Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 39 : ฝึกกองทัพจังหวัด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 404 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

ไตรภพขับรถจนมาถึงกองทัพจังหวัด เมื่อทหารเฝ้าประตูเห็นจึงรีบเปิดให้ผ่านเพราะทางพลตรีมนูญได้แจ้งมาแล้วเกี่ยวกับการอนุญาตให้รถ VIOS ทะเบียน จ-5490 ป้ายแดง สามารถผ่านเข้าไปได้ในวันนี้

 

ชายหนุ่มขับมาตามทางที่ทหารเฝ้าประตูบอก จนกระทั่งเห็นลานกว้างคล้ายลานจอดเครื่องบินของกองทัพ มีเครื่องบินรบจอดอยู่สองรบ เครื่องบินโดยสารหนึ่งลำ เครืองบินขนาดเล็กสองลำ และเฮลิคอปเตอร์สองลำ เป็นมาตรฐานของกองบินแห่งกองทัพจังหวัดทั่วไปพึงมี

 

ไตรภพจอดรถหน้าโดมขนาดใหญ่ซึ่งมีเครื่องบินโดยสารจอดอยู่ เมื่อลงมาจากรถเห็นผู้ชายและผู้หญิงคนหนึ่งแต่งกายชุดทหารเต็มยศ หันมาตะเบ๊ะใส่ชายหนุ่ม

 

“สวัสดีครับพันเอกพิเศษไตรภพ ที่ปรึกษากองทัพจังหวัด ผม พันโทนนทกร หัวหน้ากองร้อยพิเศษ”

 

“สวัสดีค่ะ ฉัน ร้อยเอกหญิงริณมณี เลขาของพลตรีมนูญ จะรับหน้าที่มาเป็นเลขาของคุณชั่วคราวค่ะ”

 

ทั้งสองคนเอ่ยแนะนำตัวอย่างฉะฉาน สมศักดิ์ศรีของทหาร ไตรภพพยักหน้าทักทาย ก่อนที่จะเดินขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตามทั้งสองคนไป

 

“การไปที่อยู่ของกองร้อยพิเศษต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปประมาณสิบนาทีจากกองทัพจังหวัดค่ะ”

 

“อืม”

 

ไตรภพพยักหน้ารับคำอย่างสงบนิ่ง หลับตาคิดถึงบทเรียนต่าง ๆ ที่จะใช้สอนกองทัพจังหวัด เฮลิคอปเตอร์บินออกไปจากกองทัพจังหวัดทันที

 

พันโทนนทกรในฐานะหัวหน้ากองร้อยพิเศษผู้มีพลังฝีมือเข้มแข็งที่สุดในกองร้อย โดยอยู่ในขั้นปรับร่างกายระดับที่ 4 เป็นที่เคารพและยำเกรงในกองร้อยมาก

 

แม้จะได้ยินเรื่องเล่าลือของไตรภพมาจากพลตรีมนูญ หรือทหารในกองร้อยพิเศษจำนวนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มบุกกองทัพจังหวัดในคราวนั้น แต่เขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เรื่องนี้มันทำใจให้เชื่อลำบาก ใครเล่าจะสามารถทำการแบบนั้นได้

 

มือเปล่าต่อสู้กับทหารของพันเอกเสถียรนับร้อย สังหารทหารติดตามคนสนิทของพันเอกเสถียรที่มีฝีมือรองจากมันเล็กน้อยในพริบตา ทั้งยังสามารถรับหมัดที่ชกเต็มกำลังของพลตรีมนูญได้ถึงสิบหมัด เรื่องราวเหล่านี้มันเหมือนเรื่องแต่งเสียมากกว่า

 

 ห่างออกไปประมาณยี่สิบกิโลเมตรจากกองทัพจังหวัดน่าน พื้นที่ทางตอนเหนือสุดของเขตชายแดนจังหวัดถือเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรเข้ามาได้ยกเว้นการโดยสารทางอากาศ เหล่าทหารพิเศษที่ประจำการที่นี่มีทั้งหมด 150 คน 

 

กองร้อยพิเศษเป็นหน่วยทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพจังหวัดในแต่ละจังหวัด รวบรวมบรรดานักรบ หัวกะทิ ผู้คลั่งไคล้ในการฝึกตน มาอยู่ในกองร้อยแห่งนี้ ได้รับการคัดเลือกจากบททดสอบที่โหดและหินที่สุดในหลักสูตรทหาร

 

ทหารทุกคนที่จะเข้าประจำการในกองร้อยพิเศษได้จะต้องฝึกหลักสูตรรบพิเศษของทหารอย่างน้อย 4 หลักสูตร ซึ่งมีหลักสูตรการฝึกมากมาย อาทิ หลักสูตรมนุษย์กบ รีคอน เสือคาบดาบ คอมมานโด อรินทราช เป็นต้น

 

ทหารที่ผ่านอย่างน้อยสี่หลักสูตรจึงเป็นที่รับประกันได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและทางจิตใจขนาดไหน วันนี้ทั้งกองร้อยต่างเข้าแถวเป็นระเบียบอยู่ตรงลานจอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อรอครูฝึกคนใหม่

 

“รองหัวหน้า ครูฝึกคนใหม่ขี้โม้มั้ง มือเปล่าล้มทั้งกองร้อยเนี่ยนะ”

 

“เออ ฉันก็ว่ามันแปลก ๆ ผู้บังคับการคงแต่งเรื่องให้น่าเกรงขาม”

 

“ดีไม่ดีเป็นญาติของท่านนั่นหละ ให้มากินตำแหน่งพิเศษในกองทัพ”

 

“พวกเด็กเส้น เดี๋ยวจะจับรับน้องให้เข็ดเลย”

 

ทหารในแถวซุบซิบพูดคุยถึงเรื่องครูฝึกคนใหม่ กว่าครึ่งในกองร้อยไม่ได้เห็นถึงเหตุการณ์ในวันนั้น แม้คนที่อยู่ในเหตุการณ์จะออกมายืนยันก็ตาม

 

“เงียบ เราเป็นทหาร คำสั่งของผู้บังคับบัญชาถือเป็นที่สิ้นสุด”

 

รองหัวหน้ากองร้อยพิเศษตะเบ็งเสียงออกมา จนทหารกองร้อยพิเศษเงียบกริบ แม้เขาจะกล่าวไปแบบนั้น แต่ลึก ๆ เขาก็ยังคงรู้สึกเหมือนทหารอยู่ดี เดิมทีนั้นหัวหน้าที่ฝึกกองร้อยพิเศษจะเป็นหัวหน้ากองร้อยภายใต้การควบคุมของพลตรีมนูญ แต่อยู่ดี ๆ กลับมีตำแหน่งครูฝึกขึ้นมา

 

หากไม่ใช่เพราะคน ๆ นั้นแข็งแกร่งจริง ๆ ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทหารในกองร้อยพูดขึ้นมา นั่นคือ ครูฝึกที่มาใหม่เป็นเด็กเส้นของพลตรีมนูญ ให้บรรจุเข้ามาในกองทัพเพื่อรับตำแหน่งทางทหาร เพราะกรณีเช่นนนี้ในกองทัพจังหวัดอื่น ๆ ก็เคยมีมาก่อน

 

บนเฮลิคอปเตอร์ ไตรภพลืมตาขึ้นมองไปด้านล่าง เห็นทหารแต่งชุดฝึกยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบบริเวณที่จอดเฮลิคอปเตอร์

 

“อย่าพึ่งลงจอด”

 

 

“ทำไมหละครับ ?”

 

พันโทนนทกรซึ่งเป็นคนขับเฮลิคอปเตอร์เอ่ยถามไตรภพออกมา จะให้เขาทำอะไร จอดนิ่ง ๆ อยู่บนอากาศงั้นหรือ

 

“เดี๋ยวพวกคุณค่อยตามผมมา ผมไปก่อน”

 

“เดี๋ยวค่ะ”

 

ยังไม่ทันที่ร้อยเอกริณมณีจะห้ามปราม ไตรภพลุกขึ้นจากที่นั่งกระโดดออกจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 50 เมตร โคจรวิชากำลังตัวเบามังกรเทพเคลื่อนย้ายเพื่อลดแรงกระแทก

 

ปึก

 

ร่างของไตรภพยืนหยัดอยู่บนพื้นต่อหน้าบรรดาทหารทั้งกองร้อยอย่างมั่นคง ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งกองร้อย เพราะพวกเขาเองล้วนแต่มองไปที่เฮลิคอปเตอร์อยู่

 

“…”

 

บรรยากาศในพื้นที่เงียบไม่มีแม้แต่เสียงลมใด ๆ สายตาทุกสายตาในกองร้อยจ้องมองมาที่ชายหนุ่มรูปหล่อเป็นตาเดียว

 

“ผมพันเอกพิเศษไตรภพ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากองทัพและครูฝึกกองร้อยพิเศษ เรียกผมสั้น ๆ ว่าครูฝึกก็พอ”

 

 

ทหารทั้งกองร้อยยังไม่หายจากอาการตื่นตะลึง สายตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา จะมีมนุษย์คนใดบ้างที่สามารถกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งบินสูงอยู่เหนือพื้นดิน 50 เมตร แล้วยังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

 

“พวกคุณอาจจะกังขาในตัวผม ผมเข้าใจดี ตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเท่า ๆ กัน เดี๋ยวนี้!”

 

ไตรภพใช้พลังลมปราณกระแทกเสียงลงไป เสียงที่ออกไปแฝงไว้ด้วยพลังกระทบแก้วหูของทหารทุกคน พวกเขาคล้ายตื่นจากภวังค์รีบแบ่งแถวออกเป็นสี่กองทันที

 

“ช้าไป ให้แบ่งกลุ่มแค่นี้ใช้เวลามาก ! เข้าใจไหม”

 

“เข้าใจครับ”

 

ไตรภพแสร้งตำหนิการแบ่งกลุ่มที่ช้าของบรรดาทหารกองร้อยพิเศษ อันที่จริงการแบ่งกลุ่มก็ไม่ได้ช้าอะไร เพียงแค่สิบห้าวิเองเท่านั้น

 

“เลือกหัวหน้ากลุ่มออกมากลุ่มละหนึ่งคน เดี๋ยวนี้”

 

สิ้นเสียงของไตรภพ แต่ละกลุ่มมีอาสาสมัครเดินมาที่หน้ากลุ่ม เรียงหน้ากระดานสี่คน ยืนทำความเคารพไตรภพ

 

“ผมให้เวลาพวกคุณแค่สิบนาที ทุกคนต้องใส่เสื้อเกราะทั้งชุดของทหารหน่วยรบพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือ ไปได้”

 

ทหารทุกคนวิ่งหน้าตื่นทำตามคำสั่งของไตรภพทันที ตามระเบียบทหารแล้วแม้จะเกิดความสงสัยแต่ก็ไม่อาจจะสอบถามใด ๆ ต่อผู้บังคับบัญชาได้

 

ระยะเวลาไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาต่างยืนเข้าแถวตามเดินพร้อมด้วยชุดออกรบและอาวุธ น้ำหนักที่ถืออยู่ประมาณยี่สิบกิโลทุกคน

 

“จากนี้ไปในการฝึก ห้ามถอดชุดออกโดยเด็ดขาด”

 

ไตรภพเริ่มการฝึกทางกายโดยให้ทหารทุกคนวิ่งรอบพื้นที่ราว ๆ สิบกิโล จากนั้นเป็นพื้นฐานการฝึกความแข็งแกร่งทางร่างกายทั่วไป จนเวลาล่วงเลยไปในตอนเย็น

 

“การฝึกทั้งวันนี้เป็นแค่การวอมร่างกายเท่านั้น ฉันขอคนที่มั่นใจในฝีมือตัวเองก้าวออกมาข้างหน้าสิบคน!”

 

ทหารกองร้อยพิเศษที่มั่นใจในตัวเองเดินออกมาหน้าแถว เมื่อรวมกับบรรดาหัวหน้ากลุ่มด้วยจะกลายเป็นสิบสีคนทันที

 

“วางอาวุธปืนไว้ตรงนั้น ไปหยิบมีดสั้นคนละสองเล่ม ถือไว้ทั้งมือซ้ายและมือขวา”

 

ทั้งสิบสี่คนวางปืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน หยิบมีดพกจากข้างลำตัวออกมาพร้อมกับหยิบยืมทหารในกลุ่มของตนเองอีกคนละหนึ่งเล่ม

 

“ครูฝึกจะทำอะไรวะ”

 

“นั่นดิ แต่ฉันเหนื่อยหวะ ไม่ไหว นี่มันฝึกหนักกว่าหลักสูตรรบพิเศษอีกนะ ขนาดแค่วันเดียว”

 

“แบกเสื้อเกราะอาวุธวิ่งสิบกิโล ดันพื้นด้วยกำปั้นห้าร้อยครั้ง Plank 30 นาที สะพานโค้ง 30 นาที ฯลฯ นี่มันโหดชิบ!”

 

ทหารในกองร้อยพิเศษซุบซิบบ่นเกี่ยวกับการฝึกหนักของไตรภพ แม้ร่างกายของพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามาก โดยค่าเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่พวกเขาจะอยู่ในขั้นปรับร่างกาย ระดับที่ 1-2 ไม่อาจจะก้าวข้ามไปอีกขั้นได้

 

“พวกคุณทั้งสิบสี่คนใช้อาวุธเข้ามาจู่โจมผมได้เลย อย่าออมมือเด็ดขาด เพราะผมจะไม่ออมมือให้พวกคุณเช่นกัน”

 

“แต่ครูฝึกครับ”

 

“ไม่มีแต่ เริ่มได้”

 

แม้หนึ่งในทหารนั้นพยายามจะทักท้วง แต่ก็ไม่เกิดผล ไตรภพยังยืนยันในคำสั่ง พวกเขาเลี่ยงไม่ได้จึงทำตามคำสั่งของครูฝึก พุ่งเข้าหาไตรภพคราวเดียว

 

“โทษผมไม่ได้นะครับ”

 

“แม้ครูจะเก่ง แต่สู้กับทหารหน่วยรบพิเศษสิบสี่คนแบบถืออาวุธด้วยมือเปล่า มันจะไม่อวดดีเกินไปหน่อยหรอ”

 

“ฉันจะแสดงให้ดูว่าหน่วยรบพิเศษมีความเข้มแข็งยังไง”

 

พวกเขาเหล่านั้นแม้จะทำตามคำสั่งของไตรภพ แต่ก็มีความไม่พอใจหลายอย่างเกี่ยวกับชายหนุ่ม เพราะไตรภพให้พวกเขาฝึกหนักมาก ไม่แสดงการสอนใด ๆ ออกมาเลย เหมือนกับสั่งปากเปล่าเท่านั้น จะไม่ให้พวกเขาเกิดความรู้สึกไม่ดีได้อย่างไร

 

ฟึบ

 

ฟึบ

 

มีดหลายเล่มแทงเข้ามาที่ไตรภพ ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย สามารถหลบได้ทุกทิศทางสร้างความตกใจให้กับทั้งสิบสี่คน

 

“ลุยต่อ”

 

พอได้สติ ทั้งสิบสี่คนรีบสลับกันโจมตีไตรภพต่อ ชายหนุ่มเริ่มที่จะตอบโต้บ้างแล้ว เขาใช้มือเปล่ากระแทกไปที่ข้อมือของทหารจนมีดกระเด็นหลุดออกมา จากนั้นไตรภพได้ใช้ศอกทั้งสองข้างกระแทกไปที่ใบหน้าของทหารสองคนกระเด็นออกจากวงต่อสู้ไป

 

“อย่าเหม่อ”

 

ไตรภพรีบใช้เท้าถีบไปที่หน้าท้องของทหารอีกคน ก่อนที่ขาอีกข้างจะกลับตัวเตะทหารที่กำลังพุ่งเข้ามาจากทิศทางด้านหลัง

 

ผลั่วะ

 

ทหารสองคนนั้นแน่นิ่งไปเช่นกัน ไม่อาจจะลุกยืนขึ้นได้ เพียงพริบตาเดียวเหลือทหารเพียงแค่สิบคน จากสิบสี่คนเท่านั้น

 

“ทหารหน่วยรบพิเศษมีแรงแค่นี้ ? แล้วจะไปสู้กับกองทัพอื่นได้ยังไง เข้ามา!!!”

 

ไตรภพเอ่ยท้าทายทหารที่ยังเหลือ ทำให้พวกเขาพุ่งเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไตรภพลองใช้กระบวนท่าที่สองของหมัดเทพอสูรโดยใช้พลังลมปราณเพียงแค่สองส่วน กระบวนท่านี้มีนามว่า “อสูรวายุ” 

 

ทหารทั้งสิบคนเห็นหมัดของไตรภพมีมากจนนับไม่ถ้วน แผ่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาจนลายตาไปหมด ลมที่พัดมาจากไหนไม่รู้ทำให้ฝุ่นบริเวณนั้นฟุ้งกระจาย บดบังวิสัยทัศน์ในการมองสนามต่อสู้

 

เพียงระยะเวลาไม่นาน ฝุ่นค่อย ๆ จางลงพร้อมกับภาพที่น่าเหลือเชื่อ ทหารทั้งสิบสี่คนล้มลงกับพื้นทั้งหมด บรรดาทหารที่อยู่ในแถวยืนมองตาค้าง

 

“หากนี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง พวกคุณคงตายไปไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว!!!”

 

จากระยะเวลาการประลองเมื่อครู่พึ่งจะผ่านพ้นมาแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น หนึ่งนาที!!! ชายหนุ่มสามารถล้มทหารหน่วยรบพิเศษที่ถืออาวุธได้ถึงสิบสี่คน

 

“นะนี่!!!!!!!!!!”

 

“………………..”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 404 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #164 karnkasamson (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:49
    สนุกมากกกกกกกครับไรท์ เป็นกำลังใจให้ครับ
    #164
    0
  2. #163 Acame777 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 18:54

    50 เมตร? น้อยไป~ คราวหน้าโชว์กระโดดจากชั้นบรรยากาศโลกเลยพี่
    #163
    0
  3. #162 somwangmona (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 16:40

    ต่อเถอะครับขอวันล่ะ2-3ตอนก็ได้ครับมันค้างงงงงงง
    #162
    0
  4. #160 Ace_Shadow (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:33
    ฉากนี้มัน เฉินฟาน ๕๕๕
    #160
    0
  5. #159 chinhan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:22
    นึกถึงฉากโดดฮอในตำนาน ของเฮียเฉินฟานเลย
    #159
    0
  6. #158 yukai (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:21

    ขอบคุณ
    #158
    0
  7. #157 ozonezero (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 08:36
    ต่ออีกๆ
    #157
    0
  8. #156 aimjunggm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 08:01
    เป็นไงล่ะ-พวกทหารปากดี
    #156
    0
  9. #155 0612549913 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 07:25

    ถ้ารักกันจริงก็มาอีกตอนเหอะ
    #155
    0
  10. #154 200130923 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 07:23
    นะนิ?!?!?!
    #154
    0
  11. #153 ping20 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 07:21

    คือดี มาต่ออีกไวๆนะครับ ขอบคุณครับ
    #153
    0