[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 6 : Chapter 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

Chapter 05

 


หลินเฉินตั้งสติและคิดทบทวนอยู่หลายต่อหลายครั้ง แม้จะรู้สึกผิดที่อาจจะต้องโกหกบิดา และทิ้งให้ท่านในยามเจ็บไข้ให้ต้องอยู่กับญาติๆ ไร้เงาลูกชายดูแล แต่ในเมื่อบอกความจริงไม่ได้ จึงเลี่ยงไปว่าจะต้องเดินทางไปทำงานในเมืองสักระยะหนึ่งแทน

สนามบินเมืองเอสเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ทั้งเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ และเดินทางเข้าประเทศเช่นเดียวกับเขา หลินเฉินสวมหมวกไหมพรมยืนมองบรรยากาศรอบตัวอย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะรู้สึกได้ที่ความผิดปรกติอะไรบางอย่างได้ว่า กำลังถูกสายตาของกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากพุ่งตรงมาหา เสียงซุบซิบแถมด้วยกรี๊ดเบาๆ ที่พยายามเก็บแต่ก็ไม่เนียน เท่าที่ลอยตามสายมาก็ประมาณว่า

นั่นชุนเสี่ยวนี่ เขามาทำอะไรที่นี่

นั่น...ชุนเสี่ยวจริงๆ ใช่ไหม

กรี๊ดดด  ถ่ายรูปเร็ว นี่ชุนเสี่ยวตัวจริงใช่ไหมกำลังจะไปไหน หรือเพิ่งกลับมา

หลินเฉินคิดว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป งุนงงว่าพวกหล่อนรู้จักเขาได้ยังไง กลุ่มเด็กสาวเหล่านั้นพยายามปรี่ตรงเข้ามา จากสองสามคนเริ่มจะเป็นสิบกว่า เผลอแค่เปบเดียวคนเกือบห้าสิบคนก็พากันรุมเข้ามาเหมือนจะรุมทึ้งเขา ชายหนุ่มคิดอะไรไม่ออกด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งหนี เรียกว่าวิ่งแบบไม่คิดชีวิตเลยดีกว่า

ซึ่งก็ไปได้สวย เพราะหลินเฉินเริ่มทิ้งห่างจากพวกสาวๆ วัยรุ่นพวกนั้นมาได้สักระยะ โชคดีที่สมัยเรียนเขาเป็นนักวิ่ง แถมยังเป็นนักฟุตบอลเก่า เรื่องวิ่งไม่มีทางแพ้ใครอยู่แล้ว แต่สักพักก็เริ่มเหนื่อยจึงหยุดพักสักครู่ ก่อนที่เริ่มลนลานอีกครั้งเมื่อเห็นพวกหล่อนยังพากันกรูเข้ามาแบบไม่คิดชีวิต เสียงโวกแหวกโวยวายดังลั่นทั่วโทมินอล ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวา หาที่ซ่อนก่อนจะเห็นมุมดีๆ ที่น่าจะพอซ่อนตัวได้ จึงวิ่งต่อไปหมายจะหลีกหนีความน่าสะพรึงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่เมืองที่มารดาและน้องชายฝาแฝดอาศัยอยู่

ระหว่างวิ่งไปบริเวณมุมลับสายตาคน อยู่ๆ หลินเฉินก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่ง จากผู้ชายที่น่าจะตัวโตกว่าเขาพอสมควร ก่อนจะถูกลากเข้าไปในซอกทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน แขนทั้งสองข้างรัดเขาเอาไว้อย่างแรงจนหายใจติดขัด ใบหน้าเขาแนบสนิทอยู่กับแผ่นอกติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวจนน่ากลัวว่าหลังจากผละออก แก้มชายหนุ่มจะต้องมีรอยกระดุมนี่อยู่แน่ๆ

เพราะแบบนั้น หลินเฉินก็เลยดิ้น

“อยู่นิ่งๆ อยากจะโดนรุมทึ้งจากพวกแฟนคลับผู้หิวโหยพวกนั้นหรือไง อยู่ๆ นึกบ้าอะไรขึ้นมา คิดจะก่อกวนหรือยังไง เลิกเสียทีนะ นิสัยแบบนี้”

เสียงตวาดอย่างเย็นชาดังขึ้น หลินเฉินแน่ใจว่าน้ำเสียงนี้เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน หากแต่คนคนนี้ พูดเหมือนรู้จักเขาดี ชายหนุ่มพยายามขยับหันหน้าไปอีกทาง เพื่อหาอากาศหายใจและเพื่อพูดไขความสงสัยข้องใจ ลมหายใจเบาๆ ที่เป่ารดลงศีรษะนั้นทำเอาขนลุกพิกล ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

“เดี๋ยวครับ ผมๆ ว่าผมไม่...”

“ชู่ว์...เงียบสิ อยากให้พวกนั้นเจอตัวหรือไง”

หลินเฉินยังพูดไม่จบ อีกฝ่ายก็กระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม เสียงกรี๊ดและเสียงวิ่งอึกทึกครึกโครมผ่านไป เสียงผู้หญิงตะโกนอย่างน่าหวาดกลัวดังขึ้น

“ไปไหนแล้ว พวกเราหาให้เจอ อย่าให้หนีไปได้นะ อุตส่าห์เจอแบบไม่มีบอดี้การ์ดกับผู้จัดการหน้าโหดทั้งที วันนี้ชุนเสี่ยวจะรอดมือเราไปไม่ได้

หลินเฉินได้ยินแล้ว ขนลุกชูชันด้วยความกลัว ผู้หญิงพวกนี้เป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ หลังจากเสียงทุกอย่างหายไป เหลือเพียงเสียงบรรยากาศทั่วไปภายในสนามบิน อ้อมกอดที่รัดแน่นก็คลายตัว พร้อมกับผลักเขาออกทันที ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งตัวเซถลาจนเกือบจะล้ม แขนยื่นออกไปพยายามขอความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายกลับยกมือขยับเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ โดยปล่อยให้เขาลงไปนั่งกองกับพื้น

“โอ๊ย... นี่คุณ ไม่คิดจะช่วยกันบ้างหรือไง”

“ช่วย?

คำสั้นๆ แต่ถามขึ้นเสียงสูงดูประหลาดใจ หลินเฉินเงยขึ้นมองคนตรงหน้าให้เต็มตา อยากจะรู้ว่าเป็นใครที่เขารู้จักหรือเปล่า ทันทีที่สายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของใครคนที่ยืนอยู่นั้น เขาก็หยุดชะงักไปสักพักใหญ่ ใครคนนั้นที่ไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อน หากแต่รู้สึกกระตุกใจอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่หน้าตาที่หล่อเหลาดูดีเสียจนผู้ชายอย่างเขาต้องรู้สึกอายหรอก หากแต่ทุกสีหน้าที่เรียบเฉย สายตาที่จ้องมองกลับมาแม้จะเต็มไปด้วยความเย็นชาแต่ก็ลึกลับน่าค้นหาจนอดจ้องกลับไม่ได้

“จะลุกไหม หรือจะรอให้พวกแฟนคลับกลับมาอีกรอบ เอาแต่ใจเกินไปจริงๆ กล้าดียังไงถึงหลอกให้ผมตามหาทั่วสนามบิน ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว คำว่ามืออาชีพคุณควรสะกดเป็น ตอนนี้เลยเวลาที่ต้องไปออกรายการเกมโชว์แล้วด้วย รู้ไหมว่าบริษัทต้องจ่ายค่าปรับเรื่องผิดสัญญามากแค่ไหน ผมจะพูดกับคุณเป็นครั้งสุดท้าย อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณ ต่อให้คุณดังระดับโลก ผมก็จะไม่รอช้าที่จะจับคุณเหวี่ยงออกไปให้พ้นจากสายตา”

หลินเฉินอ้าปากค้าง เขาไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ และค่อนข้างแน่ใจว่าไม่เคยไปทำอะไรให้คนคนนี้ แล้วที่กำลังพูดอยู่นี่จะหมายถึงเขาหรือเปล่า หรือจะเป็น...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลินเฉินลุกขึ้นแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมาดู พอเห็นเป็นน้องชายก็รีบรับโดยลืมไปสนิทวายังมีใครอีกคนที่น่าจะเข้าใจอะไรผิดยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงนี้

ฟังอย่างเดียว ไม่ต้องพูดอะไรนะครับพี่ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะขอร้องพี่ ผมจะต้องรีบเดินทางไปผ่าตัดและไม่อาจจะรอเจอพี่ได้ ผมจึงจะขอร้องให้พี่ช่วยปลอมเป็นผมไปสักระยะ ผู้ชายที่พี่เห็นเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมเอง และเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าผมมีฝาแฝด ดังนั้นเขาจะเข้าใจว่าพี่เป็นผม ช่วยแสดงเป็นผมด้วยเถอะครับ อาชีพนักร้องเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมและแม่ที่กำลังป่วย ผมไม่อยากให้แม่เป็นกังวล ถ้าพี่ปลอมเป็นผม แม่คงจะสบายใจ ผมมีเรื่องจะพูดแค่นี้ ถ้าพี่เข้าใจก็แค่ตอบว่า อืมก็พอ

“อืม..” หลินเฉินไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย เขาหวังมาตลอดตั้งแต่รู้ความจริง ว่าจะมีโอกาสได้ดูแลน้องชาย และทำอะไรเพื่อชดเชยให้อีกฝ่ายได้บ้าง แม้จะยังไม่เข้าใจดีนักว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่เขาจะไม่ยอมให้เสียหายไปถึงน้องชายฝาแฝดเป็นแน่

ดีครับ ผมต้องขึ้นเครื่องแล้ว จำไว้นะครับว่าจะบอกความจริงไม่ได้ ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม

สายถูกตัดไป พร้อมกับหลินเฉินที่เงยมองหน้าที่ยังไม่หายโกรธของผู้จัดการส่วนตัวของชุนเสี่ยว

“อ่อ...ขอโทษนะ ที่ทำให้วุ่นวาย”

โม่เส้าเฉียนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดไปหรือไม่ แต่การได้ยินเขาเป็นปกติดี หากแต่คำว่าขอโทษออกมาจากคนๆ นั้น ต่อให้โลกแตกฟ้าถล่ม เขาก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้

คนที่แทบไม่เคยเสียเวลาในการเหยียดหยามคนอื่นแม้ตัวเองจะทำผิดน่ะนะ

“ไม่สบายหรือเปล่า ถ้ารู้สึกไม่ค่อยดีทำไมไม่บอก จะได้ไปฉีดยาแล้วกลับไปทำงานต่อ”

หลินเฉินฟังแล้วรู้สึกแปลกพิกล ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นอะไร แต่การที่บอกว่าไม่สบายแล้วแค่ฉีดยาก็กลับไปทำงานได้มันดูโหดร้ายมากเหลือเกิน น้องชายเขามีชีวิตอยู่อย่างลำบากจริงๆ

“คุณควรจะพูดว่า ไม่สบายก็พักไม่ใช่เหรอ”

“ไม่มีคำว่าพักสำหรับอาชีพไอดอล” โม่เส้าเฉียนกอดอกยืนตัวตรง ซึ่งประโยคนี้ตัวชุนเสี่ยวเองเป็นคนประกาศกร้าวทุกครั้ง แล้วทำไมครั้งนี้อยากจะพักขึ้นมา

“คนประกอบอาชีพนักร้องไม่ใช่คนหรือยังไง ผู้จัดการบ้าอะไรนี่ ไร้สามัญสำนึกความเป็นคนชะมัด” หลินเฉินบ่นเป็นภาษาจีนสำเนียงบ้านเกิดเบาๆ คนเดียว เพราะคิดว่าคงจะไม่มีคนเข้าใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้ยินแถมเข้าใจดีอีกด้วย

“การนินทาผมเป็นภาษาจีนในสำเนียงอื่น คุณก็รู้ว่ามันไม่ได้ผล หรือว่าคุณจะลืมว่าผมเองก็เป็นคนจีน” โม่เส้าเฉียนเห็นท่าทีของนักร้องในความดูแลแล้วก็คิดว่า ชุนเสี่ยวสมควรจะต้องพักจริงๆ น่ากลัวว่าหัวคงไปกระแทกกับอะไรมา

“เอาล่ะ ยังไงก็คงไปไม่ทันอีกงาน กลับไปพักก่อนแล้วกัน แล้วจะส่งตารางงานไปให้” โม่เส้าเฉียนยื่นแว่นตาและเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่เตรียมเอาไว้ให้อีกฝ่าย ที่ยังยืนงง

“ใส่สิ หรืออยากจะโดนรุมทึ้งเข้าอีก นี่ไปเช็กสมองหน่อยดีไหม วันนี้คุณทำผมประสาทเสียและประหลาดใจได้ในเวลาเดียวกันเลยนะ นี่เป็นความสามารถพิเศษของคุณที่เอาไว้ปั่นหัวชาวบ้านหรือเปล่า” โม่เส้าเฉียนไม่เคยรู้สึกอยากพูดหรือระบายอะไรมากเท่ากับวันนี้ จนดูเหมือนเขาเป็นตาแก่ขี้บ่น เพราะปกติมีเหรอที่ชายหนุ่มจะเถียงอีกฝ่ายทัน หรือไม่ก็ถูกแขวะใส่จนไม่อยากจะพูดไปเสียดื้อๆ

หลินเฉินยืนเงียบ ในใจก็คิดไปสารพัด ทั้งสงสารน้องชายที่ต้องทำงานราวกับทาส แถมยังต้องร่วมงานกับคนที่ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เอาเสียเลย ชุนเสี่ยวมีชีวิตอยู่อย่างไรที่นี่กันแน่

“จะรีรออีกนานไหม” โม่เส้าเฉียนเริ่มหงุดหงิด เพราะเริ่มเห็นพวกแฟนคลับพากันเดินกลับมาบ้างบางส่วนเมื่อมองไม่เห็นนักร้องขวัญใจ เขาจึงต้องรวบรัดเวลาทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมตัวหนาให้อย่างลวกๆ แล้วสวมแว่นตาดำให้ ก่อนจะรวบตัวนักร้องในความดูแลมาโอบเอาไว้ ก่อนจะพาเดินออกไปจากตรงนั้นทันที

เมื่อมาถึงบริเวณที่รถจอดเอาไว้ โม่เส้าเฉียนก็รีบเปิดประตูแล้วดันให้อีกฝ่ายขึ้นไปนั่งด้านใน แล้วตามขึ้นไปติดๆ

ทันทีที่รถตู้สีดำสนิทขับออกไป เงาของใครบางคนที่สวมชุดสีดำตลอดทั้งชุดพร้อมผ้าปิดปากที่ปิดสนิทจนดูไม่ออกว่าเป็นใครก็เดินออกมา เสียงหัวเราะออกมาจากลำคอ ในใจแผดเผาไปด้วยความโกรธเกลียด

“รู้แล้วหรือยัง ว่าฉันต้องมีชีวิตแบบไหน มันไม่จบลงแค่นี้หรอก ความทรมานกับสิ่งที่ฉันได้รับ แกจะต้องได้รับมันด้วยเช่นกัน หลินเฉิน”

ชุนเสี่ยวพูดจบก็ขยับหมวก ลงปิดหน้ามากกว่าเดิม แล้วเดินไปขึ้นรถสปอร์ตที่จอดเอาไว้ ก่อนจะขับออกไปเพื่อเตรียมแผนการอื่นๆ ที่เขาจะไม่ยอมให้มันผิดพลาด  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใครบางคนจะต้องเจ็บปวดที่อยากจะเป็นตัวเขา และอาจจะตายทั้งเป็นที่กลายเป็นเงาของแสงสว่างเช่นเขาไปตลอดกาล

แบบนั้นนั่นแหละ ที่หลินเฉินจะต้องเจอ

การแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว !!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น