หทัยจอมอสูร [Yaoi] -END- (สนพ.ฟาไฉ)

ตอนที่ 11 : 11 - เหนือความคาดหมาย re19/9/60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,441 ครั้ง
    19 ก.ย. 60

หทัยจอมอสูร [Yaoi]

11 – เหนือความคาดหมาย

 

            สดับเสียงคำนับ ซีหลงรีบดึงร่างเยว่ถิงลงมายังฟูกที่นอนบนพื้น ตัวเองก้าวเข้าไปเปิดกลอน ก่อนคำนับแล้วดัดน้ำเสียงให้หวานราวตั้งใจประจบประแจงเต็มที่


            “ท่านคงเป็นหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคสะบั้นสวรรค์ ผู้น้อยหลิวซีหลงคำนับเทพธิดาพยากรณ์”


            สัมผัสได้ทันทีว่าหวังอิงเอ๋อร์มิได้ชอบหน้าพี่ชายดอกเหมยผู้นี้ตั้งแต่แรกพบนัก รัศมีทิ่มแทงกราดทั่วห้อง เยว่ถิงก้มคำนับลงกับพื้น “ผู้น้อยคำนับเทพธิดาพยากรณ์”


นางผินหน้าพุ่งความสนใจไปถามแก่ซีหลง น้ำเสียงเย็นชา


            “เหตุใดเจ้าถึงได้อยากอยู่เรือนนี้นัก ถึงกับกล้าวิ่งไปมาสร้างความวุ่นวายเมื่อคืน”


            “ขออภัยที่ทำให้เดือดร้อน แต่ผู้น้อยถูกซื้อมาเป็นนายบำเรอแก่ท่านประมุข อยู่เรือนเร้นจันทร์ย่อมถูกต้องเหมาะสมกว่าเรือนจ้าวตำหนักสาม ทั้งที่นั่นยังมีพวกต่ำทรามแอบล่วงเกินอยู่บ่อยครั้ง รู้สึกไม่สะดวกใจอย่างยิ่ง”


            น้ำเสียงจังหวะจะโคนมีจริตจะก้านเหลือล้น ผิดกับมาดบุรุษโผงผางในยามปกติอย่างเห็นได้ชัด หากอยู่ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดคงเอาดีด้านการแสดงได้ไม่ยาก


            “สำนึกตัวด้วยว่าเจ้ายังมิได้ผ่านพิธีตีตรา” อิงเอ๋อร์เอ่ยเหยียดหยาม


            “ผู้น้อยจะจำไว้” รับคำอย่างดีมิมีอารมณ์ฉุนเฉียว ดูท่าตั้งใจแต่จะทำให้เทพธิดาพึงพอใจเท่านั้น ดั่งนายโลมแท้ๆ ประจบประแจงแม่เล้าก็ไม่ปาน “ได้ยินเกี่ยวกับคุณหนูหวังมานาน เพิ่งเคยพบก็ครานี้ ความงามของท่านช่างบาดตาทำให้ผู้น้อยรู้สึกอับอายยิ่งนัก คงมิกล้าส่องกระจากมองตนไปหลายวัน สมแล้วกับคำล่ำลือว่างามล่มเมือง”


            เป็นการเสแสร้งแกล้งพูดหรือต้องการป้อล้อสตรีก็ไม่อาจทราบได้ แต่คล้ายจะได้ผลเมื่ออิงเอ๋อร์ดูพึงพอใจมากขึ้น บทสนทนาดำเนินไปโดยมีเยว่ถิงเป็นอากาศธาตุ หลิวซีหลงสวมหน้ากากนายโลมไว้อย่างแนบเนียน จนเทพธิดาเอ่ยออกมาในที่สุด


            “เจ้าคารมเช่นนี้อีกไม่นานท่านประมุขคงจะโปรดปรานเจ้าเป็นแน่”


            “มิได้ ไยผู้น้อยจะกล้าหวังสูง แค่ได้มีที่อยู่ในพรรคและคอยปรนนิบัติท่านประมุขก็เพียงพอแล้ว”


            “แล้วนายบำเรอผู้นั้นเล่า เจ้าคงไม่ได้รังแกเขากระมัง?”


            “เราแค่อยู่ร่วมกันตามประสาพี่น้องแบบนายบำเรอ ผู้น้อยมาอยู่ในพรรคทีหลังทั้งยังตัวคนเดียว ท่านประมุขเองก็ยังติดกิจสำคัญยังมิได้พบเจอกัน มีเขาไว้เป็นเพื่อนย่อมไม่เหงา” น้ำเสียงลื่นไหล แต่แฝงด้วยความแดกดันและฟังดูไม่จริงใจ


            “หึ” หวังอิงเอ๋อร์ส่งเสียงเยาะๆ “อยากทำอะไรก็ทำเถิด ข้าถามไปเช่นนั้น มิได้อยากยุ่งเกี่ยว”


            นางย่อมเข้าใจว่าสถานการณ์เช่นนี้มีการกลั่นแกล้งรังแก เพียงถามหยั่งเชิงไปเท่านั้น ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงพึงพอใจมากขึ้น “ข้าแค่มาตรวจตราดูความเรียบร้อย หากไม่มีอะไรก็จะกลับ”


            “ถ้าเช่นนั้น หากท่านมีเวลาว่างก็เชิญมาที่เรือนเร้นจันทร์ ผู้น้อยสามารถชงชาดอกไม้ต้อนรับและคอยนั่งสนทนากับท่านได้ ไม่ว่าเรื่องเคล็ดลับความงามหรือกลวิธีกุมใจบุรุษล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น”


            “พูดอย่างกับว่าข้าอยากฟังจากเจ้า” น้ำเสียงนางสะบัด แต่เยว่ถิงรับรู้ได้ว่านางอยากรู้อยากเห็นมากทีเดียว


หวังอิงเอ๋อร์จากไปโดยง่ายจนน่าตกใจ เยว่ถิงถึงกับยกมือคารวะพี่ชายผู้นี้ ซึ่งเจ้าตัวทำเพียงหัวเราะเสียงดัง


เยว่ถิงไปอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นทั้งสองจึงนั่งทานอาหารที่สตรีรับใช้ยกเข้ามาร่วมกัน พูดคุยสนทนาไปด้วย


            “เท่าที่ข้าฟัง แม้จะกลับมาถึงพรรค จอมอสูรก็คงมิมีเวลามากกกอดนายบำเรอ เพราะกิจการในพรรคเริ่มซับซ้อน เจ้าคงได้ยินเรื่องคนทรยศและพรรคสุริยันพันแสงเริ่มเคลื่อนไหวมาบ้าง”


เยว่ถิงพยักหน้า แต่เลือกยังไม่บอกเรื่องเจิ้งซื่อและอิงเอ๋อร์เป็นฝ่ายธรรมะ เกรงว่าอีกฝ่ายรู้แล้วอาจจะคิดแผนการบ้าบิ่นก็เป็นได้


            “แต่” ซีหลงเอ่ยอย่างกังวล “สิ่งที่ข้าอยากทำอย่างแรกคือช่วยทำให้ตาเจ้ามองเห็น ขืนให้ตาบอดเช่นนี้คงหลบหนีลำบากแน่”


            “ขอบคุณที่ท่านห่วง ทว่าข้าสามารถเดินเหินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า ทั้งยังจับกระแสปราณและกระแสอารมณ์ผู้คนได้”


            “กระนั้นก็เถอะ คิดว่าคนตาบอดจะหนีรอดในพรรคสะบั้นสวรรค์ที่เต็มไปด้วยยอดยุทธ์หรืออย่างไร”


            “ตัวข้าตาบอดแต่กำเนิด เกรงว่าคงรักษาได้ยาก”


            “มิใช่” ได้ยินเสียงเคาะๆ โต๊ะเบาๆ อย่างใช้ความคิด  “เมื่อเช้ามืดข้านั่งพลิกตำรา ถ้าการแมะชีพจรวันก่อนไม่ผิดพลาด ตัวเจ้าสะสมพิษด้วยกันสามชนิดหลักๆ เจ้าบอกว่ามารดาสิ้นใจตั้งแต่ตอนให้กำเนิดแล้วเจ้าก็เกิดมาตาบอด นั่นเป็นเพราะพิษเช่นกัน มารดาของเจ้าน่าจะเป็นผู้มีพลังยุทธ์และฝึกปราณ ถึงได้ดูดพิษเก็บไว้ที่ตนเอง แต่พิษร้ายแรงยังหลงเหลือทำให้เจ้าพิการ ขอให้ข้าแน่ใจชนิดพิษก่อน หากพูดตอนนี้อาจผิดพลาด...”


            เด็กหนุ่มรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ในเมื่อเขาเคยถูกแมะชีพจรมาหลายครั้งอยู่ ทำไมกลับมีเพียงซีหลงที่รับรู้ได้


            “ข้ามิได้เก่งกาจอะไร” บัณฑิตแพทย์รีบเอ่ย “แค่ชอบศึกษาด้านพิษและการใช้โอสถโดยตรง ส่วนเรื่องฝังเข็มกับรมยาอย่าให้พูด สอบแทบจะไม่ผ่านเพราะมือหนักเหลือคณา”


            “งั้นที่ว่าหักคอข้าได้ในชั่วพริบตาก็จริงหรือ”


            “เจ้ายังติดใจเอาความข้าอีกรึ” ซีหลงส่งเสียงในลำคออย่างไม่จริงจังนัก เยว่ถิงขำท่าทางของเขา ก่อนบัณฑิตหนุ่มจะถามถึงห้องเก็บโอสถของพรรค


            “ได้ยินว่าเทพธิดาพยากรณ์สุขภาพไม่แข็งแรง ตัวนางศึกษาศาสตร์รู้ฟ้าหยั่งชะตาดินจึงทำนายได้แม่นยำแต่แลกด้วยความอ่อนแอโรคภัยรุมเร้า ดังนั้นห้องเก็บโอสถน่าจะอยู่ใกล้ตำหนักของนาง เพื่อช่วยเหลือทันการ”


            “ดี งั้นที่ข้าประจบนางคงไม่เสียที แต่ที่ว่ากันว่านางชังหน้าเจ้าคงจริง เมื่อครู่นางคงคิดว่าข้าข่มเหงเจ้าแน่ถึงได้ดูยินดีด้วย”


            “นางเห็นนิมิตว่าข้าจะทำให้จอมอสูรพันศพตาย จะเกลียดชังข้าก็ไม่แปลก ว่าแต่พี่มีแผนอย่างไรรึ”


            “เจ้าว่านางศึกษาศาสตร์รู้ฟ้าหยั่งชะตาดิน นับว่าเป็นยอดการทำนายแต่มิมีใครอยากรับรู้โดยเฉพาะสตรี นอกจากมีอาการเลือดออกจากทวารทั้งห้าแล้ว แม้ตัวนางมีรูปโฉมงามอย่างนั้น แต่จะมีวันที่พลังธรรมชาติย้อนกลับทำให้ผิวพรรณเหี่ยวแห้งดั่งสตรีชรา เดาได้ว่านางคงมิอยากให้ใครเห็นเข้าแน่”


            “หรือท่านจะมีวิธีช่วยนาง?”


            “ข้าจะช่วยเจ้า” ซีหลงเน้น “แต่ต้องขายฝันให้นางด้วย การบรรเทาพลังธรรมชาติที่ไหลย้อนแตกซ่านนั้นยากนัก กระทั่งอาจารย์ข้ายังบอกว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูง ข้าที่ยังไม่ได้สำเร็จวิชาอะไรเลยไม่มีทางทำได้ แต่ถ้าเป็นแค่การชงชาให้ผิวสตรีดูดีเปล่งปลั่งคงไม่ใช่เรื่องยาก ข้าจะบอกให้นางเริ่มดื่มตั้งแต่ครั้งหน้าที่เจอกัน”


            ซีหลงคล้ายกับยิ้มเจ้าเล่ห์ แผ่รังสีเจ้าอุบายออกมา


“หากนางเชื่อข้า ข้าจะขอไปห้องโอสถรวมถึงที่เก็บตำราแพทย์ในพรรค พร้อมนำเจ้าไปด้วยโดยอ้างว่าให้ไปเป็นผู้ช่วย จากนั้นจะได้ไปดูกันว่าในห้องโอสถมีอะไรช่วยเจ้าได้บ้าง”


 


            ซีหลงมิได้คาดการผิดนัก สองวันต่อมาเทพธิดาพยากรณ์ได้มาที่เรือนเร้นจันทร์อีกครั้ง นายโลมกำมะลอชงชาให้นางแล้วนั่งสนทนาบนโต๊ะเล็ก วางมาดใหญ่ใช้ให้เยว่ถิงคอยยืนรินชาอยู่ข้างๆ บทสนทนาไม่มีอะไรมากนอกจากเรื่องราววีรกรรมในหอหงส์ฟ้าและกลเม็ดพิชิตใจบุรุษ เยว่ถิงฟังเอาก็ไม่แน่ใจว่าส่วนไหนแต่งหรือส่วนไหนจริง


            “ผู้น้อยรู้มาว่าการสะบัดพลิกข้อมือต้องทำเช่นนี้” ได้ยินเสียงผ้ายาวสะบัดผ่านลม “ให้เห็นข้อมือเพียงเล็กน้อย การจับนิ้วให้ใช้นิ้วโป้งกรีดกรายลงยังนิ้วกลางให้ดูงดงามมากขึ้น ครั้งหนึ่งผู้น้อยเคยแสร้งทำกระเป๋าผ้าตก แล้วสะบัดมือรับของจากคุณชายคนหนึ่งที่เก็บได้ เขาถึงกับมาติดพันเสียไปหลายพันตำลึง ซื้อปิ่นให้ใหม่นับสิบอัน”


            “เจ้านี่มันมีมารยายิ่งกว่าสตรีแท้ๆ เสียอีก” นางว่าอย่างนั้นแต่กลับหัวเราะพึงพอใจ ไม่เพียงเท่าไหร่ก็ชอบซีหลงเสียแล้ว “ชานี่รสชาติดีและหอมมาก ข้าชอบ”


            “เป็นชาจากบุปผาสามชนิดมีสรรพคุณเพื่อบำรุงผิวพรรณ หากคุณหนูชอบ ไม่ทราบว่าให้ผู้น้อยไปชงให้ที่ตำหนักดีหรือไม่ ยังมีสูตรความงามอีกมากมายที่สามารถเพิ่มพูนเสน่ห์ตรึงตาให้ท่านได้”


            “ได้สิ เจ้าอยู่แต่ในนี้กับ...” นางคล้ายปรายตามองเยว่ถิงเล็กน้อย “...นายบำเรอเก่า คงน่าเบื่อหน่ายไม่น้อย”


            “ขอบคุณท่านมาก ช่างมีน้ำใจสมใบหน้างดงามจริงๆ” ซีหลงว่าเสียงนุ่ม “อ้อ ข้าขอนำเขาไปด้วยได้หรือไม่ แท้แล้วสูตรเหล่าเป็นความลับสุดยอดของแม่เล้า จะให้ผู้ใดรู้ไม่ได้ เขาเป็นเพียงคนตาบอด คงไม่รู้ความอะไร”


            “ย่อมได้” อิงเอ๋อร์รับ “หากเป็นคำสั่งข้ามิมีใครในพรรคตอนนี้กล้าขัด แต่มายามหัวค่ำแล้วกัน ข้าจะส่งคนมารับ”


            ขบวนเทพธิดาพยากรณ์จากไป เยว่ถิงได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ หลังจากเข้าสู่ตัวเรือนและไร้บ่าวไพร่รอบกาย ด้วยซีหลงอ้างว่ารำคาญพวกกำแพงมีหูประตูมีช่องจึงไล่ให้อยู่ห่างออกไป


            “วางหมากตัวแรกเรียบร้อย” ซีหลงปรบมืออย่างย่ามใจ แต่ต่อมากลับทอดถอนใจ “เฮ้อ แต่พอมองใกล้ๆ แล้ว รูปโฉมนางไม่แพ้สาวงามหายากในนครหลวง น่าเสียดายไม่น้อย...”


            “อย่าหาว่าข้ากระไรเลย แต่ท่านคงไม่อยากเห็นนางตอนโกรธเป็นแน่”


ซีหลงยกมือขึ้นเท้าบ่าเขา พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก


            “เอาเถอะ ข้าก็แค่คะนองปากไปอย่างนั้น นางทำกับเจ้าไว้มากข้ารู้ ว่าแต่จะไม่ให้ข้าเอาคืนให้หรือไง”


            “เกรงว่าปัญหาจะไม่จบสิ้น แถมท่านจะได้มีเรื่องพัวพันมากขึ้นอีก ปล่อยมันผ่านไปแล้วตั้งใจหลบหนีดีกว่า”



 

            แต่เรื่องราวนั้นผิดคาด ยามตะวันลับขอบฟ้า อากาศเย็นขึ้นเมื่อไร้สุริแสงสาดส่อง ปักษากลางคืนเริ่มส่งเสียงร่ำร้อง ทว่ากลับไม่เห็นเงาของสาวรับใช้ของอิงเอ๋อร์แม้แต่คนเดียว ซีหลงเริ่มอยู่ไม่สุข ลุกนั่งและเดินไปเปิดประตูชะโงกออกไปดูตลอดเวลา


            “ทำไมช้านัก เจ้าคิดว่าเราควรออกไปดีหรือไม่”


            “ข้าว่าท่านอย่าเพิ่งวู่วามดีกว่า” เยว่ถิงปราม เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มอารมณ์ร้อน เอ่ยอย่างค่อนข้างหงุดหงิด


            “ถ้ามิให้เราไป อย่างน้อยควรส่งคนมาบอกเสียบ้าง”


            “อาจบังเอิญติดขัดบางอย่างขึ้นก็ได้ เรารอก่อนดีกว่า”


            “หรือจะเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักนาง หรือมีเรื่องเกิดขึ้นในพรรค ไม่สิ เงียบสงบอย่างนี้ไม่น่ามีเรื่องใหญ่ ข้าจะไปถามสาวใช้ให้ได้ความ เจ้ารออยู่ในนี้ก่อน ถึงได้ยินเสียงดังคล้ายมีเรื่องก็ห้ามออกไป”


            ซีหลงพรวดพราดออกไปด้วยอารามร้อนใจ เยว่ถิงจะรั้งไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขาจึงได้แต่นั่งรอในห้องรับแขกของเรือนเร้นจันทร์ เวลาหนึ่งนาทีกลับนานราวหนึ่งชั่วโมง รอแล้วรอเล่าบัณฑิตแพทย์ก็ไม่กลับเข้ามาเสียที จนได้ยินเสียงดังโครมอย่างแรงจนสะดุ้ง


            ปกติเขาไม่คิดจะออกไปให้เป็นเรื่อง ถึงถูกห้ามไว้แต่ยามนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซีหลงบ้างจึงรู้สึกใจสั่นไหว สังหรณ์ใจไม่ดี ยิ่งพอได้ยินเสียงโต้เถียงโวยวายดังแว่วมา แต่จับความไม่ได้ศัพท์ เด็กหนุ่มจึงตัดสินพรวดออกไปภายนอก


            ตราบใดที่ยังไปออกไปไม่เกินเขตเรือนก็ไม่น่าจะมีเรื่อง ยามออกมาภายนอกจึงได้ยินเสียงดังชัดขึ้น แต่น่าจะมิได้อยู่ในอาณาเขตรั้วแดง


            “ข้าบอกแล้วว่าหากเจ้ากล้าออกจากเรือนแม้แต่นิดเดียว ข้าจะไม่ปราณีต่อเจ้า!


            เป็นเสียงคำรามของมู่อวิ้นหลง ได้ยินเสียงตอบโต้ติดขัดราวกับถูกพันธนการอยู่ของซีหลง


            “ข้าได้รับอนุญาตจากเทพธิดาพยากรณ์แล้ว หะ หากไม่เชื่อจงไปถามนางได้!


            “นางล้มป่วยกะทันหันเมื่อกลางวัน เจ้าคงโกหกเอาตัวรอดมากกว่า” คงเป็นการทบต้นทบดอกด้วย มู่อวิ้นหลงดูเหมือนจะใส่อารมณ์มากกว่าเดิม ได้ยินเสียงอย่างเริ่มทรมานของซีหลง


“ข้า ข้ามิได้โกหก ปล่อยเสียที จะฆ่าข้ารึไง!


            “จ้าวตำหนักสามจะมาหาความเอาเรื่องกับข้าไม่ได้ ในเมื่อกระต่ายของเขาไม่รู้จักหลาบจำ”


            หากไม่ทำอะไร ซีหลงจะคอหักคามือของมู่อวิ้นหลงก็มิใช่เรื่องเกินเลย!


            “เป็นข้าที่โกหกเขาเองว่าเทพธิดาพยากรณ์อนุญาตให้ออกไป!


เยว่ถิงร้องตะโกน มู่อวิ้นหลงปล่อยร่างซีหลงล่วงลงดังตุ้บกับพื้น ได้ยินเสียงร้องโอดโอยตามมา รังสีพิฆาตถมึงทึงพุ่งใส่เยว่ถิงแทนที่ เด็กหนุ่มตาบอดแทบเข่าอ่อนจนต้องเอื้อมมือสั่นเทาจับรั้วพยุงตัวไว้ ริมฝีปากพลันแห้งผาก น้ำลายเริ่มเหนียวหนืดในลำคอ แต่ก็ฝืนเอ่ยคำต่อไป


            “เขาดูถูกข้า ข้าทนไม่ได้เลยอยากให้เขาโดนลงโทษ จึงโกหกไปว่าเทพธิดาพยากรณ์ให้ไปหา แต่ไม่คิดว่าจะทำให้ท่านถึงกับต้องลงมือรุนแรงกับเขาด้วย”


            “เรื่องน้ำเน่าของนายบำเรอนี่ทำข้าเสียอารมณ์ซะจริง” มู่อวิ้นหลงเอ่ยเสียงกดต่ำ เป็นสัญญาณไม่ดีอย่างมาก เยว่ถิงถอยครูดจนเผลอสะดุดล้มลงบนพื้นหิน ยามรู้ได้ว่าอีกฝ่ายสาวเท้าเร็วเข้าใกล้ แต่ไม่ทันไรกลับชะงักค้างไว้ เยว่ถิงสะดุ้งกับสายปราณที่ไม่คาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้


            “มีเรื่องอันใดกันอีก”


เสียงทุ้มเข้มเต็มไปด้วยอำนาจเหนือผู้ใดในพรรคสะบั้นสวรรค์ดังขึ้น บุรุษผู้นำพรรคกลับปรากฏตัวออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย จากนั้นจึงได้ยินเสียงกระชากร่าง เสียงครางอย่างเจ็บปวดของซีหลง


“เจ้าเป็นใคร”


            มู่อวิ้นหลงคุกเข่าลงคำนับ ก่อนเอ่ยตอบแทน


            “คำนับท่านประมุข เขาคือนายบำเรอคนใหม่ที่จ้าวตำหนักสามนำมาให้แก่ท่านหลังจากท่านจากพรรคไปสองวัน เห็นว่าเป็นนายโลมชั้นสูงชื่อดังจากหอหงส์ฟ้า”


            คล้ายได้ยินเสียงอ้ออย่างมุ่งร้ายเบาๆ จากจอมอสูรพันศพ กระแสปราณรุนแรงบิดเบี้ยวจนขนลุกชันทั้งสรรพางค์


            “ผู้ใดนำมันมา”


            “เขายืนยันจะอยู่ในฐานะนายบำเรอของท่าน ผู้น้อยเห็นว่ามิใช่เรื่องใหญ่จึงมิได้ขัด ขออภัยแก่ท่านด้วย หากจะลงโทษข้ายินดียอมรับ” มู่อวิ้นหลงเอ่ยอย่างหนักแน่นและรู้สึกผิดกับการตัดสินใจแทนจอมอสูรของตน นับว่าคนผู้นี้ภักดีและเคารพประมุขพรรคมาก จอมอสูรว่าอย่างเกียจคร้านด้วยอารามรำคาญใจ


            “ลงโทษเจ้าแล้วได้อะไร ข้ามิได้หงุดหงิดน้อยลงแม้เพียงนิด”


            “อั่ก!” ซีหลงร้องออกมาเสียงดังอย่างเจ็บปวด เยว่ถิงได้ยินเสียงกระดูกเดาะลั่น จอมอสูรคาดคั้นเอาความกับบัณฑิตแพทย์อย่างเหี้ยมโหด “เจ้ากล้ารังแกคนของข้าใช่หรือไม่”


            คนของข้า?


            เยว่ถิงรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆ จอมอสูรขุ่นเคืองใจขึ้นมาอย่างมาก ทว่ายามนี้จำต้องช่วยเหลือซีหลงก่อน จึงก้มลงโขกศีรษะกับพื้นอย่างแรง


“โปรดไว้ชีวิตเขาด้วย! เป็นข้าที่ผิดเอง ข้าอิจฉาที่สาวใช้ชมเขาไม่ขาดปากว่างดงามนัก ในขณะที่หน้าข้าอัปลักษณ์ แถมยังริษยาที่เป็นคนโปรดของเทพธิดาพยากรณ์อีก...”


            “หุบปาก” เพียงคำสั้นๆ กลับทำให้ทั่วร่างแข็งทื่อด้วยความกลัว  มิต้องสงสัยว่าผู้เป็นถึงประมุขมารยามนี้น่าหวาดผวาเพียงใด จอมอสูรโยนซีหลงกระแทกพื้นอย่างแรงอีกครั้ง จนเยว่ถิงกลัวว่าซีหลงจะกระดูกหักไปสักแห่ง


            “คนของข้า ข้าเลือกเอง ไสหัวไป”


            “จะให้ข้าไปที่ใด...” ซีหลงถ่มโลหิตออกมา เอ่ยแต่ละคำอย่างยากลำบาก คงเพราะเจ็บช้ำไปหลายส่วน จอมอสูรคล้ายยิ้มเยาะ “ในเมื่อเป็นนายโลมชั้นสูง จะมีสิ่งใดนอกจากปรนเปรอบุรุษ พรรคสะบั้นสวรรค์เองก็มีบุรุษไม่น้อย”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.441K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,728 ความคิดเห็น

  1. #7702 3001mindong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 11:22
    โอ้ยเดี๋ยววววว
    #7,702
    0
  2. #7625 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 08:59
    พี่ซีหล๊งงงงงงง
    #7,625
    0
  3. #7559 K.white wine (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 22:46
    ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    พี่ซีหลงของน้องงงงงงงงงง
    #7,559
    0
  4. #7512 9nvwqluvXz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:45
    เอ้าา เวรกรรม ยุ่งเหยิงอยู่นะ
    #7,512
    0
  5. #7415 kittenO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:18
    โอยยยยย
    #7,415
    0
  6. #7307 taemynnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 20:11
    -น้องโว้ยยย ตอนนี้ก็ยังไม่เจอลู่จิน ชีวิตชังอาภัพ สงสารลูกโว้ยยย ;-;
    #7,307
    0
  7. #7277 momosonoerung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 12:51
    ฝ่าบาทคะะะ ซีหลงถูกรังแก แงงง
    #7,277
    0
  8. #7217 MinRos (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 19:21
    ไม่นะ อย่าทำพี่ชายดอกเหมย
    #7,217
    0
  9. #7191 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 15:20

    เห้ยๆๆๆ!! ใจเย็นนะเฮีย!

    #7,191
    0
  10. #7132 Tartarinlove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:30
    อย่าทำน้องงง
    #7,132
    0
  11. #7101 Fueled me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 23:40
    ท่านจอมมารรรร กรี๊ด เกินไป!!!!
    #7,101
    0
  12. #7044 lilying_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 16:37

    ท่านประมุขขขขข ถึงจะซีนพระเอกมาก แต่มาผิดจังหวะละมังคะท่าน 5555555

    #7,044
    0
  13. #6997 นินรักจงอิ้ด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 00:23
    ใครจะมาทำร้ายน้องซี
    #6,997
    0
  14. #6939 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 23:24
    หวงแรงมาก!!! ยูนี๊ดทูพักก่อนนน
    #6,939
    0
  15. #6886 orangemamalde (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:30
    แง ท่านประมุขใจเย็นๆๆๆ
    #6,886
    0
  16. #6863 mytty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 10:13

    เรารู้สึกได้ว่าพี่หมอจะคู่กับพี่อวิ้น

    #6,863
    0
  17. #6840 Nyctophiliaaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:38
    ท่านคะเขารักกันดีค่ะแงได้โปรดใจร่มๆ
    #6,840
    0
  18. #6824 JCC (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:51

    โอยยยย พี่หลิงงงง ใจเยนๆเด้ออออออ

    #6,824
    0
  19. #6719 chalillxx_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 16:46
    อุแงงงงง้ ท่านประมุขใจเย็นก่อนนะคะ น้องรักกันค่ะ เขารักกันดี
    #6,719
    0
  20. #6687 pcy921 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 00:35
    แผนพังหมดเลยค่ะ นังหมอดูเทอจะมาป่วยอะไรวันนี้!
    #6,687
    0
  21. #6663 Wang19th (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 13:07
    ม่ายยยย พี่ท่านดุอีกแล้วว แงงง
    #6,663
    0
  22. #6634 Ne4w (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:12
    ไม่ๆๆๆ เยว่ถิงช่วยเพื่อนเร๊ววว แม่!!!
    #6,634
    0
  23. #6632 pawpanida (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:38
    ม่ายยยยยยยย
    #6,632
    0
  24. #6592 Chim2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 00:39
    omg!!! เป็นชายแมนๆอยู่แล้วด้วยสิ55555 อย่าทำอะไรพี่หมอว้อยย ให้รักษาน้องกายก่อน
    #6,592
    0
  25. #6587 noang76 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 18:02
    งานงอกแล้วซีหลงงง
    #6,587
    0