หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 52 : 50 - เคียงคู่ (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,478 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

50 – เคียงคู่ (จบ)

 

            เจ็ดปีผ่านไป...

 

            “หากต้องการต่อเติมโรงฝึกยุทธ์ยังปีกราชวังด้านขวา ข้าเห็นว่าควรตั้งห่างออกจากตำหนักกลางเสียหน่อย เพราะการฝึกยุทธ์ย่อมต้องใช้พื้นที่ ทั้งยังเกิดเสียงอันดัง เกรงว่าจะไปรบกวนเหล่าบัณฑิตขุนนางเข้า”


            บุรุษสามคนกำลังนั่งสนทนากันยังเหลาสุรา ผู้หนึ่งใช้นิ้วชี้ลงยังแผนที่ อีกสองตั้งใจฟัง แววตามีประกายเคารพเลื่อมใส


            “หากท่านอ๋องกล่าวเช่นนั้น...”


            ผู้ถูกขานนามท่านอ๋องหัวเราะพรืด


            “ท่านอ๋องอันใด!? มิใช่ท่านหรือคือท่านอ๋อง ผ่านมาเจ็ดปีแล้วยังไม่คุ้นชินอีกหรือ”


            คนถูกย้อนความเกาศีรษะแก้เก้อ “สำหรับข้า อย่างไรท่านก็คือท่านอ๋อง ข้านั้นนับว่าเป็นอะไร”


            “อ๋องแท้อ๋องเทียม อย่างไรก็นับเป็นอ๋อง เจ้าควรทำตัวให้คุ้นชินเสียที” อีกหนึ่งว่าอย่างอารมณ์ดี กรีดพัดสีขาวขึ้นโบก ดวงตาทรงเสน่ห์มีประกายกร้านโลกเสริมความมีเล่ห์เหลี่ยมให้แก่ใบหน้ายิ่งนัก


            พลันมีบ่าวไพร่ชราผู้หนึ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาขัดจังหวะ สีหน้าของเขาแตกตื่นเหมือนถูกผีหลอก


“เถ้าแก่หลี่ บัดนี้มิทราบนายน้อยซ่งกับท่านอาจารย์อู่หายไปที่ใด ข้าไปทำธุระเพียงครู่เดียวพวกเขาก็หนีหายไปเสียแล้ว!


“อีกแล้ว!? ครานี้ เห็นทีข้าคงต้องตีพวกเขาให้หนัก”


ผู้ถูกเรียกว่าเถ้าแก่หลี่ลุกพรวดขึ้น หันขวับไปประสานมือเคารพอีกสองบุรุษตรงหน้า


“ข้ามีธุระด่วน จำต้องขอตัวก่อน”


เพียงครู่เดียวนายบ่าวก็หายลับไป เหลือเพียงบุรุษสองคนที่ยังมิทันได้เอ่ยสิ่งใด ชายหนุ่มผู้แต่งกายด้วยชุดองครักษ์ซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังอดคำรามออกมาเบาๆ มิได้


“คนไร้มารยาทผู้นี้คิดว่าตนเป็นใครกัน ต่อหน้าอ้ายอ๋องและหวู่อ๋องแท้ๆ ยังกล้าลุกหนีไประหว่างกิจสำคัญ!


            อ๋องแห่งแคว้นอ้ายได้ยินก็เลิกคิ้ว กระดกนิ้วให้องครักษ์หนุ่มเลือดร้อนก้มศีรษะลงมา


            ก่อนจะประทานฝ่ามือตบป้าบเข้ายังศีรษะ องครักษ์ที่โกรธเกรี้ยวแทนนายร้องโอ๊ย ด้วยท่านอ๋องผู้นี้แต่เดิมเป็นถึงองครักษ์คนสนิทขององค์จักรพรรดิ วรยุทธ์ย่อมสูงส่ง แรงที่ส่งมาจึงไม่เบาเลย


            “ฟังให้ดี โกรธเกรี้ยวแทนข้าก็นับว่ามีความจงรักภักดีอยู่ ทว่าก็มีผู้คนที่เจ้าห้ามล่วงเกินเด็ดขาด หนึ่งคือ องค์จักรพรรดิ สองคือพระปิตุลาเฉิงกง สามคือคนผู้นี้”


            “เถ้าแก่ร้านสมุนไพรนี่หรือ?” องครักษ์ที่น้ำตาซึมร้องเสียงสูง


            อีกหนึ่งท่านอ๋องหัวเราะร่วน ดวงหน้าฉายแววระลึกความหลัง


“หากเจ้ายังไม่รู้ เถ้าแก่ร้านสมุนไพรนี่แหละเป็นผู้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษแก่องค์จักรพรรดิให้ข้า หากไม่ได้เขา ไยข้าจะยังสามารถตนเองว่าหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางได้”


“ใช่” อ๋องแห่งแคว้นอ้ายในอาภรณ์สามัญชนยิ้มกว้างขึ้น “บุรุษผู้นี้แหละที่ข้าเฟิ่งอ๋องเฟยเหยาเคารพนับถือด้วยชีวิต”

 



            เถ้าแก่หลี่รีบร้อนกลับมายังที่พัก เรือนไม้ไผ่เบื้องหน้าปลูกอยู่กลางธรรมชาติบนเนินเขา ปลีกแยกตัวออกจากความวุ่นวายในเมือง ที่แห่งนี้มีอากาศบริสุทธิ์สะอาด มวลแมกไม้ให้ร่มเงาปลอดโปร่งโอบล้อม ทั้งยังมีสวนแปลงสมุนไพรอุดมสมบูรณ์อยู่ด้านหลัง


            เรือนนี้เป็นเรือนธรรมดาสามัญ หากโจรขโมยจะขึ้นก็คงจะไม่ได้สิ่งใดไปมากกว่าเงินก้นหีบและสมุนไพรต่างๆ


            ทว่า... รอบๆ เรือนที่พักของเขา กลับมีเรือนรับรองแขกหลายหลังที่ไม่ทราบว่าผุดขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งเรือนเหล่านั้นยังหรูหราจนขัดหูขัดตาไม่น้อย


            บุรุษตาสีฟ้าสวมอาภรณ์โปล่งสีขาวนวลตา คลุมทับด้วยสีเทาฟ้าอ่อนจาง เส้นผมยาวสีดำขลับรวบเป็นมวยแล้วเสียบด้วยปิ่นไม้ สีหน้ายุ่งยากใจทำให้ริมฝีปากบิดบึนไป


            เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังเรือนหลังแรก ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้วยอารามร้อนใจ


            “ไม่ทราบวะ-


            ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้ตกใจแทบผงะ บุรุษสองคนกำลังปลุกปล้ำนัวเนียกันอยู่บนเตียง หรือจะพูดให้ถูกต้อง ฝ่ายหนึ่งเหมือนกำลังโดนกดขึง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตามริมฝีปากและลำคอเป็นรอยจ้ำขบกัด


            “มู่อวิ้นหลง!!” เจิ้งซื่อคำรามลั่นพร้อมกับยกขาถีบอีกฝ่ายจนอย่างแรง เจ้าของชื่อขดงอตัวเพียงนิดแต่ยังไม่ลุกจากการเกาะกุม เพียงหันกับผู้เปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด


            “ข้ายังไม่ว่าง ไว้คุยทีหลังได้หรือไม่-โอ๊ย!


            เถ้าแก่หลี่เองก็มิใช่คนหน้าด้านขนาดจะเปิดประตูค้างไว้ ได้ยินเสียงต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันดังขึ้นไล่หลัง


            “กลางวันแสกๆ เลยรึ”


            ชายหนุ่มพึมพำ กระแอมไอเรียกสติกลับมาแล้ว ก่อนพาร่างตนเองเร่งร้อนมองหาต่อ


            ได้ยินเสียงเพี๊ยะวางหมากอยู่ในเรือนที่อลังการงดงามที่สุด เขาจึงเปิดประตูเข้าไป           

         

            “อีกกระดาน”


            “นี่ถ้าหากนับพนันเอาแผ่นดิน พระองค์คงเหลือเพียงวังหลวงแล้วกระมัง”


            “อย่าพูดมาก มาเล่นกันอีกกระดาน”


            บุรุษสองคนกำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่ ผู้หนึ่งงุ่นง่านหงุดหงิดที่แพ้ผ่าย อีกผู้เย้ยหยันมิกลัวตาย


            “เอ่อ...” เถ้าแก่หลี่กระพริบตามองภาพเบื้องหน้า ไปทำงานในเมืองเพียงห้าวัน ไยมีบรรดาแขกแปลกพิสดารมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านเขาได้


            “องค์ไท่เหวินหวงตี้ ศิษย์พี่ซีหลง มิทราบพวกท่านเห็น...”


            “ไม่เห็น” องค์จักรพรรดิแห่งเจ็ดแคว้นชางเหอว่าขึ้นทั้งๆ ที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาน เถ้าแก่หลี่เหลือบมองรอบกายอย่างหวาดระแวง อีกฝ่ายโบกมือไหวๆ สายตายังพิจารณากระดานหมากเคร่งเครียด “ไม่มีราชองครักษ์ที่นี่ อีกไม่นานข้าก็กลับ”


            “ทว่า หากเล่นกระดานนี้ก็ยังไม่ชนะ พระองค์ก็ควรเสด็จกลับไปได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”


            “เป็นแพทย์หลวงแต่อยากไปล้างคอกม้า ไยไม่ขอกับข้าแต่แรก”


            ซีหลงร้องเพ้ย “ทศพิธราชธรรมของหวงช่างอยู่ที่ใด!?”


            มิรู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกอันใด คนต่างศักดิ์สองผู้นี้จึงมาสนิทสนมกันได้ คล้ายหลังจากพี่ชายดอกเหมยกลับไปยังแคว้นหลวงแล้ว จึงสอบเข้าเป็นแพทย์หลวง แต่ที่ต้องตาองค์จักรพรรดิเห็นจะเป็นฝีมือหมากล้อมที่สูงส่งจนกระทั่งผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมเช่นประมุขเจ็ดแคว้นยังเอาชนะไม่ได้


            เถ้าแก่หลี่ตัดสินใจปล่อยคนเล่นหมากไป เดินไปอีกครู่หนึ่งก็แทบจะลมจับ


            “เจ้ากล้าดีอย่างไรชิงบวชไปก่อน เจ้าพระบ้า สึกแล้วมาประลองกับข้าเดี๋ยวนี้”


            “อาตมาไยต้องต่อสู้กับประสก อาตมามาที่นี่เพื่อพบน้องชายเท่านั้น”


            “กับพระกับเจ้ายังไม่เว้นรึ เจ้านี่มันเกินไปแล้ว!


            ครานี้เป็นกลุ่มบุรุษสามคน หนึ่งเป็นคุณชายเลือดร้อน หนึ่งเป็นบุรุษจอมยุทธ์ที่ดูร่อนเร่พเนจร อีกหนึ่งเป็นพระ


            บุรุษไม่คุ้นหน้าที่เถ้าแก่หลี่เคยเห็นบ้างมีนามว่า มู่หานเฟิง ได้ยินว่าเป็นคนรับใช้ติดตามคุณชายไป่อวิ๋นหลาน ส่วนอีกผู้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากคืออดีตหัวหน้ามือปราบแห่งแคว้นอ้าย เมื่อสามปีก่อนได้ตัดสินใจละทิ้งตำแหน่ง ปลงเส้นผมออกบวชละทางโลกเข้าสู่ทางธรรม


            ลองให้คู่อริได้พบปะวุ่นวายต่อกันและกันแล้ว หากสอดมือเข้ายุ่งคงมีแต่เสียเวลา เถ้าแก่หลี่จึงเลือกวทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นแล้ววิ่งผ่านไป


            “สถานที่แห่งนี้ช่างดีแท้ เป็นเนินเขาไม่สูงนัก แต่ก็สามารถเห็นทิวทัศน์ทุ่งนาเบื้องล่างได้สุดลูกหูลูกตา”


            “เห็นเป็นเช่นนั้น”


            “ท่านอาจารย์ไป่ ท่านอาจารย์ซุ่ย” เถ้าแก่หลี่ยังรู้สึกงงงวย สองบุรุษสตรีมิทราบเหตุใดมาสนทนาจิบน้ำชากันหลังสวนสมุนไพรที่บ้านของเขาได้


            “ฮูหยินนำบุตรชายเดินทางมาไกล ใคร่อยากดูรู้จักสมุนไพรแคว้นอ้ายด้วย จึงส่งจดหมายไปเชื้อเชิญข้ามา”


            หมอเทวดาซุ่ยหวางเจียเอ่ยเรียบง่าย ไป่ฮูหยินเองก็อมยิ้ม “หากตามหานายน้อยซ่งกับอาจารย์อู่ เขาไปยังทิศทางนั้น”


            เถ้าแก่หลี่ก้มขอบคุณเร็วๆ พบว่าเป็นป่าเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าอันตราย อดพึมพำออกมาไม่ได้


            “เยว่หยาง”


            เมี้ยว


            เสียงแมวร้องขานรับขึ้น ก่อนที่ร่างปราดเปรียวขนฟูจะกระโดดลงจากหลังคามาพันแข้งขาเขา


            “อ่า” เจ้าแมวเพศผู้โตเต็มวัยคลอเคลียเจ้าของอย่างรักใคร่ ผู้ร้องเรียกยิ้มแหย จะเอ่ยว่ามิได้หมายถึงมันก็ไม่อาจพูดได้ จึงก้มลงลูบหัวเกาคาง “ไว้ข้าจะมาดูเจ้า”


            เจ้าแมวร้องประท้วง อ้าปากขบยังนิ้วเบาๆ คนมองใจอ่อนยวบ จำต้องเสียงเวลาแวะให้อาหารอย่างเสียมิได้


            ยามให้อาหารเสร็จ จึงก้าวเท้ารีบรุดเข้าไปยังป่า


             ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยพรรณไม้หลากชนิดขึ้นกระจัดกระจายกัน ทว่าก็ไร้ผู้คนเข้าถึง อีกทั้งหนทางยังสูงต่ำยากแก่การสัญจรยิ่งนัก


            โชคดีเขาเคยฝึกวรยุทธิ์มา ทั้งยังพอจดจำวิชาตัวเบาอันพิสดารได้แม้จะมิค่อยได้ฝึกฝน


            ก้าวกระโดดไหววูบผ่านรากไม้ใหญ่ เงาต้นไม้วิ่งผ่านสายตา พลันได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ไม่ไกล


            นอกจากเสียงน้ำกระทบหินแล้ว ยังมีเสียงปะทะกันของคมโลหะอีกด้วย


            “นั่นแหละ! โอ้!


            เสียงตะโกนเชียร์เจื้อยแจ้วอันคุ้นเคยพาให้โล่งอก พอๆ กับที่รู้สึกฉุนกึกในใจขึ้นมา


            “เยว่หยาง!


            แผ่นหลังของเด็กชายตัวน้อยวัยเจ็ดขวบสะดุ้งโหยง ผวาหันมาพร้อมเบิกตากว้าง


            “ท่านอาจารย์อู่ ท่านตาหลี่ ช่วยข้าด้วย!


            เถ้าแก่หลี่แม้ว่องไว แต่ด้วยเสียงนำมาก่อนตัวทำให้ไม่อาจตะครุบจับเด็กชายตัวแสบที่ไวเป็นกรดได้ เสียงตะโกนวุ่นวายทำให้สองบุรุษที่กำลังประดาบกันอย่างรุนแรงหยุดมือลง


            เด็กชายก้าวไปหลบอยู่หลังร่างสูงสง่าทั้งสอง เกาะแข้งขาแล้วแอบโผล่เสี้ยวหน้ามา พอเขาเขม่นเขี้ยว เจ้าตัวดีก็หดคอเป็นเต่า บุรุษสองคนขยับตัวเข้าปกป้องทันที ทำให้เถ้าแก่หลี่ยิ่งรู้สึกโมโหควันออกหู


            “เยว่ถิง มิคิดทักทายบิดาสักครึ่งคำหรือไร?” บุรุษผมเทาตัดพ้อกึ่งตำหนิ แม้มีเหงื่อกาฬไหลเต็มร่างทว่าไม่อาจกลบรัศมีความสูงศักดิ์


            “คำนับท่านพ่อ” หลี่เยว่ถิงคำนับพอเป็นพิธี กราดสายตาคาดโทษพาลใส่บุรุษข้างๆ ที่ทำหน้าไม่รู้ร้อน “แล้วเหตุใดพวกท่านถึงมาประลองกระบี่กันอยู่ที่นี่ได้ ไหนจะนำพาเยว่หยางมาอีก บิดามารดาเขาฝากเขาไว้แก่ข้าเพื่อร่ำเรียนวิชาแพทย์มิใช่วิชาต่อยตี”


            หลังจบเหตุการณ์มากมาย เยว่ถิงเลือกสละยศอ๋อง แต่งตั้งให้ผู้ตรวจการเฟยเหยาขึ้นเป็นอ้ายอ๋องครองแคว้นอ้ายแทน หวังหลีกหนีความวุ่นวายมาเปิดร้านขายสมุนไพรธรรมดา โดยมีชิวหยางรบเร้าติดตามมาด้วย


            ชีวิตสงบสุขบ้าง วุ่นวายบ้าง แต่ก็นับว่าสงบสุขกว่าก่อนหน้านั้นอย่างมิอาจเทียบ


จนเมื่อปลายปีก่อน ซ่งเยว่หยาง บุตรชายของหัวหน้าชนเผ่าซ่งหู่ เด็กชายที่เยว่ถิงทำคลอดกับมือได้ถูกนำมาฝากไว้แกมขอร้องจากปากบิดามารดาแท้ๆ ด้วยเพราะพยศดื้อดึงจนมิมีผู้ใดในเผ่าปราบได้


            เพียงสามขวบหัดเดินหัดพูด ห้าขวบขึ้นควบขี่อาชาแล้วหัดง้างธนู หกขวบเอาชนะเด็กที่อายุมากกว่าสองเท่าอย่างขาดลอย แถมยังชอบตระเวนหนีหายไปเป็นวันๆ ให้ผู้คนปวดเศียรเวียนเกล้ากันทั่วทั้งเผ่า


จะให้ร่ำเรียนวิชาวรยุทธ์ต่อก็เกรงว่าจะโดดเด่นเก่งกล้าเกินไป จึงสรุปว่าให้มาศึกษาวิชาแพทย์แล้วฝากตัวเป็นศิษย์ของอดีตแพทย์แห่งหลวนซานเช่นเขาจะดีที่สุด


ทว่าเจ้าเด็กคนนี้ นอกจากจะไม่ยอมฝากตัวเป็นศิษย์เขาแล้ว กลับไปติดแจอู่ชิวหยาง อดีตแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายที่ปลดประจำการมาทำหน้าที่สอนวิชากระบี่ให้แก่เหล่าทหารแทน


            นอกจากชิวหยางมิปฏิเสธ ยังหัวเราะชอบใจแอบลอบสอนเพลงยุทธ์พิสดารให้ พระปิตุลาเฉิงกง บิดาเยว่ถิงพอรู้ข่าวเข้าก็ชอบแวะมาเยี่ยมเยียน เอ็นดูรักใคร่เยว่หยางประหนึ่งว่าเป็นหลานชายแท้ๆ


            “เด็กคนนี้มีลักษณะท่าทางดีมาก ฝึกปรือสักหน่อยคงเก่งกาจ อีกอย่าง จะได้รู้ไปว่าผู้ใดสมควรเป็นอาจารย์ของเขามากกว่ากัน”


            “หืม หากเยว่ถิงมิมาขัดไว้ ท่านคงพ่ายแก่ข้าให้อับอายแล้ว”


            “งั้นมาประลองกันอีกครั้ง เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแซ่อู่!


            “ท่านทั้งสองพอเถอะ”


            ผู้ใดจะคิดว่า แท้แล้วพระปิตุลาเฉิงกงกลับมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวไม่น้อย พอพบเจอชิวหยางจึงคล้ายจะหวงแหนลูกชายเช่นเขาขึ้นมาสุดหัวใจ เอาแต่จะท้าวิวาทอยู่ร่ำไปโดยมิได้ห่วงสังขารว่าล่วงเลยถึงวัยไหนแล้ว


            “ส่วนเจ้า จงมานี่”


            เยว่ถิงแปลงร่างแยกเขี้ยว เจ้าเด็กเยว่หยางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่


            “แน่จริงท่านก็จับข้าให้ได้ซี่ ถิงเอ๋อร์”


            ชิวหยางเป็นท่านอาจารย์อู่ บิดาเขาเป็นท่านตาหลี่ ส่วนเขาเป็นแค่ถิงเอ๋อร์


            หนอย


            “ข้าจะตีเจ้าให้ก้นลายแน่”


            เยว่ถิงเค้นเสียง ใช้วิชาตัวเบาแห่งบึงตำหนักเร้นลับอย่างไม่ไว้ไมตรี ทว่าจะก้าววูบเข้าจับ กลับคว้าได้เพียงชายเสื้อ เพียงพริบตาเดียวร่างเล็กจ้อยก็ถอยไปเบื้องหลังเขา


            “ฮ่าๆ ช้าไป!


            ชายหนุ่มเบิกตา หันมองชิวหยางทันควัน


            “ท่านสอนวิชาใดเพิ่มให้เขากัน”


            ชิวหยางกลอกตามองไปด้านข้าง “เพียงวิชาตัวเบาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง”


            ดูก็รู้ว่ามิใช่ศาสตร์เล็กน้อยเลย เจ้าเด็กนี่ถึงสามารถหลบหลีกวิชาของเขาได้ ทั้งๆ ที่วันก่อนยังถูกจับดิ้นไม่หลุด


ก่อนที่เขาจะอกแตกตายไปเสีย พระปิตุลาเฉิงกงก็เอื้อมมือดึงคอเสื้อของเยว่หยางไว้เหมือนจับลูกแมว


            “อย่าไปก่อกวนเยว่ถิงมากเลย ไปทานขนมกับท่านตาที่เรือนดีกว่า”


            เยว่หยางแม้ยังอยากก่อกวนเขาต่อแต่ไม่อาจต้านทานท่านตาได้ จำต้องโดนหิ้วไปโดยดี ก่อนเดินจากไป ยังมิวายใช้กระบี่ชี้ใส่ชิวหยาง “ล้างคอรอไว้ได้เลย”


            “ข้าพร้อมเสมอ”


            สองตาหลานปลีกตัวจากไป เหลือเพียงชายหนุ่มสองคนเบื้องหน้าลานน้ำตก


            “งอนหรือ?”


            “ผู้ใดงอน?”


            “เจ้า”


            “อย่าใช้คำว่างอนได้หรือไม่ โมโหหรือขุ่นเคืองจะถูกกว่าหลายส่วน”


            “แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะหายโมโหขุ่นเคือง”


            บุรุษร่างสูงสง่าเคลื่อนขยับกายเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบนริมฝีปากกับดวงตาเป็นประกายระริกดูไม่สำนึกผิดแม้แต่น้อย


            “ข้าหมายมาดไว้ว่าจะตีท่านให้หลาบจำก็คราวนี้”


            “ถ้าคนงามยอมหายงอน ให้ตีจนตายข้าก็ยอม”


            “ข้าบอกว่ามิได้งอนอย่างไร!


            ทั้งๆ ที่อยากจะเอาไม้เรียวฟาดทั้งอาจารย์ทั้งหลานให้เข็ด แต่เมื่อถูกอีกฝ่ายรุกเดินเข้ามาใกล้กลับต้องห่อไหลแล้วขยับตัวถอยเสียอย่างนั้น แก้มเริ่มขึ้นสีแดงร้อน คงเป็นเพราะความโมโหแน่แท้


            “ไม่งอนก็ไม่งอน”


            ชิวหยางหัวเราะในลำคอ รู้ตัวอีกทีเยว่ถิงก็คล้ายกับถูกกักกันอยู่ในอ้อมแขนที่ตรึงเขาไว้กับต้นไม้


            เยว่ถิงกระแอมไอ ด้วยทิฐิค้ำคอจึงกดคิ้วเอ่ยเสียงกระด้าง ผลักอกอีกฝ่ายอย่างไม่เบา


            “หลบไป”


            “ไม่คิดถึงข้าหรือ ไม่ได้พบกันเกือบเจ็ดวัน”


            “เพียงเจ็ดวันแล้วอย่างไร สองปีก็เคยจากกันมาแล้ว”


            “แต่ข้าคิดถึงเจ้า”


            ไอร้อนลามไล่ยังใบหู เยว่ถิงวางสายตาไว้ที่อื่นที่มิใช่บุรุษตรงหน้า ความอุ่นร้อนของกายอีกหนึ่งและกลิ่นอายอันคุ้นเคยทำให้สติเขาปั่นป่วน “ข้าไปทำงานมิได้เที่ยวเล่น...”


            “ข้าเที่ยวเล่น แต่ก็คิดถึงเจ้าทุกลมหายใจ”


            “ข้า...” เยว่ถิงยังใช้เรี่ยวแรงดึงใบหน้าให้ขึงตึง ก่อนกระแอมไอ “หากท่านคิดถึงจริง คงมิลืมคำเอ่ยของข้า พาเยว่หยางออกมาเที่ยวเล่นอันตรายเช่นนี้! ทั้งยังทำให้ข้าต้องวุ่นวายรีบกลับมา


            “ขอโทษ”


            คำเอ่ยกระซิบริมใบหู ปลายจมูกโด่งแตะสัมผัสเป่าลมร้อน เลือดลมของเยว่ถิงคล้ายจะโคจรผิดวิถีขึ้นมา อีกฝ่ายเหมือนได้ใจ กระซิบด้วยเสียงทุ้มแหบพร่า


            “ให้ไถ่โทษอย่างไรดี”


            ฝ่ามือโอบเอวแนบชิด เยว่ถิงต้องเม้มปากยังเบือนหน้าหนี แม้ร่างกายที่ขาดไออุ่นอันคุ้นเคยมานานจะเริ่มทรยศเจ้าของ “...อู่ชิวหยางยินดีปรนนิบัติท่านทั้งคืนเพื่อไถ่โทษ”


            ริมฝีปากแตะยังแก้มและลำคอ นุ่มนวลละมุนละไม ก่อนที่นิ้วซึ่งสร้างจากโลหะจะดึงปลายคางแล้วกดจุมพิตลง


            จุมพิตหวานนุ่มในทีแรก ก่อนค่อยๆ เพิ่มความร้อนแรงด้วยชิวหา แลกเปลี่ยนรสชาติของกันและกันจนตกอยู่ในความลุ่มหลงชั่วขณะ ตักตวงลมหายใจไว้ในห้วงสนิทชิดเชื้อ ร่างกายพาลอ่อนปวกเปียกยินยอมโอนอ่อนแต่โดยดี


            จนเมื่อคนถูกรุกรานตีแขนอีกฝ่ายไม่เบายามใกล้หมดลม คนจู่โจมจึงผละออกอย่างเสียดาย ดวงตาสีแดงทับทิมคมคายฉ่ำหวานไม่แปลรสของริมฝีปาก ก่อนจะเช็ดหยาดน้ำใสริมฝีปากของเยว่ถิง


            เห็นสีหน้ากระหยิ่มยิ้มได้ใจ เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก ครานี้ออกแรงผลักไหล่อีกฝ่ายแล้วผละออก


            ชิวหยางยอมให้เขาหลุดพ้นพันธนการ มิวายส่งเสียงหัวเราะในลำคอไล่หลัง


            “จะให้น้อยหน้ามู่อวิ้นหลงกับเจิ้งซื่อได้อย่างไร”


            ภาพชายสองคนกอดพัวพันกันดั่งมัจฉาในฤดูหาคู่ทำให้เยว่ถิงยิ่งหน้าร้อน จำต้องกระแอมไอดึงมาดเข้มที่พังไม่เหลือชิ้นดีเมื่อครู่กลับมา


            “แล้วนี่ เหตุใดผู้คนมากมายถึงมารวมกันอยู่ยังเรือนข้าได้”


            ชิวหยางยิ้ม ฉากหลังเป็นน้ำตกและมีแสงสีร่มเงายิ่งเพิ่มเสน่ห์อย่างร้ายกาจให้แก่คนผู้นี้


            “คนบางคนแม้สละยศศักดิ์แล้ว มิทราบเหตุใดยังยุ่งกับกิจธุระจนไม่มีเวลาว่างอยู่ วันหนึ่งข้าได้ยินคนผู้หนึ่งนั่งเล่นกับแมวขาวอย่างหงอยเหงา ทอดถอนใจแล้วรำพึงว่า เจ็ดปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เหล่าผู้คนที่เคยพบปะเหมือนเลือนรางในความคิดไปบ้าง หากได้พบเจออีกครั้งคงดีไม่น้อย


            เยว่ถิงอ้าปากค้างน้อยๆ แทบไม่เชื่อหูตน


            “ท่านจึงเชื้อเชิญพวกเขามา?”


            ชิวหยางยิ้มกว้างขึ้น


            “แล้วคนผู้นั้นยังมีนิสัยเสียอย่างหนึ่ง คือมักชอบจรจากเรือนไปในวันเกิดของตน จนข้าสงสัยว่า เขาลืมวันเกิดตนไปแล้วหรือไม่”


            “ที่ผู้คนมากมายรวมกัน... เป็นเพราะมางานวันเกิดข้างั้นหรือ”


            “ถูกแล้ว แขกเหรื่อมารอมากมาย เจ้าของวันเกิดจะยังหน้าบึ้งคิ้วขมวดได้หรือ”


            “ท่านนี่มัน...!


            เยว่ถิงส่งเสียงครางออกมา ไม่รู้จะทำสีหน้าใดนอกจากกระโดดเข้าใส่ชิวหยาง


            อาจเป็นเพราะขวยเขินเกินไป จึงชนอีกฝ่ายที่ตั้งท่ารับอย่างแรงจนกระเด็นตกน้ำไปด้วยกันแทนการกอดรัด


            “แค่กๆ!


            “นี่วิธีแก้เขินของเจ้ารึ” ชิวหยางหัวเราะก๊าก ตามเสื้อผ้าอาภรณ์และเส้นผมเปียกโชกไปหมด เยว่ถิงที่กึ่งนั่งกึ่งคร่อมอยู่บนตัวอีกฝ่ายยกมือขึ้นดึงแก้มบนใบหน้าหล่อเหลานั้นจนสุดแรง ชิวหยางยังไม่วายหยอกล้อ


“เมื่อก่อนเห็นแต่ก้มหน้าเขินอายน่ารัก บัดนี้กลายเป็นคนบ้าพลังไปแล้วรึ”


            “ท่านมัน... ร้ายสมกับสมญาจอมอสูรจริงๆ!


            “เป็นจอมอสูรแล้วรักหรือไม่”


            “ยังต้องถามอีกหรือ”


            “ข้าอยากฟังคำตอบ”


            เยว่ถิงงึมงำในลำคอ เสยผมที่ปรกใบหน้าขึ้น “เออ”


            “เออ?”


            “ข้ารักท่าน พอใจแล้วรึยัง”


            ชิวหยางหัวเราะจนดวงตาเป็นพระจันทร์เสี้ยว ก่อนที่จะดึงใบหน้าของเยว่ถิงลง


            แล้วแตะสัมผัสหน้าผากของเขากับหน้าผากของตน


            “ข้าก็รักเจ้า ดวงใจของข้า”


            “และจะรัก...ตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจของข้า เยว่ถิง”

           

           


-จบ-

 

 

 

100%

โอ้โห

ไม่มีคำใดจะให้กับนักอ่านที่ติดตามมาจนถึงบรรทัดนี้นอกจากขอบคุณมากๆ และรักมากๆ ค่ะ

 

เสี่ยวอ้ายเริ่มเขียนเรื่องนี้ที่ธัญวลัย ต่อมาได้ย้ายมายังเด็กดีแล้วอัพต่อเรื่อยๆ นับๆ แล้วก็สองปีได้

ระหว่างทางอาจขรุขระไปบ้าง ท้อแท้ไปบ้าง ขี้เกียจไปบ้าง หัวร้อนไปบ้าง ยังไงก็ขอโทษคนที่เขียนคำติชมมากมายที่เสี่ยวอ้ายไม่ได้ตอบ หรือตอบแต่ตอบด้วยอาการหัวร้อน สิ่งเหล่านี้จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เสี่ยวอ้ายพัฒนางานเขียนได้เป็นอย่างดี หากไม่มีคอมเม้นต์ เรื่องราวของเสี่ยวอ้ายคงออกมาไม่ได้ดีเท่านี้

 

หทัยจอมอสูร เรื่องราวของเยว่ถิงกับชิวหยาง เป็นเรื่องยาวเรื่องแรกที่เสี่ยวอ้ายเขียนจบตั้งแต่เริ่มตัดสินใจเริ่มพิมพ์ตัวอักษรลงในเวิร์ดแล้วเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต มีนิยายหลายเรื่อง เขียนๆ ลบๆ หรือไม่ก็ดองไว้ในไห การเขียนจบจึงถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเสี่ยวอ้าย

หทัยจอมอสูร ... ยังเป็นเรื่องที่เสี่ยวอ้ายคิดพล็อตจนปวดหัว หาข้อมูลมากจนต้องหยิบเท็กซ์บุ๊คของพี่ชายมาอ่าน หาหนังสือกำลังภายในมาเคี่ยวกรำ เขียนแผนภาพโยงความสัมพันธ์ตัวละครหลายครั้ง นั่งอ่านพจนานุกรมภาษาจีนของป๊าเพื่อหาคำโบราณสวยๆ นั่งดูหนังจีนกับแม่เพื่อดูฉากเรื่องราว นั่งฟังอาม่าเล่าเรื่องเมื่อยังสาวๆ ตอนก่อนมาเมืองไทยเพื่อเก็บข้อมูล บางครั้งต้องอดหลับอดนอนพิมพ์ตอนใหม่(เพราะไอเดียแล่นกลางคืน ฮา) บางครั้งต้องทนปวดตาปวดหลังกับการรีไรต์ไปหลายวัน

 

แต่

 

เสี่ยวอ้ายรู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ ที่ได้ประสบพบความรู้สึกเวลาได้ระบายความคิดที่วิ่งอยู่ในหัวออกมาเป็นเรื่องราว ความรู้สึกที่ได้บรรจงนิ้วบนแป้นพิมพ์ ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจเวลามีคนมาสกรีมงาน ความรู้สึกเมามันเวลาเม้าท์เรื่องงานเขียนและแกล้งคนอ่าน หรือกระทั่งความรู้สึกหวงงานเวลามีคนมาติว่าไม่ดีพอ สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันทั่วไปของเสี่ยวอ้าย

เสี่ยวอ้ายหลงใหลการเขียนมากจริงๆ ช่วงหนึ่งคล้ายดองไปเพราะเบื่อเลยห่างหายไปนาน แต่จนแล้วจนรอด ก็กลับมามีความรู้สึกคันมืออีกครั้งตอนนั่งบนรถบัส อยู่ดีๆ เสี่ยวอ้ายก็พรมนิ้วกับกระเป๋า นึกจินตนาการถึงคำที่อยากเขียนขึ้นมา ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่ารักการเขียนแค่ไหน ฮ่าๆ

เอาเป็นว่า... ยังมีอีกหลายเรื่องที่เปิดไว้มากมาย และมีแพลนเตรียมอัพตามอารมณ์ (ฮา) หากคิดถึงกันก็สามารถติดตามกันได้นะคะ

ส่วนเรื่องนี้ นุ้งเยว่และชิวหยาง ลูกรักของเสี่ยวอ้าย หากมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบแน่นอนค่ะ อย่าเพิ่งถอนแฟบไปไหนน

แต่แอบสปอยว่าเก็บตังค์รอได้เลยหากอยากช่วยค่าเทอมเสี่ยวอ้าย ฮี่ๆ

ขอบคุณอีกครั้งที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้และร่วมเดินทางไปด้วยกัน สนุกบ้าง ขัดใจบ้าง ได้อะไรบ้าง รู้สึกเฉยๆ บ้างยังไงรวมๆ แล้วก็ขอให้ไม่เสียดายที่อ่านจนจบนะคะ ตั้งห้าสิบกว่าตอนนี่เนอะ

ปล. ติดตามเสี่ยวอ้ายได้ที่แฟนเพจที่หน้านิยาย และทวิตเตอร์ @ybyxiaoai พร้อมสกรีมที่แท็ก #หทัยจอมอสูร ได้ค่ะ รออ่านอยู่เด้อออ

รักมากๆ

เสี่ยวอ้าย

30/1/61

 

           

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.478K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7725 DK19 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 20:30

    ขอบคุณค่ะกับนิยายดีๆ

    #7,725
    0
  2. #7719 patty Maybe (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 17:27
    ขอบคุณที่เเต่งนิยายให้อ่านนะคะสนุกมากๆเลยค่ะภาษามีความสวยงามอ่านเเล้วไม่สะดุดเลยหลงรักทั้งตัวละครเย่วถิงและชิวหยางขนาดตัวละครร้ายกาจที่ร้ายมากๆพอได้รู้ความจริงก็ใจสลายเข้าใจผิดมาทั้งหมด

    ฉากนี้เราก็ร้องไห้เลยค่ะความรู้สึกของคนที่เข้าใจผิดเคียดแค้นมานานเเต่พอได้รู้ความจริงใจมันพังมากเลย ฮื่อ แต่งได้ดีมากๆค่ะรู้เลยว่าไรท์ใส่ใจกับงานเขียนของตัวเองมากขนาดไหนทำการบ้านมาดีมากๆขอบคุณจริงๆค่ะที่สร้างสรรค์นิยายคุณภาพดีขึ้นมาให้พวกเราได้อ่านกันจะรอคอยซัพพอร์ตไรท์เสมอนะคะ ไรท์เก่งมาก❤️
    #7,719
    0
  3. #7718 crazy25240 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:09

    ขอบคุณนะคะที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ พล็อตเรื่องสุดยอดไปเลย ภาษาก็สวย ประทับใจ สนุกมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ
    #7,718
    0
  4. #7688 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 01:10
    จบแล้ววว อ่านรวดเดียวเลยค่ะ ยอมใจความวางพล็อต ฮืออ คิดได้ไง ยาวมากแต่เราก็ยังสู้ เนื้อเรื่องชวนติดตามมากค่ะ เป็นเรื่องที่พระนายไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่ไม่น่าเบื่อเลย สงสารเยว่ถิง เป็นขอทานชิลๆอยู่ดีๆ ดันต้องมาวางแผนทำเรื่องเสี่ยงตายมากมาย แล้วเหมือนเกิดมาเพื่อสวยอ่ะ แยกกันทีก็ยิ่งสวยที เก่งอีก โอ้ย อย่างเก่งแบบนางบ้าง!!
    #7,688
    0
  5. #7671 malilyy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 20:23
    นิยายสนุกมากๆค่ะอ่านรวดเดียวจบเลย เป็นกำลังใจให้ในการแต่งเรื่องอื่นต่อไปด้วยนะคะ ♥️
    #7,671
    0
  6. #7664 Nat_show (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 06:03
    ขอบคุณมากค่ะ นิยายสนุกมากค่ะ
    #7,664
    0
  7. #7661 ตวงพร (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 04:08

    ขขอบคุณที่แต่งนิยาบดีๆๆให้อ่านนะคะติดตามคะ

    #7,661
    0
  8. #7660 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 17:02
    💖💖❤️💖👍🏻👍🏻👍🏻💖💖👍🏻❤️💖👍🏻❤️👍🏻💖👍🏻❤️💖👍🏻❤️❤️❤️💖👍🏻❤️
    #7,660
    0
  9. #7659 chollaxa (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 14:01
    กลับมาอ่านรอบที่สองก็ยังชอบมากเหมือนเดิมอยู่ดี
    #7,659
    0
  10. #7654 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:50
    คือก่อนอื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกครั้งที่อ่านเรานับถือมากจริงๆค่ะ รายละเอียดของภาษา ของวัฒนธรรมต่างๆ คือข้อมูลแน่นมากๆ ละเอียดมากๆ เราอ่านไปแล้วแบบ ชุ่มชื่นใจมากๆเลยค่ะ อัดแน่นทุกตัวอักษร มีความละเอียดละเมียดในทุกคำเลยจริงๆ อ่านแล้วมันเพราะมันก้องในหู แล้วการบรรยายฉากอะไรคือสวยเหมือนไปยืนมองอยู่ตรงนั้น กลิ่นอายคือจีนที่อุดมด้วยความแบบดั้งเดิมเก่าแก่จริงๆ พูดไม่ถูกเลยค่ะ คือชื่นชมตรงนี้มากๆ แล้วก็ตัวเรื่องคือเข้มข้น วางแผนพลิกนู่นนี่ให้ลุ้นมาตลอด ถ้าไม่ติดว่ามีเขียนไว้ว่าจบดีเราอาจจะถอดใจไปแล้วนะเนี่ย55555555555 ชอบจริงๆค่ะ ขอบคุณมากๆที่ได้สร้างความประทับใจนี้ไว้ในชีวิตเรา สิ่งที่คุณไรท์สร้างขึ้นมาชิ้นนี้จะอยู่ในใจเรานะคะ
    #7,654
    1
    • #7654-1 Xiaoai(จากตอนที่ 52)
      12 กรกฎาคม 2563 / 21:43
      ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ถึงเขียนจบไปสักพักแล้วแต่พอเห็นฟีดแบคจากนักอ่านก็ใจฟู ดีใจที่สนุกและรู้สึกว่าไม่เสียดายเวลาที่ได้อ่านนะคะ ><
      #7654-1
  11. #7641 UkaUka (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 22:37
    ที่สุดในใจเราอีกเรื่องนึงเลยค่ะ รักมากกๆ รักทุกตัวละคนที่คุณเขียนเลยจริง ขนาดอ้ายอ๋องคือน่าสงสารมากเราอ่านเเล้วเห็นใจเลย เริ่มมๆ เราชอบคาเเรกเตอร์เยว่ถิงมากกๆเป็นนายเอกไทป์ที่เราชอบโคตรๆ ฉลาดเข็มแข็งอ่อนโยน มันนุ้บนิ้บอ่านเเล้วหลงน้องไปหมด เเต่ๆคุณพระเอกชิวหยางก็ดีนะ ถึงตอนเเรกเขาจะนิสันไม่ดีเท่าไรเเต่พอหลงรักน้องเท่านั้นเเหละ อิอิ5555555 เหมียนคนละคนเลยจ้าามีฉากหวานๆที่คุณเขาหยอดที่ไหร่นี่ระทวยไปหมดดด อยากเขัยนถึงตัวละครทุกตัวเลยนะคะเเต่เขียนไม่เก่งมันเเบบอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำเลย มันมีความรู้สึกผูกพันกับตัวละครด้วยเเบบพอผ่านตอนนี้เเละคิดว่าจะไม่มีตัวละครนี้เเล้ว เขาไม่ถูกพูดถึงเเล้วเราก็เส้าไงไม่รู้555555 อ่อออเราชอบตอนจบมากเลยๆๆที่มีหลายๆคนมา ใจฟูเลยยย เเต่ก็ยังคิดถึงตัวละครอีกหลายตัวที่ตายไปเหมือนกันTT /ฉากที่ชอบบบ คือเยอะมากๆ เเต่เราร้องไห้กับสองตอนคือตอนที่เจิ้งซื่อช่วยพูดกับชิวหยางเเทนน้องเยง่ที่วัดไรสักอย่างกับฉากอ่านจดหมายของเเม่น้องเยว่ถิงกับโจวหวู่ คือเเบบโอ้ยยยยยชั้นไม่ไหววปวดใจไปหมด เเค่นึกถึงยังเส้าเลยตอนนี้55555555 /ดีใจมากๆๆที่ได้มาอ่านเรื่องนี้ คุณเขียนดีมากกๆ เราจะไปตามอ่านเรื่องอื่นอีกกก รักกกกกก
    #7,641
    0
  12. #7607 thiip (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 06:25
    อ่านจบแล้ว สนุกมากจบแบบแฮปปี้มากงื้ออ
    #7,607
    0
  13. #7598 K.white wine (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:29
    จบแล้วววววว ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ สนุกมากเลย เราชอบมาก💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞
    #7,598
    0
  14. #7548 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:46
    สนุกมากก ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ❤️
    #7,548
    0
  15. #7537 wadarat (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 05:42

    สนุกมากขอบคุณมากนะคะ

    #7,537
    0
  16. #7492 Uhoh (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:06

    ชอบมากต้องมาเม้น

    #7,492
    0
  17. #7486 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:04
    ทำดีมากจริงๆค่ะ เก่งมากๆๆๆๆ เป็นเรื่องที่ดูออกจริงๆว่าคุณนักเขียนหาข้อมูลมาหนัก ใส่ใจมากค่ะ ชอบมาก ฮือ ชอบมากจริงๆ ตับเรานี่ปวดแปลบขึ้นมาเลยค่ะ ฉากหวานก็หวานกันมือจีบ ดราม่าก็ร้องไห้แบบรองน้ำตาได้หลายถัง รักนะคะ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆเลยค่ะ
    #7,486
    0
  18. #7482 IngPanita (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 01:16
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เราอ่านเรื่องนี้แล้ววางไม่ลง ไม่ได้อ่านนส.สอบแล้วววว55555
    #7,482
    0
  19. #7473 I?m fine. (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:37

    เป็นนิยานที่อ่านสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ ชอบมากกกก ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆให้อ่านนะค้าาาา <3

    #7,473
    0
  20. #7468 Bugswag (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 15:10
    คืออ่านรวดเดียวจบอยากจะบอกว่าไรท์เก่งมากที่แต่งได้ครบรสเป็นเรื่องที่สนุกและแง่มุมหลากหลายรวมไปถึงเหตุผลของตัวละครต่างๆ คือหลงรักตัวละครชิวหยางและเย่วถิงมาก รวมถึงตัวละครอื่นๆด้วย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เราจดจำและแนะนำต่อแน่ๆ ขอบคุณไรท์ที่สร้างผลงานดีๆขึ้นมากนะคะ จะรอติดตามเรื่องอื่นๆค่ะ
    #7,468
    0
  21. #7467 ForYou520 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 01:05
    รักนะคะ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ขึ้นมา เป็นกำลังให้ต่อไปสร้างผลงานอื่นๆและสนับสนุนและซัพพอร์ตต่อไปเรื่อยๆนะคะ
    #7,467
    0
  22. #7453 FACOz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:09
    สนุกมากเลย
    #7,453
    0
  23. #7452 Kimberro (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 00:24
    ชอบนิยายและพลอตของเซี่ยวอ้ายมากเลย จะติดตามต่อไปนะคะ
    #7,452
    0
  24. #7451 ya.ong (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:41
    ฮืออออ ได้อยู่ด้วยกันสักที
    #7,451
    0
  25. #7344 Deepgray (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 14:01
    อ่านมาถึงตอนนี้แล้วรู้สึกใจหายมากๆที่ต้องจาก แต่ว่าตัวละครทุกตัวยังโลดเล่นในจินตนาการตลอดไปเลย ดีใจที่ได้มาเจอเรื่องนี้ ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ เราเองก็รู้สึกคุ้มค่ากับการได้ลองเปิดใจอ่านนิยายแนวนี้ดู จะติดตามผลงานอยู่เรื่อยๆเลยนะค้าบบบ
    #7,344
    0