TRINITY the NEET hero ทรีนิตี้ ฮีโร่สายนีท

ตอนที่ 1 : Fratræden [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

-1- Fratræden [50%]


Low Earth Orbit

อวกาศ, บริเวณเหนือประเทศอเมริกา


     การต่อสู้ดุเดือดในพื้นที่ที่ไม่มีซ้ายขวาบนล่าง บวกกับแรงโน้มถ่วงเป็นทั้งมิตรและศัตรูนำพาความยุ่งยากมาให้เสมอ

     คาร์ล เทรวิสในชุดเกราะโลหะขาวเทามีเหลี่ยมมุมที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังซูเปอร์ฮีโร่โบราณเรื่องหนึ่งประคองตัวอยู่กลางอวกาศ โลหะที่ประกอบเป็นชิ้นส่วนมีร่องรอยความเสียหายที่ชัดเจน อีกฟากหนึ่งคือร่างที่ดูเหมือนแผ่นเกราะ แต่มีส่วนโค้งและชิ้นส่วนชีวภาพมากกว่า เกราะโค้งมนตามรูปร่างและสายไฟในที่ต่างๆบอกให้รู้ว่าร่างนั้นไม่ใช่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักร แต่เป็นชิ้นส่วนที่ประกอบจากวัสดุชีวภาพที่ไม่ได้สร้างด้วยวิธีการปกติ

     ระบบอาวุธของชุดเกราะพังเสียหายไปแล้วบางส่วน แม้แต่ไอพ่นส่วนขาก็ถูกทำลายไปด้วยความแม่นยำสูงของการโจมตีของ The Orbiter วายร้ายคนสุดท้ายที่ยังคงก่อความเสียหายให้แก่วงการอวกาศและการบินมาตลอดตั้งแต่เหตุการฟ้าแยกที่เป็นสาเหตุให้การตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารกับโครงการสถานีอวกาศเอกชนนานาชาติต้องเลื่อนออกไป รวมถึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้สถานีทดลองรุ่น 1 เสียหายจนต้องปล่อยให้ตกสู่มหาสมุทรอีกด้วย


     ในขณะที่กลุ่มภาคพื้นดินจัดการกับกลุ่มคนเบียวที่คิดว่าแค่มี Enater แล้วจะครองโลกได้หรือตั้งองค์กรนอกกฏหมายขึ้นมาข่มเหงประชาชนเล่นๆ ฝั่งอวกาศก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน พื้นที่เหนือชั้นบรรยากาศที่เคยถูกสงวนไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสันติภาพกลายเป็นสนามรบของผู้ครอบครองพลังและผลึก ทั้งการจับคนทั้งสถานีอวกาศเป็นตัวประกันจนถึงการเรียกค่าไถ่ระดับประเทศ และบนโลกก็มีไม่กี่คนที่มีความสามารถมากพอจะโลดแล่นและทำภารกิจเหนือเส้นคาร์แมนที่แรงโน้มถ่วงเป็นตัวกำหนดชะตากรรมได้ หลายคนสิ้นชีวิตในอวกาศและเผาไหม้จนไม่เหลืออะไรให้เอาไปฝัง หลายคนปลิวออกนอกอวกาศไปและไม่มีวันได้กลับมา และบางส่วนก็ถูกบดขยี้กับพื้นโลกด้วยความเร็วปลาย


     พื้นที่นี้คือเวทีสำหรับผู้ที่คู่ควรกับพลังในการเอาชนะแรงดึงดูดของดาวทั้งดวงได้


     และนอกจากเหล่าฮีโร่ ยังมีคนอื่นอยู่ข้างนอกนั่น


     คาร์ลไม่รู้ว่าชุดเกราะที่เสียหายจะรับภาระได้อีกแค่ไหน แต่ถ้าเขาล้มเหลวอีกครั้ง นอกจากชื่อเสียงที่พังพินาศแล้ว ยังมีชีวิตของคนนับร้อยที่อยู่ในความเสี่ยง และคนอีกหลายล้านคนที่ต้องพึ่งพาระบบต่างๆที่อยู่ในวงโคจร เขายังจำได้ถึงครั้งนั้นที่สถานีที่เขาเป็นหุ้นส่วนครึ่งหนึ่งถูกแฮกโดยวายร้ายอวกาศและฆ่าคนไปครึ่งสถานี คาร์ลที่เข้าต่อสู้อย่างเร่งรีบถูกโต้กลับจนเกือบจะกลายเป็นหายนะ โชคดีที่กองกำลังเสริมจากภาคพื้นดินขึ้นมาช่วยทันเลยช่วยชีวิตคนที่เหลือเอาไว้ได้


     แต่ในขณะที่คู่ต่อสู้จมอยู่ในความคิด The Orbiter เปิดฉากพุ่งเข้ามาหาคาร์ลก่อนพร้อมกับชิ้นส่วนแหลมๆในมือ ด้วยร่างที่เป็นมนุษย์ผสมกับเชื้อ NLF-x04 และดาวเทียมทั้งของการทหารและเอกชน ทำให้การหลอกล่อหรือล็อคเป้าทำได้ยากยิ่งกว่าการต่อสู้กลางอากาศของเครื่องบินรบ และยังไม่รวมความสามารถอื่นๆที่ OP จนเข้าข่ายตัวละครจูนิเบียวเช่นการแจมสัญญาณหรือแฮกเข้าสู่ระบบจากระยะไกล เทคโนโลยีล่าสุดของทหารที่ถูกหลอมรวมเข้าไปยิ่งทำให้การตรวจจับกลายเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

     แต่การคิดมากเกินไปก็สร้างรูปแบบในการทำงานจนแม้แต่เด็กประถมก็เดาทางออก บางครั้งในการแก้ปัญหาที่น่ารำคาญบางอย่างก็ต้องโยนแผนทิ้งไปซะแล้วใช้กำลัง


     เส้นแสงลากขึ้นจากพื้นหลังที่เป็นดาวเคราะห์สีฟ้าถูกร่างเล็กๆที่พุ่งเข้ามาหาคาร์ลดึงดูดเข้ามาหาจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนทั้งที่อวกาศไม่มีตัวกลาง พร้อมกับเสียงแหลมๆที่ตะโกนผ่านระบบสื่อสารแบบไม่เกรงใจสุขภาพหูคนฟัง


     “FLYT DIG!!!

     ถอยไป!!!


     ฉมวกที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ยิงขยะอวกาศพุ่งผ่านจอแสดงผลตรงหน้าคาร์ลด้วยความเร็วสูงเห็นเป็นแค่เส้นแสงวิ่งผ่านไปทะลุร่างที่หุ้มด้วยเกราะและวัสดุชีวภาพที่อยู่ห่างออกไปจนชิ้นส่วนปลิวกระจาย แรงจากแท่งโลหะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผลักร่างวายร้ายจนหลุดออกจากวงโคจร แต่ก่อนที่สายสลิงจะถูกตัดขาดก็มีแสงวาบสีฟ้าออกมาจากปลายฉมวกที่ถูกติดไว้ด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง


     EMP ACTIVATED


     หน้าต่างแจ้งเตือนสว่างวาบขึ้นก่อนที่ร่างเล็กๆสีขาวจะหยุดการทำงานชั่วคราวพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของชุดเกราะ แต่ EMP ก็ใช่ว่าจะมีผลถาวรกับร่างที่ครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องจักร แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นเลือดเนื้อและเชื้อต่างดาวที่วิวัฒนาการตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่หุ่นขนาดเท่าตึกสามชั้นที่เร่งเครื่องต้านแนวโน้มถ่วงตามมาพร้อมกับม้วนเอาสายสลิงที่ยึดกับฉมวกอยู่ดึงเอาวายร้างอวกาศเข้ามาหาพร้อมกับเสียงตะโกนแสบแก้วหูตามแบบฉบับพระเอกมังงะโชเน็นและจากความเร่งในระดับที่ทำให้เลือดทั้งตัวไหลไปกองที่ขาจนหมดสติได้ในไม่กี่วินาที การควบคุมที่แม่นยำแบบนั้น มีแค่คนเดียวที่คาร์ลเคยพบเจอที่สามารถทำได้




     “ไอด้า ราสมุสเซน!?”


     คาร์ลร้องออกมาพร้อมกับระบบของชุดเกราะที่กลับมาทำงานอีกครั้ง ร่างของวายร้ายอวกาศที่ถูกดึงเข้าไปหากระแทกเข้ากับแผ่นเกราะของหุ่นจนเป็นรอยยับ ชื้นส่วนโครงรังผึ้งอลูมิเนียมรับแรงกระแทกจนยุบบู้บี้ไม่เป็นรูปทรง เปิดให้เห็นสายไฟและท่อข้างใต้แผ่นเกราะ


     “อย่าให้มันแตะตัวนะยัยบ้า!” ฮีโร่วัยกลางคนตะโกนผ่านระบบสื่อสาร แต่คำตอบที่ได้มากลับเป็นคำพูดหยิ่งกวนเก๊กของคู่แข่งในอวกาศของเขาที่ทำอะไรที่เสี่ยงจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่กล้าทำ


     “นายน่ะไม่ต้องพูดมาก เตรียมรับของเลย!”


     เสียงแหลมๆที่แทบจะทำให้เยื่อแก้วหูฉีกตะโดนผ่านระบบสื่อสารมาอีกรอบ ก่อนที่เสียงซ่าๆจากวิทยุจะเงียบไป นิ้วของเด็กสาวแตะอยู่ที่ตัวควบคุมรอเวลาและจังหวะในการโต้กลับ หน้าจอในห้องนักบินปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือนว่ากำลังถูกแฮก วัตถุยาวๆที่ยึดติดกับแขนของหุ่นถูกดีดออกและปลิวหายไปในความมืดของอวกาศในทิศทางตรงข้ามจากการเร่งความเร็วสุดขีด

     ด้วยศักยภาพของเจ้าวายร้ายอวกาศที่ผสมความสามารถของมนุษย์ NLF-x04 และดาวเทียมทหารรุ่นล่าสุด มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะต้อนสิ่งมีชีวิตนี้ให้จนมุมด้วยเทคนิคที่ฮีโร่ใช้ เพราะบางครั้งมันก็ซื่อตรงเกินไปจนน่าเบื่อ


     แต่มีศักยภาพแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าจะเดาทางทุกอย่างออกได้!


     ไอด้าลั่นไกด้วยการกดปุ่มบนคันบังคับ แต่ไม่มีอะไรถูกยิงออกมา ไม่มีกระสุนปืนหรือบีมเลเซอร์สุด OP แบบการ์ตูนหุ่นยักษ์ตามแบบฉบับอย่างที่คนอ่านคาดหวังไว้ แต่สิ่งที่ถูกยิงออกไปคือโค้ดง่ายๆชุดหนึ่งที่บังคับให้จรวดจุดระเบิดเชื้อเพลิงทั้งหมดที่มีในกรณีที่เกิดความผิดพลาดบางอย่างขึ้นจนจำเป็นต้องทำลายจรวดลำนั้นทิ้ง


     คาร์ล เทรวิสที่คว้าหอกขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนเสาไฟฟ้าติดใบมีดไว้ได้เมื่อเห็นแสงวาบที่ขอบบนของจอแสดงผล การระเบิดในอวกาศไม่มีเสียงและลูกไฟตระการตาเหมือนหนังฮอลลิวูด เปลงเพลิงในอวกาศจะหายไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีออกซิเจนและสภาพสุญญากาศ ทิ้งไว้แค่คลื่นกระแทกและเศษซากที่ลอยกระจาย ชิ้นส่วนเกราะสีฟ้าอมเทาลอยอยู่รอบๆบริเวณที่เคยมีร่างของทั้งสองคนอยู่


     “เฮ้? ไอด้า?


     เสียงเดียวที่ได้ยินจากระบบสื่อสารคือคลื่นแทรกกับเสียงรบกวน เขาไม่รู้ว่าเธอคนนั้นใช้แผนอะไร แต่ถ้าถึงขั้นโยนอาวุธทิ้งเพื่อเผด็จศึกด้วยการระเบิดจนตัวเองได้รับความเสียหายไปพร้อมกับเจ้าวายร้ายนั่นก็ถือว่าเป็นการใช้กำลังที่ดูเสียเปล่า


     และที่สำคัญ คนไร้อุดมการณ์อย่างเธอคงไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้น


     “คาร์ล เทรวิส!!!”


     แก้สทรัสเตอร์ที่ติดบนอาวุธขนาดใหญ่ทำงานพร้อมกับเสียงที่แทรกเข้ามาในระบบสื่อสาร จรวดขนาดเล็กที่ติดอยู่กับหอกยักษ์สะบัดด้ามจับท่อนโลหะหนาๆดึงถุงมือแม่เหล็กและลากคาร์ลพุ่งไปหาความมืดมิดในทิศทางตรงข้ามกับโลก


     “ในชุดนายมีไอ้นั่นใช่ไหม เอาออกมาใช้ที”


     แต่ก่อนที่คาร์ลจะได้ทันตอบอะไร ก็ถูกแรงจากการลดความเร็วกระทันหันเล่นงานจนแทบจะหมดสติ ร่างโลหะชีวภาพสีขาวเทาถูกแทงทะลุกลางตัวด้วยใบมีดขนาดยักษ์ และอยู่ในสภาพไร้การป้องกัน


     “วิ้ดดดดดดดดดดดดด-----------”


     เสียงแหลมๆแทรกเข้ามาในระบบสื่อสารเมื่อเกราะไหล่ของฮีโร่เปิดออกและยิงกระสุนสว่านเจาะเข้าไปในร่าง ตามด้วยฉมวกอีกสองเล่มที่ถูกยิงออกมาจากห้องนักบินที่เปิดอยู่ของหุ่นแบบแมนนวล ปิดฉากตำนานวายร้ายอวกาศที่ฉุดรั้งการก้าวกระโดดของมนุษยชาติในที่สุด


====////====


Rasmussen Luftfartsteknologi sejlads kompleks

ฐานปล่อยจรวดกลางทะเล RLSK, ทะเลบัลติก


     ชายหนุ่มวัย 40 ปลายๆเดินเข้ามาในห้องชุดขนาดใหญ่ที่ตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียพร้อมกับถุงใส่อาหารในมือ ด้านหลังมีกระเป๋าหน้าตาไฮเทคขนาดกลางๆวิ่งตามมาแบบอัตโนมัติ แมวเทากับแมวส้มที่นอนอยู่บนพรมขู่แฟ่เมื่อกระเป๋าอัตโนมัติวิ่งผ่านก่อนจะกระโดดขี้นไปหลบบนชั้นวางของ ที่กลางห้องคือโซฟาขนาดใหญ่ที่ดูหนานุ่ม บนนั้นมีเด็กสาวที่ขนาดตัวดูเหมือนอายุไม่บรรลุนิติภาวะแต่อันที่จริงแล้วอยู่ในวัยที่สามารถทำธุรกรรมได้ตามกฏหมายนอนดูอนิเมไซไฟเรื่องหนึ่งผ่านจอขนาดเท่าผนังอยู่โดยมีผ้าห่มคลุมขาไว้


     “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาเยี่ยมน่ะลุง บินจากเมกามันเหนื่อยนะ”


     ไอด้าต้อนรับแขกวัยสี่สิบปลายๆด้วยคำพูดที่ดูจิกกัดที่คุ้นเคย แต่คาร์ลที่เคยชินกับความไม่สนอกสนใจอะไรของเธอมานานแล้วก็นั่งลงข้างๆเด็กสาว


     “เอานี่ อเมริกันฟาสฟู๊ด” คาร์ลวางถุงอาหารที่มีกลิ่นหอมลอยออกมาลงบนโต๊ะ “กินเยอะๆจะได้หายไวๆ”


     “ลุง เค้าไม่ใช่เด็กประถมนะ” ถึงจะตอบกลับกึ่งๆงอแง แต่ไอด้าก็เปิดถุงหยิบถ้วยมันบดออกมาเปิดกิน


[Fortsættes, 50%]

0 ความคิดเห็น