถึงต่างจังหวัดกันเลย เห็นว่าไปถ่ายรายการวาไรตี้ทั้งวันทั้งคืนยันเช้าเลย และเรามีภาพภายในกองถ่ายมาฝากคุณผู้ชมด้วย ไปชมกันเลยคะ] 


ขณะที่หน้าจอทีวีกำลังฉายภาพกิจกรรมในกองถ่ายรายอะไรสักอย่างเซี้ยวจ้านที่กำลังกึ่งสนใจและไม่ได้สนใจ แต่ก็แอบคุ้นชื่อคนที่อยู่ในหัวข่าวอยู่เหมือนกัน


“เอ๊ะ!! นี่มัน...”  เซียวจ้านอุทานด้วยความตกใจ เขาจำได้ ภาพที่เห็นอยู่บนจอทีวีตอนนี้ ต้องเป็นคนเดียวกับที่เขาเจอโดยบังเอิญ 2 ครั้งไหนจะเดินทางมาด้วยกันจนถึงสนามบินอีกด้วย ต้องใช่แน่ๆ


“มีอะไรหรอจ้าน” มีมี่ที่เดินมาจากครัวถือจานแซนวิชพร้อมกับน้ำผลไม้ออกมาให้กับจ้านที่กำลังนั่งรออยู่


“คนนี้ มีมี่รู้จักเขาไหม”



“ในทีวีนี่หรอ” มีมี่กำลังนึก “แล้วใครจะไม่รู้จักกันละ นั้นหวังอี้ป๋อเฉียวนะ ดังขนาดนั้น ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว”



มีมี่ว่าพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆ ก็อี้ป๋อคนนี้น่ะกำลังเป็นที่สนใจในบรรดาวัยรุ่น วัยทำงานและอาจจะทุกวัยนั้นแหละ ก็ต่างพากันชื่นชอบ ชื่นชมในผลงานการแสดง ไหนจะความสามารถรอบด้านอีกต่างหาก



“มีมี่รู้จักด้วยหรอ”



เซียวจ้านถามด้วยความแปลกใจ ว่าทำไมเขาถึงไม่รู้จักคนคนนี้เลย อาจจะเคยได้ยินชื่ออยู่บ้างผ่านๆ แต่ไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร และหน้าตาเป็นยังไง พอเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองบ้าเหมือนมีมี่ว่าจริงๆแล้วสิ



“ก็พอจะรู้จักนะ ทำไม จ้านเคยเจอแล้วหรอ” มีมี่ถามจ้าน พร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้ามของจ้าน


“อ่อ...คือ ป่าวหรอก”


ถ้าบอกว่าเจอตั้งแต่ตอนอยู่ที่สนามบินที่ไปเดินชนอีกฝ่าย ไหนจะบังเอิญเจออีกตอนไปเที่ยว ไหนจะอาสาพามาซื้อของฝากและยังให้ติดรถมาด้วยถึงสนามบิน และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือบินกลับไฟท์เดียวกันกับเขาอีกด้วย แต่นาเสียดาย ที่ไม่ได้คุยอะไรกันได้มากกว่านั้น แต่ชั่งเถอะยังไงก็พอจะรู้แล้วว่าคนที่เขากำลังคิดว่าเป็นใคร และทำให้เขาพยายามข่มตานอนจนถึงตีสอง ที่จริงแล้ว เขาคือ หวังอี้ป๋อ นักแสดงหนุ่ม คนดังนี้เอง 







































TBC...........................................























งุ้ยยยยย จ้านรู้จักอี้ป๋อแล้ว

แต่ทำไม ดูจะต่างฝ่ายต่างจะสนใจกันแปลกๆนะ

คิดอะไรกันรึป่าวน่าาาาาา

ติดตามต่อตอนหน้านะ ว่าเขาจะเจอกันยังไง



ฝากติดตามด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและเข้ามาอ่านด้วย












#คนนี้ของผม



twitter : @Private_worlD37






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

47 ความคิดเห็น