หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 46 : 44 - เยือนวูซา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 859 ครั้ง
    1 ม.ค. 61

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

44 – เยือนวูซา

 

            เปลือกตาขยับแผ่ว สัมผัสอิงอบอุ่นทำให้คร้านจะขยับตัว


            ร่างกายอ่อนเปลี้ยเหนื่อยล้า ดวงตาเปิดเพียงครึ่งสะท้อนกล้ามเนื้อหนันแน่นเบื้องหน้า แผ่นอกกว้างเป็นดั่งปราการกล้าแกร่ง ลาดไหล่แข็งแรงดังเนินหินผา


เลื่อนสายตาขึ้นอย่างเฉื่อยชา จึงพบลำคอตั้งตรงสง่า ผิวขาวคร้ามแดดมีร่องรอยฟันขบกัดเด่นชัดอยู่ห่างจากต้นคอไปเล็กน้อย สูงขึ้นเหนือปลายคางเป็นริมฝีปากแดงเรื่อที่กำลังแย้มยิ้ม รอยยิ้มนั้นแผ่ขยายทั่วใบหน้าลามไปถึงดวงตา ให้สีทับทิมสดสวยเด่นชัดกลางแสงเงาของอรุณรุ่งที่ทาบลงบนใบหน้าคมสัน


“ตื่นแล้วหรือ?”


เสียงเอ่ยทุ้มนุ่มนวล เป็นเยว่ถิงที่นอนหนุนแขนอีกฝ่ายพร้อมใช้ขาไร้อาภรณ์อีกข้างก่ายตะกายบนเอวสอบ กระแสความร้อนพุ่งริ้วขึ้นบนใบหน้าคนเพิ่งตื่น พาเอาถอยผงะแทบกลิ้งตกเตียง


ชิวหยางเอื้อมมือมาคว้าแขนเยว่ถิงไว้ทันท่วงที การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ผ้าห่มบนร่างเยว่ถิงเลื่อนหลุดจากสะโพก เผยให้ตนเองเห็นชัดว่าร่างกายที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรบอย่างดุเดือดนั้นเป็นอย่างไร


ผิวใต้ร่มผ้าขาวเด่น ทำให้ร่องรอยสีแดงชมพูมากมายกระจ่างชัดหมือนผ้าขาวที่ถูกสีแต่งแต้ม ผิดกันว่าผืนผ้าศิลปะคงไม่มีรอยฟันขบกัดน่าอายแบบนี้ด้วย หรือถ้าจะเปรียบเปรยศิลปะจริง ก็คงเป็นศิลปะแบบลามกอนาจารสิบแปดบวก


รอยบีบเค้นคลึงชัดยังเห็นได้ถนัดตา อยู่ยังบริเวณหน้าอายเช่น ด้านในของต้นขา ก้อนสะโพก ส่วนสองจุดบนหน้าอกยังเป็นสีแดงก่ำจากสัมผัสอันเร่าร้อนหนักหน่วง


เยว่ถิงแข็งค้างด้วยความช็อกไป ผู้คนบนเตียงกลับยิ้มกว้างขึ้น เลื่อนสายตาลงต่ำ


เห็นสายตาอีกฝ่ายอยู่ยังจุดยุทธศาสตร์ พลันเยว่ถิงได้สติกลับคืน เอื้อมมือคว้าแย่งผ้าแพรห่มกายมา โดยอีกฝ่ายไม่คิดปัดป้องดึงไว้แม้แต่น้อย เปลี่ยนคนที่โป๊เปลือยจากเขาเป็นแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายแทน


“ถ้าชุนอ๋องใคร่จะ ทำภารกิจกับข้าต่อตั้งแต่เช้าตรู่ ข้าก็ไม่ขัด” คนถูกแย่งผ้าห่มว่าเนือยๆ ขณะยิ้มน้อยๆ


“ใครจะทำต่อไหวกัน!


เยว่ถิงส่งเสียงร้อง มือแทบพันกันขณะพยายามแบ่งผ้าปิดทั้งของตัวเองและอีกฝ่าย เมื่อคืนตาพร่าคล้ายมัวเมา บัดนี้สติแจ่มชัด ชายเสียชายเช่นเขายังไม่ชินชา


พอขยับตัวมากเข้า อาการปวดแปลบก็ลั่นร้าวจากส่วนลึกสุดยังสะโพกไปตามสันหลัง พลันเข้าอกเข้าใจปราชญ์อธรรมที่เขาเคยแอบลอบฟังขึ้นมาทันที


คนมักมากผู้นั้นเพียงหัวเราะขำแล้วยังไม่วายใช้ปลายนิ้วลากผ่านหัวไหล่เขาคล้ายยั่วเย้า แต่เมื่อเยว่ถิงซึ่งหันหลังให้ส่งสายตาคาดโทษเข้า จึงเขยิบมาโอบเอวแล้วนวดเฟ้นให้อย่างประจบเอาใจ


เมื่อคืนเล่นเพลงยุทธ์กี่กระบวนท่าเขาไม่อยากนับ พอเขาตาปรือจะหมดสติเหมือดไปจริงๆ ชิวหยางก็หิ้วเขาไปทำความสะอาดร่างกายแล้วพากลับที่ห้อง ส่วนเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่รู้หายไปไหนอีก คาดว่าก็เป็นคนตรงหน้านี่เอง


“เจ็บตรงไหนอีก”


ชิวหยางเลื่อนใบหน้าเข้ามาคลอเคลียกับต้นคอ มือหยาบที่ให้ความอุ่นและกำลังพอดีพอคลายความเนือยหนึบของกล้ามเนื้อได้บ้าง


“ผู้น้อยน้อมรับโทษที่ทำให้ชุนอ๋องต้องเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งราตรี”


ถ้อยคำล้อเลียนพาให้ใบหูเยว่ถิงยิ่งขึ้นสี ปลายจมูกซุกไซ้เข้ามาให้รู้สึกจั๊กจี้


“ครานี้อย่าได้เอ่ยว่าข้าติดค้างท่านอีกเล่า!


เดิมเขาอยากผ่อนโทษอยู่บ้าง แต่เล่นเสียขนาดนี้ อย่าหวังเลยวันนี้เขาจะขี่ม้าได้ โชคดีที่ร่องรอยเหล่านี้อยู่ใต้ร่มผ้า แต่รอยบนคอชิวหยางออกจะหมิ่นเหม่อยู่บ้าง เป็นเขาซึ่งกัดลงยามที่อีกฝ่ายรุกเร้าไม่หยุดเสียที


ชิวหยางยิ้มแล้วยิ้มอีก หากบอกว่าเป็นแม่ทัพอู่ผู้ดุดันที่มีสมญาจอมอสูรพันศพ จ้างร้อยตำลึงก็ไม่น่าเชื่อถือ ขณะมองด้วยสายตาตำหนิกึ่งกระดากอาย คนตรงหน้าก็ก้มลงฉกฉวยเอาจุมพิตแผ่วเบาไปจากเขาอีก


“น่ารัก”


“อะไรอีกเล่า”


เยว่ถิงเอ่ยงุบงิบ ก่อนกระแอมไอให้เสียงหายแหบเครือ จะโมโหก็โมโหไม่ได้เต็มที่ เมื่อคนหน้าตึงในหลายวันก่อนกลับยิ้มร่าเป็นพระอาทิตย์แผดแสงเช่นนี้ “...ท่านปล่อยข้าเถอะ เราต้องรีบกลับไปแล้ว”


“เจ้าเดินไหวรึ”


“ไหว!” ฝืนลากสังขารลุกขึ้น แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ขาอ่อนซวนเซ ชิวหยางลุกขึ้นมาประคอง ท่วงท่าอ่อนโยนแต่หน้าระรื่นดูไม่สำนึกผิดทำให้เยว่ถิงนึกหมั่นไส้


ชิวหยางนำเสื้อผ้ามาช่วงเยว่ถิงสวมใส่ ก่อนจัดแจงตนเอง เมื่อเสร็จแล้วจึงก้าวเข้ามาอุ้มเยว่ถิงขึ้นไว้ในอ้อมแขน


ผู้อื่นมาเห็นจะคิดเช่นไร”


“ข้าจะบอกกับทหารว่าเจ้าตกม้า ไม่ต้องห่วง”


คร้านจะต่อสู้กับคนอารมณ์ดี เยว่ถิงเบ้ริมฝีปากน้อยๆ อย่างรู้สภาพของตนเองจึงไม่อาจต่อล้อต่อเถียง ทำได้เพียงชักสีหน้าขุ่นข้อง


“แถวนี้มีร้านยา เจ้าไม่ต้องกังวล” ชิวหยางกระซิบ เกือบจะทำให้เขาสีหน้าอ่อนลง ถ้าไม่ใช่ว่า


หากเจ้าไม่รู้ว่าทาตรงไหน ให้ข้าทาให้ก็ได้”


“ท่านนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ!!


ชุนอ๋องออกหมัดชกเข้าที่แขนอีกฝ่ายอย่างเหลืออด คนโดนด่ากลับหัวเราะเสียงดังดั่งได้ฟังคำบอกรัก ก่อนที่จะนำพาเขากลับไปยังขบวน

 




บรรยากาศระหว่างผู้มีศักดิ์ทั้งสองแห่งแคว้นอ้ายดีขึ้นมาก หลังจากสนทนาธุระเสร็จ ชิวหยางได้แจ้งว่าอาชาพยศตื่นเป็นเหตุให้ชุนอ๋องพลัดตกลง โชคดีไม่บาดเจ็บมาก เพียงแค่ฟกช้ำเล็กน้อย


ฟังจบ เฟยอวี่และเฟยเทียนต่างส่งสายตามีลับลมคมในต่อกัน สีหน้าคล้ายรู้ความกันดีแม้ไม่พูด


เยว่ถิงพาลอยากจะจิ้มตาลุกวิบวับของทั้งคู่ไปด้วย ส่วนชิวหยางเองยังคงมีบุคลิกน่าเกรงขาม แม้ไม่แย้มยิ้มแต่เหล่าทหารในกองทัพคล้ายรับรู้ได้ว่าวันนี้ท่านแม่ทัพอารมณ์ดีมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พวกเขาจึงผ่อนคลายความเคร่งครัดในท่วงท่าลง


เดินทางผ่านหมู่บ้านมู่ตาน สถานที่เกิดของเยว่ถิง ที่นี่ยังคงกันดารแร้นแค้นอยู่เช่นเดิม เดิมคิดอยากแวะยังโรงเลี้ยงเด็กแล้วถามถึงที่ฟังศพของมารดา ทว่าเวลาจำกัดจึงทำได้เพียงตั้งปณิธานไว้ว่าจะมาหลังเสร็จเรื่องราวทั้งหลาย


ระหว่างทางมีเหล่านักฆ่าเร้นลอบมาบ้าง แต่ก็ไม่อาจสำเร็จตามประสงค์ พบว่าเป็นคนของตระกูลอู่และตระกูลที่ถือข้างอ้ายอ๋องส่งมา ทว่ายังโชคดีที่ไม่มียอดยุทธ์ฝีมือสูงส่งซึ่งควรระวังว่าเป็นคนของอ้ายอ๋องหรือโจวหวู่

 


ในยามเย็น ขบวนชุนอ๋องเดินทางถึงจุดหมายในที่สุด


ลุ่มน้ำวูซาเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ที่มีแม่น้ำตัดผ่านหุบเขา ชนเผ่าซ่งหู่และฟูซีอาศัยอยู่สองฝั่งน้ำ เมื่อมองจากผาสูง เห็นเป็นกระโจมน้อยใหญ่สุดลูกหูลูกตา ไอควันจากการหุงต้มลอยฟุ้ง อาณาเขตแผ่ออกไปเทียบเท่ากับเมืองขนาดใหญ่สองแห่งที่ถูกกั้นด้วยสายน้ำ


            ลักษณะสีสันและลวดลายของกลุ่มกระโจมสองฝากฝั่งนั้นแตกต่างกัน ฟูซีเน้นสีแดง ขาว น้ำเงิน ส่วนซ่งหู่เน้นโทนสีธรรมชาติ เช่น น้ำตาล เทา ดำ สะท้อนวิถีชีวิตที่ชาวฟูซีจะเน้นความยิ่งใหญ่งดงามของอารยธรรม ส่วนซ่งหู่มักเน้นไปทางเรียบง่าย ดูสมถะ


            สิ่งที่เหมือนกันของสองชนเผ่า คือมีทุ่งกว้างเพาะปลูกอยู่บ้างและเน้นไปยังการเลี้ยงสัตว์และล่าสัตว์มากกว่า


            ทั้งบุรุษเต็มวัยทุกคนจะมีความสามารถด้านล่าสัตว์และทำสงคราม ได้แก่ขี่ม้าและยิงธนูทั้งสิ้น  ก่อนหน้าทางการแคว้นอ้ายเคยคิดกวาดล้างมาหลายยุคสมัย ทว่าก็ไม่อาจเข้ายึดครองสองชนเผ่าได้ ด้วยเพราะกำลังรบที่มากประสบการณ์และชำนาญพื้นที่ จึงไม่น่ากังขาว่าเหตุใดจึงถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจของแคว้นอ้าย


            ทั้งสองชนเผ่านี้ยังมีกษัตริย์เป็นของตนเอง ไม่ขึ้นกับอ้ายอ๋องผู้ครองแคว้นอ้าย ดังนั้นต่อจากนี้หากเหยียบย่างเข้าไปเยือนดินแดน แม้มีบรรดาศักดิ์ชุนอ๋องก็เหมือนไม่มี


            “ที่แห่งนี้ถือว่ามิใช่ดินแดนของแคว้นอ้าย ห้ามผู้ใดกระทำการโดยไม่ได้รับคำสั่งเด็ดขาด”


            เยว่ถิงประกาศกร้าวแก่เหล่าทหาร ระหว่างทางได้รู้แล้วว่าล้วนแต่ถูกชิวหยางซื้อใจไว้ทั้งหมด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก เหล่าชายฉกรรจ์คุกเข่าพร้อมเพรียง เอ่ยรับคำสั่งหนักแน่น


            ก่อนมาเยือน เยว่ถิงยังได้ส่งจดหมายถึงกษัตริย์ของสองชนเผ่า ได้รับการตอบกลับจากเผ่าซ่งหู่ด้วยถ้อยคำระมัดระวัง ส่วนฟูซีไม่มีคำใดกล่าวมา ตามหลักจึงควรไปเยือนซ่งหู่ก่อน


            ขบวนเคลื่อนไปถึงหน้าอาณาเขตของเผ่าซ่งหู่ มีตัวแทนผู้หนึ่งควบม้าออกมาจากปราการสูงที่ก่อด้วยไม้ เป็นบุรุษผู้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีน้ำตาล เค้าหน้าสุภาพแต่ดวงตาบอกชัดว่าระแวดระแวง


            “บิดาทูนหัวอนุญาตให้พวกท่านเข้าพบเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนผู้อื่นต้องรออยู่ที่นี่”


            เฟยอวี่ขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ก่อนจะเอ่ยสิ่งใด เยว่ถิงกลับยกมือปราม


            “เช่นนั้น ข้าชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงและท่านแม่ทัพเอกอู่ชิวหยางเป็นผู้เข้าไปหาท่านหัวหน้าเผ่า”


            “เชิญ”


            ควบอาชาย่างเหยาะตามไป ชิวหยางดึงอาชาของตนให้ชิดใกล้เขา สายตาของเหล่าบุรุษนักรบทุกคนต่างจับจ้องมาตลอดทาง พวกเขามีผิวสีเหลืองไปจนถึงน้ำผึ้ง ดวงหน้ามีกระฝ้าเพราะออกแดด อีกทั้งยังสวมใส่หนังสัตว์ทับบนผ้าเนื้อหยาบและพกอาวุธติดตัว ดูไม่ยินดีต้อนรับคนภายนอกเท่าไร


             เยว่ถิงกับชิวหยางเข้าไปยังกระโจมหลังใหญ่ที่มีลวดลายสวยงามที่สุด ภายในมีฉากแบ่งกั้นเป็นสัดส่วน เบื้องหน้าบุรุษผมเทานั่งอยู่บนตั่งไม้หอมสีเข้มปูทับด้วยพรมขนสัตว์หลายชั้น เขาปล่อยเส้นผมหยักศกยาวถึงกลางหลัง มัดเปียเล็กประดับด้วยเขี้ยวสัตว์ สวมอาภรณ์ผ้าสีดำสนิททับด้วยขนจามรี


            เบื้องข้างยังรายล้อมด้วยเหล่านักรบหน้าตาถมึงทึง เผ่าซ่งหู่มิได้ตระเตรียมที่นั่งหรือสิ่งใดไว้รับแขก เยว่ถิงกับชิวหยางจึงจำต้องยืนพูดคุย


            “ข้าชุนอ๋องหลี่เยว่ถิง คารวะท่านหัวหน้าเผ่าซ่งหู่”


            ชายตรงหน้าคะเนอายุได้ราวๆ ห้าสิบปี รูปร่างบึกบึนยังสมกับเป็นนักรบ กล่าวเสียงห้วนสั้นแต่ไม่คุกคาม


            “ท่านต้องการสิ่งใด”


            “ดั่งที่ข้ากล่าวไปในจดหมายก่อนหน้า ข้ามาเยือนวูซาเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของพวกท่านสองชนเผ่า”


            “งั้นจงกลับไปบอกอ้ายอ๋อง ผืนดินนี้คือผืนดินของเรา จะกระทำการใดไม่ต้องให้พวกเจ้ามาตัดสิน!


            ชายฉกรรจ์ที่ดูหนุ่มแน่นป่าเถื่อนเคียงข้างเอ่ยเสียงดุดัน ดวงตากร้าวจ้องมองมา เยว่ถิงน้อมศีรษะให้เล็กน้อย


            “ผืนดินนี้ย่อมเป็นของท่าน ตัวท่านย่อมทราบดีว่าการรบพุ่งกันมิได้นำมาซึ่งสิ่งอันดี ในครั้งนี้ข้ามาเพื่อช่วยเหลือ ให้สงบศึกมิได้คิดล่วงเกินแต่อย่างใด”


            “เฮอะ ทำอย่างกับว่าพวกเจ้าจิตใจดีปานนั้น” คนผู้นั้นเข่นเขี้ยว “พวกมันไม่มีทางหอบหิ้วตัวมาหากไม่ต้องการผลประโยชน์ ขอบิดาทูนหัวเอ่ยมาคำเดียว ข้าจะจับพวกมันโยนออกไปทันที”


            ชิวหยางตวัดสายตาอำมหิตมอง คนผู้นั้นก็จ้องกลับไม่ลดละ ทำให้บรรยากาศดูตึงเครียดน่าอึดอัด หัวหน้าเผ่ายังสงบนิ่งไว้ท่าที ยกสุรากลิ่นแรงจากจอกหินดื่มอึกหนึ่งแล้ววางลง


            “แล้วท่านมาเพื่อช่วยเผ่าเรา หรือเผ่าฟูซี”


            “ช่วยเหลือท่านทั้งสอง” สีหน้าของบุรุษตรงหน้ายังแน่วนิ่ง “คงจะดีกว่าหากหยุดรบราแล้วมุ่งสร้างความเจริญภายในเผ่า ได้ยินมาว่ารบแต่ละครั้งเสียกำลังไปมาก บางครั้งช่วงชิงสิ่งของได้ บางครั้งไม่ ทั้งยังต้องคอยจัดเวรยามริมฝั่งน้ำหนาแน่นเพื่อระแวดระวัง หากชนเผ่าอื่นอาศัยโอกาสนี้ คงไม่ดีสำหรับพวกท่าน”


            “เจ้าดูถูกพวกเราชาวนักรบหรืออย่างไร” คนข้างตัวคนเดิมแค่นเสียง “เกิดมาเป็นชายแล้วอ่อนแอขี้ขลาดไม่กล้าสู้รบ นั่นมิใช่วิถีชาวซ่งหู่!


            การเจรจาเช่นนี้นับว่าไม่ง่าย เพราะจุดประสงค์ของพวกเขาเองก็ดูมีลับลมคมในจริงๆ


            ไอรังสีร้อนจากร่างกายเหล่าบุรุษสูงใหญ่ทำให้อบอ้าวชั่วขณะหนึ่ง ความเงียบเกิดขึ้นสักพัก จากนั้นหัวหน้าเผ่าซ่งหู่จึงเอ่ยช้าๆ


            “พวกท่านกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องการ”


            มาไกลปานนี้ ย่อมไม่มีผู้ใดยอมกลับมือเปล่า เยว่ถิงเอ่ยต่อคำอย่างสงบ


            “ข้าทราบมาว่า พวกท่านสองชนเผ่าขัดแย้งกันเรื่องลุ่มน้ำ ในปีหนึ่งจะมีหกเดือนที่น้ำท่วมซ่งหู่ และอีกหกเดือนจะท่วมฟูซี ข้าสามารถยุติเหตุการณ์นี้ได้”


            คำกล่าวดึงสายตาของบุรุษผมเทากลับมา สีหน้ามีอารมณ์ความรู้สึกขึ้นเล็กน้อย


            “พวกท่านบูชาหญิงพรหมจรรย์ให้แก่เทพลุ่มน้ำทุกปี เพราะคาดว่าจะสะท้อนเภทภัยที่อีกฝ่ายสาปแช่ง แต่ข้าสามารถยุติภัยนี้ได้โดยไม่ใช้สตรี”


            “อย่างไร?”


            “ท่านต้องทำการขุดคลองผันน้ำ ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง พอฤดูน้ำมาถึง น้ำก็จะไม่ท่วม เพียงแต่ต้องทำการระบายน้ำออกสองฝากฝั่ง มิใช่ฝั่งใดฝังหนึ่ง นั่นคือท่านต้องร่วมมือกับเผ่าฟูซี”


            “เพ้อเจ้อ!!” ชายโฉดข้างกายหัวหน้าเผ่าขัดขึ้นอีกครั้ง คิ้วเข้มหนาขมวดเกร็ง “วิธีนั่นเคยมีคนพูด แต่ก็แค่ลวงโลก”


            “แต่ข้าสามารถทำได้จริง”


            การขุดคลองมิใช่อยากขุดก็ขุด จำต้องวางผังการระบายน้ำไว้อย่างดีด้วย ระหว่างทาง เยว่ถิงคอยรับข่าวกรองเกี่ยวกับวูซา พอได้รับข้อมูลจึงปรึกษากับปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ


            ตัดสินได้ว่า หากอาศัยความรู้ที่เขาศึกษาเพิ่มเติมตอนฝึกยุทธ์ยังแคว้นป๋อและความรู้เดิมของวิศวกรรมที่รื้อฟื้นบ้าง ดูแล้วปัญหาน้ำท่วมนี้สามารถแก้ไขได้


            การขุดคลองต้องใช้พื้นที่ ที่อยู่อาศัยของชาวชนเผ่าเป็นกระโจมสามารถโยกย้ายได้ จึงประหยัดเวลารื้อถอนไปมาก


            “แล้วมีเหตุใดที่ข้าต้องเชื่อถือท่าน”


            สิ่งที่ยากกว่าการวางแผนงานคือการพิสูจน์ตน  คิดเอ่ยให้อีกฝ่ายยื่นเงื่อนไขมา พลันได้ยินเสียงสตรีพรวดพราดเข้ามา เสียงร้องตื่นตระหนก


            “บิดาทูนหัวเจ้าคะ!! มารดาทูนหัวคลอดยาก อาจเป็นอันตรายทั้งแม่และเด็ก”


            “อะไรนะ!


            ท่าทางสุขุมสงบสูญหายไป หัวหน้าเผ่าซ่งหู่ลุกขึ้นรีบตามสตรีผู้นั้นออกไปโดยไม่สนใจเยว่ถิงกับชิวหยาง ผู้คนในกระโจมล้วนมีสีหน้าตระหนกตึงเครียดแห่ทยอยตามไป เยว่ถิงส่งสายตากับชิวหยาง ทั้งคู่เองก็อาศัยจังหวะปะปนไปด้วยเช่นกัน


            เสียงกรีดร้องครวญครางดังลั่นออกมาจากกระโจมหนึ่ง เป็นเสียงสตรีกำลังคลอดทารกอย่างทรมานแน่นอน หัวหน้าเผ่าซ่งหู่ทำได้เพียงเดินไปมาอย่างกลัดกลุ้มพร้อมด้วยเหล่าบุรุษที่มิรู้จะทำเช่นไรนอกจากมองหน้ากัน


            “ฮ่า... ข้า... ข้าไม่ไหว...!!!


            แม้ห่างหายศาสตร์การแพทย์มาสองปี แต่เยว่ถิงไม่อาจยืนเฉยทนฟัง เขาทำท่าจะพุ่งเข้าไปในกระโจม แต่ถูกบุรุษตัวสูงใหญ่ก้าวเข้ามากันไว้ ตวาดเสียงเหี้ยม “เจ้าจะทำอะไร”


            “ข้าจะช่วยนาง พวกเจ้าถอยไป”


            “อ๋องที่นั่งกินนอนกินเช่นเจ้า ไยจะสามารถทำได้!


            “ข้ารู้วิชาแพทย์” เยว่ถิงยืนยันเสียงแข็ง “ข้าเคยร่ำเรียนที่หลวนซานกับท่านอาจารย์ซุ่ยหวางเจีย หากยังขวางอย่างนี้นางตายเป็นแน่ ทว่าหากให้ข้าเข้าไป ยังพอมีโอกาส”


            เอ่ยคำข่มขู่ หัวหน้าเผ่าผู้ดวงหน้าไร้สีเลือด ใจไม่อยู่กับตัว ยามได้ยินจึงตวัดมือตะโกน “ให้เขาเข้าไป”


            ประกาศิตเด็ดขาด ผู้ขวางกั้นจำใจถอย เยว่ถิงค้อมศีรษะให้บุรุษผมเทา แววกร้าวกระด้างแข็งบนใบหน้าขณะจ้องมองเขา “แต่ถ้านางเป็นอะไรไป เจ้าต้องรับผิดชอบ”


            “ย่อมได้” ก้าวเข้าไปในกระโจมพร้อมชิวหยาง สตรีที่ทำคลอดล้วนตกใจที่อยู่ๆ มีบุรุษเข้ามา เยว่ถิงมิได้สนใจพวกนาง รีบก้าวเข้าไปจับแมะชีพจร


            “นำมีด เข็ม ด้าย น้ำต้มสมุนไพรและน้ำต้มจนเดือดมาเดี๋ยวนี้”


            สตรีเหล่านั้นยังจับใจความไม่ได้แต่ก็พยักหน้าแล้วเร่งออกไป สีหน้าของผู้เป็นมารดาเขียวคล้ำจากแรงเบ่ง เลือดออกมากแต่ยังไม่มีทีท่าว่าเด็กจะออกมา ดังนั้น... จึงจำต้องทำการผ่าคลอดฉุกเฉิน


            “ชิวหยาง ท่านไปเรียกหัวหน้าชนเผ่าเข้ามา”


            ตามธรรมเนียมการคลอดมิควรให้บุรุษเข้ามา แต่ในยามวิกฤตจะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตของแม่และเด็ก หัวหน้าชนเผ่ารีบเข้ามาอย่างร้อนใจ เยว่ถิงเอ่ยเร็วๆ ขณะกำลังจัดแจงเตรียมการ “ท่านปลอบโยนนางเถอะ”


            “ทะ... ท่านพี่” ใบหน้างามเต็มไปด้วยเหงื่อผุดพรายเอ่ยเสียงแผ่ว ผู้เป็นสามีรีบย่อตัวลงกุมมือนางไว้


            “เอ้อเหนียง เจ้าและลูกจะต้องปลอดภัย”


            คำปลอบทำให้นางสงบลงบ้างและยังคงสติไว้ เยว่ถิงหันไปยังบุรุษข้างตัว “ชิวหยาง ท่านสกัดจุดไร้รู้สึกเป็นใช่หรือไม่”


            การสกัดจุดไร้รู้สึกคือการทำให้กล้ามเนื้อชาให้ไม่มีความรู้สึก อีกฝ่ายพยักหน้า “เช่นนั้น ท่านช่วยสกัดจุดนางให้ชาที่ส่วนล่างลงไป”


            หากเป็นยุคปัจจุบันมักใช้การฉีดยาเข้าสันหลังก่อนผ่าตัดทำคลอด ทว่าที่แห่งนี้ย่อมไม่มี จึงจำต้องใช้วิชายุทธ์ช่วยเหลือ เมื่อเตรียมการเรียบร้อบ เยว่ถิงดึงม่านสั้นกั้นยังบริเวณหน้าท้อง เพราะเกรงว่าผู้เป็นแม่เห็นวิธีการแล้วจะยิ่งตื่นกลัว


            อดีตแพทย์แห่งหลวนซานชำระมือกับน้ำสมุนไพรให้สะอาด มือขวาเอื้อมไปจับมีดขึ้น มิคาดยังสั่นริกน้อยๆ


            ชิวหยางเอื้อมมือมาจับประคอง สบตาเขาด้วยสีหน้าแน่วแน่มั่นคง “เจ้าต้องทำได้ เชื่อข้า”


            เยว่ถิงพยักหน้า ใจชื้นขึ้น ชิวหยางดึงมือกลับไป ทว่าคล้ายยังมีไออุ่นหมุนเวียนบนผิว พาให้อาการสั่นลดลง


            คมมีดผ่าผ่านผิวหนัง ไขมันใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อและเยื่อบุช่องท้อง เมื่อเข้าสู่ช่องท้อง เขาได้ทำการสอดผ้าสองผืนไว้ข้างมดลูกเพื่อซับเลือดและป้องกันลำไส้มารบกวน


            จากนั้นจึงผ่าเปิดเยื่อบุช่องท้องส่วนที่ติดกับมดลูก แล้วผ่าตัดเปิดมดลูก


            เยว่ถิงทำการคลอดอย่างระมัดระวัง โดยให้ชิวหยางคอยดูอาการของมารดาและสอนนางหายใจให้ถูกต้อง


             นำตัวเด็กที่แน่นิ่งออกมาอย่างเบามือ เหงื่อกาฬแพทย์หนุ่มหลั่งเต็มใบหน้า ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบดวงตา คลำดึงสายสะดือออกรอบลำตัวทารกน้อย ค่อยๆ ฉีกถุงน้ำคร่ำที่ปิดหน้าอยู่ออกเพียงให้ทารกสามารถหายใจ


            ทว่าทารกน้อยยังไม่ส่งเสียง เยว่ถิงจับตัวเด็กวางพาดไว้บนต้นขาของผู้เป็นมารดา โดยให้หัวอยู่ต่ำกว่าเท้าแล้วลูบหลังเบาๆ


            สรรพเสียงใดๆ ในโลกคล้ายเงียบไปชั่วขณะ เยว่ถิงลูบผิวเลื่อนอ่อนบางอย่างใจเย็นเพื่อขับมูกและกระตุ้นความดันโลหิต ภาวนาให้ชีวิตใหม่ได้กำเนิดอย่างสมบูรณ์


            ในที่สุด เสียงร้องไห้จ้าก็ดังลั่น ทารกน้อยสามารถหายใจเองได้แล้ว ค่อยพาให้เหล่าผู้คนในกระโจมหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง แนวไหล่และช่วงแขนของเยว่ถิงค่อยผ่อนคลาย ก่อนทำการตัดสายสะดือและปิดปากแผลของผู้เป็นมารดา


            ตัวแม่เองแม้เหนื่อยอ่อนแต่ก็ยังหายใจเช่นกัน


            “ข้า ข้าอยากอุ้มลูก” นางครวญเสียงเครือเมื่อได้สติ


            นำน้ำอุ่นเช็ดตัวแล้วส่งทารกตัวอ้วนจ่ำม่ำให้ เด็กน้อยอยู่ในอ้อมกอดของแม่และมีพ่อเคียงข้าง เป็นภาพน่าดูชม


            “ลูก... ลูกแม่ แม่คิดว่าเจ้ากับแม่จะไม่รอดเสียแล้ว”


            “เป็นผู้ชาย!


            บุรุษเคร่งขรึมวัยห้าสิบปียิ้มกว้างออกมา ท่วงท่าและสายตาต่างบอกหมดสิ้นว่ารักใคร่ภรรยางดงามคนนี้มาก


            “ให้ชื่อว่าอะไรดี” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามขณะจับจ้องหน้าบู้บี้ไม่วางตา มารดาระบายยิ้ม น้ำตาเอ่อซึมออกจากหางตาแล้วหันมาทางเยว่ถิง “ท่านทั้งสอง... มีชื่อว่าอะไรหรือ”


            “ข้ามีนามว่าเยว่ถิง ส่วนบุรุษผู้นี้มีนามว่าชิวหยาง”


            “เช่นนั้น เยว่หยางนับว่าประเสริฐ ท่านพี่เห็นว่าอย่างไร”


            “เจ้าว่าดีก็ดี”


            เยว่ถิงอมยิ้มเหลือบมองชิวหยาง อีกฝ่ายส่งยิ้มตอบ เจ้าเด็กทารกผู้นี้จำต้องมีชื่อคล้ายแมวตัวหนึ่งเสียแล้ว

           



            หลังจากซ่งเยว่หยางบุตรคนที่สามของหัวหน้าชนเผ่าซ่งหู่กำเนิดได้อย่างปลอดภัย ขบวนของชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงก็สามารถเข้ามาพำนักภายในอาณาเขตชนเผ่าซ่งหู่ได้ พวกเขาต้อนรับด้วยที่พักที่ดีและอาหารรสชาติยอดเยี่ยม เช่น ห่านป่า ทั้งยังให้พวกเขาชมการร่ายรำของสาวงามอันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า


            ท่ามกลางบรรดาสาวงามที่ก้าวย่างตามจังหวะระทึกของกลอง สตรีนางหนึ่งโดดเด่นขึ้นเป็นพิเศษ ผิวเรียบเนียนสีน้ำผึ้งรับกับคิ้วคมเข้มน่าดูชม ต่างจากสตรีในนครของแคว้นอ้ายที่มักมีผิวขาวราวกับไม่เคยต้องแดด


            ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งทำให้ชุนอ๋องมองเพลิน มิวายโดนแม่ทัพที่นั่งข้างตัวเตะขาใต้โต๊ะอย่างไม่เบาไปดอกหนึ่ง


            บนโต๊ะอาหารจัดเลี้ยงในการฉลองการคลอดอย่างปลอดภัยของมารดาทูนหัว ผู้ที่ต่อต้านคนนอกยังคงมีอยู่จำนวนหนึ่ง ทว่าทำได้เพียงมองมายังเยว่ถิงที่กำลังสนทนากับหัวหน้าชนเผ่า


            “สองสามวันมานี้ข้าได้คิดถึงเรื่องสร้างเส้นทางน้ำที่ท่านอ๋องเสนอมา”


            “แล้วท่านคิดเห็นเช่นไร”


            “ท่านเป็นผู้มีพระคุณกับข้าก็จริง แต่ข้าเองไม่อาจกระทำการตามคำคนนอกได้ตามใจ”


            เยว่ถิงพยักหน้ารับฟัง แต่ประโยคต่อมากลับทำให้ชิวหยางทำจอกสุราตกร่วง


            “ข้ามีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง นางก็คือนางรำที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้ หากท่านแต่งงานกับนางแล้วก็นับว่าเป็นคนเดียวกัน เช่นนั้นแล้ว ข้าจะกระทำตามคำในครอบครัวย่อมไม่มีผู้ใดคัดค้าน”

 

 

100%

ลุง ลุงจะทำงี้ไม่ได้!!

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ยังคิดถึงกันน รักก<3

ปล. ข้อมูลที่เสี่ยวอ้ายเขียนปนผสมระหว่างกำลังภายในกับความเป็นจริง ดังนั้นไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินมาดังนี้ค่ะ

>การผ่าคลอด เว็บหาหมอ

http://haamor.com/th/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3/#article102

>เมื่อคุณต้องเป็นหมอตำแยจำเป็น จะทำอย่างไร เว็บหมอชาวบ้าน

https://www.doctor.or.th/article/detail/4710

>การคลอดฉุกเฉิน (คลอดกะทันหัน) รับมืออย่างไร?

https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99/

           

                                                                                             

 

 

                                                                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 859 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7648 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 13:50
    ลุง!!! ทำงี้ไม่ได้นะะะะะ ชิวหยาง เกิดเป็นชิวหยางต้องอดทนจริงๆโว้ยยยย5555555555555
    #7,648
    0
  2. #7633 yotakabeery2004 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:25
    ลุง!!!!!!!เขามีผวแล้ว!!!!!
    #7,633
    0
  3. #7604 thiip (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 02:37
    เอาแล้วลุงเอาแล้ว
    #7,604
    0
  4. #7592 K.white wine (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:24
    ผัเขาก็นั่งอยู่ข้างๆอะลุ๊ง!!!!
    #7,592
    0
  5. #7543 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 11:10
    โว้ยยย งานงอกอีกล้ะ 555
    #7,543
    0
  6. #7446 ya.ong (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 13:54
    จะยินยอมไหม????
    #7,446
    0
  7. #7404 OhChu? (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 12:11

    555เอาแล้วชิวหยางจะยอมให้เยว่ถิงแต่งงานเหรอ

    #7,404
    0
  8. #7380 Apit29 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:50
    ขอแนะนำให้ลุงถามผัวเค้าก่อนนะ
    #7,380
    0
  9. #7359 PPSnook (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:15
    5555555555 ลุงดูหน่าคนข้างๆด้วย
    #7,359
    0
  10. #7282 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 17:03

    55555 ลุงจะหาผัวให้ลูกสาวมันก็ไม่แปลก แต่ลุงถามผัวเค้าก่อนมั้ย? ว่าเค้าให้เมียตัวเองมีเมียได้ป่าว?

    #7,282
    0
  11. #7261 MinRos (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 06:47
    เดี๋ยวก่อนนนนนนนนน ถามสามีข้าก่อนลุง ตอนนี้โดนเตะขาช้ำไปหมดแล้ว
    #7,261
    0
  12. #7173 Fueled me (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:39
    หางานให้ลูกฉันอีกแล้ว ตาพระเอกจะกระอักเลือดตายแล้วค่ะคุณ5555555555555555
    #7,173
    0
  13. #7075 lilying_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 15:38

    เฮ้ยลุง แบบนี้ไม่ได้ เฮ้ย!!!!! โอยการเมืองการวางท่าทางเยอะแยะทำให้คิดถึงตอนต้นเรื่องจริงๆ คิดถึงพี่ชิวหยางประมุขจอมหื่นกับกระต่ายตาบอดผู้หิวตลอดเวลา 5555555

    #7,075
    0
  14. #7001 นินรักจงอิ้ด (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:52
    ลมพิษหึงมาแน่งานนี้
    #7,001
    0
  15. #6808 Londar (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 11:21
    อ้าวววววลุงงง ทำอย่างนี้ไม่ได้ มาแย่งชิวหยางได้ไงงงงง รายนั้นยิ่งหึงรุนแรงอยู่
    #6,808
    0
  16. #6787 Wang19th (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 22:57
    แงงงงงงงง น้องมีสามีแล้วค้าบ น้องมีเมียมะได้
    #6,787
    0
  17. #6767 chalillxx_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:09
    เห้ยยยยย ชิวหยางจะทรงพิโรธอีกครา
    #6,767
    0
  18. #6741 pcy921 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:26
    แงงงงงน้องมีสามีแล้วค่า น้องมีเมียไม่ได้ค่ะสามีน้องหึง
    #6,741
    0
  19. #6577 Ppttyc_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 18:14
    ชิวหยางหึงแล้วละหัวหน้ามาบอกงี้ชิวหยางจะเป็นไงน้าาาา5555555
    #6,577
    0
  20. #6031 บาบาน่า (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 22:17
    ตื่นเต้นฉากทำคลอด ลุ้นตามเลยค่ะ ฮู่ยยยยย
    #6,031
    0
  21. #5936 N@TTY (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59
    เดี๋ยวนะลุงงงงง ใจเย็นนะคะ 55555
    #5,936
    0
  22. #5752 AwkorMZ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 22:57
    ลุ๊งงงง 5555 รว้ายกาจจจ
    #5,752
    0
  23. #5676 Midories (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:07
    เดวๆๆ ลุงงง ลุงจะมาแนะนำแบบนี้ไม่ได้นะ น้องเขามีคนรักอยู่แน้ววว
    #5,676
    0
  24. #5646 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:31
    ลุงงงงงงง5555
    #5,646
    0
  25. #5550 chocolato.p (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 10:52

    กลายเป็นพระเอกต้องคอยตามหึงซะงั้น น้องถิงเอ๊ยยย 55555555

    #5,550
    0