[Yaoi] PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก END

ตอนที่ 10 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

Chapter 10


เสียงกริ่งที่หน้าประตูบ้าน ทำให้อนธการต้องหันไปมองบริเวณห้องลับอย่างอัตโนมัติ การปล่อยให้เหยื่อมีอิสระโดยไร้พันธนาการเป็นเวลานานดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ช่วยไม่ได้เพราะต้องออกไปรับหน้าคนที่เขาปฏิเสธไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่เคยปฏิเสธเขาเช่นกัน

กริ๊ก

เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับใบหน้าของวิศรุตที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบเกือบทุกซี่ ในขณะที่อนธการมีใบหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกครั้งเช่นกัน

คุณชายอ้นไม่มาหาตั้งนาน แกคงคิดถึงฉันมากล่ะสิ วิศรุตเดินเข้ามา อ้าแขนกว้างทำเหมือนจะโอบกอดอีกฝ่ายไว้ แต่ถูกเบี่ยงตัวหลบจนเสียหลักล้มลงไปนั่งเสียเฉยๆ

อนธการเดินหนีเข้ามาด้านใน แล้วเข้าไปนั่งที่โซฟาบริเวณห้องรับแขก หยิบหนังสือเล่มหนาที่ทำเหมือนอ่านค้างเอาไว้ขึ้นมาวางที่หน้าตัก

เฮ้อ...เย็นชาเหมือนเดิมวิศรุตบ่น แล้วลุกขึ้นเดินตามมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ไขว่ห้างมองไปรอบๆ ห้องสีขาวสะอาดตาอย่างคุ้นเคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักนิดนับจากครั้งสุดท้ายที่เคยมา

นายกำลังเป็นโรคคลั่งความสมบูรณ์แบบมากเกินไปรู้ตัวบ้างหรือเปล่า

อนธการยิ้มเยาะในใจเมื่อได้ยิน

ที่บ้านใช้ให้มาหรือ

เปล่า วันนี้ฉันอยากมาเองนี่แหละ

ทำไม

ก็แค่อยากมาดูสารทุกข์สุขดิบของนาย  ไม่มีอะไรมากหรอกวิศรุตตอบอ้อมแอ้ม น้ำเสียงเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่สีหน้าและสายตาบอกอีกแบบ

สีหน้าของนายไม่ได้บอกแบบนั้น มีอะไรกันแน่อนธการไม่ต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยซ้ำก็รู้แล้วว่ามีอะไร ไม่อย่างนั้นวิศรุตไม่ถ่อตัวเองมาไกลจนถึงที่นี่หรอก

ก็ได้ ไม่เคยปิดนายได้สักทีวิศรุตถอนใจ ก่อนจะรีบเล่าสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะพูดให้อนธการฟังแทน ฉันว่า...ฉันกำลังมีความรัก

อนธการสะดุดกึก ปลายนิ้วมือที่จับกระดาษจิกเข้าหาแทบจะทันที แต่ก็ไม่พูดอะไรทำท่าเหมือนตั้งใจอ่านหนังสือของตัวเองไปเรื่อย จนกระทั่งอีกฝ่ายเล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกยาวเหยียด

เรารู้จักกันที่มหาลัย อืมไม่รู้สิ เขาโอเคทีเดียวนะ หน้าตาก็ดี เล่นดนตรีเก่งเชียวล่ะ ฉันคอยแอบมองเขาตลอดตอนที่อยู่มหาลัย ตอนเขาเล่นกีตาร์ ฉันรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนสุดท้ายที่ฉันอยากจะลืมตาขึ้นมาแล้วเจอ นายว่าฉันบ้าหรือเปล่าอนธการ ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกัน นายฉลาดมากขนาดนี้ทำไมไม่ช่วยไขมันให้ฉันหน่อยล่ะ

ถ้านายไม่รู้ แล้วจะบอกว่าตัวเองตกหลุมรักได้ยังไง

นั่นสิ มันน่าประหลาดใจมาก

อนธการยิ่งกว่าประหลาดใจ ไม่ใช่แค่เขาหรือที่ป่วยเป็นโรคตื้นเขินทางอารมณ์ แต่ยังมีคนโง่ตรงหน้าอีกคนที่เดินทางมาไกลเพียงเพื่อจะถามคำถามโง่ๆ เช่นนี้กับเขา ความรักคืออะไร ถ้าเขารู้สึกได้ก็คงแค่แกล้งรู้สึก เหมือนที่เขาทำกับทุกคนบนโลก

แค่แกล้งทำเป็น รัก

แกล้งทำเป็น ยิ้ม

เสแสร้งทำเป็นว่ารู้สึกเหมือนกับคนอื่นๆ จะได้ไม่รู้สึกแปลกแตกต่าง

ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอวิศรุตถามความเห็นจากญาติสนิทสำหรับเขา อนธการยังคงมีใบหน้าเฉยชา ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกจนต้องเอ่ยถาม

ต้องรู้สึกด้วยเหรอ

คนเราก็ต้องรู้สึกสิ แบบถ้าฉันเล่าว่า เฮ้ยฉันได้ที่หนึ่งในการประกวดร้องเพลง นายก็ควรแบบ ว้าวดีใจกับนายด้วย มันเยี่ยมไปเลย จำที่ฉันสอนไม่ได้แล้วหรือไง

อนธการกำมืออีกด้านที่ไม่ได้จับกระดาษไว้แน่น วิศรุตเป็นคนสอนเรื่องพวกนี้ให้กับเขาตั้งแต่เด็ก เวลาที่เขาไม่แสดงออกว่ารักบิดามารดาเลี้ยงเหมือนกับเด็กอื่นๆ แล้วถูกมองว่าเป็นเด็กปีศาจที่มีแต่ความดำมืดในจิตใจ วิศรุตบอกเขาว่าต้องรู้จักอยู่ให้เป็น

เพราะแบบนั้นเขาถึงอยู่ในสังคมได้มาถึงทุกวันนี้

กลับไปซะ ฉันมีเรื่องต้องทำอนธการเอ่ยไล่ นี่แทบจะเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่เขาพูดประโยคนี้ใส่วิศรุต

ไม่อ่ะ ฉันมาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อ…” วิศรุตดื้อดึงไม่สนใจ

แต่อนธการลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วเดินเข้ามาจับที่แขนของเขาดึงให้ลุกขึ้น พร้อมกับลากออกไปด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่น่าเชื่อ ไม่นานก็พาอีกฝ่ายมาถึงหน้าประตูได้อย่างสบาย ประตูถูกเปิดออกด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วผลักเขาออกจากห้องได้ในทันที

ปัง

อนธการชายอ้น เปิดประตู

อนธการกดล็อกไม่สนใจเสียงเรียกที่ด้านนอกเขาเดินหน้าตาเฉยชาไปที่ครัว เปิดตู้เย็นหาของกินที่แช่เอาไว้แล้วเอาไปอุ่นไว้ในไมโครเวฟ ระหว่างรออยู่ๆ เขาก็ระเบิดตัวเองด้วยการชกเข้าที่เคาน์เตอร์ทำอาหารที่สร้างจากหินอ่อนจนกระทั่งสันนิ้วเป็นรอยแผลช้ำขนาดใหญ่พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย

ไม่ต้องมาพูดดีเลย สิ่งที่นายบอกมันโกหกทั้งนั้น

ตริ๊ง

เสียงไมโครเวฟดังเตือนว่าอาหารอุ่นเสร็จเรียบร้อยแล้วสติของอนธการถึงได้กลับมา เขาล้างมือที่อ่างล้างจาน แล้วสวมถุงมือก่อนจะหยิบอาหารออกมาวางใส่ถาดพร้อมด้วยน้ำดื่มและช้อนสั้นหนึ่งคัน ก่อนจะถือเดินไปยังห้องหนังสือที่มีประตูลับไปสู่อีกด้าน

อนธการกดรหัสแล้วดันประตูเปิดถึงได้เข้าไป แต่พอประตูปิดลงเมื่อเขามองไปยังเตียงนอนกลับไม่พบภาณุที่สมควรจะอยู่บนนั้น ชายหนุ่มกวาดตามองเกือบทั่วทั้งห้องมั่นใจว่ายังไงก็ไม่มีทางหนีออกไปจากห้องได้

มีทางเดียวที่หายไปจากห้องนี้ได้ก็คือ

อยู่ด้านหลัง

การกระทำเร็วกว่าความคิด เชือกสีแดงซึ่งใช้มัดภาณุอยู่ตลอดถูกเหวี่ยงมาคล้องลำคอของเขา พร้อมกับรัดตึงแน่นเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ถาดในมือของอนธการหล่นลงพื้นปูนแตกละเอียด อาหารเลอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ น้ำซุปร้อนๆ ที่เพิ่งออกจากไมโครเวฟลวกใส่ขาของชายหนุ่มแต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ปะปล่อยฉันไปเสียงแหบห้าวไร้พลังออกคำสั่ง

อนธการไม่ตอบอะไร แต่หันตัวเองกลับทำให้เชือกซึ่งคล้องอยู่ที่คอพันเข้าอีกรอบ สายตามองภาณุที่กล้าฝืนร่างกายตัวเองขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเขา มันทำให้นับถือความกล้านั้นอยู่ไม่น้อย เขาขยับปากพูดเพราะแรงเชือดที่รัดนั้นไม่ได้มากพอจะทำให้หายใจไม่ออกหรือพูดไม่ได้

เก่งมาก…” อนธการเอ่ยชม ก่อนจะเอ่ยออกความคิดเห็นกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังกระทำอยู่ รู้ไหม ถ้าเป็นวันอื่น ฉันก็คงยอมปล่อยนายไป ในฐานะที่สามารถฝืนร่างกายและจิตใจตัวเอง ให้ลุกขึ้นแล้วกล้าเอาเชือกรัดคอฉันแบบนี้ได้

ยะ...อย่าคิดว่าฉันไม่กล้า

อ๋อแน่นอนสิ กล้าอยู่แล้วอนธการไม่กลัวคำขู่นั้น

ไม่สิตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาต้องการก็คือการปลดปล่อยจากความโกรธเกรี้ยวที่เกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ และจริงๆ แล้วภาณุก็คือทางเลือกนั้นของเขาก่อนที่วิศรุตจะมา ชายหนุ่มคิดว่าอาจจะยอมปล่อยอีกฝ่ายไปในเร็วๆ นี้ เพื่อไม่ให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจอย่างแน่นอนแล้ว

เขาจะไม่ยอมปล่อยภาณุไป

กดรหัสซะ ปล่อยให้ฉันกลับบ้านภาณุเพิ่มแรงดึงเชือกที่ลำคอของอีกฝ่ายให้แน่นขึ้นด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ตัวเองพอมี เพื่อกดดันให้อนธการรู้จักกลัวตายและจะได้ปล่อยเขาออกไป

บ้านเดียวที่นายมีก็คือที่นี่...ภาณุ

อนธการบอกแล้วใช้มือที่ข้างลำตัวล้วงมีดสั้นที่เขาเก็บติดตัวไว้เสมอออกมา กดสปริงแล้วยิ้มขึ้นมาทั้งที่เชือกยังรัดลำคอของเขาอยู่ ชายหนุ่มยกแขนที่มีมีดขึ้นแล้วกรีดลงบริเวณต้นคอของภาณุ จนกระทั่งเลือดแดงสดไหลทะลักออกมา


[TBC]

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น