Emperor of the Immortal God

ตอนที่ 19 : โดนจับกุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 429 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

กองปราบจังหวัด เป็นหน่วยงานพิเศษที่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกดล้วนต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติ เรียกได้ว่าคัดหัวกะทิของกรมตำรวจไว้ในหน่วยนี้

 

แต่ละจังหวัดมีกองปราบจังหวัดประจำในอำเภอเมือง เพื่อคอยปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวกับความรุนแรงและความมั่นคงในจังหวัด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธที่ส่งผลต่อสาธารณชน คดีที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์นี้ล้วนเป็นกองปราบเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น อันเป็นการแบ่งเบาภาระงานของสถานีตำรวจในที่ต่าง ๆ

 

ณ ห้องผู้กำกับการกองปราบจังหวัด ผู้กำกับการในวัยห้าสิบปี ยศพันตำรวจเอกพิเศษ นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อรับฟังรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาตรงหน้า

 

“ผู้กองชนิตา คุณจับลูกรองผู้บังคับกองพันมาทำไม”

 

“ท่านคะ ชยุตพลพกอาวุธปืนเข้าไปในร้าน ทั้งยังขู่ฆ่าอย่างเปิดเผย มีพยานรู้เห็นมากมาย นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดของทางร้านที่ถ่ายเหตุการณ์ในร้านด้วยค่ะ”

 

“ฉันไม่ได้ถามเรื่องนี้ ฉันถามว่าเธอจับลูกท่านรองมาทำไม!”

 

สิ้นคำกล่าวของผู้กำกับ ถ้วยกาแฟที่อยู่บนโต๊ะถูกเขวี้ยงเฉียดหน้าของชนิตาไป ดูเหมือนว่าผู้กำกับการจะโมโหเป็นอย่างยิ่ง

 

“ชยุตพล ผิดข้อหาพยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ทั้งกระบวนการทางศาลเรื่องคดีอุ้มฆ่ายังไม่ถึงที่สิ้นสุด ฉันจึงจับเขามาค่ะ”

 

 

“เธอนี่มันโง่จริง ๆ ไปปล่อยเขาออกมา แล้วลบคลิปทุกอย่างในร้านด้วย”

 

“ตะ แต่…ผู้กำกับคะ”

 

“นี่คือคำสั่ง!”

 

ผู้กำกับพูดกระแทกเสียงก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ ทิ้งให้ช่อผกาอยู่ในห้องด้วยความไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า

 

ทางด้านไตรภพและยงศิลป์ถูกขังอยู่ในห้องขังของกองปราบจังหวัด เป็นห้องขังที่ค่อนข้างสะอาด มีเก้าอี้ไม้ให้นั่งหลายตัว ยงศิลป์ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้า มันเหลือบมองไตรภพที่นั่งลงอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

 

“น้องชาย นายไม่กังวลบ้างหรอ”

 

“กังวล ? เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ ตำรวจจะจับเราข้อหาอะไร เดี๋ยวพอสอบสวนเสร็จแล้วก็ต้องปล่อยเราไปอยู่ดี”

 

“น้องชายมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว พันเอกเสถียรพ่อของไอชยุตพลมันไม่ปล่อยพวกเราแน่”

 

ที่ยงศิลป์เป็นกังวลใจ ไม่ใช่เรื่องการถูกจับขังในห้องข้องนี้ แต่เป็นเรื่องของพันเอกเสถียรต่างหาก ตัวมันเองที่เป็นนักธุรกิจย่อมรู้ดีเรื่องเส้นสายทางราชการ ทั้งยังรู้อีกว่าผู้กำกับของกองปราบจังหวัดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพันเอกเสถียรอีกด้วย

 

“เฮ้ย พวกแกหนะ ออกมาได้แล้ว”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวนซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปฏิบัติการที่จับกุมพวกเขามา เดินมาเปิดประตูห้องขัง สั่งให้ชายทั้งสองคนตรงหน้าเดินตามมันมาที่ห้องสอบสวน

 

ห้องสอบสวนนี้ถูกตกแต่งอย่างดี กลางห้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่สามคน อันประกอบด้วยผู้กำกับการ รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน และสารวัตรฝ่ายสอบสวน อยู่ในชุดไม่เป็นทางการ เนื่องจากเป็นเวลาดึกแล้วที่เกิดคดีเร่งด่วนเช่นนี้ มันจึงรับมาทันทีที่รู้ข่าว โดยมีชนิตายืนอยู่มุมห้อง

 

“พวกแกเป็นคนก่อเรื่องในร้าน ใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ไม่มีใบอนุญาตพกปืน พยายามฆ่า ใช่ไหม”

 

เสียงผู้กำกับอ่านข้อหาในกระดาษ พูดกระแทกเสียงดังไปยังไตรภพและยงศิลป์ ซึ่งชนิตาตกใจกับคำกล่าวหา ทักท้วงผู้กำกับออกมาทันที

 

“ท่านคะ นี่มันข้อหาของชยุตพลไม่ใช่หรอคะ”

 

“หุบปาก ! ใครสั่งให้เธอมาอยู่ในห้องนี้กัน ออกไป”

 

ผู้กำกับตวาดชนิตา ทั้งยังไล่หญิงสาวออกจากห้องสอบสวน เธอเดินออกไปอย่างขัดใจกับพฤติกรรมดังกล่าวของผู้กำกับ พลางถอนหายใจ ความท้อแท้ในอาชีพตำรวจกัดเซาะหัวใจที่รักความยุติธรรมของเธอ

 

“พวกผมถูกกระทำ ดูจากกล้องวงจรปิดที่ร้าน Moon Star ได้ครับ”

 

ยงศิลป์ที่ได้ยินคำกล่าวหา รีบแก้ต่างออกมา ก่อนที่จะยกหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อให้ตัวมันและไตรภพพ้นจากข้อกล่าวหานี้

 

“กล้องวงจรปิด ? ที่ร้านกล้องวงจรปิดเสียตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จะมีหลักฐานที่ไหนให้แก รับสารภาพซะ เซ็นตรงนี้”

 

รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวนแสยะยิ้มอย่างเยาะเย้ยในชะตากรรมของชายสองคนตรงหน้า มันได้รับใบสั่งมาจากเบื้องบนให้เอาผิดยงศิลป์และไตรภพอย่างถึงที่สุด

 

“พวกเราไม่เซ็น! ฉันขอใช้สิทธิติดต่อทนาย”

 

ยงศิลป์เค้นเสียงพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว มันรู้ดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้าพยายามบังคับให้มันและไตรภพยอมรับสารภาพออกมา เพื่อจะจับพวกมันส่งฟ้องกับอัยการต่อไป

 

“ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ เหอะ ได้ แกอยากโทรหาก็โทรไป เป็นสิทธิของแกอยู่แล้ว ให้มันโทร”

 

ยงศิลป์หยิบโทรศัพท์โทรหาทนายของมันทันที ตัวของยงศิลป์นั้นมีทนายซึ่งตัวมันเองคอยปรึกษาเรื่องการนำยาเข้าประเทศในร้านขายยา แต่เมื่อบอกเล่ารายละเอียดของคดีและคู่ความแล้ว ทนายคนนั้นกลับปฏิเสธทันที

 

“เฮ้อ”

 

ยงศิลป์ถอนหายใจออกมา มันไม่ได้โกรธเคืองทนายของมัน เพราะมันรู้ว่าใคร ๆ ล้วนต้องการความปลอดภัยทั้งนั้น แค่เงินไม่กี่บาท ใครจะเสี่ยงทำคดีให้

 

“ดูเหมือนทนายของแกจะไม่มาสินะ นับว่ามันรู้งาน ใครจะว่าความให้พวกแก ฮ่า ๆ ใครออกตัวแทนพวกแกมันก็โง่บัดซบเต็มทีแล้ว”

 

“ฉันขอยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว”

 

“ฮ่า ๆ แกพล่ามอะไรของแกวะ ฉันคัดค้านการประกันตัว เพราะพวกแกก่อเหตุอุกอาจในที่สาธารณะ สารวัตร เอาพวกมันสองคนไปขัง พรุ่งนี้ส่งพอ 8 โมง รีบส่งฟ้องมันเลย”

 

แม้ยงศิลป์จะพยายามขอประกันตัว แต่ดูเหมือนว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิเสธการประกันตัวดังกล่าว ยงศิลป์รู้สึกท้อใจในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง มันและไตรภพถูกต้อนเข้าไปในห้องขังเดิมอีกครั้งหนึ่ง

 

เวลาผ่านไปประมาณห้านาที เสียงฝีเท้าหลายคู่เดินมาทางห้องขังของไตรภพและยงศิลป์ เป็นชายร่างยักษ์จำนวนห้าคน ไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขาสั้นที่มีลวดลายต่างกัน เดินเข้ามาในห้องขัง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พาพวกมันทั้งห้ามาล้วนมีสีหน้าตื่นกลัว

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พามานั้นเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย ได้รับคำสั่งจากผู้กำกับการให้พานักโทษร้ายแรงที่กำลังจะส่งตัวไปเรือนจำจังหวัดมายังห้องขังนี้ พวกมันทั้งห้าคนล้วนเป็นอาชญากรคดีปล้นฆ่าผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลจอมพระ จังหวัดน่าน ก่อเหตุสะเทือนขวัญ พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทั้งยังกลบข่าวขบวนการตัดไม้ทำลายป่าอย่างสิ้นเชิง

 

“งานง่าย ๆ”

 

หนึ่งในชายทั้งห้าคนมองหน้าไตรภพและยงศิลป์ พวกมันเองได้รับคำสั่งจากผู้กำกับให้ซ้อมชายทั้งสอง ห้ามปราณีอย่างเด็ดขาด ทั้งยังได้รับอนุญาตให้ฆ่าทั้งสองคนในห้องขังนี้ แล้วพวกมันจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีในเรือนจำจังหวัด

 

ทางด้านผู้กำกับหลังจากได้รับคำสั่งจากพันเอกเสถียรพ่อของชยุตพล จึงสั่งการให้มีปฏิบัติการฆ่าชายทั้งสองในคุกโดยทำเหมือนให้เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทของผู้ต้องหาเอง แม้ตัวมันจะหวั่นใจบ้างหากมีผู้ต้องหาเสียชีวิตในกองปราบจังหวัดจริง แต่เมื่อได้รับการรับรองมาจากพันเอกเสถียร มันจึงคลายใจลง

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“เข้ามา”

 

เสียงประตูห้องผู้กำกับดังขึ้น มันเอ่ยอนุญาตให้ผู้มาใหม่เข้ามา ชายอายุราว ๆ ห้าสิบปี และสามสิบห้าปีเดินเข้ามาในห้อง ก่อนที่จะนั่งลงโดยที่ไม่มีคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง

 

“ท่านจักรภพ คุณปรีชา”

 

ผู้กำกับสะดุ้งจากที่นั่ง รีบลุกขึ้นสุดตัว ชายตรงหน้าของมันนั้นเป็นถึงหัวหน้าแก๊งเชิ้ตดำ แก๊งที่มีอิทธิพลที่สุดในจังหวัดน่าน ตัวมันเองเคยตามผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่านไปประชุมระดับสูงเกี่ยวกับความมั่นคงทางชายแดน ในที่ประชุมแห่งนั้นประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจังหวัดหลายคน ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับบัญชาการทหารในจังหวัด และชายตรงหน้าของมัน

 

“ท่านมาที่นี่มีธุระอะไรหรอครับ จริง ๆ ไม่ต้องลำบากมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย ให้ผมไปหาท่านที่บ้านก็ได้นะครับ”

 

ผู้กำกับกล่าวประจบจักรภพทันที ชายตรงหน้าเป็นคนที่ไม่อาจตอแยได้ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาการระดับสูงสุดในจังหวัดยังต้องไว้หน้าจักรภพหลายส่วน แล้วตัวมันเองเป็นแค่ผู้กำกับการกองปราบจังหวัด จะสามารถเทียบกับผู้บังคับบัญชาได้อย่างไร

 

“ปล่อยคุณไตรภพซะ”

 

ปรีชาเอ่ยเสียงเย็น ถมึงตามองผู้กำกับอย่างไม่ไว้หน้า ทันทีที่มันได้รับไลน์แจ้งเตือนจากไตรภพ มันรีบรายงานจักรภพ รีบมาที่กองปราบจังหวัดในทันที

 

“ไตรภพ ? คนไหนครับท่าน”

 

ผู้กำกับพยายามนึกชื่อผู้ต้องหา มันคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จึงยกหูโทรศัพท์ตามสารวัตรฝ่ายสอบสวนมาพบที่ห้องทันที

 

“ท่านผู้กำกับครับ ไตรภพ คือ หนึ่งในผู้ต้องหาสองคนที่ก่อเรื่องในร้าน Moon Star ครับ”

 

ทันทีที่ฟังคำรายงานจากสารวัตรสอบสวน เหงื่อเม็ดโป้งไหลลงบนหน้าสารวัตรอย่างไม่รู้ตัว มันมองจักรภพด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ

 

“ปล่อยคน”

 

“คะ คะ ครับ”

 

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของจักรภพ มันรับคำเสียงสั่น ก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องของมันตรงหน้ารีบไปปล่อยตัวไตรภพให้เร็วที่สุด มันภาวนาให้ผู้ต้องหาที่มันส่งไปในห้องขังทั้งห้าคนนั้นยังไม่ทำอะไรชายหนุ่มทั้งสอง

 

“ไม่ต้อง รีบพาฉันไป เร็วเข้า!”

 

จักรภพไม่รอให้ผู้กำกับพาไตรภพออกจากห้องขัง มันบังคับให้ผู้กำกับพาไปที่ห้องขังทันที ผู้กำกับเดินนำทางให้กับจักรภพและปรีชาด้วยความรู้สึกกังวล หากเข้าไปที่ห้องขังแล้วไตรภพและยงศิลป์ถูกกระทืบจนบาดเจ็บสาหัส หรือถูกฆ่าในห้องขังขึ้นมา ตัวมันเองคงไม่พ้นที่จะเผชิญเคราะห์กรรมแสนสาหัส

 

เพียงระยะเวลาไม่กี่อึดใจ ผู้กำกับได้นำจักรภพและปรีชามาถึงห้องขัง มันเปิดประตูอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ยังไม่เห็นสภาพด้านในห้องขัง เนื่องจากต้องเปิดประตูบานใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าของโซนผู้ต้องขังก่อน

 

“นะ นะ นี่!”

 

ทันทีที่ผู้กำกับเห็นสภาพด้านหน้า มันตกตะลึงยิ่งกว่าความกังวลก่อนหน้านั้นอีก ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่น่าสยดสยองเป็นอย่างมาก

 

ภาพตรงหน้านั้นเป็นภาพของชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้า มีสภาพที่ดูไม่ได้ ใบหน้า ลำตัว ล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีม่วง นัยน์ตาเหลือกโปนไม่เห็นลูกตาสีดำ กางเกงขาสั้นเต็มไปด้วยคราบปัสสาวะ ร่างกายแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง

 

“ขอบคุณผู้กำกับมากนะ ที่ส่ง 5 คนนี้มาเล่นกับฉัน กำลังเบื่อ ๆ อยู่พอดีเลย”

 

ไตรภพยิ้มให้กับผู้มาใหม่ พลางส่งสายตาทักทายจักรภพและปรีชา ก่อนหน้านี้ชายทั้งห้าต่างปรี่เข้ามาเพื่อจะทำร้ายยงศิลป์และตัวมันเอง มันจึงสั่งสอนชายทั้งห้าไปเล็กน้อย อย่างหอมปากหอมคอ พอที่จะทำให้พวกมันทั้งห้ามีสภาพแบบที่เห็น

 

“ยืนอึ้งอะไร ปล่อยคนสิวะ”

 

จักรภพรีบพูดขึ้น เรียกสติของผู้กำกับ มันพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าของขังไขกุญแจห้องของ ปล่อยยงศิลป์และไตรภพออกมาข้างนอก

 

“บอสครับ”

 

“บอสครับ”

 

จักรภพและปรีชาโค้งตัวลงเคารพชายหนุ่มตรงหน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้กำกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และยงศิลป์ ต้องบอกก่อนนะว่าฐานะของจักรภพสูงส่งแค่ไหนในจังหวัด แล้วทำไมถึงเรียกไตรภพว่า ‘บอส’ กัน

 

“ลำบากพวกนายแล้ว”

 

“ไม่เลยครับบอส”

 

จักรภพรีบพาไตรภพและยงศิลป์ออกมานอกห้องขังทันที มันมองสภาพชายฉกรรจ์ห้าคนในห้องขังด้วยความเรียบเฉย ตัวมันเองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในระดับขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 3 จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร การละเล่นกับคนธรรมดาแบบนี้ไม่ใช่แค่ไตรภพที่ทำได้ แม้แต่ปรีชาก็สามารถอัดพวกมันเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

ปรีชาได้รับการถ่ายทอดการฝึกยุทธ์จากจักรภพ ด้วยความวิริยะอุตสาหะมากกว่าสิบปี ทำให้มันสามารถบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 1 แม้จะฝึกมาหลายปี ก็ไม่สามารถที่จะเลื่อนไปสู่ขั้นที่ 2 ทำให้มันเกิดความท้อแท้ใจในความก้าวหน้าของพลังยุทธ์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 429 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

601 ความคิดเห็น

  1. #521 29NMN (@29NMN) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 10:59
    เลี้ยงจักรภพไว้เพื่อสิ่งนี้สินะ 555
    #521
    0
  2. #40 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 20:08

    ขอบคุณมาก
    #40
    0
  3. #39 aimjunggm (@aimjunggm) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 10:07
    มาต่อไวๆนะ
    #39
    0
  4. #38 SilverEvill (@SilverEvill) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 10:00
    ตำรวจแบบนี้จับยิงเป้า
    #38
    2
  5. #37 นนนน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 09:36

    สนุกมาก

    #37
    0
  6. #36 Taworn (@Taworn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 09:12

    รออ่านตอนต่อไป

    #36
    0