(นิยายแปล) The General Loves to Collect Little Red Flowers (Drop)

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 ฟื้นคืนชีพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

บทที่ 1 ฟื้นคืนชีพ

 

“ป้าหลิน ป้าหลิน รอเดี๋ยว ป้าลืมโทรศัพท์”

 

“ป้าหลิน โทรศัพท์!”

 

เด็กหนุ่มขาพิการอายุประมาณ 20 ปี ตะโกนขณะที่พยายามวิ่งตามหญิงวัยกลางคนไปตามถนนท่านกลางแดดที่ร้อนแรง

 

อย่างไรก็ตามหญิงวัยกลางคนผู้นั้นท่าทางค่อนข้างเร่งรีบ ดูแล้วคงจะไม่ได้ยินเสียงเรียกเลย เธอรีบขึ้นรถเมล์ แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

 

เด็กหนุ่มที่ตามไม่ทัน หอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วหยุดวิ่งลงที่ข้างถนน เขามองโทรศัพท์ในมือ ที่ไม่ใช่ของเขา เขาสะบัดมันหลายครั้ง เพื่อพยายามลดความร้อนที่รู้สึกลง เขากลับไปที่ร้านสังคภัณฑ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ขาข้างขวาของเขาแลดูหนักขณะที่เดิน ดังนั้นเมื่อรถบรรทุกขับฝ่าไฟแดงตรงมายังเขา เด็กหนุ่มจึงหลบไม่พ้น เขาได้ยินเพียงเสียงดัง ‘ปั้ง’ ก่อนเสียงรอบตัวจะหายไป เหมือนกดปุ่มหยุด

 

ทันใดนั้นหลี่เหยาตื่นขึ้น

 

เขาตกอยู่ในความมืด ไม่มีไฟถนน ไม่มีตึก ไม่มีถนน ไม่มีคน เรารู้สึกเปียกชื้นใต้สะโพกของเขา เหมือนกับว่าเขานั่งอยู่บนพื้นหญ้า ที่นี่เงียบ หนาว และเสียงลมพัดผ่านใบไม้ ทำให้เขารู้สึกสับสน เมื่อพบว่าตนเองอยู่ในป่าทึบ เขาอยู่คนเดียว เหมือนชายแก่ที่อาศัยลมหายใจสุดท้าย

 

ผมทุกเส้นของหลี่เหยาลุกชัน เขาคลำไปตามกระเป๋า เพื่อหายอะไรก็ได้ที่มาส่องแสง

 

แต่เขาไม่พออะไรเลย

 

ปกติเขาค่อนข้างกล้าหาญ เพื่อป้องกันความกลัวสิ่งประหลาด เขาอยากร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ไกลจากตัวเขา เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียง ‘หอน’ ของสัตว์บางอย่าง ทำให้เครียดเกร็งไปทั้งตัว

 

เหงื่อเย็นไหลลงจากหน้าผาก เขาพยายามควบคุมตัวเอง ในขณะที่กัดนิ้วเอาไว้

 

เลือดไหลออกมาจากรอยแผล ทันใดนั้นเองเสียงตะโกนก็ดังขึ้น “ทางนี้ ฉันได้กลิ่นแล้ว!”

 

หลังจากนั้นมีเสียงตอบกลับ “อัลฟ่า เตรียมตัว! ไปตรวจดู”

 

“ครับ!” เสียงกลุ่มคนตะโกนตอบ

 

เสียงนั้นพูดภาษาประหลาด แต่น่าแปลกหลี่เหยากลับฟังรู้เรื่อง ความคุ้นเคยทำให้ความเครียดเข้ามาเกาะกุมหัวใจ

 

แต่อะไรคือ อัลฟ่า?

 

เสียงเดินดังเข้ามาใกล้ ทันใดนั้นเองหลี่เหยารู้สึกถึงความเจ็บปวดแทงเข้ามาในสมอง เพราะความเจ็บปวดนี้เอง ดึงเอาความทรงที่ไม่คุ้นเองมาด้วย เขาทรุดตัวลงสองมือกุมศีรษะ หัวของเขากำลังจะระเบิด

 

“นายน้อยสาม คุณพยายามหนีจริง ๆ” ตอนนั้นเองที่มีบูทคู่หนึ่งมาหยุดตรงหน้า เจ้าของบูทส่องไฟฉายมาที่หน้าของเขา น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีรอยเสียดสี “คุณก็รู้ว่าคุณหนีไม่ได้ แต่ก็ยังลองทำ”

 

“คุณ...” หลี่เหยาเงยหน้า “คุณเรียกผมว่าอะไรนะครับ”

 

“ผมเรียกคุณว่า นายน้อยสาม ทำไมคุณยังแสร้งหลอกลวงอยู่ คุณลืมปัญหาที่คุณก่อไปแล้วเหรอ” ชายคนนั้นพูด “ฮึ พวกเราต้องออกตามหาคุณทั้งคืน”

 

“...” หลี่เหยาลุกขึ้นยืน แล้วก้าวถอยหลังโดยไม่คิด

 

นี่ไม่ถูกต้อง เขาปวดหัวมากตอนนี้ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขากลายเป็นนายน้อยสามได้อย่างไร เขาเกิดมาขาพิการ แล้วเขาเดินตรงได้อย่างไร แล้วเขามาอยู่ในร่างกายที่ไม่คุ้นเคยได้อย่างไร ความทรงทำนี่อีก

 

เจ้าของร่างคนเดิมก็มีชื่อว่าหลี่เหยา เขาเป็นโอเมก้าชาย ลูกชายของนายพลหลี่เฟ่ยชานแห่งจักรวรรดิทาร์รอต เพื่อหนีการแต่งงาน เขาลอบหนีมาตอนกลางคืน โชคร้ายที่เขาเสียชีวิตกลางป่าลึก

 

“รายงานท่านนายพล พบตัวนายน้อยสามแล้วครับ” หลี่เหยาเห็นชายคนหนึ่งรายงานผ่านเครื่องมือสื่อสาร “ครับท่านนายพล เขาอยู่กลางป่าห่างจากทางลาดไปห้าไมล์ ครับ ดูไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรง เราจะส่งตัวกลับทันทีครับ”

 

“นายมานี่!” ชายคนนี้ตะโกน “พันแผลให้นายน้อยสาม!” เขาเก็บเครื่องมือสื่อสาร มองหลี่เหยาอย่างเย็นชา ก่อนหันหลังเดินจากไป

 

“นายน้อยสาม แผลของคุณอยู่ที่ไหน” หน่วยพยาบาลถาม

 

“มือ...” เขายกมือที่นิ้วหักให้หน่วยพยาบาล ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น

 

ตอนนี้เขามีความทรงจำของเจ้าของร่าง เขารู้ว่า อัลฟ่า เบต้า โอเมก้าคืออะไร เขามองหน่วยพยาบาลที่พันผ้าอุดแผลไว้อย่างแน่นหนา แม้แผลจะมีขนาดเล็ก ไม่ใช่เพื่อรักษาอย่างเดียว แต่เพื่อกั้นกลิ่นฟีโรโมนในเลือด ป้องกันไม่ให้ส่งผลต่อทหารที่ออกมาตามหา

 

หน่วยพยาบาลเก็บอุปกรณ์ “นายน้อยสาม ทางนี้ครับ”

 

หลี่เหยาตามกลุ่มคนตรงหน้าไปยังรถบินอย่างเงียบ ๆ แล้วพบว่าการติดตามตัวเขาในครั้งนี้ใช้กำลังคนมากกว่าที่คิด รถบินไม่ต้องใช้คนควบคุมดังนั้นทุกคนจึงนั่งอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสาร รวมทั้งหมดยี่สิบเอ็ดคน ทุกคนส่งสายตาเกลียดชังมาให้

 

พวกเขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่สีหน้าบวกเขาแสดงอารมณ์นั้น

 

หลี่เหยารู้สึกเหมือนกำลังฝัน ความทรงจำของเขาบอกว่าปีนี้คือปี 2555 ของปฏิทินนิรันด์ ในปีคริสต์ศักราช 2261 ได้เกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ทำลายโลกโดยที่มนุษย์ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ พวกเขาถูกบังคับให้ละทิ้งดาวบ้านเกิด เดินทางย้ายถิ่นฐานกว่าสิบห้าปี ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงดาวทาร์รอต แล้วได้มีการรวมยีนกันระหว่างมนุษย์กับชาวดาวทาร์รอต และเริ่มอารยธรรมใหม่

 

วันนี้เป็นวันที 2 มีนาคม 279 ของศักราชดวงดาว 536 ปีที่เขาจากโลกมา

 

บทสรุปที่คิดได้นั้นเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หลี่เหยาในตอนนี้ทำได้เพียงแค่กำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกงเท่านั้น

 

ตอนนั้นเอง รถบินได้เข้าสู่บริเวณบ้านของนายพล และร่อนลงจอด หน่วยแพทย์ และหวังเฮ่า รองหัวหน้าหน่วยพิเศษ หันมามองหลี่เหยา แล้วดึงตัวเขาออกมา

 

หลี่เหยาเดินเข้ามาในห้องโถง ก่อนที่เขาจะได้ทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัว หลี่เฟ่ยชานเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วเงื้อมือขึ้นสูง ก่อนตวัดลงมา

 

“เพี้ยะ!” นี่ไม่ดีแน่ หลี่เหยายกมือป้องกันตัว เขามองลุงวัยกลางคนตรงหน้า เขาข่มความรู้ไม่สบายใจ พูดออกมา “อย่าทำร้ายคนอื่นง่าย ๆ แบบนี้ พูดจากันก่อน”

 

“ได้เด็กเวร” หลี่เฟ่ยชานมองอย่างกรุ่นโกรธไปที่เด็กตัวซีดขาว แต่งดงามจนแทบลืมหายใจตรงหน้า “แกยังมีหน้ากลับบ้านอีกเหรอ”

 

“ผม...” ทำไมเขาต้องละอายเมื่อมาที่นี่

 

หลี่เหยาอยากสวนกลับ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมทำไว้ เอาก็พูดไม่ออก

 

มีกฎที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรของทาร์รอต เกี่ยวกับโอเมก้าที่มียีนที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต้องปฏิบัติตามการจัดการของศูนย์จัดการแต่งงาน และแต่งงานกับเจ้าของยีนที่มีความเข้ากันได้ระดับสูงสุด ถ้าหากเขาเหล่านั้นไม่ได้แต่งงานก่อนอายุ 20 ปี เหตุผลพื้นฐานในเรื่องนี้คอ เพื่อผลิตประชากรที่มีพันธุกรรมที่ดีที่สุด ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

โอเมก้าส่วนมากยอมรับการจัดการนี้ ถ้าพวกเขาหาคนที่ถูกใจไม่ได้ พวกเขาจะแต่งงานกับคนที่มียีนเข้ากันได้ระดับสูงสุด แต่เจ้าของร่างคนเดิมไม่ชอบกฎข้อนี้ เพื่อที่จะหนีการจัดการในครั้งนี้ เขาได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพ่อของเขา

 

ครั้งนี้เจ้าของร่างคนเดิมได้ใช้ยาผิดกฎหมายที่สามารถทำลายต่อมของโอเมก้า แล้วหนีในตอนกลางคืน

 

หลังจากนั้น เขา ก็ถูกจับได้

 

เจี่ยงซินโดวแม่เลี้ยงของเขาลุกขึ้นจากโซฟามาโอบชายแก่ตรงหน้าจากทางดด้านหลัง “เอาเถอะน่า อย่าโกรธไปเลย เด็กคนนี้อาจจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว อย่าโกรธต่อเลยน่า” จากนั้นเธอหันมาจับมือหลี่เหยา “ทำไมยังไม่ขอโทษคุณพ่ออีก”

 

หลี่เหยาเพิ่งเข้าใจว่าชายที่กำลังโกรธจัดตรงหน้าคือ พ่อของร่างนี้ และเขาคงโกรธกว่าเดิมถ้ายังสาวความต่อ หลี่เหยาจึงทำได้เพียงงึมงำ “ขอโทษ” ลอดไรฟัน เขาเหลือบมองหญิงที่แสดงท่าทีเป็นห่วงเขาเล็กน้อย ก่อนหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไป

 

เขากลัวว่า ถ้าเขาพูด หรือทำอะไรมากไป จะทำให้คนเหล่านั้นจับพิรุธเขาได้

 

หลี่เฟ่ยชานสูดลมหายใจ ก่อนตะโกน “หลี่เหยา ฉันบอกเลยว่า ถ้าพรุ่งนี้แกต้องไปลงทะเบียนเรื่องแต่งงาน ถ้าแกไม่ไปฉันจะตัดพ่อตัดลูกกับแก!”

 

“ปั้ง!” เสียงประตูกระแทกปิดดังมาจากชั้นบน

 

หลี่เฟ่ยชานมองเจี่ยงซินโดว “ดูมันสิ เธอตามใจมันมากเกินไปแล้ว”

 

ทันทีที่ประตูล็อกประตู หลี่เหยาได้ยินประโยคนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะกลอกตา เขาหาที่นั่ง ก่อนพยายามควบคุมตัวเอง

 

เจี่ยงซินโดวคือแม่เลี้ยงของเขา

 

แม่แท้ ๆ ของร่างนี้ตายไปได้ เมื่อเขาอายุได้สองปี หลี่เฟ่ยชานไปพบเจี่ยนซินโดวที่เป็นแม่ม่ายลูกติด แล้วสร้างครอบครัวด้วยกัน ความตายของเจ้าของร่างคนเดิมนั้นเกี่ยวข้องกับเจี่ยงซินโดวโดยตรง ในตอนที่รู้ว่าเจ้าของร่างไม่อยากแต่งงานโดยจัดการของศูนย์แต่งงาน เจี่ยงซินโดวได้บอกว่ามียาชนิดหนึ่งมาโดยบอกว่ายานี้สามารถทำลายต่อมของโอเมก้าได้ เจ้าของร่างรีบไปหาหมอแล้วไปหายามาใช้ เขารีบหนีทันทีในคืนนั้น และตายท่ามกลางป่าทึบ

 

หลี่เหยามองไปรอบ ๆ ห้องนอน มันไม่ได้แย่ แต่เมื่อนึกถึงแม่ดอกบัวขาวเจี่ยงซินโดว เขาก็พองแก้มจนเหมือนปลาปักเป้า แต่ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกตื่นเต้น

 

เมื่อมายังสภาพแวดล้อมใหม่ สิ่งที่ต้องทำคือสงบใจเอาไว้ ไม่ควรกลัวไปเสียทุกเรื่อง เขาได้ยินเสียงหมาเห่า และเสียงฝีเท้าของการ์ดนอกหน้าต่าง เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ตายคืนนี้ เขาก็ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าในวันพรุ่งนี้ ถึงเขาจะรู้ว่าตัวเองชอบผู้ชาย แต่เขาก็ไม่อยากแต่งงานลวก ๆ แบบนี้

 

เขาควรทำอย่างไรดี...

 

หลี่เหยาลุกขึ้น รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูพยายามใช้ผ้าเช็ดตัวอุดช่องว่างใต้ประตูให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนกัดปลายนิ้ว เขาคุกเขาลงกับพื้น พยายามอดทนกับความเจ็บปวด เขาวาดรูนตัวผอมยาวบนกระเบื้องสีเบจอย่างรวดเร็ว เขาสวด “ดินแดนที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณเทพ สามารถก้าวล่วงสู่สวรรค์ และแผ่นดินโลก ไปยังแดนนรกอันโดดเดี่ยว ด้วยเลือดของข้า ข้าขอสักการะ ถ้าเจ้าได้ยินเสียงบูชายัญนี้ จงมาที่นี่ทันที”

 

เมื่อสิ้นเสียง มีลมหมุนเล็ก ๆ พัดวนอยู่ในห้องน้ำตาของหลี่เหยาลุกโชนด้วยความดีใจ เขาหวังว่าจะได้พูดคุยกับเพื่อนจากโลกหลังความตายของเขา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อลมพัดสงบลง นั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างกลับมาเป็นดั่งก่อนหน้า

 

หลี่เหยา “...?”

 

เกิดอะไรขึ้น

 

มองไปที่รูนก็ไม่ผิดนี่ รูนที่เรียนมาจากพ่อของเขา ต้องทำงานได้สิ

 

ด้วยความที่เขาขาพิการ ทำให้การเดินลำบาก ดังนั้นหลังจากเขาเกิดได้ไม่นาน เขาถูกนำมาทิ้งที่ร้างสังคภัณฑ์ เจ้าของร้านรับเลี้ยงเขาไว้ เขาสอนหลายอย่างที่ไม่สามารถหาเรียนได้จากที่อื่นแก่เขามากมาย โดยเฉพาะเรื่องอภิปรัชญา เขาไม่เคยพลาดเมื่อทำแบบเดียวกันนี้ที่โลก หรือเป็นเพราะว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่บนโลก เลยเรียกวิญญาณจากโลกมาไม่ได้

 

หรือจี้เฟิ่งอวี้ไปเกิดใหม่แล้ว อย่างไรก็ตามเวลาก็ผ่านมานานมากแล้ว

 

หลี่เหยาลองอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ ยังไงเลือดก็ไหลออกมาแล้ว เขาลองเรียกอีกครั้ง แต่ก็

 

เช่นเดิมหลังจากลมหมุนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ทันใดนั้นเองมีเสียงดังขึ้นหน้าห้อง

 

“ปั้ง”

 

ประตูถูกเตะเปิด หลี่เฟ่ยชานตะโกน “หลี่เหยา แกทำอะไร”

 

หลี่เหยาตกใจ เขาซ่อนมือเปื้อนเลือดโดยไม่คิด เขาเปิดฝักบัวเพื่อล้างรูนบนพื้น เนื่องจากครั้งนี้เขาวาดเป็นครั้งที่สอง มันเลยล้างออกไม่ง่ายนัก เขากัดตัวเองอีกครั้ง ผลคือเขากัดแรงเกินไป เลือดจึงไม่หยุดไหล ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นฟีโรโมนของเขา

 

ยาต้านที่เจ้าของร่างคนเดิมใช้ผ่านช่วงออกฤทธิ์มาแล้ว เมื่อร่วมกับที่เขาเลือดไหล กลิ่นฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาจึงแรงเหมือนเขากำลังอยู่ในช่วงฮีต

 

หลี่เฟ่ยชานหน้าดำเป็นก้นหม้อ เขาได้กลิ่นเลือดชัดเจนจากห้องน้ำของลูกชาย เขาคิดว่าหลี่เหยากำลังฆ่าตัวตาย เขารีบตะโกนบอกให้คนของเขาหนีออกไปจากบ้าน “ฉันจะนับสาม ถ้าแกไม่เปิดประตู ฉันจะพัง!”

 

ทันทีที่หลี่เหยาเห็นรูนลบออกไปหมดแล้ว ไม่มีรอยเลือดหลงเหลืออยู่ เขารีบเปิดประตู

 

ทันทีที่เจี่ยงซินโดวเห็นหน้าเขา เธอยกมือกุมอก “โอ้เด็กน้อย เธอทำอะไร เธอทำให้พวกเรากลัวแทบตาย เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่าจ๊ะ”

 

หลี่เหยาไม่ตอบ

 

ลูกเลี้ยงของพ่อเขา หลี่เทียนอวี้ ก็ตามมาเช่นกัน เขาพูดเบา ๆ “พี่ชาย อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย ไม่ใช่แค่พี่ที่ทรมาน ครอบครัวเรา การ์ดที่อยู่ข้างนอก ก็รู้สึกเหมือนกัน พี่ทำแบบนี้ไปทำไม”

 

ด้วยคำสั่งของเจี่ยงซินโดว หน่วยพยาบาลมาทำแผลที่มือให้หลี่เหยาอีกครั้ง พวกเขาหันไปมองหลี่เทียนอวี้ พลางพยักหน้าเห็นด้วย

 

“เจี่ยงซินโดวพูดต่อ “ถ้าลูกไม่พอใจ หลี่เหยาลูกไปอาศัยที่บ้านของนายพลซูเหยาก็ได้ แม่เคยได้ยินมาว่า ดาวฮัวเซี่ยมีสภาพแวดล้อมรุนแรงไปสักหน่อย คนภายนอกพูดว่านายพลอาจจะโหดร้ายไปบ้าง แต่ต่อไปลูกจะเป็นภรรยาของเขา เขาต้องปฏิบัติกับลูกดีกว่าใครแน่ ๆ อย่าเสียใจไปเลย อย่าโกรธพ่อของลูกอีกเลยนะ”

 

หลี่เหยาไม่อยากต่อความกับเจี่ยงซินโดว และหลี่เทียนอวี้ แต่เขาได้ยินบางอย่างเขาเลยต้องเงยหน้าถาม “ดาวดวงไหนที่เขาประจำการอยู่”

 

หลี่เฟ่ยชานขมวดคิ้ว “ดาวฮัวเซี่ย แกคิดจะทำอะไร”

 

หลี่เหยาพึมพำเสียงต่ำ “ดาวฮัวเซี่ย ชื่อที่คนพวกนี้ใช้เรียกดาวโลก” ดวงตาเขาสว่างจ้า “ไม่ผมจะไม่ทำอะไร ผมจะแต่งงานพรุ่งนี้”

 

หลี่เฟ่ยชานมองลูกชายอย่างระแวง “จริงหรือ”

 

“ใช่”

 

ถ้าเขาไม่แต่งกับคนนี้ เขาก็ต้องถูกบังคับให้แต่งกับคนอื่นอยู่ดี ที่สำคัญยาต้านฮีตของโอเมก้านั้นทรมานมาก จะดีกว่าถ้าแต่งงาน แล้วเขาจะได้หาทางกลับช่วงเวลาของเขา เมื่อไปถึงดาวฮัวเซี่ย ต่อให้เวลาผ่านมาแล้ว 500 ปี โลกก็ยังเป็นโลก แม้ทาร์รอตจะเจริญมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คุ้นเคยกับที่นี่

 

หลี่เหยาสัญญาซ้ำ ๆ ว่าจะไม่ทำอะไรบ้าบิ่นอีก จนหลี่เฟ่ยชานยอมถอนกำลังการ์ดออก ไม่มีใครมาเฝ้าหน้าห้องอีก ในที่สุดห้องก็สงบ หลี่เหยาเดินไปนั่งที่เตียงนุ่ม

 

อาจารย์ของเขา คือพ่อบุญธรรมที่เปิดร้านสังคภัณฑ์ มีลูกชายสองคน ทั้งคู่ไม่ใช่คนเลวร้าย ต่อให้เขาตายไป โลกนั้นเวลาก็ยังเดินต่อ เขาจึงไม่กังวลกับอนาคตของอาจารย์ของเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือเขาต้องวางแผนว่าจะทำอะไรต่อ

 

หลี่เหยากวาดหาไปตามความทรงจำของเจ้าของร่าง เขาหยิบไลต์เบรน อุปกรณ์ที่คล้าย ๆ กับสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ออกมา แล้วเสริชคำว่า ‘ซูเหยา’ นาทีต่อมาไลต์เบรนร่วงออกจากมือตกลงจากเตียง

 

เขามองรูปที่เห็นอยู่บนพื้น เห็นชายร่างใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นสีสดพาดผ่านระหว่างคิ้ว ดวงตาโหดร้าย และใบหน้าน่ากลัว เขาตกตะลึง นี่มันนรกอะไรกันเนี่ย!!

 

.............................................................................................................................................

ไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ แปลต่อจากอีกเรื่อง ต่ออารมณ์ไม่ได้ สองเรื่องนี้โทนเรื่องต่างกันสุด ๆ เอาไป 30%ก่อนพรุ่งนี้จะมาต่อให้จบบทนะคะ

 

น้องตกใจหน้าพระเอกล่ะ

 

ครบแล้ว ยาวมาก 15 หน้าแน่ะ ยาวที่สุดที่เคยแปลมา

เจอกันตอนหน้าจ้า

 

Edit 1th

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #3 SilverWolf (@wolfblood) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:27

    สู้ๆน้าาาาา
    #3
    1
  2. #2 3322650 (@3322650) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:53

    เป็นกำลังใจให้นะ~~♡♡♡||
    #2
    1