หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 51 : 49 - คลี่คลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,037 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

49 – คลี่คลาย

 

แด่ สตรีที่ร่ายรำกระบี่ใต้ม่านเหมย

 

            พายเรือล่องนที หวังคิดไปศึกษาวิชาปราชญ์เมธีสอบเป็นจอหงวน

            พลันมองเห็นสตรีผู้หนึ่งร่ายรำกระบี่อยู่ริมธารใต้ม่านเหมย

            มือไม้คล้ายเกียจคร้านไม่เอาความทำงาน เรือลอยช้า ข้าอดถามศิษย์พี่มิได้ ไม่ทราบนางผู้นั้นคือผู้ใด

            เหล่าบัณฑิตต่างหัวเราะ บอกว่านางคือหวังมี่อิง บุตรีเสนาบดีหวังอย่างไร งดงามใช่ไหมเล่า

            ข้าตอบว่า งดงามยิ่งกว่าสตรีคนไหน

            พวกเขาหัวเราะดังขึ้นไปอีก พากันพยักหน้า แน่แท้ว่างามล่มเมือง แต่ผู้ใดเลยจะไม่เกรงกลัวกระบี่ในมือนาง โดยเฉพาะบัณฑิตละอ่อนเพิ่งสร้างตัวอย่างเจ้า แค่ลอบมองนานเกินไป บิดานางคงสั่งให้คนมาควักลูกตาเจ้าออก

            ข้าได้ยินแต่ก็หากลัวเกรงไม่ ยังมองนางอยู่เช่นนั้น

            งดงามในวาจาของข้า มิใช่งดงามอ่อนหวานหยาดเยิ้มเช่นหญิงงามเมือง แต่หมายถึงงดงามและน่าเคารพเลื่อมใส

            ผู้อื่นบอกว่าท่าทางร่ายรำกระบี่ของนางดูดุร้ายแข็งกร้าว

            แต่ข้าคิดว่าท่าทางร่ายรำคงผ่านการเคี่ยวกรำมากมาย ถึงได้สะบัดพลิ้วพรายสวยงามถึงเพียงนี้


            จากวันนั้น ข้าก็ขยันอาสาเป็นคนพ่ายเรือให้เหล่าศิษย์ทุกวัน เมื่อยามผ่านต้นเหมย อย่างน้อยยังสามารถชมมองได้นานกว่าธรรมดาสักเล็กน้อยก็ยังดี


            วันหนึ่ง ข้าคิดว่าข้าสบตานางเข้า นางเลิกคิ้วน้อยๆ ให้ข้า ไฉนเลย ข้ากลับก้มหน้างุดแล้วพายจ้ำเอาเสียอย่างนั้น


            ข้าเก็บไปคิดฝันหลายวัน ด้วยความไม่ประสา สุดท้ายเลยตั้งใจเขียนจดหมายขออภัยฉบับหนึ่งมาหานาง

            ขออภัยที่มิอาจหักห้ามสายตาไม่ให้ลอบมองนางทุกครั้งที่พายเรือผ่าน ขออภัยที่อาจทำให้นางระคายผิวด้วยสายตา ขออภัยที่เป็นเพียงบัณฑิตไร้เดียงสาผู้หนึ่งที่ไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้คิดฝันถึงบุตรีของเสนาบดี

           



            จดหมายฉบับนี้เขียนด้วยลายมือสะอาดสวยงามประณีต สอบจอหงวนหมายถึงสอบระดับราชสำนักหรือหน้าพระที่นั่งองค์จักรพรรดิที่เป็นการสอบระดับสูงสุด ผู้มีสิทธิ์สอบก็คือผู้ที่ผ่านการสอบระดับแคว้นอ้ายมาแล้ว โจวหวู่จึงมิใช่บัณฑิตไร้เกียรติทั่วไป แต่เป็นถึง ก้งซือเยว่ถิงอ่านจบแล้วจึงหยิบอีกฉบับหนึ่งขึ้นมา

 



แด่ บัณฑิตที่ช่างขยันพายเรือ

           

            แกว่งไกวตวัดกระบี่ หมายมิให้ผู้ใดมาดูแคลนว่าเป็นเพียงคุณหนูอ่อนแอไร้กำลัง

            พลันมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งพายเรือมาตามลำน้ำ

            มิคิดสนใจประการใด เพียงแต่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา จึงอดถามสาวใช้ไม่ได้ ไม่ทราบผู้นั้นคือผู้ใด

            เหล่าสาวใช้ต่างหัวเราะคิกคัก บอกว่าเขาคือโจวหวู่ บัณฑิตหน้าหยกอย่างไร หล่อเหลาใช่หรือไม่

            ข้าตอบว่า หล่อเหลากว่านี้ข้าก็เคยเห็นมามาก

            พวกนางพากันหัวเราะดังขึ้นไปอีก พากันพยักหน้า แน่แท้ว่าท่านเคยเห็นบุรุษที่หล่อเหลามามากมาย แต่ผู้ใดเลยจะดูผุดผ่องไม่ปราะสาเช่นนี้ โดยเฉพาะคุณหนูที่คงพบปะแต่คุณชาย แม่ทัพ ท่านอ๋องมากเล่ห์

            ข้าได้ยินแต่ก็หาได้แสดงสีหน้าอันใด ร่ายรำกระบี่ต่อไป

            หล่อเหลากว่านี้ในวาจาของข้า คือหล่อเหลาด้วยรูปทรัพย์ ท่วงท่าประดิษฐ์มีแบบแผน สวมอาภรณ์อย่างดี แต่หล่อเหลาในความหมายของพวกนาง คงหมายถึงดูใสซื่อบริสุทธิ์และน่ากลั่นแกล้งกระมัง

            ผู้อื่นบอกว่าสายตาของเขาที่มองข้าดูเลื่อมใสราวกับมองเทพธิดา

            แต่ข้าคิดว่า คงหลงใหลรูปโฉมข้าดั่งบุรุษทั่วไป


            จากวันนั้น ข้ายังคงฝึกซ้อมกระบี่อยู่เสมอ เมื่อยามมีเรือผ่านมา ไม่ทราบเหตุใดข้ารู้สึกว่าต้องใช้กระบวนท่าฟาดฟันพิศดารรุนแรงขึ้นกว่าปกติ


            วันหนึ่ง ข้าคิดว่าข้าสบตาเขาเข้า เขาทำหน้าเหมือนเห็นผีแล้วก้มหน้างุด ไฉนเลย จะเป็นสีหน้าเหมือนมองเทพธิดาไปได้

            ข้ามิได้เก็บไปคิดฝัน เพียงว่างๆ ได้มีสิ่งนี้ผุดขึ้นมากวนจิตใจอยู่ สุดท้ายกลับได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง

            หลังอ่านจบ ข้าตัดสินใจให้อภัยทุกคำขออภัย แต่อย่าได้เขียนจดหมายด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนเช่นนี้อีกเลย... เพราะตอนอ่านข้าทำสีหน้าแบบหนึ่ง จนต้องสตรีรับใช้เอาไปล้ออยู่ห้าวันห้าคืน

 



            เยว่ถิงมิรู้จะบรรยายความรู้สึกของตนเช่นไรที่เห็นจดหมายโต้ตอบที่สื่อถึงความพึงใจระหว่างมารดากับชายอื่นที่ไม่ใช่บิดา

            หากอ่านอย่างปราศจากอคติ มารดาของเขามิคล้ายสตรีไร้เดียงสาที่จะถูกล่อลวง เป็นโจวหวู่ในอดีตเสียอีกที่ดูใสซื่อไร้เล่ห์กล

            ทั้งสองสื่อรู้สึกความผ่านจดหมายมากมาย สานสัมพันธ์กันแน่นเหนียวมากขึ้น พบปะกันบ้างบางครา แต่ดูจากความสะเทิ้นอายในเนื้อความแล้ว ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียล้ำเส้นเกิดขึ้น ทั้งมารดาเขาเองก็เอ่ยชัดเจน ว่าขอบคุณอีกฝ่ายที่ไม่ทำสิ่งใดล่วงเกิน

            จนเมื่อใกล้ถึงแผ่นสุดท้าย เนื้อความจึงเด่นสะดุดตาขึ้นอีก

 



            น่าเสียดาย ข้ามิอาจสอบได้จอหงวนดั่งที่หวัง แต่สอบได้ลำดับที่สามแห่งการสอบราชสำนักคือ ทั่นฮวา

ทว่ายังมีข้อดีอยู่ เมื่อมิใช่จอหงวน ข้าสามารถขอมารับราชการในแคว้นอ้ายบ้านเกิด บัดนี้นับว่าพอมีหน้ามีตาแล้ว เมื่อกลับสู่แคว้นอ้ายข้ายินดีที่จะไปสู่ขอท่านให้ถูกต้องตามพิธี

 



            หัวใจเยว่ถิงตกวูบลง อ่านความถึงตอนนี้ เขาพอแล้วรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป


            ผู้รั้งยศอ๋องหยิบจดหมายแผ่นสุดท้ายขึ้น


            ร่องรอยลายมือเป็นของมารดาเขา ทว่าตัวอักษรบางจุดเป็นฝ้าลบเลือน


            ...ด้วยหยาดน้ำ

 



            สวรรค์ไยท่านโหดร้ายเช่นนี้

            ข้าได้ยินเสียงกลองวิวาห์ร้องรำดุจผีสางเฝ้าหลอกหลอน เครื่องประทินโฉมและอาภรณ์สีแดงจัดจ้านปานปีศาจที่จะกลืนกินข้า

            บิดาบอกว่าท่านเผาตนตายในกองเพลิงไปแล้ว

            จะเอ่ยไม่เชื่ออย่างไร แต่เถ้ากระดูกก็อยู่เบื้องหน้าข้า

            คนโง่ ผู้ใดบอกว่าข้าพร้อมใจตบแต่งพระเชษฐาหลี่เจี้ยนเหวิน?

            ผู้ใดบอกว่าข้าเลือกบุรุษที่เพิ่งพานพบกันได้เพียงสามวัน?

            ผู้ใด... ดลใจท่านให้ทำเรื่องเช่นนี้กับตนเอง เพียงเพราะคิดว่าข้าทรยศต่อความรักท่าน?

            บัดนี้ ท่านไม่มา ข้ามิอาจขัดข้อง นอกจากขึ้นเกี้ยววิวาห์ไปยังแคว้นชาง

            บัดนี้ เป็นข้า ที่อยู่เพียงลำพัง

กระบี่ที่ฝึกให้เข้มแข็งนั้น มิทราบจะปกป้องใจตนเองอย่างไร

 



            เมื่ออ่านจบ เยว่ถิงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวม พรวดพราดเสียงดังไปปลุกชิวหยางให้ตื่นขึ้น


            รอบเรือนวุ่นวาย เยว่ถิงเอ่ยคำบอกลาแก่บรรดาเจ้าบ้านเร็วๆ พร้อมกับเอ่ยว่า


            “ข้าจำเป็นต้องนำหีบของมารดาไป”


            เสนาบดีตระกูลหวังในชุดนอนอ้าปากค้าง ยังคงงงงวยอยู่ในชุดนอน แต่เยว่ถิงเอ่ยเสียงเฉียบขาดไร้รอยยิ้มที่พึงปั้นอีกต่อไป


            “และข้าไม่แน่ใจว่าจะนำกลับมาคืนหรือไม่ ขอตัว”


            ไม่หยุดฟังคำร้องเรียกเบื้องหลัง ชิวหยางที่เป็นผู้บังคับม้าก็ดึงเยว่ถิงขึ้นซ้อนเบื้องหลังและเตะข้างลำตัวอาชาให้พุ่งทะยานออกไป



           

            กลางดึกค่ำคืน สองบุรุษที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมอาภรณ์เข้านอนทับด้วยเสื้อคลุมสีเข้มด้านนอกอย่างลวกๆ ได้ก้าวไปยังคุกหลวง


            “โจวหวู่!


            เยว่ถิงตะโกนลั่น แสงจากคบไฟสว่างจ้าในคุกแคบ ร่างที่นั่งพิงกำแพงคุกยกแขนขึ้นกันใบหน้าเล็กน้อย เมื่อสายตาปรับกับแสงสว่างได้ จึงเผยสีหน้ายียวน


            “มีเรื่องอันใด ท่านอ๋องกับท่านแม่ทัพถึงกับต้องมาพบข้าทั้งชุดเข้านอน”


            “...”


            ชายหนุ่มไขกุญแจเปิดคุก ก้าวเข้าไปภายใน ก่อนที่จะวางหีบจดหมายไว้เบื้องหน้าอีก


            “จงอ่านจดหมายเหล่านี้ อย่าให้ข้ามไปแม้แต่อักษรเดียว”


            เยว่ถิงเอ่ยเสียงกดต่ำ โจวหวู่เหลือบสายตามองคล้ายไม่แยแส แต่ทันทีเมื่อสังเกตเห็นอักษร ดวงตาเรียวรีก็เบิกกว้าง


            จิ้งจอกทองเอื้อมคว้าจดหมายเหล่านั้นขึ้น ทั้งยังมองดูเครื่องประดับภายใน แววเกรี้ยวกราดฉายปลาบดุจสายฟ้า


            “เจ้าเอาสิ่งเหล่านี้มาเพื่ออะไร!?”


            ผู้ดำรงยศอ๋องนิ่งเงียบไม่ตอบ เป็นแม่ทัพเอกข้างตัวที่เอ่ยเสียงกระด้าง


            “หากอยากรู้ เจ้าก็จงอ่านซะ”


            โจวหวู่มีท่วงท่าระแวงภัยอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมอ่านจดหมายโดยดี


            เมื่อไล่เรียงสายตาไปเรื่อยๆ สีหน้าขมวดเครียดเกรี้ยวกราดจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป


            กลายเป็นดวงตาเบิกถลนแทบหลุดออก ผิวซีดไร้สีเลือด ปากเปิดอ้าสั่นระริก มือที่จับจดหมายเองก็สั่นเทา


            “ไม่... ไม่จริง...”


            “ข้าเองก็เพิ่งทราบเรื่อง หีบใบนี้ไม่มีผู้ใดเปิดนับตั้งแต่มารดาข้าตาย”


            “เจ้า!โจวหวู่กำจดหมายในมือจนยับ ลุกขึ้นแล้วชี้หน้าเยว่ถิง เห็นเส้นเลือดแตกร้าวในดวงตาบ้าคลั่งเสียสติ “เจ้าสร้างมันขึ้น... เป็นเจ้า!!


            หยาดน้ำไหลลงจากดวงตาสีฟ้าอย่างเงียบเชียบ มิได้มีเสียงสะอื้นอันใด บุตรแห่งพระปิตุลายังคงยืนตระหง่านอยู่ สบดวงตากับคนอีกผู้ที่ใกล้ถึงจุดแตกดับของอารมณ์


            “...!


            “เป็นฝีมือของเสนาบดีหวัง”


            “...”


            “บิดาของมารดาข้า ตาแท้ๆ ของข้า”


            “...”


            “ส่วนสตรีที่เจ้าคลั่งแค้นนักหนา มิล่วงรู้สิ่งใดนอกจากความเจ็บปวดที่สูญเสียคนรัก”


            พลันธารน้ำสองสายก็ปะทุไหลออกจากดวงตาของเจ้าของสมญาจิ้งจอกทอง


            โจวหวู่สงบลง ดูเลื่อนลอย


            ค่อยๆ สอดมือเข้าในแขนเสื้อ นำกระดาษแผ่นเล็กที่ยับยู่และดูเก่าออกมา


            “นาง... ทิ้งสิ่งนี้ไว้ก่อนหลบหนี ระหว่างที่ข้าพยายามจะฆ่านาง”


            เยว่ถิงรับกระดาษแผ่นนั้นมา

 



            กาลเวลาผันผ่าน มิอาจพูดเต็มปากว่าข้าสุขสบายไร้กังวล แต่ก็มิได้ทุกข์ทรมาน

            บุรุษผู้นี้ดีกับข้ากว่าที่คิด แม้ข้ายังมิชอบขี้หน้าเขาเท่าใด แต่ตอนนี้... ข้าได้มีชีวิตใหม่ที่น่าทะนุถนอมในตัว

            หวังว่าท่านยังอยู่ดีในภพโน้น



           

            “มารดา... ยังคิดถึงท่านไม่เสื่อมคลาย”


            “คราแรก ข้าคิดว่านางยังกล้าเย้ยหยันข้า”


โจวหวู่เอ่ยน้ำเสียงล่องลอย สายตามองเลยเยว่ถิงและชิวหยางไปไกลแสนไกลยังที่ใดไม่ทราบ “ทั้งๆ ... ที่โกรธเกลียดนางเช่นนั้น ข้ากลับเก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้มิให้ห่างตัว”


            เรื่องราวความแค้นพัวพันอันยาวนานแต่คลี่คลาย ปมขมวดทั้งหลายได้หลุดออก


            โจวหวู่ค่อยๆ คุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง สีหน้าเหมือนวิญญาณได้จากร่างไป


            “ข้าจะมาหาเจ้าอีกครั้งยามเช้า”


            เยว่ถิงเอ่ยแผ่วเบา ก่อนจะก้าวนำชิวหยางออกจากคุก


            “เจ้าคนน่าสงสาร”


            ชิวหยางขมวดคิ้วพึมพำแผ่วขณะเดินเคียงข้าง ความแค้นอาฆาตแห้งเหือดไปเป็นความสมเพชเวทนา เยว่ถิงถอนใจเฮือกแทบหมดปอด แล้วพยักหน้า


            “น่าสงสาร แตกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าจะให้คนจับตาดูเขาไว้ มิให้คิดทำร้ายตนเอง”

           



            กลางคืนมีเรื่องให้ขบคิดคำนึง นั่งนึกเอ้อระเหยสูดดมกำยานบรรเทาอาการปวดศีรษะเพียงชั่วยาม รู้สึกตัวอีกครั้งกลับได้ยินเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ให้ต้องรีบลุกขึ้นอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และทานสำรับเช้า


            พบชิวหยางหน้าห้องหับ หน้าตาแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายไม่สดชื่นเท่าใด พอรู้ได้ว่ามิได้นอนหลับพักผ่อนเช่นกัน


            “ข้าบอกเรื่องราวแก่เสวี่ยจิน อวิ๋นหลาน และผู้ตรวจการเฟยเรียบร้อยแล้ว”


            หน้าตำหนักมีคนทั้งสามยืนรออยู่ สีหน้าเคร่งเครียด แต่มิได้มีผู้ใดกล่าวสิ่งใดออกมา


            ทั้งหมดเคลื่อนขบวนไปยังคุกหลวง เยว่ถิงถามทหารก่อนเข้าไปยังคุกแล้วได้ความว่าโจวหวู่ทำเพียงนั่งเหม่อลอยกอดหีบไม้ไว้ในอ้อมอก มิได้แตะต้องน้ำหรืออาหารเลยแม้แต่น้อย


            ไม่อาจรู้ได้สภาพจิตใจโจวหวู่ย่ำแย่เพียงใด เยว่ถิงกับชิวหยางจึงขอเป็นผู้เข้าไปสนทนาเพียงสองคน


            เสียงฝีเท้าดังกังวานในคุกเงียบสงัด โจวหวู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาบวมช้ำ ขี้ผึ้งยังใบหน้าบางส่วนหลุดลอกให้เห็นบาดแผลถูกไฟคลอก ความเงียบระหว่างพวกเขาล่องลอยเอื่อยเรื่อย แต่ผู้มาเยือนมิอยากจะเปิดปากขานคำ จนเมื่อโจวหวู่เป็นผู้ทำลายมัน


            “...ข้ามีข้อเสนอสองข้อ แลกกับการแก้ศาสตร์พิรุณเก้าเข็ม”


            เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง


            “จงว่ามา”


            “หนึ่ง ขอให้ข้าได้ไปยังเรือนของมี่อิง”


            เยว่ถิงพยักหน้ารับ


            “สอง... ขอให้ข้าได้ไปยังหลุมศพนาง”


            “เพียงเท่านี้...?”


            “เพียงเท่านี้”


            เยว่ถิงประสานสายตากับชิวหยาง ก่อนจะตกปากรับคำ “ตกลง”



 

            “ท่านอ๋อง!! เหตุใดถึงยินยอมให้คนเลวระยำไร้รากเช่นนั้นมาแปดเปื้อนเรือนของมารดาท่าน!


            เสนาบดีแห่งแคว้นอ้ายร้องเสียงดังอย่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ตนเอง บัดนี้หน้าบิดเบี้ยวไร้รอยยินดีเสแสร้งอีกต่อไป


            “ขอท่านอ๋องโปรดพิจารณาใหม่ด้วย”


            เสียงสะท้อนของคำขอให้เขาคิดใหม่อีกครั้งดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงจากบรรดาคนในตระกูลหวังที่คุกเข่าเรียงแถวกันอยู่เบื้องหน้า สีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์และท่วงท่าของพวกเขาเหล่านั้นทำให้โทสะที่ถูกกดไว้ของเยว่ถิงปะทุขึ้นมา


            ปัง!


            ฝ่ามือกระแทกโต๊ะเกิดเสียงดังจนร่างทั้งหลายสะดุ้งเฮือก


“ข้าคิดไตร่ตรองดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกให้คิดใหม่”


เยว่ถิงเอ่ยเสียงเย็น ก่อนลุกขึ้นจากบัลลังก์เอกในห้องโถงใหญ่แห่งคฤหาสน์ตระกูลหวัง สะบัดชายอาภรณ์หมายจะเดินจากไป


“ท่านอ๋อง! เป็นตายอย่างไร ข้าจะไม่ยอมให้มันผู้นั้นเป่าหูท่าน!! โปรดทบทวนอีกครั้งเถิด


เสนาบดีขวายังคงดึงดัน เอ่ยเสียงดังแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นที่ปูด้วยพรมขนสัตว์สีขาวสะอาด


            เขาว่าจะไม่ฉีกหน้ากากของคนที่ได้ชื่อว่าเห็นแก่ได้ให้อับอายต่อหน้าคนหมู่มาก เพราะเห็นว่าเป็นตาของเขา แต่บัดนี้ยังต้องไว้หน้าใครอีก


            เยว่ถิงยิ้ม ก่อนจะโยนหนังสือคำสั่งฉบับหนึ่งลงแทบเท้า


            “ท่านตา คงไม่ต้องให้ข้าทูลองค์จักรพรรดิกระมัง ว่าในอดีตครั้งหนึ่งท่านเคยตั้งใจสังหารบัณฑิตระดับทั่นฮวาผู้หนึ่ง อีกทั้งยังใช้อำนาจไม่สุจริตมากมายระหว่างดำรงตำแหน่ง”


            “นี่... นี่...”


            “ข้าเองเป็นห่วงท่าน เห็นตรากตรำทำงานมานาน จึงเห็นควรว่าควรออกจากราชการแล้วพักผ่อนได้แล้ว”


            “ท่านอ๋อง! บัดนี้แคว้นอ้ายว่างเว้นเสนาบดีไปหนึ่งคน จะขาดอีกหนึ่งคนได้เช่นไร!?


            “แคว้นอ้ายมีขุนนางเฉลียวฉลาดมากมาย เพียงแต่ซื่อตรงเกินไปจึงมิได้เลื่อนขั้น ข้ามีคนในใจอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”


            ได้ยินเช่นนั้น พลันผู้ถูกปลดจากตำแหน่งก็คล้ายจะหน้ามืดเป็นลม จนเหล่าคนรอบกายต้องเข้ามาช่วยพยุงไปพักให้วุ่นวาย

           



            เยว่ถิงและขบวนนำพาโจวหวู่ไปยังเรือนของหวังมี่อิง


            กลิ่นหลันฮวาป่าคล้ายจะยิ่งอบอวล แม้มิเห็นหลันฮวาแม้เพียงต้นเดียว


            “จดหมายเหล่านี้...”


            โจวหวู่เอ่ย ในอ้อมแขนกอดหีบไว้ประหนึ่งสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า


            “บางส่วนข้าเขียนถึงนาง บางส่วนนางส่งข้า ข้าพบว่ามันหายไป คราแรกคิดว่าถูกทำลาย มิคาดจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี”


            เท้าเปลือยเปล่า สองแขนซูบเซียวถูกตรวนล่ามไว้ อาภรณ์นักโทษยิ่งชวนให้น่าสังเวช


            ร่างผ่ายผอมก้าวเชื้องช้าไปหยุดอยู่ยังบันได โจวหวู่กลับยืนนิ่งไม่เดินไปต่อ แล้วย่อคุกเข่าลงเชื่องช้า


            “คนเช่นข้า...”


            เขาหัวเราะ น้ำตาถูกรีดกลั่นออกจากดวงตาบวมช้ำ


            “...ไยจะกล้าเหยียบที่นี่ให้แปดเปื้อน”


             เหล่าคนผู้ยืนมองมีหลายคนที่เบือนสายตาไปอย่างมิอาจทน เยว่ถิงปล่อยให้คนผู้ทุกข์ทนจมอยู่กับตนเองพักหนึ่ง โจวหวู่จึงเอ่ยว่าเพียงพอแล้ว


            สถานที่ต่อไปซึ่งอดีตรองประมุขแห่งสุริยันพันแสงร้องขอคือสถานที่ฝังศพของมารดาเขา


            ขบวนรถม้านำพานักโทษไป โจวหวู่มิได้ปริปากร่ำร้องแม้แต่ครึ่งคำยามถูกมัดประจานอยู่บนหลังม้า


            “ข้ามิอยากขัดอารมณ์” ไป่อวิ๋นหลานเอ่ยขึ้น “แต่นำพาเขามาก่อนจะแก้ปราณให้ชิวหยางนี่จะดีหรือ”


            “ข้าเชื่อว่าเขาจะไม่ผิดคำพูด”


            คุณชายไป่พยักหน้า แม้ยังไม่ค่อยเข้าใจเยว่ถิง “เจ้าว่าอย่างไรก็ตามนั้น”


            ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางถึงหมู่บ้านมู่ตาน ยังคงปลีกวิเวกและรกร้างเช่นเคย ศพของมารดาเขานั้นถูกฝังอยู่ยังสุสานหนึ่ง เป็นตำแหน่งใต้ต้นเหมยข้างธารน้ำพอดี แม้มิมีผู้ใดมาดูแล แต่กลับมีหญ้าเขียวชอุ่มและมวลบุปผาขึ้นงดงามเหมือนถูกตกแต่งโดยธรรมชาติ


            ป้ายหินหลุมศพถูกทำขึ้นอย่างง่ายๆ ไร้ชื่อสลักใดๆ


แต่ตามคำบอกเล่าของสตรียังโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า เป็นที่แห่งนี้ไม่ผิดแน่


            ผู้มีบรรดาศักดิ์เป็นผู้จุดธูปเคารพศพก่อน ต่อไปจึงแก้เชือกให้แก่โจวหวู่


            อดีตบัณฑิตทั่นฮวามิได้รับธูปไปจุด ทว่าได้ทำการย่อคำนับเต็มขั้นสามครั้งเบื้องหน้าหลุมศพ


            แผ่นหลังยืดตรง บุคลิกสงบขรึม วาดสะบัดแขนเสื้อดังกระเรียนโบยบิน


            เป็นครั้งแรกที่เยว่ถิงสัมผัสได้ถึงความสง่างามของบุรุษผู้นี้


            “...ข้าจะแก้ศาสตร์พิรุณเก้าเข็มให้แก่เขา มิใช่ภาพอันน่าดูเท่าใด แต่เจ้าจะเฝ้าดูก็ย่อมได้”


            เหล่าผู้คนต่างหลบฉากออกไป เว้นแต่เพียงเยว่ถิง


            โจวหวู่นำเข็มทองคำยาวแหลมออกมาจากหีบสมบัติ แต่ดูแล้วเขาอ่อนกำลัง ขนาดจับเข็มยังไม่มั่น


            ชิวหยางดึงแขนเสื้อขึ้นแล้วยื่นแขนออกไปเบื้องหน้า ชายตาจิ้งจอกหลับตารวบรวมสมาธิ เส้นเลือดผุดขึ้นยังขมับ ขณะที่เม็ดเหงื่อซึมชื้นยังไรผม


            อดีตรองประมุขแห่งสุริยันพันแสงใช้เข็มทองนั้นแตะยังพิรุณแต่ละหยาด ผิวของชิวหยางบริเวณนั้นพลันแดงก่ำ เห็นเป็นไอความร้อนระเหยขึ้น


            ชิวหยางมีสีหน้าเจ็บปวด ทว่าโจวหวู่กลับดูเจ็บปวดยิ่งกว่า ร่างสั่นสะท้านและมีเหงื่อกาฬไหลพรากมากขึ้นทุกครั้งที่จี้แตะยังร่องรอยสีชาด


            จนเมื่อรอยสีแดงจางหายเหลือเพียงปื้น เมื่อใช้เข็มแตะต้องยังทั้งเก้ารอย โจวหวู่ก็กระอักโลหิตออกมาแล้วล้มลง


            “ไม่ต้อง”


            เยว่ถิงคิดเข้าช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายส่ายศีรษะ เลือดค่อยๆ ไหลออกจากดวงตา ใบหู จมูกและริมฝีปาก


            “ให้ข้าได้ตายที่นี่... นี่คือคำขอร้องสุดท้ายของข้า”


            เยว่ถิงคิดอ้าปากพูด ทว่าโจวหวู่กลับหลับตา


            “บุรุษของเจ้าเพิ่งได้ปราณกลับคืน ไปดูแลเขาเสีย”


            ร่างกายชิวหยางคล้ายปั่นป่วน ประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวหนาว ด้วยเพราะหยินหยางในร่างกำลังปรับแปรผันไปอย่างฉับพลัน กระนั้นแม่ทัพแห่งแคว้นอ้ายยังฝืนต้านยืนขึ้นเอง


            เห็นชิวหยางเริ่มวิงเวียน ตาเริ่มปรือลง เยว่ถิงจึงเข้าพยุงแล้วรีบนำพากลับไปหาที่พัก ระหว่างนั้นเหลือบมองวาระสุดท้ายของโจวหวู่


            “ขอโทษ...”


            ไม่ทราบคำขออภัยนั้นเอ่ยให้แก่ผู้ใด ทว่าเป็นครั้งแรกที่เยว่ถิงได้เห็นสีหน้าบิดเบี้ยววิปลาสนี้สงบนิ่งถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก

           



            หลังจากนำพาชิวหยางไปพัก กลับมาอีกครั้งก็พบว่าโจวหวู่ได้จากไปแล้ว


            ดอกเหมยดอกหนึ่งหลุดร่วงโรย ตกลงยังหน้าอกร่างที่นอนไร้ลมหายใจพอดี


            “ฝังศพเขาไว้พร้อมหีบสมบัตินี้... เคียงข้างมารดาข้า”


            เยว่ถิงมองขอบฟ้า เรื่องราวมากมาย สุดท้ายก็ผ่านพ้นคลี่คลายไปทั้งหมด


            หัวใจผ่อนคลายปลดปล่อยทุกความหนักอึ้ง ร่างกายพลันเหมือนล่องลอยได้


            ยามอัสดงที่เห็นมานับไม่ถ้วนในชีวิต บัดนี้เหมือนท้องฟ้าและสายน้ำมาบรรจบกัน ดูงดงามกว่าที่เคยเห็นจนมิอาจละสายตา

 

 

100%

ยาวนานจริงๆ ค่ะ

ขอเสี่ยวอ้ายไปร้องไห้อีกรอบแพรบ//ฮือ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.037K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,729 ความคิดเห็น

  1. #7728 natsume0000 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 00:22
    ไม่ชอบอิคุณตานั่นเหมือนไม่ได้รับโทษอะไรเลย
    #7,728
    0
  2. #7717 crazy25240 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 19:55
    ฮืออออ น่าสงสาร
    #7,717
    0
  3. #7687 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 00:44
    อ่านมาทั้งเรื่อง ต้องมาเสียน้ำตาให้ตอนนี้ ฮือออ สงสาร ชั้นว่าแร้วว่าเธอต้องรักแม่เยว่ถิงอยู่มาก ไม่เป็นไรนะ
    #7,687
    0
  4. #7653 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:24
    คิดว่าเป็นจุดจบตัวร้ายที่สวยงามมากๆเลย
    #7,653
    0
  5. #7634 yotakabeery2004 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 01:18
    ฮรือสงสารโจวหวู่😭
    #7,634
    0
  6. #7614 p*chu*ka (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 16:29

    น้ำตาไหลพรากมิอาจห้ามได้เลย... TT

    #7,614
    0
  7. #7597 K.white wine (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:12
    ฮือออออออ สงสารโจวหวู่อะ เสนาบดีหวังไม่ควรโดนแค่นี้อะ!!!
    #7,597
    0
  8. #7547 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:28
    อห... ไม่ไหว สงสารโจวหวู่ ทำไมต้องโดนกระทำขนาดนี้
    เศร้า เจ็บปวดใจสุดแล้วกับตัวละครนี้
    ท่านตา น่าจะโดนลงโทษมากกว่านี้นะ
    จุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหลายอยู่ที่ตาแก่นี่เลย!!!
    #7,547
    0
  9. #7480 Cho (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 17:20

    ร้องไห้หนักมาก ตัวละครคู่นี้น่าสงสารมาก แต่ก็ดีใจ ที่สุดท้ายก็ได้อยู่เคียงข้างกันชั่วนิรันดร์

    #7,480
    0
  10. #7450 ya.ong (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:33
    สงสารโจวหวู่มาก เรื่องระหว่างพระนายเบาไปเลยอ่ะ จากกันแบบไม่เข้าใจ มารู้ก็ตอนที่ไม่มีโอกาสแล้ว ;__________;
    #7,450
    0
  11. #7398 Hibiki10 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:49
    สงสารจริงๆ
    #7,398
    0
  12. #7394 Weetaime (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 00:39
    อยากให้โจวหวู่สมหวัง ฮือ
    #7,394
    0
  13. #7370 Allora (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 00:12
    ตั้งแต่อ่านมาทุกตอน ขอยกให้ตอนนี้กินใจที่สุด เรารู้สึกเจ็บปวดกับตัวละครนี้มาก โจวหวู่ได้ถูกปลดหล่อยแล้ว
    #7,370
    0
  14. #7364 PPSnook (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:12
    อ่านตอนนี้แล้วร้องไห้เลย มันจุกอกมาก เข้าใจผิดมาตลอดจนทำให้แค้น ร้องไห้เลยอะ
    #7,364
    0
  15. #7303 Dayy_ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 16:14
    จุกอกมาก
    #7,303
    0
  16. #7285 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:06

    สงสารตัวร้ายจะผิดมั้ย? แล้วช่วยเอาท่านตาไปเก็บให้ดี ถ้ายังไม่รู้ความเนี่ย จับขังเลยมะ?

    #7,285
    0
  17. #7267 MinRos (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 16:58
    เนี่ยว่าจะไม่ร้องแต่น้ำตาคือมาคลอแล้ว ปวดใจกับเรื่องแบบนี้
    เสียดาย เสียดาย เสียดาย
    ชายหนุ่มรูปงามใส่ซื่อ ต้องกลายเป็นคนบิดเบี้ยว แต่ถือว่าลงท้ายด้วยดีนะ ได้ฝังอยู่เคียงข้างกัน
    #7,267
    0
  18. #7178 Fueled me (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:55
    ทำไมตาของเย่วถิงถึงได้ขนาดนี้ ถ้าสองคนนี้ได้รักกันโจวหวู่ก็คงไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้ ปวดใจมากเลยอะ แงงงงงงง
    #7,178
    0
  19. #7079 lilying_ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:07

    สงสารโจวหวู่ ฮือออ รักมากแค้นมากจริงๆ น่าเสียดายที่ไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน กลายเป็นมาฆ่ากันแทน จะรู้สึกแตกสลายแค่ไหนอ่ะ รักเค้า คิดว่าเค้าหักหลังเลยวางยาพิษสังหาร สุดท้ายรู้ความจริง อห พ่อคนอาภัพ

    #7,079
    0
  20. #7002 นินรักจงอิ้ด (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 23:44
    ตอนนี้อ่านไปด้วย สะอื้นไปด้วยเลยค่ะ สงสารเลย
    #7,002
    0
  21. #6994 novem96 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 17:27
    ร้องไห้เลยอ่าา ไม่คิดว่าจะเสียน้ำตาให้กับคนที่ร้ายมาเกือบทั้งเรื่อง
    #6,994
    0
  22. #6813 PAMMIISUGER (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 18:13
    เกลียดมาทั้งเรื่อง สุดท้ายคนๆนี้ดันเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในความคิดเรา รักมากแค้นมากสุดท้ายคือเจ็บมาก โจ่วหวู่ไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจมากตั้งแต่แรก แต่เพราะคนรอบข้างที่ทำลายความรักของคนใสซื่อคนนึงต่างหาก ที่ทำให้เค้าร้าย เศร้า หน่วง ไรท์เขียนปมความรักของโจวหวู่ได้ดีมากค่ะ ทำเราร้องไห้เลยอ่ะ
    #6,813
    0
  23. #6811 Londar (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 14:23
    สงสารเลยอ่าาา แค้นเค้าฆ่าเค้า สุดท้ายตัวเองเจ็บที่สุด
    #6,811
    0
  24. #6788 Wang19th (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 08:13
    สงสารเลย เกลียดมาทั้งเรื่อง ฮือออ
    #6,788
    0
  25. #6782 pcy921 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:53
    โจ่วหวู่เจ็บปวดโกดแค้นสังหารคนเพื่อแก้แค้นมากมายสุดท้ายคนที่เจ็บปวดที่สุดคือตัวเอง เฮ้อออออ
    #6,782
    0