หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 7 : 7 - แลกเปลี่ยน re10/9/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,472 ครั้ง
    10 ก.ย. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

7 – แลกเปลี่ยน

 

                        คลื่นความแตกตื่นกระจายสู่กลางพิธีการ ความฉงนสนเท่ห์และความมุ่งร้ายราวกับคลื่นน้ำที่กระเพื่อมด้วยหินหลายสิบก้อนถูกโยนลงสระพร้อมกัน


                        “แน่ใจหรือเสียงผู้ถูกทำนายว่าจะถึงฆาตเอ่ยถามอีกครา ไม่มีกระแสล้อเล่นเจืออีก


                        “ท่านเห็นข้าชอบล้อเล่นหรือไร


                        น้ำเสียงสั่นกรุ่นๆ ดังจากเทพธิดาพยากรณ์ สตรีรับใช้รอบกายหลายคนร้องอย่างเป็นห่วง ขอให้นางกลับตำหนักเสียตอนนี้ มิเช่นนั้นอาจล้มตึงลงได้


            พลันเยว่ถิงสัมผัสได้ถึงกระแสความห่วงใยอันอบอุ่นเกินกว่าจะเป็นของคนทั่วไปห่วงหาอาทรต่อกันส่งสู่เทพธิดาพยากรณ์ กระแสนั้นโดดเด่น แต่ราวกับรู้ว่าถูกจับได้ มันจึงหายไปเหมือนไม่เคยมี


                        ทิศทางกระแสนั้น เยว่ถิงไม่อาจบอกได้ชัดว่าเป็นของจอมอสูรหรือคนเคียงข้างทั้งสอง ที่เขาคาดไว้ว่าเป็นมือขวาและซ้าย ซึ่งก็คือเจิ้งซื่อและมู่อวิ้นหลงนั่นเอง ความสัมพันธ์ของพวกเขาเหล่านี้อาจไม่ธรรมดา


                        “ภาพที่เจ้าเห็นคือสิ่งใด


                        “...”


                        เยว่ถิงไม่อาจได้ยินเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบานั้นได้ อึดใจหนึ่งที่โลหะตีตราถูกถือค้างไว้ให้ความร้อนอังยังแผ่นหลังยิ่งร้อนขึ้นอีก สุรเสียงผู้เป็นใหญ่ในพรรคดังขึ้นอย่างค่อนข้างจะไม่เชื่อนัก แต่ก็มิได้หักหน้าสตรีผู้เห็นอนาคต


อิงเอ๋อร์ คำเตือนของเจ้าข้าจะจดจำไว้ ตอนนี้พานางไปพักก่อน


                        “ไม่ต้อง!” อิงเอ๋อร์เอ่ยเฉียบขาด ข้าจะไม่ไปไหนจนกว่าท่านจะบอกมาว่าจะทำอย่างไรต่อไป


                        “คุณหนู โลหิตไหลแล้วเจ้าค่ะ!


                        “ท่านประมุข โปรดสั่งมาด้วยมู่อวิ้นหลงเอ่ยออกหน้า


เยว่ถิงเองรับรู้ได้ว่าขุนพลผู้นี้มิได้พอใจกับการรับนายบำเรอของประมุขมากเท่าไหร่ ยิ่งเมื่อคล้ายกับว่าเขาจะก่อปัญหาต่อพรรค ยิ่งไม่อาจเพิกเฉยได้


                        “เจ้าว่าอย่างไรเจิ้งซื่อธรรมดาสถานการณ์เช่นนี้คนพรรคมารมักไม่คิดมาก ฆ่าคือฆ่าตัดปัญหา ประมุขสะบั้นสวรรค์คงกำลังเสียดายเขาอยู่บ้าง ปราชญ์ลิ้นสาลิกายังคงรับคำอย่างสงบไร้อาการแตกตื่นเช่นผู้อื่น


                        “ในเมื่อข้านำมา ข้าก็ขอรับผิดชอบ


                        “อย่าลืมว่าท่านมีข้อครหาเรื่องกระต่ายตัวเก่าอยู่เสียงใครคนหนึ่งที่เยว่ถิงไม่คุ้นเคยดังขึ้น ฆ่าคือฆ่า จะมากความอะไร คุณหนูหวังไม่เคยทำนายสิ่งใดผิดพลาด ครานี้เรื่องใหญ่นัก จะปล่อยไปเป็นตัวกาลกิณีได้อย่างไร


                        “ผู้เฒ่าหู ท่านอย่าเพิ่งวู่วามเจิ้งซื่อเอ่ยเรียบๆ


                        “ข้าเห็นด้วยกับจ้าวตำหนักสาม ถึงไม่คิดว่านายบำเรอตาบอดคนหนึ่งจะทำอะไรได้ แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ท่านประมุขย่อมรู้ว่าภาพนิมิตของคุณหนูหวังก็เป็นสิ่งหนึ่งทำให้พรรคเรายิ่งใหญ่ได้อีกเสียงสนับสนุน


                        “อย่างไรก็แค่นายบำเรอ หาใหม่งามกว่านี้กี่เท่าก็ย่อมได้ อย่าให้มันเป็นอยู่อันตรายต่อท่านเลย


                        เสียงสนับสนุนจากคนในพรรคดังขึ้นกลายเป็นคำประสานเสียงดังก้องทั่วบริเวณและยังสะท้อนไปมาในศีรษะเยว่ถิง ให้ความรู้สึกประหนึ่งอยู่บนแท่นแขวนคอ


                        “ฆ่า ฆ่า ฆ่า!


                        “เงียบ


                        แค่คำตวาดหนึ่งคำก็สยบบรรดาสรรพเสียงมากมายได้หมดสิ้น ประมุขมารเริ่มมีโทสะขึ้น อากาศเย็นๆ พลันอบอ้าว กระแสปราณร้อนผ่าวรุนแรงแทรกแซงไปในอากาศ ธาตุทั้งห้าในตัวพลันรู้สึกแปรปรวน


                        “แค่คนหนึ่งคนถึงกับจะเป็นจะตาย เรียกตนว่าเป็นคนของพรรคมารได้หรือ อีกทั้งมิใช่พูดเช่นนี้เท่ากับพวกเจ้าดูแคลนข้าว่าจะดับดิ้นเพราะไอ้เด็กตัวเล็กๆ ไร้พิษสงนี่หรือไร ภาพที่อิงเอ๋อร์เห็นก็มิได้ชัดเจนว่ามันจะใช้ปราณพิฆาตหรือตวัดกระบี่สะบั้นหัวข้า การตีความนั่นแปลได้หลายอย่าง


                        “รายงานท่านประมุขทันใดนั้นมีเสียงกระโดดลงด้วยเสียงวิชาตัวเบาเบื้องหน้าเยว่ถิง ผู้ส่งสาล์นคุกเข่าประสานหมัดคำนับ เราจับตัวไอ้กระต่ายตัวเก่าได้แล้วขอรับ มันถูกคุมขังอยู่ที่หอทรมาน


                        “ดี ข้าจะไปสอบสวนมันด้วยตัวเองจอมอสูรพันศพลุกขึ้น น้ำเสียงแข็งนิ่งขึงอิงเอ๋อร์ กลับตำหนักเจ้าแล้วรักษาตัวให้ดี ข้าจะไม่พูดซ้ำสอง เลิกพิธี!”


สาวใช้พากันช่วยประคองเทพธิดาพยากรณ์อย่างเป็นห่วงเป็นไยออกไปอีกทาง นางมิได้ปริปากสิ่งใดอีก เกรงว่าตอนนี้อาการใดที่เป็นกำลังกำเริบขึ้น ได้ยินเสียงไอออกมาอย่างรุนแรงหลายครั้ง


                        “เรียนท่านประมุข...เจิ้งซื่อเอ่ยขึ้นอย่างที่มิมีใครกล้า ข้าคิดว่าควรนำนายบำเรอผู้นี้ไปขังไว้ที่หอกักขังก่อน


            “จัดการตามที่เจ้าคิดว่าเหมาะสม”


                        ยามผู้เป็นใหญ่อนุญาตด้วยเสียงห้วนสั้นก็ได้มีคนขึ้นมาดึงร่างเยว่ถิงให้ลุกขึ้น ผู้คนค่อยๆ สลายตัว แต่กระแสอารมณ์เต็มไปด้วยความเป็นอริต่อต้านต่อเขาหลังได้ยินคำทำนายนั้น


กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่แผ่นหลังยังไม่โดนเหล็กนาบ แต่กลับถูกทำนายว่าจะทำให้จอมอสูรพันศพผู้แข็งแกร่งถึงแก่ความตาย


                        เยว่ถิงถูกลากไปต่างจากตอนแรกที่ขึ้นเกี้ยวมา เสื้อผ้ายังไม่ได้สวมปิดให้เข้าที่ก็โดนเข้าโยนไปในคุก มีกลิ่นฟางเก่าๆ เหม็นอับชื้น


เด็กหนุ่มคลำประปรายคลานไปยังหน้าคุก หากหุบปากมิเอ่ยสิ่งใดความตายคงมาถึงแน่ อย่างน้อยความหวาดกลัวท่ามกลางหมู่ชนอธรรมคงกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด จากปลดปลงจะตายก็มิเป็นไรทำให้เยว่ถิงคิดว่าเขาจำต้องดิ้นรนเอาบ้าง อย่างน้อยพยายามเต็มที่ก็ตายตาหลับ เขาร้องเรียกเจิ้งซื่อ


ท่านผู้อาวุโสเจิ้ง


                        เจิ้งซื่อกำลังใกล้จะออกไป แต่ชะงักเท้าไว้


ข้า... มีเรื่องจำเป็นต้องเอ่ยกับท่าน


“เรื่องอันใด”


“เกรงว่าเอ่ยต่อหน้าผู้อื่นคงไม่เหมาะ...”


                        “พวกเจ้าออกไปก่อนปราชญ์ลิ้นสาลิกาสั่งไล่ผู้คนออกไป ก่อนจะเดินกลับเข้ามาด้วยฝีเท้าเนิบช้า หยุดห่างไปจากลูกกรงไม่มาก


ตัวข้ามิมีอำนาจตัดสินใจอะไรกับชีวิตเจ้า และหากไม่โง่เขลาเกินไป ที่แห่งนี้คือพรรคมารสะบั้นสวรรค์ จะหาผู้ผดุงความยุติธรรมย่อมไม่มี


                        เยว่ถิงคิดไตร่ตรองอย่างหนัก จึงเอ่ยออกมาช้าๆ อดีตของข้าก่อนตาบอด เคยเป็นบัณฑิตมีการศึกษาผู้หนึ่ง


                        เจิ้งซื่อเงียบ จากนั้นจึงหลุดคำออกมาหนึ่งคำรบ นึกว่าอะไร การโกหกไม่ช่วยให้เจ้ารอดหรอกนะ


                        “ข้ามิได้โกหกเยว่ถิงสะกดเสียงให้ราบเรียบมิให้แตกตื่นจนเอ่ยไม่รู้เรื่อง ทว่าทำได้ยากยิ่ง นับจากเหตุการณ์ชวนเสียขวัญเมื่อครู่


ข้า... ถึงแม้ตอนนี้ตาบอดแล้ว แต่มิได้ไร้ประโยชน์ ข้ารู้เรื่องสมุนไพรเล็กน้อย แต่สิ่งที่มั่นใจว่าค่อนข้างเชี่ยวชาญคืองานช่างและการสร้าง การบัญชี หมากล้อม หมากรุก ศาสตร์อักษรบทกลอนและการเล่นพิณ สามารถเป็นได้มากกว่านายบำเรอ


                        “เจ้ามีอะไรให้ข้าเชื่อ หรือถึงเป็นจริง สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ข้าควรขอให้ท่านประมุขไว้ชีวิตเจ้านอกจากหน้าตาที่งดงามหรือเจิ้งซื่อเอ่ยอย่างประเมิน น้ำเสียงดูสบายๆ แต่แท้แล้วแฝงด้วยความระแวดระวังทุกคำพูด


                        “หากท่านอยากทดสอบก็ย่อมได้ ได้ยินมาว่าท่านเองสนใจคบหาผู้มีสติปัญญา


                        “หืมเจิ้งซื่อน่าจะกำลังเลิกคิ้ว ใช่ ท่านประมุขก็เช่นกัน แต่ในเมื่อเจ้ามีความสามารถมากมาย ไยตกอับเป็นแค่ขอทาน


                        “ข้ามิอยากทำงานให้แก่ผู้ใด ต้องการท่องเที่ยวไปในยุทธภพเพียงเท่านั้น


                        “นับว่าเป็นนกน้อยรักอิสระโดยแท้หัวเราะหึๆ ในลำคอ ช่างเจรจามีคารมพอใช้ได้ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเติบโตขึ้นอีกสักสองสามปี ความงามของเจ้าจะเพิ่มพูนจนเป็นที่น่าหวาดหวั่นหากภาพของเทพธิดาพยากรณ์เป็นจริง...


เจิ้งซื่อเอ่ยเพียงเท่านั้น จึงสะบัดผ้าลุกขึ้น คนเราหลงใหลสิ่งใดมากไปย่อมเป็นภัย ยิ่งคนผู้นั้นเป็นผู้นำของกลุ่มคนมากมาย


                        “ท่านว่าท่านประมุขจะลุ่มหลงข้าจนต้องตายหรือ?”


                        “ข้ามิได้เอ่ยเช่นนั้นโยกโย้ทำให้สับสนดั่งสมชื่อปราชญ์ลิ้นสาลิกา เจิ้งซื่อดูเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง ข้าจะนำสิ่งที่เจ้าพูดไปพิจารณา คืนนี้ก็หลับในนี้ไปก่อนแล้วกัน


                        เจิ้งซื่อจากไปแล้ว เยว่ถิงทอดถอนใจออกมาอย่างหนักใจ เขาได้แต่เงี่ยหูฟังความเป็นไป แต่เหล่าทหารคุมคุกกลับนิ่งเงียบราวรูปปั้น กระทั่งเวลาล่วงเลยไปหลายยาม คอเขาแห้งผาก ท้องเริ่มครวญครางเบาๆ ลมหนาวก็พัดพามาอีกครา เด็กหนุ่มได้แต่ขดตัวอยู่ยังมุมหนึ่งของคุก


                        สัปหงกไปเมื่อไหร่ไม่ทราบ แต่เยว่ถิงกลับตื่นขึ้นด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ก่อนยิ่งผวาตกใจยามรู้ว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างใหญ่โตประมาณสี่ห้าคนแอบลอบเข้ามาในคุกแคบๆ


                        “ฮี่ๆ ไม่ต้องกลัว พี่ชายไม่ทำอะไรเจ้ารุนแรงหรอก


            คำพูดหื่นกระหายกับมือหยาบกร้านที่เอื้อมมากอบกุมข้อเท้าเขาแล้วลากฉุดเข้าไปใกล้ เยว่ถิงตะเกียกตะกายเตะถีบให้พ้นด้วยอารามตกใจ ทว่าถูกบิดยังข้อเท้าอย่างแรงพร้อมเสียงข่มขู่


            “ปราณใดก็ไม่มี ร่างกายก็ผ่ายผอม อย่าดิ้นรนให้เสียแรงไปเลย เจ้าคงไม่ชอบใจแน่หากพวกพี่ชายหงุดหงิด”


            ร่างใหญ่กว่าเขาหลายส่วนกระตุกร่างอย่างแรงให้ล้มนอนลง ก่อนขึ้นคร่อมคุกคาม อีกสองคนไปจับข้อมือไพล่ไว้เหนือศีรษะ ได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานสะใจ


            “อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว ให้ข้าพาไปสวรรค์สักหน่อยจะเป็นไร”


            คำหยาบต่ำช้าดังใกล้หู ลมหายใจร้อนๆ บ่งบอกความปรารถนาดำมืดชัดเจน กลิ่นกายสาบบุรุษปะปนกับกลิ่นฟางเก่าและสนิมยามนี้ชวนอาเจียนอย่างยิ่ง กระแสอารมณ์พลุ่งพล่านมากมาย ครานี้ต่อให้ท้องร้องคำรามจนตัวบิดคนเหล่าก็มิตั้งใจจะปล่อยเขาไป


            แค่คนเดียวก็มิอาจสู้ ทว่านี่มีถึงห้า เยว่ถิงส่งเสียงร้องก็ถูกตบอย่างแรงจนหน้าหัน รับรู้ถึงรสเลือดในโพรงปาก


            “บอกว่าอย่าขัดขืนดีดดิ้น! ชายบำเรออย่างเจ้าคงผ่านมานักต่อนัก แค่นี้ทำมาเป็นดัดจริต”


            มือจับบีบแน่นเข้าที่กราม อาภรณ์ท่อนบนถูกฉีกกระชากออกจากตัว หลายมือเข้าสัมผัสบนตัวพร้อมกัน


            “ผิวขาวนัก ทว่ามิได้นุ่มเนียนเท่าใด ไม่อยากคิดว่าเคยถูกลูบไล้ด้วยมือคนมาเท่าไหร่ เสียดายหน้างามๆ ของเจ้าซะจริง” ยังมีหน้าหันไปวิจารณ์ร่างกายเขากับพรรคพวก เยว่ถิงกัดเข้าที่มือของผู้ที่ปิดปากเขาอย่างแรง


            “ไอ้บัดซบนี่! ฤทธิ์เยอะนัก” ถูกตบและเตะเข้าอีก เยว่ถิงหอบหายใจตัวงอ รสสนิมของโลหิตกบปาก ช้ำในช้ำนอก แต่พยายามเอ่ยปากพูดให้ได้ แม้ขาถูกดึงให้ถ่างออก


            “ช้าก่อน! พวกพี่ชายคงมิรู้สิท่า” คำเอ่ยของเขาสร้างความฉงนได้พอสมควรแก่เหล่าชายโฉด เยว่ถิงยิ้มทั้งริมฝีปากสั่นระริก เขาจำได้แล้ว เจ้าคนเหล่านี้มีสองคนเป็นคนคอยแบกเกี้ยวพาเขาเข้าพิธี “ข้าดิ้นรนก็เพราะตัวท่านเอง”


            “หืม จะพูดอะไรกระต่ายน้อย” ถามไปมือก็ลูบลงยังต้นขาและทรวงอก เยว่ถิงสะกดอารมณ์ตนเองไว้ ข่มใจอย่างยิ่ง “ท่านได้ยินเทพธิดาพยากรณ์เอ่ยว่าท่านประมุขจะต้องตายเพราะข้า”


            “แล้วอย่างไร”


            เยว่ถิงยิ้มทั้งยังรู้สึกถึงกลิ่นเลือดตนเองอบอวลในลำคอ การเลิกดิ้นรนของเขาทำให้คนเหล่านั้นชะงักมือไป


“ไม่แปลกใจหรือ ท่านคิดว่าคนอ่อนแออย่างข้าจะมีอะไรฆ่าท่านประมุขได้”


“เจ้านี่...! จะพูดอะไรกันแน่!


“อา หรือท่านมิเชื่อคำทำนายของเทพธิดาพยากรณ์ ไม่เป็นไร หากมิกลัวตายก็เชิญร่วมรักกับข้า แต่จะเกิดอะไรกับท่านหลังจากนี้ อย่าได้ด่าว่าข้าทีหลังก็แล้วกัน ชีวิตที่มีแต่คำสาป ข้าก็อยากตายไปให้พ้นๆ เสียที จากนั้นคอยรอดูพวกท่านทีละคนเดินน้ำตานองหน้าเข้ามาในประตูปรโลก”


“ท่านประมุขคงแค่หลงใหลเจ้าจนตาย มิได้มีอะไรมากกว่านั้น!” หนึ่งในนั้นเผลอเอ่ยออกมาเสียงกร้าว แต่เริ่มลังเลใจแล้ว “เจ้าก็แค่พูดเอาตัวรอด”


“หึ” เยว่ถิงส่งเสียงเยาะ ทำท่าทีเป็นไม่กลัว “ในอนาคต ขนาดจอมอสูรพันศพยังหลงใหลข้าจนต้องสิ้นชีพ แล้วคิดว่าพวกท่านเป็นใคร? ยอดยุทธ์หนึ่งในใต้หล้าหรือ จะบอกให้ว่าอดีตของข้าก่อนถูกนำมาเป็นนายบำเรอ แท้แล้วถูกขายจากหอนายโลมเพราะลูกค้าคนใดที่ร่วมรักกับข้าแล้วล้วนตายตกตามกันอย่างประหลาด”


บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป กลุ่มรุมกินโต๊ะเบื้องหน้าเริ่มสับสน เยว่ถิงสาบานได้ว่าไม่เคยโกหกได้คล่องปากเท่านี้มาก่อนในชีวิต เอาจริงๆ ก็ดันมีความสนุกสะใจเล็กๆ ในความกลัว


“แม่เล้าเกลียดและกลัวข้ามากจึงได้ขับออกจากหอนายโลม บังเอิญวันนั้นกระต่ายตัวเก่าของนายท่านหนีไป ผู้อาวุโสเจิ้งพบข้าพอดี คิดว่าเป็นขอทานธรรมดาแต่มีรูปโฉมดีจึงได้ให้ท่านประมุขใช้ชั่วคืน” หัวใจเยว่ถิงเต้นกระหน่ำแทบหลุดจากอก ปากพ่นเรื่องราวไม่หยุด “พวกท่านเองยังชมข้าไม่ขาดปากมิใช่หรือว่างามนักหนา ท่านประมุขโปรดข้ามากอย่างไม่เคยมีมาก่อน จนคนในพรรคมารถึงกับหวาดกลัวกันมากมาย”


เด็กหนุ่มหลับตา ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทิ้งตัวลงไม่ฝืนต้าน


“ยอมบอกถึงเพียงนี้ หากถ้าอยากลิ้มลองน้ำผึ้งพิษก่อนตายก็มิเป็นไร ข้าจะได้สนุกด้วย”


“จริงของมัน... ที่มันพูดมามีเหตุผล” ชายเหล่านั้นกระซิบกระซาบปรึกษากัน เริ่มปอดแหก “คืนนั้นที่กระต่ายนั่นหนีไป ได้ยินว่าท่านประมุขโมโหถึงกับฆ่าพวกที่เฝ้าเรือนเร้นจันทร์จนหมด แต่พอไปพบเจ้าเด็กนี่ กลับอารมณ์ดีถึงกับอุ้มมันออกมาหาข้าวปลาให้กิน ไม่นับครั้งผู้อาวุโสเจิ้งและผู้อาวุโสมู่ทะเลาะวิวาท ก็อุ้มมันติดตัวออกมาด้วย”


“ไหนจะชุดแดงปักกระเรียน ไหนจะปิ่นเครื่องประดับ ไหนจะให้สามแม่เฒ่าไปช่วยตกแต่ง ยังไม่กี่วันก็โปรดปรานถึงขนาดนี้...”


ปัง!!


เสียงประตูดังลั่น เหล่าชายฉกรรจ์ร้องสะดุ้งพร้อมหันควับ เมื่อพบว่าเป็นใครก็ตื่นกลัวรีบทรุดลงหมอบพร้อมกัน


“คะ คำนับเทพธิดาพยากรณ์ คำนับผู้อาวุโสเจิ้ง”


“ไสหัวไป” อิงเอ๋อร์เอ่ยเย็นๆ เหล่าคนเหล่านั้นรีบเร่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เยว่ถิงดึงเศษผ้าขาดที่เหลือพยายามปกปิดส่วนสำคัญ แต่รู้สึกได้ถึงเสื้อคลุมตัวใหม่ที่ถูกโยนลงปิดกายจากเจิ้งซื่อ


เยว่ถิงกำเสื้อผ้านั้นแล้วดึงห่อตัวด้วยมือสั่นเทา เงยหน้าขึ้น “พวกนั้นเป็นคนของท่านหรือ”


“ไม่ใช่” คาดว่านางคงยิ้มเหยียดอยู่ “ข้าแค่รู้ว่ามันรวมหัวกันคิดจะทำอะไร จึงเบิกทางให้ก็เท่านั้น”


“แล้วท่านช่วยเหลือข้าเพื่ออะไร?” เยว่ถิงพอเดาสถานการณ์ได้ แท้แล้วนางและเจิ้งซื่ออาจคอยดูอยู่ตั้งแต่ต้นจนจังหวะหนึ่งถึงเลือกเข้ามา


“เพื่อสั่งสอนเจ้าว่าผู้ที่มีเพียงความงามทว่าอ่อนแอต้องทรมานกับโลกใบนี้แค่ไหน แต่ดูท่าเจ้าไม่ได้มีแค่ความงาม นั่นยิ่งทำให้เจ้าอันตราย คราแรกกะให้เจ้ารู้ถึงความหยาบของบุรุษเสียจึงจะปล่อยไป ทว่าเป็นเช่นนี้กลับต้องคิดใหม่ การโกหกพกลมของเจ้ายังแทบทำให้ข้าเชื่อสนิทใจ”


“ภาพที่ท่านเห็นคือสิ่งใดกันแน่ ข้าหรือจะฆ่าประมุขพรรคมารได้”


“เจ้าจะสร้างความขัดแย้งระหว่างพรรคเราและพรรคสุริยันพันแสง ท่านประมุขตายเพราะปกป้องเจ้า ข้าเองมิอยากเชื่อนิมิตตัวเองนัก แต่สิ่งที่เห็นไม่เคยผิดพลาด”


พรรคสุริยันพันแสงคือหนึ่งในเจ็ดพรรคใหญ่แห่งฝ่ายธรรมะ เป็นปรปักษ์ต่อพรรคสะบั้นสวรรค์เรื่อยมา แม้มิได้ยินข่าวว่าปะทะกันจริงจัง แต่เขม่นกันในยุทธภพมานาน มักมีการปะทะย่อยๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง


เขาไม่อาจทราบได้ว่าตนจะไปเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวได้อย่างไร อิงเอ๋อร์คล้ายมิอยากขยายความอีก เยว่ถิงจึงเปลี่ยนเรื่อง


“ท่านสามารถทำนายชะตาได้อย่างแม่นยำจนคนในพรรคเชื่อถือไม่กังขา หรือว่าอาการเจ็บป่วยนั้นแลกมาด้วยศาสตร์การฝึกฝนเคล็ดคัมภีร์รู้ฟ้าหยั่งชะตาดิน”


อิงเอ๋อร์คล้ายประหลาดใจคาดไม่ถึง “เจ้ารู้จัก?”


            “ข้าแค่เคยได้ยินเรื่องยอดคัมภีร์การทำนายชะตาฟ้าดิน ผู้ฝึกฝนต้องทนรับพลังธรรมชาติที่ไหลเวียนเข้ามา ต่อให้มีร่างกายแข็งแรงก็จะต้องเจ็บป่วยด้วยอาการโลหิตไหลจากทวารทั้งห้า ต้องรับประทานโอสถตลอดเวลาจึงจะอยู่รอด แลกด้วยการหยั่งรู้อนาคตเป็นภาพนิมิตอย่างแม่นยำ ทว่า... ท่านน่าจะยังควบคุมมันไม่ได้ดีพอกระมัง?”


            “...เจิ้งซื่อ บางทีที่เด็กนี่เอ่ยว่าเป็นบัณฑิตอาจจริง เรื่องนี้มิใช่คนทั่วไปก็รู้ได้ ต้องศึกษาเรื่องราวต่างๆ ในยุทธภพมาพอสมควร ทั้งแค่ฟังเสียงกลับสัมผัสได้ว่าอาการป่วยข้ามาจากรู้เคล็ดวิชาใด ถือว่าน่าประทับใจ”


            “เช่นนั้น เขาอาจมีประโยชน์พอๆ กับเป็นอันตรายต่อพรรค” เจิ้งซื่อเอ่ยเรียบๆ “ท่านคิดจะทำอย่างไร”


            “ท่านว่า ความงดงามของข้าจะเป็นอันตรายใช่หรือไม่”


            เยว่ถิงถามขึ้นแทรก


            “ใช่ ในภาพนิมิต เจ้างดงามจนน่าตกใจ” อิงเอ๋อร์เอ่ย มีความไม่พึงพอใจเจือชัด ขัดเคืองในบางอย่างที่ลึกล้ำ บางทีอาจปนด้วยความเจ็บปวดและ... ความริษยา? “งาม... จนกุมใจบุรุษใดๆ ได้ไม่ยาก”


            “พวกท่านคงมิยอมปล่อยข้าไปโดยง่ายใช่หรือไม่”


            “ข้ามิใช่แม่พระที่ไหน หรือถึงปล่อยไป เจ้าก็ต้องตายหากไม่ได้รับยาแก้พิษอยู่ดี”


            “งั้นหากข้าสูญเสียรูปโฉมนี้ ท่านจะว่าอย่างไร”


            !


            ทั้งสองชะงักเล็กน้อย


            “ท่านว่าในภาพนั้นข้างามมาก หากทำลายใบหน้าข้าทิ้ง ก็จะทำให้ภาพนิมิตนั้นเปลี่ยนไป พื้นฐานการทำนายชะตาคือใช้เหตุที่เป็นไปในปัจจุบันแล้วดูถึงอนาคต หากเหตุตอนนี้เปลี่ยน ผลในภายหน้าย่อมเปลี่ยน แต่เดิมผู้อาวุโสเจิ้งเห็นว่าหน้าตาข้าเข้าที ท่านประมุขเองก็ชื่นชอบหน้าตาข้า เมื่อหมดความงาม คงมิมีความหมายในการเป็นนายบำเรออีก”


            ผู้ยืนรอบตัวเขาเงียบไป คงกำลังขบคิดสิ่งที่เขาจะเจรจา ก่อนอิงเอ๋อร์จะเอ่ยช้าๆ


            “ข้ารับข้อแลกเปลี่ยนของเจ้า ในเมื่อเป็นคนตาบอดคงไม่ทรมานยามเห็นหน้าตางดงามกลับกลายเป็นอัปลักษณ์ หลังจากนั้น เราจะได้รู้ว่าเจ้ามีค่าพอเป็นคนในพรรคสะบั้นสวรรค์หรือไม่”

 

 


Note*

ตอนนี้เสี่ยวอ้ายจัดบรรทัดให้สวยๆ ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ขออภัยย5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.472K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7727 natsume0000 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 17:04
    ใช่ว่านังพยากรณ์นั่นรักพระเอกหรอกนะ..ฉันว่าใช่แน่ๆ
    #7,727
    0
  2. #7698 3001mindong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 22:15
    โอ้ยยยยจะร้องไห้ ทำไมน้องต้องยอมขนาดนี้ คือเข้าใจนะมันคงดีกว่าตายไปเฉยๆ อย่างน้อยก็ได้มีชีวิตอยู่ต่อ แต่แบบฮือออ
    #7,698
    0
  3. #7624 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 19:23
    ทำไมถึงต้องขนาดนี้้้้้ ไม่นะะะะ
    #7,624
    0
  4. #7616 MCVL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 00:46
    น้องงง ฮือออออออออ
    #7,616
    0
  5. #7555 K.white wine (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 21:59
    สองคนนี้มันต้องแฮฟซัมทิงกันแน่ๆ
    #7,555
    0
  6. #7509 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:59
    โฮ เจ็บหัวใจจจ จะรันทดขนาดนั้นเลยจริงดิ่ ฮือออ
    #7,509
    0
  7. #7470 [เส้นขนในจมูกแจ็คสัน] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:37
    ตาบอดไม่พอเสียโฉมอีก รันทดจังเลยลูก
    #7,470
    0
  8. #7411 kittenO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 00:31
    ฮือออ ไม่นะ ;-;
    #7,411
    0
  9. #7388 อั จ ฉ ร า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 02:41
    แงงน้องงง เสียสละเกินไปแล้ววว แต่เข้าใจเพื่อความอยู่รอด แต่กลัวน้องเจ็บอะ!!!
    #7,388
    0
  10. #7387 neverreal (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:53
    ม่ายยย หน้าลูกชั้นนนน
    #7,387
    0
  11. #7367 Nidnoi_27359 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 17:13
    น้องไม่นะ
    #7,367
    0
  12. #7332 Jolly CCP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 15:06
    น้องงงง อย่าทำหน้าน้อง
    #7,332
    0
  13. #7215 MinRos (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:23
    เฉลียวฉลาดน่ารักน่าชังมากกก หลงรักตัวละครนี้แล้ววววว
    #7,215
    0
  14. #7196 Brem25 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:15
    ลูกแม่ งื้อออ เจ็บแน่เลย
    #7,196
    0
  15. #7187 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 08:31

    อาถิงลูกกกก หนูจะยอมแลกเกินไปมั้ย?

    #7,187
    1
    • #7187-1 Len-Night(จากตอนที่ 7)
      14 เมษายน 2563 / 19:26
      น้องไม่เคยแม้แต่หน้าตัวเอง น้องคงไม่สนใจมันเท่าไหร่หากจะเสียไปหรอกครับ
      #7187-1
  16. #7145 มิ้วแฟนแจมินไง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 19:24
    น้องค้าบ หนูจะเจ็บนะลูกกก ฮือ
    #7,145
    0
  17. #7128 Tartarinlove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:30
    ขอชมการวางเรื่อง กับการคิดพล็อตเรื่อง สนุกน่าติดตามสำนวนดีไม่น่าเบื่อด้วย
    #7,128
    0
  18. #7097 Fueled me (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 22:36
    ถะ..ถามจริงเย่วถิง แงงงงงงง
    #7,097
    0
  19. #7042 Lalazxcvbnm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 16:14

    ไม่ๆนะถ้านายเอกไม่สวยไม่มีค่าเเน่ๆข้าไม้ยออมรับคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-12.png

    #7,042
    0
  20. #7038 lilying_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 15:39

    น้องฉลาดเด็ดเดี่ยวมากลูกแม่ปลื้ม

    #7,038
    0
  21. #7027 Present (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:25
    ฉลาดชิบหาย
    #7,027
    0
  22. #6961 CAT_NUHK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:29
    ฉลาดพูดมากน้องงง
    #6,961
    0
  23. #6934 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 22:22
    แกร่งมาก ฉลาดมาก แตไม่อยากให้ทำลายรูปหน้าเลย จะไม่เจ็บหรอน่ะ แงงงงงงงง
    #6,934
    0
  24. #6917 Nuu_PaoL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 00:27
    เห็นด้วย นับถือๆ สวยไปก็เท่านั้นถ้ามันเอาอันตรายมาหาตัว รูปไม่สวยแต่สมองฉลาดดีกว่าเยอะ
    #6,917
    0
  25. #6883 orangemamalde (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:15
    น้องเด็ดเดี่ยวมาก แต่ไม่อยากให้น้องเจ็บเลย แง
    #6,883
    0