(นิยายแปล) The General Loves to Collect Little Red Flowers (Drop)

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 พบกันครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

บทที่ 2 พบกันครั้งแรก

 

หลี่เหยารู้ตั้งแต่เจี่ยงซินโดวบอกแล้วว่าซูเหยาดุร้ายนิดหน่อย เขาเดาว่าซูเหยาน่าจะดุร้ายเป็นพิเศษ แต่เมื่อได้มาเห็นภาพจริง ๆ ของซูเหยา เขาพบว่าจินตนาการ กับความจริงต่างกันมากแค่ไหน

 

ซูเหยานั้นดุร้ายจริง ๆ และเขาไม่เพียงแต่ดุร้ายเพียงอย่างเดียวแต่เขามีแสงบางอย่างที่ไม่อาจดับลุกโชนอยู่ในตาของขา หลี่เหยาไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ถ่ายภาพนี้ แต่ดูเหมือนว่าซูเหยากำลังอยู่ในสนามรบ ผมของเขาค่อนข้างยาว และดูเหมือนว่าไม่ได้ตัด หรือชำระมานานเนื่องจากอยู่ในสนามรบ มันเกาะกันเป็นก้อนจากเลือดแห้งจนห้อยลงมาตามกรอบหน้า ทำให้ภาพที่ออกมานั้นค่อนข้างน่ากลัว ชายดุร้ายคนนั้นก็กำลังกุมดาบที่เปล่งประกายอย่าอย่างเย็นชาเอาไว้แน่น มีเลือดไหลเป็นทางตามความยาวดาบ ที่สำคัญเขากำลังเหยียบศพที่กองกันเอาไว้ใต้เท้า! เมื่อมองทำให้คนรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกฆ่าในวินาทีต่อมา

 

เห็นครั้งแรกหลี่เหยารู้สึกกลัวมาก แต่เมื่อมองดูอีกครั้ง เขารู้สึกว่าคนผู้นี้เป็นแค่ชายจอมบงการที่รับใช้ชาติในฐานะผู้บังคับบัญชาหน่วยหมาป่าบินแห่งจักรวรรดิทาร์รอตตั้งแต่อายุยังน้อยเท่านั้น

 

ซูเหยาดำรงตำแหน่งเป็นพลตรีแห่งกองทัพอากาศที่ 12 แห่งจักรวรรดิทาร์รอต และตอนนี้เขาเป็นผู้บังคับบัญชากองพลหมาป่าบินที่สังกัดอยู่ในกองทัพนี้

 

ตามข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ในเดือนมกราคมปี 275 AC ดาวฮัวเซี่ยโดนโจมตีจากกองทัพออร์คจากดาวซาร์นา นตอนนั้นซูเหยายังเป็นเพียงรองผู้บัญชาการกองพลย่อย ออกคำสั่งเคลื่อนพลไปยังดาวฮัวเซี่ย เพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก

 

เดือนกรกฎาคมของปีเดียวกันนั้น กองทัพซาร์นาพ่ายแพ้ กองพลหมาป่าบินที่นำโดยซูเหยาได้ชัยชนะทุกสนามรบ และไล่ตามไป พวกเขายึดดาวแร่ที่เดิมเป็นของซาร์นาได้ในการรบเพียงครั้งเดียว การต่อสู้แบบที่ทั้งโหดเหี้ยม และน่ากลัวในสนามรบ ทำให้ลูกน้องของเขาตั้งฉายาให้ว่า ‘ราชันนรกานต์’

 

ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เขาได้เลื่อนยศที่เดียวสองขั้น เป็นพันเอกที่อายุน้อยที่สุดในประวิติศาสตร์ แม้จะอายุยังน้อย เขาก็มีทหารในปกครองถึง 30,000 นาย

 

อย่างไรก็ตามในตอนนั้นทุกคนในจักรวรรดิคิดว่าเขาจะนำทัพกลับมาที่ดาวหลัก แต่เขากลับเลือกที่จะตั้งทัพไว้ที่ฮัวเซี่ยนับตั้งแต่นั้น

 

ในเวลานั้นทุกคนสงสัยในพฤติกรรมของซูเหยา บางคนคิดว่าธรรมชาติของฮัวเซี่ยน่าจะดีขึ้นแล้ว หลังจากเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 200 ปีในการฟื้นฟู ซูเหยาออกคำสั่งให้สำรวจฮัวเซี่ยอีกครั้งเพื่อหาสิ่งมีค่า บางคนกล่าวว่าซูเหยาเจอความลับสำคัญที่นั่น จึงไม่สามารถกลับดาวหลักได้ถ้ายังหาไม่พบ บางคนคิดอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาอยากอยู่ที่ห่างไกลจากจักรวรรดิ เพื่อที่จะได้ปกครองดาวตั้งตนเป็นจักรพรรดิ

 

อย่างไรก็ตามมีทฤษฎีมากมาย จนกระทั่งช่วงสิ้นเดือนของเดือนที่แล้ว เมื่อศูนย์จัดการแต่งงานได้ออกกำหนดการพิเศษที่หน้าเว็บไซต์ สั่งให้ซูเหยารีบกลับมาทาร์รอตมาลงทะเบียนแต่งงานกับหลี่เหยา ลูกชายคนโตของนายพลหลี่

 

งานแต่งครั้งนี้ออกมาอย่างกะทันหัน และเร่งด่วน เหมือนมีบางอย่างอยู่เบื้องหลัง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำสั่งซูเหยาก็ตอบรับทันที

 

เห็นข้อมูลอย่างนี้หลี่เหยาไม่แน่ใจว่าซูเหยาตั้งใจจะทำอะไร แต่เขาต้องการรู้จักกับซูเหยามากกว่านี้ เขาหาภาพซูเหยาพบเพียงภาพเดียว บางเว็บไซต์น่าจะมีภาพของเขา แต่ก็ต้องการการอนุญาตจึงจะเห็นได้ แต่ตอนนี้เขาง่วงมากจึงไม่สนใจจะหาต่อ เขาวางไลต์เบรนลงแล้วหลับไป

 

อย่างไรก็ตาม เขาต้องไปฮัวเซี่ยให้ได้

 

.............................................................................................................................................

 

“หลี่เหยายังหลับอยู่เหรอ” ในช่วงเช้าหลี่เฟ่ยชานไม่เห็นลูกชายคนโตของเขา ใช่ลูกชายคนโต แต่ที่หลี่เหยาเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘นายน้อยสาม’ เนื่องจาก เขามีลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าอีกสองคน

 

“เขาน่าจะเหนื่อยจากเหตุการณ์เมื่อวาน ฉันเลยไม่ได้ปลุกเขา” เจี่ยงซินโดวเหมือนเป็นแม่ที่ใจดี เธอยิ้ม “ให้เขานอนต่ออีกสักหน่อย”

 

“ใครบอกว่าผมยังนอนอยู่” หลี่เหยาเดินลงมาจากชั้นบนเขาตื่นตั้งแต่เช้า อาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

 

เขาเห็นภาพเลือดสาดเมื่อวานจึงนอนไม่ค่อยหลับ เขาปวดหัวนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น เขาพูดอย่างกระชากเสียงเหมือนเจ้าของร่างคนเดิม เขาไม่สามารถสุภาพ และเขายังต้องเหยียดหยามเป็นบางครั้งอีกด้วย

 

เจี่ยงซินโดวไม่แสดงอาการเขินอาย เธอยิ้ม และตักโจ๊กให้หลี่เหยาถ้วยหนึ่ง “ในเมื่อลูกตื่นแล้ว ก็มาทานข้าวเช้าด้วยกันสิ”

 

หลี่เหยานั่งลงตรงข้ามกับลูกติดแม่เลี้ยงของเขา หลี่เทียนอวี้ มองโจ๊กตรงหน้า เขาไม่ขยับช้อน

 

เจี่ยงซินโดวเห็นดังนั้น เธอมีรอยโกรธวาบผ่านนัยน์ตา แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

 

หลี่เฟ่ยชานก็เห็นว่าหลี่เหยาไม่กินโจ๊กที่เจี่ยงซินโดวตักให้ แต่ก็ยังดีที่เขาไม่ก่อเรื่อง เนื่องจากหลี่เฟ่ยชานนอนหลับไม่สนิทเท่าไรนักเมื่อคืน เขาจึงไม่ตำหนิหลี่เหยา เนื่องจากเขามีนิสัยชอบขมวดคิ้วระหว่างพูด ระหว่างคิ้วของเขาจึงมีรอยย่น ทำให้เขามีสีหน้าไม่มีความสุขตลอดเวลา “ซูเหยาจะไม่อยู่ดดาวทาร์รอตนาน เขามีธุระหลายอย่างที่ดาวฮัวเซี่ย ตอนนี้แกไปลงทะเบียนแต่งงานก่อน ส่วนงานแต่งเอาไว้ทีหลัง อีกอย่างซูเหยาบอกว่าจะจัดให้ทีหลัง เมื่อธุระเสร็จ”

 

“งั้นก็ไม่ต้องจัด” หลี่เหยาพูด “อย่างกับว่าผมต้องการมาก”

 

“ระวังท่าทีของแกหน่อย เป็นความผิดของฉันรึที่ทำให้แกอยู่กับคนที่แกชอบไม่ได้” หน้าหลี่เฟ่ยชานมืดลง “กับโอเมก้าอย่างแก เอาแต่มีเรื่องโดดเรียน ไร้ระเบียบวินัย ซูเหยาไม่ปฏิเสธ แกก็ควรดีใจซะ”

 

“แล้วทำไมผมต้องดีใจ” หลี่เหยาไม่พอใจ “หน้าของซูเหยาอะไรนั่น ทั้งดุร้ายทั้งน่ากลัว ถ้าต้องแต่งกับหมอนั่นจริง แค่ยิ้มให้ก็น่ากลัวพอแรงแล้ว”

 

“...เขาไม่ได้อาศัยหน้าใช้ชีวิต ทำไมเขาจึงต้องดูดี!” ไฟในหัวใจของหลี่เฟ่ยชานลุกโชน “ฉันจะบอกแกให้นะหลี่เหยา ยาที่แกใช้ไปหมดฤทธิ์เร็วเกินไป แกต้องไปอยู่กับซูเหยาในอีกไม่กี่เดือน หลังจากลงทะเบียนแต่งงานแกต้องย้ายไปที่ฮัวเซี่ย สำหรับเรื่องเรียนฉันทำเรื่องลาชั่วคราวให้แกแล้ว หลังจากนี้ครึ่งปีถ้าแกอยากเรียนต่อ ค่อยมาลงทะเบียนใหม่ แต่ก่อนหน้านั้นแกต้องเชื่อฟัง ห้ามก่อปัญหา แกได้ยินใช่ไหม”

 

หลี่เหยาเคี้ยวอาหารในปากอย่างหนักหน่วง ไม่ตอบอะไร

 

หลี่เฟ่ยชานมองเขาเขม็ง

 

ในตอนนั้นเองหลี่เทียนอวี้พูออกมาอย่างนุ่มนวล “พ่อครับ พี่ชายต้องไปอยู่กับตนที่ไม่ชอบต้องเสียใจมากแน่ ๆ เลย พ่อก็รู้เขาชอบอะไรสวย ๆ ตั้งแต่เด็ก แต่พลตรีซู เขา... ให้เวลาพี่เขาหน่อยนะครับ”

 

หลี่เหยาเยาะหยัน “หลี่เทียนอวี้เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับแก จะมาทำตัวแสนดีให้ใครดู”

 

หลี่เฟ่ยชานพูด “แกหมายความว่ายังไง”

 

หลี่เหยา “พอแล้ว”

 

เขาเตะขาโต๊ะ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องอาหารไป

 

หลี่เฟ่ยชานตะโกน “นั่นแกจะไปไหนน่ะ!”

 

หลี่เหยาตะโกนกลับมาดังกว่า “ลงทะเบียน!”

 

ท่าทางยโสของเขาทำให้หัวใจของหลี่เฟ่ยชานเกือบหยุดเต้น เมื่อเห็นท่าทางดื้อดึงนั้น เขาอดคิดถึงภรรยาคนเก่าไม่ได้ เธอเป็นคนแข็ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเธอแสดงท่าทีอ่อนหวานต่อเขา ไม่เหมือนเจ้าลูกหน้าเหม็นหลี่เหยา ที่เอาแต่ต่อสู้กับเขา

 

เมื่อเห็นท่าทีของหลี่เหยา เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เมื่อหลี่เหยาเดินหายไปจากสายตา เขาตะโกน “เฒ่าเฉิน”

 

เฉินโปเดินเข้ามาในห้อง เขาเป็นชายอ้วนอายุประมาณห้าสิบปี เขาดูมีความสุขมาก เขามีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดเวลา

 

เขาเคยเป็นการ์ดของหลี่เฟ่ยชาน ต่อมาเขาป่วย ไม่เหมาะจะเป็นทหารอีกต่อไป ดังนั้นหลี่เฟ่ยชานจึงจ้างเขามาจัดการเรื่องต่าง ๆ ในบ้าน เฉินโปดินมาหยุดหน้าหลี่เฟ่ยชานแล้วรายงาน “ท่านนายพล หวังเฮ่าตามนายน้อยสามไปแล้วครับ ไม่ต้องกังวล”

 

หลี่เฟ่ยชานนวดหัวคิ้วพึมพำรับคำ

 

ในตอนนั้นเองหลี่เทียนอวี้ลุกขึ้นดด้วยตาแดงก่ำ “พ่อครับ แม่ครับผมอิ่มแล้ว ไปโรงเรียนก่อนนะครับ”

 

เจี่ยงซินโดวโบกมือ “ไปเถอะลูก ระวังตัวด้วยนะ”

 

เมื่อหลี่เทียนอวี้ลับหลังหายไป เจี่ยงซินโดวถอนหายใจ “คุณคิดว่าเมื่อไหร่เด็กสองคนนี้จะเข้ากันได้ค่ะ หลี่เหยาก็แข็งเกินไป ส่วนเทียนอวี้ก่อนอ่อนแอไป ฉันกังวลจังว่าเทียนอวี้จะโดนรังแกข้างนอก”

 

“ใครจะกล้ารังแกเขา” หลี่เฟ่ยชานตอบ “ยังไงเทียนอวี้ก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลอวี้ คุณคิดมากเกินไปแล้ว”

 

เจี่ยงซินโดวพูดทีเล่นทีจริง “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ คุณดูสิเขากลัวหลี่เหยาแค่ไหนในบ้าน ฉันคิดว่าเขาต้องอาจจะโดนหลี่เหยาแกล้งข้างนอก”

 

หน้าของหลี่เฟ่ยชานจากสุขุมเปลี่ยนเป็นเย็นชาเล็กน้อย “เธอแค่ไม่ชินกับท่าทางของเขา”

 

เจี่ยงซินโดวดูเศร้า “ฉันไม่อยากให้เขาเกลียดฉันค่ะ ใครจะคิดว่าผ่านมาหลายปีแล้ว หลี่เหยาก็ยังไม่ยอมรับฉันเลย”

 

หลี่เฟ่ยชานเงียบไปครู่หนึ่ง “ลืมไปซะ อย่างไรซะหลี่เหยาก็จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก วันนี้พอหลี่เหยาลงทะเบียนแต่งงานเสร็จ เป็นไปได้ว่าซูเหยาจะพาเขามาทักทายฉัน จากนั้นก็กลับฮัวเซี่ยเลย”

 

เจี่ยงซินโดวพูดด้วยรอยยิ้ม “จริงสินะคะ”

 

จากนั้นเธอหันไปถามเฉินโป “เฒ่าเฉิน พวกเขาไปถึงศูนย์แต่งงานหรือยัง”

70%

 

 

เฉินโปตอบ “พวกเขากำลังจะไปถึงแล้วครับ”

 

ความเร็วของรถบินนั้นสูงมาก เพียงกะพริบตา หลี่เหยาก็มาถึงศูนย์แต่งงานแล้ว

 

ที่นี่มีสำนักงานความสัมพันธ์พลเรือน และศูนย์แต่งงานตั้งอยู่ในซิ่งตู หน่วยงานทั้งสองดูแลเรื่องการแต่งงานเหมือนกัน แต่สำหรับผู้ที่มียีนที่แข็งแกร่ง เหมือนเขา และซูเหยา และคนที่ถูกกำหนดให้แต่งงานกัน ต้องไปลงทะเบียนที่ศูนย์แต่งงาน

 

เนื่องจากพวกเขามาค่อนข้างเร็ว ในบริเวณนี้จึงยังไม่มีใครอยู่ ตามคำพูดของหวังเฮ่า ซูเหยามีฐานะพิเศษ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะดูแลเขาต่างหาก ตราบใดที่ทั้งคู่ยินดีที่จะแต่งงานกัน พวกเขาก็สามารถลงทะเบียนได้เลย

 

ดังนั้นในตอนนี้หลี่เหยาจึงนั่งรอพลตรีกับหวังเฮ่า พวกเขานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องโถงชั้นแรก ไม่มีใครอยู่ที่นี่ หลี่เหยาจึงหันไปถามหวังเฮ่า “หวังเกอ เคยเห็นพลตรีซูเหยามาก่อนหรือเปล่าครับ”

 

หลี่เหยานั้นเป็นคนที่พูดอย่างสุภาพกับผู้อื่นน้อยมาก ดังนั้นเมื่อได้ยินหวังเฮ่าจึงตกตะลึงเล็กน้อย “ผมพบเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว เขาเป็นรุ่นพี่ของผม”

 

หลี่เหยาคำนวณแล้วพบว่า เขาน่าจะอายุไม่ถึงสิบปีในเวลานั้น ดังนั้นซูเหยาอาจำหวังเฮ่าไม่ได้ แต่ในเมื่อเขาเป็นรุ่นพี่ของหวังเฮ่า หวังเฮ่าก็น่าจะจำซูเหยาได้ หลี่เหยาลุกขึ้น “รออยู่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำสักครู่”

 

หวังเฮ่าลุกขึ้นตาม “ผมจะพาไปเอง”

 

“ผมไปคนเดียวได้” หลี่เหยาตอบ

 

หวังเฮ่าสวนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ผมกลัวว่าคุณจะหาทางหนี”

 

“...”

 

คุณเหลือความภาคภูมิใจให้ผมหน่ยได้ไหมเนี่ย

 

ขณะเดินไปยังห้องน้ำ หลี่เหยาเหมือนเป็นปลาปักเป้าที่กำลังพองตัวจากการโดนแย่งอาหาร แก้มของเขาพองออกเนื่องจากความโกรธ เมื่อเขามาถึงบริเวณ เขาพบว่ามีห้องน้ำที่แตกต่างกันถึงหกรูปแบบ ห้าในหกกำลังอยู่ในช่วงซ่อมบำรุง เหลือใช้อีกเพียงแบบเดียว หน้าประตูห้องน้ำที่เหลือมีป้ายติดไว้ ใช้ร่วมกันในช่วงซ่อมบำรุง ขออภัยในความไม่สะดวก และมีคนอยู่ในนั้น ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโกรธยิ่งกว่าเก่า

 

เขารออยู่หน้าห้องจนได้ยินเสียงกดน้ำชำระ

 

หลังจากนั้นมีเสียงซิบถูกดึงขึ้น หลังจากนั้นชายในห้องก็เดินออกมา ชายผู้นี้ใส่หมวกสีดำ เห็นดวงตาคมภายใต้ปีกหมวก เขาเดินออกมาพร้อมบรรยากาศเย็นชา หลี่เหยามองชายที่สูงกว่าเมตรเก้าสิบตรงหน้า เขายืนอยู่ตรงนั้นเหมือนต้นสนใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลย...

 

อยู่ ๆ ชายตรงหน้าก็เอ่ยปากถาม “เธอมองอะไร”

 

หลี่เหยาตกใจกับเสียงทุ้ม เขาจึงพูดสิ่งที่อยู่ในหัวโดยไม่ได้คิดก่อน “ไม่มีอะไร คุณใหญ่มากจริง ๆ”

 

“...”

 

เมื่อหลี่เหยาเห็นชายผู้นี้หรี่ตาเล็กน้อย เขาตอบสนองกับสิ่งที่พูดไปด้วยการถลันเข้าไปในห้องน้ำ เขากลัวมากจริง ๆ เขาปิดประตู แล้วลูบอกเบา ๆ ให้ตายเถอะกลัวแทบตาย

 

 

.............................................................................................................................................

 

ฝนตกคอมดับ ที่แปลไว้เหลือแค่นี้อ่ะ จะร้องไห้ แปลจะจบบทอยู่แล้ว บทนี้แปลยากด้วย ขอไปทำใจก่อนแล้วจะมาต่อให้จบนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ

 

100% ครบค่ะ เจอกันตอนหน้าค่ะ

 

Edit 1th

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #5 ภูตเงา [Doppelganger] (@nean8) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:19

    มีคนเคยแปลเรื่องนี้อยู่ในเด็กดีเนี่ยแหละ ลองหาดูเป็นแนวทางมัั้ยคะ

    #5
    0