พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 7 : 5 - กำยานหอม re27/12/62

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,564 ครั้ง
    27 ธ.ค. 62

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

5 – กำยานหอม

 


ยามสายวันถัดมา ขณะที่หลิวซีหลงกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยา หนึ่งในแพทย์หลวงชั้นต้นเช่นเดียวกับซีหลงและเจิงอีก็เริ่มบทสนทนา


            “ข้าถูกเรียกออกนอกวังไปตั้งแต่เช้ามืด มิคาดต้องไปเจอสิ่งน่าขย้อนแต่เช้า!


            “สิ่งใดกัน”


            “บอกแล้วพวกเจ้าต้องแทบไม่เชื่อ!


            “นี่ ถ้าอยากเล่าก็รีบเล่า พวกเรามิได้ว่างมานั่งฟังเจ้าทั้งวัน” เจิงอีส่งเสียง พัดหม้อยาอย่างเกียจคร้าน กลิ่นสมุนไพรปะปนกันในห้องโอสถน่าเวียนหัว ควันขาวลอยคลุ้งไปทั่ว


            เมื่อวานเมามายหัวราน้ำทั้งคู่ โชคดีที่ซีหลงสร่างเมาเร็ว ส่วนเจิงอีโชคร้ายยังเมาค้างถึงตอนนี้ อารมณ์จึงไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่


            “ศพคนอย่างไร หัวกับตัวไปทาง แถมหน้ายังเละไปหมด อ้อ! มิหนำซ้ำฝ่ามือกับฝ่าเท้าก็ถูกกรดกัดกร่อน ทั้งร่างก็เปลือยเปล่า แทบระบุตัวคนไม่ได้ ถูกโยนทิ้งไว้ริมป่าให้สุนัขกัดทึ้ง


            “ผู้ใดต้องฆ่าคนโหดเหี้ยมปานนั้น”


            เจิงอีย่นจมูก ตามความเชื่อของชาวต้าหลิง หากตายไปโดยที่ร่างมิมีสิ่งใดระบุตัวตน วิญญาณจะไม่สามารถไปทั้งนรกและสวรรค์ ติดอยู่ระหว่างโลกจนกว่าจะเป็นฝุ่นธุลี นับว่าเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุด


            “นั่นน่ะซี แต่โชคดียังมีคนจำรอยไฝบนร่างเขาได้ หนึ่งคนคือนายกองซิ่งผู้คุ้มกันประตูนครทิศใต้ ส่วนศพอีกร่างคนก็คาดการว่าเป็นขันทีคุมประตูวังทิศตะวันตก ทั้งคู่น่าจะตายในวันข้ามปี!


            “ผู้คุมประตูตายในวันข้ามปีอย่างนั้นหรือ...”


            จู่ๆ หลิวซีหลงก็รู้สึกยะเยือกยังไขสันหลัง ส่วนเจิงอียังมีสีหน้าฉงน “แล้วคดีเป็นอย่างไร”


            “นายกองซิ่งมีปากเสียงกับภรรยาบ่อยครั้ง เหล่ามือปราบเลยคิดว่าอาจเป็นภรรยาที่ทำ หลักฐานอย่างไรก็ดูมีมูล ส่วนขันทีอีกผู้ก็มีเรื่องฉ้อฉลมาก่อน ทั้งยังติดหนี้กลุ่มอันธพาลใหญ่ในเมือง เรื่องก็เลยจบ”


            เขาจิ๊ปาก สบตาซีหลงแล้วส่งยิ้มสยดสยองให้ “หลิวซีหลง เจ้าคงไม่ได้คิดเหมือนข้าใช่ไหม!


            “แม้ข้าจะปากหมาแต่ก็รู้ว่าสิ่งใดควรพูดไม่ควรพูด”


            “พวกเจ้าสื่อสารกันทางจิตหรือยังไง” เจิงอีขมวดคิ้วหันไปมาระหว่างสองคน


            “เจิงอี เจ้านี่มันหัวช้าจริงๆ แพทย์หลวงช่างพูดร้อง ก่อนที่จะหันซ้ายหันขวาแล้วลดเสียงลง ป้องปากกระซิบ


“วันข้ามปีองค์จักรพรรดิปรากฏตัวขึ้นในวัง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเสด็จกลับมาได้อย่างไร ทั้งที่นครหลวงก็มีตระกูลว่านกับตระกูลเฉินควบคุมอยู่ นี่ไม่แปลกหรือ”


            เจิงอีตาโตแทบทำพัดหลุดมือ “นี่เจ้าจะบอกว่า...”


            “ถูกแล้ว ข้านี่พอคิดได้แล้วขนลุกไปหมด ขั้วอำนาจในต้าหลิงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่ องค์ไท่ชางหวงตี้มิใช่จะปรานีผู้คนเสียด้วย ต่อไปหากได้ถวายการรักษา พวกเจ้าอย่าได้ทำพลาดแม้แต่นิดเชียว!

           



            หลิวซีหลงมีโอกาสได้พบพระสนมหลิวเหม่ยเหรินอีกครั้งห้าวันถัดมา เพราะอ้างว่านำยาบำรุงมาถวาย เขาพบว่าตำหนักหวนคำนึงเปลี่ยนแปลงไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม


            ห้าวันนี้ องค์จักรพรรดิเสด็จมาหาหลิวเหม่ยเหรินอีกสามครั้ง นับว่ากลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกเรื่องหนึ่งในวัง


            เพียงอยู่เบื้องหน้าตำหนักก็เห็นได้ว่าสว่างไสวมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ส่วนที่ดูเก่าก็ถูกทาสีบูรณะขึ้นใหม่ ข้าวของที่ชำรุดแล้วก็ถูกสับเปลี่ยนหรือซ่อมแซม สวนโดยรอบถูกตัดแต่งจนไม่เหมือนเป็นมุมอับของวัง


“พี่ซีหลง!


“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”


เหมยอิงก้าวเข้ามาคล้ายอยากจะโผกอด แต่ยามนี้ต้องระวังตัว แม้เป็นพี่น้องทว่าไม่ควรสนิทสนมเกินไปดังที่เคย จึงหยุดตัวเองไว้ก่อนเชื้อเชิญให้เขานั่งลง


“ฝ่าบาทเสด็จมาฟังข้าเล่นผีผาบ้าง เสร็จแล้วก็เสด็จกลับตำหนักเฉียนชิง มิได้มีสิ่งใดมากมาย”


“แต่เห็นว่ารับสั่งให้ดูแลตำหนักเจ้าให้ดี ทั้งยังพระราชทานของให้หลายสิ่ง”


“เป็นเช่นนั้น” เหมยอิงถอนใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง “ทว่าข้าเชื่อว่าฝ่าบาททรงคล้ายจะเบื่อหน่ายเสียมากกว่า หากมิอยากเสด็จอยากมา ไยจึงเสด็จมา”


นั่นสิ ไยจึงเสด็จมา


ซีหลงเก็บความงุ่นง่านไว้ในใจ ตัวเขาพอจะรู้ว่าเหตุผลนั้นดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดี


“อา ข้ามิได้ตัดพ้ออันใด เพียงแต่ข้าหวาดกลัวทุกครั้งที่พบพระพักตร์ มิคิดว่าจะทรงน่ากลัวถึงเพียงนี้ ข้าจะหายใจดังยังไม่กล้า”


ซีหลงส่งสายตาปลอบโยนให้นาง ถามขึ้น “แล้วมีผู้ใดรังแกเจ้าอีกหรือไม่”


“ยามไปเฝ้าฮองเฮาทุกคนก็ดูเกรงใจข้า ที่สำคัญตอนนี้ข้ามีเพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย พวกนางคือจวงเจี๋ยอวี๋และหวงเหม่ยเหรินที่อยู่ตำหนักใกล้ๆ นี่เอง”


ซีหลงขมวดคิ้ว ยังไม่ทันกล่าวสิ่งใดนางกำนัลก็เข้ามารายงาน “พระสนมจวงเจี๋ยอวี๋มาเยี่ยมเจ้าค่ะ”


เหมยอิงมีสีหน้าแจ่มใสทันตา “ข้าอยากแนะนำนางให้ท่านอยู่พอดี!


พระสนมจวงเจี๋ยอวี๋ได้รับคัดเลือกเข้ามาพร้อมกับเหมยอิง นางเป็นสตรีรูปร่างเล็ก ลักษณะบอบบางดั่งคุณหนูผู้ได้รับการประคบประหงมดุจไข่ในหิน ใบหน้าอ่อนเยาว์พริ้มเพรา เห็นซีหลงแล้วก็เอ่ยเสียงหวาน


“นี่หรือท่านหมอหลิว แม้เป็นบุรุษแต่รูปโฉมเหมือนน้องหญิงจะแทบเป็นคนเดียวกัน!


“ใช่หรือไม่? ผู้ใดก็ล้วนเอ่ยเช่นนี้”


หลิวซีหลงคำนับนาง ก่อนนั่งฟังสองพระสนมสนทนาอย่างออกรสเงียบๆ จนกระทั่งความสนใจถูกส่งมายังเขาอีกครา


“จริงสิ กลิ่นกำยานของตำหนักนี้ช่างผ่อนคลายและเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง ข้าชมชอบนัก”


“อ้อ นี่เป็นกำยานพิเศษที่พี่ชายข้าทำขึ้น” เหมยอิงรีบหันมาทางเขา


“กระทั่งฝ่าบาทยังตรัสชม ท่านช่างมีฝีมือจริงๆ” จวงเจี๋ยอวี๋ยิ้มหวาน “หากตำหนักข้ามีกำยานดีๆ เช่นนี้บ้างก็คงดีไม่น้อย”


นางกระพือขนตา เหมยอิงอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง “พี่ซีหลง หากท่านสะดวก...”


“ย่อมสะดวกอยู่แล้ว”


“ขอบคุณแพทย์หลวงหลิว ข้าย่อมต้องตอบแทนแน่นอน”


 “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ พระสนมไม่ต้องคิดมาก”


พระสนมจวงเจี๋ยอวี๋เอ่ย ทั้งเขาและนางต่างประสานสายตา บนดวงหน้ามีรอยยิ้มหน้ากากไม่ต่างกัน


หลังจากสนทนากันอีกครู่หนึ่ง พระสนมจวงเจี๋ยอวี๋ก็ขอตัวกลับ ซีหลงเหลือบมองเสี้ยวหน้าที่เปล่งปลั่งด้วยประกายความสุขของน้องสาวก็แอบถอนใจในใจเงียบๆ


“พระสนมจวงผู้นี้ท่าจะดีกับเจ้าไม่น้อย”


“พี่หญิงดีกับข้ามาก เสียดายน่าจะรู้จักกันเร็วกว่านี้ ข้าจะได้ไม่ต้องห่อเหี่ยวอยู่ลำพังถึงสามปี”


หลิวซีหลงรู้สึกคันปากอยู่บ้าง นึกในใจว่าหากนางอยากรู้จักเจ้าจริงๆ คงไม่รอมาเอาปานนี้


กระนั้นกลับไม่อาจตัดใจทำร้ายความสุขบนใบหน้านางที่นานๆ ทีเขาจะได้เห็น เผยรอยยิ้มคล้อยตาม “เช่นนั้นก็ดี วันหลังข้าจะส่งกำยานผ่านนางกำนัลมาให้”


“พูดถึงกำยาน ขนาดฝ่าบาทยังตรัสชมกลิ่นกำยานของท่านจริงๆ ข้าเองคุ้นชิน เลยไม่ได้รู้สึกมาก่อนว่าดีเลิศถึงเพียงนี้”


“อันที่จริง กำยานนี้เป็นกำยานสมุนไพรที่มีฤทธิ์ให้ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับช่วยให้นอนหลับง่าย มิคล้ายจะมีกลิ่นหอมหวนดั่งกำยานที่จุดในวังทั่วไป ข้าไม่คิดว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์จะชมชอบ นับว่าแปลกจริงๆ”


“ทว่าเพราะกลิ่นนี้แหละถึงช่วยให้ข้าอยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพังได้” เหมยอิงส่งสายตาขอบคุณมาให้ หัวใจซีหลงพองโตขึ้น สุดท้ายเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะนางเบาๆ อย่างอดไม่ได้


“เห็นช่วงนี้เจ้ามีความสุขข้าก็ยินดี ทว่าก็อย่าลืมดูแลรักษาตนเองให้ดีและระวังตัวด้วย อย่าไว้ใจใครง่ายๆ”


เหมยอิงแลบลิ้นเล็กๆ ยิ้มจนตาเป็นเสี้ยวพระจันทร์ “ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะพี่ชาย”

                       



ต่อมามีเสียงเล่าลือกันไปในวังหลังว่าองค์จักรพรรดิโปรดกำยานสูตรลับของตระกูลหลิวจึงเสด็จไปตำหนักหวนคำนึงบ่อยครั้ง ทำให้พระสนมหลายคนส่งคนมาขอซื้อกำยานจากหลิวซีหลงไปจุดในตำหนัก หวังเรียกองค์จักรพรรดิได้บ้าง


นอกจากของพระสนมจวงเจี๋ยอวี๋ที่เหมยอิงขอไว้ แน่นอนว่าเขามิขาย


“นี่มิเท่ากับจุดธูปเรียกสัมภเวสีหรือ”


ซีหลงเอ่ยพร้อมหัวเราะหึๆ ในลำคอ มือพลิกอ่านตำราที่สะท้อนแสงเทียนในห้องโอสถไปพลาง


องค์ไท่ชางหวงตี้กลับมาว่าราชการเต็มตัว นอกจากแวะไปวังหลังแล้วยังได้รื้อระบบเก่าๆ และเพิ่มระบบใหม่ด้วย เหล่าขุนนางเดิมจะคัดค้านก็เอ่ยได้ไม่เต็มปากเพราะองค์จักรพรรดิยังมีบารมีของชัยชนะเหนือหกแคว้นและคล้ายมีข่าวลือว่ายังมีกองทัพขนาดใหญ่แทรกซึมอยู่ทั่วต้าหลิง คอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะในนครหลวงต้าหลาง


แน่แล้วว่าต้าหลิงกำลังสั่นคลอน ขั้วอำนาจกำลังเปลี่ยนแปลง


หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวคืออาจจะมีการลดจำนวนพระสนมและขุนนางเกิดขึ้น องค์จักรพรรดิรับสั่งว่าได้ใช้เงินจากพระคลังหลวงไปกับการทำสงครามจำนวนมาก ทำให้มิอาจจ้างผู้ไร้ประโยชน์ไว้ในวังต้าหลิง


สำนักแพทย์เองก็มีประกาศมาออกว่าจะมีการทดสอบความสามารถของเหล่าแพทย์อีกครั้ง


แพทย์หลวงขั้นต้นหลายคนถึงกับหน้าซีดหน้าเขียว โดยเฉพาะแพทย์หลวงเฉินเจียที่ตาแทบถลนจากเบ้า น่าอนาถเสียจนซีหลงอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงออกมา


หากได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ย่อมหมายถึงการถูกส่งออกนอกวังไปอยู่ตามโรงหมอตามเมืองต่างๆ ส่วนผู้ที่ได้อันดับหนึ่งถึงสามจะได้รับพิจารณาให้เลื่อนขั้นเป็นแพทย์หลวงขั้นกลาง ช่วงนี้เหล่าแพทย์หลวงขั้นต้นจึงขะมักเขม้นเป็นพิเศษ ตำราในหอแพทย์แทบจะหร่อยหรอลงทันตา


ระหว่างกำลังจะพลิกหน้าต่อไป ทันใดนั้นได้มีนางกำนัลผู้หนึ่งรีบเร่งเข้ามา “ท่านหมอ!


นางรีบเล่าว่าขันทีคนสนิทของพระสนมเอกซุนเจาอี๋ถูกตะขาบกัดเข้า จากนั้นจึงมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หายใจลำบาก ใจสั่นและบริเวณที่ถูกกัดเริ่มเน่า


แพทย์หลวงหนุ่มรีบสะพายกระเป๋ายาแล้วตามนางกำนัลออกไป ทันใดนั้นได้มีนางกำนัลอีกคนก้าวเข้ามาขวาง


“หยุดก่อน! บัดนี้พระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนก็ล้มป่วยเช่นกัน จำต้องไปรักษาเดี๋ยวนี้”


หลิวซีหลงชะลอเท้า มองรอบๆ ไม่เห็นว่ามีหมอผู้อื่นอยู่ด้วย จึงถาม “พระสนมมีอาการอย่างไร”


“พระสนมสัมผัสกำยานแล้วมีผื่นขึ้นเต็มไปหมด”


“นอกจากนั้นมีอาการอื่นๆ อีกหรือไม่ เช่น เหงื่อออกมาก ใจสั่น หน้ามืด...”


“มีเพียงผื่นแดงขึ้นที่มือ ทว่านี่ก็ร้ายแรงมากแล้ว รอได้อย่างไร!


“กำยานทำจากสิ่งใดบ้าง”


ครานี้นางอ้ำอึ้ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโห “เป็นกำยานชั้นสูงราคาแพงจากบ้านเกิดพระสนม! ส่วนผสมเจ้าก็ไปดูเอาแล้วกัน ยังจะชักช้าอีกทำไม


“หากไม่ถึงชีวิต ก็ไม่นับว่าด่วน” ซีหลงก้าวหลบนาง เอ่ยกับนางกำนัลผู้แรก “เจ้านำทางไป”


“เจ้าเป็นเพียงหมอหลวงขั้นต้น แต่เห็นการรักษาขันทีสำคัญกว่าพระสนมเอกหรือ อ้อ หรือพี่ชายพระสนมหลิวจะปล่อยให้พระสนมสวีเป็นอะไรไปถึงจะยินดี!


“รักษาคนให้รักษาตามความร้ายแรงก่อน ขันทีผู้นี้มีอาการถึงตายได้ ดังนั้นรักษาขันทีเสร็จข้าจะรีบตามไป”


ไม่รอให้นางได้เอ่ยปากอีก ซีหลงก็รีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามนางกำนัลคนแรกไปยังอีกทางหนึ่ง


มาถึงตำหนักของพระสนมเอกซุนเจาอี๋ พบสตรีงามเจ้าของตำหนักออกมาหาเขาด้วยตนเอง


“เชิญท่านหมอ!


ขันทีผู้หนึ่งนอนหอบหายใจบนเตียง เม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดตามร่าง บริเวณที่ถูกตะขาบกัดคือข้อเท้าข้างซ้าย ซีหลงหันไปถามคนอื่นในห้อง “ผู้ใดมีซากตะขาบหรือไม่”


โชคดีมีผู้นำกลับมาด้วย เมื่อพิจารณาซากตะขาบแล้วซีหลงจึงนำน้ำสะอาดมาล้างแผลซ้ำหลายๆ ครั้ง แล้วจึงนำสมุนไพรมาทาประคบไว้ จากนั้นจึงเริ่มทำการฝังเข็มกดจุด


“หากไม่เป็นเพราะข้าสั่งให้เขาไปเก็บดอกไม้ยามค่ำ ไหนเลย...”


“มะ ไม่ใช่ความผิดพระสนมแม้เพียงนิด ท่านอย่าได้ตำหนิตนเอง” ขันทีหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ความจงรักภักดีฉายชัดบนใบหน้า ขณะหนึ่งซีหลงเชื่อว่าเขาสามารถถวายชีวิตให้ผู้เป็นนายได้จริงๆ


            ตะขาบชนิดนี้มีพิษไม่ร้ายแรงนัก แต่ที่น่าสงสัยคือไม่น่ามาอยู่กลางสวนในวังในช่วงเวลาที่ยังหนาวอยู่ได้


ซีหลงปัดความสงสัยไปก่อน ก้มลงดูผู้ป่วยโชคร้ายแพ้พิษตะขาบ หากไม่รักษาโดยทันทีก็สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตจริงๆ


            ระหว่างจรดปลายเข็มลงบนผิว แพทย์หลวงหนุ่มพิจารณาดวงหน้าเบื้องหน้าไปด้วย ขันทีหน้าหยกผู้นี้นับว่าหน้าตาดีสะอาดสะอ้านไม่น้อย ทั้งยังดูมีแววเฉลียวฉลาด น่าเสียดายที่ต้องมาเป็นขันที


            ซีหลงใช้เวลาฝังเข็มอยู่ราวสองก้านธูป ลมหายใจของอีกฝ่ายค่อยสม่ำเสมอจนในที่สุดก็หลับไป


            “เขาปลอดภัยแล้ว”


            พระสนมเอกซุนเจาอี๋น้ำตารื้น รีบทรุดตัวลงไปจับมือขันทีคนสนิท เมื่อเห็นหน้าชัดๆ ก็นับได้ว่าสตรีผู้มีดวงหน้างามประณีตอ่อนโยน รัศมีอบอุ่นปรากฏอยู่รอบตัวดังสายลมอบอุ่นในปลายวสันต์ ยากที่บุรุษเห็นแล้วจะไม่ชมชอบให้เกียรติ


“ขอบคุณท่านหมอมาก”


“เป็นหน้าที่ของผู้น้อยอยู่แล้ว”


“นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ” นางกำลังจะส่งถุงเงินสีแดงให้ ทว่าซีหลงยิ้มปฏิเสธ


“แค่รักษาผู้คนได้กผู้น้อยก็ยินดีแล้ว หลังจากนี้จะส่งยามาให้ พระสนมไม่ต้องกังวล”


ซีหลงทูลลา เก็บเรื่องตะขาบไว้ในใจก่อนเร่งไปตำหนักพระสนมสวีซิวเยวี่ยนต่อ แต่ก็พบว่ามีหมอหลวงผู้อื่นไปดูแลนางแล้ว จึงเดินกลับไปยังห้องโอสถที่เข้าเวรประจำของตน

 



การกระทำของซีหลงให้ผลลัพธ์ทันควันในวันต่อมา แม้จะยกเอากฎความเป็นแพทย์ว่าให้รักษาผู้มีอาการหนักกว่าก่อน ผู้มีอาการน้อยกว่าทีหลังมาอ้าง ก็ไม่สามารถพ้นโทษคุกเข่าค่อนวันไปได้


เหล่าแพทย์หลวงอาวุโสผู้อื่นโดยเฉพาะหัวหน้าแพทย์หลวงเฉินตำหนิเขาอย่างรุนแรง ในขณะที่แพทย์หลวงหยางจื้อมีสีหน้าคล้ายภูมิใจอยู่ลึกๆ ทั้งยังเอ่ยขอลดโทษให้เขาอีกด้วย ซีหลงจึงไม่อาจหุบยิ้มกริ่มแม้จะต้องคุกเข่าตากแดดรวมถึงเป็นเป้าสายตาผู้คน


คุกเข่าบ่อยครั้งเข้า นอกจากหัวเข่าจะด้านแล้ว หน้าเขาเองก็ด้านขึ้นไม่ต่างกัน


หลังพ้นโทษคุกเข่า เขายังโดนอัปเปหิให้มาต้มยาเพียงอย่างเดียวอยู่ตลอดเจ็ดวัน รวมทั้งงดรับเบี้ยหวัดพิเศษที่ควรได้ เจิงอีเข้ามาต้มยาเป็นเพื่อนเขาพลางส่งสายตาเอน็จอนาถให้


“แม่น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง แต่เจ้าน่ะชอบจะเอาตัวขวางทุกครั้ง คอยดูเถอะสักวันจะจมน้ำตาย”


            “ทำไมเจ้าชอบแช่งข้าทุกที”


            “ก็ผู้ใดชอบทำตัวหาเรื่อง”


            “หาเรื่องอย่างไร? ข้าแค่ทำตามที่อาจารย์พร่ำสอน”


            “จริงอยู่ว่าสมควรยึดจรรยาบรรณ ทว่าที่นี่วังหลวงมิใช่เรือนบัณฑิตแพทย์ บ่อยครั้งอาจารย์ยังลำบาก เจ้าเองนับเป็นตัวอะไร”


            หลิวซีหลงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ จนถูกสหายข้างกายถองเข้าให้ไม่เบานัก


            “หรือเจ้าจะให้ข้าไปรักษาผู้มีเพียงผื่นคันเล็กน้อยจากการสัมผัสกำยาน”


            “ผู้นั้นที่ว่าคือพระสนมสวีน่ะสิ! ไม่เพียงแต่เหมยอิง ยามนี้นางเองก็ได้รับความโปรดปรานด้วย มิใช่เจ้าลืมแล้วหรอกนะ”


            องค์จักรพรรดิมิได้เสด็จไปหาเพียงหลิวเหม่ยเหรินอีก ระยะนี้ได้ไปหาพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนและพระสนมอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย พวกนางจึงอยู่ในรายชื่อที่ว่าอย่าได้ไปล่วงเกินเข้า


            “แต่ขันทีผู้นั้นก็เป็นคนสำคัญของพระสนมเอกซุนเจาอี๋ อีกทั้งหากข้าไปช้า เขาอาจจะตายก็ได้”


            ซุนเจาอี๋หากนับตามบรรดาศักดิ์แล้วนับว่าเป็นพระสนมเอกที่มียศสูงสุดในบรรดาสนมเอกทั้งหมด สูงศักดิ์กว่าพระสนมเอกสวีซิวเยวี่ยนเสียอีก แต่ในวังหลังเพียงยศสูงไม่ใช่เรื่องเดียวที่สามารถตัดสินกันได้


            “พระสนมเอกซุนเจาอี๋ นางไม่มีปากเสียงแต่ไหนแต่ไร เจ้าจะสนทำไม”


            เสียงดังมาจากอีกฝากหนึ่งของเตาต้มยา เป็น กัวไหฉีหมอหลวงขั้นต้นผู้สวมชุดสีเขียวคนหนึ่ง เขามีดวงหน้ากลมพร้อมกับหนวดเล็กๆ เหนือริมฝีปาก อายุห้าสิบกว่าแล้วแต่ยังเป็นหมอหลวงขั้นต้นอยู่ ทว่าก็รู้เรื่องราวมากมายในวังหลวงแห่งนี้


            “ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทก็ไม่โปรดนางหรือ”


            “นางเคยปรนนิบัติอยู่สองสามครากระมัง ทว่าคงจืดชืดเกินไป ฝ่าบาทถึงไม่ได้ใส่ใจ”


            “งามปานนั้น จืดชืดตรงไหน”


“สตรีคนใดไม่งามสำหรับเจ้าบ้าง ลองพูดมาสิเจ้าคนหน้าหม้อ”


“นี่! ท่านด่ารสนิยมข้าหรือ อย่างน้อยเมียหลวงท่านก็...


“นางมารนั่นไม่สวยสักที่อยู่แล้ว ไม่ต้องมาตอกย้ำข้าเจ้าลูกเต่า!” ชายวัยกลางคำรามก่อนปาเม็ดยาใส่ซีหลง โชดดีที่เขาหลบทันทำให้โดนกลางหน้าเจิงอี คนไม่เกี่ยวได้แต่ร้องโอยพลางกุมเบ้าตาตัวเอง “ข้าเกี่ยวอะไรด้วย!


“จะว่าไป ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เจ้าจะไม่แบ่งปันสูตรกำยานอันโด่งดังหน่อยหรือ หือ เจ้าเด็กแซ่หลิว”


“ข้าคิดขึ้นมาก็เพื่อน้องสาว เรื่องอะไรต้องบอกท่านด้วย”


“แลกกับเรื่องลึกๆ ลับๆ ในวังเป็นไง พวกเจ้าต้องอยากรู้แน่” กัวไหฉียิ่งทำสีหน้ามีเลศนัย “เกี่ยวกับฝ่าบาทด้วยเลยเอ้า ขุนนางเด็กอย่างพวกเจ้าไม่ใช่จะได้ยินง่ายๆ เลยนะ”


เจิงอีสั่นศีรษะรัวๆ ซีหลงกลับหูผึ่ง “ท่านลองว่ามา”


“รู้ไหมว่าทำไมเมื่อเสด็จกลับต้าหลิงแล้วต้องรีบปฏิวัติระบบสำนักแพทย์เป็นที่แรกๆ ก็เพราะว่าในอดีตฝ่ายต่างๆ มีการใช้เส้นสายให้คนของตัวเองเข้ามาแล้ววางยาพิษนับครั้งไม่ถ้วนน่ะสิ ฝ่าบาทเองเมื่อยามเยาว์ก็ถูกวางยาพิษเช่นกัน!


“อย่างไร”


“เป็นยาพิษทำลายพลังปราณและระบบประสาท หากไม่ได้หัวหน้าสำนักแพทย์เฉินรักษาทันท่วงที อาจจะไม่มีไท่ชางหวงตี้ในวันนี้ก็ได้ ยามนั้นจับแพทย์หลวงได้สองคนกับขันทีอีกสามคน แต่หาตัวผู้บงการใหญ่ไม่ได้”


“ฝ่าบาทประชวรอยู่สามเดือนเต็มๆ ระหว่างนั้นได้ยินว่าได้รับความทรมานมาก เสวยสิ่งใดก็อาเจียนออกมาหมด พ่ายผอมแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก จนสุดท้ายพิษถูกถอนออกหมด เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี องค์ไท่ซู่หวงตี้ทรงเห็นพระทัย จึงได้แต่งตั้งฝ่าบาทเป็นองค์รัชทายาท”


“ที่แท้เป็นเช่นนี้...”


“ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! ทารกในครรภ์พระสนมหลินเต๋อเฟยก็คาดว่าน่าจะถูกพิษ สูญเสียไปทั้งสองพระองค์ ทำให้ปัจจุบันนี้ฝ่าบาทไม่มีองค์หญิงองค์ชายให้ชื่นชม เรื่องนี้จับตัวคนร้ายได้ แต่จับผู้บงการไม่ได้อีกเช่นกัน!


“อ้อ...”


“ส่วนพระสนมหลินเต๋อเฟยที่รักษาบุตรตัวเองไม่ได้บัดนี้ก็ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก แต่ก่อนเคยเป็นสาวงามโดดเด่นแท้ๆ ยามนี้กลับเอาแต่ขังตัวเองในตำหนัก คล้ายจะบวชชีตลอดชีวิต น่าสงสารๆ”


ใบหน้าเคร่งขรึมระคนไร้อารมณ์ล่องลอยขึ้นมาในความคิด คนที่ผู้คนต่างหวาดกลัวผู้นั้น แท้แล้วในอดีตก็มีเรื่องขมขื่นอยู่ด้วย


ขณะที่ซีหลงกำลังเหม่อลอย ฝ่ามือหนาก็ฟาดป้าบเข้าที่บ่า


“ข้าเล่าแล้ว เจ้าก็บอกสูตรกำยานมา!




***

ปมมาเยอะแล้วค่าา ตามแก้กันระนาวทีนี้ TvT คือเสี่ยวอ้ายแก้นิสัยตัวเองไม่ได้จริงๆ อยากเขียนพล็อตชิลล์ๆ ตรงไปตรงมามาก อ่านแนวชิลล์ๆ (หรือบางเรื่องรายละเอียด ตลค. เยอะ แต่เขาจัดการดี+บรรยายดี555) แล้วชอบมาก อ่านแล้วเข้าใจ จำได้ประทับใจไม่ต้องมางงใครเป็นใคร ทำอะไรกัน ชีวิตก็เหนื่อยจนหัวจะระเบิดอยู่แล้วทำไมต้องมาคิดเยอะอี๊ก ขอบ่นหน่อยค่ะ บางครั้งก็นอยด์ตัวเอง อย่างน้อยถ้าจะเขียนซับซ้อน ก็อยากจัดการเรื่องให้มันดีๆ อ่ะนะ จะได้ไม่เป็นภาระคนอ่านและตัวเอง เสี่ยวอ้ายนี่แหละลืมก่อนเลยว่าเคยเขียนไรไว้เวลามาต่อ)

แต่แบบ เขียนทีไรแล้วมันต้องคันมืออยากเสริมนู่นนี่อยู่เรื่อย ถึงมือไม่ถึงแต่ก็อยากใส่ลงไป ยิ่งพระสนมคือก็เสียดายพล็อตอีก สุดท้ายเลยเป็นแบบนี้ค่ะ เขียนไปปวดหัวไปละกันนะ ไม่จบสักทีด้วย ได้แต่ขอให้คนอ่านสนุกและไม่งงไปด้วยกันค่ะ ฮาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.564K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6306 예뻐요 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 05:03

    ชอบมากๆค่ะเรื่องที่มีปมลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบนี้ แต่เราไม่มีปัญญาแต่งเอง ต้องขอบคุณไรท์แล้วค่ะที่สละเวลามาแต่งให้อ่าน สู้ๆนะคะ
    #6,306
    0
  2. #6166 blueeyes111 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:52
    สนุกอะ
    #6,166
    0
  3. #5538 peangploy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:56
    ชอบเรื่องซุบซิบในวังจริงๆ
    #5,538
    0
  4. #5532 GalaxyStyle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 14:19
    น่าติดตามมากเลยค่ะะ
    #5,532
    0
  5. #5503 _1221_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:19
    ปมเริ่มมาแบ้ววสนุกค่าา
    #5,503
    0
  6. #5313 Marshmalowdii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:51

    สนุกกก

    #5,313
    0
  7. #5260 kittenO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:33
    ตัวละครเริ่มเยอะ เริ่มงงชื่อละ ชื่อจีนอีก ไม่คุ้น555555 ต้องจดแยกไว้ว่าใครเป็นใคร
    #5,260
    0
  8. #5155 PimlapatPimlapat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 03:40
    สนุกมากกกกก
    #5,155
    0
  9. #5106 Ppttyc_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 20:07
    เนื้อเรื่องทุกอย่างดีมากแล้วค่ะขอให้ไรท์สู้ๆนะคะ
    #5,106
    0
  10. #4978 kiki3k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:35
    พล็อตดีมากๆเลย สับสนแล้วก็ไม่สามารถเชื่อใครได้เลยย
    #4,978
    0
  11. #4629 Sspringlove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 08:33
    อย่าอ่าน อาจจะเป็นสปอย

    หรือว่ามีคนใกล้ตัวนายเอกที่เป็นสายของอวิ๋นอ๋องอะ อวิ๋นอ๋องถึงได้รู้เรื่องสลับตัว ไม่ก็สายในวงเหล้า แต่ที่บอกว่ามีหมอหลวงเคยอยู่เบื้องหลัง ครานี้อาจจะมีอีกก็เป็นได้ คนตายอาจจะเป็นฝีมือของอวิ๋นอ๋อง หรือไม่ก็ไท่ชาง อันนี้ก็ยังรู้ไม่ได้เพราะตัวละครน่าจะยังไม่แสดงบทบาทออกมาทั้งหมด มันดูครึ่งๆ กลางๆ เพราะแม้แต่ตะขาบ ถ้าหากเป็นหมอหลวงก็รับรู้ได้ว่าตัวไหนมีพิษ และตัวไหนควรจะอยู่ที่ไหนเวลาไหน อาจจะแผนซ้อนแผนไหม คือมันก็ครึ่งๆ กลางๆ เหมือนที่ไรท์บอกว่าทุกตัวละครมีชีวิตเป็นของตัวเอง ตอนนี้เหมือนนักอ่านพึ่งรู้ได้ยังไม่ถึง5ส่วน100ของตัวละครเลยก็ได้ ปมเยอะดี;-; แต่เมื่อไหร่เค้าจะได้เจอกันอีกนะ พระเอกนายเอก อันนี้ก็แอบหวังนิ้ดๆ ;-; แฮะ
    #4,629
    0
  12. #4366 MeNe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 04:45
    สนุกคับ😍
    #4,366
    0
  13. #4147 taemynnn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 13:25
    ที่มาหาน้องบ่อยๆนี่จริงๆมาหาหลิวซีปะจ๊ะ พ่อรัดยาด
    #4,147
    0
  14. #4111 Shipnielong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 09:42
    ลุ้นๆๆๆๆ
    #4,111
    0
  15. #3315 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 05:14
    เด็กดีจำคำครูสอน
    #3,315
    0
  16. #3075 lilying_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:58

    จะพยายามไม่งงนะคะ 55555 ตอนนี้มึนกับชื่อตำแหน่งพระสนมมาก

    #3,075
    1
    • #3075-1 taemynnn(จากตอนที่ 7)
      14 เมษายน 2563 / 11:33
      งงเหมือนกันค่ะ คือเป็นคนความจำไม่ดีอยู่แล้ว ยิ่งแบบ เราเอ๋อเลย 55555
      #3075-1
  17. #2417 PPSnook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07
    เหมือนตั้งใจวางยาต้องเกี่ยวกับไทเฮาแน่ๆ
    #2,417
    0
  18. #2218 fah_ikon14 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:59
    เราชอบแนวนี้มากๆเลยอะแบบที่มีปมให้ลุ้นว่าจะยังไงต่อ ชอบบบ สูเๆๆนะคะะ
    #2,218
    0
  19. #2209 Avgous (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 15:30
    มีปมเยอะมากกก. ตัวละครออกมาหลายคนละ. ลุ้นมากๆค่ะ
    #2,209
    0
  20. #2123 H2O-69 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 16:46
    ปมเยอะก็ดีนะคะ ลุ้นระทึกดี แต่ก็ต้องขอเวลานั่งโยงนิดนึง 5555555
    #2,123
    0
  21. #2118 SRKM2E (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 12:13
    ไรท์ ไหนบอกนิยายนอลมอร์ มันนอลมอร์ตรงไหน? นี่คือสงสัยทุกอย่าง ปมเยอะเนอะ ถถถถ
    #2,118
    2
    • #2118-1 Xiaoai(จากตอนที่ 7)
      4 มกราคม 2563 / 13:03
      เป็นนิยายวายที่มีฉากคู่นอร์มอลจริงๆ ค่ะ5555 เคยเขียนเวอร์ก่อนหน้าแล้วนักอ่านวายคอมเพลนเลยแปะเอาไว้ก่อน ซึ่งก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่เพียงแต่มีไว้ให้เรื่องflow ค่ะ ส่วนปม... คิดเองยังขกแก้เล้ยย
      #2118-1
  22. #2061 Pissuda627 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 18:24
    ปมเริ่มมาแล้วสิ
    #2,061
    0
  23. วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 09:56
    ว้าาาตอนแรกคิดว่าพี่เต้จะเป็นไพโบล่าเดาผิดซะแล้ว คุณเสี่ยวอ้ายอย่าเครียดไปเลย เราอ่านแล้วมีความสุขก็อยากให้ตอนคุณเขียนมีความสุขเหมือนกันเริ้บๆน้า
    #1,984
    1
    • #1984-1 Xiaoai(จากตอนที่ 7)
      4 มกราคม 2563 / 12:59
      555555555 ฝ่าบาทจะว่าไบโพล่านี่ก็ยังวินิจฉัยไม่ได้นะคะแค่ดูเหมือนคนอารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย แต่เอาจริงฝ่าบาทก็เข้าข่ายมีโรคทางจิตเวชบางอย่าง(ไม่ได้หมายถึงบ้านะคะ ฮา)อยู่เหมือนกัน ในอนาคตน่าจะเฉลยในท้อคนี่แหละค่ะ ^^
      #1984-1
  24. #1940 alaffy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 16:25
    ไหนบอกไม่ค่อยมีโมเม้นไง เนี่ย เพียบ
    #1,940
    0
  25. #1939 Jupitersadd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 08:56
    ท่านนนนน กี้ดดกกดกดดดดด ฮือรอให้ไรท์กลับมานะคะ;_;
    #1,939
    0