กัปตันร้ายพ่ายรัก (E-book มาแล้วจ้า)

ตอนที่ 64 : บทที่ 13/1 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    25 ก.ค. 63


 
บทที่ 13/1 (50%)

หลังจากที่บินด้วยสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศรัสเซียที่กรุงมอสโกแล้วแวะเปลี่ยนเครื่องต่อที่ประเทศโดฮา โดยใช้เวลาทั้งสิ้นกว่าสิบเจ็ดชั่วโมงในการเดินทาง ในที่สุดเครื่องบินแอร์บัส A350 ของสายการบินอาหรับชื่อดังก็ Landing สู่สนามบินนานาชาติ โออาร์ แทมโบ ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก จังหวัดกัวเตง

แดเนียลและพลอยไพลินบินออกจากกรุงมอสโกเวลาบ่ายสามโมงตรงและมาถึงเมืองโจฮันเนสเบิร์กเป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าของที่นี่ เพราะเวลาของเมืองโจฮันเนสเบิร์กนั้นจะช้ากว่าเวลาของกรุงมอสโกหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองคนเดินทางไปยังที่พักโดยรถของโรงแรมที่อันเดรเป็นคนติดต่อจองให้มารับถึงที่สนามบิน เมื่อนั่งรถไปสักพักรถลีมูซีนสุดหรูของทางโรงแรมก็ได้เคลื่อนตัวเข้าไปในอาณาจักร Sun city ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม The Palace of the lost city ซึ่งเป็นโรงแรมสุดหรู แต่ในความคิดของพลอยไพลินเมื่อเธอมาเห็นสถานที่จริงด้วยตาของตัวเธอเองแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลยกับรูปภาพที่เธอเห็นในอินเทอร์เน็ตเพราะมันดูงดงามอลังการกว่ามาก เธอคิดว่าโรงแรมแห่งนี้เหมือนปราสาทหรือพระราชวังมากกว่าที่จะเป็นแค่โรงแรมห้าดาว ตอนนี้เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโรงแรมแห่งนี้ถึงถูกยกให้เป็นโรงแรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้

แดเนียลให้อันเดรนั้นจองห้องสวีทสุดหรูหนึ่งห้องและห้องเดี่ยวธรรมดาอีกหนึ่งห้องเพื่อไม่ให้ใครสงสัย ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วเขาจะให้หญิงสาวที่พามาด้วยพักอยู่ห้องเดียวกันกับเขาก็ตาม

พลอยไพลินเผลอหลับไปเพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นเวลานาน เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนบ่ายๆ ก็ไม่เห็นแดเนียลอยู่ในห้องแล้ว คาดว่าเขาน่าจะออกไปทำธุระส่วนตัวที่เขาเคยพูดไว้ว่าเลขาอย่างเธอไม่จำเป็นต้องตามไป เธอรอชายหนุ่มอีกสักพักใหญ่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่กลับมาเธอก็เลยออกไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ ตามรอยบล็อกเกอร์หลายคนที่เธอค้นหาข้อมูลมาจากในอินเทอร์เน็ต เพราะจริงๆ เรื่องที่จะมาดูแนวทางการเปิดเส้นทางการบินนั้นต้องไปที่กรุงพริทอเรีย แต่นี่เขาแค่แวะมาที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กก่อนเพื่อทำธุระส่วนตัว เพราะฉะนั้นถ้าเธอจะออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเขาก็คงไม่ว่าอะไรเพราะกว่าที่จะเดินทางไปกรุงพริทอเรียก็ช่วงสายของวันพรุ่งนี้ โดยการเดินทางที่จะไปในวันพรุ่งนี้นั้นชายหนุ่มเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงแทนการเช่ารถส่วนตัวไปเอง เพราะเขาต้องการจะมาสัมผัสการเดินทางแบบจริงๆ ด้วยตัวเองว่าถ้าหากเขาจะเปิดเส้นทางการบินที่โน่นการเดินทางระหว่างเมืองสั้นๆ สะดวกสบายแค่ไหน สายการบินของเขาจะต้องมีบริการเสริมอะไรให้ผู้โดยสารระหว่างเมืองสั้นๆ ที่ต้องการจะไปขึ้นเครื่องที่กรุงพริทอเรียของสายการบินเขาหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ในเอกสารที่ทุกคนพากันสืบค้นข้อมูลมา

ภายในอาณาจักร Sun city แห่งนี้มีสถานที่ให้เที่ยวชมมากมายโดยมีรถเบนซ์ของทางโรงแรมคอยบริการรับ-ส่ง

หญิงสาวเลือกที่จะไปที่สะพาน Bridge of Time เป็นอันดับแรก เพราะที่สะพานแห่งนี้มีการจำลองแผ่นดินไหวทุกหนึ่งชั่วโมงซึ่งเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสำหรับเธอมากเพราะตั้งแต่เธอลืมตาดูโลกขึ้นมาเธอยังไม่เคยเจอแผ่นดินไหวมาก่อนเลยสักครั้ง

พลอยไพลินควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองเพื่อจะเอาขึ้นมาถ่ายรูปเมื่อเดินมาถึงรูปปั้นลิงที่อยู่หน้าทางเข้าสะพาน Bridge of Time แต่กลับไม่เจอโทรศัพท์มือถือที่ควรจะอยู่ในกระเป๋า พลันเธอก็นึกได้ว่าก่อนที่จะออกมาเธอเอาโทรศัพท์เข้าไปในห้องน้ำด้วยแล้วดันลืมหยิบออกมา โอ๊ยยยยยย อยากจะร้องไห้ ได้มาเที่ยวไกลถึงแอฟริกาใต้ทั้งทีแต่ดันลืมเอาโทรศัพท์มาด้วย จะกลับไปเอาตอนนี้อีกก็เสียเวลา เฮ้อ ไม่ถ่ายก็ได้ หลังจากโอดครวญกับตัวเองเสร็จพลอยไพลินก็เดินดูรอบๆ รวมถึงรอจนมีการจำลองแผ่นดินไหวที่สะพานเกิดขึ้นเธอจึงมุ่งหน้าไปที่ต่อไปนั่นก็คือหอคอย King’s Tower ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของโรงแรม เมื่อเธอขึ้นมาบนยอดสุดของ King's Tower ซึ่งเป็นจุดชมวิว หญิงสาวก็ตื่นตาตื่นใจเมื่อมองลงไปแล้วเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งหมดของอาณาจักร Sun city

พลอยไพลินซึมซับบรรยากาศโดยรอบปลดปล่อยอารมณ์และความเครียดทั้งหลายไปกับวิวทิวทัศน์ด้านล่างจนเวลาล่วงเลยไปได้สักพักเธอก็กลับไปยังห้องพักของเธอ ไม่รู้ว่าป่านนี้คนที่หายไปทำธุระทั้งวันจะกลับมาหรือยัง

“ไปไหนมา” คนที่กลับมาถึงที่พักได้สักพักแล้วแต่พบว่าหญิงสาวที่ตัวเองพามาด้วยไม่ได้อยู่ในห้องแถมโทรไปหาตั้งหลายสายก็ไม่ยอมรับสาย จนเขาไปเข้าห้องน้ำแล้วเห็นว่าโทรศัพท์มือถือของเธอวางอยู่ตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้านั่นแหละเขาถึงรู้ว่าเธอลืมเอาโทรศัพท์ไปด้วย ถามคนที่เพิ่งกลับมาเสียงเข้ม

“ไปเดินเล่นข้างล่างมาค่ะ” หญิงสาวที่เพิ่งเปิดประตูห้องเข้ามาตอบคำถามของคนหน้าบึ้งๆ ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาตามตรง

“เมื่อวานฉันบอกกับเธอว่ายังไง” พลอยไพลินที่เพิ่งนึกคำสั่งไร้สาระของเขาขึ้นมาได้ถึงกับหน้าเจื่อน พลางหาคำแก้ตัวที่ไม่ให้เขารู้ว่าเธอลืมคำสั่งของเขาไปซะสนิท

“ก็คุณไม่อยู่ และฉันก็คิดว่าจะลงไปแป๊บเดียว ไม่คิดว่าคุณจะกลับมานี่คะ” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบออกไป

“เธอไม่มีเบอร์โทรศัพท์ฉันหรือไง” คนหน้าบึ้งยังถามเสียงเข้มไม่เลิก

“…”

“ว่ายังไง” แดเนียลถามย้ำอีกครั้งเมื่อหญิงสาวตรงหน้าไม่ตอบคำถามนี้ของเขา

“มีค่ะ”

“แล้วทำไมถึงไม่โทรไปบอกฉันก่อน”

“ก็คุณห้ามไม่ให้ฉันโทรไปหาคุณนี่คะ ถ้าไม่ได้มีเรื่องงานหรือเรื่องด่วนจริงๆ”

“ทีหลังก็โทรไป” คนที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยบอกกับเธอแบบนั้นจริงๆ พูดกลับคำใหม่ ตอนแรกที่มีความสัมพันธ์กับเธอใหม่ๆ เขาบอกกับเธอไปแบบนั้นเพราะกลัวว่าหญิงสาวตรงหน้าจะโทรมาวุ่นวายทำตัวเรียกร้องความสนใจจากเขาเหมือนผู้หญิงบางคนที่เขาเคยเจอ แต่นี่อะไรโทรหาเขาสักครั้งก็ไม่เคยแถมเวลาเขาโทรไปหาก็ไม่ค่อยจะรับสายอีก

“เอ่อ ค่ะ” พลอยไพลินตอบรับไปอย่างงงๆ กับคำพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเขา

“มานั่งนี่สิ” แดเนียลใช้มือตบบนหน้าขาตัวเอง พลอยไพลินจึงเดินไปนั่งอย่างไม่อิดออดเพราะดูท่าแล้วว่าเขาน่าจะหายหงุดหงิดจากการที่เธอออกไปไหนโดยไม่บอกเขาแล้ว

“แล้วไปไหนมาบ้าง” เจ้าของตักแกร่งโอบแขนรอบเอวบางเมื่อเธอมานั่งบนตักเขาแล้ว

“ไปสะพาน Bridge of Time กับ King’s Tower มาค่ะ”

“อยากไปไหนอีกหรือเปล่า” แดเนียลยังคงถามคนที่ขึ้นมานั่งบนตักของเขาแล้วแต่ยังไม่ยอมหันมาสบตากับเขาเวลาพูด

“ไม่แล้วค่ะ”

“ตอนนี้บอกไม่อยากแต่ถ้าแอบหนีออกไปเที่ยวอีกทีนี้โดนหนักแน่” พลอยไพลินก้มหน้างุดกว่าเดิมเมื่อเธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

“ว่าไง อยากไปไหน” ชายหนุ่มแอบยิ้มมุมปากกับท่าทางขวยเขินของคนในอ้อมแขน จึงใช้มือข้างนึงเชยปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมาสบตากัน

“ก็แถวๆ นี้แหละค่ะ” สุดท้ายหญิงสาวก็ตอบออกไปจากใจจริง ก็เธออยากเที่ยวนี่นามาถึงแอฟริกาใต้ทั้งทีไม่รู้ว่าทั้งชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมาอีกหรือเปล่า เธออยากไปซาฟารี อยากไปดูย่านการค้า อยากไปลองทานอาหารแปลกๆ เยอะแยะไปหมด

“ถ้าเสร็จจากงานที่กรุงพริทอเรียแล้วมีเวลาเหลือฉันจะพาไป”

“จริงเหรอคะ” คำพูดที่ไม่เคยคาดหวังที่จะได้ยินจากคนตรงหน้าทำให้เธอต้องถามย้ำอีกครั้ง

“อืม”

“ขอบคุณนะคะ” พลอยไพลินดีใจที่เขาจะพาเที่ยวจนลืมตัวโผลกอดคอเขาแน่น

“เอ่อ ขอโทษค่ะ” คนที่ลืมตัวรีบคลายอ้อมกอดพร้อมกับเอ่ยขอโทษอ้อมแอ้ม

“อุ๊ย จะทำอะไรคะ” หญิงสาวที่คลายวงแขนจากรอบคอเขาได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องโอบกอดเอาไว้อีกรอบ เมื่ออยู่ๆ เขาก็อุ้มเธอขึ้น

“เหนียวตัว อยากอาบน้ำ” แดเนียลตอบสั้นๆ

“คุณเข้าไปอาบคนเดียวได้ไหมคะจะได้เสร็จเร็วๆ ฉันหิวข้าวแล้ว” คนที่รู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้พยายามพูดบ่ายเบี่ยง ก็เธอหิวข้าวจริงๆ นี่นา

“ไปถูหลังให้ฉันแป๊บเดียว” พูดจบคนเอาแต่ใจก็อุ้มหญิงสาวในอ้อมแขนเข้าไปในห้องน้ำทันที 
 
 
+++++เขามาถูหลังกันไกลถึงแอฟริกาใต้เลยเน้อออออ+++++

+++++ทำไมเงียบเหงาจังน้ออออ+++++
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

155 ความคิดเห็น

  1. #134 aranyaorchid (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 20:35
    กลัวว่ามันจะไม่แป๊บเดียวน่ะสิคะคุณพี่
    #134
    1