หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 45 : 43 - มัวเมาในม่านราตรี re27/12/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,122 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

43 – มัวเมาในม่านราตรี

 

            “อ่า...”


            เสียงหอบใจดังลอดผ่านหน้าต่าง เห็นเป็นเงาของคนสองคนที่กำลังโรมรันพันร่างผ่านม่านกั้น เงาสะท้อนจากแสงเปลวเทียนแนบสนิทแทบหลอมรวมกลืนร่างเข้าด้วยกัน


            “อ๊ะ อ๊า อื้อ แรงอีก...”


            “ไหนลองอ้อนวอนข้าสิ”


            เสียงหอบครางแสนซาบซ่านในกำหนัด เสียงขยับกายกระทบกันก็แสนหยาบโลน ดังเร่าอยู่ในราตรีแสนเงียบงัน


            “ได้โปรด... อ๊า! ท่านอ๋อง ตรงนั้น อ๊ะ ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ ท่านใหญ่โตเหลือเกิน


            เป๊าะ!


            พลันเกิดเสียงแปลกปลอมของกิ่งไม้ที่หักลงดังอยู่ภายนอกห้องหอ ทว่าผู้ดำเนินกิจเร่าร้อนไม่แม้แต่ให้ความสนใจ มีเพียงคนข้างตัวที่อยู่ใกล้ผู้สร้างเสียงที่หันมาถลึงตา


            แขกผู้ไม่ได้รับเชิญสองคนกำลังซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ด้วยเพราะเป็นยอดยุทธ์ทั้งคู่จึงสามารถลอบเร้นกายเข้ามาถึงตำหนักในของอ้ายอ๋องหลี่ถังโดยมิถูกผู้ใดจับได้ กระนั้น คนบางคนกลับทำกิ่งไม้ตกให้ผิดสังเกต โชคดีที่มิได้มีทหารหรือองครักษ์ในบริเวณใกล้เคียง


            ไป่อวิ๋นหลานที่ได้ยินเสียงหวีดร้องและคำรามสุขสมของบุรุษและสตรีหน้าแดงก่ำ ในอดีตเขาอาจมีท่วงท่ากร้านโลกอยากรู้อยากเห็นและพูดจาลามกหยาบคาย แต่พอเอาเข้าจริงก็เป็นแค่หนุ่มกลัดมันทว่าไร้ประสบการณ์ใดๆ


            ผิดกับอู่เสวี่ยจินที่ใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก ส่งสายตามองคนที่ดึงดันจะติดตามมาให้ได้อย่างเอือมระอา เมื่อคนเยาว์กว่าพอมีสติขึ้น ไป่อวิ๋นหลานก็แสร้งทำเป็นลอยหน้าลอยตาคล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แม้สีสันบนผิวแก้มยังแจ่มชัด


            ได้รับการส่งข่าวมาว่าขบวนของชุนอ๋องอยู่ยังเขตสุ่ยหนานแล้ว อีกไม่นานคงถึงเขตลุ่มน้ำวูซา พวกเขาจึงต้องเร่งดำเนินตามแผน คือการที่รอให้อ้ายอ๋องเปิดช่องว่าง แล้วชิงตัวประกันออกมา


            ในเวลานี้อ้ายอ๋องหลี่ถังคล้ายจะโปรดสนมนางหนึ่งเป็นพิเศษ โจวหวู่เองก็กำลังวุ่นวายในการสืบหาต้นตอของข่าวลือเรื่องจดหมายลับ เสนาบดีอู่มิได้อยู่ยังจวนเนื่องจากมีกิจธุระให้เดินทางออกนอกเมือง ทุกอย่างประจวบเหมาะสมกับการลงมือชิงตัวประกันอย่างยิ่ง


            องครักษ์แซ่เฟยอีกสองคนที่อารักขาตำหนักอัสดงสราญรมย์มาตลอดได้ออกดำเนินการไปยังจวนของเสนาบดีอู่เพื่อชิงตัวมารดาของชิวหยาง ส่วนเขาและอู่เสวี่ยจินได้มายังตำหนักในของอ้ายอ๋อง เป็นจริงว่าคนผู้มักมากนี้ติดพันสนมนางนี้ คงมิได้มีเวลาไปไหนกระทั่งเช้าตรู่เป็นแน่


            บุรุษผมเงินสวมชุดดำพรางกายเหลือเพียงดวงตาพยักเพยิดบอกให้เคลื่อนไหวต่อได้ ไป่อวิ๋นหลานซึ่งสวมชุดเดียวกันพยักหน้าขอไปที ดึงผ้าสามเหลี่ยมสีดำขึ้นปกปิดเบื้องล่างใบหน้า แล้วติดตามใช้วิชาตัวเบาออกจากบริเวณ


            ตามคำบอกเล่าของหวังอิงเอ๋อร์ อดีตเทพธิดาพยากรณ์ผู้มีญาณหยั่งฟ้ารู้ชะตาดิน หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินของวังอ๋อง นับถึงตอนนี้ก็มิได้เห็นฟ้าเห็นตะวันมานับสองปีแล้ว


            หลี่เยว่ถิงคนมากเล่ห์ผู้นั้นอดทนรอคอยถึงสองปี แม้คิดแผนการน่าคับแค้นใจที่เขาไม่เห็นด้วยขึ้นมา ทว่าก็ต้องนับถือในดวงใจดุจราชสีห์และความกล้าได้กล้าเสีย ดังนั้น เขาย่อมมิอาจทำผิดพลาดแม้เพียงนิด


            สองปีอยู่ยังบึงตำหนักเร้นลับ นอกจากติดต่องานใหญ่ ไป่อวิ๋นหลานมิได้นั่งนอนกระดิกเท้าไปวันๆ


            เขารู้สมญาตนเอง ว่าในแคว้นอ้ายโจษจันกันว่าเขาเป็นอัจฉริยะผู้มีปราณล้ำลึกแกร่งกล้ากว่าผู้ใดในรอบพันปี แต่ตัวเขามิคิดเก็บมันมาใส่ใจนัก เพราะหากเย่อหยิ่งจองหองงมงายในเสียงเล่าอ้างแล้ว ก็มีแต่จะเป็นน้ำเต็มแก้วเข้าสักวัน


            ฉะนั้น เห็นเจ้าคนงดงามล่มเมืองบอบบางฝึกจนเลือดตาแทบกระเด็น ตัวเขาจึงยิ่งเข้มงวดกับตนเองมากขึ้น วิชาปราณบัดนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่มิพ่ายให้แก่ผู้ใดโดยง่าย ส่วนวิชากระบี่หรือวิชาตัวเบา ล้วนมิใช่จะถูกจับด้วยทหารไร้ระดับ แม้นต่อให้ลากขาบาดเจ็บสักข้างหนึ่งก็ตาม


เพ่งมองแผ่นหลังใหญ่โตของร่างที่วิ่งนำเบื้องหน้า อดีตประมุขสุริยันพันแสงที่บัดนี้ได้เป็นถึงหัวหน้ามือปราบ อีกฝ่ายก็ก้าวหน้าไปมาก ให้รู้สึกรุ่มร้อนอยากลองฝีมือในเร็ววัน


สองร่างไหววูบดั่งเงาเคลื่อนหยุดลงยังเหลี่ยมหลังคาหนึ่ง การคุ้มกันยังทางเข้าคุกใต้ดินพิเศษแห่งนี้ยังคงกวดขัน ไป่อวิ๋นหลานกวาดสายตานับเหล่าผู้คุม อ้ายอ๋องก็ยังคงเป็นอ้ายอ๋อง ขนาดที่แห่งนี้มิได้มีการบุกรุกถึงสองปี ยังคงจ้างยอดยุทธ์มือดีมาคุ้มครอง อันตัวเขาและอู่เสวี่ยจินอาจเอาชนะได้ แต่มิอาจต่อสู้โดยไม่เกิดเสียงหรือปลิดชีพในพริบตาเดียว


เหลือบตามองบุรุษเคียงข้าง ตาสีอำพันทอประกายกดดัน ทำให้ต้องกระตุกริมฝีปากลงแล้วกลอกตา


คุณชายไป่ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย สุดท้ายต้องงัดแผนการบัดซบที่กว่าจะตกลงกันได้มาใช้ในที่สุด


ร่างสูงโปร่งปลดชุดคลุมสีดำออก ปล่อยผมสีดำขลับสยาย หยิบดอกไม้อย่างสาวชาววังขึ้นมาประดับศีรษะ พร้อมใช้แท่งถ่านกรีดดวงตาและใช้ริมฝีปากแนบกระดาษสีแดงให้ยิ่งสุกฉ่ำ


ภายใต้อาภรณ์สีดำเป็นชุดอย่างสตรีรับใช้ชาววัง ทั้งหมดขับให้ดวงหน้าที่หวานปานน้ำผึ้งดูผุดผาดขึ้น ไป่อวิ๋นหลานยัดก้อนผ้านุ่มใหญ่ๆ ไว้สองก้อนยังหน้าอกให้กลมนูน ไม่ลืมหยิบห่อผ้าสีชมพูในอกเสื้อออกมา แท้แล้วเป็นขนมเซาปิ่งหรือขนมแป้งทอดหน้าตาน่ารับประทาน


เฝ้ารอจนถึงเวลาผลัดเวรให้เป็นคู่บุรุษที่ต้องการ ไป่อวิ๋นหลานจึงกระโดดลงจากหลังคา ใช้วิชาบีบเส้นเสียง ก่อนใส่จริตท่าทางลนลาน


“เจ้า!


“ว้าย!


แสร้งสะดุ้งตกใจขณะถูกจับได้ว่ามาลอบเดินอยู่ยังคุกหลวง


เหยื่อของเขาที่หน้าตาถมึงทึง ร่างสูงบังเขามิด หนวดเคราครึ้มเข้ม ดวงตาดุร้ายปูดโปน มันผู้นี้วิชากำลังภายในถือว่าไม่เลวทรามทีเดียว


“ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามมิรู้หรือไร!


“ผู้น้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ผู้น้อยผิดไปแล้ว” บุรุษเช่นยักษ์ใหญ่แผ่รังสีไม่เป็นมิตร ทว่าเมื่อขยับโคมส่องแสงให้เห็นหน้าเขา เสียงปานจะกินเลือดกินเนื้อกลับอ่อนลง


“ชิ ไสหัวไป ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”


“มีเรื่องอันใดกัน”


ยอดยุทธ์อีกคนก็ปรากฎตัวขึ้น ตาจ้องเขม็งเหมือนนกแร้งแฝงกลิ่นอายสังหาร “นางกำนัลเช่นเจ้ามาทำอะไรที่นี่”


อีกคนมิได้ง่ายดายเช่นคนแรกที่แค่ขับไล่ อย่างไรก็ดี ไป่อวิ๋นหลานยิ่งห่อไหล่ให้ตัวสั่นริก


“รู้หรือไม่ว่าพวกข้าได้รับอนุญาตให้สังหารผู้ใดก็ตามที่เข้าใกล้เขตนี้ หากยังไม่พูด ข้าจะไม่เกรงใจ”


ไป่อวิ๋นหลานทรุดร่างอ่อนระทวยลง น้ำตาหยาดไหลดั่งใจสั่ง ก้มหน้าผากแนบพื้น


“ใต้เท้าโจวเป็นผู้สั่งให้ผู้น้อยมาเจ้าค่ะ ใต้เท้าได้ยินว่าท่านเองกลับได้เบี้ยหวัดน้อยนิดทั้งที่มิเคยบกพร่องต่อหน้าที่ อาหารใดก็ถูกจัดสรรให้อย่างไม่ดี ขะ ข้าจึงถูกสั่งให้นำขนมมาให้ท่านเจ้าค่ะ”


“อย่ามาโกหกเจ้ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่”


เจ้ายักษ์หน้าเหี้ยมกระชากร่างนางกำนัลกำมะลอขึ้น ไป่อวิ๋นหลานใช้ดวงตาชุ่มน้ำตาของตนมองเข้าในดวงตาอีกฝ่าย บุรุษผู้นั้นสีหน้าขึงขังแข็งค้าง แรงที่กำมือผ่อนคลาย เห็นแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอ เจ้าคนตาร้างเอ่ยห้ามปราม


 “...เจ้าอย่าเพิ่งรุนแรงกับนาง ที่นางเอ่ยมามีเหตุผล”


“เหตุผลอันใด ใต้เท้าโจวน่ะหรือจะส่งนางมาเพื่อให้ขนมพวกเรา”


ดวงตาที่จับจ้องพลันมีแววกระหายประหลาด ให้ไป่อวิ๋นหลานขนคอลุกซู่


“หึ เจ้ามีตาหามีแววไม่ นี่คือรางวัลของใต้เท้าโจวตบให้เราต่างหาก สตรีงามเพียงนี้ หลุดรอดจากการเป็นสนมท่านอ๋องได้ก็ว่ายากแล้ว เจ้าจะละทิ้งโอกาสง่ายๆ รึ”


ประกายราคะหื่นกระหายฉายวาบขึ้น


“...งั้นมานี่!


จะกี่ยุคกี่สมัย ยอดยุทธ์จะแพ้สิ่งใดนอกจากสตรีงาม ยิ่งเป็นสองบุรุษคู่นี้ที่เขาสืบประวัติมาแล้วว่ามักมากในกาม ต่อให้ใส่หน้ากากตั้งใจทำงานเพียงใดก็ไม่อาจปกปิดสันดานดิบได้


ประตูหนาแน่นถูกสะเดาะออก ไป่อวิ๋นหลานถูกฉุดกระชากไปในมุมอับของห้องด้านใน เขาถูกผลักลงบนพื้นจนทรวงอกปลอมแทบหลุดถ้าไม่ใช้มือพยุงป้องกันไว้ พลันมือคล้ายไปโดนสิ่งที่คล้ายบานจับประตูกล จึงลอบกระหยิ่มยิ้มในใจ


“ท่านจะทำสิ่งใด!?”


“เงียบแล้วอยู่นิ่งๆข้าไม่ได้จะทำร้ายเจ้า”


ชายทั้งสองคร่อมเหนือหัวประกบหน้าหลัง มือหยาบกร้านเต็มไปด้วยขนคว้าหมับที่หน้าอกอย่างจาบจ้วง แต่เพราะเค้นคลยึงรุนแรงเกินไปก้อนผ้าจึงหลุดออกคามือ ทั้งสองสบถลั่นเมื่อเห็นอกเปลือยเปล่าแบนราบ


ไป่อวิ๋นหลานยักคิ้ว กระตุกนิ้วจะใช้มีดลับจู่โจม แต่คนทั้งคู่กลับโดนแรงพิฆาตยังท้ายทอยล้มลงเสียก่อน


สันกระบี่อาญาสิทธิ์เป็นของหัวหน้ามือปราบแห่งแคว้นอ้าย คงเพราะกำลังกำหนัดขึ้นหน้า ยอดยุทธ์จึงไม่ทันระวังตัว ดูจากสภาพแล้วคงไม่ตื่นจนกระทั่งเช้า ไป่อวิ๋นหลานถีบยอดหน้าให้กลิ้งออกจากตัวก่อนลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า บุรุษผมเงินยังได้ราดสุรารดตัวทั้งสองจนเกิดกลิ่นเหม็นคลุ้ง


“บัดซบสิ้นดี คนเช่นนี้เก็บไว้ให้รกโลกทำไม”


อดไม่ได้ที่จะเขม่นเข่นเขี้ยว อู่เสวี่ยจินแสร้งไม่ได้ยิน ก่อนจะค้นหากุญแจคุกแล้วเดินลงไปยังเบื้องล่าง


ในคุกอับชื้นมืดมิด โลหะซี่กรงแข็งแกร่งปิดกั้นหนทางหนีหมดสิ้น บุรุษผมเงินถือคบไฟขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นของกองอาจมยิ่งรุนแรง ไป่อวิ๋นหลานเอ่ยราวกระซิบ


“หวู่อ๋อง”


สิ่งที่คล้ายกองผ้าห่อศพพลันขยับตามคำเรียก ร่างคนผอมแห้งลุกขึ้นเชื่องช้า ใบหน้าซูบตอบหรี่ตาไม่สู้แสง หมดเค้าท่านอ๋องพร่างพราวมากเสน่ห์เมื่อถูกคุมขังอยู่ใต้พื้นดินถึงสองปี ริมฝีปากแห้งผากอ้าขยับราวกับไม่เชื่อสายตา


ทั้งสองรีบไขกุญแจแล้วเข้าไปหาเขา เส้นผมยาวกระเซิงแตกเปรอะดูสิ้นสภาพยิ่งกว่าคนจรจัด อู่เสวี่ยจินเข้าพยุงเขา ส่วนไป่อวิ๋นหลานรีบจับชีพจร เบิกดวงตาและตรวจลิ้น


“ไม่ดี”


            เพราะอยู่กับเยว่ถิงตลอดสองปี ทำให้คุณชายไป่พอมีความรู้ด้านการแพทย์บ้าง ได้ยินเช่นนั้นอู่เสวี่ยจินจึงตวัดกระบี่ตัดตรวนพันธนาการยังเท้าออกแล้วรีบแบกผู้รั้งยศอ๋องขึ้นหลัง


            ยังมิได้ไต่ถามอันใด หวู่อ๋องก็หมดสติไป ชีพจรของเขาอ่อนแรง ไป่อวิ๋นหลานขมวดคิ้วอย่างร้อนใจ


            “รีบไป เขาต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด”


            เงาสองสายเร่งออกจากตำหนักอ๋อง หวุดหวิดจะโดนจับกุมเพราะเหล่าทหารไหวตัวถึงสิ่งผิดปกติได้รวดเร็ว หากอ้ายอ๋องมิติดพันกับสนมนางนั้นอาจจะทำให้แผนการล้มเหลว นับว่าสวรรค์เข้าข้างพวกเขาด้วยในครานี้


ทั้งสองพาหวู่อ๋องกลับสู่ตำหนักอัสดงสราญรมย์และหาแพทย์ที่ดีที่สุดในยามนั้นให้รักษาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด


            ส่วนฝ่ายสององครักษ์แซ่เฟยเองก็ได้นำตัวมารดาของชิวหยางออกมาได้ให้ใจชื้นขึ้น


            เบื้องนอกตัวตำหนัก ไป่อวิ๋นหลานเดินออกมาก่อนทว่าถูกคว้าจับท่อนแขนไว้


            อู่เสวี่ยจินดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายขึ้น เอ่ยช้าๆ “เจ้าบาดเจ็บ”


            มีรอยเลือดซิบบางยาวหนึ่งฝ่ามือบนท้องแขน ไป่อวิ๋นหลานดึงแขนกลับมา “แผลเพียงเท่านี้หรือบาดเจ็บของเจ้า”


            “อาวุธนั้นมีพิษ”


            “ข้าไม่เจ็บไม่คันเพียงนิด” ร่างกายของเขาถูกเคี่ยวกรำมากมาย พิษเพียงนี้ทำได้แค่เพียงพุพองแสบคัน ไม่นานก็หายไป อู่เสวี่ยจินโคลงศีรษะอย่างระอา ยัดบางอย่างลงในมือ


ไป่อวิ๋นหลานคิดโวยวายไม่รับ ทว่าเมื่อมองอีกทีกลับเป็นยาทาแก้พิษ ผู้รับหรี่ตาอย่างไม่ไว้ใจ ผู้ให้มิได้มีท่าทีจะต่อสู้ปะทะ เพียงผ่อนลมหายใจแล้วยกมือไพล่หลัง


            “แผนการเสร็จสิ้นก็จริง เราชิงตัวประกันมาได้ ทว่าก็ทำให้อ้ายอ๋องและโจวหวู่รู้ตัว ความพิโรธของคนอันตรายเช่นเขา ข้ามิอาจคาดเดา”


            ไป่อวิ๋นหลานค่อยผ่อนคลาย รู้สึกเห็นด้วยกับบุรุษอายุห่างหลายรอบเบื้องหน้าเป็นครั้งแรกในเวลาหลายเดือน เปิดยานวดคลึงบาดแผล เอ่ยเรียบเรื่อย


            “...จริงของเจ้า ทว่าเราก็ได้ทำสิ่งที่สมควรกระทำ คงได้แต่เฝ้ารอข่าวดีจากวูซาเท่านั้น”

 



            ยามราตรียังเยาว์ เหตุการณ์สำคัญหนึ่งของสองบุรุษสูงศักดิ์แห่งแคว้นอ้ายได้เกิดขึ้น ณ เขตสุ่ยหนาน


สี่ปีแห่งอุปสรรคขวากหนาม บัดนี้ได้ปลดปล่อยความวิตกกังวลให้ล่องลอยไปกับอากาศ เพียงปรารถนาจะสวมกอดกันและกันให้แนบแน่น


             อู่ชิวหยางก้มลงแตะริมฝีปากไล่ละเลียดยังผิวแก้มละเอียด ปลายจมูกพ่นลมหายใจอุ่นร้อนคลอเคลียไม่ห่าง


            “ครั้งที่ลงมือต่อเจ้า เจ็บมากหรือไม่”


            ตัวเยว่ถิงนั้นไร้ซึ่งร่องรอยบวมช้ำนั้นแล้ว เป็นเพราะยาดีและการเดินกำลังภายในที่ทำให้ร่างกายเยียวยารักษาตนเองได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ทว่าอีกฝ่ายคงมิอาจลืมเลือนว่าเคยมอบบาดแผลที่เลือดตกยางออกให้


            “ไม่...” มืออีกข้างลูบเค้นต้นขาแผ่วเบา มิอาจมิวาบหวามสะท้านกาย “ไม่มากพอกับที่ข้าทำต่อท่าน”


            ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความร้อนบนร่างของทั้งสองเพิ่มพูนขึ้น แม้มีอาภรณ์สกัดกั้นและแตะสัมผัสกันไปเพียงไม่นาน


            “งั้นคืนนี้... ท่านอ๋องคงต้องจ่ายหนี้ทบต้นทบดอกแล้วกระมัง”


            พลันเยว่ถิงรู้สึกอยากถอนคำพูดของตน รอยยิ้มพร่างพรายของชิวหยางไม่เลือนหายจากใบหน้า แต่ไม่ทันเอ่ยสิ่งใดริมฝีปากนุ่มหยุ่นก็ฉกฉวยช่วงชิงลมหายใจไป


            ฝ่ามือข้างที่เป็นโลหะแม้จะแข็งแกร่งและเยียบเย็นเพียงใด ยามนี้กลับเป็นดั่งแขนมีชีพจรที่แท้จริง เมื่อลูบเส้นผมปรกหน้าผากของเขาลงอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม


            ผิดกับเรียวลิ้นร้อนแรงที่ทวีความปรารถนา รสหวานล้ำทั้งทำให้มึนงงและลุ่มหลงเกินกว่าจะต่อสู้


            ชิวหาบดเบียดเล่นเล่ห์ในสองโพรงปากอุ่นร้อน มือขวาประคองใบหน้าของเขาไว้ไม่ห่างให้ได้องศา เริ่มแรกหนึ่งยังรุกไล่ อีกหนึ่งยังคล้ายหลบอย่างกระดาก จนเมื่อถูกมอมเมาด้วยฤทธิ์เสน่หา เยว่ถิงจึงเปิดริมฝีปากกว้างออกอย่างแพ้พ่าย ตวัดลิ้นอ่อนบางเกี่ยวพัวพันจนยากจะหายใจ


            ยามผละริมฝีปากออกเห็นเส้นสายน้ำใสสายหนึ่ง ใบหน้าคมเข้มของชิวหยางประหนึ่งจะกลืนกินเขาทั้งตัว ดวงตาสีทับทิมเป็นกองเพลิงลุกโชนร้อนแรงกว่าครั้งไหนที่เคยหนึ่ง กระทั่งผิวขาวที่ถูกแผดเผาจนคล้ำไหมก็ก่อเกิดกระแสเลือดฝาดทั่วผิวแก้มลามลงลำคอ


            แม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายกะพริบตาคล้ายผ่อนคลายอารมณ์ที่พุ่งสูงลง ก้มลงขบเม้มยังลำคอของเขาแล้วกัดลงแผ่วเบา ละลงเรื่อยมายังแนวไหปลาร้า ต่ำลงสู่กึ่งกลางหน้าอก ก่อนเคลื่อนไปยังส่วนสีชมพูอ่อนไหว ครอบครองอย่างหยอกเย้าทว่าทำให้ผู้ถูกกระทำแทบคลั่ง ครางเสียงหวิวออกมาทั้งที่พยายามขบกรามจนขึ้นนูนเป็นสัน


            สาบเสื้อแหวกออกเมื่อใดไม่อาจทราบ ชิวหยางใช้นิ้วลากอาภรณ์สีฟ้าออกจากหัวไหล่อีกข้างของเขาช้าๆ ยังคงจุมพิตหน้าอกไม่ห่างเมื่อมืออีกข้างยกขึ้นลูบและเย้าอารมณ์


            เยว่ถิงครวญครางในลำคอ ร่างขยับไปมาบนผ้าปู มือทั้งสองข้างวางอยู่บนลาดไหล่แข็งแกร่งอย่างหมิ่นเหม่ หลับตาด้วยกระแสความซาบซ่านยากแก่การบรรยาย คล้ายว่าอกทั้งสองชายิบและเชิดชัน ชิวหยางจึงผละออก เยว่ถิงลืมตาขึ้น พบดวงตาหยาดเยิ้มด้วยความปรารถนาคู่หนึ่งมองมา


ให้สงสัยว่า ดื่มสุราสักพันจอก คนผู้นี้ก็จะเมามายถึงเพียงนี้หรือไม่


            “ปลดอาภรณ์ให้ข้า”


            เสียงกระซิบเบาพร่านี้มิใช่คำสั่ง หากแต่เป็นคำวอนขอ นิ้วเรียวยาวทั้งสองปลดผืนผ้าหนาสีดำสนิทลง เห็นร่างกายแกร่งกล้าแห่งความเป็นบุรุษแจ่มชัด ทั้งลำคอ หน้าอก ลำตัว ล้วนรู้ได้ว่าผ่านกาลเวลาที่โชกโชนมา ทั้งยังมีรอยแผลมากมายที่จารึกอยู่คล้ายถ้อยคำบนแผ่นศิลาที่มิได้บอกความหมาย


            มิอาจเผลอไผลให้ไม่แตะต้องชมดู จินตนาการไปว่ายามสดใหม่จะเจ็บปวดเจียนตายเพียงใด


            นิ้วเรียวลากจากช่องว่างระหว่างหน้าอกและสู่หน้าท้อง มิได้มีเจตนาปลุกเร้า ทว่าเอวสอบคอดลงคล้ายขยับไหว ลูกคลื่นบริเวณหน้าท้องขมวดเกร็ง ชิวหยางคำรามในคอ พลันมิอาจหักห้ามใจ เมื่อดึงมือเยว่ถิงออกแล้วกดลงบนเตียง ก่อนที่จะก้มต่ำจูบลงยังหน้าท้องของเขา


            เยว่ถิงหลุดร้องออกมาด้วยอารามตกใจ ลิ้นของชิวหยางตวัดบนหน้าท้องขาวที่ไม่เคยต้องแสงแดดของเขา การฝึกฝนทำให้มีกล้ามเนื้อบางๆ ไม่อ้อนแอ้นเช่นกาลก่อน พอเครียดเกร็งแล้วจึงเห็นเป็นรอยกล้ามเนื้อ แม้จะเทียบกับของอีกฝ่ายไม่ได้ก็ตาม


            ปฏิกิริยาอันไม่เคยทำให้ร่างกระถดถอยตัว มือตกลงจากไหล่นั้นไปจับผ้าปูข้างตัวแน่น ชิวหยางคล้ายรับรู้ จึงมิได้ลงต่ำกว่านั้น สัมผัสได้ว่าเขาต้องใช้ความอดทนมากมายเพียงใดในการระงับอสูรร้ายในตัว


            ชิวหยางดึงมือขวาเยว่ถิงขึ้นจุมพิต ไล่เรียงตั้งแต่เรียวเล็บของนิ้วโป้งจนสุดนิ้วก้อย น่าอัศจรรย์ที่การกระทำเพียงเท่านี้นี้กลับเทียมค่าเท่าโอสถหายากในใต้หล้า จนเผลอคิดไปว่าหากได้การปลอบประโลมเช่นนี้ การกลับไปฝังเข็มคงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน


            ผู้มีสมญาจอมอสูรพันศพใช้มือซ้ายเหล็กกล้าสอดนิ้วประสานกับมือข้างขวาของเขา ส่วนมือข้างขวาก็นำแนบใบหน้า หลับตาลงเอ่ยราวกับเป็นสมบัติล้ำค่ากว่าสิ่งใดในโลก


            “ข้ารักเจ้า”


            ชิวหยางพลิกหลังมือขึ้นจุมพิต


            “และจะไม่รักใครมากไปกว่าเจ้า”


            “... ข้าก็เช่นกัน... ท่านโปรดทำตามใจตนเถิด”


            กล่าวเช่นนั้น ชิวหยางจึงเริ่มรุกโจมตีต่อ เยว่ถิงเอ่ยแล้วว่าให้ทำอีกฝ่ายตามใจได้ ทว่าสิ่งที่ชิวหยางกระทำจริงๆ กลับคำนึงถึงความสุขของเขาก่อนสิ่งใด


            วันเวลาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในหัวของเยว่ถิงมิอาจมีจิตใจไปคิดถึงเรื่องเพศรส ยามนี้ได้ลิ้มรสสัมผัสแล้วจึงยิ่งอ่อนไหวและอ่อนระทวยโดยง่าย การปลุกปั่นอย่างช่ำชองเรียกความอัดอั้นของบุรุษให้ปลดปล่อยออกมา จะด้วยลิ้นลิ้มรับรส หรือจะด้วยนิ้วสัมผัส ก่อให้เกิดเสียงรัญจวนของผู้ที่ได้บรรดาศักดิ์ชุนอ๋องอย่างมิอาจอดกลั้น


            เยว่ถิงคอพับอ่อน ตาพร่างพรายเมามายยิ่งกว่าดื่มสุราในครั้งนั้น ถึงกับต้องเอ่ยปากเสียงสั่น สองแก้มร้อนผ่าวแทบไหม้


            “ข้า... มิเห็นว่าเหตุใดทะ... ท่านต้องมีนายบำเรอ”


            “หมายความว่าอย่างไร” ชิวหยางคงอยากทำสิ่งอื่นต่อ แต่ก็ถามขึ้นด้วยเสียงสนเท่ห์


            ครุ่นคิดว่าพูดอย่างไรถึงจะไม่น่าอับอาย แต่สภาพที่นอนอ้าซ่าเช่นนี้ยังไม่น่าอับอายรึอย่างไร เยว่ถิงจึงเอ่ยออกไป


            “ท่าน เอ่อ ชำนาญเกินไป คิดว่ามิต้องสรรหาผู้ใด ส่วนใหญ่ผู้คนก็คงจะติดตามหาท่าน”


            เยว่ถิงถึงรับรู้ว่าไม่ควรคำพูดเช่นนี้ระหว่างที่ชิวหยางกำลังสะกดคลื่นความหื่นกระหายอย่างสุดความสามารถ จบคำคล้ายได้ยินเสียงเส้นอารมณ์ขาดผึง จากนั้นจึงการเริ่มต้นความมัวเมาในม่านราตรีที่แท้จริง


            จุดเร้นลึกที่มิเคยได้มีผู้ใดเชยชม กลับมีผู้จับจองเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา


            “เยว่ถิง”


            ร่างกายที่ไม่เปราะบางได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและทะนุถนอม ทว่าก็ปรนเปรอและเตรียมพร้อมให้เสียวกระสันเกินกว่าจะนึกถึงได้ในความฝันวาบหวามใดๆ


            ความร้อนระอุชำแรกผ่านร่าง พลันกระจายทั่วทุกอณูขน บัดนี้มิใช่กายเขาเพียงคนเดียว แต่กลับถูกหลอมรวมเข้ากับอีกกายหนึ่งดั่งอยู่ในเตาเผาเหล็กร้อน


หยาดน้ำตาไหลลงยังหางตา ทว่าก็ถูกจูบซับออก ความเจ็บปวดเริ่มแรกค้างคลึงอยู่ จนเมื่อได้รับการเล้าโลมและผ่อนคลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดจึงเปลี่ยนเป็นคลื่นแห่งความเสียวซ่านยากจะฉุดรั้ง สองแขนยกขึ้นคล้องยังลำคออย่างเต็มใจ


ทุกการขยับเคลื่อนเสียดสีแนบชิด ทุกความร้อนความปรารถนา ทุกเสียงคำรามหอบคราง ทุกเส้นผมที่กระจัดกระจายลงบนร่างอีกฝ่าย ทุกหยาดเหงื่อที่หลั่งรินร่วมกัน บันดาลให้ในห้องพักแห่งหนึ่งกลายเป็นดั่งห้องหอของคู่บ่าวสาวที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์


ไม้ประกอบเตียงลั่นส่งเสียง ผ้าปูที่ขึงตึงในยามแรกยับยู่ หมอนที่เคยวางรองศีรษะตกลงยังพื้นข้างเตียง


เปลวเทียนเต้นริกส่องสว่างเกิดเป็นภาพเงาพัวพันบนผนัง มิได้คลายออกจากกันแม้แต่ขณะหนึ่ง


ทุกตำแหน่งบนร่างกายของเยว่ถิง มิได้มีที่เหลือไว้ให้ตนเองสัมผัสแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป กระทั่งจุดที่ลึกลับที่สุด ก็ถูกคนผู้หนึ่งรุกล้ำเข้าช่วงชิงอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ปลดระบายตัณหาทั้งมวลให้หลากไหลดั่งสายน้ำล้นทะลักเขื่อน


เยว่ถิงในอดีตชาติมิใช่เด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์ก็จริง แต่สิ่งที่ได้รับเป็นสิ่งใหม่ที่เขาไม่เคยได้รับรู้ กระทั่งเหน็ดเหนื่อยจนอยากผล็อยหลับเพราะอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว คนผู้มักมากก็รั้งเขาไว้ไม่ยอมให้ผิดคำพูดว่าจะตามใจง่ายๆ


“อื้อ ชะ ชิวหยาง พรุ่งนี้... อ่า” เขาตาปรือ แต่ก็ครางฮือออกมาแผ่วๆ เมื่อถูกกระตุ้นอีก “เรา... เรายังต้องเดินทางอีก”


“ไหนเจ้าว่าตามใจข้าอย่างไร”


ถูกย้อนด้วยน้ำเสียงที่มิได้ลดความใคร่หิวโหยเช่นนั้นก็หมดคำพูด เป็นจริงแน่แท้ที่ชิวหยางเอ่ยว่าจะทบทั้งต้นทั้งดอก แต่นี่มิใช่เป็นเจ้าหนี้หน้าเลือดที่เก็บดอกเกินไปหรือไร


อดไม่ได้ให้นึกไปถึงตอนที่ตนเองหลบอยู่ในหีบผ้าแล้วฟังสองผู้อาวุโสแห่งพรรคสะบั้นสวรรค์ ยามนั้นเขาบ่นว่าทั้งสองจะต้องเล่นเพลงยุทธ์กี่กระบวนถึงจะพอใจแล้วนอนหลับพักผ่อนเสียที ทว่าพอมาถึงทีตน ชิวหยางคล้ายจะหนักหน่วงกว่ามู่อวิ้นหลงหลายเท่า


ส่วนกระบวนท่า ก็เว้นแต่มิได้ย้ายที่ไปให้เขาไม่สะดวกสบาย ถึงกระนั้นเพียงแค่คืนแรก ชิวหยางกลับไม่ออมมือให้กับพรหมจรรย์ของเขาแม้แต่น้อย


ครวญครางจนเสียงแหบ เยว่ถิงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงพ่อบ้านที่คอยทำความสะอาดห้อง หรืออันที่จริง เขาสาบานไว้ก่อนเลยว่าจะมิไปที่ใดหากมิได้สั่งให้แม่ทัพแห่งแคว้นอ้ายตรงหน้าเก็บกวาดทั้งหมดให้เรียบร้อยหลังเสร็จกิจ


“เจ้าคิดถึงผู้ใดอยู่?”


เสียงดุดังอยู่ริมหู เยว่ถิงสะดุ้งนิดๆ ตอบเสียงเครือ “ข้า... ข้าแค่เหนื่อยแล้ว”


“อีกสองรอบ”


เยว่ถิงเบิกตา มิทันประท้วงก็ถูกประกบจุมพิตอีกครา จุดดอกไม้ไฟในร่างให้ประทุซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ในที่สุดชุนอ๋องหลี่เยว่ถิงก็พ่ายแพ้ต่ออู่ชิวหยางแม่ทัพเอกแห่งแคว้นอ้ายอย่างมิได้อาจต่อกรได้


แต่ในความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปทั่วร่าง พอหลับใหลก็ได้ฝังร่างซุกอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นที่เป็นปราการคุ้มกันภัยที่ดียิ่งกว่าเคหาใด ทำให้ค่ำคืนนี้สามารถนอนหลับสนิทและสงบสุขกว่ายามไหนในเวลาสี่ปี

 

 

 

100%

ปอลุง มีผู้เสนอให้เขียนเวอร์ชั่น18+ที่แท้ทรูแล้วแยกไว้ จะเก็บไว้พิจารณานะคะ เพราะถ้าเขียนในมุมมองชิวหยางนี่หื่นกว่านี้แน่นอน (แต่แค่นี้เสี่ยวอ้ายก็แก้มร้อนหน้าร้อนแล้วนะ)55555

ยังไงก็ขอบคุณที่ตามอ่านกันค่ะ

รีไรท์มาถึงตอนนี้แล้ว โอย จะร้องไห้ ตอนต่อไปจะเป็นตอนต่อไปจริงๆ แล้วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.122K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7724 field_2212 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 19:05
    นึกว่าจะไม่มีแล้ววว

    พ่อเบาๆบ้างนะะะ
    #7,724
    0
  2. #7712 hello_gik (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 22:22
    ในที่สุดดดกดอีพี่ก็สมหวังโดยไม่มีคนขัดซักที
    #7,712
    0
  3. #7685 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:50
    สักทีนะลูก ฮืออ 43 ตอนของข้า
    #7,685
    0
  4. #7591 K.white wine (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:06
    เบาๆ ระวังน้องช้ำ
    #7,591
    0
  5. #7542 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 10:56
    เนี่ยยยย น้ำจะไหลล ลูกได้เข้าหอซะที /ซับน้ำตา
    #7,542
    0
  6. #7479 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:48
    งดงามมากค่ะ งดงามมมม
    #7,479
    0
  7. #7445 ya.ong (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    เข้าใจกันครั้งนี้ จะมีอะไรให้พรากจากกันอีกรอบไหม ฮือออ
    #7,445
    0
  8. #7262 MinRos (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 06:57
    อยากจะชิปคู่อู่เสวี่ยจิน กับไป่อวิ๋นหลาน แต่คือพี่จะสำเร็จวิชาหวงพรหมจรรย์ทำไม!!!
    ส่วนหวู่อ๋อง ทนอยู่มานานมาก ตอนแรกเรารึกว่าจะโดนทรมานจะตายไ,ฝปซะแล้ว แถมตามจริงไม่มีคนรู้เห็น ไม่มีคนมาช่วย
    #7,262
    0
  9. #7260 MinRos (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 05:59
    วันนี้ที่รอคอย แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เดินทางยังไหวอยู่ไหม ^.^
    #7,260
    0
  10. #7172 Fueled me (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:18
    พอปรับความเข้าใจกันได้ก็หวานหยด รักกันจนน่าหมั่นไส้เชียว!!! แต่ตลกคุณชายไป่มาก สายปั่น55555555555555
    #7,172
    0
  11. #7074 lilying_ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 15:09

    เกลียดดดดตอนเริ่มต้นมากกก 555555555555 ชิวหยางเบาหน่อยยย ครั้งแรกกะจะให้ท่านอ๋องสลบคาเตียงเลยรึ พรุ่งนี้ไหวมั้ยคะ 55555

    #7,074
    0
  12. #7022 อาเนส (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:33
    หลังจากมาม่ามานาน ในที่สุด....
    #7,022
    0
  13. #7021 fah_ikon14 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:04
    เราว่ามันดือ ไม่มีอึไม่อะ แต่แบบ ชาตั้งแต่ปลายนิมเท้ายันหนังหัว 555555
    #7,021
    0
  14. #6810 wanpen14 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 13:06
    ภาษาสวย
    #6,810
    0
  15. #6807 Londar (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 10:27
    เป็นตอนที่อ่านละเขิลมากกกกกก กว่าจะมีวันนี้ งื้ออออ
    #6,807
    0
  16. #6785 Wang19th (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:11
    กีสสสส เขินมากแม่ วาปหวิวสุดๆๆๆ
    #6,785
    0
  17. #6766 chalillxx_ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:03
    ทีมฟุตบอลหรอคะ งอง
    #6,766
    0
  18. #6739 pcy921 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 00:15
    แบบบบบโชคดีแล้วล่ะค่ะไปฝึกร่างกายมา4ปี แงงงงเขินนน
    #6,739
    0
  19. #6576 Ppttyc_ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 17:49
    ถึงจะไม่ใช่ฉากคัทแบบเจาะลึกแต่ก็ทำให้นี่จินตนาการไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว เริ่มตอนมา-เราก็แอบตกใจแต่มาตอนท้ายค่อยหายใจหายคอได้โล่งหน่อย555อาไป่แต่งหญิงละนึกภาพออกเลย5555ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้ดีขอให้เจอแต่เรื่องดีๆค้าบ
    #6,576
    0
  20. #6492 Dongdung56789012 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:35
    คุณชายไป่แต่งหญิง ทำไงถึงได้ยอม555555555
    #6,492
    0
  21. #6290 Jube-Roj (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 15:39

    ไม่รู้จะพูดคำไหน ปริ่มสุด ๆ

    #6,290
    0
  22. #6157 ♣hotchoc♣ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 00:28
    ไรท์เขียนบทบรรยายละมุนมากกกกก อ่านแล้วอิน
    #6,157
    0
  23. #6089 zeOngbyul (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:18

    ในที่สุดดดดด แงงงงง หน้าร้อนที้ไม่ใช่ฤดู ㅠㅠㅠㅠㅠ

    #6,089
    0
  24. #5935 N@TTY (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:39
    อ่านตอนเริ่มตอนนี้สับสนเลย โดนไรท์หลอก 55555 คุ้มค่าที่รอคอยฝ่าฟันกันมา 40 กว่าตอนน ในที่สุดเขาก็รักกันจริงๆแล้วว จุดพลุ
    #5,935
    0
  25. #5854 meejus (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 11:16
    เขินอะ แง้ ฮือ อยากจะบอให้จัยเยนหน่อยนะ อุแง
    #5,854
    0