[GOT7]โรงเรียนเวทมนต์ (ทวีปลอยฟ้า) BNyoung markbam jackjae yugyeom

ตอนที่ 3 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62








ตุบ!!!!

โอ๊ย!!!!

       เสียงหีบอัญมณี และผนึกเวทถูกลำเลี้ยงลงจากรถม้า อย่างเป็นระเบียบ

        หืม!! หัวหน้าทหารจากปราสาท เหมันต์ ขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม เหมือนเขาจะได้ยินเสียงอะไรประหลาดๆจากหีบพวกนั้น
        วันนี้เขามาแทนหัวหน้าทหารอีกนายที่ป่วยเขาจึงได้รับหน้าที่มาคลุมการส่งสินค้ามายังทวีปแห่งแสงแทน หัวหน้าทหารจึงตะโกนสั่งทหารในปกครอง

"พวกเจ้าไปเปิดดูหีบ เช๊คให้เรียบร้อย!!!"

ตูมมมมม!!!

โครมมมมม!!!!

บึมมมมมม!!!!!!

       สักพักเขาก็ได้ยินเสียงโหวกเวกโวยวายดังมาจากข้างในร้าน จนต้องรีบวิ่งเข้าไปดู

       "อะ เจ้าหญิง!!!!! " นายทหารนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่เห็นยืนอ้าปากค้าง!!!!! ลืมแม้แต่จะทำการเคารพ ภาพที่เค้าเห็นคือ เจ้าหญิงแห่งไอซ์ซา เจ้าหญิงแห่งไอซ์ซาตัวเป็นๆ
       เธอมีเส้นผมสีขาวราวหิมะ ดวงตากลมโตสีฟ้าหน้าหลงไหล รูปหน้าจิ้มริ้มราวตุ๊กตาแกะสลักชั้นดี จมูกเชิดรั้นดูดื้อรั้นแต่ก็รับกับใบหน้าได้อย่างลงตัว ริมฝีปากแดงระเรื่อชวนมอง รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นหน้าถะนุถะหนอม ผิวขาวดังหิมะยามเหมันฤดู ถึงเขาจะเคยเห็นองค์หญิงหลายครั้งแต่ก็อดตะลึงกับรูปโฉมของพระองค์ไม่ได้

     "ถ้าเจ้ายังยืนมองพี่สาวเราตาไม่กระพริบอยู่แบบนี้ เราเกรงว่า เจ้าจะไม่มีลมหายใจอีก!!!" เสียงเย็นๆพูดขึ้นพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มเย็นลง บริเวณรอบข้างเริ่มเกิดน้ำแข็งปกคลุม

       หัวหน้าทหารพลันได้สติคุกเข่าลงกับพื้นดัง ตึง!!! ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงเย็นๆนี้คือผู้ใด ความหวงพี่สาวเป็นที่เรื่องลือในทวีปไอซ์ซาไม่แพ้องค์ราชาแม้แต่น้อย เขาคือเจ้าชายรองแห่งไอซ์ซา
      พระองค์มีรูปร่างสูงสง่า มีสีผมสีขาวเชกเช่นเดียวกับพี่สาว สีผมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำผู้มีสายเลือดกษัตย์ ถ้าเป็นบุคคลภายนอกทวีปอาจจะแยกไม่ออก แต่ถ้าเป็นผู้คนที่มาจากทวีปไอซ์ซาพวกเขาจะทราบทันที
     ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มตรงตาม บุรุษเพศควรมีทุกประการ คิ้วหนาได้รูป ดวงตาเรียวรีสีเทาอมฟ้าดุจน้ำแข็ง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักหน้าหลงไหล ผิวขาวดุจหิมะ รูปร่างอุดมไปด้วยมัดกล้ามชวนมอง

     "คะ ขอประทานอภัยพะยะค่ะ!!! พระองค์โปรดคายเวทลงก่อนเถิด" นายทหารกล่าเสียงสั่น แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งที่บรรยากาศหนาวจนหิมะจะตกอยู่แล้ว เรื่องหวงพี่สาวของเจ้าชายรองดูเบาไม่ได้จริงๆ เขาต้องตายกี่รอบถึงจะคุ้มกับการมองหน้าองค์หญิงกัน!!!!

     "ยู!!!" แค่เสียงใสๆของผู้หญิงหนึ่งเดียวในร้าน ก็ทำให้บรรยากาศกับมาเป็นปกติได้อย่างหน้าเหลือเชื่อ

     เจ้าชาย ยู ยูนิค ปาร์คเกอร์!!!!

      พอได้ยินเสียงพี่สาวดังขึ้นก็ทำถ้า ฮึดฮัด!! เดินไปหยิบผนึกเวทกับอัญมณี เข้ากำไลมิติของตัวเองไม่สนใจเหตุการณ์ตรงนี้อีก

       "เรามีเรื่องจะขอเจ้า จะได้หรือไม่???" ถึงใบหน้าจะฉีกยิ้มกว้าง!!! แต่น้ำเสียงช่างกดดันคนฟังเหลือเกิน

       "พะ พะยะค่ะ!! พระองค์มีอะไรให้กระหมอมรับใช้หรือ"หัวหน้าทหารพูดโดยที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าหญิง

เห็นแบบนั้น

         จูเนียร์ ปาร์คเกอร์!!!

        ก็ฉีกยิ้มเจ้าเล่ พูดด้วยน้ำเสียงหวาน "เราแค่จะขอยืม เงินในร้านของทวีปไปใช้นิดหน่อย กับผนึกเวทอีกเล็กน้อย จะได้หรือไม่"
 
      "อะ เออ!!" หัวหน้าทหารพูดตะกุกตะกัก 'นี้พระองค์กำลังจะปล้นร้านของทวีปตัวเองงั้นหรือ??' ถ้าองค์ราชารู้เขาควรทำเช่นไร หรือเขาจะควรชิงตัดหัวตัวเองก่อนจะกลับทวีป นี้พระองค์ไม่ทรงสงสารทหารตาดำๆบ้างหรือ!!! มันวันซวยอะไรของเขากันนี้ แค่แรกเวรแต่ต้องมาเจอทั้งเจ้าหญิงและเจ้าชายของอาณาจักร

      จูเนียร์ เห็นว่าหัวหน้าทหารอึกอักจึงเอ่ยพูดต่อ "เราไม่ได้ขอความสมัครใจของเจ้า เราเพียงแค่บอกกล่าวเจ้าก็แค่นั้น และ!! เรื่องนี้เจ้าห้ามบอกเสด็จพ่อเป็นอันขาด!!! บอกแค่ว่ามีคน ปล้นสินค้าระหว่างทางก็พอ!! แล้วถ้าเสด็จพ่อรู้เจ้าคงจะรู้นะ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!!!" จูเนียร์ไม่พูดเปล่าเธอกลางฝ่ามือขึ้น เกิดน้ำแข็งรูปร่างแหลมคมลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของเธอ
      หัวหน้าทหารเห็นก็กลืนน้ำลายลงคอดัง อึก!! ก่อนจะรับคำอย่างแข็งขัน "พะยะค่ะ!!"

      จูเนียร์เห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่ม แอบขบขันกับท่าทางของหัวหน้าทหารคนนี้ โทดเธอไม่ได้นะใครให้เขามารับเวรส่งสินค้ารอบนี้กันละ ซวย!! ไปเถอะ!!!

       "พี่หญิง ไปกันเถอะครับ!!" ยูนิคพูดขึ้น ก่อนจูเนียร์จะเดินมาจับมือน้องชายแล้วร่ายเวท

      "เทเลพลอต!!!"

      แล้วทั้งคู่ก็หายไปจากสายตาของเหล่าทหาร กับพนักงานในร้าน ปล่อยให้หัวหน้าทหารนั่งร้องให้เงียบๆคนเดียว












       ห่างไปไกลจากทวีปแห่งแสง ม้าสีขาวตัวใหญ่ขนยาว สลวยหางเป็นพวงงามสง่า หัวของมันมีหนอแหลมโพล่ขึ้นกลางหน้าผาก กำลังกระพรือปีกบินขึ้นเหนือทวีปวารี มันคืออยูนิคอน!! หนึ่งในสัตว์ประจำเชื่อพระวงค์ของทวีปวารี
       บนหลังของมันมีอิสตรีผมสีน้ำตาลมันวาวยาวถึงสะโพก ดวงตากลมโต นัยตาสีแดงดูแปลกตา แต่กับดูไม่หน้ากลัวแต่กับมีแรงดึงดูดบางอย่างให้ผู้คนหลงไหล คิวโค้งสวยดังพระจันทร์ยามราตรี
      จมูกโด่งรั้นเรียวเล็กรับกับรูปหน้า ปากบางกระจับดูเยาย้วนหน้าจุมพิต ผิวขาวดุดน้ำนมชั้นดี รูปร่างผอมเพียวมีส่วนเว้าส่วนโค้งตรงตามอิสตรีควรมี ไม่ว่าจะเป็นอิสตรีหรือบุรุษเพศถ้าได้พบเจอเธอก็ต้องตกอยู่ในมนต์สะกดนี้
     ใบหูเรียวแหลมเป็นเอกลักษณ์บงบอกถึงสายเลือดได้เป็นอย่างดี เธอคือเอลฟ์ถือได้ว่าสวยที่สุดในทวีปก็ไม่กล่าวเกินจริง เพราะเธอคือเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรวารี

     เจ้าหญิงแจนนิซ่า มาแชลล์!!!

     แต่เธอกำลังหนีออกจากทวีปเพื่อจะไปสมัครเรียนที่โรงเรียนเวทมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก






















 
       กลับมาที่ตรอกเล็กๆในทวีปแห่งแสง จูเนียร์ ปาร์คเกอร์และยูนิคปาร์คเกอร์กำลังนำผลึกเวทมาขายในตลาดมืดของทวีปนี้

      แต่!!!!!

      หลบ!!! ไป!!!

     ช่วยด้วยค่ะ!!!! ช่วยจับให้ทีค่ะ!!! ขโมยยยย

      ด้วยความที่เป็นคนชอบสัตว์มีเมตตา และทนต่อคำขอ  ร้องให้ช่วยไม่ได้!! จูเนียร์กลางฝ่ามือขึ้น แล้วร่ายเวท ส่งไปที่พื้น เกิดการเปลี่ยนแปลงบนพื้นที่ปูด้วยอิสเปลี่ยนเป็นพื้นน้ำแข็งบริเวณทางเดิน
      ทำให้โจรที่วิ่งมาทางนี้เกิดลื่นพื้นน้ำแข็ง หน้าไถลมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ จูเนียร์ยกเท้าขึ้นยันหน้ามันไว้ ด้วยลอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องละลายยิ่งกว่าน้ำแข็งตรงหน้าสะอีก
     ก่อนเธอจะแบมือกระดิกนิวด้วยท่าทางกวนๆ ไม่เข้ากับใบหน้าที่แสนจะจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาของเธอสักนิด พร้อมกับก้มลงไปพูดกับมันเบาๆ ด้วยลอยยิ้ม"เอาคืนมา อย่าต้องให้ใช้กำลัง" มันยอมยื่นให้แต่โดยดี แต่ก่อนที่จูเนียร์จะรับจากมือมัน ก็มีมือหนาที่ขาวราวหิมะ ยื่นตัดหน้ามาซะก่อน
      เธอหันไปฉีกยิ้มกว้างให้ยูนิค เจ้าของมือที่ยื่นมาตัดหน้าเธอนั้นแหละ สงสัย!! อาการหวงพี่สาวกำเริบ!!! ก่อนจะยกเท้าขึ้นจากหน้าของมัน
       พลันเสียงเย็นๆก็ดังขึ้น "ไปสะ!!! ก่อนที่จะไม่มีโอกาส!!"

       แฮ่ก!!! แฮ่ก!!!

       เสียงหอบหายใจมาหยุดอยู่ข้างๆสองพี่น้อง จูเนียร์เห็นหน้าหญิงสาว พลันดวงตาก็เป็นประกาย อาการชอบของหน้ารักกำเริบสะแล้ว!!

       เด็กอะไรช่างหน้ารักเช่นนี้!! อยากเอาไปเลี้ยงดูจัง!! เธอมีใบหน้าจิ้มลิ้มดุดตุ๊กตา ดวงตากลมโต นัยตาสีดำดูนุ่มลึกหน้าค้นหาอย่างประหลาด ผิวขาวเนียนละเอียดสว่างจนแสบตา
       ผมสีน้ำเงินอมฟ้าอย่างประหลาดแต่ก็ดูสวยแปลกตาตัดสั้นเข้ากับใบหน้าหน้ารักๆนั้นได้อย่างลงตัว คิวโค้งสวยดังคันธนู จมูกโด่งรั้นรับ ริ้มฝีปากอวบอิ่มราวผลเชอรี่ ใบหน้าเรียวเล็กดูหน้าถะนุถะหนอม ตัวเล็กหน้ารักเหมือนลูกแมวน้อย!!! จูเนียร์ คิดในใจต้องเอาไปเลี้ยงให้ได้

       ยู เห็นสายตาพี่สาวก็ได้แต่สงสาร สาวน้อยตรงหน้าขึ้นมา จะรอดจากน้ำมือพี่สาวเขาไหมนะ!!

      เสียงเล็กๆดังขึ้น จูเนียร์จึงได้สติ "ขะ ขอบคุณพี่สาวมากนะคะที่ช่วยไว้!!" เด็กสาวพลันขมวดคิวทำไมพี่สาวคนนี้มองเขาด้วยดวงตาหวานเชื่อมแบบนั่นกัน "เออ ว่าแต่พี่สาว พี่ชาย ชื่ออะไรกันหรือคะ ส่วนตัวน้องสาวคนนี้ชื่อ บีบี ยินดีที่รู้จักนะคะ"

      บีบี โรเจอร์!!

     ก้มหัวลงเล็กน้อยตามทำเนียม

      จูเนียร์ เห็นแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง ยิ่งกว่าประตูเมืองไอซ์ซาสะอีก "ตัวพี่สาวคนนี้ ชื่อจูเนียร์จ๊ะ ส่วนนี้น้องชายพี่สาวเอง ชื่อยูนิค หน้าจะอายุเท่าๆกับเรา" จูเนียร์ผายมือไปทางยูนิค ซึ่งยูนิคก็ก้มหัวให้ บีบี เล็กน้อย "บีบี เป็นคนทวีปนี้หรอ ช่วยพาพี่กับน้องชายเดินชมเมืองหน่อยสิ" จูเนียร์ไม่พูดเปล่าแต่กับเดินไปขวงแขน บีบี อย่างสนิทสนม
      บีบี ได้แต่พยักหน้ารับแบบงงๆ ก่อนจะโดนจูเนียร์ลากไปนูนมานี้ จน บีบี คิดว่าใครกันแน่ที่พาใครชมเมือง
     ยูนิคได้แต่สายหน้าให้พี่สาวอย่างเหนื่อยอ่อน ด้วยความที่รู้ดีว่าพี่สาวชอบของหน้ารัก เธอจะไม่มีทางปล่อยหญิงสาวคนนี้ไปอย่างแน่นอน

     โอ๊ะ!!! "ตรงนั้นมีอะไรกันหรอ บีบี" จูเนียร์ถามบีบีขึ้นแต่มือกลับลาก บีบี ไปทางนั้นเรียบร้อยแล้ว

      "เวทีการประลองประจำเมืองค่ะ จะเปิดให้ชาวเมืองแสดงฝีมือการใช้เวท" ทั้งสามมาหยุดยืนอยู่ตรงข้างๆเวที บีบีจึงอธิบายต่อ "เห็นวงเวทใสๆตรงนั้นไหมคะ" มือบางก็ชี้ไปทางที่มีวงเวทอยู่ "มันคือบาเรียค่ะ ถ้าคู่ต่อสู้หมดสภาพในการต่อสู้ บาเรียจะดีดตัวออกจากเวทีการประลงทันทีค่ะ จะไม่มีใครได้รับบาทเจ็บถึงชีวิต"

      "แต่ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด" เสียงบุรุษหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นก่อนจะชี้ไปที่คนที่พึ่งจะโดนบาเรียป้องกันดีดตัวออกมา

        บีบี หันมามองหน้าผู้ชายที่เงียบมาตลอดทางพลันดวงตาสีดำสนิทของเธอก็สบเข้ากับดวงตาสีเทาอมฟ้าดุจน้ำแข็งคู่นั้น บีบีหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย
ก่อนใบหน้าจะขึ้นสี เธอหันไปทางเวทีดังเดิม ก่อนจะพูดขึ้น "ใช่ค่ะ ไม่ตายแต่ก็บาทเจ็บหนัก แต่ก็เป็นความสมัครใจของผู้คนในเมืองค่ะ ถือว่าเป็นความบรรเทิงอีกอย่างหนึ่งในเมืองนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ" บีบีพูดด้วยลอยยิ้ม

       จูเนียร์เห็นลอยยิ้มนั้นก็แทบจะละลาย เธอยกมือขึ้นบีบแก้ม บีบี อย่างหมั้นเขี้ยว

       บีบี เบ้หน้าเล็กน้อย ยกมือขึ้นลูกแก้มตัวเองด้วยความเจ็บ ได้แต่คิดในใจ 'พี่สาวคนนี้นิสัยประหลาดยิ่งนัก' พลันเสียงจูเนียร์ก็ดังขึ้น

       "คนนั้นเก่งจัง!! ไม่ใช้เวทสักนิด แต่ก็ล้มผู้ต่อสู้ได้ตั้งสองคนแล้ว เนาะๆๆ ยู" จูเนียร์หันไปหาน้องชายตัวเอง

        "อืม!!" ยูแค่ตอบในลำคอ ดวงตาก็มองชายคนบนเวทีไม่วางตา บีบี จึงหันไปมองทางเวที พลันดวงตาก็เบิกกว้างนั้นมัน!!! ไปทำอะไรตรงนั้นวะ!! ถ้าลุง ค็อกเกอร์ รู้เธอตายแน่!!!

       ผู้ชายบนเวทีการประลอง เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างกำยำ กล้ามเป็นมัดๆ รูปร่างสันทัด ตามแบบฉบับคนออกกำลังกายมาอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคลาย ผมสีน้ำตาลทองยามต้องแสงอาทิยต์ช่างดูมีเสน่ ผิวขาวเหลืองราวน้ำผึ้ง
      คิ้วเฉียงได้รูปรับกับโครงหน้า นัยตาสีน้ำตาลดูเจ้าเล่หน้าดึงดูด จมูกโด่งเป็นสัน ปากบางเป็นกระจับ และมีลอยยิ้มขี้เล่นประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ทำให้ดูเป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีเป็นกันเองหน้าเข้าหาตรงสะเป็คสาวน้อยสาวใหญ่ เขาคือ

       แจ๊คสัน ฟาแมนต์!!!

       ลูกชายของครูใหญ่ของโรงเรียนเวทมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้เอง จะไม่ใช้เวทได้ยังไง บีบีขมวดคิ้วเป็นปม "ว่าแต่พี่แจ๊คสันหนีลุงค๊อกเกอร์ ออกมาแน่ๆ ไม่มีทางที่ลุงค๊อกเกอร์จะปล่อยให้ พี่แจ๊คสันออกมาหรอไม่ ไม่ใช่แน่ๆ บีบีส่ายหัวรัวๆ'

        "บีบีเป็นอะไรหรอ!! ปวดหัวหรือ"จูเนียร์ใช้มือแตะที่หน้าผากเด็กสาวแล้วมาแตะที่หน้าผากตัวเอง "ตัวก็ไม่ร้อนนิ โอ๊ะ! หน้าแดงใหญ่แล้วไปหาที่พักกันก่อนเถอะ" จูเนียร์ไม่ได้รู้เลยว่าเจ้าตัว นั้นแหละทำให้เด็กสาวหน้าแดง เธอไม่สนใจอะไร มือหนึ่งก็คล้องแขน บีบี มือหนึ่งก็ดึงคอเสื้อน้องชายลากไป
       โดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่มองเธอด้วยความแปลกใจว่าทำไม ผู้หญิงรูปร่างบอบบางหน้าตาราวตุ๊กตาจะลากผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ได้ด้วยมือเดียว
จูเนียร์ลากยูนิค กับ บีบี มาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเธอก้าว ฉับๆมองไปรอบๆร้านเห็นว่าไม่มีโต๊ะว่างเลย แต่มีโต๊ะที่พอจะให้พวกเธอนั่งได้ แต่ดันมีผู้ชายหนึ่งคนนั่งอยู่ เธอยกยิ้มเล็กน้อยแล้วลากน้องชายกับบีบีเดินตรงไปที่โต๊ะนั้นทันที
        ยูนิคกับบีบีเบิกตาโพลงที่เห็นว่าจูเนียร์กำลังเดินไปทางไหน บีบีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "พะ พี่จูเนียร์ ไปร้านอื่นก็ได้นะคะ" แต่จูเนียร์ไม่ฟัง ทางยูนิคก็ขืนตัวเอาไว้ แต่จูเนียร์กะตุกคอเสื้อเขาครั้งเดียวเค้าก็ถะหลาแทบชนแผ่นหลังเล็กๆของพี่สาวอยู่แล้ว เขาไม่เคยต่อต้านพี่คนนี้ได้เลยจริงๆ

         "ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ" จูเนียร์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร "พอดีโต๊ะเต็มหมดแล้วอะค่ะ"
ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ด้วยความสงสัย ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาทักเขา ด้วยความที่เขาเป็นอสูร แผ่กลิ่นไออันตรายออกมาตลอดเวลา แต่ผู้หญิงคนนี้กล้าเข้ามาขอนั่งกับเขา เธอมีหน้าตาหน้ารักจิ้มลิ้มราวตุ๊กตา ลอยยิ้มล่อลวงจิตรใจผู้คนได้เช่นนั้น ใครเห็นคงใจอ่อนเป็นแน่แต่ไม่ใช่กับเขาแน่
        จูเนียร์เห็น ผู้ชายคนนี้เอาแต่มองหน้าเธอพลางหัวคิ้วกระตุ๊ก แต่แปลกทำไมไอ้น้องชายตัวดีไม่แสดงตัวเอาแต่หลบหลังเธออยู่นั้นแหละ จูเนียร์จะรู้ใหมว่า ยูนิคกับบีบีแถบจะหลอมร่างรวมกันอยู่แล้ว
'นี้พี่เขาไม่รู้เลยหรือ!! ว่าบุรุษตรงหน้าคือใคร มีชื่อเสียงด้านความโหดเหียมแค่ไหน แค่เขาเห็นสีผมสีทองนั้นเขาก็รู้แล้วว่านี้เจ้าชายอสูรตระกูลแอนเดอร์สัน ใบหน้าเรียวยาวเป็นเอกลักษณ์
         สีผิวซีดขาวแต่ชวนมอง เส้นผมสีทองราวทองคำ จมูกโด่งสันเป็นคม คิ้วหนาได้รูปหน้ามอง ริมฝีปากหยัก ไหนจะเขี้ยวเล็กๆที่โผ่ลออกมานั้นอีก
ช่างเป็นบุรุษที่หล่อเหล่าจนบุรุษด้วยกันยังต้องยอมแพ้ ให้จะนิสัยเย็นชาไร้ความรู้สึกช่างหน้าค้นหาเป็นต้องการของสาวๆ อยากได้ครอบครองอีก พี่สาวเขาเอาความกล้ามาจากไหนกันเนี่ยถึงกล้าเดินมาขอ

       มาร์ค แอนเดอร์สัน!!!!

      นั่งร่วมโต๊ะหนังสือก็อ่านเยอะความอ่าน ทำเนียบตระกูลราชาของทวีปอื่นบางก็ดี

       "นี้!! นายอะจะให้นั่งด้วยไหม???"จูเนียร์เริ่มอารมณ์เสีย เสียงดังขึ้นมาจนคนรอบข้างหันมามอง แต่มีหรือคนอย่าง จูเนียร์ ปาร์คเกอร์ จะยอม เธอไม่รอคำตอบ หย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มทันที แล้วยังหันไปสั่งให้ บีบี กับ ยูนิคนั่งลง เรียกพนักงานในร้านมารับออเดอร์อย่างไม่ทุกร้อน
       มาร์ค แค่นั่งเงียบๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างหายาก เพราะคิดว่ายัยผู้หญิงคนนี้คงไม่ใช้ตุ๊กตาหน้าถะนุถะหนอมหรอก คงเป็นตุ๊กตาปีศาจหน้าทุบตีมากกว่า ชายหนุ่มกับมาสนใจอาหารของตัวเองอีกครั้ง ตาก็เงยขึ้นไปสบกับ ผู้หญิงผมน้ำเงินตรงหน้า เด็กสาวมีใบหน้าหน้ารัก บอบบางราวลูกแมว เขาละสายตาออกจากคนตรงหน้าแล้วไม่สนใจเธออีก
        บรรยากาศการกินอาหารช่างหน้อีดอัดสำหรับ บีบี กับ ยูนิคยิ่งนัก ผิดกับ จูเนียร์ที่ตักอาหารเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีมารยาทตามแบบฉบับลูกชนชั้นสูงให้เห็นแม้แต่น้อย
       ใครจะรู้เธอเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งไอซ์ซา ถึงบอกตอนนี้ไม่มีใครเชื่อหรอ ผู้หญิงที่มีใบหน้าหน้ารักราวตุ๊กตากำลังนั่งกัดน่องไก่อย่างเอาเป็นเอาตาย อาหารเต็มปากจนแก้มปวมป่องทั้งสองข้าง แก้มมีแต่เศษไก่ กับน้ำมันเลอะลอบปาก
       หืม!!! จูเนียร์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นทิชชูยื่นมาตรงหน้า เธอรับไว้โดยไม่คิดอะไร ยูนิค คิ้วกระตุกถี่ๆ 'ไอ้เจ้าชายอสูรคิดจะทำอะไรอันแน่" แต่ด้วยความที่กลัวชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของบุรุษตรงหน้า ยูนิคก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคียวฟัน แล้วตักอาหารเข้าปากคำโตๆ โดยสีหน้สไม่สบอารมณ์
       พลังเสียง ทุ้มเรียบนิ่งก็ดังขึ้น "เห็นแล้วอุบาทลูกตา" มาร์คพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจตลกยัยตุ๊กตาปีศาจแถบตาย
        อึก!!! จูเนียร์กลื่นไก่ลงคอ ก่อนจะพ้นคำด่าออกมาแต่ก็ไม่ทันแล้ว ไอ้เทพบุตร!!! ไม่ไช่สิไอ้ซาตาน!!! มากกว่า หายตัวไปแล้วพร้อมทิ้งเงินไว้ ตั้ง 5 เหรียญทอง จะบ้าไปแล้ว!! นี้ซื้อร้านนี้ได้เลยนะเนี่ย รวยมาจากไหนวะ

      พอมาร์คเดินออกไป บีบี กับ ยูนิค ก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก "เห้อ!!!" จูเนียร์เลิกคิวส่งสัยชายหญิงตรงหรอ "ยี อะ ไร ยัน (มีอะไรกัน)"เธอพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก อยู่

       บีบี จึงเอ่ยขึ้น "พี่จูเนียร์ ไม่รู้จักเขาหรอค่ะ" จูเนียร์ส่ายหน้า แล้วกับไปสนใจอาหารเหมือนเดิม บีบีจึงพูดต่อ"เขาคือเจ้าชายมาร์ค แอนเดอร์สัน ค่ะ!! ลูกชายคนโตของอันเดอร์ แอนเดอร์สัน ราชาอสูรแห่งอาณาจักร์ทมิฬค่ะ ชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมของตระกูลนี้ มีแต่คนหวาดกลัว เล่ากันว่าแค่ตระกูลนี้เดินผ่าน ก็ต้องมีศพไม่ต่ำกว่า สิบศพ" บีบีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

        จูเนียร์กลืนข้าวลงคอ หยิบน้ำตามขึ้นมาดื่ม แล้วพูดขึ้น "เมื่อกี้เขา ก็ไม่เห็นจะดูหน้ากลัวอะไรเลยนะ แถมยังใจดีจ่ายค่าอาหารให้พวกเราอีก" จูเนียร์หยิบเหรียญทองห้าเหรียญที่ว่างไว้บนโต๊ะ ให้บีบีกลับยูนิคดู
ยูนิคกับบีบีมองหน้ากันด้วยความงุงงง 'หรือว่าข่าวที่พวกเขาได้ยินมาจะเป็นข่าวมั่วกัน'

















   ไกลและลึกเข้าไปในหุบเขามังกร ทวีปนภา


   ตูบบบบบบ!!!!

   อ๊ากกกกกก!!!!!!
  
   เจ็บบบบบบ!!!!!

   ย๊ากกกกกก!!!!

  โอ๊ยยยยยย!!!!


   ร้อนนนนนน!!!


      เสียงร้องโหยหวนของบุรุษหล่อเหล่าคนหนึ่งดังสนั่น หุบเขามังกร แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของที่นี้ไปสะแล้ว เหล่ามังกรได้แต่ปิดหู ปิดตาเพราะทำอะไรไม่ได้ ก็ไอ้คนที่มารบกวนความสงบสุขของพวกเขาเป็นถึงเจ้าชายแห่งอาณาจักรนภาแห่งนี้ ถ้าลองเป็นคนอื่นสีพวกมันจะพ้นไฟใส่ให้ตายคากองเพลิงไปซะเดียวนี้เลย

       เดฟ เฮมินตัน!!!

       เจ้าชายลำดับที่สามของราชาเอหลิกส์ เขามีรูปร่างสูงใหญ่บ่ากว้าง ร่างกายอุดมไปด้วยมัดกล้ามเต็มไปด้วยกลิ่นไอแห่งบุรุษเพศ รูปหน้าคมเข้ม ตวงตาเรียวรี นัยตาสีทองอร่าม คิ้วเฉียงได้รูปดูหยิ่งทะนง จมูกโด่งสัน ริมฝีปากบางอมชมพูเป็นธรรมชาติ ผิวขาวดุจหยกขาวชั้นดี
        ดูสูงส่งเนื่องด้วยมีสายเลือดแห่งมังกรผสมอยู่ในกาย จากพรของเทพมังกร บนเปือกตามีตำหนิลักษณะ
เป็นจุดสองจุด ดูลึกลับหน้าค้นหา แต่ตอนนี้สภาพขององค์ชาย เดฟ ดูไม่ดีเท่าไหร่เนื่องจากเขามา
         ขอให้เทพ มังก่อนช่วยให้เขาออกจากทวีปเพื่อไปสมัครเรียนที่โรงเรียนเวทมนต์ ที่ทวีปแห่งแสง แต่ดูเหมือนเขาจะโกดเอาแต่พ่นไฟไส่ เขาไม่หยุด
แต่เจ้าชายเดฟเป็นคนดื้อหัวรั้นเป็นที่สุด ถ้าเขาอยากได้เขาต้องได้ เขาเป็นที่ไม่คิดจะยอมแพ้ถ้าเขายังมีลมหายใจ ถึงตอนนี้สภาพของเขาจะล่อแร่ก็ตาม เดฟ ไม่ไช่ว่าไม่ตอบโต้ แต่เขาตอบโต้ไม่ได้แม้แต่น้อย

       "เห้อ!!" เสียงมังกรหนุ่มดังขึ้น เพราะเขารู้สึกสงสารเพื่อนเขายิ่งนัก เอาแต่วิ่งหนีท่านพ่อของเขาแล้วจะได้ไปไหม สมัครเรียนอะ เขาทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นกับท่านพ่อ "ท่านพ่อครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ ท่านพ่อไปพักเถอะ" คุณท่าเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมกับกระพรือปีกไปเกี่ยวเอาเพื่อนขึ้นมาที่หน้าผา

        "ขอบคุณมากคุณท่า" เดฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน คุณท่าไม่ได้พูดอะไร เขาร่ายเวทรักษาให้เพื่อนอย่างรวดเร็ว เป็นที่รู้กันดีว่ามังกรคือสัตว์สักสิทธิ์ ที่มีอาคมเวทแข็งแกร่งที่สุดในโลก
         มีพวกมนุษย์หลายกลุ่มหรือพวกเผ่าพันธุ์เหนือมนุษย์ต่างๆ จ้องจะยึดตัวพวกเขาไปเป็นพักพวก ชิ้นส่วนของพวกเขาทุกอย่างถือได้ว่าเป็นอาวุธชั้นยอด เผ่าพันธุ์ของพวกเข้าถึงหลงเหลืออยู่ไม่ถึง 50 ตัว และกำลังลดลงเรื่อยๆ เพราะเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องแลกมากับการมีทายาทที่ยากที่สุดแต่อายุยื่นยาวที่สุด
         แต่พวกเขาก็อยู่สงบสุขมาหลายร้อยปีด้วยการคุ้มครองของตระกูลเฮมินตันรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน พวกเขาจึงมองเหล่าเชื้อพระวงค์เป็นผู้มีพระคุณเสมอมา

        คุณท่าไม่ได้กล่าวอะไรเมื่อเดฟขอบคุณ เขาเพียงใช้เล็บอันแหลมคมสกิดข้อมือเพื่อน แล้วใช้เล็บสกิดผิวหนังอันแข็งแข็งของตัวเองให้เลือดออกหยุดลงบนข้อมือของเดฟ ร่ายเวททำพันธะสันยาด้วยตัวเอง

       แวบ!!!

       เกิดแสงสีทองสว่างกระจายออกเป็นรูปวงกลมไปทั่วทวีปนภา ร่างคุณท่าหายเข้าไปในลอยแผลนั้นสักพักจึงปรากฎตัวอีกครั้ง เกิดปานรูปมังกรขดเป็นกำไลที่ข้อมือชายหนุ่ม   แสงสีทองยังคงส่องสว่างไม่จางหาย  จุดศูนย์กลางคือพวกเขาทั้งคู่ เป็นที่รู้กันทั่วอาณาจักรว่ามีการทำพันธะสันยาเลือดกับมังกร ซึ้งไม่เคยมีมังกรตนไหนทำพันธะสัญญาเลือดกับมนุษย์มานานมากแล้วครั้งล่าสุดก็เมื่อหลายร้อยปีก่อนเกิดสงครามครั้งแบ่งทวีป
         เพราะเป็นที่รู้กันว่าถ้าทำพันธะสัญญาเลือดแล้วผู้ทำพันธะกับผู้เป็นพันธะจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าใครคนหนึ่งตายอีกคนจะตายตามไปด้วย ถ้าใครคนใดเจ็บอีกคนก็จะเจ็บ
        ผู้คนในสมัยนี้จึงไม่นิยมทำพันธะเลือด ถ้าสัตว์อสูรหรือสัตว์เทพของตัวเองอ่อนแอเกินไปผู้ทำพันธะอาจลำบาก หรือถ้าผู้ทำพันธะอ่อนแอเหล่าพันธะก็จะเป็นอันตราย เพราะสัตรูมักจะโจมตีผู้ทำพันธะแทนสัตว์ในพันธะ
         แม้กระทังองค์ราชายังทำได้แค่พันธะสัญญาเวทเท่านั้น

      *พันธะเลือดกับพันธะเวทแตกต่างกันคือ

       พันธะเวทถ้าคนใดคนหนึ่งตายอีกคนจะไม่ตาย  และสามารถทำพันธะเวทใหม่ได้เรื่อยๆ

       พันธะเลือดก็เหมือนที่อธิบายด้านบนนะคะ ข้อห้ามของพันธะเลือดคือจะไม่สามารถทำพันธะเวทได้อีก


         คนทั่วทั้งทวีปต่างตื่นตกใจว่า ใครกันที่เป็นคนทำพันธะเลือดนี้
       

        เดฟเบิกตากว้าง ให้กับเพื่อนคนแรกในชีวิตของเขา   พูดด้วยน้ำเสียงโกดจัด "นายทำอะไร คุณท่า นายรู้ตัวไหม" เดฟตะหวาดเสียงดัง แต่คุณท่ากับล้มตัวหุบปีกลงนอนหน้าตาเฉย ปล่อยให้เจาชายไม่รู้จักโต โวยวายไป เดียวหมดแรงก็หยุดเอง เขายกปีกขึ้นปิดหูอย่างลำคาน

        เดฟไม่ยอมแพ้เขาพยายามร่ายเวทที่พลังอันน้อยนิดของเขาไส่ คุณท่าอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่คุณท่าแค่กระพรืบปีกพรึบพับเขาก็สหลายไปหมด กลายเป็นเขาเองที่แพ้เต็มตัว เพราะลืมไปว่าทำพันธะเลือดกับไอ้จินเหลนไฟตัวนี้ 

        ทำร้ายมันก็เหมือนทำร้ายตัวเอง


       คุณท่าคิ้วกระตุก ไอ้เจ้าชายไม่สมประกอบนี้กล้าเอาสายพันธ์อันสูงส่งของเขาไปเทียบกับจินเหลนงั้นรึ "ฉันอ่านใจนายได้ นายลืมแล้วหรอ"คุณท่ากำลังจะพ้นไฟไส่ เดฟ แต่นึกขึ้นได้ว่าเดียวเข้าจะเจ็บตัวเปล่าๆ

เห็นสภาพไอ้เจ้าชายก็พลันสมเพษ จึงร่ายเวทรักษาให้แล้วพูดขึ้น "จะไปไหมสมัครเรียนอะ"
        "นายพาฉันไปได้หรอ???" เดฟ ถามออกมาด้วยความดีใจ
        คุณท่าตอบเสียงเรียบ "ได้ ฉันทำพันธะกับนายแล้วเวทป้องกันของพ่อฉันก็ทำอะไรฉันไม่ได้ จะเข้าจะออกหุบเขามังกรกี่รอบก็ได้" เดฟ ได้ยินก็ยิ้มไม่หุบ กระโดดขึ้นหลังเพื่อนทันที
       หนึ่งเจ้าชายกับหนึ่งมังกรหนุ่มทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่ทวีปแห่งแสงอย่างรวดเร็ว




                        ........................


    ตอนแรกมาแล้วค่ะ ฝากเด็กๆทั้ง 7 คนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ คอมเม้นให้กำลังใจไรท์คนนี้สักนิดอ้อนว้อนอย่างสุกซึ้ง ภาษาอาจไม่สวยอ่านไม่ลื้นไหล แต่จะพยามพัฒนานะคะ กราบสามทีงามๆๆ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #73 NaowarutY (@NaowarutY) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:49

    สนุกค่า????????

    #73
    0
  2. #3 apiroedee (@apiroedee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 02:08
    สนุกค่ะ รอติดตามนะคะ^^
    #3
    1
    • #3-1 Fj030 (@Fj030) (จากตอนที่ 3)
      4 มิถุนายน 2562 / 07:05
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ^^
      #3-1