Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 26 : บุกกองทัพจังหวัด (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียวจากบรรดาเหล่าทหารและพลตรีมนูญ แม้แต่พันเอกเสถียรที่มีสภาพย่ำแย่ตัวติดกำแพง ยังมีดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา มองไปที่ไตรภพเป็นจุดเดียว

 

“เป็นไปได้ยังไง แม้แต่หน่วยพิเศษก็ไม่สามารถทนได้”

 

พลตรีมนูญเอ่ยเสียงสั่น มองไตรภพที่ยังคงยืนอยู่ท่าเดิม ไม่เปลี่ยนท่าทาง รู้สึกเหมือนเห็นผีกลางวันแสก ๆ ภาพตรงหน้าไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้

 

“เหลือหมัดสุดท้าย จะได้จบเรื่องราวสักที”

 

ไตรภพจ้องเขม็งไปทางพลตรีมนูญ ดวงตานิ่งไม่ไหวติงต่อเหตุการณ์โดยรอบ หลังหมัดเพียงเท่านี้ไม่อาจจะทำให้ร่างกายของเขาบาดเจ็บได้แม้แต่น้อย

 

“ฉันไม่เคยปล่อยใครให้รอดไปได้ จึงตั้งเงื่อนไขนี้ขึ้นมา หมัดสุดท้ายนี้ฉันขอเอาศักดิ์ศรีของกองทัพจังหวัดน่านเป็นเดิมพัน อย่าโทษฉันเลยเจ้าหนู”

 

พลตรีมนูญกล่าวเสียงดังไปทั่วพื้นที่ กฎนี้มีไว้สำหรับเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ สำหรับผู้กระทำความผิดที่อยากจะมีหนทางรอด นอกจากขึ้นศาลทหารเท่านั้น ไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์จริง ๆ ที่สามารถพ้นผิดจากเงื่อนไขนี้ไปได้

 

“ท่านนายพลจะใช้ชกสุดกำลัง เจ้าหนูนั่นแม้ร่างกายจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานได้แน่นอน”

 

“ฉันเคยเห็นท่านใช้พลังหมัดชกรถถังจนขยับไปหลายเมตร ร่างกายของเด็กนั่นจะทนกว่ารถถังได้อย่างไร”

 

“แล้วถ้าเจ้าหนุ่มนั่นรับหมัดได้หละ”

 

“ไม่มีทาง ถ้าเจ้านั่นรับหมัดได้จริง ๆ ก็… ไม่มีทางแน่นอน อย่าพูดเรื่องนั้นเลย”

 

ทหารกองร้อยพิเศษถกเถียงกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ตรงหน้า ขณะนี้พลตรีมนูญยืนเกร็งพลังยุทธ์เตรียมใช้เพลงหมัดเต็มกำลังทั้งสิบส่วน เป็นขีดจำกัดของร่างกายแห่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่ 7 ของมัน เหตุผลที่แก๊งเชิ้ตดำต้องคอยระมัดระวังตัวเวลาทำอะไรไม่ให้ประเจิดประจ้า มิใช่เกรงกลัวในอิทธิพลของภาครัฐ

 

แต่เป็นเพราะพวกมันเกรงกลัวกองร้อยพิเศษมากกว่า โดยเฉพาะพลตรีมนูญ ปรมาจารย์ยุทธ์ผู้เก่งกาจที่สุดในจังหวัด เหตุการณ์อื่น ๆ หากไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของจังหวัด เขาย่อมไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ด้วยเหตุนี้แก๊งเชิ้ตดำ และกลุ่มอิทธิพลอื่นจึงต้องระมัดระวังไม่ให้กองทัพจังหวัดออกมาเคลื่อนไหวนั่นเอง

 

“ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

ฟ้าววววววววววว

 

เสียงลมกระพือครอบคลุมร่างของไตรภพ อันเกิดจากพลังยุทธ์เต็มสิบส่วนของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกาย ระดับที่ 7 เป็นพลังที่สามารถบดขยี้แม้แต่บ้านไม้ทั้งหลังได้ในกระบวนท่าเดียว เหล่าทหารกองร้อยพิเศษต่างก้าวถอยหลัง หวาดกลัวกับพลังดังกล่าว

 

ตุบ

 

คราวนี้พลตรีมนูญไม่ได้ถอนหมัดกลับไปทันที ใช้หมัดคาร่างของชายหนุ่มอยู่แบบนั้น เพื่อให้พลังของหมัดแผ่พุ่งใส่ร่างกายไตรภพอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

“ต่อให้คุณชกผมสักร้อยหมัด พันหมัด หรือหมื่นหมัด ผลลัพธ์ก็ดังเดิม”

 

ปึง

 

ไตรภพเกร็งพลังลมปราณคุ้มครองร่างกาย ‘เทพพิทักษ์กายา’ พลังลมปราณสีม่วงได้กระแทกพลตรีมนูญ ปลิวไปชนกำแพงของอาคาร ข้างพันเอกเสถียรพอดิบพอดี

 

“ผะ ผู้ฝึกยุทธ์”

 

พลตรีมนูญกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย เป็นผลจากการสะท้อนกลับของเพลงหมัด พลตรีผู้นี้จ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา 

 

“ต้องใช่แน่ ๆ พลังของผู้ฝึกยุทธ์”

 

เขาพยายามจะอธิบายปรากฎการณ์ตรงหน้า เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องแข็งแกร่งเท่าใดกันถึงสามารถกระแทกเขา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่ 7 ได้อย่างง่ายดายเยี่ยงนี้

 

“โอ้ ผู้ฝึกยุทธ์อีกแล้ว”

 

ไตรภพส่ายหน้าเบา ๆ ถอนหายใจให้กับความไม่รู้ของนายพลตรงหน้า โลกใบนี้คิดว่าการเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วจะอยู่ในจุดสูงสุดของโลกอย่างไรกัน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป็นแค่มดปลวกให้ห้วงสุริยะที่ไร้ค่าใด ๆ โดยสิ้นเชิง

 

ทหารกองร้อยพิเศษรวมทั้งทหารประจำการต่างมองไปที่ไตรภพและนายพลมนูญ หัวใจพวกมันแหลกสลาย ความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของผู้บังคับบัญชาถูกสั่นคลอน เขาพ่ายแพ้แล้ว แพ้ให้กับเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าวัยเยาว์รุ่นลูก

 

อึก

 

พลตรีมนูญประคองตนเองขึ้นมา เสื้อผ้าของฉีกขาดไม่เหลือชิ้นดี มันจึงถอดเสื้อวอร์มออก เผยให้เห็นกล้ามเป็นมัด ๆ มีร่องรอยบาดแผลจากการสู้รบ โดยบริเวณหัวไหล่มีรอยกระสุนหลายนัด เป็นแผลเป็น มองแล้วรู้สึกถึงความน่าเกรงขามของร่างกาย

 

“ฮ่า ๆ ผู้ฝึกยุทธ์ สมแล้วที่รับหมัดสิบหมัดของฉันได้”

 

พลตรีมนูญหัวเราะด้วยความเบิกบาน จิตใจปลดเปลื้องด้วยความปลดปล่อย หากมันต้องจับเด็กหนุ่มตรงหน้าไปก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เพราะคนของมันเองที่เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดขึ้น แต่เมื่อไตรภพสามารถเงื่อนไขการพ้นผิดของมันได้ เรื่องราวจึงกลับตาลปัตรเช่นนี้

 

“ถือว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น ฉันเป็นคนรักษาคำพูดดี”

 

ไตรภพมองนายพลเบื้องหน้าด้วยความชื่นชม นิสัยของพลตรีมนูญนับได้ว่าเป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น ทั้งยังห้าวหาญสมศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร

 

“แม่และน้องของผมหละ ?”

 

ไตรภพถามถึงช่อผกาและมะลิ ตัวมันเองก็ยังไม่ได้พบหน้าของพวกเธอทั้งสองคนเลย จึงเอ่ยขอความช่วยเหลือกับนายพลตรงหน้า

 

“พวกนายไปที่คุกทหาร แล้วนำตัวประกันมา ให้เร็วที่สุด เก็บกวาดสถานที่ให้เรียบร้อย”

 

พลตรีมนูญออกคำสั่งแก่กองร้อยพิเศษ พวกมันพยักหน้าให้แก่กัน ก่อนที่จะรีบดำเนินการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

 

“ฉันชื่อมนูญ เธอจะเรียกว่า ลุงมนูญก็ได้ ดูเหมือนแม่เธออาจจะเด็กกว่าฉัน เพราะฉันก็อายุห้าสิบกว่า ๆ แล้ว”

 

“ครับ ผมชื่อไตรภพ”

 

“มานั่งคุยกันหน่อยสิ”

 

พลตรีมนูญเชิญไตรภพเข้าไปในอาคารอันเป็นที่ที่งานของพันเอกเสถียร โดยมีทหารติดตามเดินคุ้มกันตลอดทาง เมื่อมาถึงห้องทำงานของพันเอกเสถียรแล้ว พลตรีมนูญจึงเอ่ยกับทหารติดตาม

 

“พวกนายสองคนออกไปก่อน แล้วไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างของพันเอกเสถียร รวมถึงเรื่องราวการฟ้องร้องทุกอย่าง ที่ฉันปล่อยผ่านมาเป็นเพราะเขาและฉันเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน มีอาจารย์สอนต่อสู้คนเดียวกัน แต่ดูเหมือนนับวันมันยิ่งเหิมเกริมเข้าไปทุกที”

 

“ครับท่าน”

 

ทหารติดตามเดินออกไปจากห้องทันที ในห้องนี้เหลือเพียงพลตรีมนูญและไตรภพเท่านั้น ซึ่งพลตรีมนูญได้รินน้ำให้กับไตรภพที่นั่งอยู่บนโซฟา

 

“ดื่มน้ำก่อนสิ ไตรภพ”

 

“ครับ”

 

ไตรภพหยิบน้ำมาดื่มด้วยความกระหาย เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่ชายหนุ่มรีบร้อนมายังที่แห่งนี้ด้วยความแค้นเคืองและกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของช่อผกาและมะลิ

 

“ไตรภพ ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ ขอให้เธอตอบตามความจริงด้วย”

 

“ได้ครับ ถ้าตอบได้ผมจะตอบ”

 

“พลังยุทธ์ของเธออยู่ในขั้นปรับร่างกายระดับที่เท่าไหร่กันแน่”

 

พลตรีมนูญถามในสิ่งที่เขาสงสัยออกมาทันที เมื่อนึกถึงหมัดสุดท้ายที่ชกเต็มกำลัง ยังไม่อาจจะระคายผิวหนังของเด็กหนุ่มตรงหน้าได้ มันจึงเป็นสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

 

ถ้าหากถามว่าความแข็งแกร่งขั้นปรับร่างกายระดับที่ 7 อย่างอยู่สูงที่สุดของประเทศหรือไม่ เขามักจะตอบด้วยความหัวร่อในโชคชะตาและพลังฝีมือ ในบรรดาผู้บังคับบัญชาการทหารจังหวัดของภาคเหนือ ถือว่าระดับของเขาอ่อนที่สุด ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับผู้บังคับบัญชาการทหารของกรุงเทพมหานครเลย มีคำร่ำลือว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นมังกรที่เห็นหัวแต่มิเห็นหาง แม้แต่ผู้บัญชาการทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในภาคเหนือยังพ่ายแพ้ด้วยกระบวนท่าเดียว

 

“ผมไม่ได้อยู่ในระดับขั้นปรับร่างกาย”

 

“ว่าอะไรนะ !!!”

 

พลตรีมนูญเผลออุทานออกมา มันมองไตรภพอย่างไม่เชื่อถือ คำพูดของชายหนุ่มจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์

 

“อย่ามาล้อเล่นหน่อยเลย ไตรภพ เธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์แน่นอน ไม่อย่างนั้นจะรับหมัดของฉัน ทั้งยังกระแทกฉันจนปลิวแบบนั้นได้ยังไง”

 

ไตรภพไม่ได้ตอบคำถามของนายพลเบื้องหน้า เพราะมันรู้ดีว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนหันจ้องไปที่นายพลมนูญ

 

“เฮ้ย”

 

นายพลมนูญอุทานเสียงหลัง ตัวของมันค่อย ๆ ลอยขึ้นตามแรงมือของไตรภพ ชายหนุ่มไม่ได้จับไปที่คอหรือตัวของมันเลย เพียงเหยียดมือขวาขึ้นสุดแขนชี้ไปทางมันเท่านั้น

 

ผลัก

 

ร่างกายที่ถูกยกขึ้นไปสูงกว่าสามเมตรจากพื้น เกือบจะติดเพดานผนังห้อง ยังดีที่เพดานนั้นสูงโปร่ง เพียงไตรภพปล่อยพลัง ร่างของพลตรีมนูญก็หล่นล่วงลงมาที่โซฟาพอดิบพอดี

 

เปรี้ยง

 

ไตรภพกวาดมือขึ้นแผ่พุ่งพลังไปยังรูปภาพของพันเอกเสถียรที่วางเรียงรายอยู่ในตู้ ทั้งรูปภาพ ถ้วยรางวัล ถ้วยเกียรติยศต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในตู้ห้าชั้น มีของมากกว่าร้อยชิ้น แตกกระจาย ไม่เหลือเค้าเดิม

 

“นะ นี่”

 

ชายหนุ่มยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ แผ่พุ่งพลังลมปราณไปที่โต๊ะทำงานและเก้าอี้ของพันเอกเสถียรในห้าง พลังสีม่วงพุ่งไปที่โต๊ะทันที

 

เปรี้ยง

 

โต๊ะ เก้าอี้ ของที่วางอยู่แตกกระจายจนแทบจะไม่เห็นเศษฝุ่นใด ๆ ตอนนี้ภายในห้องเต็มไปด้วยเศษซากเสมือนมีการสู้รบอยู่ในห้องทำงานแห่งนี้อย่างเอาเป็นเอาตายมาก่อน

 

“ที่นี่คุณเข้าใจแล้วหรือยัง ว่าทำไมผมถึงบอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์”

 

พลตรีมนูญผงกศีรษะรัว ๆ อย่างไม่รู้ตัว ร่างกายของมันเย็นเฉียบ เหงื่อเม็ดโป้งไหลออกจากหน้าผาก เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้มันขวัญผวายิ่งกว่าตอนรบกับข้าศึกที่ชายแดน

 

“ฉะ ฉันมีเรื่องขอร้อง”

 

“ขอร้อง ?”

 

ไตรภพซึ่งขณะนี้ได้นั่งลงบนโซฟาตามเดิม จ้องมองนายพลตรงหน้าด้วยความสงสัย พลตรีมนูญมีเรื่องอะไรที่จะมาขอร้องเด็กอย่างเขา

 

“ฉะ ฉันอยากจะให้เธอมาเป็นครูฝึกหน่วยพิเศษ ในตำแหน่งของที่ปรึกษากองทัพ”

 

พลตรีมนูญรวบรวมความกล้าชักชวนไตรภพทันที ด้วยพลังฝีมือของชายหนุ่ม การที่ให้ไตรภพมาเป็นครูฝึกหน่วยพิเศษทั้งหนึ่งร้อยคน ย่อมเป็นการติดปีกให้กับพยัคฆ์ กองทัพของจังหวัดน่านจะเกรียงไกรเหนือกว่ากองทัพใดในภาคเหนือ

 

“ผมขอปฏิเสธ !”

 

“ปฏิเสธ ? เดี๋ยวก่อน ฟังที่ฉันพูดก่อน”

 

ที่ไตรภพรีบปฏิเสธไปเนื่องจากชายหนุ่มไม่ต้องการที่จะเป็นทหาร หากเป็นครูฝึกทหาร หรือ ที่ปรึกษากองทัพ คงต้องเข้าประจำการ ทำงานในเวลาราชการ ซึ่งชายหนุ่มไม่อยากจะมีชีวิตแบบนั้น

 

“ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ตำแหน่งที่ปรึกษากองทัพเป็นตำแหน่งที่ผู้บัญชาการทหารของจังหวัดมีสิทธิตั้งขึ้นโดยอิสระ มีอัตรายศพันเอกพิเศษ ไม่ต้องขึ้นตรงกับใครยกเว้นฉันคนเดียว นอกจากนี้ยังได้รับเงินเดือนจากกองทัพเดือนละหนึ่งแสนบาท ทั้งยังไม่ต้องทำงานทุกวัน”

 

“แต่ผมยังเรียนอยู่”

 

“ฉันเพียงแค่ขอให้เธอมาช่วยฝึกที่ค่ายแห่งนี้เดือนละ 2 วันเท่านั้น แค่สองวัน ได้รึไม่!!!”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #383 wastoo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 21:01
    ว่าแล้วเจ้าเถียรรอดจนได้
    #383
    0
  2. #97 yukai (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:09

    ขอบคุณมาก

    #97
    0
  3. #85 rapinpriwal (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 23:11
    ตามด้วยนะครับ จะเป็นกำลังใจให้
    #85
    0
  4. #80 aimjunggm (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 20:17
    เอาอีกได้ไหมครับ
    #80
    0
  5. #78 TunvaJunyongyod (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 11:58
    ขอบคุณครับ รอติดตาม ตอนต่อไปครับ
    #78
    1
    • #78-1 Flukekts0168(จากตอนที่ 26)
      3 กรกฎาคม 2563 / 18:47
      ขอบพระคุณที่ติดตามครับ🙏🏻
      #78-1
  6. #77 0612549913 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 10:10

    ถ้าพระเอกมีอิสระที่ไม่โดนข่มเหงและสามารถใช้อำนาจในการคุ้มครองคนที่ตัวเองรักได้ รวมถึงไม่ให้ทำเรื่องผิดต่อจิตใจเราว่าโอเคนะ สอนเดือนนึงสองวัน ขอแค่พวกเขาไม่เป็นศัตรูในอนาคตด้วยก็พอ
    #77
    1
    • #77-1 Flukekts0168(จากตอนที่ 26)
      3 กรกฎาคม 2563 / 18:48
      ขอบพระคุณที่ติดตามนะครับ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
      #77-1