(นิยายแปล) The General Loves to Collect Little Red Flowers (Drop)

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 การตรวจร่างกายที่ผิดปกติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

บทที่ 3 การตรวจร่างกายที่ผิดปกติ

 

            หลังจากนั้นหลี่เหยาก็ได้ยินเสียงชายคนนั้นล้างมือ เขาแนบหูกับประตูห้องน้ำ รอจนกระทั่งเสียงน้ำหยุด และเสียงเดินเดินจากไป เขาจึงรูดซิบลง และปัสสาวะ หลังจากเสร็จธุระ เขาไปล้างมือ ในหัวมีภาพร่างสูงใหญ่ที่เขาเห็นก่อนหน้านี้

 

            เขาไม่รู้ว่ามีอะไรผิดปกติในตัวชายคนนั้น แต่เขารู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นค่อนข้างคลับคล้ายคลับคลา... คล้ายกับดวงตาของซูเหยาที่เขาเห็นในภาพเมื่อคืน แต่ภาพนั้นซูเหยามีรอยแผลเป็นพาดตรงระหว่างคิ้ว แผลนั้นค่อนข้างลึก และยาวประมาณเจ็ดถึงแปดเซนติเมตร ทำให้ยากที่จะมองข้าม ที่สำคัญซูเหยาดูจะแก่กว่าชายหนุ่มที่เพิ่งจากไปเมื่อสักครู่

 

            ยังมีสิ่งน่าตลกอีกอย่างเมื่อเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หลี่เหยาได้ลงทะเบียนกับศูนย์แต่งงาน เขาใช้ข้ออ้างที่ว่า ‘ต้องการรู้ข้องมูลของคู่สมรสในอนาคต’ เขาจึงได้รับอนุญาตให้เห็นภาพของซูเหยา แต่เขาก็ช็อคจากภาพก่อนหน้า ในเมื่อเขาได้เห็นส่วนที่น่ากลัวที่สุดของซูเหยาไปแล้ว และไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก ดังนั้นไม่ว่าในตอนนี้ซูเหยาจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร อย่างน้อยก็ต้องดีกว่าในภาพนั้นใช่ไหม? เขาไม่ต้องกังวลว่าจะตกใจกลัวขนาดหนักเมื่อเห็นซูเหยาตัวจริง

 

            อย่างไรก็ตามเรามาลงทะเบียนแต่งงาน คงไม่เลือดสาดเท่าสนามรบหรอกใช่ไหม?          

 

            เขาสับสนเล็กน้อย

 

            “โอ้เขาอยู่ที่นี่แล้ว” หลี่เหยาได้ยินหวังเฮ่าพูด

 

            “หวังเกอ... คุณ” หลี่เหยารู้สึกถึงลางร้าย เมื่อเดินเข้ามาใกล้พวกเขา “พวกคุณรู้จักกันด้วยหรือ”

 

            “นี่คือ มิสเตอร์ซูเหยา” หวังเฮ่าชี้ไปที่ชายร่างสูงใหญ่ แลเวพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ “รุ่นพี่ นี่คือลูกชายคนโตของนายพลหลี่เฟ่ยชาน หลี่เหยาครับ”

 

            “ใช่ พวกเราเพิ่งเจอกันเมื่อสักครู่ที่ห้องน้ำ” ซูเหยามองเด็กน้อยที่หูแดงก่ำ เขาเลิกคิ้วน้อย ๆ แวบลึกลับวาบผ่านดวงตา ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เขายังชมผมว่า...”

 

            “ใคร ใครชมคุณกัน” หลี่เหยาขัดกลางประโยค

 

            นายยังมีหน้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย นั่นเป็นคำชมที่บอกว่านายฉี่เสียงดังเหรอ

 

            หน้าหลี่เหยาแดงเหมือนตูดลิง เขารวบรวมความกล้าจ้องเขม็งไปที่ชายตรงหน้า

 

            ในเวลานี้เขาไม่อาจเอาแต่ใจได้มานัก เพราะหวังเฮ่ายังจับตาดูอยู่ แม้จะไม่แสดงท่าทีออกมาตรง ๆ ก็ตาม ที่บ้านเขารู้ว่าหลี่เฟ่ยชานไม่สนใจในท่าทีของเขา แต่กับซูเหยานั้นต่างกัน นี่เป็นครั้งแรกี่ทั้งคู่เจอกัน ดังนั้นขาควรเก็บนิสัยเอาแต่ใจของตัวเองไว้ก่อน ไม่อยากสร้างอารมณ์เสียแก่ซูเหยา ไม่อย่างนั้นชีวิตในอนาคตของเขาจะเป็นเช่นไร

 

            ไม่ใช่เรื่องพูดเกินจริงว่าซูเหยาเป็นจอมเผด็จการจากฮัวเซี่ย หลี่เหยารู้ว่าเขาต้องเพิ่งซูเหยาไปสักพักตอนอยู่ที่นั่น ดังนั้นเขาต้องไม่ทำให้ชายผู้นี้โกรธ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อาจมีชีวิตรอด เขาที่ตอนนี้ไม่อาจใช้ยันต์ หรือเรียกเพื่อนจากโลกใต้พิภพมาได้ แขนขาก็แสนปวกเปียก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาล่ะ ถึงเขาจะมียีนที่ดีกว่าโอเมก้าทั่วไป แม้เขาจะสูง ฉลาด หน้าตาดี สภาพร่ากายแข็งแรง แต่ก็ไม่อาจเทียบกับอัลฟ่าได้เลย โดยเฉพาะอัลฟ่าที่อยู่ตรงหน้าเขา

 

            เมื่อเห็นหูแดงก่ำของโอเมก้าน้อย ซูเหยาหันไปมองตรงนั้นตรงนี้ ไม่มองหลี่เหยาแม้แต่น้อย แต่เขารู้สึกบางอย่างขึ้นมาเล็กน้อย

 

            หลังจากนั้นเขาหันไปบอกหวังเฮ่า “รุ่นน้องจะสะดวกหรือเปล่า ถ้าฉันจะคุยกับภรรยาในอนาคตของฉันตามลำพังสักครู่”

 

            หวังเฮ่าไม่แม่แต่มองหลี่เหยา เขาพึมพำตอบ “ไม่มีปัญหา” กับซูเหยา แล้วหมุนตัวจากไป

 

            หลี่เหยา: ??? 

 

            ใครเป็นเจ้านายของคุณกันแน่หวังเกอ ทำไมขายกันง่ายขนาดนี้ล่ะ

 

            ขณะที่ความโกรธของหลี่เหยากำลังจะระเบิด เขาจ้องไปที่แผ่นหลังของหวังเฮ่า อยากเอารองเท้าฆ่าเขาจริง ๆ 

 

            ความสงสัยของซูเหยามากขึ้น หลังจากนั้นเขากระซิบเบา ๆ “ทำไมโกรธล่ะ คุณเพิ่งชมฉันไปไม่ใช่เหรอ ฉันใหญ่นะ...”

 

            สีแดงบนใบหน้าของของหลี่เหยาจางหาย เขาเงยหน้าขึ้น ทำเสียงฮึดฮัด “ใครเขาชมคุณว่าใหญ่! ผมหมายถึงคุณฉี่เสียงดังต่างหาก! ใครจะคิดอกุศลแบบนั้น!”

 

            เมื่อซูเหยาเห็นท่าทีของโอเมก้าน้อย เขารู้สึกสนุกเมื่อได้หยอกล้อ จนรู้สึกว่ามีความรู้สึกประหลาดผุดขึ้นในหัวใจ เขาหยักหน้าไปทางเล้าน์ “ไปนั่งคุยที่เล้าน์กันเถอะ”

 

            ในขณะที่หลี่เหยาคิดว่าจะแสดงความเอาแต่ใจน้อยลงอย่างไรดี การพูดคุยอย่างเป็นส่วนตัวคงง่ายกว่าคุยข้างนอก เขาจึงพยักหน้าเห็นด้วย อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เจอกัน ไม่ว่านิสัยของเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มากเกินไป ก็สามารถจัดได้ว่าอยู่ในระดับคนปกติ

 

            ดังนั้นทั้งคู่จึงตามกันเข้าไปในเล้าน์

 

            สิทธิพิเศษของซูเหยาเนื่องจากการแต่งงานมีหลายอย่าง ศูนย์แต่งงานจัดเล้าน์ส่วนตัวไว้ให้ซูเหยาก็เป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษนั้น เพื่อให้คู่แต่งงานได้ลองมานั่งพูดคุยกัน คนส่วนมากที่ได้รับคำสั่งให้แต่งงานกันมักจะมานั่งคุยกันเพื่อพัฒนาความรู้สึกก่อนจะเข้าไปในศูนย์แต่งงาน แต่บางคู่ก็เหมือนซูเหยา และหลี่เหยาที่พบหน้ากันครั้งแรกตอนมาลงทะเบียนเลย 

            

            เล้าน์นี้เป็นห้องเก็บเสียง ครึ่งหนึ่งของห้องเป็นกระจกโปร่งใส นอกจากเป็นการป้องกันความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังใช้ปกป้องคนที่อยู่ในนั้นเมื่อการสนทนาเป็นความรุนแรง เนื่องจากความไม่พอใจ

 

            หลี่เหยานั่งตรงข้ามซูเหยา เขามองซูเหยาอย่างกล้าหาญ “คุณ!” เขายืดตัวตรง เพื่อให้ตัวเองดูภูมิฐานมากกว่าเดิม “ทำไมคุณเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ คุณไม่ได้ขาวถึงขนาดนี้นี่นา”

 

            เขามองซูเหยาอย่างกังวล แต่ยังพยายามแสดงท่าทาง ‘ผมแข็งแกร่ง! ผมไม่กลัว!’ ซูเหยารู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างความจริง กับข้อมูลที่เขารู้มาก่อนหน้านี้

 

            “แล้วเธอไปเห็นมาจากที่ไหนว่าฉันดำ” ซูเหยายังคงมองสำรวจภรรยาตัวน้อยของเขา “ฉันไม่คิดว่าเธอจำฉันได้นะ ตอนเจอกันครั้งแรก เธอไม่ทำการบ้านเลยนะ”

 

            “ผม... ผมหาแล้วนะ!” หลี่เหยาคิดนิดหน่อยก่อนหยิบไลต์เบรนออกมาเปิดเว็บที่มีภาพที่เห็นเมื่อคืน เขายื่นภาพน่ากลัวนั้นให้ซูเหยา “นี่ไม่ใช้คุณหรอกเหรอ”

 

            “นั่นมันเมื่อสี่ปีที่แล้ว” ซูเหยามอง แล้วเพิ่มเติม “ภาพนี้ถ่ายอัตโนมัติโดยเพื่อนร่วมรบของฉันน่ะ ตอนที่ซาร์นาโจมตีฮัวเซี่ย เธอกล้าหาญนะที่เห็นภาพนี้แล้วยังกล้ามาเจอฉันอีก”

 

            “ทำไมผมต้องกลัว คุณฆ่าศัตรู ส่วนผมเป็นภรรยาคุณ” หลี่เหยาตอบ

 

            “อย่างนั้นหรอกเหรอ” ซูเหยาเอนตัวไปข้างหน้าช้า ๆ ตาเหยี่ยวคู่นั้นแสดงแววกดข่ม มองหลี่เหยาเหมือนมองเหยื่อ แล้วเขาจึงถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ภ้าอย่างนั้นบอกมาว่าเมื่อคืนเธอหนีทำไม”

 

            เขาอยู่ชิดมากจนหลี่เหยารู้สึกถึงลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดใบหน้า ทั้งร้อน และทรงพลัง

 

            ซูเหยาคนนี้ ในตอนที่เห็นครั้งแรกจากภาพ เขาให้ความรู้สึกเหมือนปีศาจที่จะฆ่าทุกคนที่มองมา เขาเหมือนหมาป่าที่เตรียมจะกินลูกแกะ ทั้งยังเป็นหมาป่าตัวร้ายที่จะทำให้แกะกลัวก่อนค่อยกินอีกด้วย หลี่เหยาโยกตัวหลบลมหายใจร้อน ๆ นั้นโดยอัตโนมัติ แล้วใช้โอกาสนั้นก้มหน้าปิดหน้าเว็บ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่แสดงอาการตึงเครียด “ถ้า... ถ้าคุณต้องแต่งกับใครสักคนที่คุณไม่รู้จักเลย คุณไม่อยากจะ... คุณไม่อยากจะซ่อนเหรอ นี่เป็นเรื่องธรรมดานะ”

 

            ซูเหยาเอนตัวไปมากกว่าเดิม “แล้วตอนนี้เธอไม่อยากซ่อนแล้วเหรอ”

 

            หลี่เหยาส่ายหน้า “ไม่อยากแล้วครับ”

 

            จริง ๆ เขาก็ยังอยากซ่อนตัวอยู่ แต่เขาพูดออกไปไม่ได้ แม้ดาวฮัวเซี่ยอยู่ในจักรรดิทาร์รอต แต่ไม่ใช่ทุกคนจะไปที่นั่นได้ ดดังนั้นไปกับซูเหยาจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด

 

            ซูเหยามองหลี่แหยาสักพัก เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่กล้ามองสบตาเขา ใบหูยังคงแดงก่ำ เขายืดตัวขึ้น เคาะโต๊ะกาแฟสองที แล้วพูดกับเครื่องสื่อสาร “หยางเจี๋ย ให้พนักงานศูนย์แต่งงานเข้ามา”

 

            มีเสียงชายหนุ่มดังลอดออกมาจากเครื่องสื่อสาร น้ำเสียงนั้นแสดงอาการสับสนชัดเจน “ทำไมล่ะครับ รุ่นพี่ซู”

 

            “ลงทะเบียน” ซูเหยาตอบ

 

            ตอนนั้นเอง มีเสียงดัง ‘ตุบ’ ที่ด้านนอก เหมือนมีบางอย่างร่วงลงพื้น ตามมาด้วยเสียงเดินมาอย่างรีบเร่ง หลังจากผ่านไปเจ็ดแปดวินาที ก็มีเสียงตอบรับกลับมา “รับทราบครับ!”

 

            พนักงานศูนย์แต่งงานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอเป็นเบต้า เมื่อเธอมาถึง เธอมอบแบฟอร์มให้ซูเหยา และหลี่เหยา เธอถามพวกเขาว่าต้องการตรวจร่างกายหรือไม่ “ตรวจร่างกายไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่บังคับค่ะถ้าพวกคุณไม่ต้องการ ไม่ตรวจก็ได้ค่ะ แค่กรอกประวัติในนั้นทั้งหมด แล้วระบุว่าไม่ตรวจร่างกายค่ะ”

 

            ซูเหยาถามหลี่เหยา “อยากตรวจหรือเปล่า”

 

            “ตรวจก็ได้ครับ” หลี่เหยาตอบ

 

            ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ยังไงก็ฟรีอยู่แล้ว

 

            “ถ้าอย่างนั้นตามดิฉันมาเลยค่ะ” เบต้าสาวเชิญ

 

            ทั้งคู่ถูกพามาที่ห้องตรวจร่างกาย คนหนึ่งซ้าย อีกกคนขวา มีพาร์ทิชั่นกั้นเท่านั้น หลังจากนั้นห้านาทีซูเหยาก็เสร็จ แต่หลี่เหยายังตรวจไม่เรียบร้อย เมื่อได้ยินเสียงซูเหยาพูดกับผู้ตรวจอัลฟ่าที่หน้าประตู หลี่เหยาจึงถามผู้ที่ตรวจร่างกายให้เขา “ทำไมเขาเสร็จเร็วจังครับ แล้วทำไมของผมช้าจัง”

 

            ผู้ตรวจของเขาเป็นคุณป้าเบต้า เธอหัวเราะแล้วจึงตอบ “นั่นเป็นเพราะเธอต้องเป็นคนคลอดเด็กอย่างไงล่ะ ดังนั้นแธอจึงต้องตรวจร่างกายมากกว่าเขา”

 

            ได้ยินดังนั้นหลี่เหยาไม่ถามต่อ เขาขบริมฝีปาก

 

            จริงสิ เขาเป็นโอเมก้า

 

            คุณป้าเบต้าไม่เคยตรวจโอเมก้าที่หน้าตาดีขนาดนี้มาก่อนในช่วงยี่สิบปีที่เธอทำงานที่นี่ เด็กชายมีผมสีเชสนัท หน้าเล็กนั้นขาวผ่อง ดวงตาเปล่งประกาย เมื่อเขามองมาที่เธออย่างกังวล เขาดูเหมือนลูกกวางที่ได้ออกมาจากถ้ำครั้งแรก ในตอนที่เธอได้ยินว่าคนคนนี้เป็นลูกชายคนโตของนายพลหลี่ เธอกังวลว่าการตรวจครั้งนี้คงไม่ง่าย มีคนบอกว่าเด็กคนนั้นขี้โมโห ชอบโต้เถียงผู้อื่นเสียงดังเมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เด็กชายคนนี้สวัสดีเธอเมื่อเข้ามา เขาสุภาพมาก จนเธออดไม่ได้อธิบายต่ออีกนิดหน่อย “ไม่ต้องอาจหรอก ทั้งคุณและพลตรีซูมียีนที่ดีมาก พวกคุณทั้งคู่ต้องมีลูกที่เก่งกาจในอนาคตแน่ ๆ”

 

            หลี่เหยาได้แต่ยิ้ม “ขอบคุณครับ”

 

            คุณป้าเบต้าไม่พูดอะไรต่อ เธอช่วยหลี่เหยาตรวจร่างกายต่อไป

 

            หลังจากนั้นซูเหยาก็ไปที่เล้าน์ที่นั่งคุยกับหลี่เหยา แต่ครั้งนี้มีคนเพิ่มรออยู่ในนั้นหนึ่งคน ขาเป็นคนที่เร่งรีบจากเครื่องสื่อสารคนนั้น เขาชื่อ ‘หยางเจี๋ย’

 

            หยางเจี๋ยมีผมสีดำ ใส่แว่นตกใต้คิ้วดกหนา เขาป็นเบต้าที่เป็นแฮกเกอร์ฝีมือฉกาจของซูเหยา เขามองไปที่ประตู เมื่อพบว่าซูเหยาเข้ามาคนเดียวเขาจึงกระซิบ “รุ่นพี่แน่ใจหรือครับที่จะลงทะเบียนแต่งงานกับเขา นายน้อยสามแห่งบ้านตระกูลหลี่มีแต่ชื่อสียงแย่ ๆ”

 

            “ฉันรู้ว่านายต้องการบอกอะไร แต่ตอนที่ฉันคุยกับเขา ฉันพบว่าเขาแตกต่างจากที่เราสืบมานะ” ซูเหยาเล่นไลต์เบรนในมือ

 

            หยางเจี๋ยยังคงไม่สบายใจ ก่อนพูดอย่างลังเล “ถ้าเขาแกล้งทำล่ะ ผมมีวิดีโอพฤติกรรมของเขาด้วย เดี๋ยวผมเปิดให้ดู”

 

            80%

 

จะมาต่อตอนเย็นหรือไม่ก็พรุ่งนี้นะคะ เรื่องนี้แปลยากกว่าอีกเรื่องอ่ะ ตอนอ่านก็สนุกดี แต่พอแปลแล้วมันออกจะยากๆ หรือเป็นเพราะว่ายังไม่ไปถึงฮัวเซี่ยกันนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #7 delN (@nayano) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:19
    ขอบคุณค่า รออ่านตอนน้องไปฮัวเซี่ยแล้วนะคะ 🥺
    #7
    0