หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 35 : 33 - สายสัมพันธ์ re11/12/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,496 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

33 – สายสัมพันธ์

 

            ชิวหยางมองไป่อวิ๋นหลานครู่เดียว ดวงตาสีแดงทับทิมก็กลอกมามองเยว่ถิง สายตานั้นทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มแหยๆ แสดงตัวว่ามีส่วนรู้ให้ในการลอบแอบฟังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


            “...ย่อมได้ ข้าเองรำคาญเด็กปากดีไร้มารยาทเช่นเจ้ามานานแล้ว”


            อู่เสวี่ยจินลุกพรวดขึ้น ประกายเอาจริงในดวงตาไม่สมกับวาจาว่าจะละทางโลกเลยแม้แต่น้อย


            “คุณชายไป่ ประมุขอู่ ข้าว่าพวกท่านค่อยๆ คุยกัน...” เยว่ถิงพยายามประนีประนอม แต่คนหวังดีนำน้ำชาแก้เมามาให้ไม่ได้ปรายตามองมาสักนิด สายตาของคนทั้งคู่มีเพียงคู่ประลองตรงหน้าเท่านั้น


            สองบุรุษผู้ตั้งตนเป็นอริแก่กันเยื้องย่างออกไป หากไม่รู้จักทั้งคู่คงเห็นเป็นภาพขำขันภาพหนึ่ง ทว่าเยว่ถิงรู้ได้จากกรุ่นไออารมณ์ร้อนเลือดระอุกระจายออกมา หากมิห้ามปรามคงมีการเลือดตกยางออกเกิดขึ้น


ชิวหยางเข้ามาถามอาการเมาแล้วช่วยพยุงเยว่ถิงให้ลุกขึ้น เมื่อเอ่ยปากว่าควรช่วยห้ามทัพ ประมุขพรรคอธรรมกลับยกยิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความสนุกไม่ยี่หระกังวลสิ่งใด


            “ห้ามไปก็เปลืองน้ำลาย อีกทั้ง เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าแท้แล้วผู้ใดเหนือกว่ากัน”


            หลงลืมไปว่าเหล่าชาวยุทธ์ชมชอบการประลองฝีมือ แถมคนตรงหน้านับว่าเป็นชาวยุทธ์ชั้นแนวหน้า ไฉนจะพลาดการปะทะระหว่างสหายกับพี่ชายได้


            “แต่พี่ชายท่านกับคุณชายไป่เพิ่งผ่านศึกครั้งโจวหวู่มา บาดแผลและอาการเหนื่อยล้ายังไม่หายดี คงไม่เหมาะนักหากจะประลองกัน...”


มือใหญ่ยกขึ้นขยี้เส้นผมเขาอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนที่ชิวหยางจะก้มหน้าลงมา ปลายจมูกอยู่ห่างเพียงนิด เยว่ถิงสะดุ้งแต่ไม่ได้ผงะออกเมื่อถูกรั้งท้ายทอยไว้ ดวงตาสองคู่จึงสบประสานชิดใกล้ จนเขาสามารถมองเห็นเงาตนเองอยู่ภายในม่านตาสีแดงสวยงาม


ด้วยเพราะไม่ทันตั้งตัว หัวใจจึงพลันเต้นแรงขึ้น แทบจะสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง


            “เจ้าอยู่ท่ามกลางเหล่าชาวยุทธ์ ก็ควรเข้าใจว่าเรามิใช่ปุถุชนทั่วไปที่หวาดกลัวความเจ็บปวด”


เสียงแหบพร่ากระซิบ เยว่ถิงทำได้เพียงนิ่งเงียบมอง ไม่ทราบยิ่งทำให้คนคุกคามเข้ามายิ่งได้ใจหรือไร จู่ๆ จึงก้มลงขบกัดปลายจมูกเขาเบาๆ ปลายนิ้วไล้ลงจากต้นคอไปถึงการหลังจนร่างอดเกร็งในสัมผัสวาบหวิวไม่ได้


“และที่สำคัญ... อย่าได้เป็นห่วงคนอื่นมากเกินไป มันทำให้ใจข้ารู้สึกรุ่มร้อนด้วยความริษยา”


“อะ อ่าข้ารู้แล้ว! ท่านจะไปดูพวกเขามิใช่หรือ


ชิวหยางผละออกไปอย่างติดจะเสียดาย หัวเราะเจ้าเล่ห์ “เจ้ายังติดค้างข้าอีกเยอะ ยิ่งตอนเจ้าเมามาย อย่าให้พูดเลยว่าทั้งกอดจูบลูบไล้ลวนลามข้าไปเท่าไหร่ แล้วหลับไปทั้งๆ ที่ทำให้ข้าอารมณ์ค้าง เป็นบาปหนักนัก”


“ข้าหรือจะไปกอดจูบลูบไล้ท่าน!?


            “ใช่ ทำมากมายจนนับไม่ถ้วน เข้าใจว่าเจ้าคิดถึงข้ามาก แต่บางทีก็รุนแรงเกินไป เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องอดทนเพียงใดตอนเปลี่ยนชุดให้เจ้า”


“ท่านผิดแล้ว ไฉนข้าจะ...”


            “ข้ามีสติครบสมบูรณ์ คนเมาอย่างเจ้าริเถียงข้า?”


            ครั้งที่ใช้พู่หยกคู่เชื่อมฝัน เขาอาจใจกล้ารุกเร้ายั่วยวนชิวหยาง ทว่าด้วยเพราะเคยเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังไงเรื่องได้เสียกันก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ


“ชิวหยาง ข้ามิได้ตั้งใจ ไม่สิ ปกติแล้วข้าจะเมาอย่างเรียบร้อย นี่คงเพราะสมองของข้าวุ่นวาย ท่านอย่าได้ถือสา”


            เอ่ยยังไม่สิ้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเหลือบไปเห็นชิวหยางแอบกลั้นขำจนไหล่สั่น มุมปากกระตุกน้อยๆ


            “หรือว่าท่าน...”


            ตูมม!


อีกฝ่ายคว้าตัวเขาหลบร่างหนึ่งที่พุ่งกระเด็นผ่านประตูเข้ามา ไป่อวิ๋นหลานออกไปครู่เดียวถึงกับมีบาดแผลและรอยฟกช้ำเต็มตัว ดวงหน้าดุจสตรีบัดนี้มีรอยแตกอยู่ยังหางคิ้วขวา มุมปากซ้าย แก้มบวมช้ำ เส้นผมและเสื้อผ้าเองก็หลุดลุ่ย กระบี่ตะวันในเงาธาราไม่ทราบไปไว้ที่ใดจึงเหลือแต่มือเปล่า


            “เฮอะ! มีแรงแค่นี้เรอะ ไม่เจ็บไม่คันสักนิด”


            เจ้าตัวคำรามลั่น กระโจนโฮกออกไปดั่งหมีป่าคลั่งอีก เยว่ถิงกับชิวหยางรีบตามออกมานอกลาน เห็นร่างสองบุรุษเข้าปะทะกันด้วยกำปั้นเปล่า


คุณชายไป่ที่ผอมบางและสูงกว่าเยว่ถิงไม่เท่าไหร่เสียเปรียบอู่เสวี่ยจิน แต่สภาพของจอมเทวะตะวันเองก็ดูไม่จืดเช่นกัน


            ลานต่อสู้เป็นลานหินขัดจัตุรัสสีขาวคล้ายสะพานทางเชื่อมสู่ตำหนัก รายล้อมสระบัวขนาบสองด้านและมีทิวไม้สีเข้มปลูกไว้ แสงอัศจรรย์สีเรืองรองประหลาดสะท้อนขึ้นจากผิวน้ำทั้งสองด้าน แท้แล้วยอดศาสตราทั้งสองถูกเหวี่ยงลงใต้สระ ส่วนผู้เป็นเจ้าของกลับมาซัดกันมือเปล่านั่นเอง


            การต่อสู้นี้ใช่ว่าจะรีดเร้นปราณออกมาใช้ เป็นการต่อสู้แบบหมัดต่อหมัดไม่ต่างจากนักเลงตีกัน ดังนั้นจึงปลอดภัยเรื่องการบาดเจ็บสาหัสไปประการหนึ่ง ไป่อวิ๋นหลานอาศัยความเร็วและความแม่นยำเข้าทั้งเตะต่อย ในขณะที่อู่เสวี่ยจินมีร่างกายที่แข็งแกร่งและพละกำลังมากกว่า


            จังหวะหนึ่งอู่เสวี่ยจินเสียหลัก ไป่อวิ๋นหลานจึงขึ้นคร่อม ระดมหมัดใส่ แต่พอรู้สึกว่าไม่แรงพอจึงยกมือข่วนแทน


            “คิดจะหนีไปคนเดียวเรอะเจ้าบ้า ตายซะเถอะ!


            เยว่ถิงหันขวับไปมองชิวหยาง ประมุขแห่งสะบั้นสวรรค์อดส่งสายตาระอาใจ ก่อนที่จะสาวเท้าออกไปแล้วหิ้วคอคนที่ทำตัวเป็นแมวขึ้นจากตัวพี่ชาย ทว่าดวงตาของคุณชายไป่กลับมีหยาดน้ำตาคลออยู่ เจ้าตัวฟาดมือไปมา แต่ไม่สนใจจะปาดน้ำตาแม้แต่น้อย


            “ข้าเป็นสหายเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด แต่รู้ไหม ข้ายังสมกับเป็นพี่น้องของเขามากกว่าเจ้าอีก!


            ไป่อวิ๋นหลานคงสะเทือนใจในบางสิ่ง อู่เสวี่ยจินยังคงนอนนิ่งๆ กัดฟันจนสันกรามนูนแต่ยกแขนปิดใบหน้าด้านบนไว้


            “เจ้าตามล่าเขา ฟาดฟันจะเอาชีวิตเขา ทำลายชีวิตเขาทั้งเป็น มาบัดนี้กลับคิดหันหลังจากไป บัดซบ!


            “อวิ๋นหลาน”


            “คิดว่าข้าไม่รู้สึกหรือไร? เพราะข้าเป็นคนท้าประลองเขาจึงทำให้เกิดเหตุในป่าไผ่เงินนั่น แขนข้างหนึ่งของเขาที่สูญเสียไปมีต้นเหตุมาจากข้า สภาพเขาตอนกลับพรรคสะบั้นสวรรค์เป็นอย่างไรข้าเห็นทั้งหมด แล้วเจ้าล่ะ แค่คุกเข่าขออภัยก็พอหรือ นี่อย่างไรข้าถึงเกลียดพวกธรรมะ! พอกันที จะไปไหนก็ไป บัดซบ


            “อวิ๋นหลาน!” ชิวหยางว่าเสียงเข้ม ไป่อวิ๋นหลานค่อยหยุดถ้อยคำ แต่ยังคงหอบหายใจแรง


            ความเงียบตกลงชั่วขณะหนึ่ง อากาศทั่วบริเวณแสนอึดอัดได้ยินแต่เพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วง ประมุขแห่งแห่งสุริยันพันแสงค่อยๆ เอ่ยขึ้นโดยที่ยังไม่เผยใบหน้า


            “...เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่รู้สึกละอายใจ?”


            น้ำเสียงแต่ละถ้อยคำราวกับรีดเค้นผ่านเบื้องลึกของจิตใจออกมา


            “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่รู้สึกผิดต่อเขา ข้ารู้จักเขาก่อนเจ้า รู้จักเขาตั้งแต่เขาเกิดมา ยามนั้นเจ้ายังเป็นก้อนอะไรสักอย่างอยู่ด้วยซ้ำ”


            เพียงรับฟัง หัวใจของผู้ฟังก็บีบรัด


            “หากเจ้าเป็นข้า เจ้ายังสามารถมองหน้าน้องชายที่ตนเองตามล่าเอาชีวิตทั้งๆ ที่บริสุทธิ์เพราะความริษยาได้หรือ เจ้ายังสามารถอยู่เคียงข้างเขาต่อไปเหมือนไม่เคยกระทำผิดสิ่งใดได้หรือ!?”


            ความในใจของอู่เสวี่ยจิน มิใช่เขาตั้งใจจะหนีจากปัญหาทั้งหมด แต่เป็นเพราะมิอาจสู้หน้าน้องชายได้นั่นเอง


            สายลมหนึ่งพัดมา ค่อยชะความรุ่มร้อนหลังการปะทะได้บ้าง


            “ข้ายังจำได้”


ชิวหยางเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน สายตาทอดมองไปยังเขาเบิกฟ้า “มีครั้งหนึ่งเมื่อข้ายังเด็กมาก ด้วยความซุกซนจึงแอบตามเจ้าขึ้นไปบนเขา ยามลงมากลับลื่นไถลขาหัก... ยามนั้นเจ้าเป็นคนหาข้าจนเจอ ทั้งยังทำเฝือกไม้ให้แล้วแบกข้าลงมา”


“...ข้าลืมไปหมดสิ้นแล้ว”


            “แต่ข้ายังจำได้” ผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายย้ำ “ถึงเจ้าจะตบหัวเข้าแรงๆ แล้วก็บิดหูข้าตอนลงจากเขา แต่เจ้าก็ช่วยเอาสมุนไพรมาทาให้จนแผลหายและข้าสามารถเดินเหินได้อีกครั้ง”


            “...”


            “เรื่องที่ผ่านมา ทำให้ข้าเกลียดเจ้ายิ่งกว่าใครในโลก แต่พอรู้ว่าพวกเราต่างก็เป็นเครื่องมือของไอ้สารเลวโจวหวู่ ความเกลียดชังนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่เจ้าอีกต่อไป”


            “...”


            “ได้ยินหรือไม่ ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า ไม่สิ อาจยังเกลียดอยู่บ้าง แต่ก็น้อยกว่าสมุนไพรขมๆ ที่เจ้าบังคับให้ข้ากินตอนเป็นหวัดครั้งก่อนโน้น”


            “โตป่านนี้... เจ้ายังเกลียดสมุนไพรดีๆ พวกนั้นอีกหรือ”


            “ใช่ เกลียดยิ่งกว่าเจ้าซะอีก”


เอ่ยจบสองพี่น้องก็หัวเราะเบาๆ ชิวหยางมองไปยังไป่อวิ๋นหลานที่สงบก้มหน้านิ่งแล้วยกมือขึ้นตบบ่าสองสามครั้งแล้วบีบไว้แน่นๆ


            “แม้ว่าเจ้าจะเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ข้าก็นับว่าเจ้าเป็นทั้งสหายสนิทและน้องชายของข้า ดังนั้นเรื่องแขนที่เสียไป ถือว่าเป็นการตัดสินใจของข้า ที่จะสูญเสียมันเพื่อปกป้องคนที่รัก ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”


            “เป็นแค่สหายสนิทพอ ข้าไม่อยากเป็นน้องชายเจ้า”


            “แต่เจ้าเด็กกว่าข้าหลายปี...”


            “ยังไงข้าก็ไม่เป็น เพราะถ้าเป็นพี่น้องเจ้าก็เท่ากับว่าเป็นพี่น้องกับเจ้านี่ด้วย”


คุณชายไป่ขบเคี้ยวฟัน มือนิ้วชี้ไปยังหน้าอู่เสวี่ยจินอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ท่าทางเอาจริงจังที่ยังไม่ยอมลดทิฐิและงอแงเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ ทำให้คุณชายผู้นี้น่าเอ็นดูสมกับใบหน้าเสียที นับว่าเป็นสถานการณ์ที่เห็นได้น้อยจริงๆ


            “ข้าก็ไม่อยากมีน้องอย่างเจ้า”


            อู่เสวี่ยจินพึมพำ ร่างสูงแข็งแรงลุกขึ้นนั่งแล้วลูบใบหน้าที่มีรอยเล็บแดงไปหมด เยว่ถิงรู้สึกสงสารเขาไม่น้อยที่ต้องเสียโฉมชั่วคราวเพราะกรงเล็บพิฆาตของคนที่ยืนมองอย่างสะใจตรงหน้า พนันได้ว่าประมุขผมเงินผู้นี้คงไม่อยากออกไปไหนต่อไหนอีกหลายวัน


            “เสวี่ยจิน นี่อาจมิใช่ธุระของเจ้า แต่โจวหวู่ยังไม่ได้รับโทษ เจ้าจะปล่อยมันงั้นหรือ ไหนจะอ้ายอ๋องหลี่ถังอีก”


ชิวหยางเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปก่อน ผู้มีศักดิ์เป็นพี่จึงยกมือรับการฉุดดึงให้ลุกขึ้น


แม้เป็นเพียงกริยาง่ายๆ แสนธรรมดาของคู่พี่น้อง แต่สำหรับทั้งสองที่เป็นปรปักษ์คิดฆ่ากันมาหลายปี ภาพนี้แสดงถึงสายสัมพันธ์ที่ถูกร้อยเรียงพันผูกขึ้นใหม่จากการที่ถูกตัดสะบั้นขาดวิ่น


            “หากเจ้าเอ่ยเช่นนั้น ข้าก็จะทำในสิ่งที่สมควรทำ”


            เป็นเวลาเช้าแล้ว แต่ดวงตะวันยังซ่อนอยู่ในเหลี่ยมผาและม่านเมฆครึ้ม ความปลาบปลื้มตื้นตันใจไม่ได้อยู่ นาน พลันได้มีบ่าวรับใช้ในพรรครีบร้อนวิ่งมา


            “คุณหนูหวังอิงเอ๋อร์อาการทรุดลงอย่างหนัก นายท่านทั้งหลายโปรดไปดูใจนางด้วย”



 

            หลังได้รับข่าวร้าย ทั้งหมดจึงรีบร้อนเร่งไปยังตำหนักพักของคุณหนูหวัง เมื่อเข้าไปยังห้อง จึงพบกับหมอประจำพรรคสามคนที่ยืนมองหน้ากันอย่างหมดหนทาง


สภาพหญิงชรายามนี้ผ่ายผอมทรุดโทรมกว่าเดิม เป็นภาพของสตรีไม้ใกล้ฝั่งที่กำลังจะจากไปในไม่ช้าอย่างแท้จริง ย่ำแย่ยิ่งกว่าครั้งสุดท้ายที่ช่วยเหลือจนรู้สึกตำหนิตัวเองที่ละเลยนาง


            หัวใจเยว่ถิงชาวาบ จากที่มักไม่เอ่ยปากตำหนิผู้ใดในยามปกติ กลับหันไปหาหมอทั้งสามที่ยืนนิ่งไร้ประโยชน์


            “พวกท่านมัวยืนเฉยอยู่ทำไมกัน เหตุใดไม่รีบพยุงอาการนาง”


            หนึ่งในนั้นมีสีหน้าอับอาย ค้อมศีรษะต่ำลง “เป็นผู้น้อยที่ไร้ความสามารถ พลังธรรมชาติไหลย้อนกลับรุนแรง บัดนี้ถึงเวลาแล้ว คงไม่สามารถรั้งนางได้อีก”


            “เห็นได้ชัดว่าท่านไม่พยายามจะทำอะไร ผู้ใดก็ได้โปรดนำกล่องเข็มมา!


            บ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ชายหนุ่มที่รู้สึกหงุดหงิดใจจึงคิดจะพรวดพราดออกไปเอง แต่ได้มีมือหนึ่งดึงรั้งชายแขนเสื้อเอาไว้


            “ไม่จำเป็น”


            เสียงแหบพร่าดั่งมีกรวดทรายอยู่ในลำคอ ฟังแล้วรู้สึกใจวูบโหวงว่าเหตุใดนางจึงอ่อนแอไร้พลังถึงเพียงนี้ ยิ่งเมื่อพินิศดวงหน้าชัดๆ ยิ่งเห็นรอยลึกโหลของดวงตาและเส้นริ้วรอย บัดนี้เค้าความงามใดๆ ไม่หลงเหลืออีกต่อไป


            แต่กลับมีความแน่วแน่อยู่ในน้ำเสียง ให้คนทุกผู้ต้องหยุดนิ่งรับฟัง


            “ข้า... มีเรื่องสำคัญจะกล่าว”


            คุณหนูหวังเอ่ย อู่เสวี่ยจินจึงส่งสัญญาณให้ทั้งหมอและบ่าวไพร่ออกไปโดยเร็ว


            “ที่ข้าอาการทรุดลง เป็นเพราะตัวข้าเอง” นางรวบรวมกำลังเอ่ย แผ่วเบา แช่มช้า สงบนิ่งกว่าครั้งไหนที่เคยเห็น สีหน้าเฉกเช่นผู้ล่วงผ่านกาลเวลามาจริงๆ “ข้าใช้ศาสตร์รู้ฟ้าหยั่งชะตาดิน... เป็นครั้งสุดท้าย”


            “ท่านก็รู้ว่าอันตรายมาก เหตุใด...!


            “ข้าสมควรตายนานแล้ว เจ้านั้นรู้อยู่แก่ใจ บัดนี้ ข้าคิดว่าสมควรแก่เวลา ทว่าอย่างน้อย ข้าก็ขอทำประโยชน์ก่อนไป”


            ทั่วห้องมีเพียงเสียงของนางที่ดังเท่านั้น ผู้คนรอบล้อมล้วนยืนนิ่งเงียบ ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังนางเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายมากมาย แต่นางเลือกที่จะวางสายตาไปยังปลายเท้าของตน


            “ภาพที่ข้าเห็น คือหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางถูกจับกุมอยู่คุกใต้ดินในส่วนหนึ่งของวังอ้ายอ๋อง”


            ข่าวร้ายต่อมาทำให้สีหน้าผู้ฟังทั้งหมดเคร่งเครียดและตื่นตัวระวังภัย แต่หากจิ้งจอกข่าวผู้นั้นถูกจับกุมอยู่ แสดงว่ายังมิถึงแก่ความตาย อ้ายอ๋องหลี่ถังต้องมีแผนการใดอยู่อีกเป็นแน่


            “นี่เป็นพลังที่มิใช่การทำนาย ทว่าเป็นการเพ่งมองถึงคนๆ หนึ่ง ยามนี้เหมือนเขาถูกทรมานให้สารภาพบางสิ่ง ตอนนี้บาดเจ็บหลายส่วนทว่ายังคงทนได้... แต่ข้าไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใดที่คนต้องการให้เขาสารภาพ”


            “อาจเป็นที่ซ่อนจดหมายคิดกบฏของอ้ายอ๋องหลี่ถัง”


เยว่ถิงเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ นึกย้อนความไปถึงเรื่องระหว่างอ๋องทั้งสอง “เคยได้ยินหวู่อ๋องกล่าวว่า เพียงเขาพบจดหมายแผ่นเดียว อ้ายอ๋องถึงกับสั่งให้คนเอาชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนในป่าไผ่เงิน ทั้งๆ ที่เป็นผู้ให้ที่พำนักในแคว้นอ้ายแก่หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางอย่างละเมิดพระราชโองการ”


“เช่นนั้น เราก็จำเป็นต้องช่วยชีวิตเขา” ชิวหยางว่า


            “เป็นจริง” อู่เสวี่ยจินรับ เลื่อนสายตาไปมองสตรีเพียงหนึ่งเดียวในห้อง “ต้องขอบคุณเจ้าที่บอกเรื่องนี้ให้เรารู้ มิฉะนั้นคงไม่ทราบความเป็นไปของหวู่อ๋อง”


            “แค่ช่วยได้... ข้าก็ยินดี”


แม้นางยังวางสายตาไว้ที่เดิม เปลือกตาเริ่มปรือลง ลมหายใจก็เริ่มช้าลง แต่กระแสอารมณ์อ่อนไหว โศกศัลย์และรุ่มร้อนส่งไปหาบุรุษผมเงินที่ยืนอยู่ด้านหลัง


ความรักที่นางยังมีต่อประมุขอู่ยังแนบแน่นไม่เสื่อมคลาย ใต้ท่าทีไม่อาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งใด นางยังมิอาจตัดใจจากเขาได้แม้อยู่ในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มิรู้ว่าอู่เสวี่ยจินผู้นี้แกล้งไม่รู้หรืออย่างไร จึงเอ่ยสุภาพตามธรรมเนียมไปอย่างเรียบง่าย “ข้าจะจัดพิธีศพให้เจ้าอย่างถูกต้องสมเกียรติ”


“ส่วนศพของข้าจะจัดการอย่างไรก็ตามใจท่าน ขอให้พวกท่านออกไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน”


แม้วาระสุดท้าย... นางก็ไม่อาจเอ่ยปากขอพูดคุยกับคนที่รักสุดหัวใจเพียงลำพังได้


เยว่ถิงส่งสายตาให้แก่ชิวหยางและคุณชายไป่ ทั้งสองคล้ายจะรับรู้ความนัยจึงก้าวเดินออกไป ขณะคิดเร่งเดินตามไปก็ได้ยินเสียงคุณหนูหวังเอ่ยรั้งตัวไว้


“เยว่ถิง เจ้าจงอยู่ก่อน”


อู่เสวี่ยจินเลิกคิ้วขณะหันมาเผชิญหน้า ร่างสูงสง่าที่มองเขาสลับกับนางเล็กน้อย ก่อนที่จะก้าวเดินออกไปอย่างมิคิดจะหยุดอยู่ดูใจนางก่อนสิ้นลม


เยว่ถิงจึงโพล่งออกไปอย่างอดทนไม่ไหว “ท่านก็ต้องอยู่ด้วย”


“นางไม่ได้เอ่ยเช่นนั้น”


“บัดนี้ท่านยังแกล้งโง่อีกหรือไร”


“เยว่ถิง” อดีตเทพธิดาพยากรณ์เอ่ยเสียงสั่น ท่าทางไร้อารมณ์เมื่อครู่หายไป นางเบือนหน้าหนีด้วยความเจ็บช้ำ เอ่ยอย่างตัดพ้อสะเทือนใจ “เจ้าจะรั้งผู้ที่ไม่ต้องการอยู่ทำไม”


อู่เสวี่ยจินถอนหายใจ ก่อนที่จะดึงเก้าอี้ไม้อย่างดีมานั่งลงข้างนาง ทำให้ไหล่ของคุณหนูหวังสะดุ้งน้อยๆ ทว่ายังคงไม่หันมา


“แม้เจ้าจะทำสิ่งที่ผิดต่อพรรคและนายท่านหวังมากมาย แต่คนที่ทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้คือข้า ข้าขออภัยต่อเจ้า”


พลันได้ยินคำ ดวงตาของสตรีชราจึงชุ่มโชกด้วยน้ำตาเอ่อล้น หยาดไหลหยดลงมาตามแก้มซูบตอบ นางพลิกตัวหนี เส้นผมสีขาวแห่งความชราที่กระจายบนหมอนทำให้หดหู่ยิ่งนัก


“ท่านเกลียดข้าใช่หรือไม่?”


“ข้าไม่มีเหตุผลใดต้องเกลียดเจ้า”


“ข้ายินดีทำทุกสิ่งให้ท่านพี่รุ่ยเซียงแยกจากท่าน ผู้หาโอกาสให้นางใกล้ชิดจอมอสูรก็เป็นข้า ข้าอิจฉานางตลอดมา เหตุใดทุกสิ่งจึงต้องเป็นนาง คงเป็นกรรมสนองกระมัง ที่ข้าต้องจบชีวิตอย่างน่าสมเพชเช่นนี้”


“ในอดีตข้าก็เคยทำพลาด พลาดพลั้งยิ่งกว่าเจ้าด้วยซ้ำ” อู่เสวี่ยจินกล่าว ก่อนที่จะขยับตัวขึ้นนั่งบนเตียง ค่อยๆ ดึงร่างนางให้ลุกขึ้น แต่นางยังขัดขืนไม่หันมา


“ปล่อย... ข้า” คงมิมีสตรีงามผู้ใดอยากให้คนที่รักที่สุดเห็นใบหน้าที่ชราหมดความสวยงาม ทว่าอู่เสวี่ยจินดึงนางให้หันมาได้ในที่สุด ดวงตาสองคู่สบกัน ยิ่งแสดงให้เห็นว่ากำแพงหัวใจที่ขวางกั้นความรู้สึกของสตรีผู้แสร้งเข้มแข็งพังทลายได้อย่างง่ายดายเพียงใด


“อิงเอ๋อร์ หากเจ้าอับอายในรูปลักษณ์ บัดนี้ข้าก็มิต่าง”


กึ่งปลอบกึ่งเจ็บแค้น เมื่อบนใบหน้าหล่อเหลามีรอยฟกช้ำและรอยเล็บแดงเป็นแถบ พลังธรรมชาติคงทำให้ดวงตานางฝ้าฟาง จึงต้องยื่นหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างลืมตัว เมื่อเห็นจึงมีสีหน้าตกใจ


“ท่านไปโดนสิ่งใดมากัน”


“ก็แค่โดนแมวบ้าข่วน”


เยว่ถิงไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นรอยยิ้มที่ลามไปถึงดวงตาอย่างมีความสุขของหวังอิงเอ๋อร์เช่นนี้มาก่อน บัดนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว เขาจึงคิดว่าไม่ควรอยู่เป็นก้างขวางคอ แต่นางก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง


“หากมิได้เยว่ถิง ข้าคงตายไปนานแล้ว นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเอ่ย... แต่ท่านคงรู้ว่าตลอดมาข้ารักท่าน”


นางก้มหน้า มือทั้งสองกำแน่นอยู่บนแผ่นอกประมุขแห่งสุริยันพันแสง “แม้กระทั่งท่านฝึกวิชาโดยจะต้องบริสุทธิ์ปราศจากคาวโลกีย์ไปทั้งชีวิต ข้าก็ยังไม่อาจหักใจจากท่าน”


“ดังนั้น... โปรดกอดข้าเป็นครั้งสุดท้าย คิดเสียว่าข้าเป็นน้องสาวคนหนึ่งของท่านดั่งที่เคยเป็นตลอดมา”


สองแขนแข็งแรงดึงร่างชราผ่ายผอมเข้าไปกอดแนบแน่นอย่างไม่คิดรังเกียจ มือลูบเส้นผมหยาบเบาๆ


“เจ้าจะเป็นน้องสาวของข้าเสมอ อิงเอ๋อร์”


หยาดน้ำตารินไหลตกลงหางตา ดั่งดวงดาราที่สิ้นแสง ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น... ช่างดูสวยงามจริงๆ


“ความผิดพลาดใดๆ ข้าล้วนให้อภัยแก่เจ้า ขอให้เจ้าอภัยแก่ข้าเช่นกัน หากมีวาสนา ชาติหน้าคงได้พบกันอีก”


“ข้าก็เช่นกัน แค่... ได้อยู่ในอ้อมกอดท่าน ก็เกินกว่าที่ข้าเฝ้าฝันแล้ว”


หลังจากการอำลา อิงเอ๋อร์มิได้เอ่ยพรรณนาถึงความรักลึกซึ้งเกินกว่านั้น เยว่ถิงนั่งลงข้างเตียงหลังจากอู่เสวี่ยจินออกไป อดไม่ได้ที่จะตรวจดูนางคร่าวๆ และคิดหาทางเยียวยา ทว่านางปฏิเสธด้วยน้ำเสียงชัดเจน


“ท่านมีหลายสิ่งที่ยังอยากเอ่ยแก่เขา เหตุใดจึงเอ่ยว่าจะพบข้าเป็นคนสุดท้าย”


“เพราะเจ้าคือคนที่ข้าทำผิดด้วยมากที่สุด หากยังจำได้...”


เสียงนางขาดห้วงไป เยว่ถิงต้องรีบพยุงร่างนางให้นอนลง จำต้องโน้มกายลงฟังเสียงจากใกล้ๆ ริมฝีปาก อกซ้ายเริ่มปวดร้าวเมื่อรู้ว่าคงถึงเวลาในอีกไม่นาน


“ข้า... ขออภัยแก่เจ้าอีกครั้ง”


“ข้าให้อภัยท่านทั้งหมดแล้ว ท่านเองก็ช่วยข้า ดังนั้นมิมีสิ่งใดติดค้างต่อกัน ท่านจงทำใจให้สบาย”


“หากเจิ้งซื่อยังมีชีวิต ฝากบอกเขาว่าข้าไปดี ไม่มีสิ่งใดต้องห่วง ขอให้เขาตัดใจและพบรักใหม่ในเร็ววัน”


ได้ยินเรื่องผู้อาวุโสเจิ้งเมื่อไร ต้องมีภาพขุนพลหน้าดุอีกคนพ่วงมาด้วยทุกที จนไม่อาจเอ่ยตอบรับด้วยถ้อยคำ ทำได้เพียงพยักหน้าแทน


“อีกทั้ง แขนของข้า... สมานเยียวยาไปด้วยดี น่าเสียดายนัก”


“ดีแล้ว อย่างน้อยข้าก็ได้ช่วยเหลือท่านเต็มความสามารถ”


“น่าแปลกจริงๆ เหตุใดข้ากับเจ้าจึงยังญาติดีกันได้อีก”


“เป็นเพราะท่านลดทิฐิลง”


นางขยับดวงตาปิด เยว่ถิงรู้สึกขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ร่างกายของนางทุกส่วนเริ่มปล่อยผ่อนคลาย ผิวหนังเยียบเย็นลง “เพราะเจ้าช่วยเหลือข้า ทั้งๆ ที่ข้าทำร้ายเจ้าต่างหาก”


“ข้าเป็นหมอ ข้าก็ต้องทำเช่นนั้น ท่านอย่าคิดมาก”


“หากพบเจ้าก่อนท่านประมุขอู่ ข้าอาจจะเป็นศัตรูของจอมอสูรก็ได้”


            นางเอ่ยทีเล่นทีจริงแล้วหัวเราะออกมา เยว่ถิงใช้เวลาตีความพักหนึ่ง ความหมายของนางคือ...


            “โง่จริง... หมายความว่าข้าอาจจะชอบเจ้าแทนอย่างไร”


            “อย่าเลย ท่านทำใจมิได้หรอกหากมีสามีที่หน้าตางดงามกว่า”


            “เจ้านี่มัน...”


รอยยิ้มทั้งสองกว้างขึ้นขึ้นอีก นางอวยพรขอให้เรื่องราวทั้งหมดผ่านไปด้วยดี บุรุษสตรีหัวเราะคลอกันไปเบาๆ จนเมื่อในที่สุดเสียงหนึ่งก็สิ้นไปพร้อมลมหายใจ เยว่ถิงโน้มกายขึ้นจากร่างไร้วิญญาณของนาง มองดวงหน้าชราภาพสูญเสียความงามแต่กลับประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่โฉมงามผู้หยิ่งยโสในพรรคสะบั้นสวรรค์ไม่เคยมี


            แสงตะวันสาดทอเข้ามา สายลมแผ่วพัดผ่านม่านหน้าต่าง ให้อุปมาว่าได้ยินเสียงกระซิบของสตรีแว่วดัง


ขอบคุณ

 

 

100%

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.496K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7721 field_2212 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 20:07
    ไม่อยากให้นางไปแล้ววว ฮือออ
    #7,721
    0
  2. #7715 crazy25240 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 18:33

    เศร้า อิงเอ๋อร์น่ารักมาก ฮือออเสียใจ น้ำตาซึมเลย
    #7,715
    0
  3. #7680 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 11:52
    สงสารอิงเอ๋อร์อ่า แงงงง นางก็น่ารักนะ
    #7,680
    0
  4. #7670 got7bam1a (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 17:43

    แงงงง อบอุ่่นหัวใจ

    #7,670
    0
  5. #7639 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 14:15
    คือจะร้องไห้ อิงเอ๋อร์กับเยว่ถิงน่ารักมากๆ รักกันกัดกัน ถ้าอยู่ได้นานกว่านี้ต้องรักกันมากๆแน่ๆ แต่แบบ ก็คงถึงเวลาของเค้าจริงๆ อิงเอ๋อร์คือน่ารักมากๆ จะเป็นคนที่อยู่ในใจตลอดไปเลยนะ เก่งมากๆ
    #7,639
    0
  6. #7632 yotakabeery2004 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 14:07
    ผุอาวุโสเจิ้งท่านยังอยู่ดีใช่ไหม😢
    #7,632
    0
  7. #7581 K.white wine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 15:14
    สงสารนางอะ แอแงงงงงงงงง
    #7,581
    0
  8. #7533 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:21
    เศร้า อิงเอ๋อร์น่าสงสารจัง
    #7,533
    0
  9. #7490 Manao' MM (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 08:25
    เป็นการจากไปที่สวยงามม
    #7,490
    0
  10. #7481 ploy_yaaaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:49

    ฉากนี้น้ำตาไหลเลย. อินจัด
    #7,481
    0
  11. #7437 ya.ong (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:12
    เศร้าอ่ะ ฮืออออ
    #7,437
    0
  12. #7395 MYDREAM9599 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:11
    คิดถึงคู่มู่เจิ้งอ่ะ ออกมาเร็วๆน้าา อิอิ
    #7,395
    0
  13. #7346 PPSnook (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 18:47
    สงสารนางจังเลย
    #7,346
    0
  14. #7271 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 00:43

    สงสารนางอ่ะ

    #7,271
    0
  15. #7242 MinRos (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 10:34
    ไปดีมาก แต่เราต้องไปชิงตัวท่านอ๋องกันละงานนี้
    #7,242
    0
  16. #7141 Fueled me (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 16:51
    เย่วถิงถูกด่าว่าโง่ไปกี่ครั้ง (10คะแนน) เอ็นดู55555555555
    #7,141
    0
  17. #7064 lilying_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 01:55

    ฮือออ อดคิดถึงเจิ้งซื่อไม่ได้ ตอนนี้อยู่ไหนนะ ไม่ได้เจอคุณหนูวาระสุดท้ายเลย ฮืออออ

    #7,064
    0
  18. #6875 Jupitersadd (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 09:15
    คุณหนูอิ๋งเอ๋อTTหลับให้สบายนะคะ
    #6,875
    0
  19. #6803 Londar (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 02:27
    เป็นตอนที่อ่านแล้วมันละมุนมากเลยอ่า ละมุนไปหมดจริงๆ
    #6,803
    0
  20. #6776 Mungming25 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 15:34
    รักนักเขียนมากๆ นักอ่านแบบเรารีบหลับรีบตื่นมาอ่านอย่างใจจดจ่อทุกวัน สนุกอ่าาาาาา ช๊อบบบ
    #6,776
    0
  21. #6769 Wang19th (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 07:52
    หลับฝันดีนะคุณหนู
    #6,769
    0
  22. #6723 pcy921 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:21
    ขออโหสิกรรมอะเนอะ เฮ้อออไปดีนะคะ
    #6,723
    0
  23. #6656 kanyaon2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:25
    หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะคะคุณหนู 😭
    #6,656
    0
  24. #6566 Ppttyc_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 12:05
    คุณหนูไปแล้วหมดทุกข์หมดข้อข้องใจตอนนี้คือคบายไปอีกหนึ่งเปราะ
    #6,566
    0
  25. #6546 Shin Night (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 16:40
    ท่านพี่ตบหัวน้องทำไม!!!แต่ท่านก็มีค่ามากกว่าสมุนไพรขม5555
    #6,546
    0