[Pre-sale] Lighters

ตอนที่ 12 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

Chapter 11

  

โม่เส้าเฉียนรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากยาหมดฤทธิ์ สายตาพยายามปรับให้เข้ากับแสงภายในห้อง หลังจากพยายามขยับตัวอยู่สักพักก็สามารถผงกหัวขึ้นได้เล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงใครบางคนกระวีกระวาดเข้ามาที่เตียงพร้อมกับน้ำเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความห่วงใย

ตื่นแล้วเหรอ อยากจะลุกใช่ไหม เดี๋ยวรอก่อนๆ เดี๋ยวผมจะปรับเตียงให้เอง

นี่มันอะไรกัน นี่เขายังไม่ได้สติดีใช่ไหมเนี่ย

โม่เส้าเฉียนสะบัดศีรษะ จำได้คลับคลายคลับคลาว่า เขาประหลาดใจกับการกระทำของนักร้องในความดูแลไปก่อนที่จะนอนหลับอีกครั้ง เหมือนการถกเถียงกลายๆ นั้นทำให้มึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยา แต่นี่ยังจะกลับมาหลอกหลอนเขาอีกอย่างนั้นเหรอ

เตียงผู้ป่วยค่อยๆ ดันขึ้นเมื่ออีกฝ่ายกดปรับเตียงให้ โม่เส้าเฉียนรู้สึกขมในปากเลยพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ามาดื่ม แต่ช้าไปกว่าอีกคน

น้ำเหรอ เดี๋ยวผมหยิบให้เอง อย่าเพิ่งขยับมากสิหลินเฉินรีบแย่งหยิบแก้วน้ำแล้วยื่นให้ผู้จัดการส่วนตัวที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วยทันที

โม่เส้าเฉียนมองน้ำแก้วนั้นอย่างระแวง แต่ก็รับมาเพราะสายตาของอีกฝ่ายนั้นคะยั้นคะยอเหลือเกิน เกินจะทำร้ายปฏิเสธได้ลง ชุนเสี่ยวในตอนนี้รับมือได้ยากเสียยิ่งกว่าชุนเสี่ยวแต่ก่อนเก่าเสียอีก อีกคนก็แค่ทำไม่สนใจและไม่ยอมให้กับความเอาแต่ใจเหล่านั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องมารู้สึกผิดอะไรมากมาย แต่นี่….

นอนมากๆ ไม่ดีเท่าไหร่ ผมกลัวคุณจะเบื่อ เลยลงไปหาหนังสือมาให้อ่านเล่น หมอบอกว่าอย่าเพิ่งให้คุณลุกจากเตียงสักสองวัน ถ้าคุณต้องการจะเข้าห้องน้ำก็บอกได้ผมจะไปเอากระโถนมาให้คุณเอง อ่อ แล้วเมื่อกี้ผมเช็ดตัวให้คุณแล้วนะ พยาบาลไม่ค่อยได้เข้ามา ผมกลัวคุณจะรู้สึกไม่สบายตัว เลยเช็ดให้เองทั้งหมดแล้วล่ะ

พรวด…” โม่เส้าเฉียนพ่นน้ำออกมาจากปากอย่างช่วยไม่ได้ เช็ดตัว นี่เขาโดนทำอะไรแปลกๆ ใส่ตอนที่ไม่รู้สึกตัวหรือเปล่า ทำไมในตอนนี้บาดเจ็บขนาดนี้ ชุนเสี่ยวก็ไม่ยอมปล่อยเขา นี่มันอะไรกัน

ผมเคยดูแลคนป่วยมานานหลายปีน่ะครับหลินเฉินลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองตอนนี้ไม่ใช่บุตรชายที่คอยดูแลบิดาที่ป่วยนานแรมปีคนนั้น แต่เป็นชุนเสี่ยวนักร้องดังที่ใช้เวลาหลายปีในการฝึกหัด จนกระทั่งใครในห้องขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสูงอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอก

คุณเป็นใคร…” โม่เส้าเฉียนรู้ได้ทันที นี่ไม่ใช่เพราะชุนเสี่ยวมีอาการบาดเจ็บหรือไม่สบายจนเกิดความผิดปกติกับนิสัยใจคอ แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้...

ไม่ใช่ ชุนเสี่ยว ไม่ใช่อย่างแน่นอน

เอ๊ะอะไรนะครับ ผะผม ผมก็ชุนเสี่ยวไง

คุณไม่ใช่ ไม่มีทางใช่โม่เส้าเฉียนตวาดใส่คนตรงหน้า ก่อนจะขยับลุกอย่างไม่สนใจในอาการบาดเจ็บของตัวเอง เขากระชากสายน้ำเกลือออกจากแขนแล้วกระโจนใส่คนหน้าเหมือนนักร้องในความดูแลของเขา

คุณ อย่าเพิ่งขยับตัว.” หลินเฉินตกใจ แต่ไม่เท่ากับกังวลเรื่องอาการของอีกฝ่าย เมื่อถูกจับตัวเอาไว้ถึงได้รู้ว่าเรื่องนี้มันยากที่จะโกหกแล้ว

คุณเป็นใคร ตอบมา!!!โม่เส้าเฉียนแทบลืมความเจ็บไปเสียสิ้น จับไหล่สองข้างของอีกฝ่ายเขย่าอย่างแรง คาดคั้นเอาความจริง มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลมาตั้งแต่ที่เขาเจอคนคนนี้ที่สนามบิน แต่เขานึกไม่ออก ไม่ว่าจะคิดทบทวนเรื่องนี้มากแค่ไหนก็ตาม จนกระทั่งชายหนุ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดและสรุปได้ง่ายๆ ว่า เพราะว่าเป็นคนละคนยังไงล่ะ

ผมคือชุนเสี่ยวหลินเฉินไม่ยอมผิดคำพูดที่ให้กับน้องชาย กัดฟันพูดโกหกหยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงอะไรที่ส่อพิรุธออกไป

วันที่นายเดบิวต์ คือวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร ปีอะไร

เอ่อคือ…” หลินเฉินจำไม่ได้ มันน่าจะมีบอกในแฟ้มที่น้องชายส่งมาให้ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้มันบีบคั้นเกินไป จนเรียบเรียงความคิดไม่ถูก ทำไมถึงจะต้องมาสงสัยเอาในตอนนี้ด้วย

นี่เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในการเป็น ชุนเสี่ยว แค่นี้ยังไม่รู้แล้วจะปลอมตัวมาเป็นชุนเสี่ยว คิดว่าคนอื่นเขาโง่นักเหรอ คุณเป็นใคร บอกผมมาแล้วชุนเสี่ยวอยู่ที่ไหน

ผมนี่แหละชุนเสี่ยว

ยังจะดื้อ ได้เดี๋ยวรู้กันว่านายจะใช่ ชุนเสี่ยวไหมโม่เส้าเฉียนหงุดหงิดเข้าขั้นโมโห นับเป็นอารมณ์ที่สะกดกลั้นได้ยากยิ่งกว่าทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าชุนเสี่ยวจะทำให้เขาโกรธและโมโหมากขนาดไหน แต่เขากลับไม่เคยหลุดและควบคุมตัวเองไม่อยู่ขนาดนี้มาก่อน แน่นอนว่ามากกว่าล้านครั้งที่อยากจะบีบคอสวยๆ เล็กๆ นี้ให้หักคามือ แต่มันเป็นแค่ความคิด แล้วดูตอนนี้ เขากำลังใช้กำลังและข่มขวัญอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย

โม่เส้าเฉียนเปลี่ยนจากบีบหัวไหล่มาเป็นจับใบหน้าของอีกฝ่ายแทน ก่อนจะแนบใบหน้าลงพร้อมริมฝีปากที่ร้อนแรงพร้อมพิพากษาคนปากแข็ง เรียวปากบดขยี้เอาแต่ใจ คนโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวเริ่มต่อต้านเม้มริมฝีปากแน่น สองมือพยายามพลักออกห่างแต่ชายหนุ่มแกร่งเหมือนหินผา แม้จะเป็นชายเหมือนแต่กลับแตกต่างในพละกำลัง

อื้อ…” เสียงขัดขืนในลำคอดังขึ้นพร้อมดิ้นสุดชีวิต

ทำเอาคนจู่โจมต้องเปลี่ยนแผนโดยดันให้อีกฝ่ายหงายลงลงไปนอนบนพื้น ก่อนจะโถมกายเข้าใส่ทับแนบเอาไว้ทุกส่วนไม่ให้มีโอกาสได้เขยื้อนหนี

หลินเฉินอับจนหนทาง ตอนนี้ทำได้แค่พยายามสุดชีวิตไม่ให้ริมฝีปากที่กำลังซุกไซ้ที่ซอกคอและกำลังลามปามไล่มาที่แก้มของเขาแล้วในตอนนี้

พอที ปกติคุณทำแบบนี้กับศิลปินหรือไงหลินเฉินโวยวาย ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำผู้จัดการของชุนเสี่ยวถึงมาทำอะไรแบบนี้ใส่เขา มันดูผิดวิสัยเกินไปแล้ว นี่หรือคือสิ่งที่น้องชายต้องเจอมาตลอด ก่อนจะทันได้คิดอะไรมือของชายหนุ่มทั้งสองข้างก็โดนตรึงเอาไว้ ดวงตาที่จ้องกลับมาสะกดจนไม่อาจละสายตาหนีได้ มันมีอะไรมากกว่าความเย็นชาที่เคยเห็นมันมีพลังและอำนาจที่ทำให้คนไร้แรงต้านทานได้

ไม่ปกติ เพราะชุนเสี่ยวมักเป็นคนเริ่มมันก่อนทุกทีโม่เส้าเฉียนกระซิบบอกเสียงรอดไรฟัน

หลินเฉินนิ่งอึ้งไปกับคำตอบที่ได้ยิน จนสมองว่างเปล่าคิดไม่ถึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จนกระทั่งถูกจู่โจมเข้าอีกครั้งด้วยจูบที่ดุเดือด เขาขยับหน้าหนี แต่กลับถูกฟันของผู้จัดการของน้องชายกัดปากล่างเอาไว้แล้วขบดึงมันจนรู้สึกเจ็บตามมาด้วยรสชาติของเลือดขมๆ ในปาก เขาทำผิดอะไรถึงขนาดที่ต้องทำกันขนาดนี้ อยู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาเองแม้พยายามจะอดกลั้นทำเป็นเข้มแข็งมากเท่าไหร่ ไม่ว่าคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น