[Yaoi] PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก END

ตอนที่ 9 : Chapter 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

Chapter 09

 


            ภาณุไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบนเพดานมีหลอดไฟสีเหลืองนวล ซึ่งส่องลงมายังร่างเปลือยของเขายังมีแผงตะขอเหล็กไว้เพื่อการนี้ ชายหนุ่มถูกมัดโยงด้วยเชือกป่านสีแดงชนิดเดิม เพิ่มเติมขนาดความยาวมากพอจะทำให้ลอยตัวอย่างปลอดภัยไม่ตกกระแทกใส่พื้นปูนที่เบื้องล่าง

ทั้งที่ถูกจับมัดอย่างแน่นหนาขนาดนี้ทำไมภาณุถึงรู้สึกเป็นอิสระ ราวกับได้ปลดปล่อยความกดดันทั้งหมดในชีวิตออกไป ไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญอีกแล้ว นอกจากปล่อยให้ตัวเองถูกพันธนาการอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ แค่เพียงสายตาของอนธการจ้องมองผลงานนี้ด้วยความหลงใหลคลั่งไคล้ก็ทำให้ร้อนรุ่มจนไม่สามารถปิดเอาไว้ได้

เจ็ดวันที่ถูกขัง กับการจับมัดในรูปแบบต่างๆ พร้อมกับการอดอาหารเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ แต่อนธการจะคอยป้อนน้ำให้อยู่ตลอด ภาณุไร้เรี่ยวแรงและทรมานจากการหิวจนเกิดจิตหลอนและไม่อยากจะขยับเขยื้อนตัวอีกเลย

ทุกๆ วัน อนธการจะหายออกจากห้องไปนานหลายชั่วโมง และกลับเข้ามาอยู่ในห้องนี้เพื่องานศิลปะ และระบายอารมณ์มากล้นจนเกินไปให้กลับมาเป็นคนเดิม ที่ยังสามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้อย่างไม่ทรมานนัก โรคไซโคพาธที่ชายหนุ่มเป็น มันเป็นปัญหาใหญ่ในการอยู่ร่วมกับผู้คนที่มีความรู้สึกมากมายหลากหลายในหนึ่งวัน

ความรู้สึกคืออะไร มันตื้นเขินเกินกว่าจะเข้าใจได้

เสียใจหรือ ให้กับอะไร ทำไมต้องร้องไห้ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้น คงอยู่และดับไปก็เท่านั้น

รักหรือ กับใคร ไม่มีใครรักและเข้าใจและรับในสิ่งที่เขาเป็นได้หรอก

อนธการมองภาณุถูกโยงตัวด้วยเชือกป่านสีแดงจากเพดานด้วยสายตาชื่นชมปลาบปลื้ม มีแค่เรื่องพวกนี้ที่เขาสัมผัสได้ มันเป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม และเขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองจับตัวเหยื่อมาขังไว้หนึ่งอาทิตย์แล้ว และยังไม่เคยให้อาหารกินอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ เพราะคนส่วนที่ถูกจับมาชายหนุ่มมักจะปล่อยไปภายในวันหรือสองวัน

เบื่อคำสั้นๆ นี้แต่สร้างอิสระให้ใครหลายคนที่วนเวียนเข้ามาภายในห้องนี้

เหยื่อส่วนใหญ่ของอนธการไม่ได้เกิดการจากลักพาตัวมา เขาพอจะรู้จักกลุ่มคนที่ชื่นชอบเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง แต่เพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นจึงทำข้อตกลงกันว่าจะไม่เปิดเผยใบหน้า ทุกครั้งที่เริ่มสร้างงานศิลปะจึงใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ตลอดเวลา

ต่างจากภาณุ เขาเลือกที่จะใช้การลักพาตัวมา แล้วกลับพบว่าความตื่นเต้นนั้นมันมีมากเสียยิ่งกว่าการสมยอมอย่างง่ายดาย อนธการต้องตามสืบ วางแผน และเล่นเกมล่าเหยื่อ และเมื่ออีกฝ่ายหวาดกลัวและขัดขืนมันยิ่งทำให้รู้สึกดีมากขึ้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

แต่เมื่อเหยื่อเริ่มที่จะชอบมัน เขาเคยคิดว่ามันจะคงจะน่าเบื่อเหมือนหลายๆ คนในที่สุด

หากอนธการกลับคิดว่าดีเสียยิ่งกว่า !!

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นภาณุ ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายชอบถูกกระทำจากผู้อื่น[1]โดยไม่รู้ตัว มันเป็นความลับดำมืดที่อยู่ภายในใจซึ่งมีแค่เขาเท่านั้นจะมองเห็น

ทุกวันผ่านไปด้วยความสนุกและตื่นเต้น จนลืมไปเสียสนิทว่าเขาให้อีกฝ่ายอดอาหารมานานมากเกินไปแล้ว หากนานกว่านี้อาจจะเสียชีวิตได้ถ้ายังได้รับแค่น้ำ

หิวหรือเปล่า

ภาณุคิดว่าตัวเองฟังผิดไป ดวงตาเขาเลื่อนลอยและสมองไร้การรับรู้ที่ดี แต่ก็ทำได้แค่รับฟังเท่านั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป ริมฝีปากแห้งผาก น้ำหนักลดลงเมื่อกระดูกไหปลาร้าลึกอย่างเห็นได้ชัดเจน สักพักเชือกที่โยงร่างกายของเขาอยู่ก็ถูกปลดลงแล้วค่อยๆ ผ่อนลงบนพื้น

เชือกป่านถูกแก้ออกจากร่างกาย เรือนร่างเปลือยเปล่าทรุดลงในอ้อมกอดของผู้ชายที่จับเขาขังเอาไว้ ภาณุหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ไม่ขัดขืนไม่ร้องขอสิ่งใดเลย มีเพียงแค่ลมหายใจที่ว่างเปล่าเท่านั้นที่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์การมีชีวิตอยู่

อนธการมองคนที่อยู่ในอ้อมกอด แล้วครุ่นคิดว่าสมควรจะปล่อยอีกฝ่ายไปแล้วหรือไม่

ไม่

เสียงในใจตอบขึ้นมาแทบจะทันที อนธการทั้งประหลาดใจและหวาดหวั่นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ มันแปลกใหม่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเลยตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าอะไร หรือใคร ก็ไม่ทำให้เขา รู้สึก ได้ทั้งนั้น

แต่ตอนนี้มันเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป

อนธการอุ้มร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรงขึ้นแล้วพาไปนอนเตียงซึ่งอยู่มุมห้อง เขาชั่งใจว่าจะออกไปเอาอาหารให้ดีหรือไม่ ถ้าเขาคิดจะขังภาณุต่อไปก็สมควรแก่เวลาแล้วที่จะเอาอาหารให้กินอย่างคนปกติ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะป่วย และตายในที่สุด

ปกติคนเราสามารถอดอาหารได้มากที่สุดเจ็ดถึงสิบวัน แต่รูปร่างแบบนายให้ถึงสิบวันคงไม่ไหวอนธการเอ่ยบอกกับคนที่นอนหลับตาอยู่ พร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกเสมือนว่าหลับสนิทไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องลับของตัวเองไป

ฉากปูนเปลือยรอบด้านขยับออกเป็นช่องเล็กๆ เมื่อกดรหัสออกไปยังด้านนอกซึ่งต่อให้คนภายนอกหรือภายในห้องรู้ว่าประตูอยู่ตรงไหน ก็ไม่มีทางออกหรือเข้าในห้องนี้ได้โดยไม่มีรหัสและคนเดียวที่รู้คือเขา ชายหนุ่มไม่เคยบอกความลับนี้กับใคร ถ้าเขาเป็นอะไรไปที่ด้านนอก คนในนี้ก็ต้องตายด้วยเช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามของห้องลับเป็นห้องหนังสือ ชั้นหนังสือจำนวนหลายร้อยเล่มที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบ บ้านหลังนี้เขาอยู่คนเดียวเพียงลำพังไม่มีคนอื่น ครอบครัวมักจะหวาดกลัวเขาอยู่เสมอ แค่ชายหนุ่มเอ่ยขอว่าอยากออกไปใช้ชีวิตคนเดียว คนที่บ้านก็แทบไม่เสียเวลาคิดหรือห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นอนธการก็เลยได้ลงมือตกแต่งและต่อเติมห้องด้วยตัวเองได้โดยไม่มีใครล่วงรู้ แต่ก็มีบางครั้งที่ญาติผู้น้องของเขาจะมาเยี่ยม พวกคนไม่ค่อยกลัวตาย และไม่กลัวปีศาจอย่างเขา

วิศรุตลูกพี่ลูกน้องที่ความรู้สึกตื้นเขินเสียยิ่งกว่าเขาที่เป็นโรคไซโคพาธ ทั้งมองโลกในแง่ดีและไม่เคยหวาดกลัวเขา เหมือนอย่างที่คนอื่นๆ ทำ

โชคไม่ดีเลย ที่วันนี้หมอนั่นมาที่นี่เข้าพอดี


[TBC]



[1] มาโซคิสม์ ซึ่งหมายถึงความสุขหรือความพึงพอใจทางเพศเมื่อได้รับความเจ็บปวดกับตัวเอง[1] โดยมักจะเกี่ยวข้องกับจินตนาการทางเพศหรือการถูกตบตี การถูกเหยียดหยาม การถูกผูกมัด หรือถูกทรมาน เพื่อเป็นการเพิ่มหรือทดแทนความสุขทางเพศ ชื่อนี้มาจากชื่อของนักเขียนสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ลีโอโพลด์ วอน ซาเชอร์มาโซค (Leopold von Sacher-Masoch) ที่เป็นที่รู้จักจากนิยายชื่อ "Vinus in Furs" ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในทางมาโซคิสม์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น