[Yaoi] PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก END

ตอนที่ 26 : Chapter 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 เม.ย. 61

Chapter 26

 

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ดารัณเป็นคนมารับภาณุกลับไปที่หอ เพราะจักรกายโกรธและยังไม่อยากเจอหน้าเขาตอนนี้ ชายหนุ่มออกจากประตูโรงพยาบาลแต่ยังไม่ทันได้ถึงที่จอดรถแท็กซี่ก็เห็นใครบางคนที่ยืนมองตนเองอยู่ห่างๆ หัวใจกระตุกขึ้นอย่างปวดร้าว ตัวสั่นจนแม้แต่คนที่เดินข้างๆ ก็ยังตกใจ

นุเป็นอะไรไปดารัณเดินเข้าไปจับแขนของภาณุ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเซจนล้ม

มะไม่เป็นไร รีบกลับกันเถอะภาณุรีบแก้ตัวกลัวว่าดารัณจะเห็นอนธการที่อยู่ตรงนั้น มือสั่นรีบเปิดระตูรถแท็กซี่แล้วขึ้นไปนั่ง พยายามจะไม่มองไปบริเวณที่อีกฝ่ายยืนอยู่

แม้จะไกล แต่ก็พอเห็นว่าอนธการดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากที่เคยออกจากบ้านด้วยเสื้อผ้าสีขาวและเรียบหรูเสมอ ผมเผ้าก็เซตเรียบร้อยใบหน้าขาวสะอาดดูมีสุขภาพดี แต่วันนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงนั้นเลย เสื้อยืดที่ยับย่นสีขาวกับกางเกงยีนสีดำดูเป็นอะไรที่แปลกตาเหลือเกิน

ไหนจะใบหน้าที่ทุกข์ระทมนั้นมันกรีดลึกเข้าไปในใจของภาณุมากกว่าทุกที

แววตาที่จ้องมองมานั้นไม่มีความน่ากลัว มีเพียงความเศร้าสร้อย

หลายวันมานี้อนธการผ่านมันไปได้อย่างไร แม้แต่ภาณุเองเวลานอนก็ยังฝันถึงภาพที่อีกฝ่ายอ้อนวอนขอร้องตัวเองทั้งน้ำตาว่า อย่าไปจนต้องเดินเข้าไปกอดปลอบก่อนจะสะดุ้งตื่นทุกครั้งแล้วพบว่าเขาจากมาแล้วจริงๆ ชายหนุ่มหันมองไปนอกกระจกรถ แม้วันนี้ฝนไม่ตกแต่ในดวงตาเขากลับเต็มไปด้วยม่านน้ำจนแทบมองข้างนอกไม่เห็น

รถแท็กซี่ขับออกไปจากตรงนั้นพรากเอาหัวใจที่เจ็บปวดเกินทนไปด้วย เมื่อมาถึงหอพักเขาก็เลี่ยงที่จะพบหน้าจักรกายเช่นกันแล้วหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน ปิดไฟมืดสนิทและไม่เปิดประตูออกมาอีกเลย ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงกอดตัวเองเหมือนกับตอนที่อยู่ในห้องนั้นลำพังระหว่างรอให้อนธการกลับมา

จากกลางวันสู่กลางคืนแสงไฟจากหน้าต่างเป็นเพียงอย่างเดียวที่ลอดเข้ามาได้ ก่อนที่เสียงเคาะประตูที่ด้านนอกจะดังขึ้น ภาณุเลือกที่จะไม่ตอบทำเป็นเหมือนเขานอนหลับไปเสีย แต่คนข้างนอกไม่ยอมยังคงร้องเรียกพยายามจะปลุกชายหนุ่มให้ได้

นุ ออกมาแกจะเอาแต่ขังตัวเองในห้องไม่ได้จักรกายที่อดทนต่อไปไม่ไหวก็จำต้องลากตัวเองมาร้องเรียกรูมเมทที่ยอมออกมากินข้าว ไม่เข้าห้องน้ำ และไม่ยอมทำอะไรอีกเลยตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล ดารัณเองก็เป็นห่วงนั่งรอเป็นเพื่อนเขาจนกระทั่งถึงเวลาไปทำงานพิเศษก็ลากลับไป

ภาณุก็เลยต้องขยับตัวลุกขึ้นแล้วเปิดประตูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทันทีที่ประตูเปิดออกจักรกายก็กระชากแขนของภาณุให้ออกมาจากห้องมืดๆ นั้นแล้วพามานั่งที่โซฟาในห้องรับแขก พร้อมกับพูดเตือนสติของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง

ก็ได้ แกไม่อยากจะเอาเรื่องมัน ไม่ต้องการให้ฉันพูดเรื่องนี้ ได้ต่อไปฉันจะไม่พูดอีก แต่ขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเตือนสติแก ว่าสิ่งที่แกเป็นอยู่ตอนนี้มันเป็นเพราะแกกำลังป่วย แกเป็นสตอกโฮมซินโดรม แกต้องไปหาหมอจักรกายไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาณุ ทำไมถึงได้ไปเข้าข้างคนที่ลักพาตัวเองไปแบบนั้น พอไประบายให้ดารัณที่ทำงานพิเศษอยู่ฟัง เคนทาโร่ที่นั่งอยู่ด้วยก็เอ่ยอธิบายเกี่ยวโรคนี้ขึ้นมา

ฟังไปแล้วภาณุก็เข้าเค้ากับเหยื่อที่ถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน ขนาดแค่ห้าวันยังออกตัวแก้ต่างให้คนร้ายได้ แล้วภาณุที่ถูกลักพาตัวไปเดือนกว่าๆ จะไม่เป็นได้ยังไง

มันเป็นโรคที่เกิดกับเหยื่อที่ถูกลักพาตัวไปนานๆ แล้วเกิดความสงสาร เห็นใจ คนร้ายที่ลักพาตัวเองไป บางคนถึงกลับหลงรักคนร้าย นุกำลังป่วยนะ

ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นภาณุลุกหนีแล้วเดินกลับที่ห้องเหมือนเดิม ไม่สนใจเสียงเรียกที่ดังอยู่ด้านนอกที่พยามจะย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะไม่อยากยอมรับแต่จักรกายก็คงเป็นห่วง นั่นทำให้เขาไม่สามารถหงุดหงิดหรือรำคาญอีกฝ่ายได้ คนที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่นั่นแล้วจะหวังให้เข้าใจได้ยังไง

นุ

ภาณุยืนกันประตูเอาไว้พร้อมกับล็อกมันในทันที ตั้งแต่กลับมาจากที่นั่นเขาพบว่าตัวเองกลายเป็นคนอ่อนแอเหลือเกินแค่เพียงคิดถึงอนธการน้ำตามันก็พาลจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ จนบางครั้งอยากจะลุกออกจากเตียงที่โรงพยาบาลเพื่อไปดูว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

แต่ก็แค่ความคิดชั่ววูบ ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดตามมาให้ได้

เขาเดินไปที่หน้าต่างตั้งใจจะปิดผ้าม่านเพื่อไม่ให้แสงส่องเข้ามาในห้องได้ ขณะที่เขามองออกไปที่ด้านนอกนั่น ท้องฟ้ามืดมิดไร้ดาว และเมื่อเลื่อนสายตาลงมากลับพบอนธการที่กำลังเงยหน้ามองขึ้นมาบริเวณห้องของเขา โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้ว

ภาณุหัวใจเต้นรัวมือสั่นกุมผ้าม่านแน่น ในสมองตอนนั้นขาวโพลนไม่มีความคิด ไม่มีคำพูด ไม่มีอะไรเล

อนธการที่ยืนอยู่ด้านล่างสวมเสื้อคลุมมีฮู้ดสีดำ ด้านในยังคงเป็นเสื้อยืดขาวกับกางเกงยีนสีดำที่เห็นเมื่อกลางวันนี้ที่โรงพยาบาล และเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นเขาแล้วด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมยังคงมองเขานิ่งๆ ด้วยแววตาแสนเศร้า

 ริมฝีปากของอนธการขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

จากชั้นที่ภาณุอยู่นั้นไม่สูงมาก ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังขยับเรียกชื่อเขา

นุ

เป็นเวลาเนิ่นนานที่ทั้งสองคนเอาแต่จ้องมองกันและกันไปมา ภาณุหวนคิดถึงเวลาดีๆ ในบางครั้งที่มีกัน การดูหนังรักเหมือนจะน่าเบื่อและไร้สาระสำหรับอนธการ แต่อีกฝ่ายก็นั่งดูเป็นเพื่อนเงียบๆ ไม่เคยปริปากบ่น ถึงเวลาอาหารก็ลุกไปทำ แม้แต่ตอนอาบน้ำก็ยังคอยดูแล

ภาณุร้องไห้อีกแล้ว กลายคนขี้แยและสามารถหลั่งน้ำตาได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวอนธการ เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายมีอดีตเจ็บปวดมากแค่ไหน หรืออะไรหล่อหลอมให้เป็นคนไร้ความรู้สึกไร้ชีวิตจิตใจ แต่มันคงเหงาและเจ็บปวดน่าดูที่ต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เรียกเขาว่าปีศาจ

สำหรับภาณุที่เกิดมาพร้อมความอบอุ่นในครอบครัวย่อมไม่เข้าใจ และไม่มีวันเข้าใจ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อนธการขยับริมฝีปากพูดอีกครั้ง

ดูแลตัวเองนะ

หลังจากอนธการพูดเสร็จก็ยิ้มบางๆ ให้แล้วดึงฮู้ดที่อยู่ด้านหลังขึ้นมาคลุมศีรษะเอาไว้แล้วทำท่าจะเดินจากไปจากตรงทียืนอยู่ ภาณุเปิดหน้าออกทันทีผ้าผ่านปลิวออกไปด้านนอกเพราะแรงลมพัด เขาตะโกนร้องเรียกอีกฝ่ายไว้ด้วยเสียงดังที่สุดในชีวิตของตัวเอง

อนธการ...


[TBC]

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #8 newsily (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:54
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #8
    1
    • #8-1 Bahiti26(จากตอนที่ 26)
      3 เมษายน 2561 / 22:10
      ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจนะคะ ได้รับกำลังใจนั้นเรียบร้อยค่ะ หวังว่าจะีความสุขกับตอนจบนะคะ
      #8-1
  2. #7 newsily (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:54
    จริงไปค่ะ
    #7
    0
  3. #6 newsily (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:54
    ไรท์เเต่งออกมาได้ดีมาก สื่ออารมณ์ออกมาได้ดีจริงไปค่ะ
    #6
    1
    • #6-1 Bahiti26(จากตอนที่ 26)
      3 เมษายน 2561 / 22:09
      ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ทำให้มีกำลังใจในการเขียนเรื่องต่อๆ ไปเลย จากที่เคยกังวลก็รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
      #6-1