Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 38 : เป้าหมายเริ่มชัดเจน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 383 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

เช้าวันจันทร์ไตรภพมาเรียนที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดเช่นเดิม การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับไตรภพ หลังจากที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษจนแตกฉานแล้ว ในการเรียนการสอนในห้องของอาจารย์กนกพร ไตรภพกลับเข้าใจทุกคำที่เธอสอน

 

หลังเลิกเรียนไตรภพยังคงมาเรียนพิเศษกับกนกพรเช่นเดิม ในวันนี้ชายหนุ่มสังเกตว่าใบหน้าของอาจารย์สาวดูอิดโรย ไม่สดชื่นเหมือนที่เคยเจอ

 

“อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่าครับ เห็นสีหน้าไม่ค่อยดี”

 

“หืม”

 

กนกพรรีบส่องกระจกดูใบหน้าของเธอ ขอบตาคล้ำเหมือนอดหลับอดนอน ทั้งยังมีสิวขึ้นหนึ่งเม็ดที่บ่งบอกถึงความเครียด 

 

“แน่นอนสิ ฉันพึ่งขับรถมาจากเชียงใหม่ตอนตีสามครึ่ง มาถึงจังหวัดน่านเจ็ดโมงกว่า แล้วเตรียมตัวสอนเลย”

 

“อาจารย์ไปทำอะไรเชียงใหม่ ? เที่ยวกับแฟนหรอครับ”

 

ไตรภพหยอกล้ออาจารย์สาว ไถ่ถามด้วยความสงสัย กนกพรแยกเขี้ยวหันมาค้อนให้กับลูกศิษย์ตัวดี

 

“ฉันยังไม่เคยมีแฟนย่ะ”

 

“เอ๋ ไม่มีแฟน หรือ ไม่เคยมีแฟนนะครับ ได้ยินไม่ถนัด”

 

“ไม่ต้องมาลามปามฉันเลย เรียนหนังสือได้แล้ว วันนี้เรียนวิชาคณิตนะ ฉันจะสอนเธอตั้งแต่พื้นฐานเหมือนเดิม”

 

ทั้งสัปดาห์ไตรภพได้เรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์จนแตกฉานเช่นเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ จนกนกพรค่อนข้างภาคภูมิใจในการสอนของเธอ

 

“หนึ่งร้อยคะแนนเต็มอีกแล้ว ฉันอยากให้ถึงตอนสอบตรงมหาวิทยาลัยเฉพาะทางเร็ว ๆ จังเลย”

 

“เพราะอาจารย์สอนดีนั่นหละครับ”

 

“ไม่ต้องมาชมฉันเลย เดี๋ยวเถอะ”

 

กนกพรหันมาค้อนใส่ไตรภพ ชายหนุ่มหัวเราะ ยิ้มให้กับหญิงสาว อันที่จริงการเจอกันทุกวันสองอาทิตย์ติดก็ค่อย ๆ สร้างความผูกพันให้กับทั้งคู่อย่างไม่รู้ตัว

 

ไตรภพลับไปที่หอพักชั้น 9 เห็นเพื่อนรักทั้งสองคนกำลังเล่นเกมส์ ROV อยู่เช่นเดิม ทั้งคู่เมื่อเห็นไตรภพจึงทักทายชายหนุ่ม

 

“ไง ภพ เรียนกับอาจารย์สุดสวยอีกแล้วใช่ไหม เป็นไงบ้าง ?”

 

“เป็นไง ? ก็ดีนะ ฉันชวนพวกนายสองคนมาเรียนด้วย ทำไมไม่มา”

 

“ให้พวกฉันไปเรียน นายฝันไปเถอะ”

 

วัศพลส่ายหัวตอบปฏิเสธเพื่อนทันที เขาและทัดดนัยเกลียดการเรียนหนังสือเป็นอย่างมาก แม้ว่าอาจารย์จะสวยแค่ไหนก็ตาม แต่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องเรียน มันไม่คุ้มที่จะแลกกัน

 

“แล้วพวกนายอยากจะเรียนคณะอะไรกัน รัฐศาสตร์ ? หรือ บริหารธุรกิจ ?”

 

ไตรภพเอ่ยถามเพื่อนทั้งสองคน คาดเดาคณะที่ทั้งคู่จะเรียน เนื่องจากทั้งสองคนล้วนเป็นลูกของรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งยังมีธุรกิจส่วนตัว

 

“ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน”

 

“ใช่ ฉันก็ยังไม่ได้คิด”

 

วัศพลและทัดดนัยเอ่ยตอบมาเป็นเสียงเดียวกัน เพราะพวกเขาเองยังไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอะไร เป็นไปในทิศทางไหนเลย มันเป็นแค่วัยที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่มหาวิทยาลัยเฉพาะทางเท่านั้น

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ วันนี้ฉันอยากไปกินข้าวบ้านนาย”

 

“บ้านฉัน ?”

 

“ใช่ ฉันอยากไปกินเหมือนไอวัศพลนั่นหละ ได้ข่าวว่าที่บ้านนายเปิดร้านอาหาร”

 

“ก็ได้ งั้นพวกนายไปส่งฉันแล้วกัน ฉันกำลังจะกลับพอดี”

 

ไตรภพเก็บของในห้องขนไปขึ้นรถ BMW ของวัศพล ทั้งสามคนขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย เพียงสิบนาทีก็มาถึงหน้าลานจอดรถข้างร้านครัวช่อผกา

 

“นี่บ้านนายหรอ ?”

 

“ใช่ ทำไมหรอ”

 

“มันหรูหราไปรึเปล่าวะเนี่ย มีลานจอดรถด้วย”

 

รถ BMW เลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถ ซึ่งมีที่กั้นและพนักงานยืนขวางอยู่ วัศพลลดกระจกลง หันไปมองพนักงานคนนั้น

 

“ร้านใกล้ปิดแล้วนะครับ วันนี้ไม่น่าจะทัน”

 

“นี่ฉันเอง”

 

“บะ บอส!”

 

ไตรภพยื่นหน้าจากเบาะหลังออกไป พลางพูดให้พนักงานได้ยิน เขาจึงรีบเปิดที่กั้นโบกรถให้ไตรภพด้วยความเคารพ

 

‘ห้ามจอด’

 

‘ห้ามจอด’

 

‘ห้ามจอด’

 

ในลานจอดรถมีพื้นที่กว้างขวาง มีที่บังแดดบังฝนอย่างดี ตีเส้นเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถรองรับการจอดรถได้ประมาณยี่สิบคัน ติดทางเข้าของประตูมีช่องจอดรถที่ขึ้นป้ายว่า ‘ห้ามจอด’ อยู่สามที่ สองคันนั้นเป็นรถ Toyota Vios และ Benz E Coupe ป้ายแดง ส่วนอีกที่หนึ่งยังเว้นว่างไว้

 

“นายจอดช่องนี้หละ”

 

ไตรภพชี้ให้วัศพลจอดในช่องที่ว่างอยู่ ปกติจะเว้นเอาไว้ในกรณีญาติพี่น้อง หรือ คนสนิท ในกรณีที่จอดรถเต็ม นี่เป็นแนวคิดการจัดระเบียบของกานติมา

 

“เข้ามาสิ”

 

ไตรภพเดินนำหน้าเพื่อนทั้งสองคนเข้ามาในร้านอาหาร ทันทีที่ทั้งสองเข้าเข้ามาต่างอุทานด้วยความชื่นชม บรรยากาศการตกแต่งของร้าน ทั้งยังกลิ่นหอมของอาหารที่โชยออกมาจากโต๊ะข้าง ๆ และในครัว

 

“พี่ชาย!!!”

 

มะลิวิ่งออกมาจากในครัวกอดไตรภพด้วยความคิดถึง ลูกค้าในร้านเริ่มจะน้อยลงเพราะร้านกำลังจะปิด ทำให้มะลิมีเวลาว่างจากครัว

 

“ไตรภพกลับมาแล้วหรอ แล้วนั่นใครหละลูก ?”

 

ช่อผกาเดินตามมะลิออกมาเช่นกัน มองผู้เป็นลูกชายด้วยความดีใจ พลางเห็นชายหนุ่มวัยเดียวกับไตรภพยืนข้าง ๆ จึงเอ่ยทักทาย

 

“นี่เพื่อนของผมครับ ชื่อวัศพล และ ทัดดนัย ส่วนนี่แม่ของฉันเอง”

 

 

“สวัสดีครับคุณแม่”

 

“สวัสดีครับ”

 

วัศพลและทัดดนัยยกมือไหว้ช่อผกา หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จช่อผการีบไปเตรียมอาหารให้กับทุกคน เพียงระยะวเลาแค่สิบนาที อาหารก็วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

 

“โอ้โห น่ากินทั้งนั้นเลย”

 

“ไม่เกรงใจแล้วนะครับ”

 

หลังจากได้กลิ่นอาหาร ทั้งสองคนรีบตักใส่จานกินอย่างไม่เกรงใจ คงเป็นเพราะไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่กลางวัน ไตรภพตักกินช้า ๆ หันมองรอบร้านเหมือนจะหาใครบางคนอยู่

 

“แล้วพี่กานไปไหนครับ ไม่เห็นเลย”

 

“อ่อ กานออกไปซื้อของด้านนอกหนะ เดี๋ยวก็คงกลับมา”

 

ขณะที่ช่อผกากำลังพูด กานติมาได้เดินเข้ามาในร้านพอดี มะลิรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาวช่วยถือของที่กานติมาถือมา

 

“ฉันคิดว่านายจะไม่กลับบ้านกลับช่องแล้วซะอีก”

 

กานติมาเมื่อเจอหน้าไตรภพอดแซวขึ้นมาไม่ได้ สองหนุ่มเพื่อนซี้รีบหันขวับไปหากานติมา ทิ้งช้อนส้อมลงในจานข้าว

 

“เฮ้ย ใครวะเพื่อนโครตสวยเลย”

 

“นั่นดิ สวยไม่แพ้อาจารย์กนกพรเลย”

 

วัศพลและทัดดนัยเหม่อมองใบหน้าคมเข้มของกานติมาด้วยความหลงใหล จนลืมที่จะกินอาหารตรงหน้า

 

“นี่ พี่กาน เป็นพี่สาวของมะลิ ลูกบุญธรรมแม่ของฉันเอง”

 

หลังจากแนะนำตัวเสร็จ ทั้งสองคนรีบเข้ามาจอแจกานติมา จนไตรภพต้องลากทั้งคู่ออกมานอกบ้าน สร้างความหัวเราะให้กับสมาชิกในบ้าน

 

“กลับไปได้แล้วพวกนายนี่ มายุ่งวุ่นวายเรื่องผู้หญิงอยู่ได้”

 

“แกมีสาวสวยขนาดนี้อยู่ในบ้านทำไมไม่บอกวะ รู้งี้ฉันมาตั้งแต่วันแรกแล้ว”

 

“นั่นดิ แกจะกินรวบหมดเลยหรอวะ ทั้งอาจารย์กนกพร และพี่กาน”

 

วัศพลและทัดนัยอดแซวไตรภพไม่ได้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างเหลืออดกับปากของเพื่อนสนิท ไล่ให้ทั้งสองคนกลับไปทันที

 

“ไว้เจอกันวันจันทร์“

 

“เคร บายเพื่อน”

 

หลังจากทั้งสองคนออกจากบ้านไตรภพแล้ว ชายหนุ่มได้เข้าไปที่บ้านเพื่ออยู่กับครอบครัวและพักผ่อน หลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ไตรภพออกจากบ้านแต่เช้าเพราะวันนี้เป็นวันที่สัญญากับพลตรีมนูญเอาไว้เรื่องที่จะฝึกฝนกองร้อยพิเศษ ในหัวสมองของไตรภพคิดเรื่องการฝึกต่าง ๆ ในหัวมากมาย

 

“อืม ถ้าอยากจะสร้างกองกำลังให้แข็งแกร่ง ต้องให้ทุกคนกินยาทลายชีพจร หลังจากนั้นต้องฝึกเพลงหมัดมังกร 4 ทิศ”

 

เพลงหมัดมังกร 4 ทิศ เป็นเพลงหมัดขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับคนธรรมดาที่ไม่สามารถฝึกการบ่มเพาะได้ในโลกก่อน แม้กระบวนท่าจะพลิกแพลงได้แค่สี่ท่า แต่กลับใช้อวัยวะภายนอกทุกส่วนในร่างกายขยับเขยื้อนเพื่อพิชิตศัตรู

 

หากนำเอาเพลงหมัดมังกร 4 ทิศ มาใช้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายทั่วไป ย่อมทำให้ผู้ฝึกโดดเด่นด้วยการโจมตีโดยไม่ใช้อาวุธ เพราะการเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากร่างกายภายนอกสามารถทำร้ายคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาดและรุนแรง

 

“เอาเพลงหมัดมังกร 4 ทิศนี่หละที่ไปสอน คงจะพอเสริมความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี หากไม่ใช่กองกำลังของเราเอง คงไม่กล้าที่จะสอนวิทยายุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่านี้หรอก”

 

เป้าหมายของไตรภพคือการบรรลุลมปราณชนชั้นสีเหลือง อันเป็นพลังลมปราณที่โลกใบนี้สามารถรองรับได้ จะทำให้เขาสามารถเดินทางข้ามดวงดารากลับไปยังห้วงสุริยะอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาจะกลับไปแก้แค้นราชันย์แห่งดวงดาราทั้งเจ็ดที่ทำร้ายเขา

 

“คนที่น่าตายที่สุดคือเจ้า”

 

ไตรภพเอ่ยอย่างเครียดแค้นเมื่อนึกถึงภรรยาในอดีต ผู้ซึ่งบอกเบาะแสของเขาให้กับราชันย์แห่งดวงดาราต่าง ๆ มาสังหารเขาในวันที่เขากำลังจะบรรลุพลังลมปราณเหนือชนชั้นสีรุ้ง

 

“ก่อนอื่นเราต้องสร้างกองกำลังขึ้นมาเพื่อครองโลกใบนี้ หาทรัพยากรการบ่มเพาะ นำพากองทัพไปแก้แค้น!!!”

 

ไตรภพพึมพำเป้าหมายด้วยความมุ่งมั่น อีกสองอาทิตย์จะถึงงานประมูล เขาจะต้องนำเอาโสมหิมะอายุพันปีมาเพื่อบ่มเพาะให้ได้ จะเป็นเวลาเดียวกับภัตตาคารจักรพรรดิเสร็จพอดี กองกำลังของเขากำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 383 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #238 ณัฐวดี (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 11:42

    ขอบคุณมากคะ

    #238
    0
  2. #235 biskitezii (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 11:18
    แค้นนี้ต้องชำระ
    #235
    0
  3. #150 0612549913 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 08:43
    ขออีกตอนนะ มันค้างคามันรู้สึกว่าอ่านไม่เต็มอิ่มอ่ะ
    #150
    0
  4. #149 kcwindy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 07:30
    บ้านๆๆๆ30ล้านทวงๆๆๆ
    #149
    1
    • #149-1 mmols123(จากตอนที่ 38)
      15 กรกฎาคม 2563 / 12:12
      ไรท์ ลืมแน่เลย
      #149-1