หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 36 : 34 - อัสดงปลดปลง re19/12/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,161 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

34 – อัสดงปลดปลง

*มีเนื้อหารีไรท์ที่แตกต่างจากเนื้อหาเก่าค่อนข้างมากค่ะ

 

            หิมะสกาวพร่างพราวตกลง ย้อมผืนฟ้าให้กลายเป็นสีขาวสะอาดตา


            ศพของคุณหนูหวังอิงเอ๋อร์ถูกฝังไว้ยังสุสานเขาเบิกฟ้า นิทราเคียงข้างร่างของอดีตประมุขแห่งพรรคสุริยันพันแสงผู้มีศักดิ์เป็นบิดา พิธีศพถูกจัดอย่างสมเกียรติ กระทั่งชนชาวอธรรมเช่นชิวหยางและคุณชายไป่ยังร่วมใส่ชุดไว้ทุกข์ตามธรรมเนียม


            หลังเสร็จสิ้นพิธี เยว่ถิงขอปลีกตัวออกมาอยู่เพียงลำพัง เป็นเวลาหลายวันที่เขาพำนักอยู่ยังพรรคสุริยันพันแสง ทว่ามิเคยได้มีโอกาสเดินเรื่อยเปื่อยสำรวจบริเวณโดยรอบได้ตามอำเภอใจมาก่อน


            ก้าวย่างขึ้นเขาอย่างเหม่อลอย ชายหนุ่มรวบผมที่ยาวขึ้นเกือบถึงความยาวเดิมก่อนถูกตัดออกไว้ยังท้ายทอย ก่อนหยุดฝีเท้ายังต้นมู่กง(สนจีน)ที่สูงโดดเด่นต้นหนึ่ง


ทรุดกายลงนั่งบนหินผาแข็งแกร่งสีเทา ทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง จากทิวทัศน์สูงสามารถมองเห็นตำหนักมากมาย สวนพฤกษชาติ และทางเดินน้ำของพรรคสุริยันพันแสงเบื้องล่าง


            แม้หิมะจะหยุดตกแล้ว ทว่าอากาศเหน็บหนาวยิ่งทวีตามความสูง เยว่ถิงสวมใส่อาภรณ์ถึงสามชั้นยังต้องสอดมือทั้งสองที่เริ่มชาดิกเข้าในแขนเสื้อ ตาสีฟ้ามองยาวไปไกลแสนไกล เมื่อจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิด


            เสื้อคลุมหนังสัตว์อบอุ่นถูกคลุมลงยังสองไหล่ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไป


            “บอกกี่คราวแล้วว่าในอากาศหนาวเช่นนี้ เจ้าต้องสวมใส่อาภรณ์ให้แน่นหนา”


            ร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากเงาสน เป็นชิวหยางที่คงติดตามเขามา รอยแห่งความเป็นห่วงฉายทาบอยู่บนดวงหน้าหล่อเหลา “นั่งด้วยได้หรือไม่”


            “อ้า... เชิญท่าน”


            ทั้งสองเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่ความเงียบน่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบให้นิ่งคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ จนเมื่อปล่อยความคิดมากมายให้ได้หลั่งไหลระบายออกไปบ้าง เยว่ถิงจึงเป็นผู้ทำลายความเงียบก่อน


            “ข้าต้องยอมรับว่ายังเมาค้างอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้นสิ่งที่จะเอ่ยต่อไปนี้ อาจมีบางสิ่งที่กล่าวผิดพลาดไป หากไม่เข้าหูก็ขอให้ท่านอย่าถือสา”


            “อย่าห่วงเลย เจ้าถนัดในการเอ่ยเรื่องไม่เข้าหูคนด้วยถ้อยคำซึ่งปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือไร”


            คำย้อนตรงๆ ทำให้เยว่ถิงหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย


“ดูแล้วอย่างไรเราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอ้ายอ๋องหลี่ถังได้ ยิ่งหวู่อ๋องถูกจับตัวไปเช่นนั้นด้วย ข้าจึงคิดว่าท่านกับพี่ชายควรตอบรับราชโองการแล้วรับตำแหน่ง”


“เจ้ามีแผนการอันใด”


“มิมีอันใดซับซ้อน ข้าเพียงคิดว่าหากขัดราชโองการ ก็รังแต่จะทำให้แตกหักเสียหายทั้งสองพรรค ควรแสร้งทำตามไปก่อน ยามเมื่อมีโอกาสได้เข้าสู่จวนของบิดาท่านเพื่อช่วยเหลือมารดา ทั้งเรายังสามารถได้ดูการเคลื่อนไหวของอ้ายอ๋องแล้วหาทางรับมือแผนการของเขาอย่างใกล้ชิด”


“เขาถึงกับมาเยือนสนามรบด้วยตนเอง เกรงว่าอย่างไรก็คงอยากได้ท่านและประมุขอู่ไปอยู่ใต้อำนาจเพื่อแผนการชิงบัลลังก์หวงไท่จื่อ ด้วยอุปนิสัยโหดเหี้ยมและเจ้าแผนการเช่นนั้น หากไม่ได้ตามประสงค์แล้ว คงคิดจะทำลายผู้คนและสิ่งต่างๆ รอบตัวท่านให้ย่อยยับ”


เอ่ยโดยง่าย อ้ายอ๋องหลี่ถังวางแผนนี้ไว้อย่างดีแล้ว หากชิวหยางหรืออู่เสวี่ยจินคิดขัดขืน คงมิปรานีต่อผู้ใด


“อีกประการ โจวหวู่คงบอกแก่อ้ายอ๋องว่า ตนต้องการแก้แค้นตระกูลหวัง มิได้หนุนหลังข้าตามข่าวลือ สมานความบาดหมางแล้วกลับมาเป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง”


ผู้ฟังหน้าเครียดขึ้น “เช่นนั้น ปรปักษ์ของเราคงมีอ้ายอ๋องหลี่ถัง โจวหวู่และตระกูลอู่ ส่วนฝ่ายเราคงมีหวงไท่จื่อ หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยาง พระปิตุลาบิดาเจ้า และตระกูลหวัง”


เยว่ถิงพยักหน้าเนิบช้า


“การบีบบังคับท่านด้วยชีวิตของมารดาท่านครั้งนี้ อย่างไรก็ได้แต่ประโยชน์ เพราะตัวข้าเองคงมิกล้าทำอันใดมาก และหากข้ามิช่วยเหลือตระกูลหวัง หวงไท่จื่อและพระปิตุลาวุ่นวายอยู่ยังนครหลวง หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางถูกจับกุม ลำพังตระกูลหวังจะสู้รบปรบมือได้อย่างไร?”


“ข้าเข้าใจความคิดของเจ้า ทว่าหากข้าลงจากตำแหน่งประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์ ยามนั้นเจ้าจะเช่นไรต่อ...”


“ผู้ตรวจการณ์เฟยมาเยือนแคว้นอ้าย คงเพราะรับสั่งหวงไท่จื่อ อย่างไรคงไม่ปล่อยให้ข้าตายกระมัง?”


ได้ยินเช่นนั้น ชิวหยางจึงมีสีหน้าไม่สบอารมณ์


“นี่มิเท่ากับว่าข้านำชีวิตเจ้าไปฝากไว้ในมือผู้อื่นรึ”


“ท่านกล่าวผิดแล้ว ชีวิตข้า ข้าต้องดูแลเอง มิใช่ให้แต่ผู้อื่นคอยดูแล” เยว่ถิงเอ่ยแผ่วเบา หันหน้าสบสายตาคู่สนทนาเคียงข้าง “ขอท่านอย่าได้กังวลเรื่องข้า”


มองเห็นความกังวลที่อยู่ในดวงตาสีอัญมณีอันมีพลังหยินคู่นั้น พลันชิวหยางจึงเป็นผู้หลบสายตาไปก่อน แล้วถอนใจแผ่วเบา


“ข้าจะนำความไปบอกอู่เสวี่ยจิน”


ผู้กล่าวมิได้ลุกขึ้นไปหาพี่ชายทันทีตามคำบอกกล่าว ทว่าเอื้อมมือมาโน้มศีรษะของเยว่ถิงลงซบบนบ่าของตน นิ้วลูบผ่านเส้นผมอย่างทะนุถนอม


“ข้าปลอบคนไม่เก่ง...”


เสี้ยวหน้าคมสันยังมองตรงไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า แววแห่งความอ่อนโยนที่อยู่บนองคาพยัพเข้มแข็งดุดันทำให้ไม่อาจละสายตา


“...ฉะนั้น อย่าโศกเศร้านานเกินไป”


เพียงแค่ถ้อยคำหนึ่ง ทว่ากลับมีอำนาจมากมายให้คลายความหนักอึ้งในใจลงได้หลายส่วน


“นี่เป็นคำสั่งจากประมุขอู่ชิวหยางแห่งพรรคสะบั้นสวรรค์หรือ?”


“หึ ถ้าสั่งพระโอรสของพระปิตุลาได้ก็ใคร่สั่ง”


“แม้ไม่ใคร่รับตำแหน่งฐานะพระโอรสของพระปิตุลา แต่ดูท่าว่าคงยากแล้ว อย่างไรท่านก็ไม่ต้องห่วง หากหลี่เยว่ถิงผู้นี้ได้เป็นท่านอ๋อง จะตบแต่งท่านเป็นพระชายาอย่างสมเกียรติ”


ชิวหยางถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ดันหัวเยว่ถิงออกจากบ่าอย่างทีเล่นทีจริง แล้วใช้มือขยุ้มแก้มเขา


“ยังมิได้ยศศักดิ์ใดก็เหิมเกริมแล้ว เด็กอย่างเจ้านี่สมควรถูกสั่งสอน!


สองบุรุษหยอกล้อเล่นกันอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง พอเห็นว่าถึงเวลาที่สมควรจึงกลับไปสู่พรรคเบื้องล่าง


ผ่านประตูเสี้ยวจันทร์เข้าไปในห้องรับรอง ณ ตำหนักประมุข กลับพบแขกผู้หนึ่งอยู่นั่งอยู่กับอู่เสวี่ยจินด้วยใบหน้าเคร่งเครียด บุคลิกเคร่งขรึมทำให้อากาศในห้องที่สามารถหายใจได้ดูมีน้อยลงไป


ผู้มาเยือนคือเฟยเหยา ผู้ตรวจการแห่งแคว้นอ้าย คนสนิทซึ่งติดตามรับใช้หวงไท่จื่อ เขาลุกขึ้นคำนับเยว่ถิงแล้วค้อมศีรษะให้ชิวหยาง ก่อนจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการด้วยสุ้มเสียงเคร่งขรึม


เยว่ถิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ในใจนึกไปว่าคงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น มิฉะนั้นเฟยเหยาคงไม่คิดหลบเลี่ยงอ้ายอ๋องมาถึงที่นี่


“ข้ามีธุระสำคัญต้องพูดคุยกับท่านลำพัง ซึ่งหากจะพูดคุยที่นี่คงไม่สะดวกนัก”


ชิวหยางหรี่ตา “ธุระอันใด”


“ประมุขอู่ พระบัญชาของหวงไท่จื่อนี้เป็นถึงความเป็นความตายราชวงศ์” รังสีอึมครึมลอยหนักหน่วงในบรรยากาศรอบห้อง ชิวหยางที่ยืนเยื้องไปข้างหน้าของเยว่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัว เยว่ถิงจึงเป็นฝ่ายก้าวออกไป


“ท่านต้องการพูดคุย ณ ที่ใด”


“ได้โปรดตามข้ามา เชิญ”


เห็นสีหน้าดื้อดึงบูดบึ้งของคนข้างตัว ผู้มีศักดิ์เป็นโอรสของพระปิตุลาจึงเอียงหน้ากระซิบ “ตราประจำตำแหน่งเป็นของจริง ทั้งเขาเองมิได้คิดร้ายต่อข้า ท่านไม่ต้องห่วง”


“ระวังตัวด้วย”


ชิวหยางกล่าวสั้นๆ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ผู้ตรวจการเฟยเขม็ง เยว่ถิงจึงติดตามผู้ตรวจการเฟยออกไปทางประตูด้านหลังตำหนักประมุข


“ข้าคงต้องเสียมารยาท แต่เรื่องราวนี้มิอาจเอ่ยในพรรคสุริยันพันแสง”


ม้าหนุ่มสีดำแดงตัวหนึ่งถูกจูงออกมา ขนเงางามและกล้ามเนื้อสมบูรณ์สะท้อนว่าเป็นยอดอาชา ผู้ตรวจการเฟยนำเยว่ถิงขึ้นม้าแล้วควบขี่ออกไป เส้นทางลัดเลาะออกจากพรรคนั้นสลับซับซ้อน ทว่าด้วยฝีมือขี่ม้าของผู้ติดตามหวงไท่จื่อผู้นี้ก็ถือว่าไม่เป็นอุปสรรค


ระหว่างทาง เยว่ถิงจับกระแสอารมณ์ของผู้แจ้งข่าวได้ เสมือนทะเลสาบราบเรียบที่มีคลื่นปั่นป่วนอยู่ภายใน ยากที่จะไม่วิตกกังวลตาม


อาชาควบทะยานด้วยความเร็ว กินเวลานานพอควร รอบกายทั้งสองจึงปรากฏเป็นผาสูงที่รายล้อมด้วยต้นหญ้าพลิ้วปลิวตามลม มองเห็นตำหนักน้อยใหญ่ของพรรคสุริยันพรรคแสงเป็นเงาอยู่ลิบสายตา


บนปลายชะแง่นผานั้นมีผู้คนอยู่สี่คน หนึ่งในนั้นกลับเป็นคุณชายไป่อวิ๋นหลานที่มีสีหน้าไม่สบายใจ พอเห็นเยว่ถิง เขาจึงเร่งเดินมารับ


“ในที่สุดเจ้าก็มา” ท่าทางกระสับกระส่ายไม่คล้ายจะเป็นคนงามผู้โอหังและไม่กลัวสิ่งใดผู้นั้น ให้เยว่ถิงต้องแปลกใจว่าผู้ใดในใต้หล้าที่จะสามารถทำให้ยอดยุทธผู้นี้กระวนกระวายใจ


“กระหม่อมเฟยเหยา คำนับเฉิงกงชางอ๋อง” ผู้ตรวจการเฟยเดินไปคุกเข่าคำนับบุรุษผู้หนึ่ง


“ลุกขึ้น อยู่ข้างนอกเจ้าไม่ต้องมากพิธี”


เฉิงกงชางอ๋อง... เยว่ถิงมองบุรุษตรงหน้า อำนาจบารมีแผ่ออกมารอบตัว ต่างจากสามัญชนทั่วไปจนรู้สึกได้แม้จะสวมอาภรณ์เนื้อดีแบบบัณฑิตไม่โดดเด่น เส้นผมเกล้าแล้วปักด้วยปิ่นไม้ หนวดเคราสีดำสนิทเรียงตัวสวยงามเสริมวัยวุฒิให้มากขึ้นดูแล้วคล้ายกับเทพเจ้าที่ผู้คนกราบไหว้ในวิหาร ส่วนสองคนข้างหลังคงเป็นองครักษ์หลวงที่ติดตามมา


“เจ้า... เยว่ถิงใช่หรือไม่”


สุ้มเสียงลึกอย่างผู้เจนจัดในโลก เยว่ถิงทรุดร่างคำนับ หลุบตาลง


“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมหลี่เยว่ถิงคำนับเฉิงกงชางอ๋อง”


 “ลุกขึ้น ให้ข้าเห็นหน้าเจ้าชัดๆ”


 แม้ยังไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้าแท้แล้วเป็นใคร ทว่าเยว่ถิงกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เมื่อเหลือบมองแล้วพินิจ คนผู้นี้นับว่ามีเค้าโครงใบหน้าสง่างามแบบบุรุษตระกูลหลี่


หรือว่า...


“ข้ามีนามว่า หลี่เจี้ยนเหวิน ดำรงฐานะเฉิงกงชางอ๋อง พระเชษฐาขององค์จักรพรรดิและเป็นบิดาของเจ้า”


ที่แท้นี่คือพระปิตุลาของหวงไท่จื่อ หรือบิดาของเขา หัวใจเยว่ถิงเต้นกระตุก ไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรเมื่อจู่ๆ กลับได้พบบิดาแท้ๆ ที่เคยได้ยินผ่านริมฝีปากผู้อื่นเท่านั้น บิดาเขาเองไม่ใคร่จะยิ้มแย้มนัก แต่ก็มิใช่จะบูดบึ้ง ดูสุขุมน่าเคารพยำเกรงอย่างมาก


“เจ้าเหมือนมารดาของเจ้ามาก”


เห็นแววอ่อนลงในดวงตาสีดำนั้น รู้ได้ว่าบิดาของเขาคงรักมารดาที่เสียไปไม่น้อย


“เอาเถิด ข้ามิเวลามากมาย อย่างไรก็ต้องขอโทษที่มิได้มาหาเจ้าก่อนหน้านี้”


“กระหม่อมไหนเลย...”


“ท่านพ่อ” ฝ่ามืออบอุ่นวางบนไหล่เยว่ถิง “เรียกข้าเช่นนั้นเถอะ”


เยว่ถิงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนเอ่ยออกมา “ท่านพ่อ...”


“ดี” เฉิงกงชางอ๋องพยักหน้าน้อยๆ ก่อนลดมือลง ถึงจะดูสูงส่ง ทว่าก็โอบอ้อมและดูจะเป็นคนมีคุณธรรมคนหนึ่ง เยว่ถิงลอบแอบโล่งใจไม่น้อย “เวลานี้ทั่วทั้งชางเหอกำลังระส่ำระสาย ได้ยินมาว่าเจ้าเป็นคนฉลาด กระทำการอันใดล้วนรอบคอบและรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย ข้าชื่นชมในตัวเจ้า”


เยว่ถิงค้อมศีรษะ หัวใจพองโตขึ้นไม่น้อย


“ทว่า...” สีหน้าของเฉิงกงชางอ๋องเคร่งขรึมขึ้น “เพื่อความปลอดภัยของเจ้า ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าอยู่ที่แคว้นอ้ายได้”


หัวใจที่เพิ่งพองกลับหดลงราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลม


“สถานการณ์ยามนี้อันตรายมาก อ้ายอ๋องเป็นบุคคลที่มีพิษภัย จะต่อกรกับเขาไม่อาจไม่เสียหาย อีกทั้งยามนี้นครหลวงเองเหล่าขุนนางและบรรดาอ๋องก็เริ่มแบ่งฝักฝ่าย แม้หวงไท่จื่อเองก็ไม่ปลอดภัย”


บุรุษวัยกลางคนมีดวงตาแข็งกร้าวขึ้น “ข้าสูญเสียมารดาของเจ้าไปแล้ว ข้ามิอาจสูญเสียเจ้าอีก”


            บิดาเขาจากนครหลวงมาในยามนี้ คงหมายความอย่างว่า แต่เยว่ถิงไม่อาจตกลง เขาวาดแขนเสื้อคำนับ จรดหน้าผากลงกับพื้นหญ้าแล้วค่อยๆ เงยหน้า


“ลูกขออภัยต่อท่านพ่อ สิ่งที่ท่านพ่อกล่าวมาไม่มีสิ่งใดที่ลูกไม่ซาบซึ้ง ทว่า...”


เห็นกล้ามเนื้อบนใบหน้าผู้มีศักดิ์พระปิตุลาของหวงไท่จื่อขึงตึงขึ้น “แม้ตัวข้าไม่ใคร่จะเคร่งต่อขนบประเพณี  แต่ก็มีเหตุผลที่ข้าไม่เห็นด้วย”


เยว่ถิงเสียววาบยังสันหลังขึ้นมา บิดาของเขาไม่ใช่คนอ้อมค้อมจึงกล่าวออกมาโดยตรง


“ข้ามิชอบชี้นำผู้อื่นเรื่องความรัก เหตุผลที่จะเอ่ยเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับตัวเจ้าและราชวงศ์ อู่ชิวหยางผู้นั้นเป็นประมุขหนึ่งในเจ็ดพรรคอธรรม ซึ่งรู้กันว่าเหล่าอธรรมไม่นับถือความดีงามและกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว เช่นนี้จะเชื่อถือได้อย่างไร?”


“เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตลูกโดยยอมสละแขนข้างหนึ่ง แม้นไม่มีเขาลูกคงไม่ได้พบท่านพ่อ”


“ข้ารู้ มิฉะนั้นหัวของเขาจะยังตั้งอยู่บนศีรษะได้อย่างไร?” เฉิงกงชางอ๋องเอ่ยเรียบเรื่อย ให้เยว่ถิงกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ข้าเองรู้ดีว่ามิได้ทำตัวเป็นพ่อของเจ้ามานาน จู่ๆ กลับปรากฏตัวขึ้นแล้วบังคับควบคุมคงไม่น่าสบอารมณ์ แต่ข้าไม่อาจสูญเสียเจ้าไปอีก”


“ท่านพ่อมองการณ์ไกลยิ่ง” เยว่ถิงยิ้มอ่อนล้า “ลูกไม่ปฏิเสธว่ามีใจปฏิพัทธ์ต่อเขา ทว่าเหตุผลที่ยังอยู่ก็เพราะเพื่อแคว้นอ้ายด้วย ลูกจำเป็นต้องอยู่ต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิด เป็นถึงโอรสของเฉิงกงฉางอ๋อง จะให้หลบหลังบิดาลูกคงอับอายชั่วชีวิต”


“ตัวเจ้าผ่านเรื่องราวมากมาย บัดนี้ได้เป็นแพทย์มือดีคนหนึ่ง แต่ลำพังเจ้าจะต่อสู้อย่างไร”


“หากท่านพ่อจะปราณี มอบบรรดาศักดิ์ให้ลูกขึ้นเป็นอ๋องที่แคว้นอ้าย ลูกสัญญาว่าสู้กับอ้ายอ๋องอย่างสุดความสามารถ โดยชักจูงทั้งบัณฑิต แพทย์ สองพรรคใหญ่ให้อยู่ฝ่ายลูก มิเช่นนั้น ลูกก็ขออยู่อย่างสามัญชน มิรับบรรดาศักดิ์ใดๆ”


ลมหนาวกรีดหวีดหวิว พาต้นหญ้าให้พลิ้วพัดดั่งเต้นระบำ อาภรณ์และเส้นผมของผู้คนเองก็ปลิดปลิว


“...กระทั่งความเด็ดเดี่ยว เจ้าก็เหมือนมารดาเจ้าราวกับลอกพิมพ์กันมา”


เฉิงกงชางอ๋องผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ก่อนที่กวักมือเรียกคุณชายไป่ให้เข้ามา เจ้าตัวเดินเก้ๆ กังๆ ก่อนจะมาคุกเข่าอยู่เคียงข้างเยว่ถิง


“เจ้าเอ่ยถึงความคิดของลูกชายข้าไว้ไม่ผิด อวิ๋นหลาน”


ชื่อเรียกสนิทสนมทำให้เยว่ถิงต้องเหลือบมอง คุณไป่ยกยิ้มแหยแก่ผู้เป็นใหญ่แล้วเอ่ยขอบคุณ ไม่ยอมสบตาเยว่ถิง “กระนั้น ข้าคงไม่มีทางเลือก นอกจากยื่นคำขาดสุดท้ายให้เจ้า”


หากบิดาของเขาจะสั่งให้ผู้ตรวจการณ์เฟยจับกุมเขาไป เขาเองก็ไม่อาจต่อต้าน อย่างไรทางสุดท้ายนี้แม้เป็นอะไรก็ต้องเลือกไว้


“หากดึงดันจะต่อสู้กับอ้ายอ๋อง เขามิได้มีแต่เพียงปัญญา แต่ยังเป็นพลังยุทธ์ เจ้าเองหากมิมีวิชาติดตัวเอาแต่พึ่งผู้คุ้มกัน เกรงว่าจะตายไร้ที่ฝัง ดังนั้นข้าจะเขียนจดหมายส่งตัวเจ้าไปแคว้นป๋อ ที่นั่นมีผู้มีฝีมือสูงส่งที่จะฝึกฝนเจ้า เจ้าจะยอมรับหรือไม่”


แคว้นป๋อนั้นคือแคว้นเคียงข้างของแคว้นอ้าย ที่ผู้คนชอบสู้รบและเต็มไปด้วยชนเผ่าป่าเถื่อน เยว่ถิงนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองช่างไร้พรสวรรค์ด้านวิชายุทธ์สิ้นดี ทว่าพูดจาไว้ดิบดีแล้ว จึงน้ำท่วมปากจะไม่ตอบรับก็ไม่ได้


แต่ดูจากสีหน้าลอบกระตุกยิ้มของไป่อวิ๋นหลานแล้ว เดาได้ว่าการฝึกวิชาคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับเยว่ถิงสักเท่าไหร่


“อีกทั้งหวงไท่จื่อทรงมีตำหนักแห่งหนึ่งที่แคว้นอ้าย นามว่า อัสดงสราญรมย์อยู่ยังทิศตะวันออกของเมือง ที่นั่นจะเป็นของเจ้า แล้วข้าจะส่งกำลังทหารและผู้มีฝีมือมาให้ ระหว่างที่เจ้าจากไปก็จะให้คนเหล่าสืบข่าวสาร ผังเมือง และภูมิลักษณะของแคว้นอ้ายสำหรับวางแผนการ”


“และเมื่อเจ้าสำเร็จวิชา ณ แคว้นป๋อแล้ว ข้าจะให้สิ่งนี้แก่เจ้า”


สร้อยรูปเสี้ยวพระจันทร์ในห่อผ้ากำมะหยี่สีแดงถูกยื่นมาเบื้องหน้า แสงแดดกระทบผิวหินสีทั้งห้าที่กอปรกันเป็นดวงจันทร์เกิดเป็นแสงสีอันงดงามยากจะละสายตา


เมื่อพินิจดูให้ดี เยว่ถิงระลึกขึ้นได้ว่านี่คือ ไหมห้าสีจักรพรรดิ เป็นหินหายากที่เชื่อกันว่าเป็นหินที่มีพลังสูง ช่วยเสริมสร้างโชคลาภ ดึงดูดทรัพย์และสามารถเยียวยารักษาโรคได้


สีทั้งห้าอันประณีตเฉิดฉายได้แก่ สีทอง สีเงิน สีชมพู สีดำ และสีเขียว เท่าที่ทราบในโลกก่อน หากยิ่งมีลักษณะเป็นหินน้ำใสยิ่งมีราคาสูง สร้อยพระจันทร์ตรงหน้านับว่าสว่างเป็นประกายเทียบเท่าแก้วคริสตัล ส่วนที่ได้ชื่อว่าไหมห้าสี เพราะในตัวหินจะมีลักษณะเส้นริ้วสวยงามตัดกันอยู่


ธรรมดายิ่งเส้นไหมแน่นหนายิ่งหายาก ดังนั้นหินเหล่านี้ที่เส้นไหมทั้งสวยงามราวกับใช้พู่กันตวัดวาดอย่างได้ลักษณะยิ่งมิอาจประเมินค่าได้


“สิ่งนี้คือสิ่งที่ข้ากำนัลให้แก่มารดาเจ้าก่อนตาย... ผู้นำกลับมาให้ข้าก็คือผู้ตรวจการเฟย ซึ่งต้องขอบคุณที่ทั้งหวงไท่จื่อและเขาได้พบกับเจ้า จึงคอยสืบเสาะตัวตนเรื่อยมา จนพบว่าเหล่าสตรีที่ทำคลอดเจ้าเป็นผู้เก็บขโมยไป”


เฉิงกงชางอ๋องไล่นิ้วเรียวยาวผ่านไหมจักรพรรดิอย่างทะนุถนอม “และเมื่อเจ้าได้รับมัน สิ่งนี้จะเป็นสิ่งยืนยันตัวตนว่าเจ้าคือหลี่เยว่ถิง โอรสแห่งเฉิงกงชางอ๋อง ยามนั้นเจ้าจะได้รับยศที่เจ้าควรได้”


“ขอบพระทัยท่านพ่อ”


“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า” บุรุษวัยกลางคนเก็บไหมห้าสีจักรพรรดิไว้ในเสื้อ “การที่เจ้าไปยังแคว้นป๋อครั้งนี้ ข้ามีเงื่อนไขที่เจ้าห้ามละเมิดเด็ดขาด”


“เชิญท่านพ่อกล่าวมา”


“นั่นคือ ห้ามมิให้ประมุขผู้นั้นรับรู้เรื่องของเจ้า ตลอดเวลาที่เจ้าไปแคว้นป๋อ”


เยว่ถิงไม่อาจห้ามปากของตนเองได้ “ทว่า... ชิวหยางเป็นผู้ที่ร่วมแผนการกับลูก หากเขาไม่ทราบ...”


“จงเขียนสิ่งที่เจ้าอยากให้เขาทำทิ้งไว้ กาลเวลาจะพิสูจน์ว่าเขายกชีวิตเขาให้เจ้าดังที่ปากว่าหรือไม่ หากเรื่องราวสำเร็จโดยที่เขามิได้คิดหักหลังเจ้า ข้าคงไม่มีสิ่งใดต้องคัดค้านอีก”


เป็นการยื่นคำขาด มิอาจมีสิทธิอันใดจะต่อรอง แต่เยว่ถิงรู้ดี เมื่อบิดารู้เรื่องราวแล้ว การยื่นข้อเสนอเช่นนี้นับว่าประนีประนอมอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงคนหนึ่งจะมีให้แก่ความสัมพันธ์ที่ผิดจารีตประเพณีนี้ได้


เยว่ถิงก้มลงคำนับลาบิดา ไม่อาจบรรยายความรู้สึกในยามมองแผ่นหลังนั้นควบอาชาจากไป เมื่อเงยหน้าขึ้น จึงพบว่าม่านฟ้าที่เคยเป็นสีขาวกลับมีสีสันแห่งอัสดงยามเย็นสาดส่อง สีสันม่วงอมชมพูอ่อนจางมิได้จัดจ้านดั่งฤดูร้อน แต่เป็นสีสันในฤดูหนาวที่พาให้ผู้คนรู้สึกปลดปลง

 

 


100%

ตีสี่...

ปั่นแค่ไหนถามจัยดู เริ่มพิมพ์ไม่รู้เรื่องแล้วค่ะ55 เอาเป็นว่าขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันค่ะ

ตอนต่อจากนี้เนื้อเรื่องของฉบับรีไรท์จะค่อนข้างแตกต่างกับฉบับเดิมแล้ว แนะนำให้เข้ามาอ่านกันนะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.161K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7681 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 12:43
    เรื่องนี้พระเอกค่าตัวแพงมาก ฮือออ แยกกันอีกแน้ว
    #7,681
    0
  2. #7640 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 14:45
    พ่ออออทำำำำงี้้้้ไม่ได้้้้้ คืออ่ะโอเคอ่ะก็ได้ เค้าเพิ่งเจอกันเอง!!!
    #7,640
    0
  3. #7612 p*chu*ka (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 06:30

    ท่านพ่อมีเหตุผล

    #7,612
    0
  4. #7582 K.white wine (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 15:46
    เพิ่งได้อยู่ด้วยกันจะจากกันอีกแน้ววววววว
    #7,582
    0
  5. #7534 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 00:05
    เพิ่งเจอกันไม่นาน โดนจับแยกอีกแล้วว!!
    #7,534
    0
  6. #7491 Uhoh (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 22:50

    เจอพ่อโหดเข้าไป

    #7,491
    0
  7. #7438 ya.ong (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:22
    จะได้ลากันดีๆ ก่อนจะจากไหม
    #7,438
    0
  8. #7378 Apit29 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 16:04
    เติบโตและเผชิญความโหดร้ายในโลกมาลำพังตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ เกือบตายมาหลาย ยังต้องมาฟังคำสั่งจากพ่อที่เพิ่งเจอหน้าไม่ถึงนาทีอีก ชีวิต.....
    #7,378
    0
  9. #7305 15.0_cMoNThis_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 19:49
    เอาล่ะชั้นไม่ช่บท่านพ่อ55555555
    #7,305
    0
  10. #7273 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 07:45

    สงสารชิวหยางกับน้องเยว่อ่ะ เพิ่งจะได้พบก็ต้องจากลาอีกแล้ว ครั้งนี้จะใช้เวลาอีกกี่ปีละเนี่ย?

    #7,273
    0
  11. #7248 MinRos (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:13
    ท่านพ่อออ

    ทำงี้ไม่ได้น๊า โผล่มาปุ๊บก็ใจร้ายกะน้องถิงเลย
    #7,248
    0
  12. #7142 Fueled me (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 17:03
    พระปิตุลาคือมีอำนาจมากกกก เย่วถิงฮึ้บหน่อย55555555555
    #7,142
    0
  13. #7065 lilying_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 02:19

    เค้าต้องจากกันอีกแล้วหรอคะ ฮือออออออออออ ฝึกแคว้นป๋อจะนานแค่ไหนนะ ????????

    #7,065
    0
  14. #6911 ppp_12 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 14:07
    เนื้อเรื่องแบบดีมากๆอ่ะ นึกถึงซีรี่ย์ราชวงศ์ที่เคยดูต่างๆเลย ไรท์เก่งงงงง
    #6,911
    0
  15. #6804 Londar (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 02:45
    อยู่ใกล้กันแป๊ปเดียวเองงงง
    #6,804
    0
  16. #6724 pcy921 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:40
    จากลาเพื่อกลับมาพบกันใหม่นะคะ วันนี้มันยังไม่ใช่
    #6,724
    0
  17. #6657 kanyaon2 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:46
    ประมุขโดนทดสอบแล้วว
    #6,657
    0
  18. #6598 61imyoko (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 17:43
    กว่าจะได้อยู่ด้วยกัน..ต้องแยกจากอีกแล้วว โอ้ยยยย
    #6,598
    0
  19. #6567 Ppttyc_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 15:42
    อยู่ใกล้กันได้ไม่นานจะห่างกันอีกแล้วหรอ2ปีว่านานแล้วนะใจผมมันต้องสตรองขนาดไหนเนี่ยแต่ยังไงก็จะรอให้ทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันแบบแฮปปี้อีกครั้งนึง
    #6,567
    0
  20. #6435 Earn0624 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:41
    จากกันอีกแล้วลูกเอ๊ย
    #6,435
    0
  21. #6300 Tanatorn_M (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 14:28
    จะห่างกันอีกแล้ว...สองคนนี้เมื่อไรจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆสักที TwT
    #6,300
    0
  22. #6180 GSstory (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:14
    โธ่ คุณพ่อตา นั่นลูกเขยนะคะ
    #6,180
    0
  23. #5979 love_forever 1992 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:11
    เฮ้อ เพิ่งได้อยู่ด้วยกันแท้ๆเลย แต่เพื่อทำให้น้องแข็งแกร่งขึ้น ก่อต้องไป สู้ๆน้าา
    #5,979
    0
  24. #5945 The Killer Princess (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:56
    แยกกันอีกแล้ว..
    #5,945
    0
  25. #5930 N@TTY (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
    น้องถิงสู้ๆ เหนื่อยอีกรอบแล้วว อยากให้ผ่านไปได้ด้วยดีจะได้อยู่กับชิวหยางถาวร
    #5,930
    0