Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 2 : ป่าอนุรักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63

ไตรภพปิดสมุดแคตตาลอกสมุนไพรที่ร้าน ก่อนจะวิ่งไปถามช่อผกาที่กำลังพูดคุยกับลูกค้าอยู่ อย่างรวดเร็ว ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงความตื่นตระหนกอย่างสุดขีด

 

“แม่ ผมสามารถหยิบยาพวกนี้ได้ไหม”

 

“เจ้าลูกคนนี้ อยากหยิบอันไหนก็หยิบไปสิ”

 

ช่อผกาเอ่ยตอบลูกชาย ไม่ได้สนใจในกิริยาที่แปลกประหลาด เพราะถึงอย่างไรพวกสมุนไพรเหล่านี้มีต้นทุนที่ต่ำมาก ชาวป่าชาวเขาที่เก็บมาขาย ช่อผกาก็รับเอาไว้ในราคาครึ่งหนึ่งของราคาที่ตั้งขาย นับว่าสูงกว่าร้านค้าทั่วไป เนื่องจากโดยปกติแล้วมักจะกดราคาเป็นอย่างมาก

 

ไตรพบหยิบเข้าไปในคลังด้านหลังของร้านสมุนไพร ชายหนุ่มหยิบเอาสมุนไพรอย่างรวดเร็ว เพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นสมุนไพรในโลกเทวะเมื่อครั้งอดีตอย่างแน่นอน

 

‘การกลั่นโอสถจากสมุนไพรทั้ง7 นี้ต้องอาศัยเคล็ดวิชาที่หล่อหลอมจากลมปราณชนชั้นสีแดง ในอดีตเมื่อตอนเราบรรลุชั้นชั้นนั้น เราได้สร้างเพลิงโอสถขึ้นนาม‘มังกรจักรพรรดิ’ ยิ่งยามใช้ออกด้วยลมปราณชนชั้นสีรุ้ง การสร้างโอสถระดับเทวะง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ’

 

‘แม้หลับตาก็ไม่ลืมเลือน’

 

ไตรภพหยิบหม้อทองเหลืองเก่า ๆ ในห้องโอสถ พร้อมสมุนไพร เดินไปบริเวณหลังร้านด้วยความรวดเร็ว ตั้งหม้อจุดไฟ เทน้ำจากขวดน้ำลงไป เวลาผ่านไปประมาณ20 นาที อุณหภูมิในหม้อน้ำกลับสูงขึ้นพร้อมที่จะใส่สมุนไพรลงไปในหม้อ

 

ชายหนุ่มเทสมุนไพรทั้ง 7 ลงไป หลับตาคิดถึงเพลิงมังกรเทวะ เทคนิคการหล่อหลอมโอสถเมื่อครั้งอดีตชาติ มือของชายหนุ่มวาดไปมาตามเคล็ดวิชา

 

ไฟในหม้อเดือดขึ้นเรื่อย ๆ สมุนไพรค่อย ๆ หลอมละลาย หลังจากพยายามอย่างยาวนานนับชั่วโมง มือของไตรภพได้เกิดประกายเพลิงรูปมังกรจิ๋วออกมา พุ่งทะยานไปยังหม้อสมุนไพร

 

‘บัดซบ เหตุใดจึงน่าอนาถใจเยี่ยงนี้ จักรพรรดิเทพผู้มีปราณมังกรใหญ่กว่าดวงดาราทั้ง7 กลับสามารถสร้างรูปลักษณ์การหล่อหลอมโอสถได้เพียงแค่นิ้วก้อย’

 

หากพูดตามความจริงแล้ว จากร่างกายธรรมดาสามัญย่อมไม่สามารถปล่อยพลังเพลิงออกมาจากมือได้อย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะการเดินลมปราณด้วยเคล็ดวิชาในการหล่อหลอมโอสถ‘เพลิงมังกรเทวะ’ กอปรกับความพยายามนับชั่วโมง เมื่อสมาธิตั้งมั่น จึงก่อเกิดลักษณ์ลมปราณแม้จะเป็นระยะเวลาไม่กี่วินาทีก็ตาม

 

โอสถที่ถูกลักษณ์ของเพลิงมังกรเทวะค่อย ๆ หลอมละลายกลายเป็น เม็ดยาเล็กมีสันสีทองเหลืองอร่าม กลิ่นสมุนไพรหอมหวนจนชายหนุ่มได้ยิ้มอย่างยินดี

 

‘สำเร็จ แม้จะเป็นเพียงโอสถที่มีความบริสุทธิ์เพียงหนึ่งส่วนจากสิบส่วนก็ตาม ร่างกายที่ไร้พลังลมปราณ การเค้นพลังสร้างเพลิงมังกรเทวะได้ ถือว่าเป็นปาฏิหารย์’

 

ไตรภพหยิบยาหนึ่งเม็ดใส่ย่ามกระเป๋าในทันที ก่อนจะดับไฟ ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ เดินกลับไปในร้านสมุนไพรอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“มาแล้วหรอเจ้าตัวดี แอบไปหลับในห้องยามาใช่ไหม”

 

“ใช่ครับแม่ พอดีผมอ่อนเพลีย สงสัยร่างกายยังไม่หายจากการบาดเจ็บเท่าไหร่”

 

ช่อผกามองไตรภพด้วยความเป็นห่วง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่อผกาปิดร้านในทันที ก่อนที่จะขับรถยนต์Toyota Vios โฉมเก่า อันเป็นรถของแม่ของช่อผกาที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

 

‘หมู่บ้านดงห้วย’

 

หมู่บ้านทาวน์โฮมขนาด 200 หลังคาเรือน ไม่ไกลจากร้านสมุนไพรของช่อผกา เป็นทาวน์โฮมขนาด21 ตารางวา ตัวบ้านของเธออยู่หลังริมสุด ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างเล็กน้อยในการปลูกต้นไม้ต่าง ๆ บ้านหลังนี้ถูกตกแต่งอย่างธรรมชาติ แม้วัสดุอุปกรณ์จะราคาถูก แต่การตกแต่งบ้านให้เข้ากัน ทำให้บรรยากาศในบ้านดูร่มรื่น น่าพักผ่อนหย่อนใจ

 

ไตรภพช่วยแม่ยกของไปยังห้องนั่งเล่น ก่อนที่จะขึ้นใบบริเวณชั้นสอง ที่มีทั้งหมด3 ห้องนอน เป็นห้องของช่อผกาห้องหนึ่ง ห้องเก็บของห้องหนึ่ง และห้องของไตรภพที่อยู่ด้านในสุด

 

เอี๊ยด…

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เป็นห้องที่ไม่มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ มีเพียง ตู้ เตียง โต๊ะที่มีคอมพิวเตอร์ และเก้าอี้ ไตรภพนั่งลงบนเตียง ล้วงหยิบเอาเม็ดยาขึ้นมา โยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว

 

‘ความร้อนสุดขั้ว ความเย็นราวกับน้ำแข็ง’

 

นี่เป็นนิยามของความรู้สึกของไตรภพในขณะนี้ ชายหนุ่มโคจรเพลิงมังกรเทวะ บังเกิดเป็นมังกรเพลิงตัวจิ๋วอย่างเคย พุ่งออกมาจากฝ่ามือไตรภพ จากนั้นมังกรตัวจิ๋วค่อย ๆ เข้าไปในร่างกายของไตรภพ ชักนำพลังจากเม็ดยาเข้าสู่ร่างกาย

 

อวัยวะทั้ง 32 เส้นเลือดทุกเส้น และกระดูกทุกท่อน ต่างได้รับฤทธิ์ของเม็ดยาที่ถูกชักนำโดยเพลิงมังกรเทวะ ใบหน้าของไตรภพเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง

 

‘1 ชั่วโมง’

 

‘5ชั่วโมง’

 

’12 ชั่วโมง’

 

ไตรภพหมุนพลังลมปราณทั่วร่างกายตลอดระยะเวลา 12 ชั่วโมง ตั้งแต่หกโมงเย็น จนกระทั่งหกโมงเช้า ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาด้วยใจอันลิงโลด

 

‘สำเร็จ ลมปราณสีม่วงขั้นที่1’

 

‘ความแตกต่างของผู้ฝึกตน กับ มนุษย์ธรรมดาต่างกันราวฟ้ากับดิน ข้ารู้สึกถึงพลังลมปราณที่หมุนเวียนในร่างกาย ร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าร่างกายมนุษย์นับ10 เท่า อาวุธทั่วไปทั้งคมมีด คมดาบใด ๆ ไม่อาจจะระคายผิวได้ แม้จะเป็นกระสุนปืนก็ตาม นอกจากอาวุธที่ถูกใช้ด้วยพลังลมปราณของผู้ฝึกตนเท่านั้น’

 

ของเหลวสีดำข้นเลอะไปทั่วห้องของไตรภพ ชายหนุ่มปาดเหงื่อค่อย ๆ ทำความสะอาดห้อง จากนั้นจึงลุกไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงไปด้านล่าง

 

“เมื่อคืนแม่เรียกลูกตั้งหลายครั้ง แต่ลูกไม่ตอบ เป็นอะไรหรือเปล่า แม่จะเรียกลงมาทานข้าวเย็น”

 

“พอดีผมอ่อนเพลียหนะครับแม่ เลยเผลอหลับไป ท่าทางจะหลับลึกจริง ๆ ”

 

“พักผ่อนเยอะ ๆ นะลูก ถ้าแบบนั้นวันนี้ไปต้องไปร้านสมุนไพรกับแม่แล้วกันนะ”

 

เสียงสนทนาของไตรภพและช่อผกาโต้ตอบกันไปมาท่ามกลางอาหารเช้าที่เป็นข้าวต้มหมู ไตรภพกินอย่างเอร็ดอร่อย

 

‘นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว อาหารในโลกใบนี้’

 

“ขอเติมอีกชามครับแม่”

 

ช่อผกาตักข้าวต้มให้ลูกชายด้วยใบหน้ามีความสุข จากนั้นจึงได้ขับรถไปทำงาน ทิ้งให้ไตรภพอยู่บ้านเพียงคนเดียว

 

‘ไปสำรวจด้านนอกดีกว่า’

 

ไตรภพออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อมองซ้ายขวาไม่มีใคร จึงพุ่งทะยานด้วยวิชาตัวเบาอย่าง‘มังกรเทพเคลื่อนย้าย’ เคล็ดวิชาตัวเบาที่เป็นหนึ่งใน 7 แดนดารา เพียงระยะเวลาแค่10 นาที ได้เข้าสู่พื้นที่อุทยานอนุรักษ์ ทางตอนเหนือของหมู่บ้าน

 

เคล็ดวิชามังกรเทพเคลื่อนย้าย เป็นวิชาตัวเบาประจำตัวของจักรพรรดิเทพ ความเร็วผันแปรกับพลังลมปราณในแต่ละชนชั้น หากใช้ออกด้วยพลังลมปราณชนชั้นสีรุ้ง เพียงหนึ่งก้าวสามารถเดินทางข้ามดวงดาราได้ในพริบตา

 

ด้วยลมปราณสีม่วง จึงเป็นการพุ่งทะยานก้าวละหนึ่งร้อยเมตร เพียงเท่านี้ก็น่าแตกตื่นสำหรับมนุษย์เป็นอย่างยิ่งแล้ว

 

พื้นที่อุทยานอนุรักษ์ ต.ท่าน้าว เป็นพื้นที่ที่มีขนาดหลายร้อยไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะเปิดเพียงปีละ 3 เดือนเท่านั้น อีก 9 เดือนเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ในเวลานี้เองก็เป็นช่วงปิด เพื่อฟื้นฟูทรัพยากร มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ทหารคอยเดินลาดตะเวนเพื่อป้องกันผู้บุกรุกเท่านั้น

 

ไตรภพเคลื่อนที่ด้วยวิชาตัวเบาพลางสำรวจพื้นที่อุทยานอนุรักษ์ ด้านในเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชไม้นานาพรรณ สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างใช้ชีวิตกันด้วยกันอย่างธรรมชาติตามระบบนิเวศน์

 

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

 

ตูม ตูม ตูม

 

เสียงเลื่อยต้นไม้ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ไตรภพรีบทะยานร่างไปยังต้นตอเสียงนั้นทันที ชายหนุ่มตาเบิกกว้างมองดูต้นไม้ที่ถูกตัดลงหลายสิบต้น แต่ละต้นเป็นต้นใหญ่ ๆ ทั้งสิ้น มีชายฉกรรจ์สิบกว่าคนได้ดำเนินการตัดไม้ พลางขนขึ้นรถบรรทุกที่จอดอยู่2 คัน

 

‘ขบวนการตัดไม้เถื่อน’

 

การลักลอบตัดไม้ในพื้นที่อนุรักษ์มีโทษสูงมาก ยิ่งทำให้ราคาไม้สูงขึ้นตามไปด้วย ไม้บางต้นมีมูลค่านับหนึ่งล้านบาท จึงเป็นสิ่งที่น่าเย้ายวนใจสำหรับคนที่สามารถรับความเสี่ยงได้

 

“หยุดนะ !!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

 

เสียงเข้มดังขึ้น มีผู้ชายสองคน สวมชุดเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อน ถือปืนพกชี้ไปบริเวณชายฉกรรจ์ที่กำลังตัดไม้

 

“แกเล่นอะไรของแก ธนภัทร”

 

เสียงตวาดจากชายฉกรรจ์ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มตัดไม้ได้กระแทกเสียงไปยังผู้ชายตรงหน้า

 

“ฮ่า ๆ แหม่ หมวดอ้น เราตำรวจกับทหารต่างเป็นพี่น้องกัน เป็นเรื่องการหยอกล้อกันทั้งนั้น”

 

“แกอย่ากินแรงมาก รีบสั่งที่ด่านอำนวยความสะดวกให้รถบรรทุกสองคันนี้ด้วย”

 

“ไม่มีปัญหา ส่วนแบ่งแบบเดิมนะพี่ ค่าผ่านด่าน30 เปอร์เซ็นต์ของค่าไม้”

 

การต่อรองผลประโยชน์เสร็จสิ้น ชายที่ถูกเรียกว่า‘ธนภัทร’ ได้โทรประสานงานให้กับปลายสายในการอำนวยความสะดวกให้รถบรรทุกทั้งสองคันผ่านด่าน

 

‘นี่มัน ไอภัทร ลูกป้าช่อมณี ที่ทำร้ายเรานี่’

 

 

ไตรภพที่แอบดูอยู่ขมกรามด้วยความแค้น เจ้าของร่างคนเก่าที่เสียชีวิตเป็นเพราะญาติของมันตรงหน้าที่ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นลม เป็นจังหวะเดียวกันกับดวงวิญญาณของจักรพรรดิเทพที่สถิตย์ในร่างกายนี้ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน

 

‘ไม่ว่ายุคสมัยใดล้วนมีมนุษย์ที่โลภทั้งสิ้น’

 

ไตรภพหลับตาลง ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับสัจธรรม ทันใดนั้นเองได้มีเสียงดังขึ้นในอีกทิศทางหนึ่ง

 

“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ขอให้ทุกคนยกมือขึ้น”

 

เป็นเสียงของผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบสอง ยี่สิบสาม ใบหน้าสะสวย สวมใส่ชุดลายพรางอันเป็นชุดของกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่อีก5 คน

 

“พวกเราได้ตามดูพฤติกรรมพวกแกมานานแล้ว วันนี้หลักฐานคาหนังคาเขา พวกแกไม่มีทางหลุดรอดไปได้หรอก”

 

เสียงข่มขู่ดังขึ้น น่าแปลกที่กลุ่มตัดไม้ยังคงนิ่งสงบ ไม่มีท่าทีตื่นตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า

 

“เธอเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่สินะ”

 

เสียงของทหารที่ถูกเรียกว่า ‘หมวดอ้น’ เอ่ยถาม

 

“นายรู้ได้อย่างไร”

 

“ฉันอยู่ที่นี่มานาน หัวหน้าวุฒิ ก็รู้จักฉัน เฮ้ยแก โทรหาหัวหน้าวุฒิสิ”

 

ลูกน้องด้านหลังของหมวดอ้น รีบโทรศัพท์ทันที แม้ปืนของหญิงสาวจะชี้หน้าของหมวดอ้นอยู่ แต่ในใจกับหวั่นวิตก

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

ผ่านไปไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้น

 

“เธอทำบ้าอะไร รีบถอนกำลังเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง”

 

“แต่ว่า…พวกมันแอบตัดไม้”

 

“ไม่มีแต่ คุณอย่างถูกย้ายหรืออย่างไร”

 

สายได้ถูกตัดไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบ หญิงสาวยังคงนิ่งอย่างใช้ความคิด จนกลุ่มตัดไม้ด้านหน้าทนไม่ไหว

 

“ทีนี้จะปล่อยเราไปได้หรือยัง ว่าแต่ เธอก็สวยเหมือนกันนะเนี่ย คืนนี้ไปกับฉันหน่อยเป็นไง” หมวดอ้นเอ่ยแทะโลมในทันที หญิงสาวมีใบหน้าเย็นชา

 

ปัง

 

เสียงกระสุนเฉียดศีรษะของหมวดอ้นไปอย่างฉิวเฉียด ทะลุต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง เป็นการลั่นปืนของเจ้าหน้าที่สาวตรงหน้านั่นเอง

 

“ฉันกานติมา แม้จะเพิ่งบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ระดับที่1 แต่ฉันมีศักดิ์ศรีพอ พวกแกวางอาวุธซะ”

 

“ยัยนี่ พูดไม่รู้เรื่องใช่ไหม”

 

“พวกแกต่างหาก ตัดไม้ทำลายป่า ฝ่าฝืนกฎหมาย ติดสินบนเจ้าหน้าที่ เป็นถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ยศร้อยโท และแกเองก็เหมือนกัน ลูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าว ยศสิบตำรวจตรี ฉันจะรายงานเรื่องนี้แก่กรมสอบสวนข้าราชการของจังหวัด”

 

ไตรภพที่ซุ่มดูอยู่ รู้สึกชื่นชมหญิงสาวตรงหน้า ร่างกายที่สูงเกินกว่ามาตรฐานหญิงไทยเล็ดน้อย สีผิวสองสีออกไปทางขาว ผมยาวที่ถูกกร้าวเอาไว้ภายใต้หมวก เป็นภาพที่เข้มแข็งและน่าหลงใหลภายใต้ฉากหลังที่เป็นธรรมชาติ

 

“แกเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า พวกแกมีแค่หกคน พวกเรามีสิบสองคน อาวุธสงครามครบมือ แกมีปัญญาอะไรมาจับพวกเรา”

 

พรึ่บ

 

ปืนสิบสองกระบอกรวมถึงปืนของหมวดอ้นได้ชี้ไปทางกลุ่มเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทั้งหกตรงหน้า พลางแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #174 0931047050 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 22:06
    Thank you
    #174
    0
  2. #9 yukai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:07

    ขอบคุณมาก

    #9
    0