Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 29 : เตรียมพร้อมเปิดร้านอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 423 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

มื้ออาหารเย็นที่บ้านไตรภพเป็นไปด้วยความอิ่มเอมทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ สมาชิกภายในบ้านเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นั่นคือกานติมา ส่วนเจ้าตัวน้อยมะลิ ยังคงชอบการกินเหมือนเดิม เติมข้าวไปถึงสองจาน สร้างความเอ็นดูให้กับช่อผกาที่เป็นผู้ทำอาหาร

 

“ไตรภพ เราจะใช้ชื่อร้านว่าอะไรดีหละ”

 

“ไม่รู้สิครับแม่ ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องแบบนี้เท่าไหร่”

 

ไตรภพเอ่ยตอบตามตรง การตั้งชื่อร้านอาหารสมัยนี้เขาไม่คอยจะชำนาญ คุ้นเคยคำศัพท์ของยุคปัจจุบัน หากให้เขาตั้งคงไม่พ้น ‘ร้านอาหารจักรพรรดิ’ ‘เหลาหมื่นสุรา’ 

 

“หนูว่าเอาชื่อ ครัวช่อผกา ดีไหมคะ เป็นชื่อคุณป้า”

 

กานติมาเสนอความคิดขึ้นมาระหว่างบทสนทนา เธอคิดถึงชื่อร้านอาหารที่เหมาะกับร้านแห่งนี้มากที่สุด ไอเดียการนำเอาชื่อตัวเองใส่ไปที่ชื่อร้านอาหารเป็นอะไรที่คนนิยมมาก

 

“จะดีหรอ ? ป้าว่ามันแปลก ๆ นะ”

 

“หนูว่าดีนะคะ คุณแม่”

 

“ใช่ครับ แบบนี้มะลิบอก แม่อยากเปิดร้านอาหารอยู่แล้ว ชื่อ ครัวช่อผกา เหมาะสมที่สุดแล้วครับแม่”

 

ทุกเสียงสนับสนุนชื่อร้านอาหารขึ้นมา จนได้มติเป็นเอกฉันท์ใช้ชื่อร้านว่า ‘ครัวช่อผกา’ หลังจากคิดชื่อได้แล้วทุกคนต่างช่วยกันวางแผนร้านอาหาร

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนวันเปิดเทอมหนึ่งวัน โครงการร้านอาหารเริ่มเป็นรูปเป็นร่างจนแทบจะเสร็จสมบูรณ์ ตลอดหลายวันมานี้มีการเปลี่ยนแปลงในร้านครัวช่อผกามากมาย ยกตัวอย่างเช่น เมนูอาหาร  การวางระบบคิว การคิดเงินลูกค้า เป็นต้น

 

ในทุก ๆ ตอนค่ำ กานติมามักจะสอนพิเศษมะลิด้วยความเข้มงวด ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกันหลายปีเริ่มค่อย ๆ ฟื้นฟู สายใยแห่งพี่น้องเป็นความอบอุ่นและอ่อนโยน ทำให้พวกเธอสองคนใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้อย่างมีความสุขมาก

 

ในวันนี้ช่อผกายังคงวุ่นวายกับการจัดร้านอาหาร โดยมีมะลิคอยเป็นลูกมือ พรสวรรค์ในการจดจำสิ่งต่าง ๆ ของมะลิเป็นที่น่าทึ่งอย่างมาก นับตั้งแต่ทะลวงชีพจรต่าง ๆ และรักษาชีพจรหงส์น้ำแข็ง ซึ่งไตรภพไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะพรสวรรค์ของชีพจรหนึ่งในพันล้านนี้ ถือว่าปกติ

 

“ไตรภพ แม่กับมะลิ ยังพัฒนาสูตรอาหาร รวมถึงระยะเวลาในการทำอยู่เลย ลูกกับกานติมาไปซื้อของที่ห้างเถอะลูก”

 

“พี่ไตรภพ พี่กาน รีบกลับมานะ”

 

สองแม่ลูกกล่าวขณะกำลังวุ่นกับการทำอาหารในครัวอย่างขะมักเขม้น กานติมาได้แต่ท้อแท้ในทักษะการทำอาหารที่สู้น้องสาวตัวน้อยของเธอไม่ได้ จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นพนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ และแคชเชียร์ ให้ดี

 

“ได้ครับแม่ มะลิ เดี๋ยวพี่รีบกลับมา”

 

“ค่า หนูรอนะ”

 

ไตรภพรับก่อนที่จะเดินนำหน้ากานติมาออกไปนอกบ้าน โดยหญิงสาวรีบถือกระเป๋าเดินตามชายหนุ่มไปทันที วันนี้ไตรภพหยิบกุญแจเมอซิเดสเบนซ์ E Coupe มา เนื่องจากไม่ได้ขับมานานหลายวัน กลัวเครื่องจะมีปัญหา

 

“รถนี่ของนายหรอ”

 

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ รีบขึ้นรถสิ”

 

เมอร์ซิเดสเบนซ์ E Coupe สีดำ แล่นออกจากลานจอดรถด้วยความรวดเร็ว เพียงระยะเวลาไม่นานมากนัก ทั้งสองคนก็ได้มาถึงห้างสรรพสินค้า

 

“ลิสต์ที่จะซื้อมีอะไรบ้างนะ”

 

“Ipad 11 เครื่อง แล้วก็ Iphone ของนาย”

 

“Ipad นี่ฉันพอเข้าใจนะ ที่เธอเสนอแม่ฉันว่าจะให้ลูกค้าสั่งอาหารจาก Ipad ไปยังห้องครัวได้ แต่ Iphone ของฉันนี่คืออะไร ?”

 

ไตรภพงุนงง ในตัวกานติมา ก่อนหน้านี้เธอเสนอไอเดียที่จะให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจาก Ipad บนโต๊ะอาหารได้ เพื่อลดการใช้พนักงาน ทั้งยังช่วยให้การสั่งอาหารเป็นไปอย่างแม่นยำ แต่โทรศัพท์มือถือของเขาไม่เคยพูดถึงมาก่อน

 

“ก็นายใช้โทรศัพท์ Samsung รุ่นเก่าแบบนี้ ติด ๆ ดับ ๆ ฉันก็เลยอยากซื้อใหม่ให้”

 

“ซื้อให้ฉัน ?”

 

 

“ใช่ จะถามอะไรเยอะแยะ ซื้อให้ก็ซื้อให้สิยะ”

 

กานติมาไม่รอให้ไตรภพยิงคำถามอะไรกับเธออีก ดึงข้อมือของชายหนุ่มให้ตามเธอมา ไปยัง I Studio ซึ่งเป็น Shop ของ Apple โดยตรง มีพนักงานสาวออกมาต้อนรับ

 

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

 

พนักงานสาวสบตากับไตรภพ รู้สึกเขินอาย เธอเองก็เคยเจอผู้ชายหน้าตาดีมามาก แต่ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหมือนกับพระเอกละคร ทั้งสายตาที่คมกริบอันทรงเสน่ห์นั้นอีก จนเธอไม่อยากจะถอนสายตาจากเขา

 

“คุณครับ คุณ”

 

ไตรภพพยายามเรียกพนักงานต้อนรับซึ่งกำลังตกอยู่ในภวังค์ จนกานติมาทนไม่ไหว กระแตกไตรภพไปข้างหลัง เรียกพนักงานด้วยเสียงใส

 

“คะ ?”

 

“ฉันบอกว่า ต้องการ Ipad Pro สีดำ จำนวน 11 เครื่อง 512 Gb และ Iphone รุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมาสีทอง ขอความจุเยอะที่สุดด้วยนะคะ 1 เครื่อง”

 

“หะ ? ว่าอะไรนะคะ”

 

พนักงานได้สติจากการเรียกของกานติมา กลับตกตะลึงอีกครั้งหลังจากได้ยินรายการที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งกานติมาก็ได้ทวนอีกครั้งหนึ่ง 

 

“ดะ ได้ค่ะ คุณลูกค้ารอตรงนี้นะคะ ฉันจะรีบไปดำเนินการให้ทันที”

 

ด้วยความเป็นมืออาชีพของพนักงาน เธอจึงรีบไปเตรียมสินค้าทันที เมื่อกานติมาและไตรภพเช็คสินค้าทุกอย่างแล้วจึงได้จ่ายเงินแล้วออกจาก I Studio

 

“ต่อไปนี้ จะให้คุณป้ามาบ่นไม่ได้แล้วนะว่านายไม่ค่อยรับสาย”

 

“รู้แล้วหละหน่า ว่าแต่ไม่ชินเลยเครื่องนี้”

 

ไตรภพมองโทรศัพท์ในมืออย่างไม่คุ้นชิน โทรศัพท์ดูหรูหราจนเกินไป โดยเฉพาะตอนที่เห็นราคาในใบเสร็จ ชายหนุ่มยิ่งตกใจ โทรศัพท์มือถืออะไรเครื่องหนึ่งห้าหมื่นกว่าบาท

 

หลังจากที่ทั้งสองคนกำลังเข็นของเพื่อนำไปเก็บที่รถ ได้มีรถเข็นคันหนึ่งชนเข้ากับรถเข็นที่ขน Ipad พอดี จนทำให้สิ่งของในรถเข็นอีกฝ่ายหล่นลงมากระแทกพื้น

 

“เข็นยังไงของแก ดูสิสินค้าของฉันเสียหายหมด แกมีปัญญาใช้หรือไง ?”

 

ชายสวมใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทด์ก้มลงเก็บกระเป๋าแบรนด์เนมซึ่งมันพึ่งจะซื้อมาจาก Shop ขึ้นมา มองไปที่คู่กรณีอย่างโกรธเคือง

 

“ขอโทษนะคะ”

 

กานติมาเอ่ยขอโทษตามมารยาท ที่จริงแล้วเธอไม่ได้ผิดอะไร เพราะเธอเห็นคู่กรณีมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาเดินเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้ไม่ระวังจนชนกับรถเข็นของเธอ

 

“คุณชื่ออะไรครับ ผมชื่อ ดร.กฤษฎา เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอครับ นี่นามบัตรผม”

 

ชายแว่นขาวพูดด้วยความคล่องแคล่ว ที่แท้ผู้ชายคนนี้คือ กฤษฎา อาจารย์ที่ปรึกษาห้องของไตรภพนั่นเอง ด้วยนิสัยที่เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม เมื่อมองใบหน้าสวยคมของกานติมา จึงตกหลุมรักทันที

 

“เอ่อ”

 

กานติมามีใบหน้ารังเกียจผู้ชายคนนี้ ดูลักษณะท่าทางเหมือนเสือผู้หญิง ทั้งยังกล่าววาจาแทะโลมกับเธอ ทั้ง ๆ ที่พึ่งจะเจอกัน

 

“มากับฉันเถอะ ฉันขับรถ BMW Series 1 นะ”

 

กฤษฎาพูดพลางเอารีโมทจากกระเป๋าขึ้นมากดเปิดรถ เป็นรถ BMW Series 1 คันสีน้ำเงิน จอดอยู่ข้างรถของไตรภพพอดิบพอดี

 

“อย่าไปสนใจไอหื่นกามนี่เลย กลับบ้านเถอะ”

 

ไตรภพไม่อยากจะสนใจกฤษฎา เดินเข็นรถเข็นไปยังด้านหลังรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ E Coupe ที่จอดข้าง ๆ รถของกฤษฎา

 

“ไอเด็กเวร แกว่าใครวะ”

 

ไตรภพไม่ได้ตอบกฤษฎา เปิดหลังรถออก หยิบของใส่ไปที่หลังรถ ซึ่งกฤษฎาได้แต่ยืนอึ้ง ๆ ที่เด็กหนุ่มตรงหน้าขับรถรถ E Coupe สองประตู ราคาเกือบห้าล้านบาท แม้มันจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งเงินทุกอย่างรวมกันแล้วก็ประมาณหกหมื่นบาท ก็ไม่สามารถผ่อนรถยนต์คันนี้ได้

 

รถแล่นออกไปต่อหน้ากฤษฎาที่กำลังยืนตาค้างมองอยู่ มันแค้นใจเด็กหนุ่มมาก จำใบหน้าเอาไว้ ตัวสั่นเทาอย่างโกรธเคือง ตัวมันเองไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน

 

“อย่าให้ฉันเจอแกแล้วกัน”

 

กฤษฎาสบถออกมา ก่อนที่จะหยิบของจากรถเข็น ขับรถ BMW ของตนออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาจำไตรภพไม่ได้ แม้จะเคยเจอกันในวันลงทะเบียนเรียนเพราะจำนวนเด็กในห้องเยอะเกินไป

 

ในรถของไตรภพ ชายหนุ่มขับรถชิว ๆ ฟังเพลงเบา ๆ พลางมองบรรยากาศที่รถขับผ่านด้วยความผ่อนคลาย กานติมาจึงเอ่ยถามขึ้น

 

“นายไปทำแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก”

 

“หมอนั่นเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาฉันที่มหาวิทยาลัย”

 

“นายรู้ทั้งรู้ ยังไปหาเรื่องใส่ตัวอีก”

 

กานติมาบ่นไตรภพอย่างช่วยไม่ได้ หมอนี่ไม่ห่วงตัวเองเลย อีกฝ่ายเป็นถึงอาจารย์ที่ปรึกษา อย่างไรก็ต้องเจอกันในห้องเรียน

 

“เหอะ หมอนั่นมีอะไรกับนักศึกษาเพื่อแลกเกรด ทำนักศึกษาท้อง จ้างทำวิทยานิพนธ์ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในมหาวิทยาลัย คนแบบนั้นมีอะไรดี”

 

“…”

 

 

 

กานติมาไม่ต่อล้อต่อเถียงไตรภพอีก เธอจึงสงบคำไม่บ่นชายหนุ่มอีก ไม่ว่าจะที่ใดล้วนแต่มีมารสังคมที่บ่อนทำลายวงการแต่ละวงการอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่วงการศึกษา

 

หลังจากที่กลับมาที่บ้าน ทุกคนต่างช่วยกันเตรียมร้านอาหารต่อ โดยไตรภพได้ช่วยกานติมาวาง Ipad แต่ละโต๊ะ ทั้งยังลองระบบการสั่งอาหาร ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี 

 

ในตอนค่ำวันนี้อาหารดูหลากหลายและเยอะกว่าในทุก ๆ วัน เนื่องจากช่อผกาและมะลิได้ลองทำอาหารหลายอย่าง จะทิ้งก็เสียดาย บนโต๊ะมีเมนูอาหารมากกว่าสิบจาน

 

“แบบนี้ผมก็อ้วนพอดีสิครับแม่”

 

ไตรภพพูดพลางตักกุ้งเผาที่ถูกผ่ากลางออกไปใส่จานของมะลิ เอ่ยชมผู้เป็นแม่ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข

 

“วันนี้คุณแม่สอนหนูทำปลาหมึกผัดไข่เค็ม พี่ไตรภพลองกินดูนะ หนูรู้ว่าเป็นของโปรดของพี่”

 

มะลิตักปลาหมึกผัดไข่เค็มใส่จานของไตรภพ ทั้งยังมองชายหนุ่มด้วยสาตาวิงวอน รอคำตอบจากการรับประทานอาหารที่ตักให้

 

“อร่อยมาก เหมือนกับแม่ทำเลย”

 

ไตรภพหลังจากตักอาหารเข้าปาก จึงเอ่ยชม ทำให้มะลิกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จนช่อผกาต้องห้ามปราม กานติมามองน้องสาวอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเธอจะมีความสุขมากกับที่แห่งนี้

 

“แม่ว่าจะเปิดร้านพรุ่งนี้นะ ทุกอย่างน่าจะพร้อมแล้ว”

 

“ครับแม่ เอ้อ แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก”

 

ไตรภพดูเหมือนพึ่งจะนึกเรื่องสำคัญบางอย่างได้ จึงพูดขัดจังหวะช่อผกา ทุกคนในโต๊ะหันมามองชายหนุ่มเป็นตาเดียว

 

“พอดีผมว่าจะอยู่หอครับ”

 

“ลูกจะอยู่ทำไม ในเมื่อบ้านเราอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยแค่นี้ ”

 

ช่อผกาห้ามปรามผู้เป็นลูกทันที ทำไมอยู่ ๆ ไตรภพถึงอยากจะออกไปข้างนอก ที่เธอสนใจบ้านหลังนี้ก็เพราะว่าเธอจะได้ดูแลลูกชายได้

 

“แม่ครับ ผมก็โตแล้วนะ อยากจะลองใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง ไม่ได้นอนทุกวันหรอกครับแม่”

 

“พี่ชายไม่รักมะลิแล้วหรอ ถึงจะไม่อยู่กับมะลิ”

 

มะลิเอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า วางช้อนส้อมลง มองไตรภพด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร จนไตรภพได้แต่ถอนหายใจ

 

“พี่ไม่ได้นอนทุกวันหรอกนะมะลิ ไม่ร้องนะ พี่รักมะลิที่สุดในโลกเลย”

 

ไตรภพลูบหัวของมะลิเพื่อปลอบโยน หลังจากอธิบายเหตุผลต่าง ๆ จนผู้เป็นแม่อนุญาต แต่ได้ยื่นคำขาดว่าห้ามทำตัวเหลวไหลเป็นอันขาด นอกจากนี้มะลิยังยืนกรานว่าจะไปเยี่ยมไตรภพที่หอแน่นอน หากไตรภพไม่กลับบ้านเป็นระยะเวลานาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 423 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #365 Thorranin51 (@Thorranin51) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 12:13
    แล้วบ้านอะ
    #365
    0
  2. #213 iN3310K (@iN3310K) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 17:44
    จำได้ว่าโทรศัพท์ขว้างหัวโจนแตกไปแล้วไม่ใช่เรอะ?
    #213
    1
    • #213-1 Flukekts (@Flukekts0168) (จากตอนที่ 29)
      22 กรกฎาคม 2563 / 19:42
      มีตอนหนึ่งบรรยายว่าหลังจากเอาไปซ่อมมาแล้วครับ ^^
      #213-1
  3. #170 111555999888Jo (@111555999888Jo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 11:43
    สนุกค่ะ
    #170
    0
  4. #139 เหมยเซียน (@Modzha2529) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 19:55
    พี่ของมะลิชื่อกานอะไรสักอย่างแต่ตอนนี้พิมเป็นชื่อตำรวจนะ
    #139
    1
    • #139-1 Flukekts (@Flukekts0168) (จากตอนที่ 29)
      12 กรกฎาคม 2563 / 20:04
      ขอบพระคุณที่บอกครับผม เดี๋ยวแก้ไขครับ🙏🏻
      #139-1
  5. #103 อัมพร? (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:08

    ขอบคุณค่ะ

    #103
    0
  6. #102 SilverEvill (@SilverEvill) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 11:58
    มะลิน่ารัก
    #102
    0