Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 28 : กลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 442 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

ไตรภพ ช่อผกา มะลิ และกานติมา ได้ขึ้นรถของกองทัพบก โดยพลตรีมนูญได้เดินมาส่งด้วยตนเอง ทั้งยังกำชับให้พลขับ ขับรถด้วยความระมัดระวัง ช่อผกาได้แต่สงสัยว่าทำไมพลตรีมนูญจึงดูแลพวกเธอดีเป็นพิเศษนัก อาจจะเป็นเพราะรู้สึกผิดต่อการกระทำของพันเอกเสถียรก็ได้

 

ในระหว่างที่นั่งรถอยู่ ช่อผกาได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมะลิและกานติมา ทำให้ไตรภพรู้สึกอึ้งในความบังเอิญ เขาเพียงแต่อยากจ้างครูสอนพิเศษเท่านั้น ไม่คิดว่าจะทำให้พี่น้องที่พลัดพรากจากกันหลายปี มาเจอกันด้วยโชคชะตาเช่นนี้

 

ระยะเวลาไม่นานมากนัก ทั้งหมดก็ได้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ช่อผการีบทำความสะอาดบ้านทันที เพราะทนไม่ได้ที่บ้านกระจัดกระจายไปด้วยเศษอาหารและสิ่งของ โดยมีมะลิ กานติมา และไตรภพเป็นลูกมือ 

 

หลังจากทำความสะอาดด้านล่างเสร็จ ช่อผกาได้ขึ้นไปจัดห้องด้านบนกับมะลิ ทิ้งให้ไตรภพและกานติมาอยู่บริเวณชั้นหนึ่งเพียงลำพังสองต่อสอง

 

“ยินดีที่ได้พบนะครับ พี่สาว”

 

ไตรภพยิ้มกว้าง มองใบหน้าสวยคมของหญิงสาว วันนี้เธอเกล้าผมไว้ด้านหลัง มัดด้วยโบว์ ทั้งยังสวมใส่ชุดเดรสเรียบร้อยอีก ผิดกับการแต่งกายที่ชายหนุ่มเจอเธอในป่าอนุรักษ์ลิบลับ

 

“นายรู้อยู่แล้วว่าเป็นฉัน เลยจ้าง ?”

 

“ใช่ครับ ผมรู้อยู่แล้ว”

 

“นายคงไม่คิดจะล้อฉันเล่นเรื่องเรียนพิเศษใช่ไหม ?”

 

กานติมาถามไตรภพ เพราะชายหนุ่มเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น จะสามารถเสนอเงินจ้างเธอสอนพิเศษได้อย่างไรในราคาเดือนละสี่หมื่นบาท เธอจึงไม่พอใจเล็ก ๆ เนื่องจากคิดว่าเหมือนไตรภพแกล้งเธอ

 

“ผมคิดจะจ้างพี่สาวจริง ๆ นะ”

 

“เอาเถอะ ฉันจะเชื่อนายแล้วกัน แล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ก็ได้ เราก็ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น เรียก ‘กาน’ เฉย ๆ ก็พอ”

 

“เอ๋ ไม่ได้ห่างหรอครับ ผมจำได้ลาง ๆ ว่าพี่สาวอายุยี่สิบสาม แต่ผมอายุสิบแปดปี ห่างกันตั้งห้าปีหนะ”

 

“นะ นาย!”

 

กานติมาที่ได้ยินไตรภพเอ่ยเรื่องอายุ จึงสะบัดหน้าด้วยความเคือง เด็กตรงหน้าช่างไม่รู้จักมารยาทของการสนิทสนมกันเลย ดูเหมือนเธอจะต้องสั่งสอนชายหนุ่มบ้างแล้ว

 

“ผมล้อเล่น กาน ก็กาน เรียกผม ไตรภพ ละกันนะ ผมขอเลขบัญชีธนาคารหน่อย”

 

“นายเอาไปทำอะไร ?”

 

แม้กานติมาจะสงสัยแต่ก็ได้ให้เลขบัญชีกับไตรภพไป ชายหนุ่มกดโทรศัพท์ตามเลขบัญชีที่ได้รับมา ก่อนที่จะมองหน้าหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

 

ตริ๊ง

 

“ผมโอนเงินให้แล้ว เป็นค่าเรียนของมะลิล่วงหน้าหนึ่งปี สี่แสนแปดหมื่นบาท”

 

กานติมารีบกดโทรศัพท์มือถือดูการแจ้งเตือนทันที เงินถูกโอนเข้ามาตามที่ไตรภพบอก เงินในบัญชีของเธอตอนนี้มีจำนวนมากกว่าสองล้านบาทแล้ว เนื่องจากได้รับค่าทำขวัญจากกองทัพจังหวัดจำนวนหนึ่งล้านบาท และเงินที่ไตรภพโอนมาอีก

 

“นายจะโอนมาให้ฉันทำไม มะลิเป็นน้องสาวฉัน ฉันจะคิดเงินได้อย่างไรกัน เอาเลขบัญชีนายมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะโอนคืนนาย”

 

“ไม่ต้องหรอก ถือว่าเป็นค่าที่ให้คุณช่วยดูแลแม่ผมก็ได้ ได้ยินแม่บอกว่า คุณจะมาทำงานที่ร้านอาหาร อีกอย่างอนาคตผมก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่กรุงเทพฯ ตั้งสามปี ผมจะได้ไม่กังวลไง”

 

ไตรภพอธิบายเหตุผลให้กานติมาฟัง โดยพยายามโน้มน้าวให้กานติมารับเงินไปสำหรับจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านแทนตนในวันที่ตนไม่อยู่ ทั้งยังหยิบยกเรื่องของมะลิด้วย

 

“ก็ได้ แต่ฉันจะเก็บเอาไว้ฉุกเฉิน ไม่ใช้เงินส่วนนี้ถ้าไม่จำเป็น ยังไงต้องขอบคุณนายมากจริง ๆ นะที่ช่วยน้องฉัน”

 

กานติมามองเข้าไปในดวงตาของไตรภพ เธอรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ไตรภพดูแลน้องสาวแทนเธอ ช่วยเหลือเธอ ทั้งยังอนุญาตให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว

 

“คิดมาก”

 

ไตรภพเอื้อมมือลูบลงบนศีรษะของกานติมาไปมา หน้าของหญิงสาวแดงแจ๋ รีบปัดมือของไตรภพให้ออกห่างจากศีรษะเธอ

 

“ลามปามใหญ่แล้วนะยะ”

 

การหยอกล้อของสองหนุ่มสาวเป็นไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มา 

 

 

ทางด้านผู้กองชนิตา ทันทีที่ประสานงานตำรวจทางหลวงบริเวณหน้าค่ายกองทัพจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บริเวณหน้าทางเข้ากว่าสามสิบคน จอดด้วยรถตำรวจสิบกว่าคัน ซึ่งกำลังยืนกดดันทหารหน้าประตูอยู่

 

“ผมบอกผู้กองไปแล้วยังไงครับ ว่ารถคันนี้ไม่ใช่รถของกองทัพ ผู้กองจะมาคาดคั้นได้อย่างไร มีหลักฐานหรือเปล่า”

 

“มันจะไม่ใช่ได้ยังไง ในเมื่อฉันดูกล้องวงจรปิดตามถนนหลวงอยู่ รถคันนี้เข้ามาในกองทัพชัด ๆ คุณดูได้ ฉันมีหลักฐานมากพอ ไม่ว่างจะมาปรักปรำใครหรอกนะ”

 

ชนิติเปิด IPad เป็นภาพบันทึกเคลื่อนไหวของรถ Vios ป้ายแดงขับรถอย่างหวาดเสียวและรวดเร็ว ตรงมาบริเวณค่ายทหาร ซึ่งกล้องจับได้แค่รัศมีของอาณาเขตเพียงเท่านี้

 

“มีอะไรกัน”

 

“ทะ ท่านครับ”

 

พลตรีมนูญลงมาจากรถจิ๊บ ภายหลังที่ไปส่งไตรภพขึ้นรถอีกด้านหนึ่ง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงสัย ทำไมตำรวจถึงมาเยอะขนาดนี้

 

“ท่านนายพล”

 

“ทำความเคารพท่านผู้บังคับบัญชาการ”

 

เหล่าทหารที่ยืนอยู่หน้าบริเวณประตูแสดงท่าทางเคารพของทหารอย่างพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บัญชาการออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ เป็นเรื่องยากที่จะพบเห็นได้ทั่วไป

 

ชนิตารู้จักพลตรีมนูญเป็นอย่างดี ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ รวมถึงสื่อออนไลน์ของจังหวัด ล้วนชื่นชมในตัวของนายพลตรงหน้า ผู้เปี่ยมด้วยบารมี ได้รับการเคารพ โดดเด่นเรื่องความซื่อสัตย์ ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียใด ๆ แม้แต่นิดเดียว เป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจสูงที่สุดในจังหวัด

 

“คุณคงเป็นหัวหน้าของตำรวจทางหลวง ผมได้รับการรายงานจากลูกน้องแล้ว รถ Vios คันนั้นเป็นของทหารในกองทัพจริง พอดีมีภารกิจด่วนพิเศษ จึงทำให้ขับรถแบบนั้น ทางผมในฐานะผู้บังคับบัญชาขอแสดงความเสียใจ พร้อมขอโทษที่ทำให้เกิดความแตกตื่นบนท้องถนน และยินดีรับผิดชอบทุกประการ”

 

พลตรีมนูญยอมรับผิดกับเรื่องราวต่าง ๆ โดยไม่ให้สืบสาวราวเรื่องไปถึงไตรภพ ด้วยคำอธิบายของพลตรีมนูญทำให้เหล่าตำรวจทางหลวงรู้สึกเลื่อมใสในความเป็นสุภาพบุรุษของผู้นำกองทัพจังหวัด

 

“ในเมื่อเป็นภารกิจพิเศษ ฉันก็พร้อมจะมองข้ามค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่สร้างความวุ่นวายให้แก่ท่าน เดี๋ยวฉันจะถอนกำลังไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

 

“ฉันสิต้องขอโทษ เดี๋ยวฉันจะให้ลูกน้องของฉันเสียค่าปรับนะ ให้เป็นไปตามกฎหมายเถอะ เธอเขียนใบสั่งออกมาได้เลยนะ”

 

พลตรีมนูญไม่ต้องการจะมีปัญหาใด ๆ จึงสั่งการให้ทหารด้านหลังจัดการชำระค่าปรับจากตำรวจทางหลวงให้เรียบร้อยเรื่องขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดและขับรถอย่างหวาดเสียว

 

“ฉันได้ยินชื่อเสียงเธอมานานนะ ผู้กอง”

 

“ท่านรู้จักฉันด้วยหรอคะ”

 

“ฮ่า ๆ หูตาฉันกว้างไกลพอสมควรนะ เธอถูกผู้กำกับย้ายมาช่วยงานราชการ เพราะเกี่ยวข้องกับคดีพันเอกเสถียรใช่ไหมหละ”

 

“ท่านรู้”

 

ชนิตาเบิกตากว้างอยากตกใจ เหตุการณ์พึ่งผ่านพ้นมาไม่นาน แต่ทำไมเรื่องราวภายในกองปราบจังหวัดดังกล่าวกลับหลุดรอดไปในกองทัพจังหวัด นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ข้อมูลข่าวสารภายในกลับรู้ไปยังหน่วยงานอื่น

 

“ฮ่า ๆ เอาหละ เดี๋ยวฉันไปปรึกษาผู้ว่าเพื่อขอคืนความเป็นธรรมให้กับเธอเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ”

 

พลตรีมนูญพูดตัดบท เดินขึ้นรถทหารแล่นออกไปทันที ด้านชนิตากำลังหวาดกลัวกับแหล่งข่าวเชิงลึกของกองทัพจังหวัด 

 

“ผู้กองครับ จะทำไงต่อดีครับ”

 

“ถอนกำลัง กลับไปประจำที่ให้เรียบร้อย”

 

ชนิตาขึ้นรถตำรวจทางหลวงแล่นออกไปจากกองทัพจังหวัดพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชากว่าสามสิบคน เธอกลับมาที่ประจำการของตำรวจทางหลวงจังหวัดพร้อมดูเอกสารการเสียค่าปรับของกองทัพที่ได้ดำเนินการทันทีที่พลตรีมนูญพูดถึง

 

“ผู้กองครับ โทรศัพท์ครับ”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคนหนึ่งเอาโทรศัพท์มือถือของสำนักงานมาให้ชนิตาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ชนิตารับโทรศัพท์พูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

“ร้อยตำรวจเอกชนิตา พูดอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าใครหรอคะ”

 

“ผมสุรศรี เป็นเลขาของท่านผู้ว่าฯสมคิด ผมได้ส่งคำสั่งด่วนไปทางกองปราบจังหวัดแล้วมีผลทันที ให้ผู้กองชนิตาย้ายกลับไปยังกองปราบจังหวัดได้ ”

 

“แต่เรื่องนี้ ท่านผู้กำกับเขา…”

 

ชนิตาถามเรื่องผู้กำกับกองปราบจังหวัดที่เซ็นคำสั่งย้ายเธอมาช่วยราชการที่นี่ หากย้ายกลับไปเธอจะไม่มีปัญหาหรอกหรอ แล้วคำสั่งนี้มันจริงแค่ไหนกัน เธอพยายามคิดทบทวนถึงความเป็นไปได้

 

“ตอนนี้ผู้กำกับถูกย้ายไปช่วยราชการที่จวนผู้ว่าแล้ว คุณอย่าลืมสิว่าตอนนี้ในการปกครองของประเทศไทย ตำรวจแต่ละที่ล้วนขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดนะ”

 

ปลายสายเอ่ยเตือนเรื่องการปกครองของสำนักงานตำรวจทั่วประเทศ แต่เดิมนั้นทุกสถานีตำรวจจะขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อประเทศไทยพัฒนาไปอีกระดับแล้ว เกิดการกระจายอำนาจขึ้น ให้แต่ละจังหวัดมีอำนาจปกครองตนเองเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แต่ละรัฐมีกฎหมาย และผู้ว่าการรัฐมีอำนาจสูงสุด

 

“ค่ะ”

 

ชนิตาวางสายลง พร้อมกับเช็คไปที่ Email ของเธอ เป็นหนังสือโยกย้ายที่เซ็นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เธอกลับไปยังกองปราบจังหวัดทันที

 

ทันทีที่เธอถึงกองปราบจังหวัด บรรยากาศภายในดูวุ่นวายเป็นอย่างมาก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงข้าราชการเดินเข้าออกตลอดเวลา

 

“หมวด เกิดอะไรขึ้น”

 

ชนิตาเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นน้องมาสอบถาม ซึ่งตำรวจคนนั้นกำลังถือกองเอกสารหน้าตื่น วิ่งออกมาจากห้องของผู้บริหารกองปราบจังหวัด

 

“พี่ชนิตา ผมยุ่งมาก คำสั่งจังหวัดลงมาเปลี่ยนผู้บริหารยกชุดเลยทั้งผู้กำกับ รองผู้กำกับ สารวัตร ไม่ใช่แค่ย้ายธรรมดานะพี่ มีการตั้งกรรมการสอบวินัยด้วย ”

 

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ”

 

“ใช่พี่ เห็นเขาพูดกันว่าผู้ว่าฯสั่งมาเองเลย ผมรีบพี่ ไว้ค่อยคุยกันนะ”

 

ตำรวจคนนั้นรีบวิ่งถือเอกสารไปทันที ทิ้งให้ชนิตายืนงงกับเหตุการณ์ความวุ่นวายตรงหน้า พลางครุ่นคิด อิทธิพลของทางกองทัพช่างหน้าหวาดหวั่นมากนัก ถึงขนาดแทรกแซงคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดได้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 442 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #100 yukai (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:43

    สนุกมาก

    #100
    0
  2. #98 อัมพร? (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:29

    ขอบคุณค่ะ

    #98
    0
  3. #90 Sunshine9838 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 10:19

    สนุกมากๆ

    #90
    0
  4. #87 0612549913 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 08:57
    สำหรับเรายึดกฏหมายเป็นหลักค่ะ (คนอื่นไม่รู้)รวมถึงกฏแห่งกรรมด้วย

    ถ้าเราทำตามกฏไม่มีใครทำอะไรเราได้ ยกเว้นผู้มีอำนาจ รวมถึงเราไม่กลัวตายรักษาความยุติธรรมแต่ก็ไม่มีประเทศไหนที่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบเพราะมนุษย์ควบคุมยาก

    เครื่องสะท้อนทุกอย่างนะถ้ามองในมุมลึก
    ถ้าทุกคนมีจิตสำนึก และจิตสาธารณะ
    ใครทำดี-ชั่วรู้อยู่แก่ใจค่ะ
    อ้าว...นี่เราอ่านนิยายไม่ใช่เหรอแล้วทำไมมาดราม่าจบแบบนี้ได้(ยกมือเกาหัว)แต่ช่างเถอะคอมเม้นท์แล้ว
    หวังว่าไม่ไปขัดเท้าใครนะคหสต.ค่ะ
    #87
    4
    • #87-2 iN3310K(จากตอนที่ 28)
      22 กรกฎาคม 2563 / 17:39
      คนทั่วไปก็ยึดหลักกฎหมายเป็นหลักล่ะครับ แต่เพราะคนมีเงินมันเลยทำให้กฎหมายที่ว่ากลายเป็นแค่แผ่นกระดาษโง่ๆ ต่อให้ไม่ต้องมีอำนาจแค่มีแบงค์สีเทาๆสักปึกนึงเรื่องทุกอย่างคือจบ... เฮ้อ~ เศร้าใจจริง
      #87-2
    • #87-3 Flukekts0168(จากตอนที่ 28)
      22 กรกฎาคม 2563 / 19:44
      สะท้อนแนวความคิดแบบพวกไม่สนกฎหมายครับ ต้องยอมรับว่าในชีวิตจริงก็มีแบบนี้
      #87-3
  5. #86 Acame777 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 07:11

    อารุณสวัสดิ์จ้าาา~
    #86
    0