หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 14 : 14 - ผู้เก็บความลับ re4/10/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,319 ครั้ง
    4 ต.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

14 – ผู้เก็บความลับ

 

            ค่ำคืนแสนวุ่นวายในตำหนักผู้อาวุโสมู่แห่งพรรคมารสะบั้นสวรรค์ยังมิได้จบสิ้นตามที่คาดคิด หนึ่งร่างซ่อนเร้นในหีบผ้าถึงกับแข็งทื่อไปทั้งกาย ดวงตามืดบอดเบิกโพลงแล้วกลอกมองยังทิศทางของเสียง ความมืดแต่เพียงที่เห็นยิ่งทำให้โสตสัมผัสแจ่มชัด จินตนาการเตลิดไปตามสิ่งที่ได้ยิน


            “บัดซบ!” มู่อวิ้นหลงสบถเสียงดัง ลมหายใจปั่นป่วนผิดปกติ กระแสปราณรุ่มร้อนปะทุขึ้น รุนแรงยิ่งกว่าตอนอยู่กับซีหลงเสียอีก เยว่ถิงได้ยินเสียงเขาลุกพรวดขึ้นจนอาจเผลอปัดกาสุราแตกลงตามจอกเมื่อครู่ แต่นี่นับว่าเป็นเรื่องเล็กหากเทียบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น


“เจ้า... แล้วจะแก้พิษอย่างไร!


            “ต้องรอให้ฤทธิ์ยาสงบเอง” เจิ้งซื่อเองก็ทำได้เพียงเอ่ยเสียงสั่นๆ ฟังดูก็ทราบได้ว่าพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างมาก ปราชญ์อธรรมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เริ่มหายใจเร็วขึ้น ก่อนลุกพรวดขึ้นเช่นกัน สาวเท้าไปอีกด้านหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็วลุกลนจนอาจลืมไปว่ากำลังถูกตรวนพันธนาการกับบุรุษอีกคนหนึ่ง


“เฮ้ย!


“อยู่ห่างๆ ข้า!


เจิ้งซื่อร้องลั่นพร้อมผลักมู่อวิ้นหลงออกอย่างแรง คงเป็นการยิ่งสะกิดอารมณ์มาคุท่ามกลางสถานการณ์ที่อันตรายให้มากขึ้น ขุนพลหนุ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที “พูดหมาๆ มีตรวนนี่ล่ามอยู่ ข้าจะอยู่ห่างเจ้าได้กี่เซียะกันเชียว”


“งั้นก็อยู่ให้สุดปลายตรวน” จากน้ำเสียงคาดได้ว่าใบหน้าคงบึ้งตึงอย่างมาก เยว่ถิงนับถือเจิ้งซื่อจากใจจริง ยามโดนฤทธิ์ยาปลุกเข้าไปแล้ว ปราชญ์หนุ่มยังรักษาสติได้ดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ท่าทางร่างกายจะไม่ให้ความร่วมมือก็ตาม


“ข้าจะนอนแล้ว ถึงเช้าฤทธิ์ยาคงสงบลงเอง” จู่ๆ เจิ้งซื่อก็เอ่ยไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่ามู่อวิ้นหลงดูไม่เห็นด้วย ว่าอย่างหัวเสีย ขณะที่เสียงที่กล่าวออกมาเริ่มแหบพร่า ทุ้มต่ำแผ่วเบากว่าปกติ


“สภาพอย่างนี้จะนอนยังไง!


“นั่นมันเรื่องของเจ้า”


“เฮ้ย นั่นเตียงข้า”


“โวยวายน่ารำคาญ เจ้าจะทำอะไรก็ทำ ข้าจะนอน” เจิ้งซื่อยืนยันเสียงกระด้าง อารมณ์เสียขึ้นบ้างแล้ว เยว่ถิงระลึกได้ว่าตอนมาพูดคุยกันที่เรือนเร้นจันทร์ เจิ้งซื่อนับได้ว่าอารมณ์บูดและเหนื่อยอ่อนอิดโรยง่วงนอนมาอยู่ก่อน ได้ยินเสียงเดินและการดึงรั้งตรวนเข้ามาอย่างค่อนข้างแรง


“อะไรอีก!


“นั่นเตียงข้า” มู่อวิ้นหลงเน้นเสียงน่ากลัว “เจ้าลงไปนอนพื้นซะ”


“ไหนเจ้าบอกนอนไม่ได้ อย่ามาทำหวงก้าง” เจิ้งซื่อเองก็ปลดปล่อยรังสีพิฆาตออกมาปะทะอีกครา ฝืนเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่สนใจมือซ้ายเจ้าของห้อง คล้ายกับปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรอีกทั้งสิ้น มู่อวิ้นหลงดูตะลึงในความอดทนของปราชญ์อธรรมและรู้สึกหงุดหงิดใจที่ถูกหมางเมิน


กระแสปราณดุร้ายบ่งบอกว่าอยากจะทำลายอะไรสักอย่างเมื่ออารมณ์บุรุษในร่างที่มีแต่จะคุกรุ่นขึ้นราวกับไฟ เป็นแรงอารมณ์ที่เขาแทบฝืนต้านไม่ไหว ทว่าเจิ้งซื่อกับเมินเฉยต่อมันราวกับกำราบได้ง่ายดาย


ขุนพลสายบู๊ขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน คงกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับคู่อริที่กลับนอนหลับได้หน้าตาเฉย


ตึง!


“ทำอะไรของเจ้า” เจิ้งซื่อร้องอย่างไม่พอใจ “ไหนว่าไม่นอนจะมาเบียดให้ยิ่งร้อนทำไม ออกไป”


“ห้องก็ห้องข้า เตียงก็เตียงข้า ข้าไม่เตะเจ้าลงไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว” อีกฝ่ายคำรามฮึ่มๆ ด้วยความไม่ยอมพ่ายแพ้ เจิ้งซื่อขยับตัวเสียงดังอย่างรำคาญใจอย่างมาก แต่ก็ไม่อาจจะโต้เถียงสิ่งใด น่าจะพลิกตัวหันหลังให้แก่มู่อวิ้นหลงแทน


แม้บรรยากาศในห้องจะร้อนผะผ่าวจนเยว่ถิงยังรู้สึกได้ ทว่าหากสองผู้อาวุโสจัดการกับอารมณ์ตัณหาของตนเองได้คงไม่มีอะไรอีก เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาแทบหมดปอด ถึงอดีตชาติเขาจะเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบปลายๆ แต่ก็เคยผ่านแต่ผู้หญิง จะให้นอนฟังหนังสดของยอดชายสองคนในระยะประชิดเกรงว่ายังทำใจไม่ไหว


เวลาผ่านไปครู่หนึ่งโดยบรรยากาศเงียบเชียบ ทว่ายามกำลังคล้ายสะลึมสะลือ ก็ได้ยินเสียงแปลกดังขึ้นขัดขวางการเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง


“เจ้า เจ้าทำบ้าอะไร!


ครานี้เสียงปราชญ์อธรรมกลับฟังดูแตกตื่น หลุดจากมาดแข็งไม่อ่อนข้อเมื่อครู่ เจิ้งซื่อคล้ายขยับตัวดิ้นรนไปมาอยู่บนผ้าปูแต่ถูกรวบรัดร่างอยู่ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ ทำให้อีกหนึ่งร่างไม่ได้รับเชิญรู้สึกเริ่มหายเมาขี้ตาขึ้นมา หูผึ่งต่อสรรพเสียงรอบตัวทันที พอได้ยินเสียงกระซิบของมู่อวิ้นหลงบ้าง เยว่ถิงถึงกับร้องสบถยาวแทบไม่เป็นคำในใจ


“ข้ารู้เจ้าเองก็ทนไม่ไหว”


อะไรมันจะดูหื่นกามได้ถึงขนาดนั้น!


“เจ้า อ๊ะ”


อย่า! อย่าทำอย่างนั้น ลุกขึ้นมาออกกำลังกายกันเถอะ เชื่อเขา เขาลองแล้ว


เยว่ถิงอยากเปิดหีบออกไปเป็นผู้นำการซิทอัพและกระโดดตบให้ทั้งสองผู้อาวุโสเหลือเกิน ทว่าทำได้แต่กระสับกระส่ายเหงื่อแตกพลั่กอยู่ในที่แคบ กลิ่นเสื้อผ้าหอมเหล่านี้มิได้แย่นัก แต่สิ่งที่ได้ยินต่างหากกำลังทำเอาเขาประสาทเสีย


“มู่... ฮ่า...!” ใครจะรู้ว่าเจิ้งซื่อยามตกอยู่ในห้วงกามารมณ์จะครางได้กระเส่าขนาดนี้ เยว่ถิงเกลียดตัวเองที่คิดอย่างนั้น แต่ต้องยอมรับว่าเสียงหอบหายใจของปราชญ์อธรรมที่เป็นบุรุษไม่ได้แย่ขนาดรับไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ความว่าจะทำให้ขอทานตาบอดอยากนอนฟัง มือไม้เด็กหนุ่มพยายามควานหาอะไรก็ได้มาอุดหู แม้ในความจริงแล้วจะไม่ได้ผลก็ตาม


เสียงมือสัมผัสเนื้อรัวเร็วเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก...เอาเถอะ! ผู้ชายทุกคนย่อมรู้ รวมถึงได้ยินเสียงริมฝีปากไล่ประกบจูบตามผิวอย่างหยาบโลนร้อนแรง เจิ้งซื่อบัดนี้ครางไม่เป็นภาษา ส่วนคนรุกรานก็หายใจรุนแรงไม่ต่างกัน


“เฮือก!


เสียงสะท้านกายของเจิ้งซื่อดังกังวานทั่วห้อง ตามด้วยเสียงเย้ยเบาๆ ปนหยอกเหย้าอย่างได้ใจของมู่อวิ้นหลง


“ทำเป็นทนได้ แท้จริงแล้วเก็บไว้มากมาย”


“ไอ้...!” เจิ้งซื่อไม่ทันได้โวยวาย ก็ถูกครอบครองริมฝีปากด้วยริมฝีปาก ดูดกลืนถ้อยคำทั้งหมดไป เสียงสัมผัสระหว่างกันและกันคราแรกเหมือนการบังคับให้รู้สึกทรมานเกินทานทนอยู่ฝ่ายเดียว แต่ไม่นานกลับดูเหมือนว่าปราชญ์อธรรมก็เริ่มมีอารมณ์ร่วม เสียงจุมพิตอย่างดูดดื่มเล้าโลมทำให้ทั้งห้องกลายเป็นทะเลเพลิง


“พอ พอแล้ว หยุด...”


“เจ้าไม่อยากให้ข้าหยุดหรอก”


“อ้า อ๊ะ ฮ่า”


อ๊าก!


เยว่ถิงกรีดร้องในใจ มู่อวิ้นหลงยังไม่เท่าไหร่ แต่ต่อไปเขาจะมองหน้าเจิ้งซื่อได้ยังไง สวรรค์ช่วยตอบคนตัวเล็กๆ เช่นเขาที ทำไมไม่มีเมตตาแก่กันบ้างเลย


ทั้งสองมิได้เพียงแต่จะหยุดที่การเล้าโลม ธรรมชาติยาปลุกราคะเองยิ่งสุมไฟยิ่งลุกไหม้ มู่อวิ้นหลงกัดขบไปทั่วร่างเจิ้งซื่อ มือบีบเค้นไต่ลูบไล้สำรวจทุกสัดส่วนไม่มีเว้น ยังดีที่มิได้ไม่ตระเตรียมฝ่ายรองรับก่อน แต่เยว่ถิงคิดว่านี่ไม่ใช่เวลามาห่วงเจิ้งซื่อกระมัง


เยว่ถิงพยายามจะหลับอีกครั้ง แต่นับว่าไร้ประโยชน์อย่างที่สุด ยามนิ้วมือของมู่อวิ้นหลงทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้น คราวนี้จึงถึงจุดร่วมผสานหลอมร่างเป็นหนึ่งเดียว ครั้งแรกเจิ้งซื่อกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น ต่อด้วยเสียงปลอบอย่างผิดธรรมชาติจนน่าประหลาดใจของมู่อวิ้นหลง นี่เมายาหรือเมาสุราอยู่กันแน่


“ไม่เป็นไร เจ้ารับข้าได้ เชื่อสิ”


“ฮึก...”


เจิ้งซื่อร้องไห้... มู่อวิ้นหลงโน้มกายกอดปลอบอย่างอ่อนโยน...


ไม่รู้ว่าปราชญ์อธรรมเจ็บปวดหรือเสียใจที่เสียบริสุทธิ์ให้คู่แค้น เยว่ถิงถึงกับยกมือปิดปากตัวเอง ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับการเป็นพยานรู้เห็นการญาติดีเป็นครั้งแรกของสองผู้อาวุโสแห่งพรรคสะบั้นสวรรค์ดี หรือการปล่อยให้ทั้งคู่ตีหัวเขาแล้วตื่นมาจำอะไรไม่ได้จะเป็นหนทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่


“อย่าร้องไห้ เจ้าอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”


“เจ้า... เอาออกไป!” เจิ้งซื่อว่าทั้งยังมีก้อนสะอื้น แทบจินตนาการได้ว่าบัดนี้น้ำตาคงเปรอะเปื้อนทั่วไปหน้าด้วยความเจ็บปวด คงเป็นครั้งแรกกับบุรุษด้วยกันแน่แท้


“เจ้าจะฝึกวรยุทธ์มากมายทำไมหากแค่นี้ยังรับไม่ได้” เมื่อปลอบอย่างไรก็ไม่ได้ผล มู่อวิ้นหลงที่คล้ายวิตกกังวลจึงเริ่มดุขึ้น วิธีนี้น่าจะส่งผลดีขึ้น เจิ้งซื่อหยุดเสียงตนเอง เอ่ยด่ากลับอย่างคับแค้นใจ


“มารดาเจ้าเถอะ! ลองมาเป็นข้าไหม!!


“ด่าข้าได้ แสดงว่าเจ้าไหวแล้ว”


มู่อวิ้นหลงคงยักยิ้มร้ายกาจ พลันได้ยินเจิ้งซื่อร้องเสียงหลงเมื่อถูกขยับโถมร่างเข้าใส่อย่างไม่มีการปราณีต่อไป ตลอดชั่วราตรีแสนยาวนานได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เตียงไม้สั่นโยกตามจังหวะอย่างรุนแรงจนเกรงว่าสามารถหักได้ทุกเมื่อ


จากคำพูดของมู่อวิ้นหลง เยว่ถิงจึงได้รู้ว่าลองกันไปทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ลิ้มชิมรสกันและกันจนกระทั่งโซ่ตรวนรั้งขาดสะบั้นออก


แต่จุดที่พีคที่สุด เห็นจะเป็นการเปลี่ยนสถานที่มาบนหีบข้าวของ มีตั้งสามหีบแต่มู่อวิ้นหลงยังดันเลือกหีบที่เขาอยู่ เยว่ถิงจึงจำต้องทนต่อการสั่นเขย่าจนตัวกระเทือนไปทั้งร่าง หลายครั้งเข้าเจิ้งซื่อจึงคล้ายสติพร่าเลือนหลุดลอยไป พร่ำขอความเสียวซาบซ่านจากอีกฝ่ายมากขึ้นโดยลืมเลือนความเขินอาย จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าจึงสงบเหมือดหมดแรงไป


มู่อวิ้นหลงหลังเสร็จกิจก็ดูพอใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เยว่ถิงรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อรับรู้ว่าขุนพลพิฆาตกิเลนแอบลอบหอมแก้มเจิ้งซื่อตอนหลับด้วย แถมด้วยการหัวเราะหึๆ ในลำคอ “หึ ตอนหลับดีกว่าตื่นตั้งไม่รู้กี่เท่า”


อะไรมันจะข้าวใหม่ปลามันถึงเพียงนี้ จอมอสูรอาจได้เป็นประธานพิธีวิวาห์แล้ว


 มู่อวิ้นหลงแต่งตัวแล้วออกไป เยว่ถิงตาค้างเป็นนกฮูกรอจนคิดว่าสบโอกาสจึงใช้มือสั่นระริกเปิดหีบออก ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าเทพเจ้าโชคลาภคงมิได้มีความชอบใจในตัวเขาอย่างมาก เพราะว่าเจิ้งซื่อได้ตื่นขึ้นมาพอดี


“...เจ้า”


น้ำเสียงตกใจของปราชญ์อธรรมบัดนี้แห้งผากด้วยเพราะใช้เสียงมากมายตลอดคืน แต่บ่งบอกได้ว่าสามารถฆ่าคนได้ในทันที ทั้งยังเต็มไปด้วยความอยากปลิดชีพตัวเองด้วยเช่นกัน เมื่อตระหนักรู้ว่าเยว่ถิงคงได้ยินส่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด


เยว่ถิงถูกปราณนั้นจู่โจมร่างจนนิ่งตะลึงค้างเป็นรูปปั้น ทำได้แต่ร่ำไห้ออกมาในใจ เหงื่อที่ชุ่มโชกกายซึ่งแห้งหายแล้วได้ไหลซึมจากด้านหลังอีกด้วย ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไร ต้องด่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ดันกระตุกยิ้มโง่ๆ ออกไปอีกหนึ่งที


“เอ่อ...”


แน่นอนว่ายิ่งยั่วยุอารมณ์ไม่ปกติของอีกฝ่ายให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก


“เจ้า!” เจิ้งซื่อที่คาดว่าน่าจะหมดแรงข้าวต้มไปแล้วไม่รู้ว่าไปเอาเชื้อเพลิงสำรองมาจากไหน ก้าวพรวดเดียวถึงตัวเด็กหนุ่ม ใช้มือจับคอแล้วยกร่างลอยสูงขึ้น เยว่ถิงดิ้นรนต้องหายใจออกทางปาก


มือขวาแห่งจอมอสูรพันศพคงหน้าดำคร่ำเครียดอย่างมาก ทั้งโกรธแค้นใจแสนสาหัส ทั้งอับอายมิอาจบรรยายเป็นคำพูด แทบอยากบีบคอเยว่ถิงให้ยับคามือ แต่ยังยั้งแรงไว้ให้พอหายใจได้แม้จะลำบากจนหน้าเขียวหน้าดำก็ตาม เจิ้งซื่อเอ่ยเค้นเสียงสั่นๆ ราวกับเป็นระเบิดเวลาที่อีกไม่นานจะทำลายล้างทุกอย่างรอบตัว


“เจ้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม”


เยว่ถิงพยักหน้าแหงกๆ อย่างยากลำบาก ส่งเสียงฮืดฮาดและเริ่มยกมือปัดป่าย เจิ้งซื่อยังมิยอมปล่อยเขาไปโดยง่าย สัมผัสได้ว่าใบหน้าเสนาธิการฝ่ายบุ๋นแห่งสะบั้นสวรรค์คงแดงเถือกไปหมดขณะตวาดแผดเสียงใส่อีกครั้ง หลุดการควบคุมทั้งปวง “เข้าใจไหม!

“ขะ ข้าเข้าใจแล้ว” เยว่ถิงรับคำ ใครจะอยากเล่าเรื่องนี้ต่อกัน


เสียงเปิดประตูดังผัวะเข้ามาขัดจังหวะ


โครม!


เจิ้งซื่อเหวี่ยงร่างเยว่ถิงยัดกลับลงในหีบด้วยอารมณ์โมโห พร้อมใช้เท้ากระทืบฝาหีบปิดตามมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วจนกระแทกหัวเขา เด็กหนุ่มทั้งมึนงงและน้ำตาเล็ดจนอุปทานไปว่าเห็นดาวลอยระยิบระยับรอบศีรษะ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงผู้เข้ามาจึงต้องขอบคุณการกระทำแสนป่าเถื่อนแต่หวังดีนั้น


“เจ้าทำอะไร” น้ำเสียงนุ่มทุ้มระรื่นของมู่อวิ้นหลงยิ่งกระตุ้นต่อมอารมณ์เจิ้งซื่อ เขากระแทกเสียงกลับไป “แค่แมลงตัวหนึ่ง... อึ่ก”


ได้ยินเสียงเจิ้งซื่อเข่าอ่อนร่างทรุดลงนั่งบนพื้น เมื่อครู่คงฝืนเอามากที่รีบพรวดพราดเคลื่อนที่เข้ามาเอาเรื่องกับเยว่ถิง อย่างไรก็ตามมู่อวิ้นหลงดันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เจิ้งซื่อคำรามสติหลุดการควบคุมไป


“เจ้ากล้า...!” เหมือนเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถ้อยคำติดอยู่ยังลำคอ มู่อวิ้นหลงที่น่าจะยังยืนเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ที่ประตูจึงต่อให้เขาโดยไม่รู้สึกกระดากปาก


“เห็นเจ้าเร่าร้อนน่าเอ็นดูขนาดนั้น ข้าก็ส่งน้ำสวาทไปให้ร่างเจ้าได้ลิ้มรสบ้าง เมื่อคืนเจ้าเองก็ชอบมิใช่หรือไร ขอให้ข้าแรงอีกแรงอีก”


“...” เจิ้งซื่อไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้อีก คล้ายอับอายจนหมดคำพูด


เมื่อสภาพไม่อาจสู้มู่อวิ้นหลงที่ดูสดชื่นมีกำลังได้จึงระบายอารมณ์กับเยว่ถิงในหีบแทน


ปราชญ์หนุ่มฝืนตัวลุกขึ้นแล้วเตะหีบอย่างแรง เยว่ถิงเกือบร้องลั่นออกมา ยามหีบผ้าที่ใช้หลบซ่อนอยู่ถูกแรงกระแทกพุ่งทะลุหน้าต่างตกลงบนพุ่มไม้นอกห้องนอน โชคดีที่ไม่สูงนักและไม่ได้ลงกระทบพื้น แต่เมื่อกี้หัวใจเด็กหนุ่มได้หล่นลงไปตาตุ่มเรียบร้อย ได้ยินเสียงมู่อวิ้นหลงบ่นลอยมา


“เจ้านี่มันอารมณ์ร้ายจริงๆ ทำไมชอบทำลายข้าวของตำหนักข้านัก”


เจิ้งซื่อพยายามฝืนทนเข้าทำร้ายมู่อวิ้นหลง ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างจากที่คิดนัก เขาถูกจับกดลงบนเตียงอีกรอบ มู่อวิ้นหลงขู่ว่าหากได้เริงรักกันกลางวันแสกๆ ก็ไม่อายแก่ใคร เจิ้งซื่อจึงได้หยุดอาละวาด เวลาต่อมา คล้ายว่าเขาตัวร้อนเป็นไข้แล้วหมดสติเสียไปดื้อๆ เยว่ถิงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่มือที่จับคอตนเองก็ร้อนผะผ่าวเลยทีเดียว


มู่อวิ้นหลงนับว่าร้ายนัก เล่นเสียเจิ้งซื่อไม่ได้พักตลอดคืน แถมการร่วมรักนี่มิใช่ธรรมดา เป็นการทำให้ปราณคู่อริแตกซ่านไปด้วยแล้วสูบเข้าร่างตนเอง การที่เจิ้งซื่อยังพยายามลุกขึ้นได้ก็นับว่ายอดแล้ว


ระหว่างมือซ้ายจอมอสูรพันศพออกไปตามหมอมา เยว่ถิงจึงได้โอกาสหลบหนี แต่ร่างกายยังเคลื่อนที่ได้ไม่ดีนักเพราะปวดเมื่อยอย่างมาก จึงจำต้องลอบลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ประดับ อันตอนนี้ตัวเขาเองก็ถูกจอมอสูรกักบริเวณอยู่เช่นกัน ดีแค่ไหนเมื่อเจิ้งซื่อเหมือนจะไม่เอาเรื่องแก่เขาและเตะหีบออกมาให้ หรือแท้แล้วเอาเรื่องไม่ได้ก็ไม่อาจรู้


กว่าเยว่ถิงลากสังขารลอบออกจากตำหนักขุนพลพิฆาตกิเลนได้ก็เสียเวลาไปมาก ตอนนี้มีคนเดินไปมาในพรรคเพราะเป็นเวลาเช้าตรู่แล้ว แม้จะไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ลำบากกว่ายามวิกาลที่มีความมืดช่วยปิดบังซ่อนเร้นร่างกาย


น่าเศร้า เส้นทางที่อุตส่าห์ตั้งใจจดจำอย่างดิบดีตอนอยู่ในหีบผ้า บัดนี้เจอเรื่องราวชวนช็อกของสองผู้อาวุโสใหญ่ประจำพรรคเข้าไปก็ลบเลือนกระเจิงหายไปหมดเช่นกัน


พรรคสะบั้นสวรรค์กว้างใหญ่นัก นี่ก็นับเป็นครั้งแรกที่ออกจากเรือนเร้นจันทร์ด้วยตนเอง เด็กหนุ่มตาบอดรู้สึกว่ายิ่งเดินหรือคลานไปไหนก็ยิ่งมืดแปดด้าน ขณะนั่งพักในซอกอาคารแห่งหนึ่ง นึกไปถึงคำพูดของจอมอสูรพันศพว่าคนในพรรคส่วนใหญ่ชิงชังเขานักหลังจากได้ฟังคำทำนาย มิรู้ว่าจะหักห้ามอารมณ์มิให้เข้าทำร้ายได้หรือไม่


ได้แต่ภาวนาต่อฟ้าดินว่าขอให้นำทางเขาสู่เรือนเร้นจันทร์อย่างปลอดภัยด้วย


การคลำทางด้วยดวงตามืดบอดและยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร มีผู้คนในพรรคขบวนหนึ่งเดินมา เยว่ถิงจึงหลบหนีเข้าไปยังส่วนอาณาเขตที่ปลอดผู้คนแห่งหนึ่ง


กลิ่นบุปผาชาติหอมหวนละล่องลอยมาตามสายลม มิได้หอมหวานละมุนละไมเช่นที่ตำหนักเทพธิดาพยากรณ์ แต่เป็นกลิ่นหอมเย็นสบายและให้ความรู้ลึกลับปะปนกันของมวลผกาหลายชนิด ใบไม้ปลิดปลิวพร้อมกับพัดเอาเส้นผมและอาภรณ์ไปด้วย รวมถึงได้ยินเสียงธาราและวิหคร้องแว่วมา


ไร้ซึ่งเสียงผู้คนใดๆ เงียบสงบจนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนที่ตัดขาดออกมาจากพรรคสะบั้นสวรรค์อีกส่วน เยว่ถิงเริ่มมุ่นหัวคิ้ว แอบย่องลัดเลาะไปตามทางเดินหินกรวดมนตามพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ สถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าร่มรื่นมากทีเดียว


ได้ยินเสียงแว่วของสายน้ำกระเพื่อมไหว สถานที่เบื้องหน้าน่าจะเป็นศาลากลางน้ำที่ถูกสร้างยื่นเข้าไปกลางสระบัวขนาดใหญ่ แม้มองไม่เห็นก็รับรู้ได้ว่าคงงดงามน่าพักผ่อนอย่างมาก


พอเข้าใกล้ถึงจุดหนึ่ง เด็กหนุ่มก็ต้องรีบหดตัวลงนั่งในพุ่มไม้มู่ตันขนาดใหญ่ พลันรับรู้ว่ามีคนสองคนอยู่ในศาลานั้นได้ด้วย เสียงวางหมากล้อมบนกระดานไม้ดังเพี๊ยะ พร้อมมีเสียงสะบัดพัดในมือ น้ำเสียงชวนฟังเอ่ยอย่างสบายอารมณ์และเจ้าสำราญ ทำให้เข้าใจไปว่าคนผู้นี้อุปนิสัยเปิดเผยมิมีอะไรในใจ แต่แท้แล้วค่อนข้างจะผ่านโลกมามาก


“เป็นท่านชนะอีกแล้ว ท่านซุนเหิง”


“หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยาง เจ้ายังต้องฝึกฝีมืออีกมาก”

เสียงหัวเราะที่สองทำให้เยว่ถิงรู้สึกประหลาดใจ เป็นเสียงเด็กผู้ชายอายุไม่น่าเกินสิบสองปี เอ่ยเจื้อยแจ้วคล่องแคล่วยามเก็บรวบรวมตัวหมาก อีกทั้งหากคู่สนทนาสูงศักดิ์เป็นถึงอ๋องครองแคว้นหวู่ดังว่า เยว่ถิงก็รู้สึกไม่ดีอย่างมากที่จะลอบแอบฟัง แต่เขาไม่มีจังหวะออกไปเมื่อเข้าใกล้ถึงเพียงนี้ นับว่าเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟโดยแท้


“สถานการณ์ลุ่มน้ำวูซาเป็นอย่างไรบ้าง”


“ชนเผ่าซ่งหู่และฟูซีเตรียมเปิดสงคราม อ้อ แล้วมีเรื่องที่สำคัญอีกประการ เรื่องนี้เพิ่งมีท่านคนแรกที่ข้าบอกให้รู้” เยว่ถิงรับรู้ถึงลางร้ายเลาๆ ยามได้ยินหวู่อ๋องผู้นั้นเอ่ยด้วยเสียงจริงจังขึ้น “ตอนนี้พระเชษฐา(พี่ชาย)อยู่ที่แคว้นอ้ายแล้ว คาดว่าคงมาจัดการเรื่องวูซากับสองชนเผ่านี่เอง หากเป็นไปได้อย่าเพิ่งมีการปะทะระหว่างพรรคจะดีกว่า”


“อืม ขอบใจเจ้ามาก แต่เรื่องนี้ในพรรค เจ้าเด็กชิวหยางนั่นจัดการอยู่ ข้ามีหน้าที่แค่เสาะแสวงหาเงินตราและสมบัติในใต้หล้า คงได้แต่เตือนเท่านั้น”


“ท่านเป็นถึงรองประมุขพรรค เขาย่อมฟังท่านอยู่แล้ว ข้าเองก็เตือนด้วยความหวังดี” หวู่อ๋องหลี่ซื่อหยางยกชาจิบขึ้น เว้นวรรคไปเล็กน้อย


“ทั้งช่วงนี้องค์จักรพรรดิมีอาการประชวรเป็นโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายขาด แต่ทรงปิดบังมิให้องค์รัชทายาทรู้ แต่ท่านก็ทราบว่าเขาฉลาดแค่ไหน แสร้งทำเป็นเฉยเมยต่อทุกสิ่งแต่กลับรู้ทุกอย่าง คงคิดจะไปหาหมอเทวดาซุ่ยหวางเจียด้วยเช่นกัน อ้ายอ๋องหลี่ถังผู้คุ้มครองเขตเขาหลวนซานก็พยายามจะประจบสอพลอเต็มที่ ทั้งๆ ที่ก่อนนี้มิได้จะใส่ใจอะไรนัก”


“พูดตามตรง” เด็กชายนามซุนเหิงส่งเสียงคล้ายมีอะไรติดในลำคอ “องค์รัชทายาทแห่งชางเหอไปที่ใดก็กระเทือนได้ทุกที่ ได้ข่าวว่าเพิ่งกวาดล้างหนึ่งสำนักและสองพรรคไป ไม่สนใจว่าเป็นอธรรมหรือธรรมะ เพียงเพราะว่าสร้างความวุ่นวายในเขตการค้าสุ่ยหนาน ต่อให้เป็นหนึ่งในเจ็ดพรรคใหญ่เช่นสะบั้นสวรรค์หรือสุริยันพันแสง หากทำให้ขัดเคืองเข้าคงลำบากเช่นกัน”


“เป็นจริง ทั้งอารมณ์เขาเองก็มิค่อยจะดีด้วย เนื่องจากยังคงสะเทือนใจกับการสูญเสียบุตรในครรภ์พระสนมไปพร้อมเหตุการณ์ใหญ่ในวังหลวง แม้นางเป็นแค่อนุลำดับสามและไม่ได้รับความโปรดปรานมากก็ตาม เฮ้อ ถึงผ่านมาหลายปี พระเชษฐามีท่าทีนิ่งเฉยราวกับลืมเลือนแล้ว ทว่าภายในใจยังชอกช้ำนัก  ตัวข้าเป็นน้องชายคนสนิทย่อมรู้ดี”


น้ำเสียงท่อนนี้เศร้าสร้อยและเจ็ดปวด ก่อนถูกปรับให้เป็นปกติดังเดิม “ดังนั้น หากพระเชษฐารู้ว่าพรรคสะบั้นสวรรค์และสุริยันพันแสงคิดก่อการปะทะกัน ย่อมมิมีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น”


“เจ้าเองก็เถอะ ระวังตัวให้ดี” เด็กชายที่มีศักดิ์เป็นรองประมุขพรรคสะบั้นสวรรค์ได้อย่างเหลือเชื่อใช้น้ำเสียงสุขุม “ถึงเจ้าไม่พูด แต่ข้ารู้ว่าเจ้าออกจากแคว้นหลวงมาด้วยเหตุใด และถูกลดขั้นเพราะเหตุใด หากองค์รัชทายาทรู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อพยายามสมานเส้นปราณที่ถูกตัดสะบั้นไปคงไม่ชอบใจแน่”


“เรื่องนั้นข้ารู้ดี...”


เยว่ถิงไม่เข้าใจข้อมูลมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด แต่ตอนนี้เขาคิดว่าควรเลิกรับรู้ได้แล้วหากไม่อยากพบเจอปัญหามากมาย


จักรวรรดิชางเหอมีเจ็ดแคว้น แคว้นหลวงหลักคือแคว้นชาง ผู้เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งเจ็ดแคว้นยิ่งใหญ่เพียงไหนขอทานเช่นเขามิอาจเอื้อมแม้แต่จะคิด แค่อ๋องคนหนึ่งสนทนากับรองประมุขสะบั้นสวรรค์ก็มิควรฟังแล้ว


“หืม”


เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะถูกคว้าหลังคอเสื้อแล้วยกขึ้นราวเป็นถุงน้ำแกง ปราณของผู้ปรากฏกายขึ้นใหม่ทะลุทะลวง แม้สงบไม่คุกคาม ทว่า... เยว่ถิงกลับรู้สึกว่าโลหิตในกายแทบหยุดไหล อากาศแลกเปลี่ยนในขั้วปอดแทบไม่ทำงาน


“กระต่ายของใครมาแอบฟังอยู่แถวนี้กัน”


บุรุษผู้มาใหม่นี้ พลังปราณไม่ได้ด้อยกว่าจอมอสูรพันศพเลย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.319K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7705 3001mindong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 14:01
    มีเรื่องทุกตอนเลยลูกเอ๊ย
    #7,705
    0
  2. #7562 K.white wine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:43
    มีเรื่องอีกแล้วยัยหนู
    #7,562
    0
  3. #7497 SehunMark (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 12:09
    ตอนแรกก็นึกว่าพี่ซีหลงจะเสร็จ พีคคคค
    #7,497
    0
  4. #7418 ya.ong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 07:19
    พีคอีกละจ้าาา
    #7,418
    0
  5. #7338 Lem_neo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 02:09
    ก่อนเเรกเราหลงไปจิ้นคู่ซีหลงกับพี่มู่หลันอะ มีมัดมีกระชาก เเต่เเล้วเเบบ โอ้ว โอ้ว โอ้วไม่คิดว่าคู่กัดจะ ---ตี๊ด*กัน

    หนูสตั้นเเต่ก็ภาคภูมิค่ะ❤️
    #7,338
    2
    • #7338-1 Lem_neo(จากตอนที่ 14)
      23 เมษายน 2563 / 02:10
      เเก้ไขค่ะ พี่มู่อวิ๋น
      #7338-1
    • #7338-2 Lem_neo(จากตอนที่ 14)
      23 เมษายน 2563 / 02:11
      จำชื่อได้---มาก ขอโทษค่ะ
      #7338-2
  6. #7279 momosonoerung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 13:21
    อ๋าาาาา ฝ่าบาทกับ ซีหลงเจอกัน ตอนนี้หรือป่าวววว
    #7,279
    0
  7. #7222 MinRos (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:35
    พระสนมคนที่ตายต้องเป็นแม่เยว่ถิงแน่ๆ *เดา ^^
    #7,222
    0
  8. #7195 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:25

    กำความลับเค้ารอบพรรคแล้วลูกชั้น 55555

    #7,195
    0
  9. #7157 Panawin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 10:15
    สำหรับคห.ที่ #7,104 โคมไเหรอคะ ทันจริงๆคะโคมไฟน่ะ 55555
    #7,157
    0
  10. #7135 Tartarinlove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:29
    โว้ยคู่ผีพลักที่แท้จริง. ไม่เคยคิดเลยยย
    #7,135
    0
  11. #7104 Fueled me (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 07:14
    เจอคนใหม่ๆได้ตลอดจริงๆ ตัดภาพไปที่โคมไฟนะคะสำหรับท่านผู้อาวุโส555555555555
    #7,104
    0
  12. #6889 orangemamalde (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:47
    ไม่คิดว่าทั้งสองคนจะลงเอยกันแบบนี้ น้องถิงไม่รู้ๆๆๆ
    #6,889
    0
  13. #6866 mytty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 11:18

    ขำคู่นั้นมากๆๆๆๆๆ คิดเล่นๆไว้ไม่นึกว่าจะไวขนาดนี้555555555

    #6,866
    0
  14. #6843 Nyctophiliaaaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 23:07
    เอาล่ะคู่แค้นได้กันจริงๆ555555555
    #6,843
    0
  15. #6732 chalillxx_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:31
    ร้อนแรงมากค่ะ กี๊สสๆๆๆ
    #6,732
    0
  16. #6691 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 01:40
    น้องถิงไปหาเรื่องเพิ่มอีกแล้วค่ะ5555
    #6,691
    0
  17. #6667 Wang19th (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 17:42
    ตลกคู่แค้นแสนรัก 5555555 ได้กันเฉย หักมุมมาก 5555
    #6,667
    0
  18. #6619 patsaweepakpp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:57
    อ่ยยยยน้องเอ้ย รู้เยอะมากน้อง แบบเห้อ
    #6,619
    0
  19. #6547 Ppttyc_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 17:03
    เจิ้งซื่อเสียท่าให้อามู่แล้วใจชั้นมันเหลวแหลกแต่ก็เลือดจะหมดตัวอีกเช่นกัน55555เขาได้กันแล้วแม่!
    #6,547
    0
  20. #6513 Shin Night (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 00:28
    นี่น่ะรึรองประมุขขขขข ผู้อาวุโสทั้งสองของข้าาาา5555
    #6,513
    0
  21. #6493 maybee23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 12:47
    น้องเป็นรู้เรื่องอะไรมาอีกเนี่ยยย
    #6,493
    0
  22. #6460 Kawaiimm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 01:32
    อมก ก้คือได้กันก่อนพระนายอีกน้าคู่นี้ เยี่ยมๆ ชิปขำๆมาตั้งแต่แรกไม่นึกว่าจะลงเอยกันจริง555555
    #6,460
    0
  23. #6400 PairofDollopheads (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 20:45
    คู่นี้กร้าวมาก
    #6,400
    0
  24. #6397 icexcv (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 20:21
    อยากพาอาถิงไปล้างหู หนูฟังทั้งคืนเลยใช่มั้ยลูก 5555555
    #6,397
    0
  25. #6263 gabriel.la(: (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:43
    ย้ำว่าทั้งคืน สงสารถิงถิงไปรับรู้ความลับสุดยอด555555
    #6,263
    0