หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 47 : 45 - ผันธารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 854 ครั้ง
    2 ม.ค. 61

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

45 – ผันธารา                     

 

            “ข้า...”


            เยว่ถิงเหลือบมองชิวหยาง สายตาสองคู่ประสานกันแวบหนึ่ง ก่อนแม่ทัพเอกจะหันไปสนทนาต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยเวลานี้มีเสียงกลองและพูดคุย ทั้งชาวชนเผ่าไม่ถือมารยาทเคร่งครัดจึงไม่มีผู้ใดให้ความสนใจความผิดปกติเล็กๆ นี้


            ทว่าชุนอ๋องรู้ดีว่าอีกฝ่ายได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำยิ่งกว่ามีคนไปตะโกนข้างหูเสียอีก


            เพิ่งงอนง้อขอคืนดีได้ไม่นาน เขาเองไม่อยากมีเรื่องผิดใจกับชิวหยางนัก แต่หัวหน้าชนเผ่าซ่งหู่ถึงกับเอ่ยปากจะยกลูกสาวให้ด้วยตนเอง สัมพันธ์กำลังไปด้วยดี ตัดรอนตอนนี้ไม่ทราบจะเสียสิ่งที่ทำไปเท่าใด


            “บุตรีของท่านมีบุคลิกงดงามแข็งแกร่ง ชายผู้ใดพบเห็นล้วนพึงพอใจ ทว่าตัวข้าแม้มีฐานะอ๋อง ยังมิได้เพียบพร้อมถึงเพียงนั้น...”


            ปฏิเสธอย่างประนีประนอม หัวหน้าเผ่าซ่งหู่กลับยกยิ้มพึงใจ “หมายความว่าท่านพึงใจลี่หยุน”


            “กลัวแต่แม่นางลี่หยุนจะไม่พึงใจข้า” เยว่ถิงหัวเราะ “บุรุษชาวซ่งหู่ทุกคนล้วนแต่เชี่ยวชาญขี่ม้ายิงธนูทั้งสิ้น ข้าเป็นเพียงอ๋องรักสบายผู้หนึ่งที่ชอบบุ๋นไม่รักบู๊ คงน่าอายหากสตรีซ่งหู่จะได้เป็นสามี”


            “หากใครกล้าดูแคลนท่าน ข้าจะตัดลิ้นมันทิ้งเสีย” บุรุษผมเทากล่าวโดยง่ายแต่น้ำเสียงไม่บอกว่าล้อเล่น เมื่อจบการแสดงจึงสั่งกับคนข้างตัว “ไปเรียกลี่หยุนมา!


            เมื่อมองใกล้ๆ ซ่งลี่หยุนมิใช่สตรีเพรียวบางอ้อนแอ้น แต่เป็นสตรีสมบูรณ์ที่ดูสุขภาพแข็งแรง บนใบหน้ามีฝ้าแดดอ่อนจาง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถักเป็นเปียเล็กๆ ดวงตาคมรับกับเรียวคิ้วเข้ม นางสวมชุดผ้าหนาสีฟ้าที่สวมทับด้วยขนสัตว์สีขาวสะอาดโดยรวมแล้วถือว่าน่ามอง


            นางไม่ยิ้มไม่บึ้ง เอ่ยด้วยท่าทีไม่มีจริตใดๆ “ลี่หยุนคารวะท่านอ๋อง”


            “มานั่งข้างๆ ท่านอ๋อง นี่คือชุนอ๋องหลี่เยว่ถิง ผู้ทำคลอดเยว่หยางให้แก่มารดาของเจ้า”


            หัวหน้าเผ่าซ่งหู่ภาคภูมิใจในตัวบุตรีผู้นี้มาก กล่าวว่านางถือว่าเชี่ยวชาญการขี่ม้าและยิงธนูมากที่สุดในบรรดาสตรี ทั้งยังชนะบุรุษอีกหลายคน แม้มีฝีมือมาก แต่จิตใจอ่อนโยนไม่แข็งกระด้าง คนในเผ่าต่างรักนางเหมือนญาติพี่น้องแท้ๆ ส่วนคนต่างเผ่าก็ส่งคนมาสู่ขอนับไม่ถ้วน


            เยว่ถิงยิ้มรับไม่ขัดคำ เห็นนางไม่เอ่ยสิ่งใดมาก ถูกถามใช่ก็ตอบใช่ พยักหน้าเป็นครั้งคราว ยิ้มบ้างเป็นครั้งคราว พลันผิวกายที่ครั่นร้อนครั่นหนาวจากรังสีที่แผ่ออกมาจากบุรุษข้างตัวที่ทำทีเป็นไม่สนใจค่อยคลายลง


            นางมิได้สนใจเขา ทั้งมิใคร่จะแต่งงานกับเขา เพียงเออออตามที่บิดาต้องการเท่านั้น นี่นับว่าดียิ่ง



 

            หลังจากจบงานเลี้ยงฉลอง ยามดวงจันทร์แขวนเหนือเงาพริ้วพรายของธงบนยอดกระโจม เยว่ถิงนั่งร่างแบบสร้างคลองผันน้ำเสร็จ ก็ได้ไปยังเรือนรับรองพร้อมชิวหยางซึ่งเดินมาส่งเขายังห้องตามหน้าที่คุ้มกัน


            “ท่านอย่าได้คิดมากไป” เมื่ออยู่ลำพังเยว่ถิงจึงเอ่ยออกมา


            “ข้ายังมิได้พูดสิ่งใดสักครึ่งคำ” ชิวหยางขมวดคิ้วเอ่ยเสียงกระด้าง ดวงหน้าอารมณ์เสียของคนที่ยังแกล้งเขาวันก่อน ยามนี้น่าเอ็นดูไม่น้อย เยว่ถิงเลิกคิ้ว ได้จังหวะแกล้งกลับ “ข้าก็เพียงแต่บอกไว้ กลัวบางคนจะเข้าใจผิดไป”


            “เจ้ายังกล้าล้อเล่น” บุรุษข้างกายยิ่งขมวดคิ้วหนักข้อ สีหน้าดุดันสมกับเป็นจอมอสูรพันศพมากกว่าแม่ทัพเอกแห่งคแคว้นอ้าย น้ำเสียงนิ่งขึงเองหากเป็นเยว่ถิงเมื่อก่อนคงแอบสั่นสะท้าน “แล้วทีนี้จะทำเช่นไร”


            ชิวหยางแม้ขี้หึงหวงแต่ก็มิได้ไร้เหตุผล ยังคงรู้เหตุผลที่เขาก้าวไม่ไปถอยไม่ได้


            “ท่านไม่ต้องห่วง หัวหน้าเผ่าผู้นี้รักใคร่บุตรีมาก ข้าสังเกตดูก็รู้ว่านางมิได้ต้องการแต่งงานกับข้า ฉะนั้นหากนางออกปากจริงๆ เขาย่อมไม่อาจบังคับนางได้”


            “เจ้าว่านางไม่ต้องการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ยินยอม...”


            “กรี๊ด!!


            เสียงกรีดร้องหนึ่งดังนำขึ้น ตามมาด้วยเสียงเอะอะอยู่ห่างจากเรือนไปไม่ไกล ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาที่ฝึกปรือมาก้าวออกไป ครู่เดียวก็ไปถึงต้นเหตุแห่งความตื่นตระหนก


            “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ!


            คบไฟวูบไหวไปในความมืด เยว่ถิงเพ่งมองเห็นเป็นร่างสตรีคนหนึ่งกำลังนอนอยู่ข้างบ่อน้ำ มีเหล่าสตรีรับใช้ล้อมรอบคุมสติไว้ไม่อยู่ ส่วนผู้ที่ช่วยนางน่าเป็นบุรุษผู้ทัดทานเยว่ถิงที่ทั้งกายเปียกโชก เขาตะโกน “ตามหมอเร็วเข้า!


            ใบหน้าของนางซีดเผือด เปลือกตาปิดสนิท ต่างจากที่มีสีสันงดงามเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนลิบลับ


            เยว่ถิงแทรกร่างผ่านเหล่าคนล้อมรอบ ทรุดลงตรวจลมหายใจและชีพจรของนาง พบว่าไม่มีทั้งสอง


            เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน อย่างไรนี่ก็ชีวิตคน เยว่ถิงส่งสายตาขอโทษให้ชิวหยาง ก่อนจับศีรษะของนางแหงนขึ้น ใช้ฝ่ามือกดหน้าผาก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบจมูก จากนั้นจำต้องใช้ปากครอบลงบนปากนาง แล้วเป่าลมหายใจเข้าไป


            ดวงตาสีฟ้าเหลือบดูยังหน้าอก พบว่ายังคงไม่ขยาย เขาปล่อยมือที่บีบจมูกออก ก่อนจะเป่าลมเข้าไปใหม่ ทำสลับกับการนวดหัวใจ โดยนวดหัวใจสามสิบครั้งสลับกับเป่าปากสองครั้ง


            ทุกครั้งที่แตะสัมผัสนาง เขายังใช้ปราณของตนเคลื่อนเข้าไปให้ความอบอุ่นในร่าง กู้ชีพครู่เดียวก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรง


            การใช้ปราณรักษาที่ไม่ได้ฝึกฝนทำให้เหนื่อยอ่อนได้ง่าย เยว่ถิงคล้ายจะตาพร่าแล้ว พลันเห็นหน้าอกนางขยายขึ้น ก่อนจะกระอักไอและสำลักน้ำออกมาอย่างรุนแรง


            หมอประจำเผ่าซ่งหู่มาถึง ผู้คนช่วยกันพยุงนางแล้วนำพาไป เยว่ถิงรั้งตัวสตรีรับใช้หน้าซีดที่ยังคงตกใจไม่หายนางหนึ่งไว้ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”


            “คุณหนู... คุณหนู” นางเอ่ยตะกุกตะกัก เยว่ถิงมิได้เร่งรัด เอ่ยปลอบเสียงแผ่วลง “ค่อยๆ บอกข้า ข้ามิได้จะทำอันใด”


            “คุณหนูคงพลัดตกบ่อน้ำเจ้าค่ะ”


            พลัดตก?


            เยว่ถิงปล่อยสตรีที่ตัวสั่นราวกับลูกนกตกจากรังคนนั้นไป ชิวหยางเอ่ยเสียงคาดเค้น “หากนางมีวิชายุทธ์จริง ไยจะลื่นตกบ่อน้ำนี้ได้”


            เป็นจริงตามอีกฝ่ายว่า บริเวณนี้แม้รกร้างและมืด แต่ผู้มีวิชายุทธ์เพียงเล็กน้อยยังไม่เดินพลาด นับประสาอะไรกับนักรบสตรีแห่งซ่งหู่ เยว่ถิงกำลังจมอยู่ในความคิดพลันถูกดึงใบหน้าให้หันกลับไป


            จูบประทับหนักหน่วงบดเบียดเข้ามา ก่อนถอนออกอย่างรวดเร็วเหมือนจับริมฝีปากชนกันมากกว่า


            “ครั้งนี้ข้าละเว้นเพราะเห็นแก่คนจะตาย แต่อย่าให้มันบ่อยนัก!” แม่ทัพเอกก้มลงกระซิบเสียงขุ่น เยว่ถิงนิ่งอึ้งหน้าเหวอไป หันขวับมองดูรอบบริเวณนี้ เห็นว่าไร้ผู้คนจึงค่อยเอ่ยกลั้วหัวเราะ กึ่งขบขันกึ่งตำหนิ “อะไร ข้าช่วยคนจมน้ำ ท่านยังหึงหวงอีกรึ”


            “เจ้าช่วยคนจมน้ำได้ แต่หลังจากนั้นต้องให้ข้าล้างปากเจ้าด้วย”


            สีหน้าจริงจังกับคำพูดจาลามกทำให้เยว่ถิงหูร้อนขึ้น แสร้งทำสีหน้าไม่เข้าใจแล้วใช้มือดันอกอีกฝ่ายออก “นี่สถานการณ์กำลังไม่สู้ดี ใช่เวลาเล่นที่ไหนกัน”



 

            เหตุการณ์พลัดตกบ่อน้ำของคุณหนูซ่งลี่หยุนทำให้บรรยากาศรื่นเริงหยุดชะงัก


เดิมเยว่ถิงกลัวการถือวิสาสะเป่าริมฝีปากนาง แต่กลับกลายเป็นว่าผู้เห็นเหตุการณ์ปิดปากสนิท พูดเพียงว่าเขาช่วยชีวิตคุณหนูไว้เท่านั้น


            “ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านสองคราแล้ว เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” หัวหน้าชนเผ่าซ่งหู่เอ่ยด้วยสีหน้าอึมครึม เมื่อมีบุญคุณ ใจเยว่ถิงคิดยื่นเรื่องขุดสร้างคลองน้ำขึ้น แต่ถ้าหากรีบพูดเกรงว่าคงไร้น้ำใจเกินไป จึงไปเยี่ยมนางก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที


             “คุณหนูยังไม่แข็งแรง ต้องขออภัยที่เข้าพบได้เพียงคราละหนึ่งท่านเท่านั้น”


            สตรีรับใช้หน้าเรือนกล่าว เยว่ถิงว่า “งั้นข้าจะให้เขาเฝ้านอกเรือน คงไม่เป็นไรกระมัง?”


            “ตรงนี้มีลมหนาว เรียนท่านแม่ทัพพักยังเรือนรับรองเล็กข้างๆ จะดีกว่า”


            ไม่ทราบมีลับลมคมในอะไร ชิวหยางยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับ ส่งรังสีกดดันเหล่าสตรีผู้เอ่ยจนทำได้เพียงก้มหน้ากระสับกระส่าย เยว่ถิงแหงนมองเมฆสีน้ำเงินเข้มเคลื่อนคล้อย “มีโอกาสมาเยี่ยมก็ยามนี้แล้ว ข้าเป็นบุรุษเข้าไปคนเดียวเห็นจะไม่เหมาะสม...”


            “ในเรือนยังมีบ่าวสตรีอีกมาก ท่านไม่ต้องกังวลว่าคุณหนูจะเสื่อมเสีย เพียงท่านอ๋องมาเยี่ยมก็นับว่า... ว่าเป็นเรื่องดี”


            นางเอ่ยตะกุกตะกักยามเหลือบมองสีหน้าชิวหยางคราหนึ่ง เยว่ถิงเองรุ่มร้อนเพราะเสียเวลายังเผ่าซ่งหู่มาหลายวันแต่เรื่องราวยังไม่คืบหน้า จึงหันไปเอ่ยกับผู้คุ้มกันด้วยสีหน้ามั่นคง “ข้าจะเยี่ยมนางประเดี๋ยวหนึ่ง ท่านไม่ต้องกังวล”


            มิใช่มองจุดประสงค์ที่หัวหน้าเผ่ารั้งเขาไว้กลางวันแล้วให้มาเยี่ยมยามกลางคืนไม่ออก เกรงว่ายังอยากจะได้เขาเป็นลูกเขยอยู่นั่นเอง แม่ทัพแห่งแคว้นอ้ายทำได้เพียงแผ่รังสีอำมหิตแล้วกำชับว่าให้เขารีบเยี่ยมรีบกลับเพราะกลัวอันตราย


            ชุนอ๋องก้าวเข้าไปในห้องหับ ยามปกติผู้คนจะอาศัยในกระโจมหลังเล็กใหญ่ ทว่าก็มีเรือนรับรองไว้ให้แขกต่างเมืองและเรือนไม้สำหรับผู้เจ็บไข้ได้ป่วยที่มีฐานะสูงส่งในเผ่า


            เห็นเสี้ยวใบหน้าของซ่งลี่หยุนยังซีดเซียว นางเห็นเขาแล้วขมวดคิ้วมุ่น แววตาไม่มีไมตรี “ท่านช่วยข้าทำไม”


            “เห็นคนกำลังจะตายข้าไม่ช่วยได้อย่างไร...” เยว่ถิงเอ่ยอย่างระวัง มิคาดนางจะรู้เรื่องที่เขาเอาปากตัวเองประกบปากนางแล้ว “แต่ข้ายังข้องใจ เหตุใดเจ้าจึงพลัดตกบ่อน้ำ”


            “งั้นข้าไม่ขออ้อมค้อม” แววตาของนางวาววาบขึ้น “ข้าไม่ต้องการแต่งงานกับท่าน จึงเลือกกระโดดน้ำตาย”


            มิน่าหัวหน้าเผ่าสีหน้าคล้ายมีเมฆฝนปกคลุมตลอดเวลา ผู้รั้งบรรดาศักดิ์อ๋องอดตำหนิไม่ได้ “เรื่องเช่นนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก บอกบิดาเจ้าตามตรง ข้าเองมิคิดจะขัดขืนใจสตรีอยู่แล้ว”


            “หึ” นางแค่นเสียงหัวเราะ “ขนาดเขารู้ว่าข้าไม่ต้องการแต่งกับท่าน ยังให้ท่านมาเยี่ยมยามวิกาล นี่นับว่าเป็นอะไร! อีกทั้งบิดาข้าพูดสิ่งใดแล้วย่อมต้องเป็นอย่างนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจ”


            เยว่ถิงรู้สึกเห็นใจนาง ดึงลากเก้าอี้ตัวหนึ่งไปนั่งข้างเตียง นางลุกขึ้นนั่งขยับถอยห่างก็เอ่ยปลอบ “ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ทำอะไรเจ้า ดีแล้วที่เราต่างเห็นตรงกัน... ข้าเองก็มีคนรักอยู่แล้ว จึงไม่คิดแต่งงานกับเจ้า”


            “จริงหรือ” ดวงตาของนางแจ่มใสขึ้น เยว่ถิงเอ่ยว่านางก็คงมีคนรักเช่นกัน ดวงหน้าไม่เป็นมิตรกลับมีสีระเรื่อขึ้นยังสองแก้ม


            สตรีผู้หนึ่งจะฆ่าตัวตายเมื่อได้แต่งงานกับชายผู้หนึ่งคงไม่เพียงไม่รักเขา น่าจะมีคนในดวงใจอยู่แล้วด้วย เยว่ถิงยิ้มอ่อนจาง พยายามตะล่อมเข้าว่า “ผู้นั้นคือผู้ใด ข้าช่วยเหลือเจ้าได้หรือไม่”


            นางสั่นศีรษะ ก้มหน้าลงเงียบไป สองมือกำยังผ้าห่ม “แค่ท่านปฏิเสธข้า แค่นั้นก็พอ”


            หากเรื่องง่ายเช่นนั้นไยเขาต้องคิดมาก เพียงแต่ผลประโยชน์ต่างๆ และสัมพันธ์อันดีในสองสามวันนี้กับเผ่าซ่งหู่ก็คล้ายจะหายไปด้วย ให้เขาเป็นฝ่ายพูดไม่สู้ให้นางออกปากปฏิเสธเอง เท่ากับว่าเขามิได้ขัดใจหัวหน้าเผ่าซ่งหู่ “ยอดสตรีเช่นเจ้า ได้ยินว่าอายุล่วงวัยแต่งงานมาห้าปีแล้ว คนที่ชื่นชอบคงไม่อาจลงเอยกันได้ง่ายกระมัง”


            “ข้าไม่ชอบพวกบุรุษชาวเมืองก็ตรงนี้ ชอบไล่ต้อนเค้นคำตอบจากผู้อื่นยิ่งนัก”


            “ข้าก็ไม่ชอบสตรีชาวชนเผ่า” เยว่ถิงเลิกคิ้วย้อนคำอย่างเผ็ดร้อน “ดุร้ายเกรี้ยวกราดเกินไป... หากได้เป็นภรรยาคงหึงหวงตบตีสามีเช่นข้าเป็นแน่”


            ว่าคนอื่นเหมือนจะย้อนเข้าตัวเอง คิดถึงชิวหยางที่ตอนนี้คงไม่มีผู้ใดเข้าหน้าติด ก็ได้แต่ภาวนาให้เรื่องราวสำเร็จโดยเร็ว ซ่งลี่หยุนหัวเราะออกมา แล้วค่อยๆ เปิดเผยความในใจ


            “เรื่องนี้ต้องขอบคุณคนผู้หนึ่ง เขามาจากนครหลวงของแคว้นอ้ายเช่นท่านเมื่อราวสองปีก่อน โดยเป็นทูตจากอ้ายอ๋องมาสานสัมพันธ์ เผ่าเราขัดแย้งกับฟูซีมานาน ข้าเองก็เกลียดชังคนพวกนั้น แต่เขาได้ช่วยให้ข้าได้พบบุรุษของฟูซีคนหนึ่ง แรกเริ่มปะทะต่อสู้กัน ข้าพลัดตกแม่น้ำ แต่บุรุษคนนั้นกลับช่วยไว้ เหมือนเพียงฝึกต่อสู้ไม่เอาชีวิต”


            “ข้าถูกเลี้ยงดูมาเฉกเช่นบุรุษ นอกจากท่านพ่อและท่านอาแล้ว ไม่มีบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกันคนไหนที่เอาชนะข้าได้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ชนะข้าได้ เขาเองมีบุคลิกประหลาด ช่างก่อกวน แต่กลับมีเสน่ห์ ก่อนส่งข้ากลับเผ่า ยังได้ให้กำไลหยกอันหนึ่งไว้ แล้วบอกว่าจะมาสู่ขอ...”


            ซ่งลี่หยุนถอนใจ “ตลอดสองปีไร้ข่าวคราว เวลาผ่านไป คนผู้นั้นกลับกลายเป็นว่าคือหัวหน้าเผ่าฟูซีที่รุกรานเราเรื่อยมา เขาเองมองข้าเหมือนคนไม่เคยเจอกัน แต่ข้าไม่อาจลืมเขา จึงตั้งปณิธานแทนว่าจะไม่แต่งงานหากไม่ใช่เขา”


            เยว่ถิงลำดับเหตุการณ์ หรี่ตาลงเล็กน้อย “ทูตของอ้ายอ๋องผู้นั้น มีนามว่าโจวหวู่ใช่หรือไม่”


            “ใช่ ข้ามิเคยคิดว่าชะตาจะพาให้เป็นเช่นนี้”


            นางคิดว่าเป็นโชคนำชะตาพารัก แท้แล้วกลับเป็นจิ้งจอกทองเจ้าเล่ห์ที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตนั่น


            อู่เสวี่ยจินบอกว่าโจวหวู่มายุแยงให้เกิดสงครามที่วูซา ลำพังเรื่องทรัพยากรยังไม่บาดหมางรุนแรงขนาดเตรียมก่อสงคราม หากมีเรื่องรักใคร่หนุ่มสาวเข้ามาเกี่ยวด้วย นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งว่าทำไมไฟสงครามรุนแรงขึ้น


            จะว่ามีหนทางแล้วก็มี แต่ก็ดูเหมือนไม่ง่ายนัก เยว่ถิงเอ่ยสนทนากับนางอีกสักสองสามเรื่อง เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว จึงบอกลาก่อนออกจากเรือน


            ทันใดนั้นพลันได้ยินเสียงเอ็ดตะโรดังก้อง “ไฟไหม้!!


            เปลวเพลิงสีแดงฉานหนึ่งพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ แม้เป็นไฟไม่ใหญ่โตบนกระโจมส่วนเสบียงหลังเล็ก ทว่าสามารถสร้างความตระหนกได้ไม่ยาก อีกทั้งคืนนี้ยังมีลมแรง โหมกระพือไฟให้ลุกขยาย


            เยว่ถิงยังไม่ทันก้าวไปที่ใด กลับถูกแรงฉุดดึงตัวขึ้นโดยเขายังไม่ทันดึงกระบี่ เป็นเชือกหนาที่ดึงร่างขึ้นไปบนหลังคาก่อนจะถูกคมดาบเย็นเฉียบแตะยังลำคอ


            “เยว่ถิง!!” ชิวหยางปรากฏตัวบนหลังคามาเผชิญหน้า คนผู้จับเขาไว้ปกปิดหน้าตา การลงมือรวดเร็วดุดัน แรงที่จับร่างไว้ทำให้ไม่สามารถดิ้นหลุดได้ คนผู้นี้ยังไม่ใช้ปราณประทุษร้าย เยว่ถิงจึงไม่อาจใช้วิชาสะท้อนกลับ


            ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ผู้คนในชนเผ่าส่วนหนึ่งดับไฟ ส่วนหนึ่งเร่งล้อมคนร้าย ทว่าฝีเท้าคนผู้นี้เรียกได้ว่าเทียบเคียงชิวหยาง พละกำลังก็กล้าแข็ง ก้าวกระโดดข้ามราวท่องเมฆ


            คราแรกหัวใจเยว่ถิงหล่นวูบด้วยคิดว่าอาจเป็นคนที่อ้ายอ๋องส่งมา แต่เมื่อได้กลิ่นสุรารสร้อนแรงมูลค่ามหาศาลอันเป็นเอกลักษณ์ของวูซาและเห็นดาบเสี้ยวโค้งที่ตวัดปัดลูกธนูไปในอากาศก็ตระหนักได้


ชิวหยางตะโกนเรียกเขาพลางติดตามมาใกล้ขึ้น ยามเยว่ถิงสบตาสีทับทิม กลับส่ายหน้าแล้วขยิบตา ทำให้อีกฝ่ายชะงักเสียจังหวะ


คนชุดดำกระแทกฝ่ามือปะทะท้ายทอยของเยว่ถิงโดยแรงและเร็ว ไม่มีเวลาโคจรพลังต้าน ภาพความวุ่นวายโกลาหลและแสงสีแดงส้มที่ลุกโชนกลางความมืดพลันดับไป


           


            ซ่า!


            ความสะท้านเยือกกระทบผิว เรียกสติของชุนอ๋องกลับมาขณะลืมตามองผ่านหยาดน้ำที่เปียกโชก


            “คารวะชุนอ๋อง”


            ปากว่าคารวะตรงข้ามถังน้ำในมือและท่ายืนค้ำศีรษะอย่างอหังการ บุรุษตรงหน้ามีเรือนร่างทัดเทียมชิวหยาง ผิวคล้ำเข้มกว่า ดวงหน้ายังดูเยาว์แต่มีสีหน้ากร้านโลก เครื่องแต่งกายคล้ายหัวหน้าชนเผ่าซ่งหู่ เพียงแต่สวมใส่ผ้าสีแดงเลือดนกทับด้วยขนสุนัขป่าสีน้ำเทาโดยรอบเป็นโรงเรือนร้างเก่า ลานที่เขาอยู่ยังมีกลิ่นคาวอบอวลคล้ายลานฆ่าสัตว์


            “ท่านคือ... หัวหน้าเผ่าฟูซี?”


            “นับว่าตายังมีแวว”


            เยว่ถิงถูกถอดเสื้อออกจนเหลือท่อนบนเปลือยเปล่า โชคดีผ่านมาหลายวันนับแต่ที่รบรากับชิวหยางบนเตียง ร่องรอยบนร่างจึงจางหายไปแทบหมดแล้ว  เขาถูกมัดมือมัดเท้ากับเก้าอี้ ทั้งตัวสวมเพียงกางเกงเพียงตัวเดียว ซ้ำยังถูกน้ำเย็นราดซ้ำในเขตวูซาที่อากาศเย็นกว่าแคว้นอ้าย


            หากมิฝึกปรือมา เขาคงจะจับไข้แน่นอน แต่ด้วยร่างกายนี้ ทำให้สามารถอยู่ได้บ้าง


            “ท่านลักพาข้ามาทำไม”


            “ได้ข่าวว่าเจ้ากำลังจะเป็นบุตรเขยของหัวหน้าเผ่าซ่งหู่” บุรุษมาดกวนอารมณ์หัวเราะในคออย่างไม่ทุกข์ร้อน “จับเจ้ามาไยจะไม่ได้ผลประโยชน์เล่า? ตาแก่นั่นคงแทบถวายทุกอย่างเพื่อนำตัวท่านอ๋องกลับไป”


            เยว่ถิงยกยิ้มเกียจคร้าน คิดแล้วมิผิดว่าคนผู้ลักพาเขามาจะเป็นใครไม่ได้ ทั้งกล้าบุกรุกกลางเผ่าซ่งหู่ซึ่งหน้าจะมีกี่คน “มิใช่หึงหวงคุณหนูซ่งลี่หยุนจนหน้ามืดหรือ”


            กึด


            “พูดจาอะไรระวังปากด้วย” หัวหน้าเผ่าฟูซีก้าวเข้ามาบีบกรามเยว่ถิงอย่างแรง “ใครเป็นผู้บอกเจ้า”


            “นางเป็นผู้บอกข้าด้วยตนเอง”


            “นางจะบอกเจ้าเพื่ออะไร” ดวงตาชั้นเดียวเรียวเล็กดูปราดเปรียวเสียดแทงหรี่ลง รูปลักษณ์คนผู้นี้ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนและดุร้ายฉลาดเฉลียวเหมือนสุนัขป่า โจวหวู่จงใจจับคู่คนผู้นี้กับซ่งลี่หยุนนับว่าเหมาะสม “ท่านทราบหรือไม่ว่านางกระโดดลงบ่อน้ำหมายฆ่าตัวตาย...


            “ไม่ใช่เพราะคนสารเลวเช่นเจ้าหมายบังคับนางหรือไร!” บุรุษสุนัขป่ามีแววตาปะทุดุจลาวาระอุ


            “เป็นท่านเข้าใจผิด” เยว่ถิงเอ่ยอย่างใจเย็น “นางยังเอ่ยอีกว่าท่านสัญญาจะแต่งนาง ทว่ากลับไม่ทำตามสัญญา”


            “ทำเช่นว่านางจะมากับข้า มิใช่โป้ปดทั้งสองฝ่ายหรือ” หัวหน้าเผ่าหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขม สะบัดหน้าเยว่ถิงออกอย่างแรง “เฝ้าเขาไว้ ข้าไม่มีอารมณ์คุยแล้ว”


            เป็นอันว่าต้องเกิดเรื่องผิดใจจากปากโจวหวู่แน่นอน เยว่ถิงยังเห็นกำไลหยกเกลี้ยงสีเขียวลวดลายสีขาวหายากล้ำค่าอันหนึ่งบนข้อมือ ตัวเขาไม่ทราบหลับเสียเวลาไปเท่าไหร่ ทั้งยังไม่รู้สถานการณ์เป็นเช่นไร ไม่อาจไม่เรียกรั้งไว้


            “ช้าก่อน!


            ฝีเท้าชะงัก บุรุษสุนัขป่าเหลือบหางตามองมา สีหน้าเย็นชาขึ้นจากท่าทีกวนใจยามแรก


“ข้ามาเพื่อสานสัมพันธ์ให้พวกท่านสองเผ่าเพื่อระงับศึกในแคว้นอ้าย มิได้จะมาตบแต่งภรรยา ทั้งข้ายังมีคนรักอยู่แล้ว คนรักผู้นี้ขี้หึงหวงมาก ทั้งยังเป็นยอดยุทธ์ หากข้าแต่งกับผู้อื่นคงได้ตายกลายเป็นผีเร่ร่อนยังวูซา”


“เจ้าจะพูดอะไร”


“ข้ามีข้อเสนอให้ท่าน” บุรุษเอ่ยไปก็พ่นลมหายใจเป็นไอจางๆ ออกมา “เพียงให้ข้าสวมเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน หนาวเช่นนี้หากถ้าข้าตายขึ้นมาท่านคงเสียแรงเปล่า”


“หึ เร็วเกินไปกระมัง ข้ายังมัดเจ้าไว้ไม่ถึงสองวันด้วยซ้ำ”


“แต่บาดแผลที่ท้องของท่าน ทิ้งไว้เช่นนั้นก็นับว่านานเกินไปกระมัง”


หัวหน้าเผ่าฟูซีส่งเสียงหืมในลำคอ เลื่อนสายตามองลำตัวตน สีเข้มของอาภรณ์ปกปิดชัดไร้รอยใด ทว่าเยว่ถิงสามารถสัมผัสปราณสังหารที่ฝังตัวอยู่ได้ชัดเจนราวกับมีตาเห็น คาดว่าชิวหยางคงเกรี้ยวกราดอย่างมากถึงกับลงมือจู่โจมด้วยปราณพิฆาตไร้ลักษณ์ชนิดหนึ่งที่ลดทอนกำลังตนเอง


“เจ้า...”


“อ๋องผู้นี้ร่ำลือกันว่าเคยเป็นศิษย์หมอเทวดาแห่งหลวนซาน ทั้งยังทำให้คลอดภรรยาของซ่งเหอและช่วยเหลือแม่นางซ่งที่คล้ายจะตายไปแล้วให้ฟื้นคืนอีกด้วย” ชายฉกรรจ์คนสนิทข้างกายเอ่ยกระซิบ สีหน้าของผู้นำเผ่าเปลี่ยนไป


“เจ้าช่วยนางจริงๆ?”


“ท่านก็ได้ยินแล้ว”


“เอาเสื้อให้มันแล้วลากตามข้ามา” หัวหน้าเผ่าหนุ่มส่งเสียงเฉียบขาด เยว่ถิงผลัดเปลี่ยนเสื้อแล้วโดนลากตามไป


แผ่นฟ้าเป็นสีดำสนิท ด้วยอยู่ท่ามกลางลุ่มน้ำหุบเขาจึงเห็นดวงดาวนับพันส่องประกายอัศจรรย์บนผืนฟ้ากระจ่างไร้เมฆหมอก คะเนได้ว่าเยว่ถิงคงสลบไสลข้ามวัน น่าอนาถที่กะโหลกศีรษะของเขาไม่ทนทานเอาเสียเลย


เยว่ถิงถูกจับให้คุกเข่าลงในกระโจมขนาดกว้างที่ตกแต่งด้วยกระดูกเขาสัตว์และอาวุธ ส่วนผู้ลักพาเขานั่งเหนือกว่าแล้วกดสายตาลงมา


“แก้มัดให้ข้า แล้วข้าจะบรรเทาอาการปวดที่แผลท่าน”


คู่สนทนาเลิกคิ้วมองเขา “ข้าดูโง่เง่าถึงเพียงนั้น?”


“ข้ารู้ว่าโจวหวู่นำพาให้ท่านและซ่งลี่หยุนมาพบรักกัน ก่อนจะยุยงพวกท่านให้แตกแยก คนเจ้าเล่ห์เช่นนั้น ข้าไม่เห็นว่าข้าจะน่าเชื่อถือน้อยกว่าเขา”


บุรุษสุนัขป่าค่อยๆ เอนตัวพิงบนตั่งไม้ ดวงตาจับจ้องเหมือนต้องการอ่านใจเขาให้ทะลุปรุโปร่ง แต่ดูท่วงท่าที่ขยับแล้ว แผลยังท้องคงเจ็บเอามากจริงๆ


“ผู้มากับข้าคือแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้าย บาดแผลจากการลงมือของเขาย่อมสาหัสสากรรจ์ ข้าเองกล่าวแล้วว่าจะช่วยเหลือ มิมีเหตุใดต้องคิดร้ายกับท่าน เพราะหากท่านตาย รังแต่จะทำให้วูซายิ่งปั่นป่วน”


“เจ้าว่าโจวหวู่ยุยงข้าให้เกิดศึก งั้นผู้ใดคือผู้ที่อ้ายอ๋องส่งมากันแน่”


“ข้าเป็นปรปักษ์กับอ้ายอ๋องและโจวหวู่” บุรุษตรงหน้าเป็นคนหนุ่มเลือดร้อน มิต้องอ้อมค้อมให้มากความเหมือนยามพูดคุยกับหัวหน้าเผ่าฟูซี พลันอยู่ๆ สีหน้าตึงเครียดครุ่นคิดของเขาได้เปลี่ยนไป กลายเป็นชั่วร้ายมากเล่ห์


“ได้ งั้นข้าจะแก้เชือกให้เจ้า”


บุรุษหมาป่าสะบัดดาบปลดเชือกเสร็จพลันกระชากคอเสื้อเยว่ถิงเข้าไป


“ขอบ...!


เยว่ถิงไม่ทันเอ่ยขอบคุณ พลันริมฝีปากถูกริมฝีปากอันไม่คุ้นเคยประกบทับ ร่างกายเขาเพิ่งต้องลมเย็นและน้ำหนาวเยือกมา ริมฝีปากนั้นจึงเหมือนกับเหล็กร้อนลวกปาก


ตาเบิกกว้าง ยังไม่ทันยกมือผลัก อีกฝ่ายก็ถอยร่นก่อนไป รอยยิ้มสาแก่ใจปรากฏบนใบหน้ากวนบาทา “เจ้าบังอาจขโมยจูบลี่หยุน ข้าก็ต้องแก้แค้น”


แก้แค้นประสาอะไรมิทราบ! เยว่ถิงหลุดสบถขุ่นเคือง ยกแขนเสื้อเช็ดริมฝีปาก “ท่านรู้ว่าข้าช่วยนาง จู่ๆ คิดอะไร!


“ข้าคิดว่าเจ้าหลอกลวงเป็นหมอเพื่อปล้นจูบนาง ใครๆ ก็รู้ว่าพวกอ๋องร้อยเล่ห์กลเพียงใด” หัวหน้าชนเผ่าหนุ่มเลิกคิ้วยียวน “หึ ทีนี้หากคนรักเจ้ารู้ เจ้าคงกลายเป็นผีไร้หลุมจริงๆ แล้วกระมัง”


เขาน่ะไม่ตาย ไอ้บ้านี่น่ะจะตาย!


เยว่ถิงถลึงตา มาวูซาคราวนี้ทั้งเปลืองตัว ทั้งเปลืองน้ำลายเกลี้ยกล่อมแทบเท่าน้ำในฮวงโห(แม่น้ำเหลือง) จริงๆ


“ท่านนอนลง ข้าจะรักษาให้ท่าน”


“นอนหรือ เมื่อกี้ข้าแค่แก้แค้น มิได้อยากเล่นรักกับเจ้า”


อดีตแพทย์แห่งหลวนซานนวดขมับ คนผู้นี้สมกับที่ซ่งลี่หยุนกล่าวว่ามีบุคลิกประหลาดและช่างก่อกวนจริงๆ พอหยอกเย้าเขาจนพอใจจึงยอมเอนกายให้เขาดูแผล เห็นว่าคงต้องใช้ปราณรักษาของตนดูแลด้วย


“ชิวหยาง... แม่ทัพเอกของข้าได้ติดตามมาหรือไม่ แล้วท่านทำอย่างไรกับเขา”


ชิวหยางอาจคว้าตัวเขาได้ถ้าเขาไม่ส่งสัญญาณว่าให้ปล่อยไปก่อน


“เขาจะมาลักพาเจ้าคืนสองครั้ง น่าเสียดายที่ปะทะกับข้าเข้าพอดี” บุรุษสุนัขป่าเอ่ยยิ้มๆ “ถ้าได้เขามา ข้าคงพิชิตวูซาได้ในวันพรุ่งนี้”


ชิวหยางปะทะกับคนผู้นี้แล้วยังไม่สามารถนำตัวเขาออกไปได้ แสดงว่าฝีมือเก่งไม่แพ้ปาก พอเห็นบาดแผลอื่นๆ ที่ซ่อนไว้แล้วก็เยว่ถิงก็รู้ว่าปะทะกันรุนแรงพอสมควร นึกห่วงชิวหยางไม่น้อย


“ไม่ต้องห่วง” คนผู้นอนอยู่กล่าวราวอ่านสีหน้าเยว่ถิงออก “ข้ารู้ว่าลูกน้องเจ้าเฝ้าดูท่าทีอยู่ ยังมิกล้าลงมือเต็มความสามารถ เพราะถ้าหากสู้กันจริง ข้าคงเจ็บหนักกว่านี้”


เป็นจริงว่าเขาเป็นตัวประกัน เยว่ถิงที่กำลังใช้สมุนไพรประคบนวดกดมือลงแรงขึ้น ส่งให้คนรองมือร้องแผ่ว


เยว่ถิงกล่าวถึงเรื่องการขุดเส้นทางผันน้ำเพื่อยุติปัญญาน้ำท่วมและการแก่งแย่งทรัพยากร ยามนี้น้ำกำลังท่วมฝั่งฟูซีอยู่ โชคดีย้ายข้าวของถอยร่นเล็กน้อยก็สามารถหลบได้ แต่ไม่รู้ว่าจะแผ่ขยายไปเพียงใด


ชุนอ๋องยังกล่าวถึงแผนการของอ้ายอ๋องที่ต้องการสร้างสงครามเพื่อผลประโยชน์ โชคดีบุรุษหมาป่าผู้นี้มิใช่คนโง่งม ฟังคำชี้แจงก็พอเห็นเค้าลางของเรื่อง แม้จะยังไม่เชื่อถือทั้งหมด แต่เยว่ถิงก็ได้ยื่นเงื่อนไข


“มิดีกว่าหรือหากพวกท่านจะได้แต่งงานหลังภัยพิบัติหายไป คำสาปที่เชื่อถือกันมาถูกแก้ เพียงแค่ลองสร้างเส้นทางน้ำเท่านั้น กำลังพลและทรัพย์สินเองข้าก็จะช่วยสนับสนุนด้วย”


หัวหน้าชนเผ่าหนุ่มหรี่ตาลง ครุ่นคิดสักพักก่อนที่จะพยักหน้าลงช้าๆ “ทว่าหากเจ้าหลอกลวง ชาวฟูซีปฏิธานว่าจะเอาเลือดศีรษะเจ้ามาล้างแผ่นดินเรา”


“แน่นอน”

 



เช้าวันต่อมา หัวหน้าของสองชนเผ่าประจันหน้ากันโดยมีเยว่ถิงอยู่ร่วมหารือ ชิวหยางเมื่อเห็นเขาปลอดภัยค่อยคลายไออำมหิตที่หนาแน่นกว่าปกติจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ลง การตกลงดำเนินไปหลายชั่วยาม จนสุดท้ายได้บทสรุปว่าจะสร้างเส้นทางน้ำตามคำบอกกล่าวของชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงจริงๆ


เหน็ดเหนื่อยมานาน เยว่ถิงได้พักผ่อน ชิวหยางเร่งเข้ามาดูตัวเขา


            “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง...”


            “ข้าปลอดภัยดี ไม่คิดว่าหัวหน้าเผ่าฟูซีจะเชื่อข้าง่ายเพียงนั้น”


            “อ้ายอ๋องรู้ตัวแล้ว เขาส่งนักฆ่ามาสังหารเจ้า”


            มิน่า เจ้าบุรุษสุนัขป่านั่นถึงทำหน้าครุ่นคิด มิคาดจะคาดคั้นเอาความจากนักฆ่าได้ทว่าไม่เอ่ยแก่เขา ช่างร้ายนัก


            ชิวหยางส่งเสียงกระด้างเรียกความคิดเขากลับมา “เจ้าให้ข้าปล่อยเจ้าไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร”


            “ด้วยฐานะของข้า แค่หายใจก็เสี่ยงอันตรายแล้ว” เยว่ถิงหัวเราะ ยามนี้อยู่สองคนในเรือน ส่วนรอบๆ ยังมีองครักษ์แซ่เฟยและกองหทาร จึงใช้มือประคองใบหน้าอีกฝ่ายแล้วกระซิบแผ่วเบา “ข้าเดิมพันทุกสิ่งไว้กับเรื่องราวครั้งนี้ ไม่อาจทำครึ่งๆ กลางๆ ท่านคงเข้าใจ”


            ชิวหยางลูบเส้นผมเขาแผ่วเบา ถอนใจก่อนผละไป “เหนื่อยมามากแล้ว คืนนี้เจ้าหลับให้สบายเถิด”

                             


     

            จากนักการทูตปากเอกได้ผันตัวไปเป็นวิศวกรใหญ่จัดแจงการขุดสร้างเส้นทางน้ำ ยังได้รับข่าวดีว่าเรื่องราวที่นครหลวงจัดการได้เรียบร้อย เยว่ถิงยิ่งมีกำลังฮึกเหิม


            สองเผ่าแห่งวูซาเต็มไปด้วยนักรบบุรุษกล้าแกร่ง ประกอบกับกองทหารมากฝีมือของแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้าย งานใช้แรงงานจึงดำเนินไปเร็วกว่าธรรมดาหลายส่วน


            ชิวหยางและสององครักษ์แซ่เฟยยิ่งกวดขันเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของเยว่ถิง หากไม่จำเป็น แมลงสักตัวยังไม่หลุดเร้นเข้าใกล้เขาในระยะห้าเมตร


            ทางน้ำหลายถูกวางอย่างเป็นระเบียบด้วยความรู้สมัยใหม่ พอเสร็จก็สามารถบรรเทาน้ำท่วมยังเผ่าฟูซีแล้วผันน้ำที่มากเกินไปไปกักเก็บ ทำให้การเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกง่ายขึ้น ยังทำให้การอุปโภคบริโภคเปลี่ยนแปลงเป็นดีจนเห็นได้ชัด


            ความเจริญใหม่เข้ามา เยว่ถิงเสียเวลาอยู่ยังวูซาร่วมสามเดือน โชคดีเป็นหน้าน้ำเปลี่ยน แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนทิศของแม่น้ำไปยังซ่งหู่เองก็ไม่ก่อให้เกิดน้ำท่วม


            เผ่าซ่งหู่และฟูซีจะระงับสงครามไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ยังไม่สมานสัมพันธ์เนื่องจากเคยมีอดีตก่อนเก่ากันมามาก ทว่าเพียงเท่านี้ก็ดีมากแล้ว


            ขบวนของชุนอ๋องอำลาและเคลื่อนจากวูซากลับสู่นครหลวง บัดนี้ทางด้านนั้นก็เตรียมการไว้พร้อมแล้ว

 

 

100%

ตอนนี้รายละเอียดเยอะนิดนึง ใกล้จุดพีคอีกจุดแล้วค่ะพ่อแม่พี่น้องงง

>วิธีปฐมพยาบาลคนจมน้ำ

https://health.kapook.com/view141517.html

HAPPY NEW YEAR ผู้อ่านที่น่ารักทุกคนไว้ ณ ที่นี้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ (ถ้า)จบเรื่องนี้อย่าลืมอยู่ด้วยกันต่อนะ เดี๋ยวเสี่ยวอ้ายเหงา5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 854 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7713 hello_gik (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 22:50
    น้องแบบเจ็บตัวมันทุกตอนจริงๆ
    #7,713
    0
  2. #7686 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 23:06
    ชั้นยังไม่พร้อมกับจุดพีคอะไรทั้งนั้น แงงงง
    #7,686
    0
  3. #7649 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 14:19
    ขำไม่ไหว เยว่ถิงเปลืองตัวจัดๆเลย โถ่คนงามล่มเมือง จะทำตัวเองวายป่วงไปด้วย555555555555
    #7,649
    0
  4. #7593 K.white wine (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:49
    น้องคือเก่งมากกกกกกกกกกกกก
    มาจุ๊บเหม่งที่
    #7,593
    0
  5. #7544 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 11:28
    คือออ น้องเป็นยิ่งกว่าเทพทรู ยอมมมแล้ววว
    #7,544
    0
  6. #7447 ya.ong (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:07
    เยว่ถิงเป็นได้ทุกอย่างแล้ว 555555
    #7,447
    0
  7. #7263 MinRos (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 07:23
    คืออธิบายเรื่องcprดีมาก ขอชื่นชมค่ะ เยว่ถิงเท่ห์มากตอนแปลงร่างเป็นวิศวกรสร้างเขื่อน คนฉลาดมีสเน่ห์จริงๆ
    #7,263
    0
  8. #7174 Fueled me (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:04
    จะเครียดมันก็เครียดไม่สุด แบบนี้ชิวหยางยังไม่รู้ล่ะสิ55555555555
    #7,174
    0
  9. #7076 lilying_ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 16:04

    น้องนี่เป็นยอดคนใช่มั้ยคะ เรียนหมอจบในสองปีแถมผ่าคลอดเป็น ช่างเจรจา จอมวางแผน ความรู้วิศวะครอบจักรวาลตั้งแต่ซ่อมหลังคายันขุดคลองระบาย 5555555 ไม่นับความโชคดีรอดตายมาหวุดหวิดทุกรอบ นี่มันราศีตัวเอกพร้อมดัชนีทองคำแท้ๆเลยนะคะ 5555555 ว่าแต่ตอนนี้ตัดรวบจบแบบอ้าวเห้ย จบเรื่องแล้วรึ นึกว่าจะได้เห็นฉากตอนพี่รู้ว่าตานั่นมาแก้แค้นด้วยการจูบคืน (ปกติเค้าแก้แค้นกันแบบนี้เรอะคะ จูบบุรุษที่มาจูบหญิงที่รักหรอเห้ยยยยย 55555555555 แอบหลงความงามน้องก็พูดมา อย่ามาอ้าง!!!) กับฉากแม่นางกับตานั่นมาพูดปรับความเข้าใจกันอะไรงี้ สงสารนาง ฮื่อ

    #7,076
    0
  10. #6876 Seal Seal (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 22:35
    แบบนี้เรียกตัดจบได้หรือไหม555
    #6,876
    0
  11. #6809 Londar (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 12:10
    เก่งเกินไปแล้ว เย่วถิงงง
    #6,809
    0
  12. #6770 chalillxx_ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 11:13
    เก่งมากค้าบบบ
    #6,770
    0
  13. #6742 pcy921 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:40
    เก่งมากค่ะ สมแล้วที่จบวิดวะ
    #6,742
    0
  14. #6578 Ppttyc_ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:00
    ในทีสุดก็ดีขึ้นแต่แบบอยากให้ชิวหยางรู้จริงงๆตอนเหย่ถิงโดนดึงไปจูบ ฮึ่มๆๆๆๆ
    #6,578
    0
  15. #5809 Kiang (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:19

    ชอบการสอดแทรกความรู้ทางการก่อสร้างมากเลยค่ะ นายเอกคือเด็ดขาดใจถึงมาก

    #5,809
    0
  16. #5647 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:39
    ชิวหยางหึงได้ตลอดดด
    #5,647
    0
  17. #5551 chocolato.p (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 11:36

    ชิวหยางน่าร้ากกก 555555 หึงใหญ่เลยๆ

    #5,551
    0
  18. #5110 Maylyunho (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 13:54
    นายเอกของเราเป็นยอดคนนะคะ เก่งทุกด้านจริงๆ
    #5,110
    0
  19. #4676 วสันตดารา (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:01
    เยว่ถิงเรียนแพทย์จีนโบราณมาไม่ใช่เหรอคะ ดันทำคลอด CPR เฉ๊ย
    แล้วที่บอกว่าจะเปิดศึกกันเพราะความรัก เป็นเรื่องที่เข้าใจได้(?) งงตึ๊บเลยค่ะ
    #4,676
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4676-2 Xiaoai(จากตอนที่ 47)
      25 มกราคม 2561 / 23:47
      เป็นความตั้งใจของเสี่ยวอ้ายส่วนหนึ่งด้วยค่ะ ที่จะเขียนถึงความได้เปรียบที่ทำให้เยว่ถิงเป็นหมอที่เก่งกว่าคนอื่นในเวลาอันสั้น เพราะนอกจากเรียนศาสตร์แพทย์จีนโบราณก็ยังมีความรู้เรื่องของปัจจุบันด้วย

      อ้างอิงจากตัวเสี่ยวอ้ายนะคะ คือเรียน CPR สมัยมัธยมปลาย การที่คนทั่วไปมีความรู้เรื่องการกู้ชีพถือเป็นเรื่องเป็นไปได้และจะชี้ว่านุ้งเยว่นี่มีความรู้นะ ส่วนการคลอด ก็มีความรู้คร่าวๆ ว่าต้องบล็อคหลังทั้งๆ ที่เป็นคนทั่วไป นุ้งเยว่เลยเอาการผ่าตัดรักษาเพื่อทำคลอดมาประยุกต์ซึ่งคงไม่เกินขอบเขตความรู้คนเคยจบปริญญาเอก

      ส่วนเปิดศึก ความรักเป็นตัวกระตุ้นค่ะ จากบริบทจะเห็นว่าสองเผ่ามีความบาดหมางกันอยู่ก่อนแล้ว

      หวังว่าจะช่วยให้หายงงนะคะ5555ยังไงก็พูดคุยกันได้ เผื่อเสริมเรื่องให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
      #4676-2
  20. #4633 Som O Usanee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:59
    ยุติสงครามทางนี้ได้ ก็ต้องกลับไปเตรียมรบกับทางนู้นต่อ แทบไม่ได้พักหายใจเลยลูกกกกกก
    #4,633
    0
  21. #4536 ktp.1412 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 19:17
    กรี๊ดดด จะมีจุดพีคอีกแล้วเหรอ พีคสุดท้ายยังคะ ใจจะวาย ในที่สุดก็ยุติสงครามด้วยดี แต่ชิวหยางจะรู้มั้ยว่าน้องโดนขโมยจูบอีกแล้ว 5555555 สองเผ่านี้จะมาช่วยเยว่ถิงรบใช่มั้ย เธอจะต้องชนะนะ แงงง จะได้แฮปปี้สักที
    #4,536
    0
  22. #4468 Avista (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 02:55
    รอรอรอรอ
    #4,468
    0
  23. #4467 fypwjs (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:44
    นี่ถ้าท่านแม่ทัพรู้ว่าน้องเยว่โดนจูบนี่สงสัยที่ระบายน้ำจะไม่ได้สร้าง555555
    #4,467
    0
  24. #4466 wwarun (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 05:08
    หึงได้น่ารักกกจริงๆ
    #4,466
    0
  25. #4462 praewii (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:49
    ชิวหยางหึงหวงเยว่ถิงได้น่าเอ็นดู ส่วนเยว่ถิงก็ฮอตจริงๆเลยค่ะ ถ้าเป็นชิวหยางก็หึงก็หวงเหมือนกัน ก็นุ้งเยว่น่ารักและเก่งซะ #เยว่ถิงของท่านแม่ทัพแต่เพียงผู้เดียว
    #4,462
    0