Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 68 : องค์กรจักรพรรดิ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 339 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

เช้าวันเสาร์ ไตรภพออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ โดยขับรถยนต์ Toyota Vios ไปตามโลเคชั่นที่จักรภพให้มาทาง Line ทิศทางที่ตั้งขององค์กรนั้นอยู่ทางตอนใต้ของอำเภอเมือง มีระยะทางประมาณห้าสิบกิโลเมตร ไตรภพใช้เวลาขับประมาณสามสิบนาทีก็มาถึงที่หมาย

 

ไตรภพเลี้ยวเข้ามาในถนนเส้นรอง รอบข้างล้วนเป็นป่าทึบ ชายหนุ่มพยายามมองโทรศัพท์ในมือถือว่านำทางมาถูกหรือไม่อยู่หลายครั้ง พิกัดในโทรศัพท์ค่อย ๆ เข้าใกล้จุดหมายไปเรื่อย ๆ จนมาสุดตรงทางเข้า มีประตูใหญ่สแตนเลสกว้างประมาณสิบเมตร ขวางกั้นอยู่

 

ปริ๊น

 

ไตรภพบีบแตร เพียงครู่เดียว มีชายฉกรรจ์หกคนเดินออกมาจากประตูสแตนเลส สายตาขึงขัง เดินมาอย่างไม่เป็นมิตร

 

“มาทำอะไรครับ ที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคลเข้าไม่ได้”

 

ชายฉกรรจ์สวมใส่แว่นตาสีดำเคาะกระจก เมื่อไตรภพเปิดกระจก เขาจึงพูดโพล่งขึ้นทันที ไตรภพหรี่ตาเล็กน้อย สังเกตห้าคนด้านหลังเหมือนพร้อมจะเข้ามาจู่โจมทุกเมื่อ

 

“ฉันมาหาจักรภพ”

 

“มีหลักฐานอะไรไหมครับ ถ้าแค่คำพูด ผมคงไม่อาจจะให้คุณเข้าไปได้”

 

ไตรภพพยักหน้า ลอบชื่นชมในระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ พลางกดมือถือหาจักรภพ แล้วส่งให้กับชายฉกรรจ์คนนั้น เพียงเวลาครู่เดียว ชายฉกรรจ์รีบส่งมือถือคืนไตรภพอย่างนอบน้อม กิริยา มารยาทได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลักมือ

 

“ทำความเคารพบอส”

 

“บอสครับ!!!”

 

เมื่อเห็นผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มทำความเคารพชายหนุ่มในรถ ทั้งห้าคนรู้ด้วยความรวดเร็ว จึงทำความเคารพตาม พวกเขาได้แต่ลอบตื่นเต้น เพราะได้เห็นบอสตัวเป็น ๆ หลังจากได้ยินกิตติศัพท์จากจักรภพและเพชรคีรีมาเนิ่นนาน

 

“พวกนายทำหน้าที่ได้ดีมาก นำทางไปสิ ฉันเข้าไปไม่ถูกหรอกนะ”

 

“คะ ครับบอส !”

 

ชายฉกรรจ์พยักหน้าให้กับลูกน้อง เขาได้ขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีเงิน พร้อมกับลูกน้องอีกคน ขับรถนำหน้าไตรภพ เข้าไปในฐานที่ลับ โดยยังมีลูกน้องที่เหลือยืนเฝ้าประตูดังเดิม เมื่อไตรภพขับมาเรื่อย ๆ ราวสิบห้านาที เขาเจอประตูทางเข้าทางเดียวถึงห้าประตู แต่ละประตูมีคนเฝ้าอยู่หกคนเช่นกัน

 

“ไม่คิดว่าจะรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขนาดนี้”

 

ไตรภพลอบอุทาน เมื่อผ่านประตูที่ห้าแล้ว ไตรภพก็ได้มาถึงที่มั่น ภาพตรงหน้าเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ มีอาคารที่ก่อสร้างทั้งหมดสิบหลัง ลักษณะคล้ายกับโกดัง เมื่อมองไปที่ลานกว้าง เห็นบรรดาผู้คนอันประกอบด้วยผู้ชายและผู้หญิงยืนเรียงรายกันอยู่หลายร้อยคน

 

จักรภพ และเพชรคีรี เดินมาตรงรถไตรภพ ก่อนที่จะเปิดประตูให้กับชายหนุ่ม ไตรภพลงจากรถช้า ๆ พยักหน้าให้กับทั้งสอง 

 

“ยินดีต้อนรับครับบอส”

 

“ยินดีต้อนรับครับบอส”

 

“ทำได้ดีมาก”

 

ไตรภพหันไปชมเชยทั้งสอง ก่อนที่จะเดินตามทั้งสองคนไปที่แท่นเวทีหน้าลานกว้าง เขามองจากมุมสูงลงมา บรรดาสมาชิกต่างเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ดูด้วยสายตา สามารถแยกได้เป็นห้ากอง มีปรีชา เพชรอุมา เพชรกล้า และเพชรสมิง ยืนอยู่ด้านหน้าแถว

 

“ทำความเคารพบอส”

 

เพชรคีรีตะเบ็งเสียง ทันใดนั้นเอง ทั้งหมดต่างยืนแถวตก สูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด โค้งลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เงยขึ้นมา

 

“เงยหน้าขึ้นได้”

 

ไตรภพสั่งให้พวกเขาเงยหน้าขึ้น ทั้งหมดต่างเงยหน้าขึ้นตามคำสั่ง สายตาของพวกเขาทุกคนล้วนจ้องมาที่ไตรภพ จากการฝึกฝนอย่างเข้มงวดของเพชรคีรี ตอนนี้พวกเขามีระเบียบวินัยและความแข็งแกร็งยิ่งกว่าหน่วยรบพิเศษของกองทัพจังหวัดเสียอีก

 

“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อ ไตรภพ เรียกฉันว่า ‘บอส’ ฉันขอประกาศอีกครั้ง ตอนนี้แก๊งเชิ้ตดำได้ถูกลบออกไปแล้ว จะแทนที่ด้วยชื่อใหม่ว่า ‘องค์กรจักรพรรดิ’ จุดมุ่งหมายขององค์กร คือ เป็นกองกำลังผู้บ่มเพาะที่ไร้เทียมทานที่สุดในโลกใบนี้”

 

“ทุกคนอาจจะมีคำถามว่า ‘ผู้บ่มเพาะ’ คืออะไร ? ฉันจะให้คำตอบ จริงอยู่ที่ทุกคนอาจจะคิดว่า ผู้ฝึกยุทธ์คือขั้นที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในโลกของฉัน ผู้ฝึกยุทธ์เป็นเพียงฐานในการก้าวขึ้นสู่ผู้บ่มเพาะเท่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับสิบ ไม่อาจจะต้านทานผู้บ่มเพาะในระดับเริ่มต้นได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว”

 

“ทุกคนอาจจะไม่เชื่อ มีคำถามที่สงสัยในใจ งั้นจงดูนี่”

 

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

ไตรภพใช้พลังหนึ่งส่วน โจมตีไปทางเพชรคีรี ซึ่งเขาได้จงใจให้เพชรคีรีรู้ตัวก่อนเล็กน้อย เพชรคีรีเหมือนรู้ใจผู้เป็นนาย เกร็งพลังลมปราณตั้งรับไว้ ก่อนที่จะปัดพลังนั้นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง จนต้นไม้เหล่านั้นล้มลงนับสิบต้น

 

“ทีนี้พวกพอจะเห็นภาพบ้างรึยัง เก็บความแตกตื่นเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เมื่อองค์กรได้ดำเนินไปในทางที่ควรจะเป็น ทุกคนจะได้ทรัพยากรการบ่มเพาะที่เท่าเทียมกันตามระดับผลงาน ฉันจะขออธิบายโครงสร้างองค์กรคร่าว ๆ โดยจะให้เพชรอุมาแจ้งให้ทราบทาง Line และติดประกาศโครงสร้างไว้อีกครั้งหนึ่ง”

 

หัวหน้าองค์กร – ไตรภพ

 

รองหัวหน้าองค์กรฝ่ายซ้าย – จักรภพ

 

รองหัวหน้าองค์กรฝ่ายขวา – เพชรคีรี

 

เสนาธิการ – เพชรอุมา

 

ครูฝึก – เพชรกล้า เพชรสมิง ปรีชา 

หัวหน้ากองร้อย - ห้าคน โดยเป็นผู้ที่เข้มแข็งที่สุดในแต่ละกองร้อย แบ่งออกเป็นห้ากอง 

 

หัวหน้าหมู่ – ในแต่ละกองร้อยจะมีทั้งหมดสิบหมู่ โดยเลือกคนที่เข้มแข็งที่สุดสิบคนรองจากหัวหน้ากองร้อย

 

“นี่คือโครงสร้างขององค์กรแบบคร่าว ๆ ส่วนเรื่องทรัพยากรในการบ่มเพาะ หลังจากตั้งองค์กรสำเร็จแล้ว ฉันจะให้เพชรอุมาแจกแจงอีกครั้งหนึ่ง ฉันให้เวลาพวกนายสิบนาที ให้แต่ละกองร้อยหาหัวหน้ากองร้อยให้ได้ และแต่ละกองร้อยต้องมีหัวหน้าหมู่ กองร้อยละสิบคน”

 

สิ้นเสียงของไตรภพ แต่ละกองร้อยล้วนเคลื่อนไหวตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ไม่มีความวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น บรรดาคนระดับสูงในองค์กรล้วนมองอย่างภาคภูมิใจ อย่างน้อยการฝึกหนักตลอดระยะเวลาหลายวันก็ไม่สูญเปล่า

 

“เอาหละ ในเมื่อแบ่งโครงสร้างทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ขอให้เตรียมใจกันให้ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนล้วนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน วันนี้ถือว่าเป็นวันแรกที่ได้พบกัน ฉันจะให้ของขวัญทุกคนทั้งหมดสองชิ้น”

 

“ของขวัญชิ้นแรก คือ โสมหิมะ อายุสิบปี มูลค่าต้นหนึ่งจะอยู่ที่ต้นละสองแสนบาท มีสรรพคุณช่วยเพิ่มพลังยุทธ์อย่างมหาศาล โดยฉันได้สกัดออกเป็นเม็ดยาจำนวนห้าร้อยเม็ด ตามกองกำลังในวันนี้”

 

ไตรภพได้มอบหมายให้จักรภพไปกว้านซื้อโสมหิมะอายุสิบปี มาจากบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ ด้วยจำนวนที่มากถึงห้าร้อยต้น แถมยังมีส่วนลดจากกองทัพจังหวัด จากมูลค่าต้นหนึ่งอยู่ที่ สองแสนบาท ทำให้สามารถซื้อมาได้ที่ต้นละหนึ่งแสนสองหมื่นบาทเท่านั้น ไตรภพได้ใช้เงินกว่าหกสิบล้านบาท ในการเตรียมของขวัญชุดนี้

 

“ของขวัญชิ้นที่สอง คือ เม็ดยาทลายชีพจร จะช่วยปรับร่างกายให้พร้อมสำหรับการเป็นผู้บ่มเพาะในอนาคต”

 

เม็ดยาทลายชีพจร ไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่มีค่ามากนัก เป็นเพียงสมุนไพรพื้นบ้านทั่วไป โดยจะช่วยยกพลังยุทธ์ได้ 1 – 2 ระดับ ตามแต่พรสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธ์

 

ทุกคนในองค์กรได้รับการแจกจ่ายของขวัญชิ้นนี้ ไม่เว้นแต่แต่เพชรคีรีและจักรภพ สร้างความตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง ความภักดีค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในองค์กรอย่างช้า ๆ

 

“เมื่อทุกคนได้รับตัวยาแล้ว จงกินเข้าไปทั้งสองเม็ดทันที หลับตา ตั้งสมาธิ พยายามสัมผัสพลังที่เกิดขึ้นใหม่ในร่างกาย อดทนต่อความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ไม่ต้องห่วง หากฉันเห็นว่าใครเกิดปัญหา ฉันจะคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ”

 

เม็ดยาค่อยทุกโยนเข้าปาก เพียงระยะเวลาไม่กี่วินาที บรรดาผู้คนในองค์กรต่างรับประทานจนหมดสิ้น นั่งโคจรพลังขัดสมาธิตามที่ไตรภพบอก โดยชายหนุ่มยืนมองอยู่ห่าง ๆ

 

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

เสียงร้องดังขึ้นทั่วบริเวณลานกว้าง บางคนไม่สามารถอดกลั้นต่อความเจ็บปวดอันมหาศาลได้จึงส่งเสียงร้องออกมา แต่ก็มีบางคนที่อดกลั้นได้ พยายามกัดฟันไม่ให้ส่งเสียออกมา มีหลายคนที่เหมือนจะธาตุไฟเข้าแทรก ไตรภพได้เคลื่อนที่ไปหาบุคคลนั้นถ่ายทอดพลังลมปราณเพื่อบรรเทาอาการ

 

ระยะเวลาผ่านไปสามชั่วโมง ทุกคนล้วนค่อย ๆ ปรับตัวกับพลังงานในร่างกายอันมหาศาล แม้จักรภพและปรีชาจะเคยรับประทานเม็ดยาทลายชีพจร แต่ก็ไม่คิดว่าเมื่อรับประทานคู่กับโสมหิมะ จะมีพลังงานร้อนแรงถึงเพียงนี้

 

เมื่อไตรภพเห็นว่าทุกคนสามารถผ่านการรับรองพลังงานใหม่ในข้างต้นแล้ว จึงสั่งให้ทุกคนลืมตา สอนเคล็ดวิชาในการเตรียมตัวเป็นผู้บ่มเพาะ แต่ก่อนคนในองค์กรล้วนแต่มีพลังฝึกยุทธ์เฉลี่ยในระดับที่ 1 – 2 แต่เมื่อผ่านการทะลวงขั้นโดยตัวยาทั้งสองตัว พลังเฉลี่ยของเขากลับทะยานขึ้นอยู่ในขั้นฝึกยุทธ์ระดับที่ 5 

 

ด้านจักรภพได้บรรลุผู้ฝึกยุทธ์ระดับที่ 9 ส่วนปรีชาบรรลุระดับที่ 8 ตัดมาทางเพชรคีรี บัดนี้เขาสามารถทะลวงขั้นขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับสิบเป็นที่เรียบร้อยพร้อมจะตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามได้เพียงครึ่งก้าว

 

เพชรอุมาได้ทะลวงขั้นขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับเก้า เพชรกล้าทะลวงขั้นขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับเจ็ด เพชรสมิงทะลวงขั้นขึ้นสู่ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่หก

 

ไตรภพเองเมื่อเห็นผลลัพธ์ดังนี้ จึงมั่นใจว่าการผสมผสานฤทธิ์ยาระหว่างโสมหิมะและเม็ดยาทลายชีพจร สามารถยกระดับการฝึกยุทธ์และการบ่มเพาะได้อย่างมหาศาล เห็นทีเมื่อเสร็จจากเรื่องราวตรงนี้ เขาต้องใช้โสมหิมะที่มีอายุมากที่สุด ควบคู่ไปกับเม็ดยาทลายชีพจรบ้างแล้ว

 

‘ตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเราอยู่ที่ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่เก้า การบ่มเพาะของเราช้ากว่าคนอื่นถึงสิบเท่า ไม่รู้จะเพียงพอที่ทะลวงเข้าสู่ระดับที่สิบได้หรือไม่ เฮ้อ!’

 

“เจ้าเด็กโง่ เจ้าปรุงยาอย่างไรกัน เอายาดี ๆ มาทำให้เสียของแท้ ๆ”

 

เสียงของเลลาดังขึ้นมาในหัว เธอได้ปรากฏอยู่ด้านข้างไตรภพในร่างเรืองแสง ไตรภพสะดุ้งจากการใช้ความคิด มองเลลาด้วยสายตาจริงจัง

 

“ฉันลืมการมีอยู่ของเธอเสียซะสนิทเลยนะเนี่ย ! ที่เธอพูดหมายความว่ายังไง”

 

“หนึ่งเดียวผู้นี้จะบอกเจ้าให้ โสมหิมะนั้นไม่อาจจะนำมาสกัดยาเพียงอย่างเดียวได้ เจ้าต้องผสมกับตัวยาอีกเก้าอย่าง หนึ่งเดียวผู้นี้จะค่อยไล่ให้เจ้าฟัง”

 

เลลาไล่รายชื่อสมุนไพรให้ไตรภพฟัง เมื่อไตรภพได้ฟัง เขาก็ค่อย ๆ คิดตาม สมุนไพรที่เลลาพูดล้วนสามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป

 

“แล้วสรรพคุณหละ”

 

“เจ้าโง่ เจ้าลองปรุงยาตามที่หนึ่งเดียวผู้นี้บอก จะช่วยดึงสรรพคุณของโสมหิมะได้อย่างน้อยสองเท่า”

 

“สองเท่า !!!”

 

ไตรภพที่กำลังปวดหัวเรื่องโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีที่ไม่มีขายในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว เขาจะเอาสมุนไพรที่ไหนไปบ่มเพาะกัน ครั้นจะซื้อสมุนไพรอายุห้าสิบปีและสิบปีทั้งหมด ก็ดูจะสิ้นเปลืองและลดทอนสรรพคุณของตัวยา ดังคำกล่าวที่ว่า ยิ่งใช้วัตถุดิบในการปรุงยาเยอะ ยิ่งทำให้สรรพคุณลดทอนลง

 

“ไม่ต้องห่วง หากหนึ่งเดียวผู้นี้ไม่ต้องการให้ผู้ใดเห็น ผู้นั้นก็จะไม่เห็นหนึ่งเดียวผู้นี้ เว้นแต่เจ้านั่นจะมีลมปราณมากกว่าหนึ่งเดียวผู้นี้ หนึ่งช่วงชนชั้น”

 

ไตรภพพยักหน้า หลังจากพูดคุยกับเลลาเสร็จ เขาได้สั่งให้บรรดาคนในองค์กรลุกขึ้น เข้าแถวให้เป็นระเบียบดังเดิม เขาสัมผัสได้ว่าพลังของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นมาก อย่างน้อยสองถึงสามเท่า หลังจากรับประทานตัวยาเข้าไป

 

“การฝึกยุทธ์ ย่อมไม่อาจอาศัยตัวยาเพียงอย่างเดียว เมื่อได้รับพลังเข้ามาในร่างกายแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับสมดุลในร่างกาย หากฝืนที่จะใช้ตัวยาเพียงอย่างเดียว อาจจะเกิดการฝึกฝนที่ล่าช้าขึ้นหลายเท่า ธาตุไฟเข้าแทรก หรือแม้กระทั่งไม่สามารถทะลวงขึ้นสู่การเป็นผู้บ่มเพาะได้เลย”

 

“สองวันนี้ ฉันจะเป็นคนฝึกทุกคนเอง เพื่อปรับสมดุลพลังในร่างกายให้มากที่สุด หลังจากการฝึก ขอให้ทุกคนจำแนวทางในการบ่มเพาะเอาไว้ สิบคนแรกสามารถทะลวงขึ้นไปเป็นผู้บ่มเพาะลมปราณสีม่วงระดับที่หนึ่งได้ ฉันจะมีรางวัลพิเศษให้”

 

เมื่อฟังไตรภพกล่าวเสร็จ หลังจากที่เขาเห็นความแข็งแกร่งของไตรภพแล้วทุกคนต่างคาดหวังที่จะกลายเป็นผู้บ่มเพาะ ไม่ว่าหนทางจะยากลำบากอย่างไร พวกเขาต้องฝ่าฟันไปให้ได้

 

ไตรภพได้สอนแนวทางการบ่มเพาะเป็นระยะเวลาตลอดทั้งคืน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่แสดงอาการง่วงนอนออกมา พวกเขาต่างตื่นตัว พยายามจดจำในสิ่งที่ไตรภพสอน ไม่เว้นแม้แต่เพชรคีรี ที่ตั้งใจฟังเช่นกัน เพราะแนวทางการบ่มเพาะเช่นนี้ เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน เมื่อลองโคจรพลังตามที่ไตรภพสอน กลับพบว่าลมปราณเคลื่อนไหวได้ไม่ติดขัด 

 

แนวทางการบ่มเพาะของไตรภพนั้น ดัดแปลงมาจากแนวทางการบ่มเพาะในอดีต โดยปรับปรุงให้ง่ายต่อการเข้าใจ ลดความลึกซึ้งในแต่ละขั้นตอนไป หากบ่มเพาะตามแนวทางนี้ทุกวันและได้รับทรัพยากรอย่างเพียงพอ เมื่อปรับสมดุลพลังได้ ไม่เกินหนึ่งปี พวกเขาทั้งหมดจะสามารถกลายเป็นผู้บ่มเพาะได้

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ไตรภพได้สอนเพลงหมัดจักรพรรดิขึ้นมา อันเป็นวิทยายุทธ์ที่ไตรภพต้องการให้เป็นวิทยายุทธ์ประจำองค์กร ซึ่งเพลงหมัดจักรพรรดินี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการฟาดฟันด้วยศาสตราวุธ ความแข็งแกร่งมากกว่าเพลงหมัดสี่ทิศที่ไตรภพสอนกองทัพจังหวัดน่านไปถึงสิบเท่า

 

เพลงหมัดจักรพรรดินั้นแบ่งออกทั้งหมดสิบกระบวนท่า โดยไตรภพค่อย ๆ สอนทีละกระบวนท่าด้วยความละเอียด จากนั้นให้เพชรคีรี จักรภพ ปรีชา เพชรอุมา เพชรกล้า และเพชรสมิง คอยควบคุมบรรดาคนในองค์กรเรื่องการฝึกฝน

 

“จงจำเอาไว้ ต่อไปนี้ ทุกคนต้องบ่มเพาะด้วยแนวทางการบ่มเพาะที่ตามที่ฉันสอนในทุก ๆ วัน ทรัพยากรในการบ่มเพาะจะถูกแจกจ่ายทุกเดือนตามตำแหน่งในองค์กร นอกจากนี้ต้องหมั่นฝึกฝนเพลงหมัดจักรพรรดิในทุก ๆ วัน เข้าใจรึไม่”

 

“เข้าใจครับ / ค่ะ”

 

“เอาหละ เดี๋ยวฉันจะให้เพชรอุมา พูดถึงเรื่องภัตตาคารจักรพรรดิ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 339 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #424 DDTK (@tossaponggwp) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 14:02
    คำว่า หนึ่งเดียวผู้นี่ มันเยอะไปอะผมว่า เปลี่ยนไปใช้สรรพนามอื่นน่าจะอ่านได้ง่ายกว่านะครับ
    #424
    0
  2. #423 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 11:45
    สนุกมาก
    #423
    0
  3. #422 อัมพร? (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 09:16

    ขอบคุณค่ะ

    #422
    0
  4. #421 wanwansweety (@wanwansweety) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 07:58

    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก
    #421
    0
  5. #420 K-alon (@karnkasamson) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 07:51
    สนุกมากครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
    #420
    0
  6. #419 Paradox of chaos (@TaifonHydra) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 07:06
    สนุกมากครับไรต์
    #419
    0