หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 16 : 15 - เดิมพัน re4/10/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,653 ครั้ง
    4 ต.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

15 – เดิมพัน

 

            “คำนับนายน้อยอวิ๋นหลาน”


            “คำนับคุณชายไป่”


            สองร่างยังศาลากลางสระบัวลุกขึ้นแล้วส่งเสียงคำนับ กระแสความแปลกใจเจือปนอยู่พุ่งตรงมายังเยว่ถิงชัดเจนไม่ปิดบัง ทั้งยังเกรงอกเกรงใจผู้มาใหม่ เยว่ถิงตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ถูกถือหิ้วนำพาเดินตรงไปอย่างง่ายดายโดยมิอาจต่อต้านดิ้นรนด้วยประการทั้งปวง


            “คำนับท่านซุนเหิง คำนับท่านหวู่อ๋อง ท่านสองคนปล่อยให้ถูกลอบแอบฟังโดยกระต่ายตาบอดได้อย่างไร”


            น้ำเสียงผู้รวมนามได้ว่า ไป่อวิ๋นหลานเอ่ยอย่างเนิบนาบ จากจังหวะและน้ำหนักต่ำเบา เดาภาพได้คร่าวๆ ว่าเป็นเด็กหนุ่มผู้มีความเป็นชนชั้นสูงอยู่เต็มเปี่ยม ผิดกับท่านอ๋องแคว้นหวู่ที่ดูติดดินเสียมากกว่า


            แวบหนึ่งคะนึงคิด เยว่ถิงพลันรู้สึกว่าคุ้นนามไป่อวิ๋นหลาน ก่อนแทบจะครางออกมาด้วยความตระหนก


            ไป่อวิ๋นหลานผู้นี้มีเรื่องเล่าลือถึงเขามามาก ว่าเป็นบุตรชายคนเดียวผู้ลึกลับของประมุขพรรคมารสยบฟ้า พรรคผู้นำฝ่ายอธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเจ็ดพรรคฝ่ายมาร ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังในใต้หล้าแดนยุทธภพว่าเป็นอัจฉริยะด้านกำลังภายในโดยในรอบหนึ่งพันปีจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้น


            ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจหากกระแสปราณจะเป็นดั่งสายธาราไร้ก้นบึ้ง ลุ่มลึกเกินหยั่งถึง ไหลเข้าแทรกทุกอณูร่างกายและทำให้รู้สึกเยือกสะท้านไปทุกขุมขน ขนาดยังเยาว์ปราณยังแก่กล้าเพียงเท่านี้ มิอาจคาดได้ว่าเมื่อฝึกฝนตนมากขึ้นแล้วจะเก่งกาจได้อีกถึงเพียงไหน


ทั้งแม้ยังมิได้มีจิตสังหารอันใด ก็ทำให้รู้สึกเหมือนจมอยู่ในธารน้ำกว้างใหญ่เป็นอนันต์ ต่างจากจอมอสูรพันศพที่ร้อนแทบไหม้ดั่งเปลวเพลิง หากให้เลือกเปรียบเทียบ ตัวเขาเองกลัวผืนน้ำมิอาจคาดเดามากกว่าไฟที่กำลังลุกโชนบ้าคลั่ง


“...เจ้าจับกระแสปราณข้าได้?”


จู่ๆ นายน้อยแห่งเหล่ามารก็เอ่ยถามขึ้น เยว่ถิงสะดุ้งอีกครา ยังไม่ทันตอบก็ได้ยินเสียงหัวเราะหึอย่างนึกสนุก


“มิคาดจะได้เจอของสนใจในสถานที่น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้”


เยว่ถิงถูกวางตัวให้นั่งลงอยู่ยังส่วนหนึ่งในศาลาอย่างไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นว่าได้เป็นหนึ่งในแขกไม่ได้รับเชิญให้นั่งเผชิญหน้าอีกสามคนในหน้ากระดานหมากล้อม หนึ่งคือนายน้อยใหญ่แห่งฝ่ายอธรรมทั้งปวง หนึ่งคือท่านอ๋องแห่งแคว้นหวู่และอีกหนึ่งคือรองประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์ เขารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนอย่างมาก


“เจ้าชื่ออะไร” ไป่อวิ๋นหลานถาม น้ำเสียงมีความสนใจมากกว่าจะกล่าวโทษหรือมุ่งร้าย ส่วนสองคนข้างๆ ก็ดูเหมือนจะเริ่มสนใจเขามากขึ้นแต่ยังเคลือบแคลงใจ เยว่ถิงกลืนน้ำลายอย่างประหม่า กำมือกับชายแขนเสื้อยาวของตน ก้มศีรษะลง เอ่ยเสียงเบา


“ผู้น้อยมีนามว่าเยว่ถิงขอรับ”


“ข้ามีนามว่าไป่อวิ๋นหลาน เป็นสหายของประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์”


ไป่อวิ๋นหลานว่า มิทราบเหตุใดจึงคล้ายจะมีรอยยิ้มเจืออยู่ “เจ้าเป็นนายบำเรอของเขาหรือ แล้วเหตุใดถึงถูกพิษให้ใบหน้าอัปลักษณ์ได้”


เยว่ถิงอ้าปากแล้วหุบ ก่อนอ้าแล้วหุบอีก เด็กหนุ่มตาบอดรีบก้มหัววางมือคำนับลงบนโต๊ะ “เอ่อ ผู้น้อยขออภัยที่ลอบฟัง แต่ผู้น้อยเพียงหลงทาง มิคิดว่า...”


“พวกเขาไม่ถือเจ้าหรอก” ไป่อวิ๋นหลานคล้ายโบกมือตัดบท หันไปถามอีกสองคน “ใช่หรือไม่ คนผู้นี้รู้ไปก็ไร้ประโยชน์ มิใช่เรื่องใหญ่อันใด”


“เกรงว่า...” เด็กชายรองประมุขซุนเหิงลากเสียง “ไม่นานมานี้เพิ่งมีข่าวว่านายบำเรอคนก่อนของท่านประมุขเป็นสายสืบของธรรมะ มันถูกทรมานอยู่ในหอทรมาน เรื่องนี้จึงมิอาจประมาทได้โดยง่าย ยิ่งลอบเร้นเข้าเขตตำหนักข้าได้ยิ่งมิอาจปล่อยปละละเลย ข้าเห็นเช่นนั้นขอรับนายน้อย”


            “ธรรมะ อธรรม ราชสำนัก น่ารำคาญ” อวิ๋นหลานเอ่ย “ผู้นี้มิมีปราณ มิมีกำลังกาย เว้นจะมีสัมผัสต่างๆ ดีกว่าปกติก็เท่านั้น”


            “นั่นยิ่งมิน่าสงสัยหรือ” ครานี้เป็นหวู่อ๋องหลี่ซื่อหยาง “มิคิดว่าท่านประมุขสะบั้นสวรรค์จะเก็บนายบำเรอเสียโฉมไว้ทำไม หรือมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าอัปลักษณ์ไปกึ่งหนึ่งนั้น”


            “พวกท่านก็ระแวงกันเกินไป ระวังริ้วรอยจะมาก่อนวัยอันควร” อวิ๋นหลานพ่นลมหายใจ หันมาเอ่ยกับเด็กหนุ่มตาบอด “เอาเถอะ ไหนๆ เห็นเจ้าอยากรู้ ก็นั่งฟังอยู่ตรงนี้ไป”


เยว่ถิงได้แต่ร้องไห้อย่างไร้เสียงไร้น้ำตา สองนักหมากล้อมเมื่อครู่ดูไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีใครคิดขัดนายน้อยแห่งเจ็ดพรรคอธรรมผู้มีปราณลึกล้ำผู้นี้ เด็กชายจึงทำเป็นว่าตัวเขาคือธาตุอากาศ เอ่ยด้วยเสียงเป็นงานเป็นการขึ้น


            “ท่านคงได้ยินเรื่องสถานการณ์วูซาและการมาเยือนขององค์รัชทายาทยังแคว้นอ้ายจากซื่อหยางเมื่อครู่ ถึงท่านมิได้สนใจ แต่อยากให้ทราบไว้ว่าระหว่างเขตทั้งห้าหนานอาจมีความวุ่นวายเกิดขึ้น พรรคสุริยันพันแสงเองก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฝ่ายธรรมะ อาจลุกลามเป็นเรื่องราวขัดแย้งมากมายอย่างไรนายท่านใหญ่ก็สมควรทราบเรื่องนี้ด้วย”


            “ข้ามิได้กลับบ้านมาหลายเดือนแล้ว” อวิ๋นหลานว่าอย่างไร้เยื่อใย “มิคิดจะกลับไปทะเลาะกับตาแก่บ้าอำนาจนั่นด้วย ตีกันทีไรมีคนตายทุกที เหอะ หากตาแก่นั่นตายเมื่อไหร่ข้าถึงจะกลับไปทำพิธีกงเต็กส่งให้ไปที่ชอบๆ ส่วนเรื่องอื่นอย่าหวัง”


            การเอ่ยเรื่องฆ่าคนตายของไป่อวิ๋นหลานง่ายดายไม่ต่างจากบี้มดตัวหนึ่ง ทั้งนายน้อยผู้นี้ยังมีแต่อารมณ์ขุ่นข้องหมองใจขึ้นมายามเอ่ยถึงบิดา เพียงเท่านั้นก็ทำให้เยว่ถิงยิ่งปั่นป่วนในกระเพาะหนักข้อขึ้น


            อวิ๋นหลานน่าจะเป็นจำพวกตัดสินความชอบผู้คนแค่แวบแรกสบตา มิใช่คนโหดเหี้ยม แต่ก็มิใช่คนเมตตา มิใช่คนชอบกดขี่ แต่ก็มิใช่คนชอบยอมคน มิใช่คนถือยศ แต่ก็มิใช่ปล่อยให้ถูกล้ำเส้น มิใช่คนท่าทีโผงผาง แต่ก็รักสนุก นี่คนใหญ่คนโตแห่งพรรคมารอุปนิสัยแปรปรวนทุกคนเลยหรืออย่างไร


            “เช่นนั้น วันนี้ท่านมาเพื่อสิ่งใด”


            “เบื่อ” เอ่ยสั้นๆ กำปั้นทุบดิน ก่อนขยายความ คาดว่าคงได้เห็นสีหน้าอึ้งๆ อย่างไม่เชื่อหู “เบื่อคือเบื่อ มิมีอะไรมากกว่านั้น ถ้าได้ซัดกับชิวหยางจนเลือดตกยางออกสักสองสามวันคงดีขึ้น อา แต่เห็นว่ากำลังยุ่งหัวปั่นข้าจึงมารอที่นี่ก่อน”


            “เกรงว่าช่วงนี้ท่านประมุขคงไม่มีเวลามากมาย...”


และไม่มีเวลามาเลือดตกยางออกเพราะความเบื่อของท่านด้วย! เยว่ถิงแทบเสริมความคิดของสองคนได้พร้อมกัน ไฉนนายน้อยผู้นี้แสนจะเอาแต่ใจและไม่แยแสยุทธภพถึงเพียงนี้


            “มีสิ ข้าอุตส่าห์ถ่อมาจากผาหยกขาว เขาจะไม่ต้อนรับขับสู้ได้หรือ ทั้งหากไม่ขัดเกลาฝีมือจะได้ชื่อว่าเทพยุทธ์ได้อย่างไร สมญาจอมอสูรพันศพจะเป็นหมันเสียเปล่า” ได้ยินเสียงดื่มน้ำชาเบาๆ หนึ่งจิบ “หืม เวลานี้มันต้องร่ำสุรา ไฉนดื่มน้ำชาเป็นคนเฒ่าคนแก่ไปได้?”


            “ผู้น้อยเป็นคนเฒ่าคนแก่ โปรดอย่าได้ลืม” เด็กชายรองประมุขสะบั้นสวรรค์เอ่ย เสียงเริ่มเคร่งเครียดขึ้น หวู่อ๋องลอบขำ ส่วนอวิ๋นหลานหัวเราะออกมาไม่ปิดบัง “ข้าขออภัยที่หลงลืมไป เลิกคุยเรื่องเคร่งเครียดดีกว่า ข้าจะลองพูดคุยกับนายบำเรอผู้นี้ดู”


            ไหนเลยถึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขาเสียเฉยๆ เยว่ถิงถึงกับอยากลุกพรวดแล้ววิ่งไปกระโดดสระบัวเสียตอนนี้


         “เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามแรกของข้า ว่าเป็นนายบำเรอของชิวหยางใช่หรือไม่”


ชิวหยาง... นี่คงเป็นนามของจอมอสูรพันศพกระมัง มิทราบเหตุใดได้ยินชื่อนี้กลับให้ความรู้สึกว่ามิใช่คนฝ่ายอธรรมแต่กำเนิด ดูเปล่งออร่าคุณธรรมออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่จะคิดเอาความอะไรกับเพียงชื่อ เยว่ถิงจึงเอ่ยรับเบาๆ ยิ่งก้มหัวลงต่ำ “ใช่ขอรับ”


            “แล้วเหตุใดใบหน้าถึงถูกพิษให้อัปลักษณ์กัน”


            เยว่ถิงนิ่งคิดว่าควรพูดถึงแค่ไหน ก่อนตอบออกไป “ผู้น้อยโง่เขลาดื่มยาพิษที่คิดว่าเป็นยาแก้พิษเข้าไปขอรับ”


            “จริงรึ”


            “จริงขอรับ”


            “อืม โง่น่าดู”


            “เอ่อ ขอรับ”


            “ฮ่าๆ อย่าเอาความกับข้า เพียงล้อเล่นแค่เท่านั้น เรื่องนี้ใครก็พลาดได้ กระทั่งตาแก่ยังเคย...”


            “อะแฮ่ม” เด็กชายรองประมุขกระแอมไอขัดเบาๆ ได้ยินอวิ๋นหลานว่าน้ำเสียงประชดประชัน “รู้แล้วๆ มิอาจแตะต้องท่านประมุขใหญ่ผู้แกร่งกล้านายเหนือแห่งเหล่าอธรรมทั้งเจ็ดพรรคให้บรรดาผู้จงรักภักดีแสนซื่อสัตย์ระคายเคืองหัวใจได้หรอก ขออภัยจริงๆ”


            ตกลงคนผู้นี้จะปล่อยเขาไปเมื่อไหร่กันหนอ เยว่ถิงได้แต่ปลงตกในใจ ก่อนจะตาเบิกกว้างกับคำถามถัดมา


            “เจ้ากับชิวหยางลองท่าไหนกันมาบ้าง”


            เอ่อ!


            “นายน้อย...”


            “คุณชาย...”


            ทั้งสองคนฟังแทบครางออกมาพร้อมกัน คงมิอยากฟังเป็นแน่ นั่นสิ ใครจะอยากฟังเรื่องลามกนี้กัน ถึงเขายังไม่เคยได้เสียกับจอมอสูรพันศพก็เถอะ


            “ข้าถามเขา มิได้ถามพวกท่าน ตอบมาสิ ข้าไม่ถือหากมันจะหยาบโลน บิดาข้าชิงชังเรื่องใต้สะดือนัก ชอบปิดบังข้าอยู่เรื่อย ทั้งที่จริงข้าอายุย่างสิบแปดในเหมันต์นี้แล้ว ดังนั้นต่อให้เป็นเรื่องบุรุษต่อบุรุษก็มิมีปัญหา”


            เยว่ถิงสัมผัสถึงความหฤหรรษ์มาจากอีกฝ่าย ทำให้เขาอับอายนี่น่าสนุกหรือไร เหตุใดนิสัยร้ายกาจถึงเพียงนี้ ที่ว่ามิเอาเรื่องเขานี่เพราะเก็บไว้เล่นสนุกใช่หรือไม่


            เยว่ถิงยังมิทันตอบอันใด ได้แต่อ้ำอึ้ง กลับได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา


            “ทุกท่า”


            เด็กชายรองประมุขและหวู่อ๋องลุกขึ้นคำนับจอมอสูรพันศพ เยว่ถิงรีบลุกขึ้นด้วยอากัปกิริยาเงอะงะจนสะดุดขาตัวเอง ทว่าชั่วขณะที่ล้มลงถูกรับรั้งร่างไว้โดยอวิ๋นหลาน พร้อมเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ


            พลันสัมผัสได้ถึงกระแสความไม่พอใจในอากาศมาจากประมุขสะบั้นสวรรค์ อวิ๋นหลานมิทราบรู้หรือไม่จึงแอบละล้าละลังไล้นิ้วตามเรียวแขนเขาเล็กน้อยจนเยว่ถิงขนลุกชันก่อนผละไป คนผู้นี้นับว่าชอบยั่วอารมณ์ผู้คนโดยแท้ และดูท่าจะได้ผลพอสมควรเมื่อน้ำเสียงจอมอสูรดูหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อย


“ข้ามิมีเวลามาเล่นกับเด็กอย่างเจ้า อย่างที่ท่านซุนเหิงว่า ช่วงนี้เกิดความวุ่นวายมากมายทั้งในและนอกพรรค”


เท่าที่กล่าวคงเป็นสหายสนิทกันมานานอยู่ จึงมิได้เกรงใจต่อกันเช่นที่ซุนเหิงและหวู่อ๋องมีต่ออวิ๋นหลาน เยว่ถิงรู้สึกย่ำแย่เมื่อถูกสายตาเสียดแทงของจอมอสูรโจมตีมา บอกได้ว่าหลังจบงานนี้เขาคงต้องโดนดีข้อหาออกมาเพ่นพ่านและอยู่ในสถานการณ์อันไม่สมควรแน่นอน


“อย่าเย็นชามากนักเลย เห็นแก่ความเบื่อหน่ายของข้า ช่วยแก้เบื่อสักหน่อยจะเป็นไร”


จอมอสูรถอนใจออกมา สาวเท้าเข้ามาภายในศาลากลางน้ำแล้วเข้ามายืนอยู่ในวงสนทนา


“มิสู้เอาเวลากลับบ้านไปจะไม่ดีกว่าหรือ หรือถ้าหากว่างนักก็ไปจัดการพรรคสุริยันพันแสงให้ข้า เด็ดหัวประมุขพรรคมาให้ยิ่งดี”


อวิ๋นหลานเดาะลิ้นเล่น ก่อนจะเอ่ยช้าๆ


“จำกฎในหมู่เราชาวอธรรมได้หรือไม่ หากอยากได้สิ่งใดให้ใช้กำลังหรือเล่ห์กลช่วงชิงมา แต่ถ้าในหมู่พรรคมารร่วมกันให้ใช้การประลองยุทธ์เดิมพัน ฉะนั้นหากเจ้าบ่ายเบี่ยงมิประจันหน้า ข้าขอท้าเดิมพันด้วยกระต่ายตาบอดตัวนี้กับหัวผู้อาวุโสพรรคสุริยันพันแสงสักห้าคนหน่อยเป็นไร”


            “...หืม?”


            จอมอสูรปล่อยรังสีพิฆาตออกมาปะทะกับปราณเช่นสายธารของนายน้อยพรรคมาร ครอบคลุมพื้นที่รอบศาลาจนจะหายใจยังอึดอัด ครั้นได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเริ่มพลุ่งพล่านไป่อวิ๋นหลานกลับยิ่งพอใจคล้ายเด็กได้เล่นลองของเล่นใหม่


            “ข้าท้าประลองประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์โดยมีกระต่ายเดิมพันกับหัวของผู้อาวุโสสุริยันพันแสง หรือชิวหยางสหายรักจะมิกล้ายืดเส้นยืดสายกับข้าในเวลานี้?” ท่อนแขนเรียวคว้ากอดคอเยว่ถิงอย่างมิทันได้ตั้งตัวราวกับเป็นเพื่อนรู้จักกันมานาน คล้ายกระตุ้นอารมณ์ผู้ถือสิทธิ์เจ้าของเขาหนักกว่าเดิม


“ไม่สิ... หรือแค่กลัวเสียของรักกันแน่หนอ?”


            “เพ้อเจ้ออะไรของเจ้า” จอมอสูรคงเอ่ยทั้งรอยยิ้มเย็นๆ


            ซุนเหิงและหวู่อ๋องเองเห็นท่าจะไม่ค่อยดี จึงคล้ายจะออกปากให้ระงับเรื่องนี้ไว้ก่อน ทว่าเยว่ถิงกลับได้ยินเสียงเยาะๆ จากประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์ดังขึ้นแทรก


            “เด็กอย่างเจ้าหากไม่ได้รับบทเรียนคงไม่สำนึก ได้! ข้ารับคำท้า หวังว่านายท่านใหญ่จะไม่มาเอาเรื่องข้าทีหลังหากเจ้าต้องนอนพิการอยู่สักสามเดือน”


            จบคำ เยว่ถิงก็ถูกกระชากจากอวิ๋นหลานไปอย่างแรงโดยฝ่ามือใหญ่จนแทบล้มหัวคะมำ


            “เยี่ยม” อวิ๋นหลานปรบมือเสียงดัง อารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเจือกระแสเหย้าแหย่จอมอสูรไม่ปิดบัง “อีกหนึ่งเดือนนับจากวันนี้ไปพบกันที่ป่าไผ่เงินในยามเฉิน(เจ็ดโมงเช้าถึงเก้าโมง) อย่าลืมพากระต่ายเจ้ามาด้วย ข้าไม่อยากเสียเงินค่าพังข้าวของในพรรคเจ้าอีก”


            แอบได้ยินเสียงเด็กชายรองประมุขแอบทอดถอนใจโล่งอกเล็กน้อย แต่น้ำเสียงต่อมามิได้คลายลดความกังวลลงทั้งหมด “หนึ่งเดือนหรือ? มิสู้เลื่อนออกไป...”


            “ข้าทนเบื่อได้เต็มที่หนึ่งเดือนเท่านั้น” อวิ๋นหลานยืนยันหน้าตาย ไม่วายเอาผู้ถูกท้าทายเป็นพวก


“ชิวหยางเองก็คงเบื่อเหมือนกัน วันๆ ทำแต่กิจการพรรค ได้ลองมือก็เจอแต่พวกลิ่วล้อกระจอก มีเวลาทำเรื่องของตัวเองและฝึกปรือฝีมือเท่าไหร่เชียว ท่านปล่อยเขาไปหาความสำราญสักหน่อยคงไม่ตาย”


            ทั้งรองประมุขและหวู่อ๋องคล้ายระอาใจกับคุณชายไป่ แต่จอมอสูรดูท่าจะคุ้นเคยชินชา จึงเปลี่ยนจากอารมณ์หงุดหงิดเป็นหัวเราะแผ่วๆ แม้ว่ามือจะกำรอบแขนเยว่ถิงแน่นมิสนใจสายตาใครก็ตาม แค่นเสียงต่ำให้อีกฝ่ายล้างคอรอ


“ดี เจ้าก็อย่าทำให้ข้าผิดหวังแล้วกัน”


            ทายาทฝ่ายอธรรมหัวเราะรับแล้วเอ่ยลาคำนับผู้คน ก่อนจะหายไปวูบราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น เหลือเพียงสายลมแผ่วเบาเจือกลิ่นหอมหวานของผลท้อซึ่งค่อยๆ จางหายไป นับว่าเป็นกลิ่นที่ไม่เข้ากับอุปนิสัยเสียเลย


            “ไปได้เสียที”


จอมอสูรค่อยคลายมือออกจากแขนเยว่ถิงที่คาดว่าคงขึ้นรอยปื้นแดง หันไปสนทนากับบุรุษอีกสองคน หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางดูจะปรับตัวรับสถานการณ์ได้ดีกว่าจึงตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพและมีอารมณ์ขันแฝงอยู่


            “คุณชายไป่ผู้นี้... ข้าเองเล็งเห็นว่าเขายังมีอนาคตอีกยาวไกล หากตั้งใจเคี่ยวกรำฝีมือคงเป็นหนึ่งในใต้หล้าไม่ยาก ทว่าบัดนี้ล่วงเวลามามาก ข้าขอลาแก่ท่านประมุขและท่านประมุขรองก่อน หากมีเวลาจะมาเยี่ยมเยียนใหม่”


            “เชิญ ขอท่านอย่าได้เกรงใจ พวกเจ้าจงไปส่งท่านอ๋องให้ดี” จอมอสูรเอ่ยอย่างง่ายๆ หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางจึงเดินจากไปโดยมีคนนอบน้อมเดินไปส่ง แต่เยว่ถิงรับรู้ได้ว่าถูกสายตาคนผู้นั้นเหลือบสำรวจอยู่จนกระทั่งสุดสายตา


            ทว่าเมื่อหวู่อ๋องจากไป เยว่ถิงได้ยินเสียงชั่งใจคล้ายประเมินของจอมอสูรดังขึ้นกับรองประมุข


            “มิทราบจิ้งจอกข่าวเช่นเขามาทำอะไรที่นี่”


            ซุนเหิงส่งเสียงถอนใจออกมา คงมองเยว่ถิงอยู่ พอจอมอสูรมิได้ว่ากระไรจึงเอ่ยต่อไป “เขามาเพื่อเตือนและมาขอความช่วยเหลือ ข้าเห็นว่าเขายังมีประโยชน์แก่เราอีกมากจึงยังรักษาสัมพันธ์ไว้ แม้จะเป็นอ๋องถูกเด็ดปีกแล้วก็ตาม”


            “จิ้งจอกภูเขาก็เป็นจิ้งจอกภูเขา จะให้เป็นมังกรฟ้าคงยาก ได้ข่าวว่าองค์จักรพรรดิมีพระราชโองการให้กักบริเวณเขาไว้ในตำหนักแคว้นหวู่ ออกมาเดินเล่นข้ามแคว้นเช่นนี้จะดีรึ หึ”


            “เขาพักอยู่ในเรือนลับของอ้ายอ๋องหลี่ถัง หากเกิดอะไรขึ้นเรามิต้องรับผิดชอบสิ่งใด อีกทั้งระหว่างนี้ข้าคิดว่าข่าวสารที่ได้จะเป็นประโยชน์แก่พรรคเราอย่างมาก”


            “เรื่องนี้ท่านจัดการแล้วกัน ส่วนเรื่องสุริยันพันแสง ในเมื่อรัชทายาทอยู่ที่นี่ ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ เรื่องระหว่างข้ากับอวิ๋นหลานก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงฝึกมือเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่”


            “เป็นท่านที่เข้าใจดี ข้ายินดียิ่ง”


ซุนเหิงคำนับอย่างโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เด็กชายผู้นี้ไม่ว่าดูอย่างไรก็เป็นผู้ใหญ่สวมรอยเด็ก เยว่ถิงอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นพวกข้ามภพเช่นเดียวกับตนหรือไม่ อีกทั้งตอนเล่นหมากล้อมยังเรียกจอมอสูรว่าเจ้าเด็กชิวหยางอีกด้วย แต่ไม่มีเวลาได้สงสัยอะไรมาก จอมอสูรก็จับตัวเขาขึ้นอุ้มอย่างไม่นุ่มนวลนักแล้วใช้วิชาตัวเบาออกจากศาลากลางน้ำ


ระหว่างการวิ่งผ่านกระเบื้องหลังคา ประมุขมารจงใจกระแทกกระทั้นฝีเท้าหนักจนเยว่ถิงกระเทือนทั้งร่าง จนกลัวว่ากระเบื้องจะแตกหักแล้วพังลงไปหรือไม่


“จำได้ว่าข้ามิเคยอนุญาตให้เจ้าออกมาเพ่นพ่าน”


 “ผู้น้อยขออภัย” เยว่ถิงจึงได้แต่ก้มหน้าขอโทษอย่างอับจน จอมอสูรคล้ายก้มลงมองแล้วส่งเสียงสะบัด


            “หึ! อวดดี ข้าคงทำให้เจ้าได้ใจมากเกินไป ตอบมา ไฉนกล้าออกมาจากเรือนเร้นจันทร์จนหลงมาถึงนี่”


            เยว่ถิงยกมือเกาะร่างจอมอสูรไว้อย่างไม่แน่ใจว่าควรจับหรือไม่ รังสีคุกรุ่นทำให้ใบหน้าหดเหลืออยู่สักสองนิ้ว ริมฝีปากแห้งและน้ำลายในคอเหนียวข้นขึ้นมา พยายามเอ่ยอย่างยากลำบาก


            “ผู้น้อย เอ่อ”


            “อะไร”


            แรงที่จับอุ้มร่างเยว่ถิงเพิ่มขึ้น ในใจเด็กหนุ่มตาบอดร้องว่าอย่าเพิ่งคาดคั้นได้หรือไม่ เมื่อครู่รอดมาครบสามสิบสองนับว่าโชคดีนัก แต่บัดนี้กำลังจะประสบเคราะห์กรรมต่อแล้ว


            “เพียง...แค่...”


            “เพียงแค่อะไร ลิ้นไก่เจ้าสั้นหรือไง พูดจาตะกุกตะกักอยู่ได้”


            น้ำเสียงจอมอสูรเย็นชามากขึ้นทุกที เยว่ถิงเม้มปาก เริ่มคิดว่าตนโง่เง่าขึ้นเรื่อยๆ สมคำด่าของจอมอสูร


            ท่องไว้ เพื่อเอาตัวรอด มิได้มีความหมายแฝงใดๆ ทั้งสิ้น ตัดใจได้แล้วจึงค่อยๆ เอ่ยออกมา


            “อยู่ในเรือนเร้นจันทร์เพียงผู้เดียว ผู้น้อยรู้สึกว่าเงียบเหงาเกินไป จึงได้ลอบออกมา... เผื่อมีโอกาสได้พบนายท่าน...”


            กึก!


            โครม!


            จอมอสูรที่วิ่งอยู่คล้ายก้าวเสียจังหวะจนใบหน้าชนโครมเข้าในกับกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นเข้าปกคลุมเหนือหลังคาสิ่งก่อสร้าง


เด็กหนุ่มขอทานตาบอดร้องเสียงหลงรีบคว้าจับคออีกฝ่ายไว้แน่นกว่าเดิม ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักร่วงลงพื้น ใบไม้นับไม่ถ้วนพุ่งกระจุยปลิดปลิวไปในอากาศ ส่วนหนึ่งตกลงบนตัวเขาทั้งคู่พร้อมกับกลีบบุปผาอ่อนส่งกลิ่นกรุ่นกำจาย ร่างสูงใหญ่หยุดชะงักงันแต่ยังทรงตัวอยู่บนหลังคาได้อยู่ แม้ว่าจะส่งเสียงอุทานเบาๆ ในลำคอ


            “นายท่าน เป็นอะไรหรือไม่”


เยว่ถิงยกมือขึ้นจับคลำใบหน้าจอมอสูรเพื่อตรวจความเสียหายโดยมิทันได้คิด


“...!


ประมุขสะบั้นสวรรค์ไม่ตอบคำ เยว่ถิงยิ่งตกใจ ไม่แน่ว่าอาจบาดเจ็บจนโลหิตไหล ขยับมือไล้ไปตามหน้าผากเรียบได้รูป ลงมาถึงคิ้วหนาตีเฉียงขึ้น กรอบดวงตาค่อนข้างลึก รูปสองชั้นตาค่อนข้างรีและคม มีกระดูกแก้มชัด โชคดีตั้งแต่สันจมูกสูงถึงปลายจมูกโด่งมิมีเลือดออก กระทั่งผิวเรียบไร้ตำหนิตามสันกรามแข็งแรงลู่ลงยังปลายคางก็ดูท่าจะไม่บวมห้อเลือด


ไม่พบจุดบอบช้ำใดๆ เยว่ถิงจึงค่อยถอนใจออกมา เสียงโครมเมื่อครู่ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เริ่มดีต่อกันและในฐานะคนที่ถูกอุ้มมา การที่ประมุขมารบาดเจ็บคงไม่ดีสำหรับเขา


ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ ได้ถูกมือของอีกฝ่ายดึงไว้ จู่ๆ จอมอสูรทรุดตัวลงนั่งบนหลังคาเสียอย่างนั้น


“...เจ้ายังไม่ได้สัมผัสอีกที่หนึ่ง”


น้ำเสียงจอมอสูรเคร่งเครียดผิดปกติ เยว่ถิงมุ่นหัวคิ้ว “ท่านบาดเจ็บหรือ? ไปหาท่านหมอประจำพรรคดีไม่”


หากแต่ ยามมือใหญ่กว่ากอบกุมนิ้วตนให้สัมผัสริมฝีปากนุ่มหยุ่นและร้อน ทั่วร่างเด็กหนุ่มจึงราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วทั้งตัว แทบจะชักมือกลับแต่ไม่อาจหลุดพ้น ครานี้รู้แล้วว่าเป็นเพียงการกลั่นแกล้ง


นิ้วถูกบังคับในไล่ไปตามผิวริมฝีปากช้าๆ จนรับรู้ว่าจอมอสูรมีปากเป็นรูปกระจับ เยว่ถิงรู้สึกหัวมึนตื้อด้วยความร้อนขึ้นมาเฉยๆ พยายามดิ้นรนดึงมือออก ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์คงขึ้นว่าโปรแกรมเออเร่อร์ ทั้งยังไม่ทราบว่าเขาเมากลิ่นใบไม้และดอกไม้ต้นนี้หรือไม่ จึงได้เขินอายแทบแทรกพื้นดินกับการรับรู้ยังปลายนิ้วและการปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มของตน


เขาช่างโง่นัก จอมอสูรพันศพหรือจะบาดเจ็บเพราะวิ่งชนกิ่งไม้!


“ฮ่าๆ นายท่านช่างขี้เล่นนัก หากมิเป็นอะไรก็อย่าทำให้ผู้น้อยเป็นห่วงเลย”


เด็กหนุ่มพูดรัวเร็วลิ้นแทบพันกัน ยังไม่เลิกพยายามดึงมือออกแม้ไม่เป็นผล


“ข้าเจ็บ เจ้าต้องรับผิดชอบ”


จู่ๆ เสียงพลันแหบต่ำลง เยว่ถิงที่ลนลานไปไม่ถูกยิ่งหาทางกลับไม่เจอ มืออีกข้างของจอมอสูรรวบเอวเขาเข้าชิด บัดนี้เยว่ถิงกำลังนั่งอยู่บนตักของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิตและแปรปรวนจนคนข้างกายหวาดกลัว เหตุใดความกลัวนั้นกลับได้สูญไปอีกครา


“บอกแล้วใช่ไหมว่าจะลงโทษ”


สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายยิ้มกริ่มอยู่ขณะกระซิบข้างหู แต่บนหลังคาที่ไหนไม่รู้กลางวันแสกๆ คงไม่ดีเท่าไหร่ “อ่า ผู้น้อยว่าค่อยรอจนถึงเรือนเร้นจันทร์ได้หรือไม่”


“เจ้าทำให้ข้าเจ็บด้วยเมื่อครู่ เพราะคำพูดนั้นช่างน่าขำจนข้าก้าวผิดจังหวะ หรือเจ้าคิดว่าข้าจะพ่ายต่อเจ้าเด็กไป่อวิ๋นหลานกัน”


“ผู้น้อยไหนจะกล้าคิดว่าท่านจะพ่ายแพ้”


“มีหรือข้าจะอ่านสีหน้าเจ้าไม่ออก”


ไม่รู้ว่าเขาแสดงสีหน้าออกไปเมื่อไหร่ ลมหายใจร้อนๆ เป่าผิวแก้มอยู่ ดับกระแสลมหนาวอันใกล้จะมาถึงใดๆ ทั้งปวงไปสิ้น เยว่ถิงรับรู้ได้ถึงมวนท้องเริ่มก่อตัว เมื่อจอมอสูรเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ ช้าๆ


เปล่า เขาไม่ได้อยากเข้าสุขาตอนนี้... แต่ความรู้สึกนี่ไล่ลามไปทั้งหน้าอกและทั่วท้อง


ก่อนที่ริมฝีปากทั้งสองจะสัมผัสกัน เยว่ถิงใช้ฝ่ามือกันไว้ เอ่ยกระซิบเสียงเบา


“ผู้น้อยอัปลักษณ์”


คล้ายได้ยินเสียงหัวเราะหึเบาๆ “ข้าไม่ได้จุมพิตที่แผลเจ้า”


อุปสรรคเดียวเท่าที่สามารถขวางกั้นได้ถูกดึงไปไว้ข้างตัว ปลายนิ้วดึงคางเขาลงมาอย่างแผ่วเบา เยว่ถิงสูดหายใจลึกๆ แล้วหลับตาลงแช่มช้า รับสัมผัสที่ยังไม่คุ้นเคย


การจุมพิตครั้งนี้ไม่ต่างจากแมลงปอแตะผิวน้ำ สู้ความรุนแรงร้อนเร่าก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทว่า... กลับรู้สึกว่ามีผีเสื้อนับพันกระพือปีกอยู่ในท้อง เข้าใจวลีที่กล่าวกันไว้ว่าเป็นจริงก็ในวันนี้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.653K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7706 3001mindong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 16:19
    แงงงงงงงงอยากรู้จังว่าทำไมท่านประมุขดูจะหวงแหนและหลงน้องขนาดนี้
    #7,706
    0
  2. #7672 กะเทยไหล่กว้าง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 11:36
    น่ารักกันจังเลย แงงงง ท่านประมุขคือเหมือนโดนยาเสน่ห์ เขาตาบอดก็แล้ว อัปลักษณ์ก็แล้ว ยังจะชอบเขาอีกกก
    #7,672
    0
  3. #7627 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 14:54
    เยว่ถิงงงง ขุ่นพี่เค้าหลงขนาดนี้แล้ว อย่าลืมเปิดใจตัวเองด้วยน้า
    #7,627
    0
  4. #7563 K.white wine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 00:00
    กรี๊ดดดด เป็นจูบที่อ่อนโยนมักๆ แอแงงงงงง
    #7,563
    0
  5. #7515 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 15:41
    จูบที่อ่อนโยนครั้งแรกของทั้งคู่ ฮือออ ปริ่มมม
    #7,515
    0
  6. #7489 Manao' MM (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 10:00
    ปากแข็งยิ่งนักนะท่านประมุข 55555
    #7,489
    0
  7. #7457 enjoyly_24 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:19
    เสียอาการเลยนะครับผม5555
    #7,457
    0
  8. #7419 ya.ong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 07:36
    กี๊สสสสสสสส หลงแล้วใช่ไหม
    #7,419
    0
  9. #7329 Deepgray (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 12:55
    เสียระบบกันเลยทีเดียว5555
    #7,329
    0
  10. #7311 taemynnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 01:02
    แงงง อ่อนโยนๆๆๆ
    #7,311
    0
  11. #7223 MinRos (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:47
    กรี๊ดดดด น่ารัก ทั้งจังหวะวิ่งชนกิ่งไม้ ทั้งจูจุ๊บ
    #7,223
    0
  12. #7199 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:04

    ที่เผลอใจเนี่ย เป็นเพราะที่ไปนอนในลังมาใช่มั้ย?

    #7,199
    1
    • #7199-1 taemynnn(จากตอนที่ 16)
      21 เมษายน 2563 / 01:02
      555555
      #7199-1
  13. #7136 Tartarinlove (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 02:06
    งงกับจำนวนคนในศาลา😂 ใครพูดประโยคไหน
    #7,136
    0
  14. #7105 Fueled me (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 07:32
    พบคนเผลอใจ 1 อัตรา
    #7,105
    0
  15. #7047 lilying_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 17:42

    กรี๊ดดดดนดนพานะนพ เขินนนนนนน โอยยยท่านประมุข ถึงกับสะดุดชนกิ้งไม้ แล้วยังขี้แกล้ง ฮื่อออออ

    #7,047
    0
  16. #7019 ภนบ♥ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:44
    มันเป็นสียอาการอะเนอะ5555
    #7,019
    0
  17. #6981 merinz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 00:21
    จะตายแร้ว เขินจะตาย แง
    #6,981
    0
  18. #6977 ❛F tO THE N 。 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 13:20
    กรี้ดดด เสียอาการแรงมากจ้าพ่อ
    #6,977
    0
  19. #6966 9494 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 13:07
    เขินตายไปเลยจ้าสาา
    #6,966
    0
  20. #6941 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:59
    ออหออออออออออ ละลายเลยมั้ยล่ะ
    #6,941
    0
  21. #6924 ซิ่วอะไรหนักหนา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 03:17
    น้วยมากกกกกก
    #6,924
    0
  22. #6921 reallelarat3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 14:52
    อ่อนโยนอะไรขนาดนี้เจ้าคะ
    #6,921
    0
  23. #6915 JeenRituyanon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 18:50
    ทำไมละมุนนนนตุ้นเเบบเน้้้
    #6,915
    0
  24. #6904 ppp_12 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 14:33
    เขินกว่าใครก็คือชั้นนน
    #6,904
    0
  25. #6890 orangemamalde (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:54
    ท่านประมุขชอบน้องใช่ไม่ใช่
    #6,890
    0