Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 76 : พื้นที่ลึกลับ (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

 วันเสาร์ลงช่วงบ่าย - เย็นนะครับ 

ไตรภพหันไปมองหมาป่าแดงเพลิงด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม ที่ผ่านมาเขามักเป็นฝ่ายหนีมาโดยตลอด เนื่องจากร่างกายและผิวหนังของมันช่างเข็งแกร่ง แม้เขาจะทุ่มเททุกอย่างที่มี กลับไม่สามารถที่จะจัดการได้ แต่ตอนนี้ลมปราณของเขาอยู่ในชนชั้นเดียวกันกับมันแล้ว และร่างกายยังมีสภาพแข็งแกร่งจากการแช่สระน้ำนมอีก

 

กรร

 

เหมือนเจ้าหมาป่าจะรู้สถานการณ์เบื้องหน้าดี ขาทั้งสี่ข้างของมันสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างยักษ์ถอยหลังจนชิดกำแพงถ้ำเหมือนเมื่อครู่ไม่ผิดเพี้ยน

 

“แผนเดิมใช้ไม่ได้ผลแล้วนะเจ้าหมาน้อย”

 

ควับ

 

ไตรภพหยิบกระบี่มาด้านหน้า เงาสะท้อนของหมาป่าตนนั้นอยู่ที่ด้ามกระบี่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันสันกระบี่เข้าหาตัวเขาเอง พุ่งทะยานร่างเข้าหาเจ้าหมาป่ายักษ์ตนนั้น

 

ลักษณ์มังกรสีครามมีขนาดใหญ่โตกว่าก่อนหน้าถึงหนึ่งเท่า ตอนนี้ตัวใหญ่กว่าไตรภพแล้ว สูงประมาณสองเมตร พันอยู่รอบกระบี่มังกรไฟ ทำให้กระบี่ลุกโชนไปด้วยรังสีมังกรสีคราม

 

“เอ๊ง เอ๊ง เอ๊ง”

 

เจ้าหมาป่าครางออกมาไม่เป็นภาษา ร่างกายของมันไม่ได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้หรือต้านทานอะไรเลย น้ำตาของมันไหลพรากออกมา ทั้งตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต

 

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงง

 

ลักษณ์มังกรสีครามกระแทกด้านหน้า จนผนังถ้ำแทบจะถล่มลงมา ฝุ่นควันของผนังถ้ำฟุ้งจนแทบจะไม่เห็นภาพเบื้องหน้า

 

“เฮ้อ”

 

ไตรภพถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อฝุ่นจางหายไป ปรากฏร่างหมาป่าสีแดงเพลิงยังคงอยู่ดี ไม่บุบสลาย หรือบาดเจ็บใด ๆ 

 

ที่แท้เมื่อครู่ ไตรภพเห็นสายตาของเจ้าหมาตรงหน้าแล้วเกิดความรู้สึกใจอ่อน ตัดสินใจไม่ลงมือปลิดชีพเจ้าหมาตัวนี้ ไม่เช่นนั้นด้วยพลังลมปราณชนชั้นสีครามเมื่อครู่ อาจจะฟันเจ้าหมาขาดได้ในกระบี่เดียว

 

“เอ๋ง เอ๋ง”

 

เจ้าหมาป่าสีแดงเพลิงหมอบด้วยความสั่นกลัว ใบหน้าและศีรษะก้มจนติดพื้นดิน กระพริบตามองไตรภพด้วยสาตาวิงวอน เหมือนพยายามจะสื่ออะไรบางอย่าง

 

“เจ้าเด็กโง่ มันต้องการที่จะติดตามเจ้า”

 

“ติดตามฉัน ?”

 

ไตรภพเอียงศีรษะ หรี่นัยน์ตามองไปที่ดวงตาของเจ้าหมาป่าสีแดงเพลิง ตอนนี้ไฟโทสะของเขาได้หายไปหมดแล้ว หลงเหลือแต่ความรู้สึกโล่งใจ อาจจะเป็นเพราะสระน้ำนมเมื่อครู่ที่ช่วยผลัดร่างกายและผิวหนังเขา ทั้งยังทะลวงลมปราณจนบรรลุชนชั้นสีคราม

 

“แน่ใจหรอว่าอยากติดตามฉัน ?”

 

ไตรภพเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง เหมือนเจ้าหมาป่าจะฟังรู้เรื่อง พยักหน้าซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา สะท้อนเงาของไตรภพในลูกตาดำทั้งสองข้าง

 

“เอาเถอะ !”

 

ไตรภพตัดสินใจประทับสัญญาทาสนิรันดร์ให้กับหมาป่าสีแดงเพลิงตรงหน้า พลังลมปราณชนชั้นสีครามของมันถูกลดระดับลงเหลือระดับเดียวกันของไตรภพ ตามเงื่อนไขของสัญญาทาสนิรันดร์ที่ผู้ถูกทำพันธะสัญญาไม่อาจจะมีพลังลมปราณเหนือเจ้าของไปได้

 

ตอนนี้หมาป่ายักษ์สีแดงเพลิงได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของไตรภพโดยสมบูรณ์แล้ว พันธะสัญญานี้จะไม่มีถูกทำลายลงได้ เว้นแต่ผู้ทำพันธะสัญญาจะปลดปล่อยเองหรือสัตว์เลี้ยงได้ตายจากไป

 

วิ้งงง

 

แสงสีขาวเจิดจ้าห่อหุ้มร่างของหมาป่าสีแดงเพลิง ไตรภพไม่อาจจะมองภาพด้านหน้าได้ด้วยตาสองข้าง จึงยกมือขึ้นมาปิดชั่วคราว

 

เมื่อลำแสงหายไป ร่างของเจ้าหมาป่าสีแดงเพลิงกลายเป็นลูกหมาน้อยตัวเล็กน่าทะนุถนอม ใบหน้าที่องอาจเมื่อครู่ กลายเป็นใบหน้าที่แสนน่ารักน่าชัง เอกลักษณ์จากนัยน์ตาและสีขนสีแดงยังคงอยู่ ตอนนี้มันอยู่ในสภาพลูกไซบีเรียนน้อยขนปุกปุย

 

“โฮ่ง โฮ่ง”

 

เจ้าหมาป่าสีแดงเพลิงเห่าสองครั้ง กระดิกหาง เข้ามาคลอเคลียไตรภพ ด้วยพันธะสัญญาทาสนิรันดร์ทำให้มันเห็นร่างของเลลาด้วย จึงเดินเข้าไปทักทายเลลา

 

“เจ้าหมาตัวนี้ขี้อ้อนนัก หนึ่งเดียวผู้นี้รู้สึกเอ็นดูเจ้าแล้วหละสิ ตั้งชื่อเจ้าว่าอะไรดีนะ”

 

เลลาเอียงคอ ทำใบหน้าครุ่นคิด เกาคางเจ้าหมาน้อยเบื้องหน้าไปมา ดวงตาเจ้าหมาน้อยใสแป๋วเหมือนรอฟังชื่อที่เลลาตั้งใจ

 

“เอาแบบนี้แล้วกัน ชื่อเจ้าแดง”

 

“โฮ่ง”

 

สายตาใสแป๋วเมื่อครู่ ดุดัน คล้ายไม่พอใจชื่อที่เลลาตั้งใจ มันวิ่งไปหาไตรภพก่อนที่จะเห่าหลายครั้ง เหมือนพยายามจะฟ้องไตรภพ

 

“ชื่อที่หนึ่งเดียวผู้นี้ตั้งให้ไม่ดีตรงหน้า ก็เจ้าขนสีแดง ก็ชื่อเจ้าแดง ไม่ถูกหรอ หรือจะชื่อเจ้าเปี๊ยก”

 

“โฮ่ง โฮ่ง”

 

เจ้าหมาน้อยยังคงส่งเสียงไม่พอใจ ไตรภพลูบหัวหมาน้อย เริ่มรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเลลาที่มักจะกวนประสาทอยู่เสมอ

 

“อย่าไปฟังเธอมาก เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันจะให้แกชื่อว่า ‘ไฟเยอร์’ แล้วกัน แปลว่าเพลิง ดีไหม”

 

“โฮ่ง”

 

คราวนี้เจ้าหมาน้อยกระดิกหาง ดวงตากลับกลายเป็นใสบริสุทธิ์ รีบเข้าไปเลียหน้าไตรภพทั้งซ้ายและขวา ราวกับพอใจในชื่อที่ชายหนุ่มตั้งให้

 

“เจ้าหมาโง่นี่ โง่เหมือนเจ้าเลย บังอาจปฏิเสธชื่อที่หนึ่งเดียวผู้นี้ตั้งให้ เหอะ”

 

เลลาส่งเสียงประชดประชัน หายเข้าไปในร่างกายของไตรภพ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรมากนัก หันหน้าไปมองไฟเยอร์ด้วยสายตาอ่อนโยน

 

“มีอะไร หืม”

 

ไตรภพเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเจ้าไฟเยอร์เหมือนจะต้องการสื่ออะไรบางอย่าง วิ่งไปวิ่งมา กระโดดลงไปในสระ ที่บัดนี้แห้งขอดไม่มีแม้แต่น้ำสักหยด ไตรภพจึงกระโดดลงไปตาม เมื่อเดินมาเรื่อย ๆ จึงพบกับบานประตูศิลาซ่อนอยู่ตรงสุดทางของขอบสระอีกด้าน

 

“โฮ่ง”

 

ไฟเยอร์เห่าบริเวณหน้าประตูซ้ำไปซ้ำมา ไตรภพจึงเกร็งลมปราณ ใช้มือขวาชกไปที่ประตู จนประตูพังทลายลงมา เผยให้เห็นห้องด้านใน

 

“นี่มัน…”

 

ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นทองคำแท่งมหาศาล รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ประดับด้วยทองคำทั้งสิ้น ไฟเยอร์วิ่งเข้าไปในนั้น สูดดมไปทั่วบริเวณ ไตรภพก้าวเข้ามาช้า ๆ

 

จากการประเมินด้วยสายตาของไตรภพ ทองคำแท่งมหาศาลเช่นนี้ หากนำเอาไปขายหละก็อาจจะมีจำนวนหลายพันล้านบาท แต่ก็เป็นเพียงแค่การคาดคำนวณเท่านั้น เพราะไตรภพไม่ได้รู้น้ำหนักที่แน่ชัด

 

“โฮ่ง”

 

เจ้าหมาน้อยไฟเยอร์หลังจากวิ่งหายไปสักพักหนึ่ง ได้คาบอะไรบางอย่างมาทางไตรภพ ชายหนุ่มมองดูหมาน้อยด้วยความสนใจ

 

“นี่มันอะไรกันเจ้าไฟเยอร์”

 

ไฟเยอร์ปล่อยสิ่งที่คาบลงมาบนมือไตรภพ เผยให้เห็นแหวนสีเงินสะท้อนแสงวงหนึ่ง หากเพ่งพิจารณาดี ๆ แล้ว แสงสีเงินที่กระทบตากลับเป็นเพชรขนาดเล็กมากจัดเรียงซ้อนกันอยู่

 

“แหวนมิติ!!!”

 

ทันทีที่ไตรภพสัมผัสแหวน เขารู้ได้ทันทีว่าแหวนวงนี้คือแหวนมิติ เพราะพลังลมปราณภายในร่างกายได้ทำปฏิกิริยากับแหวนวงนี้ทันทีที่มือด้านขวาสัมผัสแหวน

 

ฉึก

 

ไตรภพเอากระบี่กรีดไปที่นิ้วชี้ด้านขวา เลือดได้ไหลออกจากนิ้วตกกระทบลงบนแหวน เกิดแสงสว่างสีเงินขึ้นล้อมรอบตัวแหวนก่อนที่จะจางหายไป

 

“กว้างมาก นี่มันพื้นที่ขนาดเท่าไหร่กัน”

 

ไตรภพสำรวจพื้นที่ด้านในด้วยสายตา ในแหวนมีพื้นที่ซึ่งใหญ่มาก ใหญ่จนไม่เห็นว่าแหวนมีความจุเท่าไหร่ ไตรภพจึงตัดสินใจแตะไปที่กองทองคำด้านหน้า

 

 

ฟริ้ง

 

ทองมหาศาลหายวับไปกับตา หายมาอยู่ในแหวนมิติโดยพลัน ขนาดของทองคำยังไม่อาจจะถึงครึ่งหนึ่งของแหวนมิติวงนี้ ต้องบอกก่อนว่าทองคำตรงหน้ามหาศาลมาก แต่ไม่อาจถมพื้นที่ในแหวนได้เต็ม นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก

 

บัดนี้ในห้องเหลือเพียงความว่างเปล่า ไตรภพจึงตัดสินใจออกจากห้องมา โดยมีไฟเยอร์เดินนำหน้า เพียงระยะเวลาไม่นาน ทั้งสองก็ได้ออกมานอกถ้ำแล้ว

 

ไตรภพมองภาพด้านหน้า เป็นหมาป่ายี่สิบตัว ยืนมองเขาอยู่ ทันทีที่เห็นเขา มันต่างหอนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ขู่คำรามเหมือนอยากจะกระชากเนื้อเขาเป็นชิ้น ๆ

 

กรร

 

“โฮ่ง”

 

ทันใดนั้นเอง ไฟเยอร์ได้กระโดดไปกึ่งกลางระหว่างเขาและหมาป่าฝูงนั้น เห่าด้วยเสียงอันทรงพลัง หมาป่าฝูงนั้นตัวสั่นเทาทันทีราวกับหวาดกลัวเจ้าหมาน้อยตรงหน้ามาก

 

“หรือว่า เจ้าพวกนี้ลูกน้องแกหรอ ?”

 

“โฮ่ง”

 

ไฟเยอร์พยักหน้า ยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ไตรภพหัวเราะแห้ง ๆ เขาเกือบจะตบเจ้าพวกนี้ให้พิการก่อนเข้ามาแล้ว เจ้าพวกนี้ก็เหลือเกินจริง ๆ เกาะแกเขาไม่ยอมปล่อยเสียที

 

“ไฟเยอร์ แกบอกเจ้าพวกนี้ด้วย ว่ายานี้จะช่วยรักษาบาดแผล ทั้งยังทำให้แข็งแกร่ง ถือเป็นการขอโทษในการผิดใจกันก่อนหน้าแล้วกัน”

 

ไตรภพวางขวดยาลงบนโขดหิน ด้านเจ้าไฟเยอร์หันไปส่งเสียงต่อบรรดาหมาป่าฝูงนั้น พลางใช้เท้าหน้าชี้มาทางไตรภพ หมาฝูงนั้นก้มลงราวกับจะทำความเคารพชายหนุ่มตรงหน้า

 

สุดท้ายแล้ว ไตรภพก็เดินออกมาจากพื้นที่ลึกลับด้วยความปลอดภัย เขาได้ให้ไฟเยอร์เข้าไปอยู่ในแหวนมิติของเขา เพื่อจะได้ไม่เป็นเป้าสายตาใคร

 

“เจ้าเด็กโง่ เจ้าส่งเจ้าหมานี่เข้ามารบกวนหนึ่งเดียวผู้นี้ทำไม”

 

เลลากล่าวเสียงดัง จนไตรภพหยุดเดินทันที ตอนนี้เขากำลังจะกระโดดข้ามบึงโคลนกลับไปที่ฝั่งแล้ว แต่ก็ต้องมาเลิกคิ้ว เอ่ยถามเลลาด้วยความงุนงง

 

“ฉันให้ไฟเยอร์อยู่ในแหวน แล้วเธอเดือดร้อนอะไร ?”

 

“ตอนนี้หนึ่งเดียวผู้นี้ย้ายมาอยู่ในแหวนแล้วด้วย เจ้าบอกให้เจ้าหมาเวรนี่ขอโทษหนึ่งเดียวผู้นี้ เดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้น หนึ่งเดียวผู้นี้จะไม่ยอมให้มันอยู่”

 

ไตรภพถอนหายใจยาวเหยียด เขาไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร ที่สุดแล้ว เขาจึงให้ไฟเยอร์ขอโทษเลลา เพื่อให้เธอหายโกรธสักที

 

“ดีมาก ต่อไปนี้เจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งหนึ่งเดียวผู้นี้ เข้าใจไหม เจ้าแดง”

 

“โฮ่ง”

 

ไฟเยอร์เห่าด้วยเสียงไม่พอใจ ไตรภพตัดสินใจไม่สนใจเหตุการณ์ในแหวนมิติอีก ทะยานร่างออกจากพื้นที่ลึกลับทันที ด้วยลมปราณชนชั้นสีคราม เพียงก้าวเท้าสองครั้ง ก็มาหยุดอยู่ที่รถจอดอยู่แล้ว

 

“บอสครับ”

 

จักรภพและลูกน้องเอ่ยขึ้นอย่างยินดี ไตรภพสังเกตว่าขอบตาของพวกเขาล้วนดำสนิท จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“ขอบตาพวกนายทำไมดำจัง ไปโดนอะไรมา”

 

“คือบอสครับ พวกเรารอบอสมาสามวันสามคืนแล้วครับ”

 

“สามวัน สามคืน !”

 

ไตรภพอุทานอย่างตกใจ เขาไม่ใช่เข้าไปในนี้แค่ไม่ถึงชั่วโมงหรอกหรอ แล้วทำไมด้านนอกเวลาถึงผ่านไปนานขนาดนี้หละ

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”

 

ไตรภพพยายามครุ่นคิด เอ่ยถามย้ำกับลูกน้องแต่ละคน พวกเขาล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกัน จนไตรภพต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

 

ทันทีที่มองวันที่ในโทรศัพท์มือถือ ปรากฏว่าเวลาผ่านมาสามวันตามที่ลูกน้องเขาบอก แถมยังมีทั้งไลน์ และ miss call จำนวนมาก

 

 

“เวรแล้ว หายไปสามวันจะโดนอะไรบ้างเนี่ย”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #473 111555999888Jo (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 09:08
    รอค่ะมาไวๆค่ะไรท์
    #473
    0
  2. #471 Tong1474 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 12:47
    พ่อเขมมิกาไม่เหลือแล้วมั้งไปซะนานเลย
    #471
    0
  3. #470 yukai (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 12:43

    ขอบคุณมาก

    #470
    0
  4. #468 ผมเอง (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 10:19

    กลับบ้านไป หูชาแน่นอน

    #468
    0
  5. #466 TaifonHydra (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 07:12
    อะต่อปายยย
    #466
    0
  6. #465 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 07:04
    รอค่ะๆ
    #465
    0
  7. #464 mixlove0011 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 06:25
    เหมือนปล่อยหมาให้อยู่เล่นกับเมียเลย 5555
    #464
    0
  8. #463 SilverEvill (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 06:04
    โดนด่าไงล่ะไตรภพ
    #463
    0