[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 18 : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

Chapter 17

  

“บอกให้พูดแบบเป็นกันเองไง”

                “ครับ

                “ยัง ยังอีก ไหนลองเรียกสิ พี่เส้าเฉียนไม่ยากสักหน่อย”

                “พี่ เอ่อ...เส้าเฉียน แต่ว่าอายุเราไม่ได้เท่ากันอย่างนั้นเหรอครับ เห็นคุณยังดูหนุ่มๆ อยู่เลย” หลินเฉินถามสิ่งที่สงสัยมาตลอดออกไปจนได้ จากที่แอบสังเกตมาตลอดทั้งแต่เจอกัน เคยคิดถึงขนาดส่าน่าจะอายุน้อยจากเขาสักหนึ่งปีด้วยซ้ำ 

                “เราห่างกันห้าปี”

                “ผมไม่รู้เลย เสี่ยวชุนไม่เคยบอกรายละเอียดอื่นๆ เอาไว้น่ะครับ” หลินเฉินอธิบายเสียงสดใส แต่กลับรู้สึกถึงความตึงเครียดบางอย่างจากอีกฝ่ายได้ทันที จากใบหน้าที่ดูสบายๆ อยู่ตลอดตั้งแต่ตอนเช้าที่พบกัน กลับไปเป็นผู้ชายที่เครียดขึ้งจนเส้นเลือดเกร็งขึ้นข้างขมับ มือที่จับพวงมาลัยกุมแน่นจนน่ากลัวจะว่ามันจะหักออกเป็นสองท่อน

                หลินเฉินจำต้องรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

                “พี่เส้าเฉียน เราจะไปไหนกันเหรอครับ”

                “ความลับ” โม่เส้าเฉียนตอบสั้นๆ ลากเสียงยาวทอดให้อีกฝ่ายสนใจใคร่รู้มากกว่าเดิม อารมณ์ปรับกลับมาดีเหมือนเดิมได้อย่างง่ายดายเมื่อได้ยินหลินเฉินใช้สรรพนามที่ตนเองต้องการ 

                “อะไรล่ะครับทำไมต้องทำให้อยากรู้ขนาดนี้ด้วย” หลินเฉินทั้งแอบโล่งใจ และรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าที่ดีขึ้นของโม่เส้าเฉียน แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมจะตอบแถมยังยักคิ้วใส่อย่างยียวนเขาก็ได้แต่อมยิ้มแล้วไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่นั่งมองวิวข้างทางไปเรื่อยๆ

                “ฟังเพลงไหม..” โม่เส้าเฉียนถามขึ้นหลังจากเห็นหลินเฉินเงียบไป แล้วเอาแต่อมยิ้มทุกครั้งที่เขาพูดอะไรขึ้นมาระหว่างทาง

                “ครับ” หลินเฉินตอบแล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะพูดออกไปโดยไม่ทันคิด “ถ้าผมจะขอให้เปิดเพลงที่น้องชายผมร้องจะได้ไหมครับ” เขายั้งปากไม่ทัน บรรยากาศต้องดูแย่มากขึ้นแน่ๆ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะสีหน้าของโม่เส้าเฉียนไม่ได้เปลี่ยนไป แค่เอื้อมมือไปกดเครื่องเล่นแล้วเพลงก็ดังขึ้น

                เสียงฮัมเพลงขึ้นมา หลินเฉินจำได้ทันทีว่าเป็นเพลงที่ตนชื่นชอบมากที่สุด เถียนมีมี่หวานปานน้ำผึ้งที่ได้ยินบิดาร้องให้ฟังอยู่บ่อยๆ ในวัยเด็ก นับว่าเป็นเพลงที่โปรดปรานยิ่งกว่าเพลงไหนๆ ในโลกนี้เลย ว่าแต่นี่ใช่เสียงของชุนเสี่ยวอย่างนั้นเหรอ หลังจากความสงสัยโม่เส้าเฉียนก็พูดขึ้นมาทันที

                “มีแค่เพลงนี้เพลงของเติ้งหลี่จวินที่ชุนเสี่ยวเคยร้อง”

                “เพราะมาก” หลินเฉินเอ่ยปากชม แล้วค่อยๆ ตั้งใจฟังในทุกทุกคำที่กำลังได้ยิน อยู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาคลอเพราะความคิดถึงบิดา นานแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกลับไป จะเป็นอย่างไรบ้างเพราะความคิดที่อยากจะเจอมารดาสักครั้งในชีวิตทำให้ต้องจากท่านมา 

                “เพราะขนาดทำให้ร้องไห้ออกมาเลยหรือ” โม่เส้าเฉียนถามเมื่อหันมาเห็นตาแดงๆ ที่ปริ่มไปด้วยน้ำตา

                “ครับชุนเสี่ยวร้องได้เพราะมากจนทำให้คิดถึงคุณพ่อ” หลินเฉินบอกแล้วยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้า คิดไม่ถึงว่าเพลงนี้จะเป็นสื่อทำให้ความเป็นพี่น้องของเขาทั้งสองคนดูมีความเป็นไปได้ทั้งที่ไม่เคยพบหน้ากันเลยสักครั้ง

                “ทำไม” โม่เส้าเฉียนถามด้วยความสงสัย

                “เป็นเพลงโปรดของผมเอง คุณพ่อร้องกล่อมผมนอนตอนเด็กๆ เสมอ หรือไม่ก็เวลาผมร้องไห้เพราะอยากจะมีแม่เหมือนกับเพื่อนคนอื่น แต่พอโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้ฟังคุณพ่อร้องให้ฟังอีก แม้ว่าผมจะขอร้องเท่าไหร่ก็ตาม อาจจะเป็นเพราะผมสามารถหลับได้ด้วยตัวเองและไม่ได้ร้องไห้เพราะไม่ได้อยากมีแม่แล้วก็ได้” 

                “ฟังดูอบอุ่น

                “ครับ ถึงเราจะมีกันแค่สองคน แต่พ่อไม่เคยทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไร”

                “ถึงได้โตมาเป็นคนที่เพียบพร้อมไปด้วยความรักอย่างนี้สินะ” โม่เส้าเฉียนพูดชม ติดจะอิจฉาอยู่นิดๆ การเลี้ยงดูจากบุพการีมีความสำคัญ หากโตขึ้นมาจากความรัก ความเข้าใจ แม้จะมีเพียงแค่คนเดียวที่ยืนเคียงข้างแต่ก็จะไม่ขาดอะไร หากโตมากับการถูกทอดทิ้ง ก็ไม่ต่างอะไรกับเขา และชุนเสี่ยว อยู่ๆ ชายหนุ่มก็นึกอยากขอบคุณบิดาของอีกฝ่ายขึ้นมาเสียเฉยๆ

                “แต่ผมก็อยากจะเจอคุณแม่สักครั้งในชีวิต” หลินเฉินพูดเสียงเศร้าขึ้นมา

                “ถ้าเจอแล้วไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่เจอไปตลอดจะไม่ดีกว่าเหรอ” โม่เส้าเฉียนเคยเจอมารดาของชุนเสี่ยวมาก่อน ด้วยวิธีการปฏิบัติต่อลูกชาย เขาก็อดรู้สึกสงสารชุนเสี่ยวบ้างในบางครั้ง แต่ก็ไม่คิดความร้ายกาจทั้งหลายจะเป็นความผิดของบุพการีเพียงอย่างเดียวหรอกนะ อีกฝ่ายน่ะไม่ใช่เล่นๆ

                “ถึงอย่างไรก็เป็นคุณแม่ของผมนี่ครับ เหมือนกับถึงยังไงก็ตาม ชุนเสี่ยวก็เป็นน้องชายฝาแฝดของผม” หลินเฉินตอบยิ้มๆ แล้วฮัมเพลงเถียนมีมี่ที่เล่นวนอยู่เพลงเดียว สักพักพอติดปากก็เริ่มร้องตามออกมาอย่างลืมตัว

                “น่า นา น่า นา นะ นา นะ นา นา น๊า

                แต่พอร้องจบท่อนแรก อยู่ๆ รถยนต์ก็เบี่ยงจอดเข้าซ้ายอย่างกะทันหัน จนเขาตกใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ใบหน้าของคนขับจะชะโงกตัวเข้าใกล้ แล้วแนบริมฝีปากประกบเรียวปากของเขาที่เผยออยู่โดยไม่ทันได้ระวัง! 

                ริมฝีปากบดเบียดจากแผ่วเบาเป็นรุ่มร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปหยอกล้อข้างในโพรงปาก ตวัดเรียกร้องชวนเชิญอย่างเร่งเร้า หลินเฉินถูกสะกดด้วยจูบที่เพ้อคลั่งเรียกเอาไปทั้งลมหายใจและจิตวิญญาณ นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิต แต่มันเป็นครั้งที่อ่อนหวานที่สุด

                หลินเฉินยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบลำคอของเส้าเฉียนเอาไว้ เอียงคอรับจูบที่ยาวนานแต่นุ่มนวลนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงเพลงยังดังเรื่อยไป ในขณะที่ทั้งสองคนจมอยู่ในโลกแห่งความรักจนไม่รับรู้สิ่งใดภายนอก ไม่เห็นแม้กระทั่งรถยนต์ที่ขับตามมาตั้งแต่หน้าคอนโดหรู

                และกำลังวิ่งแซงขึ้นหน้าพร้อมกับยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมากดถ่ายไว้ได้แทบทุกช็อต ก่อนจะวิ่งเลยไปเมื่อได้สิ่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว

                เนิ่นนานกว่าทั้งสองจะผละออกจากกัน ปลายลิ้นถูกดึงกลับสู่เจ้าของอย่างโหยหา โม่เส้าเฉียนพยายามหยุดตัวเองก่อนที่จะถูกปลุกเร้าไปมากกว่านี้และไม่ยอมปล่อยให้หลินเฉินรอดมือตัวเองไป

                หลินเฉินหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกได้เลยว่าแก้มสองข้างร้อนผ่าวขึ้น เขาอยากจะหันหน้าหนี แต่กลัวว่าเส้าเฉียนจะคิดว่ารังเกียจ หรือไม่ชอบกับสิ่งที่ถูกทำลงไปเมื่อสักครู่นี้ ชายหนุ่มเลยทำแค่กัดริมฝีปากล่างของตัวเองสะกดกลั้นความรู้สึกมากมายในขณะนี้แทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #10 คนผ่านมา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 12:05
    หูยยย พี่เส้าติดบ่วง
    #10
    0