Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 64 : คลับไพรเวท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 372 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

คลับไพรเวท เป็นคลับชั้นสูงของบรรดาวัยรุ่นไฮโซ ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ล้วนแพงกว่าร้านสะดวกซื้อถึงสามเท่า แต่ก็ไม่ทำให้ยอดขายแอลกอฮอล์เหล่านั้นลดลงเลย เพราะบรรดาผู้มาใช้บริการล้วนแต่เป็นผู้มั่งคั่ง

 

“กินข้าวที่นี่แล้วกัน”

 

จิรุจจอดรถ เดินนำหน้าทั้งสองคนเข้ามาในร้าน พนักงานเอ่ยทักทายจิรุจก่อนที่จะเชิญเข้าไปในห้องส่วนตัวพิเศษ เป็นโต๊ะจีนไม้สักวงกลม ประดับด้วยของมีค่ามากมาย

 

“สวัสดีค่ะ คุณจิรุจ วันนี้มากี่ท่านคะ”

 

“สามคน เอาเมนูอะไรก็ได้มาสักห้าอย่าง ไวน์ด้วย”

 

“ได้ค่ะ”

 

พนักงานรับออเดอร์พลางเดินออกจากห้องไป จิรุจนั่งคั่นกลางระหว่างไตรภพและกนกพร ซึ่งกนกพรได้แต่ปวดหัวกับอาการหวงน้องสาวของพี่ชายมาก

 

“พี่ หนูจะคุยส่วนตัวกับไตรภพ พี่ช่วยหลบไปหน่อยได้ไหม”

 

“เธอจะคุยอะไรก็คุยไปสิ พี่ไม่ได้ห้ามเธอคุยกันสักหน่อย”

 

“เฮ้ นาย จะหวงอะไรน้องสาวนักหนา ฉันเป็นลูกศิษย์เธอเอง ไม่ใช่แฟนสักหน่อย”

 

ไตรภพเปลี่ยนคำเรียกจิรุจ เขาเริ่มจะรำคาญโรคหวงน้องสาวของจิรุจบ้างแล้ว แค่อยู่กับเจ้าหมอนี่ไม่กี่ชั่วโมงยังแทบจะประสาทกินเลย ไม่อยากจะคิดว่าอาจารย์ของเขาที่อยู่กับเจ้านี่มาตั้งแต่เด็กจะได้รับผลข้างเคียงขนาดไหน

 

“นายยุ่งอะไรด้วยวะ นายไม่เคยมีน้องสาวนี่”

 

ไตรภพส่ายหน้าอย่างหนักใจ ไม่นานมากนักอาหารก็ได้มาเสิร์ฟพร้อมกับไวน์แดงอย่างดี ทั้งสามคนรับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย เวลากนกพรชวนไตรภพคุย จะมีจิรุจที่ตาขวางมองอยู่ไม่ห่าง จนไตรภพเริ่มจะอึดอัด

 

ปัง

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทั้งสามคนหันไปมองหน้าประตู เห็นชายหนุ่มร่างท้วม ผิวขาวเดินเข้ามา สวมใส่สร้อยทองหนามาก กะด้วยสาตาไม่น่าจะต่ำกว่าสิบบาท ไม่ใช่แค่สร้อยทองเท่านั้น แหวน กำไล ล้วนแต่ประดับด้วยทองทั้งสิ้น

 

“กนกพร ทำไมเธอกลับมาบ้านไม่บอกฉันเลย ถ้าผู้จัดการร้านไม่โทรไปบอกฉัน ฉันคงไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่”

 

ผู้มาใหม่เอะอะโวยวาย ต่อว่ากนกพร ไตรภพที่กำลังคีบอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นมามองดูอย่างสนใจ ในขณะที่กนกพรทำสีหน้าเซ็ง ๆ ส่วนใบหน้าของจิรุจนั้นตอนนี้แดงจ๋าขึ้นแล้ว ไม่รู้เพราะความโกรธหรือฤทธิ์ของไวน์

 

“ไออารัมภ์ แกนี่มันเหิมเกริมนะ ฉันบอกแกอีกกี่ทีแล้วว่าอย่ามายุ่งกับน้องฉัน ฉันว่าแล้วว่าทำไมน้องฉันถึงหนีไปสอนที่ต่างจังหวัด เพราะแกนี่เอง”

 

“แล้วแกยุ่งอะไรด้วยวะ ฉันกับน้องแกรักกันมานานแล้ว โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว ยังหวงน้องสาวอยู่ได้”

 

ทั้งสองคนต่อปากต่อคำดังลั่นในห้องอาหาร ดีที่เป็นห้องส่วนตัว ทำให้แขกด้านนอกไม่ได้ยินเสียงด้านใน ไตรภพมองไปที่ใบหน้ากนกพร เธอหันมายิ้มแหย ๆ ส่ายหน้าด้วยความหนักใจ

 

“แกคิดว่าแกเป็นลูกชาย ส.ส. แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกหรอวะ ถ้าแกมายุ่งกับน้องสาวฉันเหมือนที่แกทำกับผู้หญิงพวกนั้นหละก็ ฉันนี่หละจะประเคนกระสุนให้แกหมดแม็ก”

 

อารัมภ์ ลูกชายคนเดียวของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงใหม่ เขต 1 นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดเชียงใหม่ ทำธุรกิจอาบอบนวดทั่วทั้งจังหวัด มีประวัติโชกโชนในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่สามารถล้มอิทธิพลของเจ้าพ่อเชียงใหม่ผู้นี้ได้

 

ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเขาแพ้เลือกตั้งอย่างน่าเจ็บใจให้กับคู่แข่ง แต่เพียงระยะเวลาไม่นาน คู่แข่งก็ล้มป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ จึงเกิดการเลือกตั้งซ่อมขึ้นในเขต และเป็นเขาที่ได้ตำแหน่งแทน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากว่าอาการป่วยของคู่แข่งเขาเกิดจากตัวเขา แต่ไม่มีหลักฐานจะเอาผิด

 

ด้านอารัมภ์มีนิสัยไม่แตกต่างจากผู้เป็นพ่อมากนักโดยเฉพาะเรื่องความเจ้าชู้ ด้วยเงินทองมากมายมหาศาลเขาได้ใช้มันไปกับสุรานารี ผู้หญิงทั้งหลายที่หลงในเงินตรา ต่างพลีกายให้กับเขาโดยที่เขาไม่ต้องไปเสาะหาที่ไหน

 

ในระยะหลังอารัมภ์เริ่มที่จะทำเรื่องผิดศีลธรรมมากยิ่งขึ้น ถึงขั้นฉุดคร่าผู้หญิงในผับบาร์โดยการวางยาไปข่มขืน เมื่อผู้เสียหายไปแจ้งความก็ไม่สามารถเอาผิดได้ตามเคย เรื่องนี้ในบรรดาผู้มีอิทธิพลในจังหวัดล้วนรู้ดี

 

“ฉันเห็นว่าแกเป็นพี่ชายกนกพร เลยไม่อยากจะมีปัญหากับแกมากนัก”

 

อารัมภ์พูดกับจิรุจ พลางเหลือบไปเห็นไตรภพที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ เขามองไตรภพด้วยความไม่ชอบใจ มองปราดเดียวเขาก็รู้สึกไม่ถูกชะตา

 

“แกเป็นใครวะ มานั่งกินข้าวกับกนกพรได้ยังไง แกไม่รู้หรอว่าฉันกับกนกพรเป็นอะไรกัน ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแกเละเป็นศพแน่นอน”

 

อารัมภ์ตบโต๊ะเสียงดัง ส่งเสียงกระโชกโฮกฮากไปทางไตรภพ ด้านไตรภพยักคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ นี่เขาโดนหาเรื่องทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรอีกแล้วใช่ไหม

 

“แกขู่ฉัน ?”

 

“เออ ฟังภาษาคนไม่ออกหรอวะ หรือจะต้องให้ฟังภาษา โอ๊ย”

 

ไตรภพไม่รอให้อารัมภ์พูดจบ เขาใช้มือขวาตบหน้าอารัมภ์จนหน้าหัน กระแทกกำแพงด้านหลัง อารัมภ์ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เอามือทั้งสองข้างกุมไปที่แก้ม น้ำหูน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว

 

“แกคิดว่าแกเป็นใครถึงกล้ามาขู่ฉัน วันนี้ฉันยังอารมณ์ดีอยู่ แต่ถ้าแกไม่ไสหัวออกไปในตอนนี้หละก็…”

 

เปรี้ยง

 

ไตรภพใช้เท้าซ้ายถีบไปกลางลำตัวของอารัมถ์จนกระแทกประตูเสียงดัง ตึง เสื้อเชิ้ตสีขาวของอารัมภ์เป็นรอยรองเท้าของไตรภพประดับอย่างลงตัว

 

“ไสหัวไปได้แล้ว”

 

“แก…แกรอตรงนี้ อย่าหดหัวหนีไปไหนหละ”

 

อารัมภ์พูดจบรีบวิ่งออกไปจากห้องอาหารอย่างกระเสือกกระสน จิรุจและกนกพรมองไปที่ไตรภพด้วยความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะจิรุจที่มองอย่างตื่นตระหนก

 

“ไตรภพ ที่นายไปมีเรื่องเมื่อกี้ ลูก ส.ส. นะ ยุ่งแล้ว ไอเจ้าบ้านั่นมันกัดไม่ปล่อยเสียด้วย”

 

จิรุจเอามือตบหน้าผากด้วยความจนใจ ไม่ใช่ว่าเขาเองไม่อยากจะซัดอารัมภ์อย่างไตรภพ แต่เมื่อคำนึงถึงปัญหาที่ตามมาแล้ว เขาเลือกที่จะปะทะคารมเล็กน้อยแล้วหลีกเลี่ยงดีกว่า

 

“แล้วยังไง”

 

ไตรภพนั่งลงที่เดิมอย่างไม่สะทกสะท้าน คนที่กล้าขู่เขา ต่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาก็ไม่สนใจ กนกพรมองไตรภพอย่างกังวล

 

“พี่จิรุจ เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวอารัมภ์ย้อนกลับมาเราจะแย่กัน ไตรภพ เธอรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย”

 

กนกพรเอื้อมไปจับแขนไตรภพอย่างเป็นห่วง จิรุจมองดูการกระทำของน้องสาว แต่ไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้ในหัวของเขาคิดแค่ว่าจะแก้ปัญหาตรงหน้ายังไงดี

 

“ทำไมเราต้องหนีด้วย ถ้ามันมาสิบคน ฉันก็จะทุบมันกลับไปสิบคนเช่นกัน”

 

“นายคิดว่านายเป็นจอมยุทธ์หรือยังไงกัน ไป ! เราต้องออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

 

จิรุจวางแบงค์พันลงบนโต๊ะหกใบ จับมือไตรภพให้ลุกขึ้นเดินตาม ตอนแรกไตรภพเหมือนจะขัดขืน แต่พอกนกพรช่วยดึงแขนอีกข้าง ชายหนุ่มก็ได้แต่ยินยอมเดินตามไปโดยดี

 

รถยนต์ BMW X3 ขับออกจากร้านอาหารอย่างรวดเร็ว จิรุจได้แต่กังวลใจ หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นตามมา ตอนนี้เขาต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แม้ว่าอารัมภ์จะกล้าแค่ไหน แต่ก็ไม่มีทางที่จะบุกรุกบ้านของเขาแน่นอน

 

“ไตรภพ ฉันไม่คิดว่านายจะเป็นคนใจร้อนขนาดนี้ อันตรายจริง ๆ”

 

จิรุจขับรถไปส่ายหัวอย่างเหลือเชื่อ เขาพบไตรภพมาแล้วสี่ครั้ง ชายหนุ่มล้วนใจเย็นเสมอมา แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงก่อเรื่องได้ขนาดนี้กัน

 

หลังจากขับรถมาถึงบ้านแล้ว ไตรภพได้แยกขึ้นไปห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ เขาได้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงจักรภพทันที

 

“ฮัลโหลครับบอส”

 

“จักรภพ คนที่ฉันส่งไป เป็นอย่างไรบ้าง”

 

ไตรภพถามหาเพชรคีรีและลูกน้อง ที่ตอนนี้เขาได้ส่งพวกเขาเหล่านั้นไปฝึกบรรดาคนในองค์กรจักรพรรดิที่เขาตั้งขึ้น นี่ก็ผ่านมาหลายวันเป็นสัปดาห์แล้ว เขายังไม่ทราบคราวข่าวใด ๆ เลย

 

“บอสครับ พวกเขาโหดมาก สมาชิกในองค์กรเรารวมทั้งหมดห้าร้อยคน ด้วยการฝึกอย่างหนักหน่วงทำให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแกร่ง ทะลวงสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่ 1 ได้เกือบทุกคนแล้วครับ”

 

“อืม บอกเพชรคีรีให้ฝึกต่อไป สัปดาห์หน้าฉันจะเข้าไปหา ตอนนี้ฉันมีธุระให้ไปจัดการหน่อย”

 

“ว่ามาเลยครับบอส”

 

ไตรภพได้กำชับให้จักรภพไปหาข่าวคราวเกี่ยวกับอารัมภ์มาให้มากที่สุด เพราะจากประสบการณ์ของเขาเอง เขาย่อมรู้ดีว่าอารัมภ์ย่อมเป็นคนที่ไม่เลิกราแน่นอนหากแค้นเคืองใคร หลังจากพูดคุยจบ ไตรภพได้ต่อสายโทรศัพท์หาเพชรคีรี

 

“เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม ได้ข่าวจากจักรภพว่านายฝึกหนักน่าดู”

 

“นิดหน่อยครับบอส”

 

เพชรคีรีพูดด้วยความเคารพ ตอนนี้เขาได้อยู่ในฐานทัพลับขององค์กรจักรพรรดิ หรือ อดีตแก๊งเชิ้ตดำเก่า เขาทั้งสี่คนมีหน้าที่ฝึกเหล่าคนในองค์กรให้แข็งแกร่ง เตรียมพร้อมที่จะรับการฝึกสอนจากไตรภพ เป็นกองกกำลังชุดแรกขององค์กร

 

“แล้วองค์กรเพชรได้ตามหาตัวนายไหม”

 

“เขาน่าจะสืบหาตัวพวกผมได้ยากครับ เนื่องจากคนที่รู้ข้อมูลคือคงอินทร์ ตอนนี้เขาได้ตายไปแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท ผมได้แนะนำให้จักรภพย้ายสถานที่ฝึกไปในที่ ที่ปลอดภัย บอสไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

 

“อืม”

 

เมื่อไตรภพได้พูดคุยกับเพชรคีรีเสร็จ เขามานั่งขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ ตอนนี้เป้าหมายของเขาคือสร้างองค์กรจักรพรรดิขึ้นมา เพื่อเป็นองค์กรของผู้บ่มเพาะขนาดใหญ่ หาทรัพยากรบ่มเพาะให้ได้มากที่สุด เป็นบันไดให้เขาบรรลุถึงลมปราณในระดับที่จะก้าวข้ามโลกใบเล็กนี้ กลับไปยังโลกเดิม

 

ไตรภพหยิบตราลัญจกรขึ้นมาส่องดู พลังโบราณแผ่พุ่งออกมาอย่างเข้มข้น ไตรภพมั่นใจว่าเมื่อลมปราณของเขาอยู่ในลมปราณชนชั้นสีม่วง ระดับที่สิบ แล้วย่อสามารถตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามได้ในทันที

 

“ยังขาดแหวนมิติ เฮ้อ การที่จะสร้างแหวนมิติได้ ต้องใช้แร่นพเก้า แล้วในโลกใบนี้จะไปหาแร่นพเก้าได้ยังไง”

 

ไตรภพพลางนึกย้อนไปในอดีต แหวนมิติในโลกเบื้องบนเป็นเครื่องประดับธรรมาดาสามัญ แม้แต่คนที่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะก็สามารถหาซื้อได้โดยง่าย มักจะเอาไว้ใช้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ขนาดพื้นที่จะเริ่มต้นที่ 1*1 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นแหวนมิติระดับต่ำ

 

ในยามที่ครองตำแหน่งจักรพรรดิเทพ แหวนมิติของเขาเก็บของได้แทบจะเรียกว่าเป็นอนันต์ แหวนถูกสร้างมาจากแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้วงสุริยะ นั่นคือเศษซากของดวงดาราทั้งเจ็ด หลอมเป็นแหวนมิติจักรพรรดิเทพรูปลักษณ์มังกร เป็นสมบัติแสดงสัญลักษณ์ถึงตำแหน่งผู้ปกครองห้วงสุริยะ

 

ไตรภพอยากจะนำกระบี่มังกรไฟมาอยู่ข้างกายมาก แต่เนื่องจากไม่มีแหวนมิติ การที่จะพกไปไหนมาไหนย่อมเตะตาผู้คน เขาจึงเลือกที่จะวางอดีตอาวุธคู่กายเขาในกาลก่อนเอาไว้ที่ห้องนอนในบ้านของเขา รอวันที่สามารถสร้างแหวนมิติสำเร็จ จึงจะใช้การอีกครั้งหนึ่ง

 

ก๊อก ก๊อก

 

“ใคร ?”

 

“ฉันเอง”

 

เสียงหวานของกนกพรพูดขึ้น พลางเปิดประตูเดินเข้ามาที่ห้องนอนของไตรภพ กนกพรเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านธรรมดา ให้ความรู้สึกใกล้ชิดเมื่อพบเจอ

 

“ไตรภพ เธอมาหลบอยู่ที่บ้านฉันสักระยะไหม ถ้ากลับไปที่จังหวัดน่าน ฉันไม่รู้ว่าเขาจะส่งคนไปที่นั่นรึเปล่า”

 

“บ้านเมืองไม่มีกฎหมายเลยหรอครับ เขาถึงจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ขนาดนั้น”

 

ไตรภพแกล้งถามหน้าซื่อ เขาไม่เชื่อว่าอำนาจและอิทธิพลของอารัมภ์จะแผ่ขยายข้ามเขตไปถึงจังหวัดน่าน กนกพรมองไตรภพ ถอนหายใจ พลางเล่าเรื่องราวของอารัมภ์และตระกูลให้ชายหนุ่มฟัง

 

“ทีนี้นายเข้าใจรึยัง ว่าทำไมฉันถึงเป็นกังวลแทนนาย”

 

“นี่อาจารย์เป็นห่วงผมหรอ”

 

“ยังจะมาเล่นอยู่อีก พรุ่งนี้ฉันจะให้ปู่พาเธอไปขอโทษเจ้านั่นที่บ้าน ถึงยังไงปู่ฉันก็เป็นเพื่อนกับปู่อารัมภ์อยู่ เขาน่าจะเกรงใจบ้าง”

 

ไตรภพไม่ได้เสนอความคิดเห็นอะไร จะให้เขาไปขอโทษ ฝันไปเถอะ ยิ่งฟังวีรกรรมอันเลวทรามของอารัมภ์เขายิ่งมั่นใจว่าเขาทำถูกแล้ว ไม่รู้ว่ามีคนเดือดร้อนจากการกระทำของอารัมภ์มากน้อยแค่ไหนกัน แต่ถือว่ามันดวงขาดแล้วที่ได้มาพบเจอเขา

 

“แล้วปู่ของมันเป็นใครกัน ?”

 

“อดีตผู้บัญชาการทหารของจังหวัดเชียงใหม่ แต่นายไม่ต้องห่วง ตอนนี้เป็นอดีตไปแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตระกูลฉันไม่ปล่อยให้ใครแตะต้องนายได้หรอก”

 

กนกพรพูดขึ้นอย่างจริงจัง หนึ่งคือไตรภพมีบุญคุณกับตระกูลของเธอ ช่วยรักษาปู่เธอจนหายดี สองคือไตรภพเป็นลูกศิษย์เธอ หน้าที่ของอาจารย์คือการปกป้องลูกศิษย์ จะให้เธอทนเห็นไตรภพถูกทำร้ายได้อย่างไร

 

“ทหารอีกแล้ว เฮ้อ”

 

ไตรภพบ่นเบา ๆ ปัญหาเริ่มจะค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามาหลายประเด็นแล้ว เขาเองในฐานะของที่ปรึกษากองทัพจังหวัดน่าน ถ้าไปขัดแย้งกับกองทัพจังหวัดเชียงใหม่หละก็ คงส่งผลเสียตามมาต่อกองทัพจังหวัดน่าน พลตรีมนูญคงจะปวดหัวกับปัญหาที่เจอ

 

หลังจากกนกพรออกจากห้องไปแล้ว เขาได้โทรศัพท์ไปหาพลตรีมนูญ พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พลตรีมนูญควรจะรับรู้เอาไว้ เขาเชื่อลึก ๆ ว่าพลตรีมนูญย่อมยืนอยู่ข้างเขาแน่นอน เพราะพลตรีมนูญเป็นคนที่เที่ยงตรงและลูกผู้ชาย ย่อมไม่เกรงกลัวอิทธิพลมืดแบบนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 372 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #388 liversky (@liversky) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 13:21
    กลับมาเร็วๆๆๆน๊าคิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #388
    0
  2. #387 Paradox of chaos (@TaifonHydra) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 13:05
    อะต่อปายยย
    #387
    0
  3. #386 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 09:43
    thank u
    #386
    0
  4. #385 อัมพร? (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 08:32

    ขอบคุณค่ะ

    #385
    0