หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 25 : 24 - จุดชนวน re23/10/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,705 ครั้ง
    23 ต.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

24 – จุดชนวน

*ตอนนี้ข้อมูลเยอะมาก กรุณาตั้งสติก่อนสตาร์ท๕๕๕*

 

            “เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ได้โปรดเล่าสิ่งที่ท่านรู้”


            หูเป่ยซง นามของจ้าวตำหนักสามผู้กล่าวให้ประหารเขาในวันพิธีตีตรา... เยว่ถิงรู้สึกว่าหัวใจเยียบเย็นลงอีก หว่างคิ้วขมวดเครียดลง แต่ยังไม่ชะงักมือในการทำแผลเหวอะหวะที่ข้อมือ อาการบาดเจ็บของปราชญ์ลิ้นสาลิกาผู้นี้สาหัสตามคาด จึงจำต้องขอให้เจิ้งซื่อนอนลงก่อน


            “เจ้าอยากฟังจากตรงไหน”


เจิ้งซื่อยังคล้ายถูกบางอย่างซัดเข้าใส่จนอวัยวะภายในบอบช้ำ หากยังรักษาสภาพร่างกายอยู่ได้ด้วยปราณที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีของตน เมื่อถอดอาภรณ์ท่อนบนออก ปรากฏผิวกายขาวเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายละลานตา ร่างกายที่ผ่ายผอมลงไปมากมีทั้งรอยมีดและรอยกระบี่ น่าประทับใจที่ยังไม่ล้มหมดสติไป


            ทั้ง... เยว่ถิงยังเห็นร่องรอยอันเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวตามลำคอและหน้าอก จุดสีแดงเข้มเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการถูกทำร้ายสาหัส โดยเฉพาะตรงลำคอที่มีรอยฟันขบกัดลึกลงซ้ำๆ จนคล้ายจะเป็นแผลเป็นที่ยากจะลบเลือน


            เจิ้งซื่อเองรู้ว่าเยว่ถิงมองสิ่งใด ใบหน้าจึงขึ้นสีด้วยความอับอายและกระอักกระอวนใจอย่างยิ่ง แพทย์จบใหม่แห่งหลวนซานจึงอดไม่ได้ที่จะมองข้ามมันไปก่อน เก็บความคิดที่ว่าหลังจากค่ำคืนรัญจวนใจนั้น ต่อมาความสัมพันธ์ของเจิ้งซื่อและมู่อวิ้นหลงคงไม่ธรรมดา


            “เริ่มแรก ข้าอยากรู้จุดประสงค์ของท่านกับเทพธิดาพยากรณ์ที่ลอบเข้าไปในพรรคสะบั้นสวรรค์”


            เจิ้งซื่อขบฟันจนสันกรามปูดนูน พ่นลมหายใจเพื่อระบายความเจ็บปวดขณะเยว่ถิงนำเศษศาสตราโลหะปลายแหลมออก ปราชญ์ลิ้นสาลิกาเอ่ยช้าๆ


“ข้าเคยถูกอดีตประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์คนก่อนส่งคนมาลอบทำร้าย แต่ได้คุณหนูหวังช่วยชีวิตเอาไว้ นางจึงนับว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อข้าอย่างมาก นับจากนั้นข้าจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคสุริยันพันแสง ทำงานให้แก่นายท่านอู่ หรือประมุขพรรคซึ่งข้ามารู้ภายหลังว่าเขามีเรื่องบาดหมางอย่างยิ่งกับจอมอสูรพันศพ”


“คุณหนูหวังเคารพนับถือนายท่านมาก...” เจิ้งซื่อเอ่ยเสียงแผ่วลง เยว่ถิงคิดว่าเขาคงรู้อยู่แก่ใจว่านางมีความรักเช่นชายหญิง มิใช่ความเคารพ ทว่าที่พูดเช่นนั้นก็เพื่อบรรเทาบาดแผลภายในใจ


“มิรู้เหตุใด วันหนึ่งนายท่านอู่ถึงส่งคุณหนูให้ไปเป็นเทพธิดาพยากรณ์แห่งสะบั้นสวรรค์ คอยดูความเป็นไปในพรรค อาจจะเป็นนางเป็นน้องสาวของสตรีที่จอมอสูรรักกระมัง อย่างไรก็ดี คุณหนูหวังไม่อาจปฏิเสธได้ ข้าเองจึงเลือกที่จะติดตามไปคุ้มครองนางด้วย มิคาดว่าพอทำงานจะได้เป็นคนโปรดของจอมอสูร”


“ท่านเพียงจับตาแต่มิได้ส่งความลับใดกลับพรรคงั้นหรือ” เยว่ถิงถามหยั่งเชิง เจิ้งซื่อพยักหน้า


“ใช่ ข้าเพียงคอยแนะนำให้พรรคสะบั้นสวรรค์อยู่ห่างและไม่เปิดสงครามกับพรรคสุริยันพันแสง รวมถึงอีกสิ่งที่ได้รับมอบหมายก็คือหาสาเหตุความแข็งแกร่งของจอมอสูรพันศพพร้อมจุดอ่อนของเขา”


“แล้วท่านพบหรือไม่”


“ไม่... กระทั่งวันที่ได้ยินเขาพูดกับเจ้าด้วยตนเอง” เจิ้งซื่อหลุบตาลง ไม่สบมองเยว่ถิง “จำได้หรือไม่ ที่ข้าบอกว่าเจ้าอาจไม่ได้พบจอมอสูรอีก เป็นข้าที่ส่งข้อความลับไปว่าเจ้าคือจุดอ่อนของเขา ทว่า ข้านึกแต่เพียงว่าทางฝ่ายธรรมะจะจับเจ้าไว้เป็นตัวประกัน มิใช่ส่งคนมาลอบสังหารมากมายปานนั้น”


“แต่ท่านเป็นผู้นำคนมาคุ้มกันชิวหยาง” เยว่ถิงเองก็เอ่ยเสียงเบา เจิ้งซื่อพยักหน้าน้อยๆ


“น่าขันไม่น้อย เมื่อรับใช้เขานานเข้า ก็คล้ายข้าลืมเลือนจุดประสงค์ตน ข้าเกลียดชังพรรคมารเพราะคิดว่ามีแต่พวกหนักโลก ทว่าจอมอสูรกลับเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติผู้นำ สามารถรักษาผลประโยชน์และเกียรติยศของพรรคในขณะที่มิได้ระรานผู้อื่นที่มิได้ล่วงล้ำข้อตกลงก่อน แทบเป็นขั้วตรงข้ามของอดีตประมุขพรรคที่เป็นมารชั่วช้าอย่างแท้จริง”


เยว่ถิงพอเรียบเรียงเรื่องราวได้ จึงคลายความอคติที่มีอยู่แก่คนผู้นี้ไปส่วนหนึ่ง


เจิ้งซื่อยิ้มเยาะตนเอง “ข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานอำนาจแห่งยุทธภพ กระทั่งนายท่านอู่ก็ไม่รู้ว่า หูเป่ยซงกับคนข้างตัวฝ่ายธรรมะคิดจะก่อสงครามระหว่างสองพรรค ให้ประมุขพรรคสุริยันพันแสงกับจอมอสูรห้ำหั่นกันเอง ก่อนจะช่วงชิงพรรคมาเป็นของตนเอง”


หูเป่ยซงกับคนทรยศในพรรคสุริยันพันแสงทั้งสองต่างเป็นไส้ศึกให้กันและกันเพื่อโค่นล้มประมุขคนปัจจุบัน ดังนั้นการที่เจิ้งซื่อทำก็คือคานอำนาจนั่นเอง ทว่าหากเจิ้งซื่อรู้ตัวเร็วกว่านี้ซักนิดก็คงดีไม่น้อย


“งั้นผู้ใดปล่อยให้กระต่ายก่อนหน้าข้าหนีออกมา ใช่ท่านหรือไม่”


“เป็นหูเป่ยซงอีกเช่นกัน” เจิ้งซื่อมีสีหน้าคับแค้นใจ “ข้าเพียงคิดว่าเขาอยากแย่งอำนาจจากจอมอสูร ไม่เคยคิดว่าจะร่วมมือกับโจวหวู่ รองประมุขพรรคสุริยันพันแสง ซ้ำยังร่วมมือกับอ้ายอ๋องหลี่ถัง”


อ้ายอ๋องหลี่ถังคืออ๋องครองแคว้นอ้ายผู้ที่ส่งกองกำลังคุ้มครองเขาหลวนซาน ได้ยินว่าเป็นผู้ให้ที่พำนักแก่หวู่อ๋องด้วย มิทราบเหตุใดถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


“ที่ท่านว่ามานี่จริงหรือ?”


“มาถึงเพียงนี้ มิมีเหตุใดให้ต้องโกหก”


ตัวละครมากมายกับแผนซ้อนแผนซับซ้อนพรั่งพรูออกมา เยว่ถิงรู้สึกว่าสมองที่ผ่านการทำงานอย่างหนัก


“ชิวหยางรู้หรือไม่ว่าหูเป่ยซงคือคนทรยศ แล้วท่านกับเทพธิดาพยากรณ์มาที่นี่ได้อย่างไร”


“คาดว่าจอมอสูรคงจะเริ่มรู้ตื้นลึกหนาบางมานานหลังจากที่มู่อวิ้นหลง...”


เจิ้งซื่อชะงัก ก่อนจะกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยต่อไปเหมือนไม่ได้มีความผิดปกติใด “จับคนของหูเป่ยซงที่ลอบนำแผนที่ส่วนหนึ่งออกไปได้ เจ้าเองก็อยู่ในเหตุการณ์ ทว่าหูเป่ยซงนับเป็นคนเก่าแก่ที่สุดคนหนึ่งในพรรค มันกุมอำนาจกว่าครึ่งของพรรคไว้อย่างแนบเนียน ทั้งยังไม่มีหลักฐานมัดตัวได้ มีเพียงคำพูดเปล่าและข้อสงสัยเท่านั้น”


“ดังนั้น หลังจากที่จอมอสูรสูญเสียแขนแล้ว จึงยังต้องรอดูท่าทีแม้จะคลั่งแค้นถึงเพียงไหน พวกของหูเป่ยซงที่เคยเกรงกลัวเขาพอเห็นว่าพิการเสียแขนก็เริ่มเหิมเกริม การลงมือปะทะอย่างเอิกเกริกโดยที่สภาพร่างกายไม่พร้อมจึงไม่ต่างจากฆ่าตัวตาย จอมอสูรจำต้องปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปอย่างนั้น แล้วรอคอยวันที่พร้อมเพื่อสะสางบัญชี เขาฝึกวิชาอย่างเงียบงันอยู่ในถ้ำมืดมิดชิดห้ามคนเข้าออกถึงสองปี เมื่อเร็วๆ นี้จึงเพิ่งออกมาได้ไม่นาน”


ดวงหน้าเจิ้งซื่อราวกับมีเมฆหมอกมืดครึ้มลอยวนอยู่ “ข้าสัญญากับเขาว่าจะรักษาตำแหน่งประมุขพรรคไว้ให้จอมอสูรอย่างสุดความสามารถ ร่วมมือกับมู่อวิ้นหลงและคนที่ยังภักดีต้านอำนาจหูเป่ยซง ในสองปีนี้ข้าก็ได้กระทำตามสัญญา แม้ว่าจะประสบเรื่องหนักหน่วงมากมาย อย่างไรก็ดี ยามจอมอสูรกลับมา สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่ข้าคาดคิด”


“จดหมายรายงานต่อนายท่านอู่เรื่องอาการเทพธิดากำเริบหนักได้ถูกเปิดเผย ข้าถูกเปิดโปงว่าเป็นฝ่ายธรรมะ หูเป่ยซงคนสารเลวพาพวกไล่ล่าข้า เป็นเหตุให้ต้องหนีตายมาเช่นนี้ ทว่าการที่จอมอสูรกับมู่อวิ้นหลงลงทุนตามมาด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ข้าคาดไม่ถึง”


ในที่สุดชิวหยางก็รู้ว่าเจิ้งซื่อติดต่อกับศัตรูคนสำคัญมานาน ทั้งยังเป็นผู้บอกว่าเยว่ถิงคือจุดอ่อนก่อให้เกิดเรื่องในป่าไผ่ แม้นมีความดีความชอบแต่คงไม่อาจปล่อยไว้ได้  


เจิ้งซื่อเองก็คงคิดเช่นนั้น การถูกจับกลับไปยังพรรคสะบั้นสวรรค์คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่คาดหวัง ในเมื่อพาเทพธิดาหนีออกมาไกลถึงอาณาเขตใกล้เคียงหลวนซานเพียงนี้


“แล้ว...ท่านเป็นผู้ช่วยพี่ซีหลงออกมาใช่หรือไม่”


“เป็นข้า หลวนซานมักไม่ต้อนรับคนของพรรคสำนักใดเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายดังในอดีต ข้าเองพอกลับเข้าพรรคก็ไม่อาจหาจังหวะพาเทพธิดาออกมาได้ จนเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่าเมื่อครู่ นางยังไม่ได้รับการรักษาเยียวยาใดๆ มีเพียงประคองตามอาการเท่านั้น”


“หาก... ข้ารายงานความวุ่นวายนี้แก่หวงไท่จื่อ ท่านคิดว่าจะเป็นอย่างไร”


เยว่ถิงเอ่ย ในอกคล้ายถูกไฟสุม เจิ้งซื่อเบิ่งตากว้างแทบถลนออก “หวงไท่จื่อ!? นี่เจ้าพูดอะไรออกมา


“ผู้ช่วยข้าไว้หลังจากตกหน้าผาและนำมาที่หลวนซานคือหวงไท่จื่อ ยามนั้นพระองค์คงมาเพื่อดูการต่อสู้และจับกุมหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยาง... แต่บัดนี้มิรู้ว่าทรงราชกิจอยู่ที่ใด”


“ข่าวลือที่ว่าเสด็จมาที่นี่เป็นเรื่องจริง... แล้วได้ดำรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่”


“มิได้ เพียงแต่ได้ดำรัสว่าหากผู้ใดก่อสงครามสร้างความวุ่นวาย พระองค์จะไม่ละเว้นทั้งสิ้น ในเมื่อเรื่องบานปลายเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดการนองเลือด” เพียงแต่นานเท่าใดก็เท่านั้น เยว่ถิงที่อยากหลบหลีกผู้กุมอำนาจยิ่งใหญ่มาตลอด บัดนี้อยากพานพบซะเดี๋ยวนี้


 “งั้นเจ้าจะทูลพระองค์อย่างไร ให้กำจัดหูเป่ยซงและโจวหวู่รวมถึงอ้ายอ๋องหลี่ถัง แล้วไว้ชีวิตจอมอสูรกับนายท่านอู่งั้นหรือ? หากเรื่องยุ่งยากเพียงนั้น คาดว่าน่าจะถอนรากถอนโคนทุกฝ่ายให้หมดสิ้น บุญคุณความแค้นใดจะได้ไม่เหลือให้ระคายพระทัย อย่างเช่นที่กระทำกับหนึ่งสำนักสองพรรคก่อนหน้า”


“เรื่องนั้น...”


เยว่ถิงได้ฟังคำถามย้อนกลับก็ปวดศีรษะหนักหน่วงเกินกว่าจะเอ่ยตอบได้ ในสองปีไร้ข่าวคราว บัดนี้ข้อมูลทุกอย่างซัดถาโถมเข้าใส่อย่างไร้ความปราณี ความอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยสะสมทำให้ความคิดไม่กระจ่างเพียงพอ


ทั้งสองปีนี้ ตัวหวงไท่จื่อกับมือปราบเฟยกระทำสิ่งใดบ้าง เขาก็ไม่ได้ล่วงรู้เลย ไยจะเข้าถึงจิตใจได้...


“...แล้วท่านจะกลับพรรคสุริยันพันแสงงั้นหรือ”


“คงต้องเป็นเช่นนั้น ทันทีที่คุณหนูหวังสามารถเดินทางได้ ทราบหรือไม่ว่าต้องใช้เวลาเท่าใด”


“ข้าไม่อาจตอบได้”


ในที่สุดเยว่ถิงก็รักษาบาดแผลเบื้องต้นให้แก่เจิ้งซื่อเสร็จสิ้น เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาสับสนหนักใจ “ท่านพอรู้หรือไม่ว่าชิวหยางไปที่ใด”


“มิอาจทราบ แต่ที่นี่ยังเป็นอาณาเขตอ้ายอ๋อง เขาคงจะอยู่ไม่ได้นาน”


เยว่ถิงพยักหน้าเข้าใจ ทว่าในอกวูบโหวงราวกับมีคนมาขุดสร้างโพรงขนาดใหญ่ไว้ เส้นเลือดยังขมับก็เต้นตุบๆ อย่างปวดร้าว ศีรษะร้อนดุจดั่งถูกไฟ “เช่นนั้น ขอเชิญท่านพักผ่อนเสียเถอะ”


ทว่ายังมิทันได้ลุกขึ้น กลับมีเสียงอาชาดังห้อกลับมา


“มิใช่ว่าท่านค้นหาคนไปแล้วหรือ”


“ข้าต้องการตรวจสอบอีกทีให้แน่ใจ!


น้ำเสียงมู่อวิ้นหลงดังก้องอยู่เบื้องนอก น่าจะมาแต่เพียงผู้เดียว เยว่ถิงหันมองเจิ้งซื่อ อีกฝ่ายสบตาเยว่ถิงอย่างเว้าวอน “ได้โปรดอย่าแสดงตัว เจ้าสัญญาว่าจะรักษาคุณหนูหวังแล้ว โปรดถือว่านี่เป็นคำวิงวอนก่อนตายของข้า”


คำวิงวอนก่อนตาย... เยว่ถิงใจหายเมื่อได้ยิน ทว่าไม่ทันได้ห้ามปราม เจิ้งซื่อก็ผลีผลามผละออกไป


“เจิ้งซื่อ!


เสียงตวาดของมู่อวิ้นหลงดังลั่น เยว่ถิงอยากจะกระโจนออกไปจับเจิ้งซื่อไว้นัก ทว่าอดีตผู้อาวุโสแห่งสะบั้นสวรรค์ได้ชักนำฝีเท้าม้าของมู่อวิ้นหลงห่างไกลออกไป


กรรไกรและผ้าพันแผลยังคงอยู่ที่มือ โลหิตของเจิ้งซื่อก็ยังเปื้อนปลายนิ้ว เยว่ถิงกำมือจนเห็นข้อขาว เหตุใดในโลกจึงมีแต่คนโง่งมกัน


เยว่ถิงย้ายร่างอ่อนระโหยโรยแรงไปต้มยาและนำไปให้เทพธิดาพยากรณ์ ครานี้นางตื่นขึ้นแล้ว ใบหน้าซีดขาวหวาดหวั่นราวกับเห็นภูตผี กระซิบเสียงหวิว


“เจ้า... เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม?”


“ข้ามิได้ช่วยท่าน ข้าเพียงใช้ท่านเป็นหนูลองวิชา แขนข้างนั้นมิทราบจะเป็นยาพิษข้าท่านในภายหลังหรือไม่” เยว่ถิงเอ่ยอย่างเฉยชา ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทิ้งตัวลง


“ผู้อาวุโสเจิ้งออกไปเป็นเพื่อชักนำมู่อวิ้นหลงไปอีกทาง เขาอาจจะไม่ได้กลับมาอีก”


“...”


“เขารักท่านอย่างสุดหัวใจ แม้ยอมตายก็ยินดี”


“...ข้ารู้” หวังอิงเอ๋อร์ค่อยๆ น้ำตาไหลลง “เขาช่างง่งม เจ้าก็โง่งม ข้าก็โง่งม”


เยว่ถิงเองเป็นคนใจอ่อนมาแต่ไหนแต่ไร กับผู้หญิงยิ่งใจอ่อน เขาอยากตีตัวเองแรงๆ เรียกสติ แต่ดูเหมือนว่าสภาพช่วยตัวเองไม่ได้ของคุณหนูหวังจะทำให้เขาเห็นใจนาง


“ขอโทษ”


“หืม?”


“ข้าขอโทษต่อเจ้า” นางว่า ขณะผินพักตร์ไปทางอื่น ดูละอายเกินกว่าจะมองเยว่ถิงโดยตรง “เจ้า... คงรู้ว่าแม้ไม่บาดเจ็บ ข้าก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เหตุใดยังช่วยเหลืออีก ทั้งในอดีตข้ายังกระทำกับเจ้าไว้มาก ลืมแล้วหรือไร”


เยว่ถิงถอนใจออกมาหนักๆ “อดีตก็ส่วนอดีต ท่านไม่ต้องคิดมากมาย”


“ข้าเกลียดที่เจ้าจิตใจดีถึงเพียงนี้”


เยว่ถิงหัวเราะออกมาได้ “ข้าก็เกลียดท่านที่กลับตัวกลับใจได้ตอนนี้ ทั้งที่เมื่อวานนี้ยังโวยวายไม่รู้ความอยู่”


สตรีที่ใบหน้าล่วงเกินวัยจากพลังธรรมชาติย้อนพ่นลมหายใจหึออกมา หันมาพบหน้าเยว่ถิง ดวงตาคู่นั้นยังคงสวยยามอ่อนแสง “...ขอบคุณ”


“...” เยว่ถิงยิ้มบางให้นาง “บัดนี้ท่านขี้เหร่มาก แก่ก็แก่”


“ถ้าข้ามีแรง ข้าจะขว้างปาทุกสิ่งใส่เจ้า คิดว่างามนักหรือไง”


“งามกว่าท่านแล้วกัน” เยว่ถิงยักคิ้ว ยิ่งเห็นดวงตาค้อนอย่างอาฆาตมาดร้ายยิ่งทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นหลายส่วน มิคาดจะมีนิสัยเสียเช่นนี้อยู่ในใจลึกๆ


“เจ้า!


“ดื่มยาเสียเถอะ ข้าปรุงให้ขมอย่างหนักหนาสาหัสสำหรับท่านโดยเฉพาะ” นางได้แต่มองด้วยสายตาขุ่นเคืองอย่างนั้น เมื่อพูดคุยดีๆ ได้ก็นับว่าเป็นสตรีที่น่าคบหาพอสมควร เยว่ถิงบังคับให้นางดื่มยาลงอย่างไม่ประนีประนอม กระทั่งนางสำลักถึงได้หยุด


“จะ เจ้า! จะเอาคืนข้าใช่หรือไม่!


“รู้ก็ดี” เยว่ถิงวางถ้วยยาไว้ยังโต๊ะเล็ก ก่อนจะได้ยินเสียงพ่อบ้านเข้ามาเรียกว่ามีสหายมาเขา ชายหนุ่มขานรับจะออกไป ทว่าแขนเสื้อกลับถูกฉุดรั้งไว้ด้วยมือข้างที่ยังดีของอดีตเทพธิดาพยากรณ์แห่งพรรคสะบั้นสวรรค์


ใบหน้านางไร้เลือดเช่นกระดาษ เอ่ยด้วยเสียงหวาดหวั่น


“อย่าไป!


            เยว่ถิงชะงักกับท่าทีเช่นนั้น แรงสั่นไหวอันแผ่วเบากระเทือนถึง สีหน้านางตระหนกหวาดผวา กระนั้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกอีกครั้งก็ทราบว่าเป็นผู้ใดที่มา


            “เยว่ถิง! ได้ยินว่าเจ้าประจำอยู่ที่นี่ เป็นข้าซวี่ไห่ บังเอิญเดินทางมาแถวนี้พร้อมหยี่ซวนทว่าเราถูกโจรป่าลอบทำร้าย”


            ที่แท้คือบัณฑิตแพทย์หลวนซานที่นำกล่องเข็มให้เขาในวันแรกจนสนิทสนมกันมากกว่าผู้อื่น เยว่ถิงขานรับเขาไว้ แล้วหันมายังคุณหนูหวังเพื่อปลอบประโลมนาง


            “ท่านเห็นสิ่งใด”


            “มิได้เห็นสิ่งใด” การมองเห็นอนาคตต้องใช้พลังสมาธิและพลังปราณอย่างมาก นางที่กำลังอ่อนแอคงไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น “ทว่าเป็นลางสังหรณ์ติดตัวข้าซึ่งทำนายชะตามาเนิ่นนาน ข้ารู้สึกไม่ดีอย่างมาก เจ้าจงอย่าไป”


            เยว่ถิงก็อยากจะเชื่อถือนางอยู่ แต่เสียงสหายร้อนอกร้อนใจเบื้องนอกทำให้เขาต้องตัดใจดึงมือนางออกอย่างแผ่วเบา


หากนี่มิใช่การใช้ศาสตร์รู้ฟ้าหยั่งชะตาดิน อาจเป็นความตื่นตกใจซึ่งยังตกค้างอยู่ในจิตใจของนาง เขาจึงพยายามตะล่อมให้นางคลายกังวล


            “ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่าน ข้าจะระมัดระวังให้มาก ในที่นี้ยังเป็นอาณาเขตของทางการอยู่ พรรคหรือสำนักใดก็คงมิกล้ากระทำการโจ่งแจ้ง”


            เอ่ยจบก็ผละก้าวออก พบกับซวี่ไห่ที่กระสับกระส่ายจนมือไม้สั่น ปกติเขาเป็นแพทย์ที่สงบเยือกเย็นคนหนึ่ง บัดนี้กลับดูแตกตื่นราวเกิดเรื่องร้ายแรง ไม่น่าจะเป็นการโกหกหรือจะเป็นผู้อื่นปลอมแปลงมาไปได้


            “พวกเราถูกโจรป่าดักปล้น หยี่ซวนช่วยให้ข้าหนีมาได้ แต่ก่อนหน้าเขาถูกทำร้ายไม่น้อย ได้โปรดช่วยเราด้วย”


            “โจรป่าเหล่านั้นเป็นผู้ใด มีมากแค่ไหน”


            “มีกันสามคน คล้ายกับว่าไม่มีสังกัด แต่เจ้าก็รู้ เราเป็นแค่แพทย์จะสู้อะไรได้ หากหยี่ซวนเป็นอะไรไปข้าคงไม่ให้อภัยตนเอง เยว่ถิงเจ้าช่วยเราด้วย!


            เยว่ถิงปลอบประโลมอีกฝ่ายสองสามคำ เขาไม่อาจประมาทได้หลังได้ยินคำพูดของเทพธิดา จึงขอให้นายทหารผ่านศึกร่างกายกำยำห้าคนที่ใกล้หายดีและพอมีวิทยายุทธ์อยู่บ้างไปช่วยเหลือ


            “ส่งคนไปแจ้งแก่ทางการด้วย” พ่อบ้านชรารีบรับคำ ก่อนที่เยว่ถิงและคณะจะพลุนพลันออกไป


            ไม่นานทั้งหมดก็ไปยังที่เกิดเหตุ ฟ้าครึ้มที่เข้ามาบดบังแสงอาทิตย์จนรอบข้างขมุกขมัว ลมกรรโชกรุนแรงทำให้เศษใบไม้ปลิวไหว ก่อนที่สายฝนจะสาดเทลงมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน บดบังทัศนวิสัยชายป่าให้ยิ่งย่ำแย่


            กิ่งไม้ไหวเอนส่งเสียงน่ากลัวเมื่อต้องลมแรง เยว่ถิงต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินเมื่อร่างกายเหนื่อยอ่อนไม่ได้พักผ่อนล้ามากแล้ว ยิ่งยามต้องปะทะกับสายฝนเย็นเยียบยิ่งพานพาจะหมดเรี่ยวแรงกว่าเดิม


            ชายหนุ่มกัดฟัน ฝืนกึ่งวิ่งกึ่งเดินเดินทางต่อ


แผ่นหลังไวๆ ก้าวอย่างเร่งรีบเบื้องหน้า ซวี่ไห่เองก็มีบาดแผลเลือดไหลจากคมมีดบาดอยู่ด้วยยังนิ้วข้างขวาค่อนข้างยาวและลึก นี่คงเป็นสาเหตุให้ต้องเรียกเยว่ถิงมาช่วยเหลืออีกคนทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็เป็นหมอมือดีคนหนึ่ง


ป่าที่เข้ามาลึกถึงส่วนหนึ่งดูรกครึ้มราวกับเป็นเวลากลางคืน พื้นดินกลายเป็นแอ่งโคลนจากสายฝนโหมกระหน่ำไม่เป็นใจ ก้าวถึงจุดหนึ่ง ฝูงนกกาก็ร้องระงมบินถลาจากยอดไม้ให้สะดุ้งตกใจ


พอดึงสติกลับมา ซวี่ไห่ก็พึมพำกับตัวเองแล้วออกขยับวิ่ง “ใกล้ถึงแล้ว ใกล้แล้ว”


เยว่ถิงลากสังขารตามไป มิทราบวิงเวียนเพราะพักผ่อนไม่พอหรือไร เงาต้นไม้คล้ายกับเงาต้นไผ่วิ่งวูบเข้ามา ใจเขาก็บีบรัด จนต้องสะบัดศีรษะให้เลิกนึกถึงเหตุการณ์ในป่าไผ่เงินเมื่อสองปีก่อนที่ยังตามหลอกหลอนเขาไม่สร่างซา


            ในที่สุดก็จบสิ้นการเดินทางยากลำบาก ทว่าภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เยว่ถิงต้องเกร็งกำมือ


            ต้นไม้ต้นใหญ่สักห้าคนโอบตระหง่านสูง กิ่งพัดจนใบปลิวลอยว่อน รากอากาศสะบัดคล้ายแส้ สหายบัณฑิตแพทย์หลวนซานอีกคนนอนจมกองเลือดอยู่ ศีรษะตกลง สภาพที่เห็นแทบไม่น่าจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว


            สายน้ำพาเอาเลือดสีแดงไหลมายังปลายเท้าของเยว่ถิง เขาเป็นหมอย่อมจิตแข็งในระดับหนึ่ง ทว่าหากเบื้องหน้าเป็นคนรู้จักที่ตายด้วยสภาพน่าสยดสยอง นั่นก็เป็นอีกเรื่อง...


            ทันใดนั้น ทหารผ่านศึกห้าคนที่ตามเยว่ถิงมาไม่ทันได้ส่งเสียงก็ถูกเข็มทองบางยาวซัดเข้าใส่หน้าผาก กระเด็นล้มตึงลงกับพื้นเฉอะแฉะ ดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้างมีน้ำลายไหลออกมา ร่างพวกเขากระตุกสองสามครั้งก่อนจะตายสนิท


            พิษ!


            ผู้โยนเข็มโดยที่เยว่ถิงมองไม่ทันหันกลับมา บัดนี้ซวี่ไห่สหายผู้ใจดีกลับมีใบหน้าบ้าคลั่งราวเสียสติ ยิ้มกว้างปากแทบฉีกถึงใบหู ดวงตาปรากฏรอยเส้นเลือดแตกร้าวอยู่ชัดในตาขาว ผิวเนื้อดูเหมือนหน้ากากขี้ผึ้งน่าประหวั่นพรั่นพรึง...


            เยว่ถิงที่ขาอ่อนไร้เรี่ยวแรงรีบตะเกียกตะกายหนีอย่างสุดชีวิต สีหน้านี้คือสีหน้าที่เขาไม่มีวันลืม มันคือสีหน้าของตุ๊กตาสังหารในป่าไผ่เงิน มือจมลงเปรอะเปื้อนโคลนดิน ทว่าไม่อาจหนีรอดเมื่อถูกจิกกระชากเส้นผมไปอย่างแรง


            “ซวี่ไห่! หยุด!


            เยว่ถิงร้องตะโกนอย่างไร้ประโยชน์ เขาถูกดึงร่างอย่างรุนแรงแล้วดันกระแทกเข้ายังลำต้นของต้นไม้เคียงข้างกับศพของหยี่ซวน


            “หยุด...”


            เยว่ถิงร้อง สบตากับแววตาสังหารที่มีเพียงความสมเพชเย้ยหยัน แม้รู้แก่ใจว่านี่ไม่ใช่ซวี่ไห่อีกแล้ว


            คนพวกนี้ถูกวิชาเข็มควบคุมอยู่ยังท้ายทอยและหน้าผาก


            ประโยคหนึ่งกระจ่างขึ้นในความคิดเป็นดั่งแสงสว่างอันน้อยนิด ซวี่ไห่โพกผ้าเอาไว้ เยว่ถิงดิ้นรนสุดความสามารถ คว้าผ้านั้นออกมาได้


            เป็นจริงดั่งคาด มีเข็มสีทองขนาดเล็กฝังอยู่กลางหน้าผากจริงๆ แต่คล้ายว่าการกระทำของเขายิ่งเป็นการโยนเชื้อไฟใส่กองเพลิง ซวี่ไห่เพิ่มพละกำลังขึ้นอย่างไม่ปราณีเขาอีกต่อไป บีบมือขวาเยว่ถิงอย่างแรงจนกระดูกแทบแตกแล้วตรึงไว้กับต้นไม้ ก่อนอีกมือหนึ่งจะกระชากเข็มทองที่ใหญ่และยาวไม่ต่างจากปิ่นปักผมของสตรีชั้นสูงออกมา


            “อ๊ากกกกก!


            เสียงกรีดร้องดังก้องจากลำคอของเขา เข็มนั้นปักลงกลางหลังมืออย่างแรง ทะลุตรึงพันธนาการเขาไว้กับต้นไม้ พิษซึมซาบยิ่งให้ร่างเจ็บปวดไปทั่วกระดูก


            คล้ายกับการลงทัณฑ์นั้นยังไม่สาแก่ใจเพียงพอ ซวี่ไห่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไร้จังหวะเหมือนหุ่นไม้ไร้ชีวิต กำลังพูดแทนใครบางคน


            “ข้าเพียงขอของขวัญจากเจ้าสักสองชิ้น อย่าได้ทุรนทุรายเกินไป”


            มือจิกศีรษะของเยว่ถิงให้เงยหน้าขึ้นอย่างแรง ริมฝีปากของเยว่ถิงสั่นอย่างไม่อาจควบคุม ความเจ็บปวดทำให้ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากแม้คำผรุสวาท


            “ข้าจะเอาลิ้น ลูกตา หรือกระทั่งแขนของเจ้าก็ได้” ผู้ควบคุมซวี่ไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงน่าสยดสยอง เยว่ถิงจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่เคยประสบมาก่อนในชีวิต จึงทำได้แต่เพียงฟัง แค่รั้งสติสัมปชัญญะให้ยังอยู่ก็นับว่ายากมากแล้ว “แต่ข้าเสียดายความงามของเจ้านัก ฉะนั้นไม่ต้องกลัวไป คนงามของข้า”


            สมองเยว่ถิงบีบเค้นสับสน ชาตินี้หรือชาติก่อนเขาเคยก่อกรรมทำเข็ญมากมายกับผู้ใดไว้หรือ เหตุใดถึงต้องตามล้างผลาญเช่นนี้


            เส้นผมยาวของเยว่ถิงถูกลูบไล้ราวกับเป็นเส้นไหมมีค่า “งามนัก...”


            ฉับ!!


            ผมที่ดำสนิทเงางามดั่งม่านน้ำตกถูกตัดออกไปจนเหลือเพียงระต้นคอ หากแต่คนผู้นี้ยังไม่เสร็จธุระกับเขา


            เยว่ถิงแทบอาเจียนออกมาด้วยความหวาดหวั่น เมื่อวัตถุหนึ่งถูกชูขึ้นเบื้องหน้า


            “ข้าใช้วิธีที่เจ้าเจ็บปวดน้อยที่สุด เจ้าควรขอบคุณข้า”


            จิตใจคนผู้นี้บิดเบี้ยวเกินเยียวยา เยว่ถิงมองเครื่องทรมานสำหรับถอดเล็บนั้นอย่างอ้อนวอน แม้รู้ว่าจะไร้ค่า


            เสียงตะโกนกรีดร้องสุดเสียงดังระงม เล็บแต่เล็บค่อยๆ ถูกถอดออกจากฝ่ามือที่ถูกตรึงทะลุ ไล่เรียงจากนิ้วโป้งไปทีละนิ้วยังมือขวา เยว่ถิงเองยังมิอาจทนมองได้ จึงได้แต่ระบายความเจ็บปวดออกไปด้วยเสียงร้องคล้ายสัตว์ถูกเชือด ยิ่งมือขยับดิ้นรน เข็มที่ปักตรึงก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้ทบทวี


            ในที่สุด... มือขวาสีขาวโพลนก็ชโลมด้วยโลหิตสีชาดไหลอาบท่วม เล็บเงาสีชมพูหายไป เหลือเพียงเนื้อสีแดงเข้มเปลือยเปล่า กระทั่งมาถึงนิ้วก้อยนิ้วสุดท้าย


            ทว่าขณะกำลังดึงเล็บสุดท้ายให้หลุดออก มีดบินสีเงินเงางามก็ได้ปักเข้ายังศีรษะของซวี่ไห่ ร่างเขาปลิวล้มลง ดึงให้เล็บเยว่ถิงหลุดออกอย่างครึ่งๆ กลางๆ เจ็บปวดยิ่งกว่าหลุดออกไปทั้งหมดทีเดียว


            ในม่านสายฝน ปรากฏร่างสตรีวัยเยาว์ผู้งดงามผู้หนึ่ง เทพธิดาพยากรณ์พุ่งเข้ามากระชากมีดบินนั้นออก โลหิตพุ่งดั่งน้ำพุ ทว่าน่าแปลกที่ไม่อาจแปดเปี้ยนสีเงินขาวบริสุทธ์ของคมมีดได้


            หญิงงามมีดวงตาอาฆาตปะทุดั่งไฟ นางหอบหายใจเหน็ดเหนื่อย ใช้มือปาดเช็ดเลือดออกจากใบหน้า เก็บมีดไว้ในแขนเสื้อแล้วเหลือบมองมายังเยว่ถิง


            “ข้าเตือนเจ้าแล้ว!


            หวังอิงเอ๋อร์ตะโกนลั่นอย่างเกรี้ยวกราด คราแรกเยว่ถิงไม่แน่ใจ แต่เมื่อเห็นรอยฝีเข็บของตนที่แขนอีกข้างของนางก็มั่นใจ ทว่าการใช้ปราณของนางเป็นแบบใดมิทราบ ถึงได้คืนสภาพเป็นสตรีสมวัยอีกครั้ง


            แม้ไม่รู้ แต่เยว่ถิงก็คาดเดาได้ หลังการคืนสภาพครั้งนี้ หวังอิงเอ๋อร์ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาหัสสากันทีเดียว


            คุณหนูหวังรีบตรงเข้ามาดึงเข็มทองนั้นออกจากมือเยว่ถิง ต้องใช้เวลาหลายนาที จนเยว่ถิงคิดอยากสะบั้นมือขวาของตนทิ้งไป โชคดีทุกท้ายมือที่ปูดบวมไร้เล็บก็เป็นอิสระ เยว่ถิงกลับมาพูดได้อีกครั้ง แม้น้ำเสียงจะแหบแห้งดั่งมีทรายอยู่ในลำคอ “ขะ ขอบคุณท่าน”


            “หุบปาก” หญิงสาวถลึงตามองอย่างคาดโทษ


            “ขอท่านได้โปรดดึงเล็บอีกหนึ่งให้หลุดด้วย”


            “...” นางมีสีหน้าลำบากใจ แต่สุดท้ายก็จัดการให้ตามคำขอ เยว่ถิงคิดว่าหมดความรู้สึกกับมือข้างขวาไปแล้ว


            กลางสายฝนที่ตกลงซ้ำเติม เยว่ถิงและคุณหนูหวังต่างหายใจเป็นควันขาวด้วยความหนาวเหน็บ เยว่ถิงรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา หากคิดให้ดี พอถอนเข็มแล้วพิษนั้นก็ไม่ได้ร้ายแรงเท่าใด แต่ตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนล้าเหลือเกิน


            “เก็บเล็บและผมเจ้าไปด้วย สิ่งเหล่านี้ใช้สำหรับทำคุณไสยได้”


            หญิงสาวเอ่ยเสียงเครียด นางกระสับกระส่ายเร่งร้อน เกรงว่าร่างงดงามนี้จะมีเวลาจำกัด แต่เมื่อเห็นเยว่ถิงคอพับคออ่อนเถลือกไถลยังโคนต้นไม้ นางจึงเป็นผู้เก็บรวมส่วนเหล่านั้นเอง แล้วเข้ามาพยุงเขาไว้ท่ามกลางกองซากศพ


            “เราต้องออกจากที่นี่ ก่อนที่เขาจะมา”


            น้ำเสียงนางสั่นและหวั่นวิตก เขาที่ว่าคงเป็นไอ้สารเลววิปริตเจ้าของเข็มทองที่ควบคุมซวี่ไห่ อีกทั้งน่าจะเป็นผู้สังหารหยี่ซวน มือขวาเยว่ถิงตอนนี้ก็ยังชาไร้ความรู้สึก น่ากลัวจะใช้การไม่ได้อีกเลย


            ...ความคิดนั้นน่าหวาดผวาเกินกว่าที่เยว่ถิงจะคิดต่อไปได้


            ดวงตาเลื่อนลอยเหลือบไปด้านข้าง เมื่อมองใกล้ๆ หวังอิงเอ๋อร์งดงามมากทีเดียว เยว่ถิงคิดว่าตนเองคงใกล้เสียสติที่คิดเรื่องนี้ เขาอยากจะหลับไปเสียตอนนี้ แต่ถูกตบแก้มเรียกสติค่อนข้างแรง


            “เจ้าห้ามหลับเด็ดขาด! เป็นแพทย์ยังไม่รู้เรื่องอีกหรือไร!


            สายฝนทำให้เส้นผมและอาภรณ์เปียกลู่แนบร่างกาย เส้นผมที่ถูกตัดสั้นเขายังไม่เสียดาย เล็บเขาก็ไม่เสียดาย ทว่าหากมือใช้การไม่ได้อีก ใจเขาคงแตกสลายเกินต้านทานเพราะความหวังสองปีที่ศึกษาวิชาแพทย์เพื่อต่อแขนที่ถูกสะบั้นขาดจะต้องพังทลายลงในบัดดล


            เยว่ถิงหัวเราะอย่างไร้อารมณ์ขันออกมา


            คุณหนูเหวังเหลือบมองเขา ร้องเสียงแหลมขณะพยายามลากร่างปวกเปียกของเขาออกจากป่า


“หากเจ้าฟั่นเฟือนวิกลจริตเพียงเพราะถูกถอดเล็บ เจ้าก็ไม่ต่างจากก้อนกรวดไร้ค่า! ไหนว่าจะเข้มแข็งอย่างไร เจ้ายังต้องไปหาจอมอสูรมิใช่หรือ!!


น้ำเสียงนางดังแข่งกับเสียงสายฝนข้างหู พลันคำว่าจอมอสูรดึงจิตใจที่อ่อนหวั่นของเยว่ถิงกลับมา เขาพ่นลมหายใจหนักๆ ออกเป็นควัน ก้มศีรษะลงต่ำ เอ่ยเสียงสั่นอย่างละอายใจแม้ยังเจ็บปวด


“เป็นหนี้บุญคุณท่านแล้ว”


            “ถือว่าหายกันที่รักษาแขนให้ข้า”


            เยว่ถิงภาวนาขอให้ผู้ใดก็ได้มายังป่าแห่งนี้ ชิวหยาง เจิ้งซื่อ มู่อวิ้นหลง หรือกระทั่งหวงไท่จื่อหรือมือปราบเฟยก็ย่อมได้ หวังอิงเอ๋อร์เคลื่อนที่ช้าลง เยว่ถิงรักษานางกับมือ มีหรือจะไม่รู้ว่านางอ่อนแอเพียงใด


            “ท่านอย่าฝืนตัวเองเลย”


            “ยังไงข้าก็ต้องตายอยู่ดี” คุณหนูหวังเอ่ยอย่างขมขื่น “อย่างไรซะ ขอตายด้วยร่างสวยงามย่อมดีกว่าอยู่แล้ว”


            ระยะทางดูห่างไกลนับพันลี้ สายฟ้าหนึ่งวูบวาบจนตาพร่า ต่อมาท้องฟ้าเบื้องบนก็คำรามลั่น มิรู้กำลังเย้ยหยันโชคชะตาของพวกเขาทั้งสองหรือไม่


            เป็นเขาที่รนหาที่ ไม่ยอมฟังคำเตือนจึงตกอยู่ในกับดัก เยว่ถิงมิอาจโทษใครได้นอกจากความโง่เง่าของตน


            “เขาเป็นสหายเจ้า เจ้าย่อมต้องมา จิตใจดีกับโง่งมนั้นต่างกัน เจ้าจงอย่าโทษตัวเอง”


            มิรู้ว่าประโยคเช่นนี้จะหลุดออกจากปากสตรีที่เคยชิงชังเขานักหนา แต่ละก้าวของอดีตเทพธิดาพยากรณ์เชื่องช้าลงจนน่ากลัว เยว่ถิงฝืนใจผละออกจากนางแล้วเดินด้วยตนเอง ถึงจะโงนเงนใกล้ล้มก็ตาม


            “ให้สตรีพยุง ช่างน่าอายนัก”


            “สบายใจเถอะ ข้าไม่เห็นเจ้าเป็นบุรุษ”


            นางกระตุกยิ้ม แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มก็อันตรธานไป


            เป็นเสียงอาชาร้องมุ่งตรงมา ทว่ามิใช่ทั้งชิวหยางและมู่อวิ้นหลง ทันทีเมื่อเห็นเงาสูงใหญ่เบื้องบน เข่าของคุณหนูหวังก็ทรุดฮวบลง


            สายฟ้าแลบแปลบเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มบนดวงหน้าขึงตึงดั่งขี้ผึ้งหลอม เส้นผมปักด้วยปิ่นสีทองยามคล้ายเข็มแหลม


            “...รองประมุขโจว”


            โจวหวู่ รองประมุขพรรคสุริยันพันแสง...!


            พลันดวงตาเยว่ถิงไปสะดุดกับบางสิ่งที่ห้อยไว้ที่เอวโดดเด่น


            พู่หยกคู่อีกครึ่งหนึ่งถูกหยดน้ำเกาะพร่างพราว ทว่ากลับยิ่งดูสวยงามเป็นประกายในเงาครึ้ม




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.705K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7726 NooAom14 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 01:00
    เสียวเล็บมือ...
    #7,726
    0
  2. #7676 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 20:39
    สงสารเพื่อนเพียงสองคนในโรงเรียนของน้องอ่ะ แง
    #7,676
    0
  3. #7635 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 09:41
    หนัก หนักมาก คืออ่านแล้วใจจะขาด รู้สึกว่าการช่วยเหลือของทุกคนในเรื่องนี้มีค่ามากๆ มันแบบ มันเป็นความช่วยเหลือที่ตราตรึงจริงๆนะโอยเหนื่อย
    #7,635
    0
  4. #7572 K.white wine (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:35
    ชิบหาย
    #7,572
    0
  5. #7523 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:55
    โฮฮฮ เคราะห์กรรมกระหน่ำซัดไม่หยุดดดดดด
    รองประมุขโจวนี่ยังไง เก็บหยกไว้กับตัว คือออออออ ว้อททท
    #7,523
    0
  6. #7499 SehunMark (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 17:36
    กุมเล็บตัวเองไปด้วยตอนอ่าน ฮือ
    #7,499
    0
  7. #7429 ya.ong (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:32
    โอย อ่านแล้วเสียวมือเลย น่ากลัว
    #7,429
    0
  8. #7401 OhChu? (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 01:07

    โอยอะไรจะโหดร้ายขนาดนั้นพอนอทำไมต้องเจออะไรแบบนี้

    #7,401
    0
  9. #7373 Apit29 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:19
    อะไรเนี่ยะ โอ้ยยยยยยย
    #7,373
    0
  10. #7372 24907 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:43
    มือไม่มีแรงเลย ฮือออ~~ เสียวไส้ไปหมดเเล้ว
    #7,372
    0
  11. #7347 Pollo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:06

    อะไรจะอาภัพขนาดนี้!!!!

    #7,347
    0
  12. #7292 carunijoy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:01
    ทำไมไรท์เป็นSเหรอโอ้ยสงสารน้อง
    #7,292
    0
  13. #7243 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 11:42

    โอ้ยยยย คมหอกคมดาบรอบตัวจริงๆ อาถิงเอ้ย!

    #7,243
    0
  14. #7231 MinRos (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 05:13
    เราเป็นพวกหงุดหงิดมากเวลาตอนตัวละครทำอะไรโง่ๆ แต่แบบเฮ้ออ อันนี้สงสารแทนถอดเล็บคือทรมานที่สุดของที่สุด
    #7,231
    0
  15. #7140 pupe. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 15:03
    ทำไมต้องทำน้องขนาดนี้
    #7,140
    0
  16. #7114 Fueled me (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 12:48
    ซับซ้อนจริงๆ
    #7,114
    0
  17. #7058 lilying_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 21:11

    น้องงง ฮืออออ ขอให้มือรักษาได้ อาภัพอะไรเยี่ยงนี้ นายโจวนี่คือคนควบคุมใช่มั้ย แงงงงงงงง

    #7,058
    0
  18. #6980 ❛F tO THE N 。 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 23:51
    ถอดเล็บคือออ ใจคุณแม่สลายยยยย
    #6,980
    0
  19. #6969 P-PIM_INDY (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 13:33
    อาภัพไปอีกกกก จิตใจคนเขียนทำด้วยอีหยัง คือโหดเเท้
    #6,969
    0
  20. #6950 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 20:13
    ทำไมน้องต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้!!!! เห้ออ
    #6,950
    0
  21. #6925 ซิ่วอะไรหนักหนา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 13:54
    ให้น้องได้มีความสุขบ้างได้มั้ย
    #6,925
    0
  22. #6899 orangemamalde (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    ขอให้มือน้องอย่าเป็นอะไร y.y
    #6,899
    0
  23. #6851 Nyctophiliaaaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 01:25
    ถิงถิงยังไงดีสะเดาะเคราะห์อีกรอบไหม อะไรจะเวรกรรมขนาดนี้TT
    #6,851
    0
  24. #6749 chalillxx_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 14:51

    หลอนมากแม่คือคิดตามแล้วภาพมันติดเลบ

    #6,749
    0
  25. #6717 Wang19th (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 16:09
    ฮือออออออออ น้องงงงง บทน้องที่โดนแต่ละอย่างคือโหดมาก
    #6,717
    0