[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 17 : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

Chapter 16

 

หลินเฉินชะงักตัวแข็งพร้อมกับกองเสื้อผ้าเต็มไม้เต็มมือ หน้าซีดสุดชีวิตเสื้อสองชั้นที่ใส่ไว้เริ่มจะเหงื่อซึมไปทั่วจนรู้สึกร้อน

                “คือ.. คือผมแค่

                โอ๊ย แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทำไมต้องให้เขามาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเลย

                “พยายามวางเพลิง” โม่เส้าเฉียนถามเสียงสูง หลังจากดูสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ระเกะระกะไปทั่วห้องลองได้ใครจุดไฟลงบนพื้นสิ รับรองได้ว่าชั้นนี้จะเป็นต้นตอที่เกิดไฟไหม้ที่รุนแรงที่สุดในประเทศตอนนี้เลยล่ะ

                “วางเพลิง ไม่ๆ ผมไม่ได้จะทำอะไรแบบนั้น” หลินเฉินรีบแก้ตัวและขว้างเสื้อผ้าในมือทิ้งลงพื้นด้วยความตกใจ หน้าซีดเสียยิ่งกว่าไก่ต้ม เมื่อถูกเข้าใจผิด

                “จริงเหรอไม่ได้คิดจะวางเพลิงแน่นะ” โม่เส้าเฉียนถามอีกรอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

                “จริงสิ”

                “ก็ต้องไม่จริงอยู่แล้ว ใครจะบ้าวางเพลิงห้องน้องชายกันล่ะ” โม่เส้าเฉียนคลายยิ้มแล้วหัวเราะออกมาอย่างอดใจไม่อยู่ ต้องซื่อขนาดไหนกันถึงคิดแบบนี้ได้

                เขายิ้มหัวเราะด้วย

                หลินเฉินคิดในใจไปพร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หน้าแดงระเรื่อจนต้องก้มหน้าหลบเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็น

                “คงจะหาเสื้อผ้าใส่ไปเที่ยววันนี้สินะ” โม่เส้าเฉียนกวาดตามองประเมินความเป็นไปได้โดยไม่ทันได้สนใจอีกฝ่าย ก่อนจะลงออกความเห็นเบาๆ แบบให้ได้ยินแค่ตัวเองคนเดียว “เสื้อผ้าปกติคงไม่มีให้เห็นเท่าไหร่หรอกในห้องนี้ ไม่ปกติเหมือนกับเจ้าของห้องนั่นแหละ”

                “ปะประมาณนั้นแหละครับ ผมไม่ถนัดเรื่องแฟชั่นให้ทันสมัยสักเท่าไหร่ ส่วนเสื้อผ้าที่เอามาก็กลัวจะไม่เหมาะสมจะใส่ออกไปเที่ยว” หลินเฉินยังคงก้มหน้าตอบเสียงอ่อยๆ

                “ตัวที่ใส่นั่นแหละ เหมาะมากแล้ว” โม่เส้าเฉียนเพิ่งได้หันมาสังเกตคนหน้าชัดๆ อีกที

                “ของชุนเสี่ยวน่ะครับ”

                “ไม่ใช่ของชุนเสี่ยวหรอก”

                “อ้าวแต่ผมหยิบมาจากในห้องแต่งตัวของชุนเสี่ยวนะครับ แค่มันอยู่หลบอยู่ซอกที่ไม่ได้ทันสังเกตเห็นเท่านั้น” หลินเฉินเจอชุดนี้ในถุงเสื้อผ้าที่ถูกจับยัดเข้าไปในซอกที่ลึกที่สุดของตู้ พอหยิบออกมาหลินเฉินก็พบว่ามันดูจะเรียบร้อยและสะอาดเหมาะกับเขาดี

                “ของผมเอง ผมซื้อมาเพราะชุนเสี่ยวสั่งให้หาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนที่กองถ่าย แต่เขาไม่ชอบเลยไม่เคยได้ใส่สักครั้งและผมก็เป็นคนซุกมันไว้ในนั้นเอง ถึงเขาจะบอกให้ทิ้งไปก็ตามเพราะมันไม่ใช่ไซซ์ของผม เอาไปก็คงต้องเอาไปบริจาคอยู่ดี ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น”

                “แบบนั้นน่ะเอง..” หลินเฉินพยักหน้าเข้าใจในทันที

                “นับว่ามันเจอเจ้าของแล้ว”

                “อะไรนะครับ”

                “ชุดนี้น่ะ ในที่สุดมันก็เจอเจ้าของมันในที่สุด ไม่ต้องทนเหงาอย่างเศร้าสร้อยในซอกตู้อีกต่อไปเมื่อมีคนเห็นค่าของมัน” โม่เส้าเฉียนอธิบาย ก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าตามพื้นช่วยหลินเฉินอีกแรง ในใจก็คิดถึงตัวเองเปรียบเทียบกับประโยคที่ตัวเองเพิ่งกล่าวไป เขาก็เช่นกันเมื่อมีคนเห็นเห็นค่าและตัวตน ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวซ่อนความรู้สึกอีกต่อไป ไม่ต้องอีกแล้ว

                “แต่ ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นของชุนเสี่ยวนะครับ” หลินเฉินยังคงไม่กล้าคิดว่าชุดนี้จะเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ อย่างที่โม่เส้าเฉียนพูดให้ฟัง อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายตั้งใจจะซื้อมาให้ถึงไม่ต้องการไม่ชอบแต่มันก็ยังขึ้นชื่อเป็นของชุนเสี่ยวอยู่ดีไม่ใช่เหรอ แล้วเขาจะแย่งของน้องไปเพียงเพราะมันเหมาะกับตัวเองได้ยังไง

                “ของที่ไม่มีใครต้องการ คือของที่ไม่มีเจ้าของ แม้จะเคยวางชื่อเจ้าของเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ถ้ามันไม่ใช่มันก็ไม่ใช่จนกว่าจะได้พบเจ้าของที่แท้จริง”

                “แต่

                “ถ้ายังปฏิเสธอีก ผมจะถอดชุดนี้ออกจากตัวคุณมันเสียเดี๋ยวนี้” โม่เส้าเฉียนขู่ด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง เห็นซื่อๆ แบบนี้แอบจะหัวดื้ออยู่ไม่น้อยเชียว

                หลินเฉินถอนหายใจดังเฮือก ก่อนจะพยักหน้ารับผงกๆ ด้วยความตกใจ

                “ต้องให้ขู่หรือไงหือเราอย่าดื้อโดยเฉพาะกับพี่”

                พี่ หมายถึงใคร สรรพนามเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ได้ยังไง หัวใจเราเต้นแรงจนจะระเบิดออกมาอยู่แล้วตอนนี้

                “แล้วก็เลิกเรียก พี่ว่า คุณโม่ด้วย นั่นมันก็แค่ชื่อทั่วไปให้คนอื่นเรียก หลินเฉินควรจะเรียกพี่ว่า...พี่เส้าเฉียน”

                “เส้าเฉียน” หลินเฉินทวนชื่อของอีกฝ่าย

                “ใช่...รีบเก็บเร็วเข้าถ้ายังอยากจะออกไปเที่ยว เอาไว้แบบนี้นั่นแหละเดี๋ยวแม่บ้านก็มาจัดเก็บให้เอง” โม่เส้าเฉียนเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ โดยขนเสื้อผ้าของชุนเสี่ยวรวมๆ กองเอาไว้ในห้องแต่งตัว ก่อนจะเดินมาดึงมือคนที่ยังยืนทำหน้างงๆ ให้ออกไปจากห้อง

                “เดี๋ยวครับ” หลินเฉินยังลังเล กังวลแทนป้าแม่บ้านที่ต้องมาจัดการสิ่งที่ตัวเองทำทิ้งไว้ มันไม่ใช่น้อยๆ เลย

                “เชื่อเถอะว่า แม่บ้านที่นี่เขาเจอมาหนักกว่านี้มาก”  โดยไม่ต้องรอให้หลินเฉินพูดจบ โม่เส้าเฉียนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร เขาเคยเห็นสภาพห้องที่เต็มไปด้วยความโสมมไปทั่วบริเวณห้องหลังจากจบปาร์ตี้ ลับของเหล่าไอดอลในห้องนี้มาก่อน ไอ้ที่เห็นอยู่นี่ยังไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของวันนั้นเลยด้วยซ้ำ

                “คะครับ”

                หลินเฉินตอบได้แค่นั้นไม่กล้าต่อความอะไรอีก แค่ครั้งที่แล้วที่ได้รู้ถึงวีรกรรมแปลกๆ ของน้องชายก็ทำให้หวาดกลัวมากพอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาคงยังไม่กล้าถามอยู่ดีหลังจากที่ได้คุยกันเมื่อเร็วๆ นี้ เขาไม่ได้คิดว่าโม่เส้าเฉียนโกหกเพราะสายตานั้น ความเจ็บปวดที่สะท้อนออกมาจนไม่กล้าที่จะไม่เชื่อว่านั่นคือความจริง แค่คิดว่ามันอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ 

                “เอะ..” หลินเฉินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ามาถึงที่รถตั้งแต่เมื่อไหร่ แน่นอนว่าไม่ใช่รถตู้ของบริษัทเหมือนเดิมหรือจะเป็นรถของชุนเสี่ยว ในตอนนั้นเองแขนที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็พาดมาที่ลำตัวของเขาแล้วพยายามใส่เข็มขัดนิรภัยให้ เขารีบร้องบอก

                “มะไม่เป็นไรครับ”

                “มาเถอะ พี่ใส่ให้” โม่เส้าเฉียนยังยืนยันคำเดิมแม้จะโดนปฏิเสธในความช่วยเหลือ 

                “ขะ.. ขอบคุณครับ” หลินเฉินรู้ว่าดื้อก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนอีกฝ่ายจะชอบออกคำสั่งจนเป็นนิสัยยู่แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น