หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 50 : 48 - ความลับในลิ้นชักแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 831 ครั้ง
    23 ม.ค. 61

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

48 ความลับในลิ้นชักแดง

 

            สดับฟังถ้อยคำ พลันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบิดอวัยวะภายในช่องท้องของเยว่ถิง


            ความหนักใจเปลี่ยนเป็นโล่งอก แล้วร่วงดิ่งสู่ความหนักใจเช่นเดิม อารมณ์ที่ผันแปรรวดเร็วเกินไปทำให้อาการปวดจี๊ดพุ่งขึ้นสู่ขมับจนต้องขมวดคิ้ว


            “ท่านรู้ได้อย่างไร”


            เยว่ถิงกระซิบเสียงเครียดขณะเพ่งมองรอยพิรุณสีแดง ชิวหยางถอนใจแผ่วเบา


            “สำหรับผู้ฝึกฝนปราณมาเป็นอย่างดีเช่นข้า ยามเส้นลมปราณถูกสกัดกั้น ไยจะไม่รู้ ตอนที่เจ้าหลับไป ข้าเองได้ลองวิชากับอวิ๋นหลานและเสวี่ยจินแล้ว ปรากฏว่ามิมีสิ่งใดหลงเหลือ”


            เอื้อมมือไปแตะรอยเข็มทั้งเก้า ปฏิเสธไม่ได้ว่างดงามขับผิวชิวหยางให้น่ามองและดูเหมือนไม่ได้สร้างความเจ็บปวดทางกาย ทว่าผลของมันช่างน่าชิงชังกว่านั้นหลายเท่า


            “ข้าเอง... ไม่อยากพูดให้เจ้าคิดมากตอนเจ้ายังไม่หายดี แต่หากให้เจ้ารอต่อไป ข้าก็ทนเห็นความตัดพ้อลึกๆ ในสายตาเจ้าไม่ได้”


            ชิวหยางเอ่ยเรื่อยช้า น้ำเสียงมิได้โกรธเกรี้ยวเคียดแค้นแต่อย่างใด ผิดจากนิสัยตามปกติไปเป็นคนละคน


            “ข้าไร้พลังยุทธ์แล้วอย่างไร ในเมื่ออ้ายอ๋องตายแล้ว โจวหวู่เองก็มิมีทางรอด ขั้วอำนาจเก่าของแคว้นอ้ายถูกลบล้าง หมอเทวดายังบอกว่าอาการของเจ้าจะทุเลาในอีกไม่นาน ทุกสิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสุดท้ายสัมฤทธิ์ผล จะมีเรื่องใดน่ายินดีกว่านี้อีก”


            ถ้อยคำเหล่านี้บริสุทธิ์ใจไร้คำประชดประชัน แต่เยว่ถิงที่ได้ฟังกลับรู้สึกได้ถึงกระแสความไม่พึงใจที่พุ่งริ้วของตน


            “ชิวหยาง แล้วท่านจะอยู่เช่นไรหากไร้พลังยุทธ์”


            บุรุษตรงหน้าได้ยินก็หัวเราะหึออกมา “ไยถามข้าเช่นนั้น เจ้าเองยังเป็นขอทานตาบอดเร่ร่อนในยุทธภพมาได้ถึงสิบหกปี...”


            “ข้าสัญญาแล้วว่าจะไม่โทษตนเอง เช่นนั้นข้าก็จะไม่โทษตนเอง” เยว่ถิงใช้มือทั้งสองจับไหล่ของอีกฝ่าย เงยหน้าขึ้นสบตา “แต่ท่านไม่จำเป็นต้องกลบเกลื่อนความโศกเศร้าแล้วแสร้งว่าไม่เป็นไรเพื่อข้า ท่านไม่จำเป็นต้องทำ”


            เขาจะมิพูดถ้อยคำตอกย้ำอีกฝ่ายเลย หากมิใช่ว่าเห็นดวงตาหม่นแสงคู่นี้ก่อนหน้า


            แม้นพวกเขาจำต้องพรากจากกันหลายต่อหลายครั้ง ทว่าเมื่อดวงใจเชื่อมกันด้วยพู่หยกคู่พระจันทร์ในฝันได้แล้ว เรื่องความรู้สึกอันรุนแรงนี้ไม่อาจเล็ดลอดสัมผัสของเยว่ถิง


            “...”


            “ผู้ใดเอ่ยต่อข้าว่าคนทุกคนต่างต้องมีด้านหนึ่งที่อ่อนแอ เรื่องใหญ่เช่นนี้ ไยท่านพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา”


            มือกำแน่นลงบนไหล่แข็งแรงของอีกฝ่าย ครานี้ถึงพบว่าซูบผอมไปอย่างสัมผัสได้ เพียงสีหน้าสดใสนั้นเหมือนจะเป็นเพราะปกปิดบางสิ่ง รอยยิ้มค่อยๆ จางหายไป กลับกลายเป็นดั่งเมฆหมอกคืบคลานเข้ามา


            “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร? ร่ำไห้ให้เจ้าปลอบโยนหรือ ที่ข้าต้องรู้อยู่แก่ใจ ว่าไม่คู่ควรและไม่สามารถปกป้องเจ้าได้อีก!


            น้อยนักจะเห็นชิวหยางเกรี้ยวกราดเช่นนี้ แต่เยว่ถิงยังไม่ผละถอยห่าง


            “หากท่านทำแล้วสบายใจขึ้นเพียงนิด ข้าก็ยินดีวิงวอนขอให้ท่านทำ” ความร้อนผะผ่าวของพิษไข้เหมือนมารวมสุมอยู่ยังดวงตา “ท่านทำเพื่อข้ามามากเพียงนี้ เรื่องยินดีหรือไม่ยินดีกับความสำเร็จของข้าไม่สำคัญ”


            “เจ้า...”


            อีกฝ่ายเอ่ยเสียงดุเคร่งได้เพียงเท่านั้น เยว่ถิงก็ออกแรงทั้งหมดโถมตัวเข้ากอด ซบศีรษะกับไหล่กว้าง


            “ข้ารู้ว่าท่านโกรธเกรี้ยว เศร้าเสียใจ ผิดหวัง และลึกๆ แล้วยังหวาดกลัว” เมื่อกระพริบตา กลับมีหยาดน้ำหยดหนึ่งเกลือกกลิ้งตามแนวแก้มลงมา


            “ข้าเองก็เป็นเหมือนท่าน ทั้งข้าและท่านต่างรู้ดี ว่าในอนาคตมิมีสิ่งใดง่ายดาย ดีไม่ดีจะยากยิ่งกว่ายามยังไม่โค่นล้มอ้ายอ๋อง ข้าและท่านเองก็รู้ดี ว่าพิรุณชาดเก้าเข็มของคนเช่นโจวหวู่ ฝังไว้เพื่อสิ่งใด”


            การฝึกฝนในบึงตำหนักเร้นลับกับไป่ฮูหยินที่มีสมญาจอมนางมารเหยียบหล้า ทำให้เยว่ถิงได้ศึกษาถึงศาสตร์ต้องห้ามต่างๆ หนึ่งในนั้นมีศาสตร์สะกดปราณนี้รวมอยู่ด้วย รู้ว่าเป็นอวิชชาที่ใช้ฆ่ายอดยุทธ์ให้ตายทั้งเป็น มีเพียงผู้ฝังคำสาปนี้เท่านั้นที่จะแก้ไขได้


            เช่นนั้น หากตัดสินใจจบเรื่องแล้วประหารโจวหวู่ไป ชิวหยางเองก็จะไม่สามารถใช้ปราณได้ตลอดชีวิต


            คนผู้หนึ่งตรากตรำผ่านสนามรบฝึกฝนจนเป็นจอมอสูรพันศพ ต่อมาเอาชนะฝ่ายธรรมะได้ขึ้นเป็นประมุขหนึ่งในเจ็ดพรรคอธรรมอันยิ่งใหญ่นามสะบั้นสวรรค์ ทั้งยังถูกอ้ายอ๋องเคี่ยวกรำได้ดำรงยศแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้าย


            และคนผู้นี้ ยังได้สัญญาไว้ว่าจะปกป้องคุ้มครองผู้ก่อการที่กำลังจะขึ้นเป็นอ๋องแห่งแคว้นคนใหม่ด้วยชีวิต


            ทว่าบัดนี้ กลับถูกเข็มเก้าเล่มทำให้กลายเป็นคนไร้ยุทธ์ในเพียงชั่วข้ามวัน หากยังมิบรรลุธรรม ไหนจะทานทนได้


            ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นกอดกระชับเยว่ถิงไว้ในอ้อมแขน กอดแน่นจนเหมือนจะไม่ปล่อยให้จากไป


            “ธรรมดา... เจ้ามักเอ่ยให้ข้าสงบใจ บัดนี้ข้าสงบใจแล้ว แต่เจ้ากลับบอกให้ข้าว้าวุ่น”


            คำพูดกระแทกกระทั้นจนเยว่ถิงรู้สึกเจ็บไม่น้อย แต่หัวใจสองดวงที่เต้นสะท้านอยู่ข้างกันกลับทำให้รู้สึกร่วมกันจนแทบจะเป็นคนเดียว


            “เพราะข้ารู้ดี ว่าการฝืนทนเก็บความรู้สึกโดยแสดงออกตรงข้ามมันทรมานเช่นไร”


            สองร่างมิได้พูดสิ่งใดต่อกัน ปล่อยให้ความเงียบเอ่ยวาจานับร้อยพันแทน



 

            ราชวังอันโอ่อ่ารโหฐานกลับกลายเป็นซากปรักหักพังสีดำ กลิ่นไหม้และกลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนไม่อาจเข้าใกล้หากไม่ใช้ผ้าปิดจมูก ร่างไร้วิญญาณมากมายนอนกองอยู่ด้วยสรีระอันบิดงอผิดรูปตามพื้น บางร่างยังพอโชคดี ได้มีใบหน้าสิ้นลมประหนึ่งกำลังนอนหลับใหล


            แม้ได้รับชัยชนะอยู่ในกำมือ ทว่าไม่อาจปฏิเสธว่าเบื้องหน้าเป็นดั่งกลียุคมากกว่าศักราชใหม่ที่จะรุ่งโรจน์


            เยว่ถิงผ่านเหตุการณ์ชีวิตมามาก ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ มิใช่ชายหนุ่มไร้เดียงสาที่จะไม่เข้าใจความเป็นไปของโลก


            มีเกิด มีดับ มีรุ่งโรจน์ มีตกต่ำ มีเจริญก้าวหน้า มีเสื่อมถอย เป็นธรรมดาสามัญของโลก


            ทว่าแม้เข้าใจแต่ยังรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย ทำได้เพียงทอดถอนใจ ออกคำสั่งแก่ผู้พยุงกายแล้วติดตาม


            “ฝังศพคนทุกผู้อย่างมีเกียรติ หากสามารถหาญาติมิตรผู้ใด ก็จงหาเท่าที่จะหาได้มารับศพไป ส่วนราชวังแห่งนี้จำต้องบูรณะขึ้นใหม่...”


            เยว่ถิงเอ่ยยังไม่จบความก็จำต้องหยุดชะงักเพราะยังอ่อนเพลีย สององครักษ์แซ่เฟยรีบเข้ามาประคอง


            “ไม่ ข้าไม่เป็นไร”


            หลังจากเพิ่งร่างไข้เพียงไม่นาน เยว่ถิงก็ร้อนใจเกินกว่าจะนอนพักอยู่บนเขาหลวนซาน ผู้ตรวจการเฟยซึ่งบัดนี้กุมอำนาจแห่งแคว้นอ้ายรองจากเยว่ถิงรับคำ ก่อนว่าขึ้น


            “ระหว่างท่านรักษาตัวข้าได้ใช้วังอัสดงสราญรมย์เป็นที่ว่าราชการก่อน ขุนนางและทหารทั้งหมดล้วนสวามิภักดิ์ต่อท่านแล้ว ทว่าเหล่าประชาชนยังแตกตื่นอยู่ บัลลังก์แห่งแคว้นอ้ายจึงไม่อาจว่างเว้นได้นาน องค์จักรพรรดิยังทรงมีพระราชโองการอีกว่า ให้แต่งตั้งชุนอ๋องขึ้นเป็นอ๋องครองแคว้นให้เร็วที่สุด”


            หัวใจเยว่ถิงโหวงเหวงขึ้นมา เมื่อครู่ยังบอกสององครักษ์ว่ายังไม่เป็นไร แต่ตอนนี้กลับเผยสีหน้าเหนื่อยอ่อนออกมา


            “ข้าต้องการให้ท่านดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนก่อน การขึ้นสู่ตำแหน่งเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่ยามนี้กลัวว่าร่างกายของข้าจะยังอ่อนแอ”


            “ในเมื่อท่านเอ่ยเช่นนั้น ข้าจะทูลความถึงองค์จักรพรรดิให้”


            ผู้ตรวจการเฟยเหยาเองมองเรื่องราวทะลุปรุโปร่ง เพียงครั้งนี้เหมือนยังเห็นใจเขาอยู่บ้างจึงยังไม่บังคับฝืนใจ เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขอบคุณ


            หลังจากดูความเสียหายที่ราชวังแห่งแคว้นอ้าย เยว่ถิงจึงตัดสินใจเข้าพบนักโทษคนสำคัญ


            คุกคุมขังเป็นคุกเก่าแก่ที่อ้ายอ๋องตั้งแต่รัชสมัยแรกๆ สร้างขึ้น ต่อมาบูรณะขึ้นให้ยิ่งกว้างขวางและยากแก่การหลบหนีมากขึ้นโดยอ้ายอ๋องหลี่ถัง เพียงก้าวเข้าไปก้าวแรกก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นไออันตรายที่ชวนให้อยากหันหลังกลับไป


            ผู้ติดตามเยว่ถิงเข้ามายังคุกด้านในสุดมีเพียงสี่คน นั่นคือ ชิวหยาง อู่เสวี่ยจิน ไป่อวิ๋นหลาน และผู้ตรวจการเฟยเหยา


            เบื้องหลังซี่ลูกกรงโลหะแน่นหนา โจวหวู่นั่งขัดสมาธิพิงกำแพงอย่างเฉยเมย ประดุจว่าตรวนหนักที่ล่ามยังลำคอและข้อมือข้อเท้ามิต่างจากเครื่องประดับ ยามเมื่อเห็นผู้มาเยือน ดวงตาเรียวเล็กเยี่ยงจิ้งจอกก็มีประกายยินดี


            “กำหนดวันประหารข้าได้แล้วหรือ”


            น้ำเสียงกระเซ้าเหย้าแหย่ให้คนมีโทสะ เยว่ถิงก้าวนำออกมาจากคนผู้อื่น กระทั่งเขาเองยังควบคุมอารมณ์ได้ยาก


            “เจ้าต้องการสิ่งใดแลกกับการคลายวิชาสะกดปราณของชิวหยาง”     


            โจวหวู่เลิกคิ้ว มีสีหน้าประหลาดใจเต็มประดา เสเอ่ยวาจาไปอีกเรื่อง “ได้ข่าวว่าท่านฆ่าอ้ายอ๋องได้ ใครจะคาดว่าชุนอ๋องที่เพิ่งรับยศจะได้เลื่อนเป็นอ้ายอ๋องในเวลาไม่ถึงปี หากข้าไม่คำนับอ๋องคนใหม่คงเสียมารยาท ขอทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี หมื่นๆ ปี”


            ชิวหยางคล้ายจะอดกลั้นต่อไม่ไหว เอ่ยเสียงกรรโชกกดต่ำ “หากปราณข้าแลกกับชีวิตไอ้สารเลวต่ำช้าผู้นี้ได้ ที่จริงแล้วไม่มีอันใดต้องเสียดายเพียงนิด นี่มิใช่สนทนาไปก็เปลืองน้ำลายหรือ!


            เยว่ถิงยกมือขึ้นห้าม ก่อนหันไปเอ่ยกับโจวหวู่อย่างใจเย็น “เจ้าต้องการให้ข้าปล่อยเจ้าไปใช่หรือไม่”


            “ข้ากำลังคิดว่ากินนอนในคุกก็ไม่เลว”


            อีกฝ่ายมีท่าทีได้เปรียบ สนทนากับคนผู้เอาความสะใจเข้าว่าเห็นจะไม่ได้อันใดในยามนี้ เยว่ถิงเองยังรู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียน ศาสตร์วิชาเข็มนี้ไม่ทราบมีความพิสดารร้ายแรงอันใดแฝงอยู่อีก พลันเยว่ถิงคิดถึงสิ่งหนึ่งที่จะดับรอยยิ้มของจิ้งจอกทองผู้นี้ได้


            “เจ้ายังคลั่งแค้นมารดาของข้าที่สิ้นไปแล้ว... ขนาดว่ายอมถูกคุมขังตลอดชีวิตหรือ”


ทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวถึงอดีตคนรัก ใบหน้าที่เหยียดยิ้มก็บิดเบี้ยว ดวงตาเรียวกลิ้งกลอกเบิกโพลงขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากจะส่งเสียงหัวเราะเสียดแทง


            “ถ้าอยากรู้นัก ก็ให้แม่ทัพของเจ้าเผาเจ้าทั้งเป็นแล้วไปแต่งงานกับองค์หญิงแห่งวังหลวงสิ! บางทีเจ้าอาจจะโชคดีตายไป หรือบางทีอาจโชคร้ายไม่ตายเช่นข้า แม้นคนผู้นั้นตายไปแล้ว แต่ไยบาดแผลจะถูกลบเลือน!!


            เยว่ถิงมิอาจทนฟังเสียงหัวเราะวิกลจริตเหล่านั้นต่อ จึงตัดสินใจหันหลังกลับจากคุมหลวง ระหว่างทางมิมีผู้ใดปริปาก ด้วยสิ่งที่โจวหวู่เอ่ย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้แล้วเรื่องราวเป็นเช่นไร


            “ท่านคงเหนื่อยมากแล้ว เชิญกลับไปพักผ่อนเถิด”


            เฟยเหยาเสนอ เยว่ถิงพยักหน้าเนือยช้า ก่อนผละจากกลุ่มคณะไปพร้อมชิวหยาง


            “ระหว่างที่ข้ายังสามารถผ่อนผันเรื่องตำแหน่งได้ ข้าต้องการรู้เรื่องราวที่แท้จริงระหว่างมารดาข้ากับโจวหวู่”


            “เช่นนั้น เจ้าต้องการไปที่ใด”


            ชิวหยางยังคงติดตามเยว่ถิงอยู่ข้างกายประหนึ่งองครักษ์ แม้ไม่มีพลังปราณแล้ว แต่ยังมีทักษะความคล่องตัวและสัมผัสละเอียดอ่อนกว่าคนปกติ ยิ่งในเวลานี้ เยว่ถิงเองก็ไม่ต้องการผู้ใดมากไปกว่าคนผู้นี้


            “ข้ามีสถานที่หนึ่งในใจ”



 

            ลงจากเกี้ยวแล้วเอ่ยปากกับบ่าวไพร่หน้าประตูว่ามาถึง ยังมิทันได้กวาดสายตาสำรวจรอบบริเวณ เหล่าผู้คนภายในก็แทบพายกขบวนกันออกมาต้อนรับทั้งเรือน


            “ข้าเพียงมาเยียมเยือนเท่านั้น ท่านตาไม่ต้องมากพิธี”


            “ชุนอ๋องช่างมีเมตตา ข้านั้นซึ้งใจนัก... เร็วเข้า! รีบไปเตรียมของต้อนรับท่านอ๋อง!!


            เสนาบดีฝ่ายขวาแห่งแคว้นอ้าย หรือผู้นำตระกูลหวังผู้นี้มีศักดิ์เป็นตาแท้ๆ ของเยว่ถิง เขาเป็นชายในวัยเดียวกับเสนาบดีอู่ชิงเจียหรือบิดาของชิวหยาง แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


เสนาบดีหวังมีรูปร่างสูงแต่อ้วนท้วม อาภรณ์ผ้าไหมปักลายสวยงามปริตึงไปทุกส่วน ดวงหน้าที่เอิบอิ่มสมบูรณ์เหมือนคนกินดีอยู่ดีทุกมื้อไม่มีขาด ส่วนภริยาที่ยืนนอบน้อมอยู่เคียงข้างนั้นคือต้นกำเนิดความงามของเหล่าสตรีตระกูลหวัง ใบหน้าดวงตายังคงมีเสน่ห์ฉายชัดแม้มีอายุ หากนับตามศักดิ์แล้วนางก็คือยายของเยว่ถิง


ด้วยภารกิจวุ่นวายก่อนหน้า ทำให้มีโอกาสมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลหวังเพียงสองครา แต่ละครั้งก็รีบมารีบกลับ มิได้สังเกตสิ่งใดหรือพูดคุยเรื่องนอกเหนือจากธุระสำคัญ ที่แห่งนี้จึงยังนับว่าเป็นสถานที่ที่เขายังไม่คุ้นเคย


เยว่ถิงและชิวหยางถูกเชื้อเชิญให้เข้ามายังห้องรับแขก น้ำชาที่ดีที่สุดในแคว้นอ้ายถูกยกมาต้อนรับ


“ท่านอ๋องคงเหนื่อยมาก แต่อย่างไรก็กำจัดทรราชย์หลี่ถังไปได้แล้ว เมื่อท่านอ๋องขึ้นครองแคว้นอ้าย...”


บุรุษตาสีฟ้าไม่ใคร่จะได้ฟังคำเยินยอและคำแนะนำเรื่องการบุกเบิกศักราชใหม่ของแคว้นอ้ายมากนัก เขาเหม่อมองน้ำชาหอมกรุ่นที่หมุนวนในมือขวาที่สั่นน้อยๆ อยู่เนื่องๆ


“ยังมีการค้าขายในเขตหนาน ข้าเห็นว่าหากเราบุกเบิกการค้าผ้าไหมและใบชา...”


เยว่ถิงวางถ้วยชากระเบื้องเคลือบลงยาอย่างดีลงบนโต๊ะ สีหน้าของเขาคงมีความนิ่งขึงไม่น้อย เสนาบดีขวาจึงหยุดคำพูดลงในที่สุด


“ที่ท่านตาพูดมาล้วนมีประโยชน์ ข้าขอขอบคุณ”


ผ่านเรื่องราวมากมาย มองคนผิดคนถูกมาก็มาก เสนาบดีหวังผู้นี้ไม่ใช่คนลึกซึ้ง พบหน้าเขาครั้งแรกก็ประจบเอาใจ เล่าถึงบุญบารมีของพระปิตุลาเฉิงกงโดยมิได้เอ่ยถึงเรื่องราวของมารดาเขาสักครึ่งคำ นอกจากกล่าวว่าเป็นความผิดของนางที่ดันทุรังกลับมาคลอดที่บ้านเกิด ทำให้เรื่องราวมากมายต้องยากลำบาก


“ข้าเพิ่งไปพบโจวหวู่มา คนผู้นั้นทำร้ายข้าไว้มาก ท่านเห็นว่าลงโทษอย่างไรจึงจะเหมาะสม”


เสนาบดีหวังตบฉาดที่เขาอย่างมีอารมณ์ “คนสารเลวเช่นนั้นสมควรถูกโบยตีแล้วเอาน้ำเกลือราดแผล ปล่อยทิ้งไว้สามวันไม่ให้ตายแล้วเผาทั้งเป็น ให้สาสมกับที่หาญกล้าไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ!


เยว่ถิงพยักหน้า “ยังมีเรื่องที่ข้าได้ยินมา แต่เดิมโจวหวู่ยังเคยล่อลวงมารดาข้าและมีความสัมพันธ์รักกันหรือ”


ใบหน้าอวบท้วมหายใจแรงจนแก้มและลำคอกระเพื่อม ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้น


“อย่าได้เอ่ยว่าเป็นสัมพันธ์รักเลย คนต่ำทรามผู้นั้นต่างหากที่กล้าล่อลวงบุตรสาวข้า ยามนั้นนางยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสานัก หากมิได้พระปิตุลาช่วยไว้ ตระกูลหวังของเราคงต้องเสื่อมเสียแน่แท้”


“ข้ารู้มาว่าพระปิตุลาได้หมั้นหมายกับมารดาข้าและกลับไปจัดงานวิวาห์ยังแคว้นหลวง แล้วหลังจากนั้นท่านทำเช่นไรกับโจวหวู่หรือ”


“ตระกูลหวังของเราทำอย่างสุดความสามารถเพื่อกำจัดเภทภัยเช่นโจวหวู่ มิคาดว่ามันจะเป็นยิ่งกว่าต้นหญ้าที่ใช้ไฟเผาก็ยังไม่ตาย ต้องขออภัยท่านอ๋องที่ข้าไม่รอบคอบ ปล่อยให้สร้างความลำบากแก่ท่านมาจนถึงตอนนี้”


แสงเงาหนึ่งตกกระทบบนเสี้ยวใบหน้าของผู้ฟัง ผู้ดำรงยศอ๋องหรี่ตาลง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนาไป


สนทนาถึงเรื่องราวต่างๆ ภายในแคว้นอ้ายไม่ว่าจะเป็น เรื่องขั้วอำนาจ เรื่องตระกูลขุนนางเก่าแก่ ตลอดจนเรื่องทั่วไปเช่นสถานที่งดงามในแคว้นอ้าย บางครั้งคำถามถูกโยนไปยังชิวหยางที่นั่งเงียบให้เอ่ยตอบบ้างนานๆ ครั้ง จนเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยลง เยว่ถิงจึงลุกยืนขึ้น


“ก่อนกลับ ข้าใคร่ดูห้องของมารดาสักหน่อยได้หรือไม่”


“ข้ายินดียิ่ง เชิญท่านอ๋องทางนี้”

 



เรือนไม้สักหลังหนึ่งตั้งปลีกแยกตัวออกจากตัวเรือนอื่นๆ ในคฤหาสน์ตระกูลหวัง รอบเรือนรายล้อมด้วยสวนดอกเหมยและน้ำพุจำลอง มีปลาโค่ยมากมายแหวกว่ายอยู่ ลำตัวสีขาวอวบอ้วนและจุดสีแดงจัดจ้านที่หัวช่วยทำให้ธารน้ำใสสะอาดมีชีวิตชีวามากขึ้น


เรือนหลังนี้แม้ร้างลาเจ้าของมานาน แต่กลับถูกดูแลรักษาอย่างดี เสนาบดีฝ่ายขวาอธิบายความอย่างภาคภูมิใจว่า


“แม้มี่อิงจะสิ้นไปนานแล้ว แต่พระปิตุลามักจะมาพำนักที่นี่ยามมาเยือนแคว้นอ้าย ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของจ้าวบ้านเช่นข้าที่ต้องรักษาเรือนแห่งนี้ให้งดงามอยู่เสมอ เชิญท่านอ๋องเข้าชมด้านใน”


สายลมเย็นพัดแผ่ว เส้นผมยาวปลิวผ่านแนวไหล่ เยว่ถิงรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ


ดูอย่างไรก็ไม่คล้ายจะเป็นที่พำนักของสตรีผู้มีจิตใจโหดเหี้ยมได้เลย


เยว่ถิงเข้าไปภายใน ยังมีเหล่าบ่าวไพร่คอยให้การต้อนรับอย่างดี ไม่เพียงแต่ภายนอกเท่านั้น ภายในเองก็จัดแต่งไว้ดูอบอุ่นละมุนตา


ผ้าม่านบังตาสีอ่อนพลิ้วปลิวเผยให้เห็นผืนผ้างานศิลป์มากมายแขวนไว้ตามผนัง บ้างเป็นภาพวาดจากปลายพู่กัน บ้างเป็นลวดลายผ้าปัก ส่วนมากมักเป็นภาพทิวทัศน์ธรรมชาติอันแสดงถึงความสงบปลอบประโลมจิตใจ


นอกจากงานฝีมือของกุลสตรี ยังมีมุมหนึ่งตกแต่งไว้แตกต่างด้วยตู้ไม้โบราณสีดำสลักลวดลายกิเลนและเมฆหมอก ภายในเก็บรักษากระบี่ มีดสั้น คันธนู และศาสตราต่างๆ แม้จะแผ่ไอรังสีดูน่าเกรงขาม ทว่ายังถูกออกแบบให้แฝงไปด้วยความแช่มช้อย มองปราดเดียวก็ทราบได้ว่าผู้ครอบครองต้องเป็นสตรี


ฮูหยินไป่ได้กล่าวว่ามารดาของเยว่ถิงเป็นจอมยุทธ์หญิงด้วย... สตรีผู้มีรูปโฉมเป็นทรัพย์ทั้งยังสมบูรณ์แบบทั้งบุ๋นและบู๊ผู้นี้ มิทราบมีความลับอันใดซุกซ่อนอยู่ภายในห้องหอกันแน่


“ข้าอยากสัมผัสบรรยากาศภายในเรือนตามลำพัง ท่านคงไม่ว่ากระไร?”


“เชิญท่านอ๋อง ข้ายินดียิ่งนัก ยิ่งท่านพำนักค้างแรมข้ายิ่งยินดี”


อีกฝ่ายเสนอเช่นนั้น เยว่ถิงจึงตอบตกลง อย่างไร สิ่งที่เขาต้องการค้นหาก็ไม่แน่ว่าจะพบเจอหรือไม่

 



รับประทานสำรับค่ำเรียบร้อย เยว่ถิงผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เตรียมเข้านอน ส่วนชิวหยางเองอยู่ในชุดลำลองหลวมๆ สาบเสื้อเผยให้เห็นช่วงอกที่ซูบผอมลงอย่างชัดเจน จนผู้เฝ้ามองอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่วเบา


“ข้าเห็นท่านทานได้น้อย เป็นผลจากพิรุณเก้าเข็มด้วยหรือไม่”


ชิวหยางส่ายศีรษะ ขยับมือดึงอาภรณ์ให้มิดชิดขึ้น


“ตัวข้าเองไม่รู้สึกอยากทานสิ่งใดเป็นพิเศษในช่วงนี้”


เยว่ถิงกำลังจะเอื้อนเอ่ยคำ แม่ทัพเอกกลับตัดบทด้วยรอยยิ้มบางเสียก่อน


“แต่หลังจากได้เห็นสีหน้าของเจ้ายามเข้ามาในเรือน ข้าก็รู้สึกอยากอาหารขึ้นเล็กน้อย ไม่เห็นหรือว่าข้าทานสำรับค่ำจนหมด”


“มิใช่ท่านเลือกทานแต่อาหารอ่อนหรือ” คำปลอบใจทำให้ผู้ฟังหลุดหัวเราะกึ่งตำหนิ


“ทานหมดก็คือทานหมด” ชิวหยางว่าอย่างดื้อรั้น คิ้วเข้มที่เลิกขึ้นพลันน่าเอ็นดูและคลายความตึงเครียดอึดอัดไปได้บ้าง “ข้าจะไปพักยังเรือนรับรอง คืนนี้เจ้าเองก็อย่าหักโหมแล้วกัน”


อีกฝ่ายผละไป ทิ้งให้เยว่ถิงตกอยู่ในกลิ่นอายของบรรยากาศที่คุ้นเคยอย่างประหลาดเพียงลำพัง


เขาเดินสำรวจเรื่อยเปื่อย ไม่มีข้าวของสิ่งใดถูกนำมาวางไว้ให้เตะตาเป็นพิเศษ หรือหากคิดตามจริง ในที่ที่พระปิตุลามาพักเป็นประจำเช่นนี้ หากจะมีร่องรอยของโจวหวู่จริง ก็คงต้องหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ลับ


ขณะที่เยว่ถิงกำลังตรวจดูแท่นฝนหมึกบนโต๊ะในห้องอักษร พลันได้กลิ่นหอมประหลาดพัดผ่านจมูก


...ในที่สุดเจ้าก็มา


ฉับพลัน ชายผ้าต่วนสีชมพูอมม่วงหนึ่งพลิ้วไหวผ่านปลายหางตา เยว่ถิงสะบัดศีรษะหันกลับไปอย่างรวดเร็ว


...พบเพียงความว่างเปล่า


ทว่ายังมีกลิ่นหอมละมุนของบุปผาหนึ่งลอยอวลอยู่ในอากาศ


กลิ่นนี้เหมือนกับกลิ่นในตำหนักห้องหอของโจวหวู่ที่ใช้กักขังเขายามถูกเข็มทองแทง แท้แล้วเป็นกลิ่นของดอกหลันฮวาป่า (กล้วยไม้ป่า)


“ท่าน... แม่?”


ถ้อยคำหลุดจากริมฝีปากโดยมิได้ตั้งใจ สองเท้าก้าวตามทิศทางของสายลมหอมหวนในยามราตรีไป


            เยว่ถิงคุกเข่าลงยังเบื้องหน้ากระจกบนตั่งโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอน พบลิ้นชักสีแดงเล็กๆ ที่ลั่นแม่กุญแจเอาไว้ คล้ายมีบางอย่างดลใจให้เขาพลิกกระจกทองเหลือง ด้านหลังมีช่องเล็กๆ อยู่ เมื่อใช้นิ้วสะกิดกลับมีบางสิ่งตกลงมา


            กุญแจขนาดเล็กผูกพู่สีแดงปรากฏแก่สายตา ยามหยิบขึ้นมาหัวใจของเยว่ถิงเต้นโครมคราม


            สอดลูกกุญแจลงยังแม่กุญแจได้พอดี หมุนเพียงนิดก็เกิดเสียงดังคลิก


            ภายในลิ้นชักสีแดงมีกล่องไม้สีอ่อนกล่องหนึ่ง ฝุ่นที่เกาะจับอยู่ทำให้รู้ได้ว่าไม่มีผู้ใดสัมผัสมาเป็นเวลานาน


            เยว่ถิงเปิดกล่องไม้ออกเชื่องช้า ภายในปัจจุบันเครื่องประดับสตรี แต่สิ่งที่โดดเด่นเตะตาที่สุดก็คือปิ่นประดับสีทองที่มีลักษณะคล้ายเข็ม ดูแล้วมิอาจเป็นเครื่องประดับที่สตรีใช้กัน


            เบื้องล่างเครื่องประดับเหล่านั้นเป็นจดหมายมากมายพับวางทับกันอย่างเป็นระเบียบ เยว่ถิงกลั้นหายใจขณะเอื้อมหยิบแผ่นที่อยู่ด้านบนสุดขึ้น


            ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้น สีหน้าของเยว่ถิงเปลี่ยนไปจากยามแรกที่เยื้องย่างเข้ามายังที่แห่งนี้โดยสิ้นเชิง

 

 

 

100%

ในที่สุดก็จบตอนแล้ววว ฝากนักอ่านที่รักที่อยากติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดกดไลค์แฟนเพจด้วยนะคะ

https://www.facebook.com/ybyxiaoai/

ยิ่งกด See first ยิ่งดี เพื่อที่จะได้ไม่พลาดเผื่อมีอะไรเซอร์ไพรซ์ XD ยิ่งช่วงนี้พี่มาร์คเขารณรงค์ลดโพสต์การตลาดอยู่ด้วยย

PS.1 คำผิดนี่ลายตามากๆ //มีผิดคำตลกๆ กับประโยคแปลกๆ เยอะด้วยสิ เดี๋ยวจะต้องแก้แน่นอนค่า

PS.2 อัพต่อจากนี้ จะยังพูดว่าห้ามพลาดและเกาะขอบสนามอย่างใกล้ชิดไปทุกตอนค่ะ อีกนิดน่า ฮึบบบ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 831 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7652 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 10:09
    หรือจะผิดใจกัน หรือจริงๆพ่อเยว่ถิงไม่ใช่คนดี ไม่นะะะะ
    #7,652
    0
  2. #7596 K.white wine (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:55
    อะไรยังไงซิ
    #7,596
    0
  3. #7546 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:11
    จดหมายรักระหว่างแม่กับโจวหวู่สินะ
    เพราะตระกูลหวังไม่ชอบโจวหวู่เลยวางแผนให้ผิดใจกัน ถูกม้ะะะะ
    #7,546
    0
  4. #7449 ya.ong (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:23
    อะไรเนี่ยยยย
    #7,449
    0
  5. #7266 MinRos (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 16:28
    ผู้ร้านตัวจริงคือท่านพ่อแหงๆ ดูท่าทางเป็นคนทีาเห็นแก่เงิน อาจจะอยู่เบื้องหลัง วางแผนทั้งหมด
    #7,266
    0
  6. #7177 Fueled me (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:44
    หมายความว่าไงเนี่ย แงงงงงงง แอบกลัว;______;
    #7,177
    0
  7. #6780 pcy921 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:12
    ท่านแม่รักกับโจวหวู่แน่เลยค่ะ
    #6,780
    0
  8. #6581 Ppttyc_ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:59
    เอาแล้วไงน้องเจออะไร
    #6,581
    0
  9. #6312 imseries (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 12:20

    ลุ้นๆๆๆ

    #6,312
    0
  10. #5937 N@TTY (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:16
    ตื่นเต้นนน
    #5,937
    0
  11. #5755 AwkorMZ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:55
    คงไม่ใช่โจวหวู่เป็นพ่อตัวจริงนะ!!?
    #5,755
    0
  12. #5651 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:56
    ตื่นเต้น
    #5,651
    0
  13. #5554 chocolato.p (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:23

    ความจริงจะเปิดเผยแล้ววว

    #5,554
    0
  14. #5113 Maylyunho (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 18:55
    อยากอ่าจดหมายด้วยคนนนน เราว่าที่จริงท่านแม่น่าจะรักโจวหวู่ แต่คงมีอะไรสักอย่างให้ต้องละทิ้งไป
    #5,113
    0
  15. #5000 baekbow (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    อะไรอ่ะ ไม่ใช่ว่า แท้จริงโจวหวู่คือคนรักของแม่ แต่โดนตระกูลหวังกีดกัน แล้วยกแม่ให้พ่อเยว่ถิงหรอกนะ ประมาณว่าพ่อเยว่ถิงชอบแม่อะไรแบบนี้
    #5,000
    0
  16. #4924 ktp.1412 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:16
    กรี๊ดดดดดด ต้องมีวิธีแก้วิชาโจวหวู่สิน่าา เอาจริงแบบซาบซึ้งกับความรักของพ่อแม่นุ้งเยว่มาก ขนาดท่านแม่เสียไปแล้ว พระปิตุลายังมาบ่อยๆ ฮืออ เสียดาย นุ้งเยว่ไม่ได้เจอหน้าแม่เลย
    #4,924
    0
  17. #4861 lukbua (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:54
    คลั่งแค้น ไม่มีล.ลิงนะคะ --> คั่งแค้น ค่า
    #4,861
    0
  18. #4688 milkgy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 08:31
    มันต้องมีซัมติง ท้องก่อนโดนจับใส่ตะกร้าล้างน้ำรึป่าว
    #4,688
    0
  19. #4675 NJChokdee (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 02:23
    อย่าบอกโจวหวู่คือพ่อเยว่ถิงน่ะ มันจะพลีสมากกกก
    #4,675
    0
  20. #4674 ฟูจินางะ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:49
    ในที่สุด กุญแจไขปมสุดท้ายก็ออกมาแล้ว
    #4,674
    0
  21. #4669 Ziolp (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 17:10
    เหลือปมสุดท้ายแล้ววว หลังจากน่วงหนักกันมานาน 5555
    #4,669
    0
  22. #4665 wwarun (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 10:07
    มาต่อเร็ววววววว
    #4,665
    0
  23. #4664 Daw Prdz KS (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 09:49
    รอออออ ตื่นเต้นนน
    #4,664
    0
  24. #4663 palmpypoko (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 08:05
    รอเลยยยยยยย ฮืออออออ
    #4,663
    0
  25. #4662 ปอเต๊อะ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:59
    what!!!! no don't do this to me😭 how can you just cut the scene like that mannn it give me an unsatifiying  feel omg 
    #4,662
    1
    • #4662-1 Xiaoai(จากตอนที่ 50)
      24 มกราคม 2561 / 20:55
      Such a cliffhanger, right? Lollll 😆😆
      #4662-1