หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 37 : 35 - อำลาไร้ถ้อยคำ re21/12/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,035 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

35 – อำลาไร้ถ้อยคำ

 

            ผู้ตรวจการเฟยเอ่ยขออำลาเยว่ถิงกลับไปยังวังอ้ายอ๋อง บนผาสูงจึงเหลือเพียงเขาและคุณชายไป่


            “เหตุใดท่านถึงรู้จักบิดาข้ากัน”


            คุณชายไป่พ่นลมหายใจออกมา ยกมือขึ้นไพล่ด้านหลัง แสงอัสดงที่ตกกระทบตามตัวยิ่งทำให้รูปโฉมยิ่งหน้าชมดู เห็นตามร่างกายค่อยผ่อนคลายขึ้นเมื่อบิดาของเยว่ถิงจากไป


“ข้ามิได้รู้ด้วยซ้ำว่าท่านลุงเจี้ยนเหวินเป็นถึงพระอนุชาขององค์จักรพรรดิ เพิ่งรู้ก่อนเจ้าเพียงไม่กี่ยาม!


“แสดงว่าท่าเคยนพบบิดาข้ามาหลายครั้งแล้ว”


“ก็นับว่าไปมาหาสู่กันบ้างตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็ก ข้าชื่นชมที่เจ้ายอมรับการฝึกฝน แต่กาไปรฝึกฝนยังแคว้นป๋อนั่นไม่ง่าย การไปทั้งที่ทำตามเงื่อนไขของเฉิงกงชางอ๋องก็ดูเหมือนไม่ง่ายกับพวกเจ้าเช่นกัน”


“...ข้า” เยว่ถิงเอ่ยหนึ่งคำแล้วเงียบไป เหม่อมองหมู่นกบินกลับรัง กระแสไอเย็นยิ่งทำให้ใบหน้าด้านชาจนเหมือนจะลามไปถึงหัวใจด้วยเช่นกัน


“...เมื่อข้าตัดสินใจแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนคำพูด”


“ข้าเป็นสหายกับชิวหยางมานาน” คู่สนทนาจ้องเขามาในดวงตาของเขา “เจ้าเปรียบเป็นทั้งชีวิตของเขา การให้คำสั่งไว้แล้วจากไปโดยไม่ติดต่อ ไม่นับว่าใจดำไปหน่อยรึ ท่านอ๋อง”


“ท่านนี่ถนัดพูดให้คนเจ็บปวด” เยว่ถิงขยับยิ้ม คล้ายจะเป็นการกลบเกลื่อนอาการปวดหนึบยังหน้าอกด้านซ้าย “แล้วข้ามีทางเลือกด้วยหรือ หากไม่เลือกเช่นนี้ ก็คงต้องไปยังแคว้นชาง”


“ถ้าเจ้าต้องการจริงๆ ข้าสามารถลอบส่งข่าวของพวกเจ้าให้แก่กันได้”


ไป่อวิ๋นหลานว่าเสียงจริงจัง เยว่ถิงพลันคิดได้ว่าคนผู้นี้ช่างเป็นเด็กดื้อดึงที่รักใคร่คิดถึงสหายไม่น้อย น่าเอ็นดูขึ้นสักสามส่วนจากสภาพเจ้าแมวคลั่งที่ตะกุยหน้าอู่เสวี่ยจินเมื่อวันก่อน


“ขอบคุณท่าน แต่ข้าเอ่ยกับท่านพ่อแล้วว่าจะทำตามเงื่อนไข คงกลับคำไม่ได้จริงๆ”


“ฮึ่ม ข้าชักไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว พอรู้ตัวว่ามียศเข้าหน่อยก็คิดวุ่นวาย ทำไมพวกเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงชอบยึดถืออะไรไม่เป็นเรื่องนัก เรื่องง่ายก็ทำให้ยาก เรื่องยากก็ทำให้ยิ่งยากขึ้นไปอีก แค่ฆ่าอ้ายอ๋องกับลากโจวหวู่มาทรมานได้ก็สิ้นเรื่อง จะมีทดสอบไว้ใจไม่ไว้ใจกันอีกทำไม ทั้งๆ ที่ท่านลุงก็ใช่ว่าจะไม่คบค้ากับเราอธรรมเสียเมื่อไร!


ฟังคำบ่นยืดยาว เยว่ถิงก็หลุดหัวเราะเบาๆ ออกมา “แล้วไฉนท่านไม่พูดกับเฉิงกงชางอ๋องให้ข้าเล่า”


ไป่อวิ๋นหลานหันขวับมองตาเขียว ยกนิ้วขึ้นจิ้มหน้าอกเยว่ถิงดังจึ้ก “ข้าเห็นเจ้ากำลังคุยอยู่ ขัดก็คงเสียมารยาท เจ้าต่างหากไม่เถียงให้เด็ดขาดแม้สักครึ่งคำ เอาแต่พ่ะย่ะค่ะๆ”


ในใจหนักอึ้งดังมีคนนำศิลาก้อนยักษ์มาผูกถ่วงไว้ให้จมลงในท้องทะเลมืดหม่น ยังดีที่พอสนทนากับคุณชายไป่บ้างค่อยทำให้รู้สึกผ่อนหลายลง


“แล้วการฝึกฝนยังแคว้นป๋อนั้นเป็นอย่างไร”


“คาดว่ามีข้ากับคนแซ่เฟยสองคนติดตามเจ้าไปด้วย แต่ไม่ต้องห่วง ท่านลุงเจี้ยนเหวินกำชับไว้ว่าให้เวลาเจ้าเตรียมใจหนึ่งเดือน”


ผู้ตอบเอ่ยไปอีกอย่างหนึ่ง เยว่ถิงพอเข้าใจว่าระหว่างนี้อีกฝ่ายไม่อยากให้เข้าคิดมากวุ่นวาย จึงพยักหน้ารับ


ไป่อวิ๋นหลานใช้ม้าอีกตัวที่ถูกผูกไว้ยังต้นไม้นำพาเยว่ถิงกลับไปพักยังพรรคสุริยันพันแสง พอถึงก็เป็นเวลาค่ำพอดี พบว่าชิวหยางยังคงรออยู่ เยว่ถิงกลัวว่าหากเป็นเวลาที่ใจยังสับสนอาจหลุดพลั้งพูดสิ่งที่ประสบออกไป จึงเอ่ยว่าที่เฟยเหยาเชิญออกไปเป็นการหารือแผนการและขอตัวพักผ่อนเพราะรู้สึกเหนื่อยล้า


“อย่าคิดมาก คืนนี้ขอให้เจ้าหลับให้สบาย”


เอ่ยจบริมฝีปากนุ่มอุ่นก็ประทับเข้ามาแผ่วเบา ก่อนที่กรุ่นไอที่โอบล้อมจะจากไป


แพทย์หนุ่มทำได้เพียงยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก พึมพำแผ่วเบาต่อสายลมว่างเปล่า “ท่านก็เช่นกัน”



 

ทุกสิ่งล้วนชะลอเลื่อนออกไป ชิวหยางกับอู่เสวี่ยจินได้ยื่นเรื่องต่อรองให้รับราชโองการของอ้ายอ๋องหลี่ถังช้าลง โดยอ้างเรื่องการลงจากตำแหน่งในพรรคสะบั้นสวรรค์และสุริยันพันแสงที่ยากลำบาก กับการจัดพิธีศพของคุณหนูหวังอิงเอ๋อร์ที่ยังไม่เรียบร้อยดี


มีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนหนึ่งในสะบั้นสวรรค์ นั่นคือขุนพลพิฆาตกิเลนมู่อวิ้นหลงและรองประมุขซุนเหิง ทว่าเมื่อชิวหยางเองที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขเพื่อต้องการแก้แค้นปรับความเข้าใจกับพี่ชายเรียบร้อย แม้ไม่มีราชโองการบังคับของอ้ายอ๋องหลี่ถัง เหตุผลในการอยู่เป็นประมุขต่อไปก็มิได้มีอีก


 โชคดีที่อ้ายอ๋องหลี่ถังเข้าใจถึงความวุ่นวายนี้ ประกอบกับมีข่าวว่ามีขุนนางหลายฝ่ายตั้งตนเป็นปรปักษ์กับหวงไท่จื่อในนครหลวงแคว้นชาง จึงพอให้ผู้ครองแคว้นอ้ายมีความอดทนรอคอยต่อไป


เยว่ถิงย้ายที่พำนักจากพรรคสุริยันพันแสงเข้าสู่ตำหนักอัสดงสราญรมย์ เหล่าผู้รับใช้ต่างเป็นคนของหวงไท่จื่อและเฉิงกงชางอ๋องที่คัดกรองอย่างเข้มงวด ส่วนชิวหยางเองได้ติดตามมาด้วยตามคำขอของเขา


ตำหนักอัสดงสราญรมย์นั้นตั้งอยู่ห่างไกลความวุ่นวาย ณ ทิศตะวันออกของเมืองหลวงแห่งแคว้นอ้าย เป็นตำหนักใหญ่สวยงามดูทรงพลังข้างเคียงบึงธรรมชาติ หากชมดูพระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขาจากบนระเบียงยังตำหนักใหญ่ จะพบว่างดงามเกินบรรยายสมชื่อตำหนัก


สิ่งที่หวงไท่จื่อมีอยู่ในแคว้นอ้ายทั้งหมดยังได้ตกทอดมาเป็นสมบัติของเขา ทั้งหน่วยข่าวกรองลับนาม เงามังกร ที่รวมยอดฝีมือไว้ด้วยกัน หรือกองกำลังขนาดใหญ่สิบกองที่ถูกส่งมาจากบิดาของเขา ทั้งยังมีองครักษ์สกุลเฟยท่วงท่าห้าวหาญที่มีกิตติศัพท์ว่าจงรักภักดียิ่งถึงสี่คน


บรรดาทรัพย์สินต่างๆ ได้ถูกพระราชทานมาไว้ในครอบครองเช่นกัน นับแต่เกิดมาในภพนี้ เยว่ถิงไม่คิดว่าจะได้แตะสมบัติมากมายขนาดนี้มาก่อน อาจกล่าวว่าได้ว่าในโชคร้ายก็มีโชคลาภอยู่ด้วย

 



การแต่งตั้งคนไร้นามผู้หนึ่งขึ้นสู่ยศท่านอ๋องในอนาคตคงเป็นเรื่องที่ฮือฮาและเป็นที่จับตามองในแคว้นอ้าย การขึ้นสู่ตำแหน่งครั้งนี้มิใช่ว่าสักแต่จะใช้เพียงสายโลหิตรั้งถึงจะซื้อใจผู้คน


 แม้มีผู้ตรวจการเฟย คนของหวงไท่จื่อและตระกูลหวังคอยสนับสนุน แต่เขาไม่อาจเป็นคนปวกเปียกที่หาญกล้าไปต่อกรกับท่านอ๋องแห่งแคว้นอ้ายโดยมิเตรียมการใดได้


สายข่าวถูกส่งเข้าไปลอบฟังข่าวสารต่างๆ พบว่ามีราษฎรจำนวนมากทีเดียวที่ไม่พอใจในการปกครองของอ้ายอ๋องหลี่ถัง โดยเฉพาะเหล่าบัณฑิต ชนชั้นกลาง ชนชั้นล่างและทาสเชลย ส่วนที่ยังถือข้างก็มักเป็นพวกชนชั้นสูงที่ได้รับผลประโยชน์ พ่อค้าวาณิชและเหล่าแพทย์


หาก ท่านอ๋อง คนใหม่เป็นคนมีความสามารถและมีบุคลิกองอาจน่าเชื่อถือ ย่อมมีผู้คนส่งเสริม


เวลาสำหรับพบหน้าชิวหยางเหลือน้อยลง เนื่องจากอีกฝ่ายต้องจัดการเรื่องราวในพรรค เขาเองก็จำต้องศึกษาตำรามากมาย กระชับสายสัมพันธ์และทำความรู้จักกับบรรดากองกำลังของตน รวมถึงจัดสรรทรัพย์สินต่างๆ ของหวงไท่จื่อ


คืนหนึ่งที่ชิวหยางมีโอกาสมาพบ เยว่ถิงเอ่ยความจริงที่ว่ามือขวามิอาจกลับมาใช้การได้ดั่งเดิม อีกฝ่ายเสนอให้เขาไปพบหมอเทวดาแห่งเขาหลวนซาน ทว่าผู้ฟังได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า


“บาดแผลทางร่างกายล้วนหายดีแล้ว จะมีสิ่งใดให้รักษาอีก ตัวข้าเองก็สำเร็จวิชาแพทย์ ดังนั้นจึงทราบว่ามิใช่ทุกอย่างที่สามารถรักษาแล้วกลับมาเป็นดังเดิม”


มือหยาบหนาจากการใช้งานกอบกุมมือขวาที่มีแผลเป็นขึ้น นิ้วไล้ลูบผ่านหลังมือคล้ายปลอบประโลม ยามนี้อยู่ในห้องหอตามลำพัง บรรยากาศหวานซึ้งที่เจือด้วยความเศร้าซึมจึงอบอวลดั่งกลิ่นกำยานหอมบางเบา


“เช่นนั้น... ที่เหลืออยู่คือแผลที่ใจ?”


“บางครา ข้าอาจจะอ่อนแอเปราะบางเกินไปสมคำสบประมาทของผู้คน”


“ในชีวิตหนึ่ง ผู้ใดไม่เคยอ่อนแอกัน”


ชิวหยางกล่าวเสียงเคร่ง ผิดกับนิ้วมือที่แสนหยาบและฝ่ามือกว้างใหญ่ที่บรรจงนวดเฟ้นทีละนิ้วอย่างแผ่วเบาอ่อนโยน กลิ่นหอมจรุงของน้ำมันนวดผ่อนคลายแตะจมูก ช่วยให้มือขวาที่สั่นระริกยามเครียดเกร็งค่อยคลายลง


“ต่อจากนี้ หากท่านคิดลงมือกระทำสิ่งใดควรทำอย่างรอบคอบมีสติ อย่าได้ให้ความคลั่งแค้นโกรธเกรี้ยวชักนำท่าน”


“เจ้าย้ำสิ่งนี้นับสิบครั้ง พูดเหมือนเป็นการสั่งเสียไปได้”


มือที่นวดพลันบีบแน่นขึ้น ชิวหยางที่นั่งบนตั่งเก้าอี้เตี้ยกว่าช้อนตาขึ้นมอง กระแสกรุ่นไม่พอใจชัดเจน เยว่ถิงที่นั่งอยู่ยังข้างเตียงไม่อาจทนสายตาเผ็ดร้อนคู่นี้ได้ จึงเลือกเบือนสายตาไปทางอื่นแทน


วันถัดมา ชิวหยางและอู่เสวี่ยจินได้ส่งคนลอบไปยังจวนของเสนาบดีอู่และวังอ้ายอ๋องหลี่ถัง เป็นจริงดังว่ามีทั้งมารดาของชิวหยางและหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางเป็นตัวประกัน แต่การคุ้มกันแน่นหนามาก มือดีที่เชี่ยวชาญในการลอบเร้นของสองพรรคและหน่วยข่าวลับเงามังกรยังทำได้เพียงลอบเข้าไปสังเกตการณ์เท่านั้น


เมื่อเห็นว่ามือขวาไม่อาจใช้การได้ครบสมบูรณ์ เยว่ถิงจึงฝึกใช้พู่กันด้วยมือซ้าย โชคดีที่แค่ไม่กี่วันก็สามารถเขียนออกมาเป็นตัวอักษรพออ่านได้


เขาเริ่มหมกมุ่นขังตัวเองไว้กับตำรามากมายในห้อง มีอยู่ถึงสามหนที่เขาปฏิเสธที่จะพบชิวหยางหรือประมุขอู่เสวี่ยจิน


ส่วนเวลาที่เหลือ เยว่ถิงมักแอบลอบเดินทางไปยังโรงหลอมเหล็ก บางครั้งไปยังตลาดแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่และท่าเรือขนส่งสินค้า และบางคราถึงกับแอบปลอมตัวเป็นหมอชราต่างแคว้นไปยังโรงหมอที่ต่างๆ ของแคว้นอ้าย


มีครั้งหนึ่ง คุณชายไป่อวิ๋นหลานผู้ทำหน้าที่ผู้คุ้มกันซึ่งปลอมตัวออกมาด้วยถึงกับออกปากบ่น


“เจ้ามีเวลาเหลือไม่มาก แทนที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน กลับออกมาทำลับๆ ล่อๆ จับจ่ายซื้อของอยู่ได้”


เยว่ถิงหัวเราะเบาๆ ขณะกำลังหยิบดูชิ้นเหล็กเบื้องหลังโรงหลอมที่พูดคุยจนสนิทสนมกับเถ้าแก่ สภาพอดหลับอดนอนทรุดโทรมรวมกับผ้าปิดครึ่งใบหน้ากลบรัศมีความงามล่มเมืองไปหลายส่วนทำให้ไม่สะดุดตาผู้ใด คุณชายไป่ว่าขึ้นอีก


“หากอยากได้ยอดศัตราวุธ นี่มิใช่ที่เจ้าจะหาได้กระมัง จริงอยู่ว่าชิ้นส่วนเหล็กเหล่านี้ตีขึ้นอย่างดี...”


“ข้ามิใช่จะหายอดศัตราวุธ” ชี้แจงแก่ใบหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่าย “แต่กำลังหาสิ่งทดแทนอยู่”


“ทดแทนอันใด? นี่เจ้าคิดเก็บงำสิ่งใดอีก!


“ข้าอุตส่าห์ไว้ใจท่านให้ติดตามมา มิคาดท่านจะมีนิสัยชอบอยู่ในกฎเกณฑ์เฉกเช่นประมุขอู่เสวี่ยจิน”


แสร้งทำเสียงผิดหวัง อ้างนามอีกคนผู้หนึ่งทำให้ไป่อวิ๋นหลานเบิกตา


“อย่านำข้าไปรวมกับเจ้าเต่าบัดซบนั่น! เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าไป่อวิ๋นหลานผู้นี้รักอิสระเพียงใด กฎเกณฑ์น่าเบื่อหน่ายใดๆ ก็ไม่อาจกักขังรั้งไว้ได้”


คุณชายไป่นี่ก็นับว่าเป็นเด็กโตแต่ตัวคนหนึ่ง แค่กระเซ้าเพียงหนึ่งประโยคก็ช่วยปิดบังไม่ให้แผนการเขาเสียไปได้ เยว่ถิงหัวเราะขึ้นอีกครา


“ดีแล้ว เช่นนั้นขอท่านอย่าถามข้าอีก”

 



เวลาล่วงผ่านมาจนเหลือเพียงอีกสามวันจะถึงวันที่เลื่อนราชโองการของอ้ายอ๋องหลี่ถัง และอีกสามวันจะเป็นวันที่ครบสามสิบวันตามกำหนดของเฉิงกงชางอ๋อง ศาลาหินปลอดโปร่งแห่งตำหนักอัสดงสราญรมย์เป็นจุดนัดพบสำหรับคู่บุรุษคู่หนึ่ง พระจันทร์ลอยเด่นเต็มดวงสะท้านเงาสู่ผิวน้ำนิ่ง


หนึ่งเร่งรีบมา อีกหนึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้ว


“หลายวันมานี้เจ้าเป็นอะไร เหตุใดถึงได้จงใจหลบหน้าข้า...”


เมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงก้าวพรวดเข้าถึงตัว


“เยว่ถิง...”


แรงฉุดดึงทำให้ร่างที่ยกมือไพล่หลังหันกลับไป


“เหตุใดดวงตาเจ้าถึงได้ปิดผ้าไว้กัน?”


“ดวงตาข้าข้างหนึ่งถูกปิดไว้ด้วยผ้าปิดแผลนี้คงสร้างความแตกตื่นแก่ท่าน ทว่านี่เป็นเพราะตัวข้าใช้สายตามากเกินไป พิษเดิมจึงกำเริบ ทว่าให้หมอตรวจดูแล้วมิมีสิ่งใดน่าห่วง”


“เจ้ายังกล่าวว่ามิมีสิ่งใดน่าห่วงหรือ หลายวันมานี้ใจข้าร้อนแค่ไหนเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร...!?”


แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มมากขึ้น แต่เยว่ถิงยังคงรักษาความไม่ทุกข์ร้อนไว้ในน้ำเสียง “ข้าทราบดี”


ชิวหยางค่อยคลายมือออก ก้าวถอยหลังไป สายตาตัดพ้อที่ทอดมองมาหนักอึ้งจนชวนมิอาจสบมองได้นาน แม้ว่าจะตกลงใจทำสิ่งใดๆ อย่างหนักแน่นแล้วก็ตาม


“ท่านคงเร่งรีบจนมิทันสังเกตสิ่งของบนโต๊ะหิน นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการให้ท่าน”


มีห่อผ้าสีแดงวางอยู่ ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดเดียวถึงยังโต๊ะ เมื่อคลี่ออก สีหน้าเจ้าของสมญาจอมอสูรพันศพก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง


แขนเทียมข้างซ้ายสร้างจากโลหะน้ำหนักเบาทว่าทนทานปรากฏแก่สายตา แสงนวลตาจากดวงจันทร์สาดส่องกระทบสีเงินระยับ ทั้งเมื่อมองให้ดี ลักษณะของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ประกอบกันก็ทำอย่างพิสดาร กระทั่งฝ่ามือหรือนิ้วทั้งห้าเองก็เป็นข้อครบถ้วน


            ผลงานนี้เป็นศาสตร์ที่ประกอบกันระหว่างความรู้ยังโลกก่อนและความรู้ยังโลกนี้ ทั้งด้านวิศวกรรม การแพทย์ ศาสตร์กำลังยุทธ์ แม้มีข้อจำกัดด้านเวลาทำให้งานไม่ประณีตเท่าที่ควร แต่ก็มิได้ดูย่ำแย่แต่อย่างไร


“โชคดีที่แขนข้างนั้นถูกสะบั้นไปบริเวณต้นแขน มิฉะนั้นคงเป็นการยากกว่านี้หากจะสร้างแขนขึ้นทดแทน”


“แต่เจ้า... มิได้เห็นแขนข้างนี้ของข้าแม้สักหนึ่งครั้ง”


“ข้าเข้าใจว่าท่านเองหลีกเลี่ยงมิเปิดเผยแก่ข้าเพราะกลัวว่าข้าจะรู้สึกผิด ข้าจึงได้ไหว้วานให้บ่าวไพร่ที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านและบ่าวไพร่ที่วัดตัวเพื่อตัดเย็บชุดมารายงานสัดส่วนบริเวณแขนให้เป็นพิเศษ”


ผู้ฟังคล้ายอับจนคำพูด จึงใช้สายตาจดจ้องเยว่ถิง โทสะล้วนแล้วแต่คลายมลายหายไป


เยว่ถิงเดินเข้าไปหาชิวหยางที่ตะลึงนิ่งค้างไป ดึงแผ่นกระดาษจากแขนเสื้อแล้วสะบัดออก เผยให้เห็นรอยพู่วาดเป็นรูปร่างคนที่ใช้แขนเทียมอย่างคร่าวๆ โดยมีการเขียนถึงอุปกรณ์แขนเทียมอย่างละเอียด


เยว่ถิงใช้ความรู้ทางวิศวกรรมที่มีประกอบกับความรู้ทางการแพทย์และสิ่งที่สรรหาได้ในโลกแห่งนี้ทุ่มเทแรงกายสร้างแขนเทียมขึ้น โดยเขียนแบบให้โรงหลอมที่ดีที่สุดในเมืองหลวมช่วยสร้าง


ด้วยเพราะโลกแห่งนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าปราณ จึงยังพอมีความหวังที่จะทำให้แขนเทียมนี้ขยับได้ดีและละเอียดก่อนกว่าการใช้แรงจากกล้ามเนื้อดึงตามปกติ


“ให้ข้าสวมใส่มันแก่ท่าน”


แม้พยายามออกแบบเครื่องมือให้สามารถสวมใส่ได้ด้วยตนเอง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองใช้จริง อีกทั้งกายอุปกรณ์นี้ต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อให้ใช้ได้คล่องแคล่ว


เขาเลิกเปิดแขนเสื้อข้างซ้ายของร่างบุรุษสูงใหญ่ขึ้น พบแขนซ้ายที่ขาดไป แม้ปากแผลจะปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว ทว่าก็อดสะทกสะท้อนใจไม่ได้


ขณะมือแนบโลหะเย็นกับผิวหนังแข็งแกร่ง ปลายจมูกก็ได้ยินกลิ่นกายลึกลับยวนใจ ที่ไม่ว่านานแค่ไหนก็ยังคงทำให้ผู้คนมัวเมาใจสั่นคลอน


“เจ้ามิจำเป็นต้องลำบากเช่นนี้” ชิวหยางเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ


“ข้าได้เอ่ยแล้วว่าจะเป็นแขนให้แก่ท่าน ด้วยเวลาเพียงเท่านี้ มันอาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควร ข้าต้องขออภัย”


“ราคาคงมิใช่น้อย”


“ถือเป็นค่าอยู่ค่ากินของข้าในพรรคสะบั้นสวรรค์ของท่านคงได้กระมัง”


“แล้วเหตุใดถึงมิยอมบอกแต่ต้นกัน”


“ข้าเกรงว่าท่านจะปฏิเสธ ไม่สู้สร้างจนเสร็จสิ้น ท่านก็คงไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธได้อีกแล้ว” เยว่ถิงกำลังจะใช้ผ้ายืดทนทานจากต่างแดนสำหรับดึงรั้งยังหัวไหล่สวมประกอบเพิ่ม พลันร่างทั้งร่างถูกดึงรวบเข้าสู่อ้อมกอด


!


ยอดยุทธ์สามารถเป็นหนึ่งศาสตราได้ฉันใด หลักการนั้นก็สามารถนำมาใช้กับแขนเทียมฉันนั้น เยว่ถิงยังมิทันได้เอ่ยบอกการโคจรพลังปราณที่เกี่ยวเนื่องกับแขนเทียมประการใด ชิวหยางกลับสามารถขยับมันได้อย่างน่าอัศจรรย์


“เจ้านี่มัน... น่าตีให้ตายจริงๆ!


เสียงเอ่ยเครือแต่ยังแฝงด้วยความเข้มโหดดุดัน แผ่นอกทั้งสองใกล้ชิดกัน ได้ยินเสียงหัวใจก้องของอีกฝ่ายราวกับเป็นหัวใจอีกดวงของตน ช่วงนี้เยว่ถิงสงบอารมณ์ฟุ้งซ่านไว้ตลอดมา เมื่อสัมผัสอีกร่างแล้ว ความนึกคิดและอารมณ์หวั่นไหวใดๆ จึงเริ่มกระเจิดกระเจิง


สองมือที่ตรากตรำเขียนแบบความจนอ่อนล้าและแดงช้ำยกขึ้นกอดอีกฝ่ายไว้แน่น ซ่อนใบหน้าไว้ในอ้อมแขน รอยยิ้มบังเกิดขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้ แต่ยังไม่กล้าขยับให้มากความด้วยกลัวแขนเทียมนี้จะหล่นลงไม่อาจขยับได้อีก

“...แขนเทียมนี้ใช้ได้”


“ขอบคุณ เจ้าเก่งมาก มันน่านัก ทำเช่นว่าข้ายังรักใคร่ลุ่มหลงในตัวเจ้าไม่พอ”


ชิวหยางหัวเราะนำขึ้นเบาๆ ก่อนจะกอดร่างเยว่ถิงโยกโคลงไปมาราวกับจะหยอกล้อ


กระแสแห่งความปิติไหลท่วมท้น ความสุขมากมายเพิ่มพูนขึ้นจนเหมือนร่างทั้งสองมิได้เหยียบย่างอยู่บนพื้นดิน เยว่ถิงเองก็หัวเราะทั้งน้ำตา ความเหน็ดเหนื่อยมากมายคล้ายจะอันตรธานหายไป ยามเอ่ยปากตะโกน ยิ่งกำมือกับอาภรณ์เนื้อดีของอีกฝ่ายแน่น


“ในที่สุดข้าก็เป็นแขนให้ท่านได้ชิวหยาง!


หิมะละลายแล้ว อากาศอบอุ่นขึ้น จันทร์กระจ่างฉายแสงลงทอดให้เกิดเงาจากร่างคนทั้งสอง ค่ำคืนว้าเหว่กลับกลายเป็นค่ำคืนแห่งความยินดี

 

เวลาแห่งความปลาบปลื้มผ่านพ้นไป เยว่ถิงที่ตะโกนพร่ำเพ้อด้วยความดีใจหลับไปในอ้อมกอดชิวหยางเมื่อไหร่ไม่ทราบ ยามตื่นขึ้นมาอีกก็สายมากแล้ว จึงรีบจัดการกิจวัตรตนเอง


กลิ่นอายแห่งวสันตฤดูพัดโชยมา บอกว่าแคว้นอ้ายกำลังจะสิ้นจากความหนาวเหน็บเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ในโถงรับรองกว้างมีบุคคลประชุมกันพร้อมหน้า เยว่ถิงนั่งลงยังที่นั่งเอก ผายมือให้ผู้คนทั้งหมดนั่งลง


แผนการที่คิดไตร่ตรองมาเนิ่นนานได้เอ่ยเปิดเผยขึ้น


หนึ่งคือให้ประมุขอู่ทั้งสองลงจากตำแหน่งแล้วเข้ารับราชการกับอ้ายอ๋องโดยแสดงท่าทีเป็นดื้อแพ่งในยามแรก ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นจงรักภักดีเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนเยว่ถิงคิดจะไปขอร้องต่อท่านอาจารย์ซุ่ยหวางเจียเพื่อให้เดินทางไปยังแคว้นชางเพื่อยืดเวลาสิ้นพระชนม์ขององค์จักรพรรดิ


ในวันรับตำแหน่งของชิวหยางและอู่เสวี่ยจิน เยว่ถิงและไป่อวิ๋นหลานรวมถึงองครักษ์แซ่เฟยอีกสองคนจึงออกเดินทางไปยังหลวนซาน เร้นลอบผ่านสายตาคนของอ้ายอ๋องหลี่ถังเข้าไปด้วยเส้นทางลับ


คราแรกที่พบหน้าผู้เป็นอาจารย์ หมอเทวดามีสีหน้ายากแก่การหยั่งความคิด


หากได้ยินเพียงข่าวลือทั่วไปก็จะได้ยินว่าเยว่ถิงเป็นนายบำเรอชนวนสงครามแก่พรรคสะบั้นสวรรค์และสุริยันพันแสง เยว่ถิงก้มกราบคำนับขออภัย ก่อนเล่าเรื่องราวความจริงทั้งหมดจนกำยานสมุนไพรในโถไหม้จนถึงควันสายสุดท้าย


“ข้าผ่านโลกมามาก แต่ยังมิคิดว่าจะได้พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้”


ชายชราถอนใจลึกยาว ท่วงท่าสงบมากนัก “ที่สำคัญ เหตุใดต้องมาเกิดกับศิษย์คนโปรดของข้ากัน?”


“เมื่อท่านรับรู้เรื่องราวแล้ว ศิษย์ขอกราบขอร้องท่านสิ่งหนึ่ง”


“สิ่งใด”


“นั่นคือขอให้ท่านการเดินทางไปช่วยพยุงอาการองค์จักรพรรดิยังแคว้นหลวง เพราะหากพระองค์สิ้นพระชนม์ในเวลานี้ แผ่นดินคงต้องลุกเป็นไฟแน่แท้”


“เท่าที่ฟังอาการจากหวงไท่จื่อ อยู่ได้อย่างมากก็ปีสองปี แต่จะยืดชีวิตคนให้ทรมานเพื่ออะไร”


“ถ้าเพื่อแผ่นดินแล้ว แม้นขอให้ท่านผิดจรรยาบรรณแพทย์ ศิษย์ก็ขอหน้าด้านสักครั้ง”


เยว่ถิงลุกขึ้นแล้วก้มคำนับแนบเท้าเต็มรูปแบบอีกครั้ง


หมอเทวดาซุ่ยหวางเจียเบือนใบหน้าหนี มีท่าไม่รับฟัง จนเมื่อเอ่ยเหตุผลชักนำแม่น้ำทั้งห้าจนคอเหือดแห้งเป็นเวลามากมาย ในที่สุดท่านอาจารย์ก็ตกลงรับอย่างไม่เต็มใจเท่าใด


แผนข้อที่สองสำเร็จ ทว่าเยว่ถิงมิได้กลับไปยังตำหนักอัสดงสราญรมย์


คณะเดินทางเดินทางไปอีกทิศทางหนึ่ง เยว่ถิงเอ่ยถามไป่อวิ๋นหลานที่บังคับม้าให้อยู่เบื้องหลัง


“ท่านไม่ได้ลืมทิ้งจดหมายไว้ใช่หรือไม่”


“ไม่ แต่ไม่อยากจะคิดว่าชิวหยางคลุ้มคลั่งเพียงใดจู่ๆ เจ้าก็จากมา”


“หากแม้นได้ล่ำลากัน ข้าก็คงน้ำท่วมปาก คงมิอาจเอ่ยอันใดแก่เขาได้สักครึ่งคำ จากมาเช่นนี้ย่อมดีกว่า”


ครั้งนี้เดิมพันในฐานะโอรสของเฉิงกงชางอ๋อง อนุชาแห่งองค์จักรพรรดิ แผนการทั้งหมดล้วนรัดกุม แม้จะไร้ใจแต่ก็ต้องกระทำ กระทั่งความขุ่นเคืองใจของชิวหยางเองก็คล้ายว่าเป็นหนึ่งในแผนการอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง


สามสิบวันนี้มากพอให้หัวใจที่ดิ้นเร่าครวญครางพอสงบลงบ้าง แม้ลึกๆ แล้วจะเป็นเพียงการปกปิดความรู้สึกที่แสดงออกมาภายนอกเสียมากกว่า


บิดาของเขาเอ่ยว่าอยากพิสูจน์ว่าชิวหยางจะจงรักภักดีต่อเขาเพียงใด แม้ตัวเขาเร้นกายหายลับไป ชิวหยางก็มิมีสิทธิไม่ทำตามสิ่งที่สั่ง หาไม่ คงมิอาจเคียงคู่กันตลอดไป


ทว่าแล้วอย่างไร หากจะโกรธเกรี้ยวตระบัดคำสัญญาเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ทำให้เจ็บช้ำก่อน เมื่อนี่มิใช่ความสัมพันธ์ของนายกับบ่าว แต่เป็นความรักระหว่างคนสองคนที่เสมอเท่าเทียมกัน


เยว่ถิงขมวดคิ้วหลับตาลงแล้วลืมขึ้นใหม่ ดวงตาสีฟ้ากระจ่างยามนี้ถูกแสงสีส้มย้อมสาด ให้เป็นสีสันประหลาดแปลกตาและแปลกแยกจากแมกไม้จากแมกไม้โดยรอบชัดเจน


หากตัดสินใจแล้ว ตัดพ้อคงไม่มีประโยชน์อันใด เขาทำได้เพียงเผชิญหน้ากับอนาคตข้างหน้า สิ่งใดจะเกิด ก็ต้องเกิด


ไป่อวิ๋นหลานไม่อยากเอ่ยเรื่องชิวหยางให้ขุ่นเคืองใจอีก จึงว่าไปถึงอีกสิ่งด้วยเสียงเคร่งขรึม


“ส่วนอาจารย์ผู้ฝึกฝนให้เจ้า จงจำไว้ว่านางเป็นยอดปรมาจารย์เชี่ยวชาญศาสตร์ใดๆ ในใต้หล้าที่มิใช่ใครก็เป็นศิษย์ได้ สมญา จอมนางมารเหยียบหล้ามิใช่เพียงคำร่ำลือ”


สตรีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของอัจฉริยะที่หนึ่งพันปีจะมีหนึ่งคน อย่างไรก็ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

 

 

100%

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันค่ะ ^^

หน่วงหนาวเหมือนเวลาตัดสินใจจะอาบน้ำจริงๆ55

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง นักอ่านที่รักอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

Warning! ถ้ากลัวสปอยควรเลี่ยงอ่านคอมเมนต์นะคะ มีสปอยด้วยเพราะตอนเลื่อนนน /กราบขออภัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.035K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7722 field_2212 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 21:37
    รีวันเดียวกับวันเกิดเค้าเลยย
    #7,722
    0
  2. #7692 bowloveyaoi (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 19:07
    พิชิวเหมือนโดนทิ้งอีกแล้ว
    #7,692
    0
  3. #7583 K.white wine (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 16:16
    สงสารชิวหยางอ่าาาาาาาาาาา
    #7,583
    0
  4. #7535 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 00:27
    เห้อ แยกกันแบบนี้ สงสารท่านประมุขจัง
    กว่าจะสมหวังครองคู่ กระอักเลือดแทบทุกตอน
    แต่ต่อไปเราจะได้เห็น เยว่น้อยเวอร์ชั่นเทพทรูแล้วใช่มั้ยยนะ
    #7,535
    0
  5. #7439 ya.ong (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:34
    เสียใจ เมื่อไหร่จะได้อยู่ด้วยกันแบบสงบสุขสักที
    #7,439
    0
  6. #7274 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 08:50

    กว่าจะได้ครองรักกัน ต้องพัดพรากอีกกี่หน? ขั้นน้ำตานองแล้วนะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสารทั้งคู่

    #7,274
    0
  7. #7249 MinRos (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:00
    ก็ยังรู้สึกว่าท่านพ่อทำเกินไปอยู่ดีอ่ะ ไม่ได้อยู่ดูแลลูกตั้งแต่ตอนเกิด เจอกันครั้งแรกก็ทำร้ายน้ำใจกันเลย อ้างว่าไม่อาจเสียลูกไปอีกคน แต่การกระทำคือเหมือนเป็นคำสั่งพระปิตุลาต่อท่านอ๋อง ไม่ใช่พ่อกับลูก
    #7,249
    0
  8. #7143 Fueled me (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 19:38
    หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องแยกกันนะ
    #7,143
    0
  9. #7066 lilying_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 03:28

    เฮ้อท่านบิดา 2ปีเค้าก็รอมาแล้ว 2ปีแบบที่สิ่งยึดเหนี่ยวมีแค่คำพูดของเจ้าอาวาสว่าน้องยังไม่ตาย แค่นี้ยังเป็นบทพิสูจน์ไม่พออีกหรอคะพ่อ!!!!! ไม่ได้อยู่ดูแลลูกมาสิบแปดปี พอมาเจอกลับทำให้เค้าต้องปวดใจแบบนี้เนี่ยนะ พ่อไร้สาระที่สุด!!! บางทีก็อยากให้น้องเป็นแค่คนธรรมดาๆ ฮือ ทำไมชะตาชีวิตรันทดอะไรชนาดนี้ ฮือออออ ท่านประมุขของเราก็น่าสงสารเหลือเกิน ไม่ได้บอกลา น้องก็ไปแล้ว แงงงงงงงงงงงงงงง

    #7,066
    0
  10. #6805 Londar (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 03:03
    สงสารซิ่วหยางรอเลยยย
    #6,805
    0
  11. #6758 chalillxx_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 21:36

    แค่ชื่อจารย์ก็แซ่บแล้วอ้าาาาาา แต่กลัวใจชิวหยางมากเลยไม่ได้กลัวว่าจะไม่ทำตามนะ แต่กว่าที่จะมีคนหยุดอารมณ์ชิวหยางตอนรู้ได้นี้ก็คงหนักน่าดูอะ ยิงน้องหายไปแบบนี้ืทั้งที่อยู่ด้วยกันแค่แปปปเดียวอีก

    #6,758
    0
  12. #6726 pcy921 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:57
    ระเบิดลงแน่ค่ะ
    #6,726
    0
  13. #6658 Ne4w (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 04:29
    ฮึบไว้นะ อีกไม่นานก็ได้กลับมาเจอกัง
    #6,658
    0
  14. #6568 Ppttyc_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:18
    จากกันแล้วอะะะ
    #6,568
    0
  15. #6477 Dongdung56789012 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 21:08
    อาจารย์หญิงคงจะไม่ธรรมดาแน่ๆๆ
    #6,477
    0
  16. #6301 Tanatorn_M (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 14:35
    อีกแล้ว เป็นชิวหยางที่โดนทิ้งไว้อีกแล้ว TwT
    #6,301
    0
  17. #6110 0814448154 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:14
    อ้ากกกกกระเบิดโลกทิ้งแม่งงงง
    #6,110
    0
  18. #5931 N@TTY (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:24
    สงสารชิวหยางงงงง
    #5,931
    0
  19. #5683 Danwtlese (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:28
    ขอฉากพักตับหน่อยยยยย
    #5,683
    0
  20. #5635 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 09:54
    ทั้งๆที่รักแต่ก็ต้องจากลาเพื่อพบกันใหม่
    #5,635
    0
  21. #5541 chocolato.p (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 18:38

    คราวนี้ไม่รู้ชิวหยางจะว่ายังไงบ้าง ฮือออ เป็นกลจให้ทั้งคู่

    #5,541
    0
  22. #5452 LOOKSORN. (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 18:10
    สู้ๆ!!!
    #5,452
    0
  23. #5378 Tiptip SuNg (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:37
    จากกันอีกแล้วววววอ่าา
    #5,378
    0
  24. #5101 Maylyunho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:18
    ลำบาดยากเข็ญแค่ไหนกว่าจะได้ครองคู่ เอาใจช่วยเจ้าทั้งคู่
    #5,101
    0
  25. #5052 pookpak_world (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:27
    ไปเรียนไปฝึกให้เก่ง แล้วกลับมาอย่างสมเดียรตินะน้องเย่ว สู้ๆ
    #5,052
    0