[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 8 : Chapter 07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

Chapter 07

  

น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความโกรธดังขึ้น ระหว่างที่หลินเฉินกำลังตัวสั่นไปด้วยความกลัว

เคยอะไร มะ...หมายความชุนเสี่ยวก็เคยทำอะไรแบบนี้กับผู้ชายคนนี้เหรอ

“ทำเพราะอยากจะช่วยชีวิต คิดว่าผมจะพิศวาสอะไรหรือไง”

“ช่วยชีวิต..” หลินเฉินงุนงง กับคำอธิบายเพิ่ม

ช่วยชีวิต เขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย

“ใช่ ถ้าไม่สบายมาก ก็ควรจะบอกสิ ไม่ใช่อยู่ๆ ไม่มีสติอยู่ในอ่างน้ำแบบนี้ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น จะไม่ให้คิดว่าอาจจะกำลัง...จมน้ำ หรือขาดอากาศหายใจได้ยังไง”

“ในอ่างอาบน้ำ...” หลินเฉินพยายามทบทวนความจำ ดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมากจากการเดินทางและอะไรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวันเดียวที่เหยียบเข้ามาก็เลยเหนื่อยและหลับไปเท่านั้น ขาดอากาศหายใจ จมน้ำ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรแบบนั้น

“ผม...ไม่ได้เป็นอะไร คุณบ้าหรือเปล่า ผมก็แค่หลับไปเท่านั้น”

“หลับ ถ้าคุณจะหลับลึกขนาดคนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นแบบนี้ คุณคงทำงานแบบอดหลับอดนอนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดไม่ได้หรอก ก็แค่แผนการโง่อะไรของคุณที่จะทำให้ผมหัวเสียไปมากกว่าทุกวันมากกว่า เฮ้อ...ช่างเถอะ ลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าซะ” โม่เส้าเฉียนปล่อยแขนที่ตรึงเอาไว้ทั้งสองข้างแล้วสั่ง บอกตามตรงตั้งแต่ดูแลชุนเสี่ยวมา วันนี้เป็นวันที่เขาหมดความอดทนที่สุด ปกติแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะปากร้าย อารมณ์เสียใส่เท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ไม่เคยหลุดการจากการควบคุม

แต่ตั้งตอนที่เจอที่สนามบินในวันนี้เป็นต้นมา โม่เส้าเฉียนก็รู้สึกเหมือนหายนะของชีวิตกำลังมาเยือน เขายืนมองท่าทางแปลกๆ ของนักร้องที่ตัวเองอยู่ด้วยทุกเมื่อเชื่อวันกระโดดเขย่งเท้าไปไล่หาเสื้อผ้า ในห้องแต่งตัวด้วยความวุ่นวาย ไม่รู้กี่รอบที่วิ่งออกมาถามเขาว่า อะไรอยู่ตรงไหน ราวกับไม่ใช่ห้องของตัวเองที่อยู่มานาน

“โทษนะ ผมหากางเกงสำหรับใส่อยู่บ้านไม่เจอเลย” หลินเฉินไม่กล้าจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แม้จะมีติดตัวมาไม่กี่ชุดเพราะไม่คิดว่าจะอยู่หลายวัน แต่ถ้าไปหยิบมาใส่ตอนนี้อาจจะทำให้อีกฝ่ายสงสัยได้ หากแต่ห้องแต่งตัวของน้องชายก็ดูวกวน และมีลิ้นชักเยอะจนเกินไป

“ถ้าหาไม่เจอก็ช่างเถอะ ปกติก็เดินไปเดินมาในบ้านแบบไม่สวมอะไรอยู่แล้วนี่ เสร็จแล้วก็มาที่ห้องนั่งเล่น ผมจะบอกเรื่องตารางงานของพรุ่งนี้ รีบหน่อยผมไม่ได้มีเวลาว่างทั้งคืน”

หลินเฉินได้ยินแบบนั้น ก็เลยเดินออกไปด้วยเสื้อยืดสีขาวตัวบางที่คอย้วยจนเกือบจะเห็นยอดอก พร้อมกับกางเกงยีนผ้านิ่มที่ดูเหมือนที่ร้านจะทำมาเสีย เพราะมันขาดตลอดทั้งแนวด้านหน้าขา เขาเดินออกมาด้วยความเขินอาย เก้ๆ กังๆ เพราะมันดูไม่เป็นตัวเองเอาเสียเลย

“ทำอะไรอยู่ชะ...” โม่เส้าเฉียนพูดค้างอยู่แค่นั้น เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นอีกฝ่ายเดินมา เสื้อผ้าชุดนี้ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น หากแต่ไม่รู้ทำไมว่าวันนี้เห็นแล้วทำให้ใจเต้นแปลกๆ ผิวขาวเนียนที่พ้นออกมาจากเสื้อคอกว้าง ทำเอาลมหายใจสะดุด เลือดในกายเริ่มร้อนขึ้นๆ อย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามระงับสติตัวเองด้วยการพูดให้จบประโยค

“ผมต้องกลับแล้ว เอกสารตารางงานรายละเอียดผมเอาวางไว้ตรงนี้ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้า ห้ามสาย”

โม่เส้าเฉียนพูดได้จนจบแล้วลุกออกไปจากที่นั่ง ก่อนจะตรงออกประตุไปอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผี

หลังบานประตูปิดลง หลินเฉินก็ได้แต่งุนงงว่าตัวเองทำอะไรผิด แล้วทำไมอีกฝ่ายจะต้องรีบร้อนกลับไปขนาดนั้น เขายกมือขึ้นเกาศีรษะเบาๆ อย่างงุนงง แล้วเดินไปนั่งลงอ่านเอกสารรายละเอียดที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้ ดูแล้วงานที่จะต้องไปแต่ละที่ไม่ใช่งานที่เขาถนัดเอาเสียเลย ตอนนี้เริ่มรู้สึกกังวลและไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวไหม

เลยได้แต่นั่งถอนหายใจแล้วพยายามคิดถึงน้องชายให้มากๆ อีกฝ่ายคงกำลังเดินทางไปรักษาตัว ตอนนี้ชายหนุ่มคงทำได้แค่ช่วยในส่วนนี้อย่างเต็มที่เท่านั้น

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเฉินตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวนั่งรอผู้จัดการด้วยความตื่นเต้น แม้จะนั่งศึกษารายละเอียดที่น้องชายทิ้งให้ไว้ตลอดทั้งคืน และเอกสารที่ โม่เส้าเฉียนเมเนเจอร์หน้าเหี้ยมเอามาให้เมื่อคืน งานวันนี้เป็นการถ่ายแบบในช่วงเช้าของนิตยสารฉบับหนึ่ง ซึ่งเขาคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคงไม่ได้ยากอะไร ก็แค่โพสท่าถ่ายรูป อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าออกคอนเสิร์ตหรือไปออกรายการทอลค์โชว์ที่ต้องตอบคำถามอะไรที่เกี่ยวกับชุนเสี่ยวซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รู้เลย

เสียงกดออดหน้าประตูบ้านดังหลายรอบ จนหลินเฉินนึกสงสัย ว่าผู้จัดการส่วนตัวของน้องชายจะกระหน่ำกดอะไรขนาดนั้น ตอนแรกก็คิดว่าไม่ใช่ แต่พอส่องที่ช่องประตูก็เห็นผู้ชายหน้าเข้มยืนกดกริ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ว่าแต่ทำไมไม่ใช้กุญแจไขเข้ามาเหมือนเมื่อคืน

หลินเฉินขยี้หัวแล้วเปิดประตูออกให้ทันที

โม่เส้าเฉียนยกมือกดกริ่งค้าง ที่เขากระหน่ำกดแบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เนื่องจากชุนเสี่ยวเป็นบุคคลที่นอนขี้เซาอย่างถึงที่สุด และมักจะดื่มเหล้าอยู่ภายในห้องจนกระทั่งหลับไปทุกวัน แถมเมื่อคืนเขาก็ลืมกุญแจไว้ด้วย ถ้าไม่กระหน่ำกดมีหวังว่าจะต้องไปทำงานสาย

แต่เมื่อมีใครบางคนมาเปิดประตู พร้อมกับท่าทางที่สุดสดชื่น เสื้อผ้าก็สวมใส่เรียบร้อย ต่างจากทุกที ทีไม่เปลือยออกมา ก็แต่งตัวหลุดลุ่ยสารรูปไม่ต่างไปจากซากอะไรสักอย่าง

อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเมเนเจอร์หลินเฉินเอ่ยทักทายตามมารยาท แล้วยิ้มกว้างให้

โม่เส้าเฉียนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกชาร์ต ก่อนจะเดินเข้าไปแล้วยกหลังมือขึ้นแตะที่หน้าผากทันที

ยังไม่สบายอยู่หรือเปล่า

ไม่ครับ ผมสบายดี คุณเมเนเจอร์ล่ะครับ เมื่อคืนหลับสบายไหม”

เรียกแค่โม่เส้าเฉียนก็พอ ผม...ผะ...ผมเหรอก็ดี พร้อมแล้วใช่ไหม ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสายโม่เส้าเฉียนรีบเดินนำหน้า แต่ก็ไม่วายเหลียวหลังหันมาดูอย่างระแวง แต่อีกฝ่ายก็มองกลับมาด้วยหน้าตาซื่อๆ จนเขาเริ่มจะกลัว

ทันทีเมื่อมาถึงรถ คนขับรถก็หันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ ตั้งแต่ขับรถให้ไอดอลชื่อดังมา นี่เป็นครั้งแรกที่ตนเองเห็น ชุนเสี่ยว มาถึงรถอย่างตรงเวลาตามที่ผู้จัดการบอกไว้

สวัสดีครับ วันนี้ก็ขอรบกวนหน่อยนะครับ

คนขับรถตกใจเป็นรอบที่สองของวัน ก่อนจะอ้ำๆ อึ้งๆ ตอบกลับไป

คะ..ครับคุณชุนเสี่ยว

เมื่อรถขับออกไปจากคอนโดของชุนเสี่ยว ทุกคนภายในรถก็นิ่งเงียบจนชุนเสี่ยวที่ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากมองนอกหน้าต่างก็เริ่มฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี เพียงไม่นานเสียงไอค่อกแค่กจากผู้ชายจัดการผู้เย็นชาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มรับหันไปมองคนๆ ข้างด้วยความห่วงใย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #4 คนผ่านมา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 08:34
    ว้ายยยย สนุกแน่ๆ หลงเสน่ห์ไง~~~
    #4
    0