[Yaoi] PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก END

ตอนที่ 2 : Chapter 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

Chapter 02

 

แล้วแล้วไง คือระดับไอคิวขนาดนี้ นาซ่าสมควรเรียกตัวไปทำงานด้วยแล้ว แต่อยู่ๆ เขาก็ตัดสินใจมาเข้าเรียนที่มหาลัยเรา นายว่ามันประหลาดไหมล่ะ

เขาอาจจะมีสำนึกรักบ้านเกิดก็ได้ภาณุไม่เห็นเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้มันจะต้องน่าตื่นเต้นขนาดเอามาเล่าอย่างจริงจังขนาดนี้ด้วย ชายหนุ่มลุกไปจ่ายเงินในขณะที่จักรกายเดินตามมาเล่าเรื่องเดิมติดๆ ไม่ยอมปล่อยให้เขาไปเข้าคลาสเรียนได้ง่ายๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมไม่มาเรียนตั้งแต่แรกแล้วล่ะ คุณชายน่ะจบปริญญาตรี และปริญญาโทจากต่างประเทศไปหลายใบหลายสาขาแล้วนะเว้ย พูดง่ายๆ ก็คือทำไมเพิ่งจะอยากมาเรียนในมหาลัยเอกชนแห่งนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองเข้ามาเป็นอาจารย์ และกลายเป็นอาจารย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์มหาลัยก็ยังได้

อืมฟังแล้วก็ดูน่าสนใจนะ แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขานี่

ภาณุเดินเข้ารั้วมหาลัยแล้วตรงไปคลาสเรียน ซึ่งจักรกายเองก็ลงเรียนวิชาเดียวกันกับเขา ทั้งคู่เข้าห้องแล้วหาที่นั่ง ก่อนอีกฝ่ายจะเล่าต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อวันก่อนอาจารย์คนหนึ่งเจอตอกกลับหน้าหงายที่คิดจะลองดีเขาด้วยการถามคำถามยากๆ แล้วบังคับให้คุณชายตอบ ไม่แค่ตอบได้นะ แต่ยังเอาซะอาจารย์หงายหลังจนต้องเลิกคลาสเรียนไปพร้อมกับความอาฆาตแค้นทีเดียวล่ะ

ภาณุหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเปิดไปหน้าที่เรียนค้างไว้เมื่อคราวที่แล้ว ก่อนจะลงความเห็นในเรื่องนี้ว่า

ดูเป็นคนเข้าถึงยาก น่าจะหยิ่งยโส หรือไม่ก็ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา

โนไม่เลย คุณชายเป็นคนสุภาพ นอบน้อมถ่อมตน ใครต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ยื่นมือเข้าช่วยอย่างเต็มที่ แบบนี้ถึงได้มีคนรู้จักทั้งมหาลัยยังไงล่ะจักรกายแก้ไขความเข้าใจผิดของเพื่อน ก่อนจะทำตาปริบๆ มองอีกฝ่ายแล้วพูดใหม่ ยกเว้นคนตรงนี้คนหนึ่ง

ในขณะที่ภาณุทำท่าจะหลุดหัวเราะออกมา แล้วก็มีใครบางคนนั่งลงที่ข้างๆ จักรกายแล้วเอ่ยทักทายทั้งคู่

พวกนายมาเร็วกันจริง ฉันไปตามหาที่โรงอาหารแต่ไม่เจอ ไปกินกลางวันที่ไหนกันมาดารัณเพื่อนร่วมคลาสอีกคนที่มักจะคอยช่วยเหลือภาณุตอนย้ายมาเรียนที่นี่ ทั้งสามดูจะเข้ากันได้ดีในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง

จักรชวนฉันไปกินอาหารที่ร้านนอกมหาลัยมาน่ะภาณุเป็นตอบขึ้นเสียเอง

ไม่เห็นชวนฉันบ้างดารัณเอ่ยเสียงเบาสีหน้าเหมือนจะผิดหวังนิดๆ

ไม่เห็นก็ไม่ได้ชวนน่ะสิจักรกายตอบสั้นๆ แล้วหันกลับไปคุยกับภาณุต่อ ต่อนะ คืองี้ที่ฉันจะเล่าจริงๆ เลยก็คือ…” เขายังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ถูกเสียงพูดคุยอย่างตื่นเต้นเสียงดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มหันไปมองตามเสียงพวกนั้นถึงได้รู้ว่า เจ้าของหัวข้อสนทนาของเขาตอนนี้มาถึงแล้ว

นั่นไงที่ฉันเล่าน่ะ

ภาณุหันไปมองตามมือของจักรกายที่ชี้ตรงไปทางด้านหลัง ทั้งสามคนมองผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแล็คพร้อมกับกระเป๋าเป้หนังราคาแพงกำลังเดินเข้ามาในจากทางประตูหลังห้อง พวกผู้หญิงต่างพากันทักทายอย่างตื่นเต้นในขณะที่อีกฝ่ายก็ก้มหน้าลงเป็นเชิงตอบรับและยิ้มน้อยๆ ให้อย่างสุภาพ ก่อนจะนั่งลงถัดจากเก้าอี้ของเขาไปแค่สามตัว ซึ่งตรงกับชายหนุ่มอย่างพอดิบพอดี

เขาลงเรียนวิชานี้กับเราด้วยเหรอภาณุที่ฟังจักรกายเล่ามาตลอดด้วยความเฉยชาถึงกับถามขึ้น

นี่แหละที่ฉันจะเล่าน่ะ เขาเปลี่ยนมาเรียนคณะเดียวกับเรา แล้วก็เริ่มลงเรียนวิชานี้กับเราวันนี้ตอนนี้เลย

เขาไม่ใช่แค่ดูเหมือนคุณชายนะ แต่เหมือนเจ้าชายเลยด้วยซ้ำภาณุออกความคิดเห็นแล้วจบอยู่แค่นั้น เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเข้าห้องมาพอดี เสียงพุดคุยอย่างตื่นเต้นจึงจบลงและเริ่มเรียนไปเรื่อยจนกระทั่งจบคลาส เขาเก็บข้าวของแล้วลุกขึ้นพร้อมกับคิดว่าจะกลับไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ

ทั้งสามลุกจากโต๊ะแล้วขยับเดินออก แต่เสียงเรียกข้างหลังทำให้ต้องหันไปมองอย่างสนใจ

ขอโทษนะ

ภาณุ จักรกาย และดารัณหันมองพร้อมกันเพราะไม่รู้ว่าคนที่เรียกนั้นต้องการจะสื่อถึงใคร

“…”

อืมคือ โทษที ฉันเพิ่งเปลี่ยนมาลงวิชานี้ พวกนายพอจะมีโน้ตที่จดไว้แล้วตั้งแรกบ้างไหม

เสียงของคนถามสุภาพนุ่มนวล และอ่อนน้อมถ่อมตน จักรกายมัวแต่อ้าปากค้าง ส่วนดารัณก็มีทีท่าประหลาดใจเช่นกัน แต่ภาณุก้มหน้าแล้วล้วงสมุดจดจากในกระเป๋ายื่นส่งให้อย่างใจดี

ลายมือไม่สวยหรอกนะ แต่ก็พออ่านได้

ขอบคุณมาก นายมีน้ำใจมากจริงๆ

“ไม่เป็นไร”

อืมภาณุใช่ไหม ส่วนนาย...จักรกาย แล้วก็ดารัณอนธการไล่ชื่อทั้งสามคนได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี

เฮ้ยนายรู้ชื่อพวกเราด้วยจักรกายดูจะตื่นเต้นมากที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อตัวเองและเพื่อนๆ   

โทษที พอได้ยินสักครั้งแล้วไม่เคยลืมอีกเลยอนธการเอ่ยขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ

สุดยอดจักรกายยังชมไม่ขาดปาก

ฉัน...อนธการเขาเอ่ยแนะนำตัวเองกับทั้งสามคน

พวกเรารู้หรอกน่า นายน่ะดังจะตายจักรกายบอกกับอนธการที่ดูจะประหม่าในการแนะนำตัวอยู่มาก แถมยังยกมือจับที่ลำคอด้านหลังเหมือนจะเขินอยู่หน่อยๆ

ไม่หรอก นายพูดเกินไป

เรียกฉันว่า นุเฉยๆ ก็ได้ แต่นายจำชื่อเก่งมากเลยนะ แค่ได้ยินอาจารย์ขานชื่อครั้งเดียวเอง ผิดกับเพื่อนบางคนขนาดเรียนคณะเดียวกัน เป็นรูมเมทกันยังจำชื่อจริงฉันแทบไม่ได้ภาณุแอบแซะเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ บางทีนอกจากจะไม่จำแล้วยังชอบตั้งชื่อแปลกๆ ให้เขาอีกด้วย  

อะไรที่ฉันสนใจก็มักจะให้ความสำคัญกับมัน อนธการพูดเสียงต่ำ สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่มีใครได้ทันสังเกตยกเว้นก็แต่...

หือ…” ภาณุไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องอะไรจึงถามกลับ

ฉันกำลังเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของไทยในแต่ภูมิภาคอยู่ เลยพยายามให้ความสำคัญกับมัน มากๆ

มาอยู่กลุ่มพวกเราสิ นุเป็นคนเชียงรายคงช่วยนายได้เยอะเลยดารัณเอ่ยแนะนำถ้าจะเรียนรู้เกี่ยวกับอะไรก็ต้องเข้าคลุกคลีกับสิ่งนั้น เขาเรียนรู้จากประโยคนี้มาตลอดแม้ว่าทุกวันนี้จะยังไม่ได้พัฒนาขึ้นมากกว่าที่เคยเลยก็ตาม

ฉันไม่ได้เก่งอะไรหรอกนะภาณุต้องออกตัวก่อน เขาเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็ก ไอ้เรื่องจะช่วยแนะนำคนอื่นเรื่องวัฒนธรรมของชาวไทยทางภาคเหนือล่ะก็คงจะได้อะไรผิดๆ ไปโขล่ะ

ไม่เป็นไร...แค่มีนายอยู่ก็พอแล้ว


[TBC]

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #16 exolbenben (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 19:46
    แปลกๆนะคะคุณชาย555
    #16
    0
  2. #11 qwe01020344 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 15:31
    คุณชายยยย โอ้ยย น่าอ่านมากๆๆ
    #11
    0