พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 8 : 6 - เทศกาลโคม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,526 ครั้ง
    27 ธ.ค. 62

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

*ก่อนอ่านตอนนี้ที่อัพใหม่ แนะนำว่าควรอ่านที่รีไรท์ตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ เพราะเนื้อหาเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร*

6 – เทศกาลโคม

 

 

เสนาบดีสำนักราชหัตถเลขาในชุดขุนนางสีแดงขั้นหนึ่งก้าวขึ้นสู่บันไดหิน ดวงตาสองข้างเหนือไฝใต้ตาซ้ายมองตรง สองเท้าสับรวดเร็วราวกับว่าโลกนี้ไม่มีเวลาให้พักผ่อนแม้สักพริบตาเดียว


“ใต้เท้าอี้จะรีบเร่งไปที่ใด”


เสียงสบายอารมณ์ร้องทัก เป็นแม่ทัพวัยกลางคนผู้หนึ่ง อี้เหยียนไคกั๋วกงจำต้องชะลอฝีเท้า ขมวดคิ้วตอบ


“ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท”


“ดีๆ ข้ากำลังจะไปเฝ้าฝ่าบาทเช่นกัน แต่ไหนเลยต้องรีบปานนั้น ค่อยๆ เดินก็ได้ เดี๋ยวจะหกล้มเอา”


“หากแก่จนเดินแล้วหกล้มก็เกษียณกลับไปพักอยู่บ้านเถอะ”


             “ยิ่งไม่ได้คุยกันนาน เจ้ายิ่งเย็นชา ปีนี้ข้าก็ครึ่งร้อยเข้าไปแล้ว อยากให้คนแก่อายุสั้นหรือ!


            อี้เหยียนเฟิงกลอกตาแล้วพ่นลมหายใจ ผู้ใดจะเชื่อว่าคนผู้นี้รบเคียงข้างองค์จักรพรรดิตั้งแต่รุ่นก่อนจนถึงรุ่นนี้ ทั้งยังมีผลงานสำคัญอย่างยิ่งในการปราบกบฏหกปีตลอด ผู้คนรู้จักกันในนาม แม่ทัพสิงห์คำรณ นับว่าเป็นตำนานมีชีวิตแห่งต้าหลิง


            “แล้วนี่เจ้าจะทูลเรื่องอะไร”


            “อวิ๋นอ๋อง”


            แม่ทัพซุนไม่มีแววแปลกใจ เพียงส่ายศีรษะยามก้าวเร็วๆ เคียงข้าง “เจ้าไม่ไว้ใจเขา”


            “ท่านเชื่อใจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เช่นนั้นหรือ”


            “แต่ฝ่าบาทไว้ใจเขา หรืออย่างน้อยเจ้าหนูหนิงเหอก็ส่งคนไปติดตามเขา”


            “ตราบใดที่อู๋หนิงเหอไม่ได้ไปติดตามเอง ข้าก็ไม่เชื่อรายงานพวกนั้นเช่นกัน”


            เมื่อมาถึงตำหนักเฉียนชิง องค์จักรพรรดิรับสั่งให้เข้าเฝ้าได้ ไคกั๋วกงหนุ่มและแม่ทัพเอกจึงเดินเข้าไป ดวงตาคมกริบของขุนนางหนุ่มต้องกระตุกนิดๆ เมื่อพบว่ามีคนผู้หนึ่งเข้าเฝ้าอยู่ก่อน


            “คารวะใต้เท้าอี้และแม่ทัพซุน”


            อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงกำลังนั่งเล่นหมากล้อมกับผู้เป็นหนึ่งในต้าหลิง รอยยิ้มนั้นคล้ายจะเยาะเย้ยนิดๆ อี้เหยียนเฟิงหรี่ตา ก่อนทำความเคารพทั้งสองด้วยท่วงท่าถูกต้องทุกกระบวนการ


            “อา นานแค่ไหนแล้วที่พวกเราไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน” เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนที่ยืนเบื้องหลังองค์จักรพรรดิเอ่ยปาก ดวงตาแจ่มใสขี้เล่นขัดกับรูปร่างสูงโปร่งเป็นบุรุษเต็มตัวที่สวมชุดหัวหน้าองครักษ์รัดกุม


            “หนิงเหอ อยู่ในวังแล้วระวังมารยาทด้วย” อี้เหยียนไคกั๋วกงส่งเสียงตำหนิ องค์จักรพรรดิว่าเสียงเรียบ


            “ไม่มีคนอื่นก็ช่างเถอะ เจ้ามีเรื่องอะไร”


            “กระหม่อมมากราบทูลเรื่อง...” อี้เหยียนไคกั๋วกงประสานมือ เหลือบตามองอวิ๋นอ๋องแวบหนึ่ง “เรื่องความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมของตระกูลว่าน ตระกูลเฉิน และแคว้นเสียนซูพ่ะย่ะค่ะ”


            ระหว่างอี้เหยียนไคกั๋วกงกำลังรายงาน แม่ทัพสิงห์คำรณเหลือบไปเห็นบางอย่างท่ามกลางกองฎีกา ดวงตาพลันเถลือกถลน


            เก้าสิบเก้ากลวิธีนารีภิรมย์


            องค์จักรพรรดิทรงอ่านหนังสือพวกนี้ด้วย!?


            อวิ๋นอ๋องมองเห็นท่าทางของแม่ทัพซุนก็หัวเราะเสียงทุ้ม เอื้อมมือไปหยิบหนังสือขึ้นมา เผยหน้าปกมีรูปบุรุษสตรีเปลือยเปล่าพัวพันขึ้น


“ลืมไปว่าท่านเองก็ถนัดเรื่องไขรหัสลับอักษรภาพ ลองนำไปดูสิ เผื่อจะได้ความใดบ้าง”


            แม่ทัพซุนรีบคว้ามาเก็บใต้เสื้อ หูขึ้นสีชมพูอ่อน “ไม่ทราบพวกท่านได้มาจากที่ใด!


            “ฝ่าบาทได้มาจากพระสนมหลิวในวันข้ามปี


“ภาพวาดสมัยนี้อล่างฉ่างกันถึงเพียงนี้เชียว...”


            “แต่ข้าอ่านแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร ไม่น่าใช่การซ่อนรหัสลับดั่งที่พวกท่านระแวง” หนิงเหอว่าพลางเกาจมูก


            “ใครให้เจ้าอ่าน!” แม่ทัพซุนกลับรับไม่ได้ หนิงเหอตาโต รีบเถียงป้องกันตัว “ฝ่าบาททรงอนุญาต ปีนี้ข้าสิบหกแล้ว ท่านเห็นเป็นอะไร!


            เสียงกระแอมไอดังขึ้น อี้เหยียนไคกั๋วกงส่งสายตามา การโต้เถียงจึงยุติลงเพียงเท่านี้


            “แล้วในวันเทศกาลโคมที่กำลังจะถึงนี้...”


            “ฝ่าบาทจะไปพบคนผู้หนึ่ง” อวิ๋นอ๋องเป็นผู้ตอบแทน “ส่วนหนิงเหอจะสวมชุดฝ่าบาทไปพบปะประชาชนบนป้อมประตู เรื่องอื่นพวกท่านไม่ต้องห่วง เพราะคนผู้นั้นคุ้มค่าที่ฝ่าบาทจะไปพบ จริงหรือไม่”


            องค์จักรรพรดิเพียงวางหมากตัวสุดท้ายเพื่อชนะบนกระดาน ดวงตามีประกายอ่านยากบางอย่าง ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด

           



            พอใกล้เทศกาลโคม เหล่าแพทย์หลวงต่างฝ่าฝันกันลงเวรเพื่อให้ตนเองว่างพอดิบพอดี


            แน่นอนว่าหลิวซีหลงสู้ยิบตาเพื่อจะไปแลกป้ายขุนนางกับอวิ๋นอ๋องตามนัดหมาย กระนั้นฟ้าดินกลับโกรธเคืองอันใดไม่ทราบ ยามมีแพทย์หลวงอาวุโสคนหนึ่งเข้ามาบอกให้เขาอยู่เวรในวันเทศกาลพอดี


            “เหตุใดถึงเป็นข้า”


            “แพทย์หลวงเฉินเจียอยู่ในตระกูลเฉิน ต้องไปร่วมงานสำคัญของราชสำนักเพื่อเคารพองค์จักรพรรดิ ไม่เหมือนเจ้า


            หลิวซีหลงอ้าปากค้าง ไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด แพทย์หลวงอาวุโสผู้นั้นก็สะบัดเสื้อคลุมสีแดงเดินจากไป


            เขาอุตส่าห์ลงเวรมากกว่าผู้อื่นมาตลอดในช่วงเวลานี้ ไหนเลยวันเทศกาลจะไม่ได้หยุด ส่วนคนแซ่เฉินผู้นั้นนอกจากมีเรื่องกับเขาแล้วก็ไม่เห็นจะทำอะไร คำว่าไม่ยุติธรรมยังน้อยไป!


ระหว่างพักกลางวัน ซีหลงนั่งลงแล้วตบโต๊ะระบายความขุ่นเคือง “ไอ้หมูบัดซบแซ่เฉินนั่น!


            “เจ้าเนี่ยนะต้องอยู่เวร นี่มันไม่ยุติธรรมสักนิด” เจิงอีเองก็ประท้วง “เฮ้อ เอาอย่างนี้ ครั้งนี้ข้าจะยอมอยู่แทนเจ้าแล้วกัน!


            “เจ้าเองต้องกลับไปเยี่ยมครอบครัวมิใช่รึไง”


            ข้ากลับไปทุกคราจนเบื่อแล้ว บางทีเจ้าอาจถือโอกาสนี้กลับไปเยี่ยมบ้านตระกูลหลิว...”


            “เฮอะ ข้ากลับไปทั้งวันชิงหมิง(เช็งเม้ง) และวันสารทก็ดีเพียงใด”


            “น้องสาวเจ้าก็เข้าวังมาตั้งนานแล้ว ยังไม่หายโกรธคนที่บ้านอีกหรือ”


            หากไม่ใช่เพราะบิดาบังคับน้องสาวเข้าวัง ไหนเลยจะเกิดเรื่องวุ่นวายมากมายขึ้นเพียงนี้ ซีหลงถลึงตา “ตราบใดที่เหมยอิงยังต้องจมปลักอยู่ในวัง ข้าก็ไม่ญาติดีกับพวกเขาง่ายๆ หรอก”


            ทั้งสองแยกย้ายไปทำหน้าที่ ซีหลงทำงานต่อด้วยอารมณ์ขุ่นมัว คิดวางแผนขึ้นใหม่เพื่อไปพบอวิ๋นอ๋อง ยามยกหม้อยาขึ้นตั้งบนเตากลับทำของเจ้าปัญหาหล่นลงจากเสื้อ


            คนผู้หนึ่งโผล่เข้ามาในห้องโอสถพอดี เห็นป้ายขุนนางก็หวังดีจะก้มเก็บให้ หัวใจหลิวซีหลงพลันสะดุ้งตีลังกา รีบพุ่งพรวดไปเหยียบป้ายไม้เอาไว้


            “เจ้า-คนผู้มาใหม่ขมวดคิ้ว ซีหลงค่อยๆ ดึงขาตนเองเข้ามาก่อนรีบหยิบป้ายไม้แล้วจึงหันไปสนใจยาที่กำลังต้มต่อ ความเงียบอึดอัดโรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง ผู้มาใหม่จึงเอ่ยขึ้น


            “ข้าขอโทษเจ้าด้วย”


            แพทย์หลวงชุดสีเขียวเบื้องหน้าดูทั้งขัดเขินทั้งกระอักกระอ่วน ซีหลงพลันนึกไปว่าไหนเลยช่วงนี้จะพบหน้าหรือเกี่ยวข้องกับเหล่าบุรุษรูปงามที่มีชื่อเสียงในวังหลวงต้าหลิงบ่อยนัก


            ตั้งแต่องค์จักรพรรดิ อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิง ลามมาถึงผู้เป็นขุนนางก็ไม่เว้น


            หากขุนนางหนุ่มโสดผู้ได้รับความนิยมจากเหล่าสตรีในวังอันดับหนึ่งคือ อี้เหยียนไคกั๋วกง อันดับสองก็คงไม่พ้นบุรุษตรงหน้า เฉินจื่อหาน แพทย์หลวงแห่งตระกูลเฉินอันทรงอำนาจผู้นี้


“เจ้ามาขอโทษข้าทำไม”


“เฉินเจียไปขอหัวหน้าแพทย์หลวงให้เจ้าอยู่เวรแทนในเทศกาลโคม”


“แล้ว?”


“ข้ารู้ว่า... แค่ข้าแซ่เฉินเจ้าก็ไม่พอใจ” คนตรงหน้าเอ่ยอย่างระวัง “แต่ข้ามาดี วันเทศกาลข้าจะอยู่เวรแทนเจ้าเอง”


ซีหลงอดไม่ได้ให้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “คนตระกูลเฉินเช่นเจ้าไม่ต้องไปร่วมพิธีโคมของราชสำนักหรือไร มิหนำซ้ำยังเป็นถึงบุตรชายหัวหน้าสำนักแพทย์เช่นนี้ด้วย”


“ข้าเป็นแพทย์หลวง มิได้เป็นขุนนางบู๊บุ๊น ไม่ได้สำคัญปานนั้น และเข้าเวรก็นับเป็นหน้าที่”


“เฉินจื่อหาน” ซีหลงเองก็ไม่เก็บซ่อนสีหน้าเคลือบแคลงของตน “แพทย์หลวงลำดับหนึ่งของรุ่นเช่นเจ้าไม่ต้องทำเช่นนี้หรอกกระมัง ทั้งข้าเองก็เห็นเจ้าเข้าเวรสม่ำเสมอ”


เฉินจื่อหานคือญาติผู้พี่ของเฉินเจีย ลูกชายแท้ๆ ของหัวหน้าแพทย์หลวงเฉิน อาจถือได้ว่าเขาดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดในบรรดาคนตระกูลเฉินที่ซีหลงเคยพบ กระนั้นพวกเขาเองดีต่อกันบ้างตามที่มนุษย์โลกพึงกระทำ ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมอันใด


“ข้า” เฉินจื่อหานกระแอมไอ ผิวแก้มขาวเหมือนไม่เคยออกแดดของเขาขึ้นสีเล็กน้อย “ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรพิเศษ เพียงแต่เจ้าก็รู้ว่าข้ายึดถือความถูกต้อง การกระทำของญาติผู้น้องข้านับว่าน่าละอายนัก”


“นี่ถือว่าข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าหรือไม่”


“แน่นอนว่าไม่”


“เจ้าแน่ใจ?”


“ข้ามาหาเจ้าก่อน ไหนเลยจะคิดเป็นบุญคุณ” เฉินจื่อหานกระแอมไออีกครั้ง ซีหลงหรี่ตา ครู่หนึ่งค่อยโน้มตัวคารวะอีกฝ่าย “เช่นนั้นข้าก็นับถือน้ำใจเจ้า”


เฉินจื่อหานร้อนรนรีบยกมือรับคารวะ ดูซุ่มซ่ามไม่เหมือนในยามปกติที่มักสง่างาม


            “แต่ในเมื่อคิดจะช่วย ก็ควรช่วยให้เต็มที่ แลกเวรนี้ควรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้อื่นจะได้ไม่นินทาข้าทีหลังว่าหนีเวร เจ้าว่าอย่างไร” ซีหลงเอ่ยตรงไปตรงมา เฉินจื่อหานกลับไม่มีท่าทีขุ่นข้องใจ เปิดยิ้มเอ่ยคล้ายโล่งอก “ตกลง!


            พอลับหลังอีกฝ่าย ซีหลงอดพึมพำเกาศีรษะแกรกไม่ได้


“เจ้าคนพิลึก”



           

            ปัญหาหนึ่งถูกแก้ไป ปัญหาที่สองและสามกลับคล้ายจะตามมาเร็วๆ นี้


            วันเทศกาลโคมมาถึงในที่สุด


            หลิวซีหลงจำต้องปลอมแปลงเป็นน้องสาวอีกครั้ง ครานี้ประทินโฉมให้กระทั่งกลิ่นกายยังใกล้เคียงนาง เดิมเขาคิดว่านี่เป็นนอกวังคงไม่ต้องแต่งกายให้เลิศเลอมาก แต่บรรดาเหล่าสตรีรับใช้น้อยใหญ่ที่บ้านกลับเห็นเขาเป็นตุ๊กตา สภาพจึงออกมาพะรุงพะรังกว่าที่คิด


            เทศกาลโคม เหล่าสตรีชาวต้าหลิงต่างแต่งกายประชันกันไม่น้อยหน้า สีมงคลนั้นคือสีแดงสด ซึ่งเขาเองสวมเป็นเสื้อคลุมตัวนอกปักลวดลายที่ขอบด้วยด้ายสีทอง ส่วนตัวในสวมใส่สีดำเพื่อปกปิดสัดส่วน


            เส้นผมสีดำขลับเกล้าผมขึ้นเป็นง่ายๆ ปักประดับด้วยปิ่นทองคำและดอกเหมย ช่วงนี้ต้าหลิงยังนิยมพัดกลมและผ้าคล้องไหล่ ซีหลงจึงจำต้องหอบมาอย่างช่วยไม่ได้


            หากมีการปะทะหรือจำต้องหลบหนี เขาอาจตายตั้งแต่ยังไม่เริ่ม


            “แม่นางบนเกี้ยวนี้เป็นบุตรีบ้านไหน งามหวานดั่งน้ำผึ้ง กลิ่นดอกเหมยยิ่งทำให้ข้าล่องลอย”


            “เพ้ย! พูดจาแบบนี้ระวังจะโดนบิดานางบั่นหัวเอา”


            “ไม่แน่อาจกำลังขึ้นเกี้ยวไปหาคนรัก อย่างเจ้ายังกล้าหวังอะไร หึๆ!


            ซีหลงฟังคนแบกเกี้ยวเอ่ยไปก็ขนลุกซู่ ยามก้าวลงจากเกี้ยวก็ส่งสายตาอาฆาตให้ทีหนึ่ง


            ประตูเฉินเหมินอยู่ยังทิศตะวันออกพระราชวังต้าหลิง เบื้องหน้าคือลานกว้างหินสีเทา งานเทศกาลโคมในที่แห่งนี้จัดขึ้นอย่างสวยงามครึกครื้นเป็นอันดับสองแห่งต้าหลาง ส่วนอันดับหนึ่งคืองานเทศกาลโคมที่ประตูอู่เหมินซึ่งอยู่ทิศเหนือ ที่นั่นประชาชนยังมีโอกาสได้ชมโฉมองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงอยู่ไกลๆ บนป้อมประตู


            องค์จักรพรรดิเพิ่งกลับมาต้าหลิงครั้งแรกในรอบหกปี แน่แล้วว่าประตูอู่เหมินคงเต็มไปด้วยประชาชนรอชมพระบารมีเนืองแน่น ระหว่างเส้นทางที่มาเมื่อครู่ยังมีการติดขัดไปขณะหนึ่ง


            ผู้คนที่ประตูเฉินเหมินบางตามากกว่าทุกปี ทว่าก็ยังถือว่าคึกคัก ซีหลงกวาดสายตามองโดยรอบ นึกถึงดวงหน้าเจ้าเล่ห์ของอวิ๋นอ๋องตามคำบรรยายของน้องสาว


            จนเมื่อสายตาสบประสานกับดวงตาสีดำสนิทคมปลาบดุจกระบี่คู่หนึ่ง


            เขาสาบานว่าหัวใจเกือบหยุดเต้นจริงๆ


            มือไม้พลันอ่อนแรง ปล่อยพัดที่ใช้ปิดครึ่งหน้าหล่นลงบนพื้น เงาร่างบุรุษเบื้องหน้าก้าวเข้ามาใกล้


            หลิวซีหลงกลั้นหายใจ องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงสวมอาภรณ์สีดำด้านนอก ด้านเป็นสีแดง ทั้งกวาน ปิ่นและเสื้อคลุมขนสัตว์เองก็เป็นสีดำสนิท กระนั้นกลับเปล่งรัศมีจนรอบข้างหม่นหมอง


            ข้างเอวพกกระบี่เรียบสีดำมันวาวง่ายหนึ่งเล่ม แต่ซีหลงรู้สึกได้ถึงรังสีสงบแต่เยียบเย็นไม่ต่างจากเจ้าของ องค์จักรพรรดิแต่งกายดั่งมือปราบหรือคุณชายทั่วไป ทว่ารูปโฉมกลับทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องเอี้ยวคอมองไม่ว่าบุรุษหรือสตรี


            องค์ไท่ชางหวงตี้ก้มเก็บพัดแล้วส่งให้ ซีหลงส่งมือที่สั่นระริกออกไปรับ สะดุ้งเมื่อปลายนิ้วสัมผัสเฉียดปลายนิ้วเย็นเฉียบของอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ


            วันนี้หิมะไม่ตก แต่กลับหนาวจนสั่นสะท้าน


            “ไม่คิดว่าจะพบเจ้าที่นี่”


            “มะ หม่อมฉันก็ไม่คิดว่าจะพบ... ฝ่าบาทที่นี่”


            “เช่นนั้นหรือ?”


            “ฝ่าบาท” หลิวซีหลงกระซิบ พยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืด ดวงหน้าอีกฝ่ายไม่แสดงอารมณ์ใด น้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นก็ไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษ “เหตุใดถึงอยู่ที่นี่เพคะ”


            “นั่นไม่ใช่คำถามข้าหรือ”


            “หม่อมฉัน...”


            อีกฝ่ายกลับยกมือขึ้นใกล้ริมฝีปากของเขา “เอ่ยอย่างสามัญชน”


            “ข้า... เพียงขึ้นเกี้ยวมา ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเกี้ยวจะนำพาออกนอกวัง คิดว่าจะนำไปประตูอู่เหมินที่ซึ่งเหล่าสนมรวมตัวกัน”


            “ระหว่างเกี้ยวมาถึงนี่ เจ้ากลับไม่สงสัยสิ่งใด?”


            “ข้าคิดว่าเป็นเกี้ยวที่ท่านส่งมารับเจ้าค่ะ”


            “ข้าไม่ได้ส่งสิ่งใดไป”


            “หากไม่ใช่ท่าน ผู้ใดจะส่งเกี้ยวไปยังที่... ที่ข้าอยู่ได้? อีกทั้งยังให้ข้ามาพบท่านนอกวัง เรื่องเป็นอย่างไรกันแน่”


            พระสนมตัวปลอมเอ่ยเสียงสับสน ดวงตากลมใสกวาดมองไปมา สองมือกุมอกเสื้อแน่น


            “ไม่เลว”


ซีหลงได้ยินเสียงพึมพำคล้ายตนเองหูฝาด มองอีกทีริมฝีปากได้รูปนั้นก็แทบไม่ขยับเขยื้อน ก่อนที่องค์จักรพรรดิจะถอนสายตาจากใบหน้าเขา


            “ข้าเพียงต้องการออกมาดูความเป็นไปในต้าหลิง ไหนๆ เจ้ามาแล้วก็ไปด้วยกัน”


            หลิวซีหลงค่อยใจชื้นขึ้น ก้มลงพยักหน้าน้อยๆ แล้วเดินตามหลังอีกฝ่าย แต่กลับสะดุดปลายกระโปรงตนเอง โชคดียั้งคำสบถที่ริมฝีปากทัน


            ร่างสูงโปร่งหยุดแล้วหันมามอง ก่อนจะยื่นมือมาไว้เบื้องหน้าเขา


            นิ้วเรียวยาว ฝ่ามือใหญ่ เส้นลายมือชัด และเต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็น


            พระสนมกำมะลอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก้มหน้าเอียงอายแล้วยกมือของตนแตะบนฝ่ามือนั้น


            ฝ่ามือขององค์จักรพรรดิหยาบกร้านและเยือกเย็นเหมือนหินผา เพียงประคองมือเขาไว้หลวมๆ แต่กลับให้ความรู้สึกว่ายากที่จะดิ้นรนหลุดออกมาได้


            หากเป็นเหมยอิง นางคงกลัวจนร้องไห้ไม่หยุดแน่ ทว่าองค์จักรพรรดิตรงหน้าเองมิได้ดุดันปานจะฆ่าให้ตาย เขาอาจจะเป็นเหมยอิงในรูปแบบที่ใจกล้าขึ้นมาหน่อยก็ได้


            “...ที่ท่านไม่ลงโทษข้า หรือท่านทราบว่าเหตุใดข้าถึงอยู่ที่นี่”


            “หรือเจ้าอยากถูกลงโทษ?”


            ซีหลงหดคอ ว่าเสียงเบา “ไม่เจ้าค่ะ”


            ในเมื่อองค์จักรพรรดิไม่เปิดช่องว่างให้เขาถามถึงอวิ๋นอ๋อง หลิวซีหลงจึงเลือกปิดปากเงียบ นึกสาปแช่งจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้นั้นในใจแทน


            ไม่รู้อีกฝ่ายรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด แต่คงยังไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวปลอมกระมัง?


            ทั้งสองเดินผ่านสีสันแห่งทะเลโคมมากมาย จิตกรแห่งต้าหลิงล้วนแล้วแต่มีอัจฉริยะเกิดขึ้นในยุค ศิลปะวัฒนธรรมนับเป็นสิ่งหนึ่งที่เจริญรุ่งเรืองมาหลายร้อยปี


            โคมกระดาษมากมายถูกประกอบขึ้นเป็นรูปสัตว์ ต้นไม้ ทิวทัศน์ กระทั่งใหญ่โตเป็นดั่งตำหนักจำลอง บันดาลให้ลานหินสว่างไสวท่ามกลางความมืด ซีหลงแอบเหลือบสายตามองเสี้ยวหน้าขององค์จักรรพรดิ


            อาจเป็นเพราะแสงโคมสีส้มเหลืองนวลเหล่านั้นทำให้ความเย็นชากระด้างดั่งรูปสลักในเวลาปกติดูมีชีวิตชีวาและนุ่มนวลอ่อนโยนขึ้น ตัวเขาเกิดมาไม่เคยเดินกุมมือบุรุษอย่างสนิทชิดเชื้อ ยังเผลอคิดว่าหากเป็นสตรีใดๆ ก็คงเคลิบเคลิ้มในบรรยากาศเช่นนี้


            นึกไปถึงเหมยอิง เขาพลันยั้งวาจาไม่อยู่


            “ท่าน...”


            “หลี่ลู่จิน” องค์จักรพรรดิเอ่ยเนิบๆ หันมาสบตากับเขา “คือนามของข้า”


            “คุณชายหลี่...”


            “ท่านพี่”


            “...”


            เจ้าของนามหลี่ลู่จิน โคลงศีรษะน้อยๆ กล่าวหน้าตาย “มิใช่หรือที่เจ้าควรเรียก”


            “ท่านพี่” ดวงหน้าของเขาร้อนผ่าว เกิดมาป่านนี้ไหนเลยเขาจะเคยเรียกบุรุษมีพวงสวรรค์หน้าไหนว่าท่านพี่!


            “ว่าสิ่งใด”


            “เหตุใดท่านถึงมาหาข้าในวันข้ามปีเจ้าคะ”


            “เพียงสุ่มป้ายได้”


            ตอแหล


            หลิวซีหลงนึกบริภาษในใจ ทว่าภายนอกกลับยิ้มเบาบาง “ที่แท้เป็นเช่นนั้น คนทั้งวังกลับคิดไปว่าท่านโปรดหลิวเหมยอิง”


            “คิดเช่นนั้นก็ไม่ผิด”


            “ท่านโปรดข้าจริงๆ?”


            “...วันนี้เจ้าช่างพูดนัก”


            “หากอยู่ในวัง ข้าย่อมไม่กล้าเอ่ย วันนี้อยู่นอกวัง กับแค่เพียงท่าน รู้สึกประหนึ่งความฝัน จึงคิดหวังจะถามหลายสิ่งที่คั่งค้างในใจ”


            “งั้นก็ถามมา”


            “ท่านไม่โปรดผีผา แต่ยังอดทนมาทุกวัน เป็นเพราะอะไร”


            “เพราะหวังว่าจะได้เล่นหมากล้อมแก้มือกับเจ้า”


            หลิวซีหลงคิดว่าตนเองคุมสถานการณ์อยู่หมัด คำตอบขององค์จักรพรรดิกลับทำให้เขาแทบสำลักน้ำลาย คิดว่าอาการตอบโต้ของตนเองคงไม่พ้นดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายแน่ จึงใช้มืออีกข้างยกพัดขึ้นปิดหน้า


            “เล่นหมากล้อมทำให้ข้านึกถึงเรื่องน่าอายสมควรตาย ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจ”


            “พ่ายแพ้เจ้าลำบากใจกว่ามาก”


            ได้ยินเสียงเดาะลิ้นเบาๆ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกตื่นตกใจกับอาการทางร่างกายและสีหน้าใหม่ๆ ขององค์จักรพรรดิทุกครั้ง


            “ท่านออมมือให้กระมัง”


            มือที่จับหลวมๆ พลันกำแน่นขึ้น ดึงให้ร่างของเขาทั้งร่างขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมเย็นเจือด้วยกลิ่นไม้กฤษณาอ่อนๆ แตะจมูก ซีหลงจะรู้ว่าเดินหมากพลาดก็ครานี้ สีหน้าของหลี่ลู่จินดูจริงจัง “เช่นนั้นก็ไปเล่นกันอีกครั้ง”


            เขาคงทำองค์จักรพรรดิฝังใจเจ็บจริงๆ!


            “ทะ ท่านจะชมนครไม่ใช่หรือ เล่นหมากล้อมนั้นข้าเองก็ลำบากใจเช่นกัน”


            “หึ”


            องค์จักรพรรดิยอมปล่อยเขา หัวใจที่หล่นไปตาตุ่มค่อยไต่ขึ้นมากลับเข้าที่ หลิวซีหลงพลันนึกได้อีกเรื่องหนึ่ง แต่คิดว่าตนเองไม่ควรเอ่ยสิ่งใดมากกว่านี้


            มิคาด ครู่หนึ่งหลี่ลู่จินจึงเอ่ยขึ้นเอง น้ำเสียงเรียบเรื่อย


            “ข้าชมชอบกลิ่นกำยานของตำหนักเจ้า”


            “นั่นทำจากไม้หอมและสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย กลิ่นแปลกไปจากกลิ่นเครื่องหอมส่วนใหญ่ในวังต้าหลิง ไม่คิดว่าจะท่านจะชอบ”


            เป็นอีกครั้งที่หลิวซีหลงปากไว จริงๆ แล้วให้เขาเป็นเหมยอิงสักหนึ่งก้านธูปก็ลำบากมากแล้ว คนหยาบกร้านปากไร้หูรูดเช่นเขาไยจะสงบนิ่งสุขุมแบบนางได้ น่าตีตัวเองให้ตายที่คิดแผนการสลับตัวขึ้นมา


            โชคดีที่องค์จักรพรรดิมิได้มีท่าทีสงสัย มีสนมเยอะเกินไปคงเป็นแบบนี้ อีกฝ่ายเพียงเอ่ยต่ออย่างเรียบง่าย


            “กลิ่นกำยานนั้นทำให้ข้านอนหลับง่ายขึ้น”


            “ประเสริฐ แรกๆ ที่ข้าเพิ่งมาอยู่ในตำหนักยังปรับตัวไม่ได้ก็นอนไม่หลับ พอได้กำยานนี้มาก็ดีขึ้นเช่นกัน”


            “ได้ยินว่าพี่ชายเจ้าที่เป็นแพทย์หลวงเป็นคนคิดค้น”


            เมื่อบทสนทนาเอ่ยถึงเขาขึ้นมา ไหล่สองข้างของผู้มีความผิดปักหลังก็เกร็งขึ้น พยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติ


            “ใช่แล้วเจ้าค่ะ”


            “ได้ยินว่าเจ้าสองพี่น้องเป็นฝาแฝด แม้เป็นชายหญิงแต่ทั้งรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงล้วนเหมือนกันถึงเจ็ดแปดส่วน”


            “ผู้คนต่างพูดเช่นนั้น ทว่าเมื่อคุ้นชินแล้วย่อมแยกออกแน่นอน” พระสนมตัวปลอมยกมือชี้ไปยังลานที่มีโคมแดงแขวนไว้ตามเส้นเชือกทอดยาว เบื้องใต้โคมเหล่านั้นล้วนมีกระดาษขอพรสีแดงผูกติดไว้


            “มาเทศกาลโคมแล้ว เราไปขอพรบูชาเทพเจ้าด้วยดีไหมเจ้าคะ”


ทั้งสองเดินซื้อโคมแดงคู่หนึ่ง ต่างคนต่างเขียนคำอธิษฐาน หลิวซีหลงดึงแขนเสื้อตวัดอักษรขอพรให้ให้คนที่รักมีสุขภาพแข็งแรงปลอดภัย ก่อนที่จะแอบเหลือบมองของบุรุษข้างๆ


            ทันใดนั้นก็ถูกปลายนิ้วผลักยังกลางหว่างคิ้วเบาๆ องค์จักรพรรดิพับกระดาษปิด


            “ขออภัยเจ้าค่ะ”


            “อยากรู้ไปทำไม ข้ายังไม่อยากรู้ความปรารถนาของเจ้า”


“ความปรารถนาของสตรีวังหลังมีเพียงหนึ่ง ความปรารถนาขององค์จักรพรรดิมีเท่าใดผู้ใดจะรู้”


            สีหน้าองค์จักรพรรดิเปลี่ยนไป ดวงตาสีดำที่มืดสนิทนั้นยามสะท้อนแสงโคมมากมายแล้วหลอกสายตาให้รู้สึกว่าอบอุ่นสว่างไสวด้วยดวงไฟนับสิบ ริมฝีปากแดงขยับขึ้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม


            “งั้นคืนนี้ความปรารถนาของข้าก็มีเพียงหนึ่ง


            โอ้


            หากอยู่ในวงเหล้า เขาคงยกสุราโห่ฮาให้แก่คนผู้เอ่ยกับสาวงาม ทว่าสถานการณ์กลับตาลปัตรสับสน เมื่อเขาเป็นสตรีที่เป็นพระสนมในตำแหน่งสาวงาม แล้วมีบุรุษที่เอ่ยเป็นองค์จักรพรรดิแทน


            ในฐานะที่เป็นบุรุษ เขารู้มานานแล้วว่าพวกที่ดูเงียบๆ เคร่งขรึมมักจะไม่ธรรมดา สรุปคือหลี่ลู่จินผู้นี้ก็มีคุณสมบัติขององค์จักรพรรดิเจ้าแผนการ แท้แล้วเกี้ยวสนมเก่ง ไม่ได้ดูเฉยชาไร้อารมณ์ดั่งนักบวชละทางโลกอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ


“เช่นนั้นก็ขอให้ท่านสมปรารถนา”


“มือเจ้าเริ่มเย็นแล้ว” องค์จักรพรรดิปล่อยมือและถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนมาคลุมไหล่ให้เขา กลิ่นหอมของผ้าเจือด้วยกลิ่นอำพันและดอกไม้เบาบาง ส่วนกลิ่นที่โดดเด่นคือกลิ่นกฤษณาหอมเย็นต่างจากกลิ่นกฤษณาทั่วไป


“ขอบคุณท่าน” ซีหลงก้มหน้ากระซิบเสียงแผ่ว อดรู้สึกไม่ได้ว่าคล้ายถูกคนโอบกอดอยู่ตลอดเวลา


            บรรยากาศระหว่างพวกเขาที่จับมือกันในยามนี้คล้ายจะเปลี่ยนเป็นอบอุ่นละมุนละไมจนน่าขนลุก บุรุษและบุรุษในร่างสตรีเดินชมงานต่อ


โชคดีที่องค์จักรพรรดิมิได้ทำตาหวานใส่ มิงั้นเขาอาจจะทนไม่ได้กระโดดสะพานเสียตรงนี้


ในเทศกาลโคมยังมี ทังหยวนซึ่งเป็นข้าวเหนียวที่ปั้นเป็นลูกกลม ข้างในสอดไส้ชนิดต่างๆ ทั้งถั่วแดงหวาน งา หรือถั่วเนยลงไปวางขายอยู่ ผู้คนมีความเชื่อว่ารูปร่างกลมของทังหยวนเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวในครอบครัว


            การรับประทานทังหยวนถือว่าเป็นการนำมาซึ่งโชคดีและความสุขในรัชศกใหม่


            หลังจากซื้อทังหยวน ทั้งสองจึงปลีกตัวออกจากผู้คน หลิวซีหลงเห็นว่าบริเวณใต้ต้นเหมยแห่งหนึ่งที่มีโคมแขวนประดับไว้ดูสวยงามเงียบสงบดี จึงเอ่ยเชื้อเชิญให้องค์จักรพรรดิไปนั่งทานด้วยกัน


            เมื่อกัดเข้าหนึ่งคำ รสหวานกระจายไปในโพรงปาก ซีหลงลอบมองสีหน้าบุรุษข้างกาย หลี่ลู่จินกัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วเคี้ยวช้าๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย


            “ท่านไม่ชอบหรือ”


            “กินได้”


            “แน่แล้วว่าคงไม่อร่อยเท่าอาหารในวัง”


            “ล้อเลียนข้า?”


            “ข้าไหนเลยจะกล้า”


ดวงหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเหมือนดั่งตอนแพ้หมากล้อมไม่ผิด คล้ายเด็กน้อยกินอาหารไม่ถูกใจเสียมากกว่า หลิวซีหลงหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่ตั้งใจ


            ดวงตาสองคู่สบกัน พลันร่างกายเหมือนถูกสกัดจุดหยุดนิ่งชั่วขณะ เสียงรอบกายกลับแผ่วเบาจนแทบหายไปในเสียงลมราตรี


            เสียงดนตรีครึกครื้นแว่วมาเสมือนอยู่ที่ห่างไกล ดวงหน้าดุจหยกสลักยิ่งมองยิ่งแจ่มชัดในคลองสายตา


            ไออุ่นโอบล้อม กลิ่นกฤษณาหอมเย็นเมื่อผสานกลิ่นดอกเหมยยิ่งทำให้วิงเวียน


            ร่างสูงเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างเงียบงัน ดวงตาคู่นั้นสะท้อนใบหน้าเขาอยู่สลัวราง ปลายนิ้วที่อุ่นขึ้นแล้วปาดผ่านริมฝีปากเขาแผ่วเบา


            ริมฝีปากสีแดงดูนุ่มนวลอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่จะรู้สึกตัว ริมฝีปากนั้นก็ประทับลงมาแผ่วเบา

 

 

 ***

ตอนเขียนนี่รักน้องหนิงเหอมาก อยากได้เป็นลูก TT

คือเสี่ยวอ้ายพยายามจัดการตัวละครแล้วนะ แต่ถ้าเขียนตามไทม์ไลน์มันก็ต้องอย่างนี้ ให้แฟลชแบคเดี๋ยวงงเองอีก เลยค่อนข้างจะมีคนนู้นคนนี้โผล่มาเป็นช่วงๆ

อีกอย่างสารภาพว่าเวอร์นี้เขินที่สุดแล้ว นั่งบิดอยู่คนเดียว พี่คะ!!!

ส่วนถ้าใครนึกกลิ่นฝ่าบาทไม่ออกก็ง่ายๆ คือกลิ่นคนรวยค่ะ 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.526K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6521 chompooArmy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 00:30
    หลังจากอ่านตอนยัยน้องออกมาจากตำเย็นก็วนมาอ่านตอนนี้ใหม่ ฮือออ มันนุ้บนิ้บหัวใจ
    #6,521
    0
  2. #6308 예뻐요 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 05:30
    ชอบจังหวะตอแหลมากเลยค่ะ โบ๊ะบ๊ะมาก55555555 ใดๆก็คือคิดว่าฝ่าบาทน่าจะรู้แต่คืนแรกที่สลับตัวกันแล้วนางคงมีหูตาสับปะรดทั่ววัง ที่เลือกป้ายชื่อไปคงไม่ได้สุ่มแต่เพราะรู้อยู่แล้วว่าน้องก็สลับตัวมาจะได้ไม่ต้องมาโดนยั่วตอนดึกด้วยถ้ามาตำหนักนี้
    #6,308
    1
    • #6308-1 예뻐요(จากตอนที่ 8)
      28 มีนาคม 2564 / 05:35
      แต่ใดใดก็คือเขินบิดไม่ไหว ท่านพี่ก็แพรวพราวเกินไปแน้วววววว
      #6308-1
  3. #6250 Fukii03 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 09:10
    แกว่าฝ่าบาทเค้าแยกพี่น้องคู่นี้ออกมั้ยยยยย เขินนนดรกสผบหนกรกวกล
    #6,250
    0
  4. #6167 blueeyes111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:32
    กริ้ดดดดดด ฝ่าบาทเพคะ!!!!! แง~เขิลวุ้ย เขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักจังเลย
    #6,167
    0
  5. #5974 little_fan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 19:38
    กรีดร้องงง
    #5,974
    0
  6. #5934 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 21:04
    เป็นเลขแปดแล้วค่ะตัวเรา บิดม้วนเหมียนบิดผ้า
    #5,934
    0
  7. #5871 bunyarat462 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 04:14
    บิดเป็นเพื่อนไรท์ค่ะ เขิงมากกกก วรั้ยยยย
    #5,871
    0
  8. #5783 Totorokun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 01:25
    อ๊ายยยยยยยยย ชั้นร้องกรีดเลย
    #5,783
    0
  9. #5757 noro1noro2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 04:09
    ฟหกด่าสว กรี๊ดดดดดฝ่าบาทททท ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดเน้
    #5,757
    0
  10. #5539 peangploy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 16:04
    -หยาาาาา โดนจูบแล้วววว
    #5,539
    0
  11. #5504 _1221_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:36
    เห้ยจูบแล้ววววว กริ้ดดดด
    #5,504
    0
  12. #5314 Marshmalowdii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:01

    เขาจูบกันแล้ววววว😳😳

    #5,314
    0
  13. #5305 ppunn__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    มันเปงขวยเขินปัยหมดเรยแมมมมมม่
    #5,305
    0
  14. #5261 kittenO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:53
    สรุปฝ่าบาทรู้ไหมว่าใครเป็นแฝดพี่หรือน้อง หรือยังคิดว่าเป็นผู้น้องอยู่ ;-;
    #5,261
    0
  15. #5164 Weetaime (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:38
    อะ อะ อะ อ้าวววว
    #5,164
    0
  16. #5163 purplewhale2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:52
    กริ๊ดฝ่าบาทอ่ะ ดูอบอุ่น นุ่มนวลดี

    อิอิ
    #5,163
    0
  17. #5156 PimlapatPimlapat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 03:41
    แงงงง เขินนนน
    #5,156
    0
  18. #5107 Ppttyc_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 20:34
    เสน่ห์แรงมากซีหลงเอ้ย ท้ายตอนก็คือใครไม่ตายผมตาย แอแง
    #5,107
    0
  19. #4981 kiki3k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:13
    ตลกตรงคำว่าตอแหลตัดมู้ดแบบขำปอดโยกเลยค่ะ55555
    #4,981
    0
  20. #4979 Benjamhin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:47
    จื่อหานชอบซีหลงใช่หรือไม่
    #4,979
    0
  21. #4878 บี.เหลือง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:42
    ฉันขำกับคำว่า ตอแห- แล้วต้องมาเขินกับฉากจุ๊บของทั้งสอง อ้ายยย ไม่รู้จะรู้สึกเช่นไรดีเลย
    #4,878
    0
  22. #4704 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 10:29
    ขำจะตายตรงที่เสี่ยวอ้ายบอกองค์จักรพรรดิของเราเป็นกลิ่นคนรวย555555555555555 แต่เขินมากเลยอ่า เป็นฉากจุ๊บที่บรรยายออกมาได้สละส
    ลวยมากค่ะ ติดตามเลย
    #4,704
    0
  23. #4414 กระต่ายกินหมาป่า? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 13:27
    ทั้งตอนประทับใจกลิ่นคนรวยของไรท์ค่ะ5555555555
    #4,414
    0
  24. #4298 wissturn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 17:09
    แอบขำซีหลง ถถถ
    #4,298
    0
  25. #4232 miemieYG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 19:14
    ดือไพหมดเรย ท่านพี่จะรุยังนะ รุ้ละแหละ!!
    #4,232
    0
  26. #374 โซดาเองค่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 17:17
    ชวนเมียไปงัดข้อ!!!!!!!! 5555 โดนแน่ ๆ
    #374
    0
  27. #373 Ichasep9 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 17:00
    รู้แล้วแน่ๆณจุดๆนี้555555
    #373
    0
  28. #372 nu_nang2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 16:49
    อีกนานมั้ยคะ ที่จะรู้
    #372
    0
  29. #371 Nan Panatda (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 16:43
    สีพระพักตร์ทรงเถื่อน ฮามากกก
    ทรงรู้แล้วใช่มั้ย
    #371
    0
  30. #369 Miso-Agasea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:54
    รู้แล้วแน่ๆ
    #369
    0
  31. #368 aquxmbx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:36
    สีพระพักต์ชั่ววูบทรงเถื่อนมาก โอ้ยยยยย ขำ 555555555555555 ทรงรู้แล้วใช่หรือไม่ว่านี่ซีหลงา ไม่ใช่ซีอิงพระสนม ถ้ายังไม่รู้นี่นับถือความแมนของหวงช่างมาก ท้าผญงัดข้อ 55555555555
    #368
    0
  32. #367 ann (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:29
    ไปงัดข้อกันเถอะ..ฮิ้วววว
    #367
    0
  33. #366 Sun Nawaporn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:26
    สนุกล่ะคราวนี้!!ฮี่ๆๆ *{+++}*
    #366
    0
  34. #365 WAIIKS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:22
    รู้แน่ๆ เดาว่าไม่น่าจะหัวช้าขนาดนั้น
    #365
    0
  35. #364 Luzifer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:20
    ต้องรู้แล้ว ณ จุดๆนี้ ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ
    #364
    0
  36. #363 BMs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:48
    เดาว่ารู้แล้ว
    #363
    0
  37. #362 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:47
    ขอบคุณค่ะ
    #362
    0
  38. #361 shezz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:46
    รู้แน่ๆว่าไม่ใช่ตัวจริง
    #361
    0
  39. #360 Slyvester (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:44
    สรุปหวงช่างรู้รึยังเนี่ย ใครพี่ใครน้อง
    #360
    0
  40. #359 Tin Win (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:38
    ฮ่องเต้น่าจะรู้ความจริงน้า คนที่จะเป็นฮ่องเต้ไม่น่าโง่
    #359
    0
  41. #358 Furuno (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:22
    หวงช่างค่ะ ไม่ค่อยแสดงออกเลยนะค่ะ 555
    #358
    0
  42. #357 Bluemoonnm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:21
    อร้ายชั้ลชอบแบบนี้ หาได้จากที่ไหน
    #357
    0
  43. #356 FahSida (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:13
    ทำไมคิดว่าฮ่องเต้รู้แล้วว่าเป็นคนพี่นะ
    #356
    0
  44. #355 ซูฮวา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:12
    ฮ่องเต้น่าจะรู้ตั้งนานแล้วแหละ
    #355
    0
  45. #354 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:11
    ฮ่องเต้รู้ความจริงรึยังน้า
    #354
    0
  46. #353 วอวัน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:11
    หวงช่างทรงทราบแล้วใช่ไหมเพคะว่าตนลอยโคมกับผู้ใด
    กับพี่ชายเนอะ ไม่ใช่น้องสาว รู้ใช่มั้ยๆๆๆๆๆๆ
    /อึดอัดเพราะไม่รู้ว่าฮ่องเต้รู้ความจริงหรือเปล่านี่มันสุดๆ ไปเลย 555

    ปล. อ๋องแปดจะเห็นทั้งคู่มั้ยนะ
    #353
    0
  47. #352 Alice1089 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:08
    ชอบตอนสองคนนี้อยู่ด้วยกันที่สุดเลยค่ะ อ่านไปก็ยิ้มไปชอบไป ขอบคุณค่ะ????????????
    #352
    0
  48. #351 nuang1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:57
    มองแผลที่คอ ความแตกนานแล้วล่ะ
    #351
    0
  49. #350 APRIL (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:54
    เหยดดดดดด อย่างฟินนนนน
    #350
    0
  50. #349 วัวพันปี (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:49
    หวงช่าง..หวงสินะ
    #349
    0