[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 16 : Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

Chapter 15

  

                “ไปคนเดียวทำไมล่ะ ไม่ต้องมีผู้จัดการไปด้วยเหรอ” หลินเฉินรับสายโทรศัพท์ของน้องชายที่โทร.มาหา ในกลางดึกหลังจากที่เขากลับมาถึงบ้าน ด้วยเหตุผลแปลกประหลาดว่าขอให้ช่วยไปพบกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เป็นคนที่คอยช่วยดูแลอีกทั้งช่วยเหลือมาตลอด แต่กลับสั่งไม่ให้เอาผู้จัดการไปด้วยและห้ามบอกให้รู้เด็ดขาด

                “ไม่ได้สิหลินเฉิน บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้ที่บริษัทไม่รู้ ถ้าผู้จัดการไปด้วยที่บริษัทก็รู้ ท่านเป็นคนใจดี แต่ไม่ชอบให้เป็นที่สนใจว่ารู้จักกับนักร้องไอดอล ท่านไม่ใช่คนทั่วๆ ไปเหมือนกับพวกเราหรอกนะ”

                “อย่างนั้นเหรอ แล้วจะบอกคุณโม่ยังไงล่ะ”

                “ตารางงานของฉันมันว่างเผื่อให้ฉันไปเยี่ยมแม่อยู่แล้ว ใช้เหตุผลนั้นเผื่อไม่ให้เขาคอยตามไป และอีกอย่างเขาก็ต้องเข้าบริษัทด้วย นะหลินเฉินช่วยไปเจอท่านให้หน่อยตอนนี้ร่างกายฉันไม่ไหวจริงๆ แค่กๆ ฉันไม่อยากจะทำให้ท่านต้องผิดหวังที่ไม่ไปตามนัด”

                “ยังไม่หายดีอีกหรือ เอาเถอะ พี่จะไปให้ แต่กลัวว่าจะไปทำอะไรไม่ถูกต้องลงไปน่ะสิ” หลินเฉินหนักใจ เล่นพูดเหมือนว่าต้องไปพบคนใหญ่คนโต ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง

                “ไม่ต้องทำอะไรหรอก อยู่เฉยๆ ก็พอ”

                หลินเฉินตั้งท่าจะพูดต่อ แต่น้องชายกลับวางสายไปแล้ว เขากังวลขึ้นมาเสียเฉยๆ ทั้งที่ดูแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นผู้จัดการของน้องชายของเขา

                “พรุ่งนี้ตารางงานถูกงด คุณพักอยู่ที่บ้านเถอะ” โม่เส้าเฉียนหยุดพูดไปสักพักเมือ่ไม่ได้มีตอบรับได้กลับมา ก่อนจะพูดต่อว่า “หรือคุณอยากไปที่ไหนหรือเปล่า

                “ไปได้เหรอ” หลินเฉินถามต่ออย่างดีใจ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ นอกจากยังไม่เจอแม่และน้องชายอย่างจริงจังแล้ว แม้แต่สถานที่อื่นที่ไปได้อย่างสบายใจก็ไม่มี ทำไมเป็นคนดังถึงได้ลำบากยากเย็นขนาดนี้ น้องชายเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้าง จะมีความสุขบ้างหรือเปล่านะ

                “ไปได้สิถ้าอยากไป”

                “ไม่รู้สิ ผมไม่รู้จะไปที่ไหน ผมไม่รู้จักสักที่เลย ถึงอยากจะไปก็เถอะ”

                ไปกับผมสิ”

                “ไปได้เหรอ”

                “ทำไมถึงชอบพูดซ้ำๆ เหมือนเดิม ผมบอกว่าไปได้ก็ได้สิ ถ้าอยากไปผมจะพาไป หรือไม่อยากไปก็พูดมาตรงๆ เอ่อคือผมหมายถึง..

                “ไปสิครับ” หลินเฉินรีบตอบ แม้อีกฝ่ายจะเผยใส่อารมณ์มาอย่างลืมตัวเมื่อสักครู่ เขาก็แค่รู้สึกเกรงใจและจะขอให้พาไปคงดูไม่ดีนัก กลัวจะไปสร้างความรบกวนให้เสียมากกว่า ที่ถามแล้วถามอีกก็แค่อยากให้มั่นใจเท่านั้นเอง

                “เจอกันพรุ่งนี้ แล้วจะเข้าไปรับ”

                “ครับ”

                “เดี๋ยวก่อน

                “อะไรครับ”

                “พรุ่งนี้ ผมจะพาคุณไปในฐานะหลินเฉิน ไม่ใช่ชุนเสี่ยว ดังนั้นผมไม่ใช่ผู้จัดการของคุณ และคุณก็ไม่ใช่ศิลปินที่ผมต้องดูแล แค่คุณกับผม เรามาทำความรู้จักกันใหม่”

                ” หลินเฉินใจเต้นแรง ไม่รู้ว่าทำไม แค่ประโยคธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ได้นุ่มนวล แต่กลับสร้างความรู้สึกดีได้ขนาดนี้ มันเป็นไปได้ยังไง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

                พรุ่งนี้เขาจะได้กลับไปเป็น หลินเฉินคนที่ไม่ต้องปกปิดว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ต้องโกหก ไม่ต้องเสแสร้ง เป็นเขาได้อย่างสบายใจ นี่มันดีเสียยิ่งกว่าดี

                “หลินเฉิน

                “คะ...ครับ”

                “คิดอะไรอยู่

                “คะ.. คิดถึงเรื่องพรุ่งนี้ คงสนุกนะครับ”

                “ไม่รู้จะสนุกหรือเปล่า คงรับประกันไม่ได้ แต่ผมจะพาไปที่ๆ ที่ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตผมเคยรู้จักเมืองนี้มา”

                หลินเฉินยิ้มให้กับประโยคนั้นแล้วทำเพียงแค่กดวางสาย โดยไม่ได้ตอบกลับอะไรไปอีก นอกเหนือจากความกังวลที่จะต้องเจอในอีกสองวันข้างหน้าแล้ว วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดตั้งแต่เขาเดินทางมาประเทศนี้ทีเดียว

               

 

หลินเฉินตื่นแต่เช้า หรือจะเรียกว่านอนไม่หลับดี ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดหวังเสื้อผ้าก็เลือกแล้วเลือกอีกจนวุ่นวายเละเทะเต็มห้อง แน่นอนว่าเสื้อผ้าของน้องชายมีแต่หรูหราดูดี แต่เขากลับรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตัวเองเอาเสียเลย แต่พอรื้อเสื้อผ้าที่ติดตัวมาจากบ้านของตัวเองกลับรู้สึกอายขึ้นมาเล็กๆ บางตัวใส่มานานจนด้ายเริ่มเปื่อยไปตามกาลเวลา ไม่ทันสมัย จนไม่กล้าจะใส่เพื่อออกไปเที่ยวกับผู้จัดการของน้องชาย

                ไม่ใช่สิพรุ่งนี้อีกฝ่ายจะเป็นแค่ผู้ชายที่ชื่อ โม่เส้าเฉียน 

                และเขาก็แค่ หลินเฉิน

                ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะดูดีต่อหน้าอีกฝ่ายนี่นา แต่ก็ไม่ควรจะดูกระตือรือร้นมากจนเกินไปด้วย  ผลสุดท้ายหลินเฉินก็เลือกเสื้อผ้าของน้องชายที่ดูจะเข้ากับตัวเองมากที่สุดมาแทน  เสื้อเชิ้ตขาวพร้อมกับสเวตเตอร์แขนกุดคอวีสีเข้มเข้ากันได้ดีในทุกสถานการณ์ จะเรียกว่าแฟชั่นสิ้นคิดก็ได้นะ

                ตลกจริง หลินเฉินเพิ่งจะเคยประหม่าและตื่นเต้นมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก ราวกับหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยไปออกเดทครั้งแรกก็ไม่ปาน ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อจนไล่ไปถึงใบหูก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

                เดี๋ยวก่อน หลินเฉิน นี่ไม่ใช่การออกเดทนะ ก็แค่ออกไปเที่ยวโดยมีโม่เส้าเฉียนเป็นคนนำเที่ยวในฐานะผู้รู้ที่ทางเท่านั้น

                ในขณะที่หลินเฉินกำลังสติแตกเพราะคิดเองเออเองในใจ เสียงกดออดก็ดังขึ้น เขาสะดุ้งตกใจก่อนจะกวาดตามองไปทั่วห้อง แล้วรู้สึกอยากจะบ้าขึ้นมามันรกจนแทบไม่อยากจะให้อีกฝ่ายเข้ามาเห็นแล้วตีความว่าเขาเป็นพวกไร้ระเบียบ หรือซกมกอะไรแบบนั้น

                “ทำไงดี ทำไงดีหลินเฉิน บ้าจริง” หลินเฉินบ่นไปพร้อมกับกระโดดไปเก็บของที่รกเละเทะตามพื้น ก่อนจะโยนเข้าห้องแต่งตัวไปอย่างลวกๆ สุดชีวิต เสียงกริ่งที่หน้าประตูบ้านดังอีกครั้ง เขาแทบไม่ทันได้หายใจเพราะรนไปหมด จนกระทั่งไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเปิดประตูเข้ามา

                “คะ คุณกำลังทำอะไร”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น