[Yaoi] PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก END

ตอนที่ 1 : Chapter 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

PsychoPath จะร้ายให้เท่ารัก

I’m A PsychoPath?

But I love You Anyway.

Chapter 01


 

เฮ้ย... ไอ้นุ

เสียงเรียกชื่อซึ่งค่อนข้างจะดังทำให้ภานุต้องหันกลับมามอง ก่อนจะส่งยิ้มตอบให้คนเรียกด้วยความคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีแล้วยืนรอให้อีกฝ่ายเดินมาหา ชายหนุ่มรูปร่างสูงผมสีทองอร่ามตามแบบฉบับของวัยรุ่นที่ตามแฟชั่น จักรกายถือเป็นเพื่อนคนแรกๆ ในมหาลัยนี้ของเขา

เฮ้…” ภาณุยกมือขึ้นทำท่าไฮไฟว์กับเพื่อนร่วมคณะ ก่อนอีกฝ่ายจะเดินมายืนด้านข้างเพื่อเดินคู่ไปด้วยกัน จักรกายยกแขนขึ้นมาโอบไหล่เขาไว้อย่างสนิทสนม ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือเคอะเขินอะไรกับการสัมผัสตัวเพราะค่อนข้างจะสนิทกัน

จะไปกินข้าว?จักรกายใช้เสียงสูงเป็นประโยคคำถาม ในขณะที่เพื่อนของเขาก็แค่ยิ้มแล้วพยักหน้า โอเค กินอะไรดีวันนี้ชายหนุ่มเปลี่ยนไปถามเรื่องของกินแทน มันแทบจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับทุกชาตินั่นแหละ เช้ามากินอะไร กลางวันมากินอะไร เย็นมากินอะไร

อืม…” ภาณุทำท่าครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะตอบอย่างสิ้นคิดว่า อะไรก็ได้

ในโลกนี้ ไม่มีคำว่าอะไรก็ได้ คำว่า อะไรก็ได้มันไม่เหมาะจะใช้ตอบเวลาคนถามด้วยซ้ำไปจักรกายบอกเพื่อนสนิทที่ตอบได้กวนใจ ก่อนจะดึงไปร้านอาหารที่นอกมหาลัยแทนแล้วสั่งให้แทบทุกอย่าง เพราะไม่อยากเสียเวลาถามเพื่อให้โอกาสอีกฝ่ายตอบว่า อะไรก็ได้อีกครั้ง

ภาณุก็ได้แต่นั่งอมยิ้มแล้วตักเข้าปาก ระหว่างนั้นก็นั่งฟังจักรกายเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ในมหาลัยให้ฟัง ถ้าอยากรู้อะไรในมหาลัยแล้วล่ะก็...ควรจะต้องมาถามกับคนคนนี้เลย รู้ขนาดที่เขาฟังแล้วยังนึกสงสัยว่าไปแอบอยู่ตรงไหนของเหตุการณ์นั้นถึงได้รู้ลึกรู้จริงขนาดที่คม ชัด ลึก ยังต้องยอมแพ้

เออแล้วก็ไอ้นุ แกรู้หรือยัง…”

ภาณุส่ายหน้าทันที คือจริงๆ เขาไม่ค่อยรู้อะไรด้วยซ้ำ นักศึกษาที่มาจากต่างจังหวัด พูดอังกฤษได้นิดหน่อย พูดสำเนียงไทยภาคกลางไม่ชัดเลยแบบเขา แค่จะหาเพื่อนในมหาลัยก็ยังยาก แล้วจะเอาเวลาไหนไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นอีกกัน

นี่ก็ไม่ได้ว่าไอ้จักรว่า ขี้เสือกหรอกนะ

อ้าวก็รอให้เล่าก่อนดิวะ แล้วค่อยพยักหน้า

อ้าวเหรอ...ภาณุตอบแล้วก็ยิ้มตาม ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีที่ขัดการเล่าเรื่องชาวบ้านของจักรกายได้เป็นผลสำเร็จ อีกฝ่ายเกลียดนักล่ะที่ถูกขัดจังหวะแบบนี้แต่เขาก็กลัวเพื่อนจะเสียใจเลยถามต่อ ทำเหมือนสนใจมากว่าเรื่องอะไรแน่ที่กำลังจะเล่าให้ฟัง

ไหน เรื่องอะไร...เล่าต่อสิ

ไม่เล่าแล้ว ปล่อยให้อยากรู้ อยากเห็นให้ตายไปเลย

อ้าว...คนอะไรวะขี้ใจน้อยเป็นบ้า นี่ผมน้อยหรือเปล่าเนี่ยภาณุถามขำๆ ก่อนจะมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าเอาช้อนเขี่ยข้าวในถ้วยเล่น ทำหน้างอนเหมือนหมีกริซลี่ที่จับเหยื่อไม่ได้

ทำไมผมน้อยแล้วต้องขี้ใจน้อยด้วยจักรกายถามเพื่อนด้วยความสงสัย

อืมจริงๆ ก็ไม่ค่อยรู้ล่ะนะ มันเป็นประโยคที่คนโบราณชอบพูด ประมาณว่า หัวล้านใจน้อยซึ่งคนหัวล้านจะใจน้อยทุกคนไหมก็ไม่รู้อ่ะภาณุอธิบายแบบงูๆ ปลาๆ เอาจริงๆ ว่าจะให้มานั่งอธิบายสำนวนคนโบราณที่พูดต่อๆ กันมาแบบไม่มีความหมายแท้จริงได้ยังไง

เออแฮะรู้สึกว่าช่วงนี้ผมจะร่วงบ่อยอยู่เหมือนกันล่ะนะจักรกายว่าแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้ที่ศีรษะ พร้อมกับมองดูเส้นผมสีทองที่ร่วงลงมาใส่แขนอีกข้างต่อหน้าต่อตา ก่อนจะเป่าให้หล่นลงพื้นไปแบบไม่ไยดี

ฉันว่ามันเพราะนายขยันเปลี่ยนสีผมต่างหากภาณุแก้ความเข้าใจผิดๆ ของอีกฝ่าย

นั่นก็จริงอีกจักรกายไม่เถียงต่อแถมยังยอมรับความจริง ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเล่าเรื่องที่ค้างไว้อีกรอบ ถึงอยากจะแกล้งให้นายอยากรู้ แต่ฉันอยากเล่ามากกว่าเขาบอกตามตรงถ้าไม่ได้เล่าเรื่องนี้คิดว่าคืนนี้น่าจะนอนหลับไม่สนิท หรือตายไปก็คงตายแบบลืมตา

อ่ะนั้นก็เล่ามา พี่ยังไหว

คืองี้ในมหาลัยเรา คนดังที่แบบทุกคนต้องรู้จักน่ะมันมีนะ เหมือนเดินไปแล้วถามสักคนว่า รู้จักคนนี้ไหมถ้าไม่ดังจริงมีเหรอคนจะตอบว่ารู้จัก แบบเก้าในสิบคนเลยที่แบบถามแล้วร้อง อ๋อขึ้นมาจักรกายเกริ่นเรื่องให้ภาณุฟัง แต่อีกฝ่ายรีบบอก

เอาแต่เนื้อเลยได้ไหม เดี๋ยวต้องเข้าเรียนอีกหลายวิชาภาณุรู้ล่วงหน้าเลยว่าเรื่องนี้จะยาว มองจากนาฬิกาแล้ว ถ้ายังไม่เข้าเนื้อเรื่องสักทีมีหวังเข้าเรียนไม่ทันแน่

โอเค คนดังของมหาลัยเราจะเป็นใครไปได้ นอกจากคุณชายอนธการ

ภาณุหยุดเคี้ยวแล้วทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะถอนหายใจออกมา

ใครนะ

วอทคนดังของมหาลัยเรา อัจฉริยะไอคิวร้อยเจ็ดสิบ หม่อมราชวงศ์อนธการไง นายไปอยู่ไหนมาภาณุจักรกายทำหน้างุนงงสุดขีดเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนที่ดูจะไม่รู้จักจริงๆ ก่อนจะชะโงกตัวแล้วกระซิบบอกต่อหน้าอีกฝ่ายว่า นี่อย่าไปบอกใครนะว่ารู้จักกับฉัน

“เชียงรายภาณุตอบหน้าตาย ก่อนจะพูดต่อ ทำไมล่ะ ฉันอาจจะเป็นคนที่สิบที่ไม่รู้จักคุณชายอนธการคนนี้ก็ได้ไง ก็นายว่าเก้าในสิบคนต้องรู้จัก จะแปลกอะไรถ้าฉันจะเป็นหนึ่งคนนั้น

นั้นฉันเล่าให้นายฟังเอง

ขอคร่าวๆ แล้วกันภาณุก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้วพบว่ามันใกล้เวลาจะเข้าคลาสเรียนแล้ว ยี่สิบนาที พอไหมอีกสิบนาทีน่าจะเข้าเรียนได้ทัน

โอเค ยี่สิบก็ยี่สิบ ถ้าไม่ทันเดี๋ยวตอนเดินไปคลาสฉันจะเล่าเพิ่มเติมเองจักรกายบอกอย่างกระตือรือร้นซึ่งแน่นอนกับการเรียนก็ไม่เคยจริงจังมากขนาดนี้ เขาเรียนรู้วิธีที่จะหาข้อมูลจากในโทรศัพท์มือถือมาใช้ประกอบการเล่า กดข้อความลงไปแค่นิดเดียวทุกอย่างที่ต้องการก็ขึ้นมา เขาหันหน้าจอให้เพื่อนสนิทดู

ภาณุมองรูปผู้ชายที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเพื่อน ก่อนจะลงความเห็นในใจว่า สมแล้วที่ถูกเรียกว่าคุณชาย ดูใบหน้าที่สมบูรณ์แบบนั่นสิ ดวงตาคมโฉบเฉี่ยวมีเสน่ห์น่าค้นหามองแล้วเหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องจ้องอยู่ตลอด เส้นผมสีดำขลับดูตัดแต่งอย่างเรียบร้อย

หม่อมราชวงศ์อนธการ อัจริยะที่อายุน้อยที่สุดในประเทศเราตอนนี้ เป็นลูกชายคนเดียวของหม่อมเจ้าฉัตรชาตรีจักรกายเล่าให้ภาณุฟังด้วยความตื่นเต้น แต่อีกฝ่ายถามกลับมาด้วยหน้าตาเฉยเมย

แล้ว…”


[TBC]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #1 ฟุยุสึกิ (@iraing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:35
    น่าสนดีค่ะ
    รออ่านนะคะ สู้ๆ(^^)
    #1
    1
    • #1-1 Bahiti26 (@Finnfin12) (จากตอนที่ 1)
      24 มีนาคม 2561 / 21:59
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ มีกำลังใจลงต่อเลย ฝากติดตามต่อไปเรื่อยๆ นะคะ
      #1-1