กัปตันร้ายพ่ายรัก (E-book มาแล้วจ้า)

ตอนที่ 69 : บทที่ 14/1 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    2 ส.ค. 63


 
บทที่ 14/1 (50%)

หลังจากที่พลอยไพลินและแดเนียลอยู่เที่ยวด้วยกันต่อที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กกันสองวันเต็มทั้งคู่ก็บินกลับมาที่กรุงมอสโกกันในเช้าวันเสาร์ด้วยสายการบิน First class ของตะวันออกกลาง และนั่งเครื่องบินส่วนตัวที่เขาสั่งให้มารอรับอยู่ที่สนามบินของกรุงมอสโกเพื่อกลับไปยังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

พลอยไพลินที่เพิ่งเคยนั่งเครื่องบินส่วนตัวเป็นครั้งแรกก็ตื่นตาตื่นใจได้ไม่เท่าไหร่ก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียเพราะตอนนี้ก็เป็นเวลากว่าค่อนคืนแล้ว

เครื่องบินส่วนตัวที่บินจากกรุงมอสโกไปยังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเวลาร่วมชั่วโมงในที่สุดก็กำลังจะ Landing ลงจอด

“พลอยไพลิน” เจ้าของเครื่องบินส่วนตัวเอ่ยเรียกคนข้างๆ เมื่อลูกเรือเดินมาแจ้งว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว

“ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว” แดเนียลเรียกคนที่นอนหลับลึกบนเครื่องบินได้ในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวอีกหลายครั้งแต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมตื่นทั้งๆ ที่ตอนนี้เครื่องได้ลงจอดเรียบร้อยแล้ว จนคนปลุกก้มหน้าลงไปฟัดแก้มนุ่มทั้งสองข้างด้วยปากและจมูกคนขี้เซาถึงจะสะดุ้งตื่น
ด้วยความที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางและเหนื่อยล้าจากการไปต่างประเทศทั้งสัปดาห์เมื่อแดเนียลและพลอยไพลินกลับมาถึงคอนโดมิเนียมของชายหนุ่มทั้งสองคนต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

เป็นพลอยไพลินอีกเช่นเคยที่ตื่นขึ้นมาก่อนเจ้าของห้อง เธอเลยเลือกที่จะเขียนโน้ตบอกเขาทิ้งไว้ว่าเธอจะไปที่คฤหาสน์ แทนการนั่งรอให้เขาตื่นนอนหรือโทรไปบอกเขาตอนนี้

‘ฉันขออนุญาตเอาของฝากไปให้คุณผู้หญิงที่คฤหาสน์นะคะ เสร็จแล้วจะรีบกลับค่ะ’

“อ้าวพลอยฉันคิดว่าเธอจะมาวันอื่นหรือไม่ก็อาทิตย์หน้าซะอีก มาๆ เดี๋ยวฉันช่วยถือ” แอนนาเอ่ยทักหญิงสาวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังลงมาจากรถแท็กซี่

“ตอนแรกพลอยก็นึกว่าจะตื่นไม่ไหว แต่เมื่อวานหลับบนเครื่องตลอดเลยวันนี้เลยมีแรงตื่นจ้ะ แล้วอีกอย่างพลอยก็บอกกับคุณผู้หญิงไว้แล้วด้วยว่าจะมาหาท่านวันนี้” พลอยไพลินตอบพลางยื่นของที่ตัวเองหอบหิ้วมาให้แอนนาช่วยถือ ซึ่งของทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของฝากให้กับคนที่บ้านนี้ทั้งสิ้น ครั้งแรกตอนที่เธอเลือกซื้อของฝากเธอก็หยิบมาไม่มาหยิบมาตามกำลังที่เธอซื้อไหวแต่คนหน้านิ่งที่เข้าไปกับเธอกับสั่งโน่นสั่งนี้กับพนักงานขายจนได้ของฝากแต่ละร้านเยอะแยะไปหมดแล้วก็เอาไปคิดเงินรวมถึงส่วนที่เธอเลือกหยิบเองด้วย โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า คนอยู่ตั้งเยอะแยะซื้อเท่าหยิบมือจะไปพออะไร

“งั้นเหรอ คุณผู้หญิงอยู่ห้องโน้นแหนะนั่งคุยกับคุณเคลวินได้สักพักแล้ว” แอนนาบอกพลางเดินนำพลอยไพลินไปยังห้องที่คุณผู้หญิงอยู่ตอนนี้

“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง” หญิงสาววางของฝากที่หอบหิ้วมากับแอนนาบนเก้าอี้และรีบยกมือไหว้คุณผู้หญิงของบ้านและด้วยความเคยชินเธอเลยเผลอยกมือไหว้หนุ่มรัสเซียตาสีน้ำข้าวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับคุณผู้หญิงไปด้วยแม้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปพูดกับเขาด้วยภาษาอังกฤษแล้วก็ตาม

“สวัสดีค่ะ คุณเคลวิน”

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบทักทายหญิงสาวที่เขาโชคดีได้มาเจอเธออีกวันนี้ด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพยายามยกมือไหว้ทักทายเธอตอบแบบที่เธอทำกับเขาและคุณป้า โดยท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขาในการยกมือไหว้ตอบกลับนั้นเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวตรงหน้าได้ไม่น้อย

ทั้งสามคนนั่งคุยกันได้สักพักคุณกรองแก้วก็ทิ้งให้สองหนุ่มสาวนั่งคุยกันตามลำพังโดยอ้างว่ามีธุระที่ต้องทำ แม่สื่อมือใหม่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปหาสามีของตัวเองที่สวนเรือนกระจกด้านหลังคฤหาสน์เห็นว่าเพิ่งซื้อต้นไม้ใหม่มาลงเพิ่มคงกำลังเห่ออยู่แน่ๆ

“อะไรกันคุณหญิงเห็นเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาแต่ไกลเลย” คุณทักภรรยาสุดที่รักที่เขาเห็นว่าเดินยิ้มหน้าบานมาทางนี้ตั้งแต่ไกลๆ

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะคุณ แค่ยิ้มตามประสาคนกำลังจะมีว่าที่ลูกเขย” คนเป็นภรรยาตอบออกไปตามที่แอบหวังอยู่ในใจ

“เจ้าแดนมันเป็นเกย์เหรอคุณ” คุณอีวานที่รู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าหมายถึงใครแต่ก็อดจะแซวไม่ได้

“บ้าเหรอคะคุณ ฉันหมายถึงหนูพลอยต่างหากล่ะฉันเอ็นดูแกเหมือนลูกถ้าหนูพลอยจะมีแฟน แฟนของหนูพลอยก็ต้องเป็นว่าที่ลูกเขยของเราสิคะ”

“ขนาดนั้นเชียว” คนเอ่ยแซวยังยิ้มขำไม่เลิก

“คุณนี่ก็” เธอนี่นึกอยากจะบิดเอวคนที่ไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยแถมยังมายิ้มขำเธออีกจริงเชียว

“ผมว่าเรื่องแบบนี้ปล่อยให้เด็กๆ เขาจัดการกันเองไม่ดีกว่าเหรอคุณ เผื่ออะไรๆ มันจะง่ายกว่าที่คุณคิดนะ” คุณอีวานเลิกยิ้มขำแล้วบอกภรรยาสุดที่รักไปด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม

“ง่ายอะไรล่ะคะ หนูพลอยวันๆ ก็ทำแต่งาน พ่อเคลวินเองก็เหมือนกัน ถ้าฉันไม่คอยสนับสนุนเขาสองคนมีหรือคะจะมีทางมาทำความรู้จักกันแล้วจากที่ฉันดูๆ แล้ว เคลวินเองก็ดูจะสนใจหนูพลอยของเราอยู่ไม่น้อย”

“แล้วทำไมต้องเป็นเคลวินล่ะ หนูพลอยเขาอาจจะคบหาชอบพอกับคนอื่นอยู่ก็ได้”

“คุณนี่ก็ จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงกันคะ วันๆ ฉันก็เห็นแกอยู่แค่ที่ทำงาน บ้าน แล้วก็คอนโด จะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน” จากตอนแรกเขาคิดว่าภรรยาแค่พูดเล่นๆ เรื่องที่จะเป็นแม่สื่อให้สองคนนั้นแต่พอมาวันนี้ดูท่าแล้วภรรยาเขาจะพูดจริงๆ แล้วก็ทำจริงๆ เป็นครั้งที่สองแล้วด้วย เห็นทีว่าเรื่องวุ่นวายคงจะตามมาเร็วๆ นี้แน่

“ฉันอาจจะกลับค่ำสักเล็กน้อยนะคะพอดีคุณผู้หญิงชวนทานข้าวเย็นค่ะ” พลอยไพลินกดส่งข้อความไปหาแดเนียลเมื่อคิดว่าวันนี้น่าจะกลับค่ำกว่าที่คิดเพราะว่าคุณผู้หญิงชวนเธอและเคลวินให้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกัน
คนที่รออยู่นานกดโทรศัพท์ไปหาคนที่ส่งข้อความมาบอกเขาเมื่อหลายชั่วโมงก่อนแต่ก็ยังไม่เห็นว่าหญิงสาวจะกลับมาสักทีทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้ว

เสียงรอสายดังอยู่สักพักใหญ่ๆ ในที่สุดปลายสายก็กดรับ

“ทำอะไรอยู่” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปทันทีเมื่ออีกฝ่ายรับสาย

“กำลังจะกลับค่ะ” หญิงสาวที่โดนโทรตามบอกไปตามตรงเพราะเธอเพิ่งเข้าไปช่วยคนรับใช้ในคฤหาสน์ล้างจานเสร็จพอดี

“ดึกแล้วให้คนขับรถที่บ้านขับมาส่ง ห้ามขึ้นแท็กซี่” คนปลายสายสั่งมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คล้ายไม่ใส่ใจอะไร

“เอ่อ คือว่าถ้าคุณผู้หญิงให้คุณเคลวินไปส่งจะได้ไหมคะ” หญิงสาวกลั้นใจถามออกไปเพราะถ้าไม่บอกเขาเธอกลัวว่าเขาจะคิดว่าเธอไปอ่อยผู้ชายแบบที่เขาชอบยัดเยียดให้เธอ แล้วพาลโมโหใส่เธออีก

“ไม่” ปลายสายตอบกลับมาทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด

“เอ่อ”

“รอนั่นแหละฉันจะแวะไปเอาของที่บ้านพอดี”

“คุณจะมารับฉันเหรอคะ” พลอยไพลินถามคล้ายกับไม่แน่ใจในสิ่งที่เขากำลังทำ

“ฉันก็เพิ่งจะบอกเธอไปเมื่อกี้ว่าฉันจะไปเอาของที่บ้าน ฉันแค่จะให้เธอรอกลับพร้อมฉันก็แค่นั้น” คนฟอร์มเยอะยังคงปากแข็ง

“อ๋อค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”
ติ๊ด! หลังจากพูดจบฝั่งคนที่โทรมาหาเธอก็กดตัดสายไป เธอจึงกลับไปบอกคุณผู้หญิงว่าต้องอยู่รอคุณแดเนียลที่นี่เพราะว่าเขาจะเข้ามาเอาของ ซึ่งเธอก็อ้างไปว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องงานเพราะเขาสั่งให้เธออยู่รอเขาในฐานะเลขา
 
+++++อาการแบบนี้เรียกว่าหวงได้รึเปล่านะ?????+++++
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

155 ความคิดเห็น