หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 13 : 13 - ในหีบผ้า re4/10/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,396 ครั้ง
    4 ต.ค. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

13 – ในหีบผ้า

 

            เจิ้งซื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขกในเรือนเร้นจันทร์หลังจากจอมอสูรพันศพมีเรื่องให้ออกไปจัดการอีก การปล่อยให้ปราชญ์อธรรมผู้นี้อยู่ตามลำพังกับเยว่ถิงในยามวิกาล ทำให้เด็กหนุ่มตาบอดยิ่งแน่ใจว่าเจิ้งซื่อคนนี้ได้รับความไว้ใจมากเป็นอันดับต้นๆ ในพรรค ทั้งคงไม่น่ามีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันตามปากว่าอย่างแน่นอน


“ไม่ทราบว่าเจ้ามีเรื่องใดต้องการพูดคุยกับข้า”


แม้น้ำเสียงราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด แต่เยว่ถิงรู้ได้ว่าบุรุษนักปราชญ์ตรงหน้าเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ตึงเครียด หงุดหงิดและวิตกกังวลอย่างมาก


            ได้ยินว่าเทพธิดาพยากรณ์ล้มป่วยกะทันหัน รวมทั้งเรื่องคนทรยศเริ่มเป็นที่สงสัยและการเคลื่อนไหวของพรรคสุริยันพันแสง เจิ้งซื่อเองเมื่อกลับมาจากกิจสำคัญนอกพรรคเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์คงรีบไปดูอาการนางทันที เยว่ถิงไม่อยากอารัมภบทมากความ แต่จำเป็นต้องเอ่ยถามออกไปตามข้ออ้างก่อน


            “คำนับผู้อาวุโสเจิ้ง คราท่านนำผู้น้อยมาพรรค ไม่ทราบว่า...”


            “เก็บคำว่าผู้น้อยไว้ใช้กับท่านประมุขแต่ผู้เดียวเถอะ” เจิ้งซื่อเอ่ยเหนื่อยๆ น้ำเสียงสุขุมเริ่มเจือแววอิดโรย คล้ายอดหลับอดนอนมาหลายวัน “กับข้า เจ้าสามารถพูดคุยธรรมดาไม่ต้องมากเรื่อง”


            ท่าทีเปลี่ยนไป ทำให้เยว่ถิงรับรู้ได้ว่าเจิ้งซื่อคงรู้แน่ว่าประมุขสะบั้นสวรรค์เริ่มโปรดปรานเขามากกว่าธรรมดา


            “ข้าอยากทราบว่าท่านเห็นพิณไม้เก่าๆ ของข้าตอนครั้งมาที่พรรคครั้งแรกหรือไม่”


            “พิณของเจ้า?” เจิ้งซื่อทวน “น่าจะอยู่ในเรือนเก็บของ ไว้ข้าจะไปดูให้แล้วจะมาแจ้งพรุ่งนี้ หมดธุระแล้วใช่หรือไม่”


            “อ่า ได้ยินว่าเทพธิดาพยากรณ์ล้มป่วย ไม่ทราบอาการนางดีขึ้นหรือยัง”


            “เจ้ารู้แล้วได้อะไร” เสียงเจิ้งซื่อแข็งขึ้น ยามเมื่อผู้คนเหน็ดเหนื่อยง่วงนอนและอยู่ภายใต้สถานการณ์กดดันเคร่งเครียด ย่อมอารมณ์เสียเป็นธรรมดา บัดนี้ปราชญ์ลิ้นสาลิกาไม่มีลีลาวาทศิลป์มากมายมาปกปิดอารมณ์ตนอีกแล้ว เยว่ถิงกลืนน้ำลายเล็กน้อย


            “ข้าเพียงถามเพราะ...” สายตาเพ่งเล็งตรงมา เจิ้งซื่อยืนอยู่ยังประตูมิได้มานั่งที่ชุดรับแขก แต่เยว่ถิงจึงเลือกใช้คำที่ดูจริงใจที่สุด “อยากรู้สถานการณ์ความเป็นไปในพรรคก็เท่านั้น ขออภัยหากทำให้ท่านไม่พอใจ”


            “หึ” ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะมาทีหนึ่ง “ดี ถ้าเจ้าบอกว่าเป็นห่วงนางข้าคงขำจนท้องแข็งเป็นแน่ มีสิ่งใดพูดมาโดยตรงดีกว่า ข้าต้องการพักผ่อน”


            “ระหว่างที่ท่านจากไป คุณหนูหวังได้มาที่เรือนเร้นจันทร์ สนทนากับนายบำเรอคนใหม่นามหลิวซีหลง นางถูกใจเขามาก ขนาดบอกให้ไปชงชายังตำหนัก เสียดายวันนี้นางล้มป่วยลงเขาจึงมิได้ไป แต่เกิดเรื่องขึ้นทำให้ท่านประมุขยกเขาให้แก่ผู้อาวุโสมู่ ซึ่งผู้อาวุโสมู่ตั้งใจจะลงทัณฑ์เขาโทษฐานออกจากเขตรั้วแดง ซึ่งแท้จริงเขาได้รับอนุญาตแล้ว”


            “แล้วอย่างไร?” เจิ้งซื่อเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงเริ่มระวังตัว กระแสความเคลือบแคลงใจพุ่งจับยังร่างเยว่ถิง เด็กหนุ่มอดยกมือขึ้นมาประสานกุมกันบนโต๊ะไม่ได้ เขาเองก็เริ่มร้อนรนเช่นกัน ซีหลงโกหกอิงเอ๋อร์ไว้อย่างไร เขาจำต้องรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ สตรีเช่นอิงเอ๋อร์เจ้าคิดเจ้าแค้นพอสมควรและดูท่ามิชอบการหลอกลวงอย่างมาก


            “เขาเป็นนายโลมชั้นสูงแห่งหอหงส์ฟ้า แต่รู้จักกับหมอเทวดาซุ่ยหวางเจีย ท่านคงเคยได้ยินชื่อเขาใช่หรือไม่”


            “...ใช่ หมอเทวดาผู้ปกปิดตัวตนเร้นกายอยู่ในเขาหลวนซาน” เจิ้งซื่อคล้ายพึมพำกับตนเอง ก่อนท่อนต่อมาจะเอ่ยเสียงดังขึ้นกับเยว่ถิง “แต่นั่นเป็นเขตในการคุ้มครองของทางการแห่งแคว้นอ้าย อ้ายอ๋องหลี่ถังคุ้มครองที่นั้นโดยตรง มิมีคนของพรรคหรือสำนักใดเข้าออกโดยง่าย โดยเฉพาะพรรคมารเช่นเรา”


            “แม้เขาจะพูดจาดูถูกข้า แต่ข้าติดพันสิ่งหนึ่งเป็นหนี้บุญคุณเขาอยู่ จึงอยากขอให้ท่านช่วยเหลือเขาจากผู้อาวุโสมู่ หรือหากท่านไม่เชื่อว่าคุณหนูหวังโปรดปรานเขาเพียงใด ก็ถามเหล่าสาวรับใช้ที่เรือนได้”


            “ช่วยเหลือ? เวลานี้งั้นหรือ?”


            “ใช่ ข้าอยากขอร้องท่าน” เยว่ถิงทรุดตัวลงกับนั่งกับพื้น ก่อนแนบฝ่ามือและก้มลงแตะหน้าผากกับพื้น “ได้โปรด”


            เจิ้งซื่อถอนหายใจอย่างแรงหนึ่งที ก่อนจะสะบัดตัวไปอีกทางจนได้ยินเสียงชายผ้าผ่านอากาศ “ลุกขึ้นเสีย เห็นแก่เทพธิดาพยากรณ์และการขอร้องของเจ้า ข้าจะลองไปดู แต่ไม่รับประกันว่าจะช่วยเขาได้หรือไม่”


            “ขอบคุณท่านมาก!” เยว่ถิงร้องอย่างมีความหวัง ยังไม่ทันได้เอ่ยล่ำลาตามมารยาท เจิ้งซื่อก็สาวเท้าสับๆ จากไปเสียแล้ว


            ทว่าแม้เจิ้งซื่อรับคำ แต่ยามมือขวาจอมอสูรจากไปไม่ถึงครึ่งเค่อ(สิบห้านาที) ความกระวนกระวายของเยว่ถิงก็ยังคงอยู่และมีแต่จะเพิ่มขึ้น เด็กหนุ่มยังคงนั่งบนโต๊ะอย่างกระสับกระส่าย เขย่าขาหรือไม่ก็กัดเม้มริมฝีปาก นิ้วไต่ไปมาระหว่างกัน ไม่อาจข่มใจให้ล้มตัวลงนอนได้ หากไม่รู้ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับซีหลง เขาไม่มีทางนอนหลับจนถึงเช้า


            ฉับพลันได้ยินเสียงพูดคุยของบ่าวหน้าเรือน ว่ามีคนจะมานำหีบข้าวของของซีหลงไปยังตำหนักของมู่อวิ้นหลง


เยว่ถิงเบิกตากว้าง ร่างเคลื่อนเร็วกว่าที่สมองจะได้คิดประมวลผล เขาก้าวพรวดไปยังหีบผ้าฝาโค้งและเครื่องประดับ นำของออกส่วนหนึ่งแล้วใส่ไว้ในชั้นเสื้อผ้าของตน ก่อนจะมุดเข้าไปขดตัวหลบซ่อน นำเสื้อคลุมแพรเนื้อลื่นคลุมร่างแล้วปิดหีบ


            เป็นการกระทำบ้าบิ่นและค่อนข้างจะสิ้นคิด ทว่าเยว่ถิงได้กระทำลงไปแล้ว คนรับใช้ในพรรคขานเรียกเขาสองสามครั้ง ครั้นไม่มีใครตอบ ก็ตัดสินเข้ามาเพื่อแบกหีบออกไป


            “ให้ตายสิ หนักจริง ไม่รู้มีเสื้อผ้าอัดแน่นอยู่แค่ไหน”


            เยว่ถิงอดสะดุ้งไม่ได้ยามได้ยินเสียงบ่นลอยเข้ามา หีบแกว่งเหวี่ยงไปมาจนเยว่ถิงต้องใช้มืออุดปากตัวเองไว้แน่น ทั้งเกรงว่าเสียงหัวใจตุ้บจะดังจนได้ยินกันหรือไม่ คนที่หิ้วหีบของเขามีสองคน อีกสองหีบหีบละสองคน ทั้งหมดเป็นชายฉกรรจ์ร่างกายแข็งแรง น่าจะมีฝีมือวิทยายุทธ์อยู่ระดับหนึ่งทีเดียว


จากบทสนทนาคร่าวๆ มู่อวิ้นหลงได้นำตัวซีหลงไปมัดเชือกปิดตาไว้ในห้องนอนของตำหนัก ก่อนกลับออกมาเพราะกิจธุระส่วนตัวบางอย่าง ได้ยินดังนี้ทำให้เยว่ถิงพอผ่อนคลายจิตใจได้บ้าง แต่ก็ยังกังวลว่าจะไปทันเวลาหรือไม่ หรือหากไปถึงแล้วเขากับซีหลงจะหนีออกมายังไง ทั้งหมดล้วนยังไม่ได้วางแผนใดๆ ทั้งสิ้น เผชิญสิ่งใดคงต้องด้นสดเอาตัวรอด


            โครม!


            “โอ๊ย!


            “เฮ้ย ระวังหน่อย!” เสียงราวมีคนวิ่งชนกันเสียงดังข้างนอกหีบห่างออกไปจากขบวนขนของเล็กน้อย เสียงขวดภาชนะกลิ้งตกลงบนพื้นมากมาย โชคดีที่มิมีขวดใดแตก ความวุ่นวายเกิดขึ้นเพียงครู่เดียว ขวดสุราก็ถูกเก็บขึ้นไปอย่างรีบร้อน “ผู้น้อยขออภัย มิได้ตั้งใจล่วงเกินท่าน”


            “จะไปไหนก็ไป เป็นแค่คนของรองจ้าวตำหนักสาม เซ่อซ่านัก!


            ได้ยินเสียงขอโทษซ้ำๆ ละล่ำละลักดังมาอีก ลอบฟังความจึงรู้ว่าเป็นการวิ่งชนปะทะกันของผู้ส่งสุราของรองจ้าวตำหนักสามและผู้ส่งสุราของมู่อวิ้นหลง ขบวนถือหีบดูกลัวเกรงผู้ส่งสุราแห่งผู้อาวุโสมู่มากจนตั้งใจโอ้เอ้รอให้เขาฮึดฮัดจากไปเสียก่อน จากนั้นหนึ่งในคนถือหีบจึงเข้าไปสนทนากับผู้ส่งสุราของรองเจ้าตำหนักสาม


            “ถือว่าฟาดเคราะห์ ดีที่เจ้าไม่ได้ทำขวดใดแตก มิฉะนั้นหัวขาดแน่”

            “ชะ ใช่” น้ำเสียงรับอย่างแสนจะปอดแหก จนเยว่ถิงเกือบรับรู้ได้ว่าผู้พูดหน้าซีดใกล้ช็อกตายแล้ว แต่ต่อมาเขากลับสบถสาบานโวยวายใกล้สติแตก “อ๊าก นรกเถอะ! ข้าต้องตายแน่!


            “เกิดอะไรขึ้น”


            “สุราสลับกัน ข้า ข้า โอ้ย!


            “ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่อันใด สุราของทั้งสองท่านก็เป็นสุรารสเลิศอยู่แล้ว ผู้อาวุโสมู่เองนิยมดื่มสุรา จะชนิดไหนย่อมดื่มได้ทั้งหมด ขอแค่รสดีเป็นพอ ส่วนรองจ้าวตำหนักผู้นั้นก็สนใจสตรีมากกว่าสุราเป็นไหนๆ คงมิได้สังเกตว่าสุราผิดชนิด”


            “มิใช่!” คนผู้นั้นที่ส่งสุราให้รองจ้าวตำหนักสามคงกำลังทึ้งศีรษะอย่างบ้าคลั่ง


“เขาได้นางคณิกาหน้าตาสะสวยคนใหม่มา แต่นางร้ายนัก เล่นตัวมิยอมให้เขาเชยชมเสียที จึงได้สั่งให้ข้าผสมยาปลุกกระตุ้นอารมณ์ราคะรุนแรงลงไปในสุราด้วย”


            เยว่ถิงอ้าปากกรามค้าง มิใช่ว่าสุราผสมยานรกแตกนั้นไปยังทิศทางตำหนักมู่อวิ้นหลงแล้วหรอกหรือ!?


            “ว่าอย่างไรนะ!


            เกิดเป็นความแตกตื่นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่จะวิ่งไปตามสุรากลับมาก็มิมีความกล้ามากพอ จนหนึ่งในขบวนขนหีบเอ่ยปลอบใจอย่างนึกขึ้นได้


“แต่ผู้อาวุโสมู่เพิ่งได้กระต่ายจากท่านประมุขมา ทั้งได้ยินว่าช่วงนี้เขาเคร่งเครียดไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีมาพักหนึ่ง หากดื่มแล้วคึกคักก็ยิ่งดีมิใช่หรือ คืนนี้จะได้รู้ไปว่ากระต่ายนายโลมชั้นสูงดีจริงอย่างว่าหรือไม่ เจ้าอย่าได้ร้อนใจไป”


            นั่นยิ่งแย่เลยมากกว่า! เยว่ถิงครางอย่างขวัญเสียในใจ


คำปลอบนั้นได้ผลเล็กน้อย ผู้นำสุราแห่งรองจ้าวตำหนักสามจึงผละแยกจากไป หีบเริ่มเคลื่อนที่ไปอีกครั้ง เด็กหนุ่มขยับตัวไปมาอย่างไม่สบายใจ นึกเร่งให้รีบนำหีบนี้ไปถึงตำหนักมู่อวิ้นหลงเร็วๆ แม้จะไม่รู้ว่าตนสามารถทำอะไรได้บ้างก็ตาม แต่หากไปถึงก่อนอีกฝ่ายกลับมา ย่อมเป็นเรื่องประเสริฐอย่างมาก


            เวลาผ่านไปราวเต่าคลานเยื้องย่างดั่งนิยามว่ายิ่งรีบยิ่งช้า ทว่าในที่สุดหีบทั้งหมดก็ถูกลำเลียงไปยังหน้าตำหนักแล้วถูกวางลงอย่างไม่เบานัก หัวใจของเยว่ถิงหล่นวูบลง ยามได้ยินเสียงไม่ใคร่จะอารมณ์ดีนักของผู้เป็นเจ้าของสถานที่


            “หีบนั่นอะไร”


            “คำนับผู้อาวุโสมู่ สิ่งนี้ เอ่อ ปะ เป็นของนายบำเรอผู้ที่ท่านเพิ่งได้มาขอรับ”


            “ตามมา”


            ปราณรุนแรงพิฆาตแทรกแซงไปทั่วทุกอณูรอบข้าง เยว่ถิงได้แต่ภาวนาว่ามู่อวิ้นหลงจะไม่รู้ว่าเขาหลบซ่อนอยู่ในนี้ ตั้งใจเกร็งกล้ามเนื้อไม่ขยับ ไม่กล้าแม้แต่หายใจแรง ทั้งอยากบอกหัวใจตนให้เต้นเบาๆ หน่อย


เคยได้ยินว่าจอมยุทธ์จะจับกระแสปราณและจิตสังหารจากผู้ลอบทำร้ายได้ ตัวเขาไม่มีทั้งสองอย่าง จึงได้แต่หวังว่าจะไม่ทำเสียงดังให้ความแตก


หีบถูกยกเข้ายังห้องนอน ผู้คนพลันรีบร้อนออกไปราวกับจะวิ่งเผ่นแน่บเสียเต็มฝีเท้า เยว่ถิงหลับตา หยาดเหงื่อไหลซึมลงตามขมับ รู้สึกอบอ้าวและหายใจไม่สะดวกอย่างมาก พลันได้ยินเสียงหนึ่งก็รีบลืมตาโพลง


“อื้อ!” ซีหลงคงถูกบางอย่างมัดหรืออุดริมฝีปากอยู่ เสียงผ้าขยับไปมาและเสียงผิวเนื้อเสียดสีกับเชือกดังขึ้น เยว่ถิงไม่อยากจินตนาการว่าพี่ชายดอกเหมยคงถูกจัดมัดขึงอยู่บนเตียง


“อะไร ยังกับว่าไม่เคยโดนแขกของเจ้าเล่นด้วยเช่นนี้” น้ำเสียงมู่อวิ้นหลงเปลี่ยนไปเป็นย่ามใจระคนสาแก่ใจ ขุนพลพิฆาตกิเลนราวกับอสุรกายร้ายเยื้องย่างเข้าหาเหยื่อไร้ทางสู้ ฝีเท้าตรงไปยังที่มาของเสียงซีหลง ได้ยินเสียงพยายามเอ่ยคำผ่านวัตถุปิดกลั้นนั้นอย่างเต็มที่


“ข้าชอบแววตาเจ้า แต่นายโลมควรมองข้าอย่างยั่วยวนมิใช่รึไง หืม จะว่าไป ขนาดไร้ทางสู้ ความหยิ่งยโสของเจ้ายังมีมากเสียจริง” มู่อวิ้นหลงผู้นี้มักดุดันเด็ดขาด คงเป็นพวกบ้าอำนาจและชอบการปราบพยศ จะถูกใจยามได้จัดการกำราบซีหลงก็ไม่แปลกเลย


            เสียงฟูกยวบลงตามน้ำหนักกดทับ ยิ่งได้ยินเสียงซีหลงร้องในลำคออย่างตระหนก พร้อมเสียงเตะเท้าดิ้นบิดร่างไปมา ก่อนจะได้เสียงฉีกกระชากเสื้อผ้าอย่างหยาบช้า เยว่ถิงถึงกับต้องอ้าปากหายใจ ตาที่มองไม่เห็นเบิกขึ้น ขาขดหดผิดท่าเหน็บชาขึ้นผิดเวล่ำเวลา พร้อมทั้งแขนยังเป็นตะคริวซ้ำอีก ทำให้มิอาจจะขยับเปิดฝาออกขัดขวางอย่างเสี่ยงตายได้


            และหากขืนส่งเสียงตอนนี้ เกรงว่าคงไม่รอดทั้งคู่ เหตุไฉนเจิ้งซื่อยังไม่มาอีก


            มู่อวิ้นหลงคงมีรสนิยมซาดิสก์จริงแท้แน่นอน เขาเปิดปากซีหลงให้พูดได้ อาจเกรงว่าจะขาดใจตายไปก่อน


            “ไอ้สารเลว! อุ๊บ!!” ริมฝีปากเข้าปะทะอย่างแรง ส่งเสียงดังระหว่างกันลั่นทั่วห้องนอน ซีหลงหอบคราง คำรามอย่างต่อต้านในคอ มู่อวิ้นหลงมิปลดปล่อยโดยง่าย เยว่ถิงถึงกับสะท้านยามได้ยินเสียงเหล่านั้นดังติดต่อกัน


            “ฮ่า!” ขุนพลหนุ่มยอมระริมฝีปากออกมาประกบกับผิวเนื้อแทน ได้ยินเสียงร้องลั่น “อ๊า! จะ เจ้ากัดข้า!


            “ไม่ต้องห่วง ข้าจะกัดไปทั้งตัว ทั้งคืน” มู่อวิ้นหลงเริ่มส่งเสียงหื่นกระหายขึ้นมา ลูบไล้ไปตามร่างซีหลงอย่างรุนแรง คงบีบเค้นคลึงหลายส่วนที่อ่อนไหว ซีหลงถึงกับโวยวายทั้งที่ยังหายใจไม่ทัน “เจ้าจับอะไรของเจ้า!? ไอ้วิปริต!!


            “ปากดีนัก” ยกร่างอีกฝ่ายลอยหวือขึ้น เยว่ถิงแทบนึกเป็นภาพได้ว่ามู่อวิ้นหลงจับขาซีหลงพาดบ่าแล้วขบกัดไปทั่ว จนบัณฑิตแพทย์ทำได้เพียงส่งเสียงครวญคราง มือกรีดเสียดสีเชือกเสียงดัง จากคำด่าเริ่มเปลี่ยนเป็นวอนขอ ราวลืมศักดิ์ศรีทั้งหมด ส่วนผู้บังคับส่งเสียงหึๆ ด้วยความกระสัน “อย่า...! อย่าเข้ามา! ...อึ่ก”


            สวรรค์!


            ครานี้ถึงตายก็ต้องทำแล้วเยว่ถิงอ้าปากจะส่งเสียงร้องออกไป ทว่า


            ปัง!


            “มู่อวิ้นหลง!


            เป็นเสียงของเจิ้งซื่อ ไม่มีคำว่าผู้อาวุโสนำหน้าดั่งที่กล่าวขานกับประมุขพรรคอย่างเรียบร้อย มู่อวิ้นหลงส่งเสียงคำรามขัดใจอย่างมาก ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากตัวซีหลงแล้วเดินไปยังประตู กระชากออกอย่างแรง


            “เจ้า...” ได้ยินน้ำเสียงอยากก่นด่าและตระหนกเล็กน้อยของเจิ้งซื่อ ไม่ใช่มู่อวิ้นหลงใจกล้าหน้าด้านขนาดเดินออกไปในสภาพปลดเปลือยหรอกนะ ทว่ายามได้ยินเสียงกระแอมไอต่อมา เยว่ถิงก็เกือบแน่ใจว่าขุนพลพิฆาตกิเลนทำจริง


            “มีอะไร หากไม่ใช่เรื่องสำคัญข้าจะเด็ดหัวเจ้า ไอ้คนลิ้นสองแฉก แล้วกล้าดียังไงบุกตำหนักข้าถึงห้องนอน”


            “ข้าทำได้แล้วกัน” เจิ้งซื่อเอ่ยเหยียดหยาม ประณามด้วยน้ำเสียงเดียดฉันท์ที่เยว่ถิงไม่คุ้นหู “ทุเรศจริงๆ”


            “หึ คราที่แล้วหักไปกี่นิ้วล่ะ หรือครั้งนี้ต้องให้ข้าหักกระดูกทั้งร่างเจ้า มีอะไรจงพูดมา!


            “ปล่อยนายโลมคนนั้นซะ เขาเป็นคนโปรดของเทพธิดาพยากรณ์ จากนี้ข้าจะย้ายเขาไปยังตำหนักนาง ท่านประมุขเองก็เห็นดีด้วยแล้ว”


            “ท่านประมุขให้มันกับข้าแล้ว” คล้ายได้รับรู้สึกรังสีสังหารจากสองร่างแผ่กระจายไปทั่ว “มิใช่เจ้าเอาเทพธิดามาอ้างเพื่อกวนโมโหข้าหรอกนะ เจิ้งซื่อ”


            “หรือบัดนี้เจ้าคิดว่าตนเหนือกว่าสามผู้ยิ่งใหญ่ในพรรค” คล้ายเจิ้งซื่อแสยะยิ้ม พลางว่าอย่างเหนื่อยใจ “น่าเบื่อหน่ายนักที่ต้องเจรจากับเดรัจฉานไม่รู้ความ”


            เสียงกำปั้นเข้าปะทะใบหน้าอย่างแรง เจิ้งซื่อคงมิอาจหลบได้ทัน ทว่าสวนกลับได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน มู่อวิ้นหลงคว้าอาภรณ์มาใส่ลวกๆ แล้วเริ่มเข้าสู้ เยว่ถิงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากฟังเสียงฟาดหมัดฟาดเท้ากันโครมคราม อยากจะออกไปช่วยซีหลงเหลือทนติดว่าอาการเหน็บและตะคริวไม่หายเสียที น่าโมโหยิ่งนัก


            เสียงผ้าปลิดปลิวกรีดอากาศ นี่น่าจะเป็นวรยุทธ์แขนเสื้อของเจิ้งซื่อ ตัวเขาไม่ได้เต็มไปด้วยมัดกล้ามเยี่ยงมู่อวิ้นหลง น่าจะเป็นผู้ใช้อาวุธลับมากกว่า เสียงตูมตามและเสียงข้าวของแตกดังติดกันเป็นลูกโซ่ ทั้งคู่ออกไปซัดกันนอกห้องนอน บ่าวไพร่วิ่งหนีตายแตกกระจาย ขณะวิวาทก็พร่ำด่ากันไม่ขาดปาก


            “อย่างเจ้าเรอะ ก็แค่สุนัขกระจอกเอาแต่ลอบกัด!


            “พวกโง่เง่าใช้แต่กำลังเช่นเจ้าก็มักจะตายโหงไม่รู้ตัว!


            มู่อวิ้นหลงยังพอเข้าใจในความเกรี้ยวกราดหลุดมาดได้ ทว่าเจิ้งซื่อเวอร์ชั่นนี้เป็นสิ่งแปลกใหม่อย่างมาก เมื่อกราดด่าเสียงดังไม่สมมาดสุขุมระแวดระวังภัยและแสนสุภาพในยามปกติ สายปราณสองสายพุ่งห้ำหั่นกัน จนเยว่ถิงรู้สึกได้ว่าอาการที่รยางค์ร่างกายคลายลง จึงคิดอาศัยจังหวะนี้เปิดหีบไปช่วยซีหลงจากพันธนาการ อาจจะสบโอกาสหลบหนีได้


            แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย สิ่งหนึ่งทำให้เยว่ถิงต้องชะงักมือนิ่ง หลุดร้องออกมาเบาๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณแกร่งกล้ากว่าผู้ใดในพรรค จอมอสูรพันศพได้มาเยือนพอดิบพอดี ทั้งสองผู้อาวุโสจึงจำต้องหยุดการปะฉะดะกันแล้วรีบคุกเข่าคำนับฉับพลัน


            “คำนับท่านประ...”


            “พวกไม่รู้จักหลาบจำ” ยังเอ่ยไม่ทันจบก็โดนเอ่ยเสียงเยียบเย็นตัดบท คล้ายสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ เยว่ถิงรู้ว่าจอมอสูรหลังจากอารมณ์ดีขึ้น บัดนี้กลับมามืดครึ้มดั่งนภาก่อนพายุฝนฟ้าคะนอง “ข้ายังยุ่งไม่พอใช่หรือไม่”


            “ขออภัย...”


            “กัดกันนักใช่ไหม ได้”


            เคร้ง!


            “ข้าจะล่ามเจ้าไว้ด้วยกันทั้งคืน นั่งจิบสุราแล้วสำนึกผิดไปว่าในฐานะผู้อาวุโสพรรคสะบั้นสวรรค์ควรทำสิ่งใดบ้าง” โซ่คงถูกล่ามลงยังข้อมือของทั้งสอง เจิ้งซื่อและมู่อวิ้นหลงจะเปิดปากค้านแต่ก็ต้องหุบลงสนิทยามจอมอสูรส่งกระแสกดดันแผ่ออกรอบตำหนักที่ยับเยิน


            “ส่วนนายบำเรอต้นเรื่อง ข้าจะเอาไปให้อิงเอ๋อร์ มู่อวิ้นหลง หากเจ้าอยากได้ใหม่ก็มาขอข้า แต่ยามนี้เชิญร่ำสุราตั้งสติกันไป หากครานี้อยากซัดกันก็เอาให้ตาย มิฉะนั้นข้าจะมาประหารพวกเจ้าเอง”


            โครม!


            ซีหลงถูกแก้มัดแล้วโดนคนรับใช้ในพรรคนำพาไป จอมอสูรกระแทกประตูปิดรั้งท้าย ได้ยินเสียงลงกลอนหน้าห้องนอนของตำหนักที่ดูท่าจะยังไม่ได้รับความเสียหายอย่างแน่นหนา กลางความเงียบงันราวป่าช้าผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ ในห้องเหลือเพียงสามร่าง สองร่างถูกล่ามให้ประชันหน้าทั้งยังหายใจแรง อีกหนึ่งร่างอยู่ในหีบซึ่งก็คือเขาเอง


            เยว่ถิงใจหนึ่งก็ยินดีที่ซีหลงรอดพ้น แต่อีกใจหนึ่งก็หวาดกลัวที่ติดแหง็กอยู่ในที่แห่งนี้กับสิงห์ร้ายและพยัคฆ์คลั่งด้วย เขาควรจะพยายามนอนหลับไปเฉยๆ แล้วหาโอกาสออกไปตอนเช้ามืดดีหรือไม่ ถึงอากาศในหีบจะน้อยนิด ทว่าเขาไม่คิดว่าตนเองจะตายคาหีบด้วยเวลาเพียงไม่ถึงวัน


            “หึ! เป็นเพราะเจ้าไม่รู้ความ เอะอะใช้แต่กำลัง”


            เจิ้งซื่อว่าขึ้นกลางความเงียบ พร้อมเช็ดโลหิตที่น่าจะหลั่งออกมาไม่น้อย ปราชญ์อธรรมเตะเก้าอี้แล้วนั่งลงอย่างแรง ดูเหมือนจะกระชากร่างมู่อวิ้นหลงด้วย


            “เป็นเพราะปากเจ้าหาเรื่อง สักวันจะตายไร้ที่ฝัง” มู่อวิ้นหลงสวนกลับอย่างเข่นเขี้ยว ได้ยินเสียงกระแทกกาสุราแล้วรินลงในจอก พลันเยว่ถิงแทบร้องสบถเป็นภาษาเยอรมัน มิใช่ว่านั่นคือสุรายาปลุกหรอกหรือ!? ขอให้ไม่ใช่เถอะนะ


            เจิ้งซื่อคล้ายขี้เกียจต่อปากต่อคำ ได้ยินเสียงซี้ดเบาๆ น่าจะเจ็บปวดบาดแผลไม่ใช่น้อย เขารินสุราใส่จอกของตนเองบ้าง ทั้งคู่ดื่มลงไปพร้อมกันก่อนวางกระแทกโต๊ะเสียงดัง เมื่อดื่มหนึ่งจอกแล้วจึงเริ่มดื่มอึกๆ อย่างคล้ายจะประชันกันทางอ้อม ได้ยินมู่อวิ้นหลงท้าทายเย้ยหยัน


            “สำอางอย่างเจ้ารึจะดื่มเป็น อย่ามาทำเป็นเก่งดีกว่า จะอาเจียนเรี่ยราดห้องข้าเสียเปล่า”


            “ไร้อารยะอย่างเจ้าดื่มเข้าไปก็ราวกับราดสุราดีลงพื้น ไม่มีประโยชน์อันใด”


            หลังจากการซัดกันหมาดๆ ก็เกิดการประลองดื่มสุราจนเหล่าขวดทั้งหมดพร่องไปจนหมด ทั้งสองเริ่มเมามายมึนงง แต่ยังด่ากันต่อไปด้วยสำเนียงที่แปร่งหูไปกว่าปกติ เยว่ถิงไม่เห็นว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นต่อจึงถอนใจ สุรานี้คงเป็นของจอมอสูร เขาพยายามขยับตัวให้สบายที่สุด เปลือกตาบางขยับลงจะปิดลง


            เพล้ง!


            ใกล้เคลิ้มหลับพลันหลุดจากภวังค์ เสียงจอกสุราแตกเรียกสติเด็กหนุ่มตาบอดกลับมาอีกครั้ง ได้ยินมู่อวิ้นหลงคำรามเสียงดัง น้ำเสียงเริ่มสั่น “เจิ้งซื่อ! เจ้าใส่อะไรลงในสุราข้า”


            “เป็นเจ้าต่างหาก” เสียงเจิ้งซื่อก็สับสนตระหนกไม่แพ้กัน ทว่าเขาน่าจะรู้ตัวเร็วกว่ามู่อวิ้นหลง “หรือว่า... ท่านประมุขใส่ยากระตุ้นราคะลงในสุรา!?”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.396K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,729 ความคิดเห็น

  1. #7704 3001mindong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 13:14
    เดี๊ยววววว5555555555
    #7,704
    0
  2. #7599 thiip (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 02:54
    กรี๊ดดด เชียร์ค่ะเชียร์5555
    #7,599
    0
  3. #7561 K.white wine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:24
    แย่แล้ววววววว
    #7,561
    0
  4. #7514 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 15:05
    น้องได้อยู่ดูหนังรักกซะงั้น 55555
    #7,514
    0
  5. #7496 SehunMark (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 11:46
    โอ้ยยย ผิดคาดดดด 555555555 เรือนี้เหรอเนี่ยย
    #7,496
    0
  6. #7461 rabmaidai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 10:31
    ชิบจ้าาาาาหลบไปเรือผีจะแล่น5555
    #7,461
    0
  7. #7417 ya.ong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 07:01
    ฮรึกกกกก
    #7,417
    0
  8. #7351 นานา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:49
    555555สุดท้ายก็ได้กัน
    #7,351
    0
  9. #7318 PPSnook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:10
    5555555 น้องอยู่เป็นพยาน
    #7,318
    0
  10. #7278 momosonoerung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 13:12
    สัมผัสได้ถึงพลังงานรุนแรงของเรือผี อิอิ
    #7,278
    0
  11. #7220 MinRos (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:05
    งานเข้า Chipหายอีกแว้ว 5555

    พรรคมารบันเทิง
    #7,220
    0
  12. #7200 Brem25 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:17
    เรือผีก็มา555555
    #7,200
    0
  13. #7192 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:47

    555555 เรือผีเทียบท่าแล้ววว

    #7,192
    0
  14. #7165 ku_ro (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:30
    ไม่เสียเเรงที่เเอบชิบ55555
    #7,165
    0
  15. #7156 Panawin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 10:07
    ต้องได้กันละป่ะ นี่เชียร์มาตั้งนาน
    #7,156
    0
  16. #7146 มิ้วแฟนแจมินไง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 01:56
    แล้วน้องคือนอนเป็นสักขีพยาน55555555555555444
    #7,146
    0
  17. #7134 Tartarinlove (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:08
    เดี่ยวๆคู่ผีพลักนี้มันอะไรกันนน😂
    #7,134
    0
  18. #7103 Fueled me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 00:03
    วุ่นวายแท้ล้าว5555555555
    #7,103
    0
  19. #7088 editionzeed (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 20:55
    ึูคู่นี้คือแบบ

    5555555555
    #7,088
    0
  20. #7046 lilying_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 17:06

    ว้ายยยย ชั้นชอบคู่นี้มาก 55555 แต่ขำน้องเป็นเหน็บเป็นตะคริวติดอยู่ใน-บ55555555

    #7,046
    0
  21. #7030 肖金模 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:21

    ตอนที่เจิ้งเข้ามาอารมณ์เหมือนมาตามผัว(มู่) แล้วสิ่งที่ชั้นจิ้นมันได้เป็นจริง

    #7,030
    0
  22. #6965 9494 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 12:43
    ชหละ555555555
    #6,965
    0
  23. #6919 Nuu_PaoL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 13:43
    ได้กันเลย ฉันหมั่นไส้มานานแล้วคู่นี้
    #6,919
    0
  24. #6888 orangemamalde (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:40
    น้องจะรอดอยู่ในนี้ใช่ไหมลูก ตะคริวกินไปหมดแล้วว
    #6,888
    0
  25. #6865 mytty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 10:49

    น้องถิงลูกเเม่ปิดตาปิดหูนะลูก ฮือ 5555555555555

    #6,865
    0