พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 5 : 3 - อวิ๋นอ๋อง re27/12/62

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,026 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

3 – อวิ๋นอ๋อง

 


            เหตุการณ์สับเปลี่ยนป้ายเกิดขึ้นเมื่อคืนวาน


            การสลับตัวพระสนมไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะเป็นพระสนมในตำหนักร้างไร้คนสนใจ ดังนั้นจึงจำต้องมีคนร่วมขบวนการด้วย


            ผู้โชคร้ายผู้นั้นคือ วั่งกู่เจิน มือปราบประจำจวนตุลาการแห่งต้าหลาง นครหลวงแห่งต้าหลิง


            มือปราบมากฝีมือผู้นี้เป็นสหายสมัยเด็กของสองพี่น้องตระกูลหลิว หลังจากถูกหลิวซีหลงรบเร้าให้ร่วมลงหัวจมท้ายอยู่นานหลายเดือนก็หมดความอดทน จำต้องช่วยพาพระสนมหลิวลอบออกจากวังในที่สุด


            ในวันเฉลิมฉลองรัชศกใหม่ มหานครต้าหลางงดงามวิจิตรพร่างพราวดั่งเมืองสวรรค์ บรรดาหมู่ตึกบ้านเรือนประดับประดาไปด้วยแสงไฟส่องสว่าง ธงผ้าและกระดาษสีตกแต่งมากมายละลานตา สองฟากฟั่งถนนอึกทึกต่างเต็มไปด้วยผู้รอชมดูคณะมังกรไฟอันเลื่องชื่อ


            พระสนมผู้ไม่ได้ออกจากวังมาสามปีไม่ระวังถูกฝูงชนเบียดเข้า โชคดีมือปราบหนุ่มเอื้อมมือออกไปคว้าเอวนางไว้ทัน


            ระวังด้วยวั่งกู่เจินเอ่ยจบก็รีบดึงมือออก เหมยอิงเอ่ยขอบคุณ เห็นสีหน้าเขาแล้วจึงเอ่ย


            ท่านอย่ามัวหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เลย ข้าเป็นแค่มดแมลงตัวน้อยในที่แห่งนั้น หายไปหนึ่งคืนผู้ใดจะสนใจ


            ด้วยฐานะของเจ้า ข้ากับไอ้หมอเถื่อนผู้นั้นสมควรถูกประหารด้วยซ้ำ


            พอเห็นสีนางของนางเจื่อนลง ผู้พูดถึงค่อยกระแอมไอ เอ่ยเสียงแข็ง


แต่อย่างไรก็ออกมาแล้ว เจ้าอยากทำอะไรก็รีบทำ!


            หลิวเหมยอิงได้ยินจึงค่อยแย้มยิ้มเบาบาง ทั้งสองหลบผู้คนเข้าไปอยู่ยังในมุมตึกมุมหนึ่ง ชมดูพลุที่วิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า


            ตามกฎของวังหลังต้าหลิง หากพระสนมผู้ใดมิได้ถวายการปรนนิบัติองค์จักรพรรดิ จะมิได้รับอนุญาตให้ออกจากวัง เห็นทีว่าชีวิตนี้หากไม่ลอบออกมา ข้าก็คงมิได้ออกมาอีก


            ดังนั้นช่วงเวลานี้สั้นๆ คือช่วงเวลาเดียวที่นางจะสามารถดื่มด่ำกับอิสระเสรีได้มากที่สุด


            นอกจากชมงานเฉลิมฉลองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลิวเหมยอิงร้องขอคือการไปคำนับสามครั้งยังหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิว


            เดิมวั่งกู่เจินไม่เห็นด้วย แต่คฤหาสน์ตระกูลหลิวยามนี้จัดงานฉลองข้ามปีอยู่ภายในสวนขนาดใหญ่ มิมีผู้ใดออกมาเดินเล่นยามนี้ หากไปเพียงครู่เดียวคงไม่เสียหายอันใด


คฤหาสน์คหบดีตระกูลหลิวร่ำรวยติดอันดับห้าของนครหลวงต้าหลางหรูหราอู้ฟู่ คิดเทียบกับตำหนักเก่าร้างของนางแล้วช่างน่าสลดใจ หลิวเหมยอิงคำนับเต็มขั้นอย่างเงียบๆ ลงบนพื้นหิมะ น้ำตาพลันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว


บิดา มารดาและคนในสกุลหลิวปรารถนาสิ่งใดนางเองก็รับรู้ ทว่าหากการกตัญญูทำให้เจ็บปวดถึงเพียงนี้ นางเองก็อยากจะอกกตัญญูบ้าง


ทันใดนั้นเอง ได้มีชายชุดดำสองคนปรากฏตัวขึ้นจากความมืด คนหนึ่งเข้าต่อสู้กับวั่งกู่เจิน ส่วนอีกคนพุ่งเข้ามาฉุดดึงร่างนาง ก่อนใช้ผ้าปิดตาแล้วแบกขึ้นพาดบ่า เหมยอิงจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจต่อสู้ได้


นางถูกพามาอยู่เบื้องหน้าสถานที่ซึ่งคล้ายตำหนักเก่าหลังหนึ่ง สภาพโดยรอบรกร้างไม่ได้รับการดูแล เมื่อเปิดประตูหนาหนักออก ไอความเย็นประหนึ่งถ้ำในหุบเหวหนาวเหน็บก็กระจายออกมาพร้อมฝุ่นควัน


ภายในกว้างขวางทว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายทุกข์ระทม หากเทียบกันแล้วตำหนักนางยังดีกว่าหลายเท่า


ม่านสีขาวโปร่งมากมายพัดไหวเหมือนดวงวิญญาณเศร้าโศก อีกฝากหนึ่งของห้องมีพระพุทธรูปไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านข้างมีตู้เก็บหนังสือ สิ่งที่บรรจุคล้ายจะเป็นคัมภีร์พระธรรม


ตำหนักเย็น


นางไม่เคยไปยังตำหนักเย็น ทว่าจากที่ฟังผู้คนเล่าลือ ที่นี่เห็นจะเป็นเช่นนั้น


ชายชุดดำพาร่างนางผ่านม่านไปจนในที่สุดก็พบบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะเล็ก กระดาษตำรามากมายกองอยู่รอบกาย เบื้องข้างยังมีกรงเหยี่ยวขาวสง่างามตัวหนึ่ง


ยามคนผู้นั้นหันมา กลับเป็นว่ามีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้าและลำคอ นางพอจำได้ว่าเป็นอาการของลมพิษจากการลักจำเอาจากพี่ชาย ด้วยความหวาดกลัวและตื่นตกใจ นางจึงเอ่ยว่าสามารถรักษาอาการนี้ให้เขาได้แลกกับการปล่อยนางไป


บุรุษตรงหน้ามีสีหน้าประหลาดใจครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับข้อเสนอ


เหมยอิงขอเจียงฮวง (ขมิ้น) กับชายชุดดำ พอได้มาจึงบดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำ กวนจนเห็นเป็นเนื้อเหลว แล้วทาลงบนผื่นของบุรุษผู้นั้น แม้ต้องให้เขาปลดเสื้อทว่านางก็จำใจทำแม้จะกระดากอายและละอายต่อฐานะตนเองอย่างมาก


เขาแนะนำตนเองว่าคือ อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิง หรือที่เดิมเรียกกันว่า องค์ชายหกแห่งต้าหลิง


องค์ชายหกเป็นพระโอรสเพียงหนึ่งเดียวในเซียวฮองเฮา อดีตฮองเฮาในจักรพรรดิองค์ก่อน นับเป็นพี่น้องพี่น้องคนละมารดากับองค์ไท่ชางหวงตี้ ครั้นเมื่อองค์จักรพรรดิครองราชย์ องค์ชายหกได้ถูกแต่งตั้งเป็นอวิ๋นอ๋องไปปกครองแคว้นอวิ๋น หนึ่งในแคว้นที่ทรงอำนาจที่สุดใต้การปกครองของต้าหลิง ไม่ทราบเหตุใดถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่


ระหว่างรักษา บุรุษตรงหน้าได้โน้มตัวมากระซิบข้างหูนาง


ข้ารู้ว่าเป็นท่าน... พระสนมโทหลิวเหม่ยเหรินอวิ๋นอ๋องยกมือ พลิกป้ายขุนนางที่ไม่ทราบลักขโมยไปเมื่อใดขึ้น


 ‘ป้ายนี้เก่าไปแล้ว ใช้ป้ายใหม่แทนจะดีกว่า


อวิ๋นอ๋องส่งป้ายอันหนึ่งให้ ป้ายอันใหม่มีหน้าตาเหมือนของเดิม แต่น้ำหนักเบามากจนถ้าหากหยิบถือก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของปลอม


ตามกฎหมายต้าหลิง ปลอมแปลงป้ายขุนนางมีโทษโบยห้าสิบไม้ ต่อให้เป็นทหารชายฉกรรจ์ก็อาจถึงตาย


ทว่าหากไม่รับป้าย นางก็ไม่อาจกลับเข้าวังหลวงได้ หลิวเหมยอิงจำต้องกล้ำกลืนรับป้ายปลอมนั้นมา


เจียงฮวงเริ่มออกฤทธิ์ ผื่นแดงเริ่มจางไปเล็กน้อย เผยให้เห็นว่าอวิ๋นอ๋องมีดวงหน้าหล่อเหลาสมร่ำลือ ทว่าแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์อยู่หลายส่วน ดวงตาเรียวชี้สีน้ำตาลอ่อนดั่งจิ้งจอก ผิวขาวค่อนไปทางซีดเซียวตัดกับเส้นผมสียาวประบ่าดำสนิท สองแก้มตอบเล็กน้อยและมีสันกรามชัด ดูเสเพลกร้านโลกเกินกว่าจะสง่าสูงศักดิ์


เสียดายวันนี้ไม่มีเวลาสนทนานานนัก การพบกันครั้งนี้ขอให้เป็นความลับ อีกทั้งขอให้พระสนมมาพบข้าอีกครั้งในคืนเทศกาลโคมที่หน้าประตูเฉินเหมินด้วย


นางถูกปิดตาอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีก็ถูกส่งตัวกลับให้วั่งกู่เจินที่ยืนมึนงงอยู่ยังตรอกซอยแห่งหนึ่ง


นางตัดสินใจโกหกวั่งกู่เจินไปว่าเป็นเพียงคนที่ลักพาตัวนางเพราะเข้าใจผิด เช้าวันต่อมาได้ยกป้ายปลอมขึ้นให้ทหารอารักษ์มองผ่านๆ  ส่วนที่ล่าช้าเป็นเพราะเลือกเวลาที่คนเยอะที่สุดเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต จนในที่สุดลักลอบเข้าวังมาได้



 

หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด หลิวซีหลงยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง


เขาเองมิใช่ว่าจะสนใจเรื่องราวของราชวงศ์แห่งต้าหลิงนัก แต่เรื่องราวเหล่านี้ช่างเป็นที่นิยมในวงสุรามากเสียจนทำให้เขาจดจำได้แม่นยำ


เดิมองค์ไท่ซู่หวงตี้ จักรพรรดิองค์ก่อนแห่งต้าหลิง เคยเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ สามารถกำราบแคว้นถึงหกแคว้นมาอยู่ใต้การปกครองได้ ขยายอาณาเขตและอำนาจของต้าหลิงให้ยิ่งใหญ่ไพศาล


ทว่าในบั้นปลายของชีวิต ไท่ซู่หวงตี้กลับเลอะเลือนลุ่มหลงสตรีงาม หลงเชื่อขุนนางกังฉิน รีดภาษีจากหกแคว้นมาบำรุงบำเรอตนจนเกิดเป็นกบฏหกแคว้นขึ้น ทำให้เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า


            ระหว่างนั้นไท่ซู่หวงตี้ยังได้ทำการปลดเซียวฮองเฮา มารดาของอวิ๋นอ๋อง โทษฐานที่วางยาพิษสนมคนโปรด ทำให้อวิ๋นอ๋ององค์ชายหกในขณะนั้นถูกต้องโทษคุมขังไปด้วย จนเมื่อไท่ซู่หวงตี้ถูกลอบปลงพระชนม์และไท่ชางหวงตี้ขึ้นครองราชย์แทน จึงได้อภัยโทษให้น้องชายก่อนส่งไปดูแลแคว้นอวิ๋น


            ต้าหลิงระส่ำระส่ายจากปัญหากบฏที่รุนแรงขึ้นทุกที องค์ไท่ชางหวงตี้จึงเข้าพิธีวิวาห์กับองค์หญิงแห่งแคว้นเสียนซูเพื่อเชื่อมสัมพันธ์และแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา แม้ว่าขณะนั้นจะมีพระชายาเอกอยู่แล้ว ทำให้ต้องแต่งตั้งพระชายาเอกเป็นกุ้ยเฟยแทน ก่อนที่องค์ไท่ชางหวงตี้ที่จะออกปราบกบฏเป็นเวลาหกปีและเพิ่งกลับมาในเวลานี้เอง


            ผู้คนร่ำลือกันว่าอวิ๋นอ๋องนับว่าเป็นบุรุษแห่งยุค มีความสามารถโดดเด่นทั้งบู๊และบุ๋น ทั้งยังครอบครองเหยี่ยวขาวหายากอยู่ตัวหนึ่ง ถึงกับเคยมีคนบอกว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสขึ้นครองบัลลังก์


            ดังนั้นคนผู้นี้ไม่ใช่บุคคลที่รับมือได้ง่ายเลยแม้แต่น้อย


 “อวิ๋นอ๋องผู้นั้นคงต้องเตรียมป้ายไว้ก่อน มิหนำซ้ำยังให้คนมาลักพาเจ้า หรือว่า... แผนการสลับตัวถูกล่วงรู้ตั้งแต่แรก!?”


น่าตายนัก! เขาเองไม่น่าโพล่งไปในวันที่กินเหล้าเมามายยังเหลาสุรา อีกทั้งยังคอยรบเร้ากู่เจินตลอดเวลาที่มีโอกาสอีกด้วย หากผู้คนจะได้ยินเข้าก็ไม่แปลกเลย


ทว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่คิดว่าเขาล้อเล่นหรือเพ้อเจ้อ ที่สำคัญคือเขาวางแผนที่ละเอียดรัดกุมจริงๆ กับวั่งกู่เจินในที่พักของตน อวิ๋นอ๋องผู้นี้จะล่วงรู้ได้ต้องนับเป็นตัวอะไรกัน


            ซีหลงถอนใจเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ นี่คงเป็นความผิดของข้าที่ไม่รอบคอบแล้ว ดังนั้นอย่าโทษตัวเองเลย”


ผู้เป็นพี่จึงเอื้อมมือไปดึงนางมากอด ปาดน้ำตาออกจากใบหน้านาง ลูบแผ่นหลังบอบบางนั้นเบาๆ เมื่อนางสงบลงจึงค่อยผละออกช้าๆ แต่มือยังเลื่อนมาประคองใบหน้านางเอาไว้


“ข้าจะจัดการเรื่องอวิ๋นอ๋องเอง”


            ซีหลงมีสีหน้าจริงจังขึ้น ยามจ้องเข้าไปในดวงตาของนาง


“เพราะต่อไปนี้เจ้าต้องรับมือองค์จักรพรรดิและบรรดาสตรีวังหลังทั้งหลาย แค่นี้ก็หนักหนาสาหัสมากแล้ว”


“แต่...”


“ชู่ว เชื่อใจพี่ พี่เองห่วงก็เพียงแต่เจ้า เรื่องเกิดไปแล้วมิอาจแก้ได้ ตอนนี้เจ้าเป็นที่สนพระทัยขององค์จักรพรรดิ จงวางตัวเป็นกลางก่อน หากมีสิ่งใดผิดปกติก็ให้รีบส่งคนไปบอกพี่ พี่สัญญาว่าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต”


นิ้วก้อยถูกยกรอ พระสนมโทกลั้นสะอื้นเบาๆ ก่อนยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวพัน ไออุ่นที่ส่งถึงกันคล้ายเป็นพลังสายหนึ่งที่ทำให้พันธะสายเลือดที่มีมาตั้งแต่กำเนิดกล้าแข็งขึ้น


“ข้าสัญญา ท่านเองก็ขอให้สัญญามาว่าต่อจากนี้ท่านจะต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัยและไม่ลงมือทำอะไรวู่วามเด็ดขาด”


“ข้าสัญญา... แล้วยังมีอีกข้อหนึ่งคือ”


“คือสิ่งใด”


“ห้ามหลงรักองค์จักรพรรดิ”


หลิวเหมยอิงเห็นสีหน้าจริงจังไม่มีรอยยิ้มของพี่ชายก็คลี่ยิ้มกว้าง กระชับนิ้วก้อยแล้วว่า


“ฝ่าบาทเป็นคนสุดท้ายบนโลกที่ข้าจะหลงรัก”

 



            ต้าหลาง นครหลวงแห่งต้าหลิงเป็นเมืองวิจิตรใหญ่โตคึกคักมีชีวิตชีวา ผู้คนต่างสัญจรไปมาทั้งท่องเที่ยวเสพสำราญ ทั้งค้าขายแลกเปลี่ยน ทั้งแสวงหาสิ่งที่เป็นยอดปรารถนาในใต้หล้า เหล่าบัณฑิต ขุนนาง พ่อค้าหรือจอมยุทธ์ จากทั่วทุกสารทิศสามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน


            แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งคล้ายกับปลีกแยกออกจากเมืองสวรรค์นี้ราวกับเป็นคนละโลก นั่นคือ ตำหนักปราศทุกข์ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำอวี้ สถานที่พำนักสุดท้ายของอดีตฮองเฮาสกุลเซียวในองค์จักรพรรดิองค์ก่อน


            เดิมตำหนักแห่งนี้ร่มรื่นสวยงาม เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีต้นไม้ขึ้นรกครึ้ม กำแพงสูงมีเถาไม้วัชพืชเกาะเกี่ยวไร้การดูแล กระทั่งคนทั่วไปยังสัมผัสได้ถึงพลังหยินอันรุนแรง ตรอกซอยรอบด้านจึงเปลี่ยวร้างอย่างยิ่ง น้อยนักจะมีคนผ่านไปมา


            ภายในตำหนักเก่า บุรุษผู้หนึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย เบื้องหน้ามีม้วนกระดาษจารึกรูปเหมือนของบุคคลทั้งยังมีตัวอักษรและตัวเลขเบียดแน่นขนัด


คนอีกผู้หนึ่งยืนหลบซ่อนอยู่ยังมุมห้อง สวมหน้ากากละครใบ้ปิดใบหน้าและถือกระบี่สีดำไว้ในมือ หน้ากากเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าอ่อนอมเทาดั่งม่านหมอก ไม่ว่าผู้ใดสบประสานเข้าก็ล้วนรู้สึกหนาวสะท้าน


            “ผู้ใดจะคิดว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้”


            ผู้ที่นั่งอยู่เอ่ยกลั้วหัวเราะพลางกระดกไหสุรา เสียดายสุราในต้าหลิงฤทธิ์อ่อนจาง ดื่มเข้าไปก็ไม่ต่างจากน้ำเปล่า พาลให้รู้สึกจืดชืดเบื่อหน่าย


“แต่ก็ดี เดิมข้าคิดใช้งานพวกเขาเพียงเล็กน้อย บัดนี้คงต้องมอบงานใหญ่ให้แล้ว”


            มืออีกข้างไล้ไปตามป้ายไม้ของขุนนางแล้วโยนเล่น  “จริงสิ นางบอกว่ามีขุนนางแคว้น เสียนซูจำนวนหนึ่งปลอมเป็นพ่อค้าเข้ามายังต้าหลิง แสดงว่าฝ่ายนั้นเองก็คงกำลังเริ่มเคลื่อนไหวบางอย่างอยู่เช่นกัน”


            “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด”


            “หมากกระดานนี้แบ่งเป็นสี่ฝ่าย อย่างไรก็ดี ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเราต้องลงไปเล่นด้วยตนเอง ดังนั้นยืมมือผู้อื่นไปก่อนจะเป็นไร”


            “เสี่ยงเกินไป”


            “พวกเขาไม่นับว่าโง่เขลาเสียทีเดียว ตระกูลหลิวเองก็มีเส้นสายในต้าหลิง หรือหากมีสิ่งใดผิดพลาด ฆ่าทิ้งทีหลังก็ไม่สาย”


“อย่างไรก็ห้ามให้แผนการเดิมผิดพลาดเป็นอันขาด”


            คนผู้สวมหน้ากากหายวูบไปในพริบตา ในตำหนักร้างกลับมาอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว เหยี่ยวขาวในกรงส่งเสียงร้องเบาๆ กลิ่นอายทุกข์ระทมชวนให้คิดถึงวันวาน อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงเอื้อมมือไปแตะรอยแดงจางๆ ที่แทบเลือนหายไปแล้วบนแขนอย่างใจลอย ได้กลิ่นเจียงฮวงลอยจากผิวตนเองบางเบา


            นึกไปถึงดวงหน้าตื่นตระหนกของสตรีในอาภรณ์บุรุษ พลันหลุดหัวเราะออกมา


            “นกขมิ้นจะอยู่รอดในฝูงแร้งได้อย่างไร”



 

            ยามเย็น เกี้ยวไม้หลังหนึ่งเคลื่อนตัวไปยังวังหลวงแห่งต้าหลิง ธงสีครามลายเมฆาดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง ประกาศว่านี่เป็นขบวนของแคว้นอวิ๋น หนึ่งในแคว้นที่ทรงอำนาจที่สุดใต้การปกครองของต้าหลิง


            ณ ลานหินกว้างใหญ่เบื้องหน้าพระราชวัง อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงก้าวลงจากเกี้ยว เหล่าขุนนางส่วนใหญ่กำลังกลับจากราชการพอดี เดิมมีท่าทางไม่สงบสุขอยู่แล้ว พอเห็นเขาก็ล้วนมีปฏิกิริยารุนแรงเกิดขึ้น


            นานเพียงใดไม่ทราบ ที่อวิ๋นอ๋องไม่ได้มีความสุขกับการเห็นสีหน้าหวาดกลัวและตื่นตระหนกถึงเพียงนี้


            “ไม่เพียงจู่ๆ องค์จักรพรรดิก็ปรากฏตัว ยังมีอวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิง!


            “จิ้งจอกผู้นี้มาทำอะไรที่ต้าหลิง!?


            อวิ๋นอ๋องยกยิ้มยามได้ยินเสียงพึมพำ รับคำนับจากขุนนางหลายๆ คน จากนั้นจึงสะบัดชายอาภรณ์ก้าวไปยังตำหนักเฉียนชิง


            ภายในตำหนักมีกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ บุรุษเบื้องหน้ากำลังนั่งพิจารณาฎีกากองพะเนิน ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก เขาก็นั่งลงตรงข้าม เท้าคางกับโต๊ะอย่างถือวิสาสะ


            “หากข้าเป็นท่าน คงหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าตาแก่เหล่านั้นยามสวมอาภรณ์มังกรว่าราชการตอนเช้า เสียดายไม่มีผู้ใดตกใจจนหัวใจวายตายไป มิเช่นนั้นคงน่าขำขึ้นอีกเท่าตัว คนพวกนั้นช่างหน้าโง่จริงๆ”


            กล่าวจบก็หัวเราะจนไหล่สั่น แล้วจึงเสริม


“อ้อ ได้ยินว่าเมื่อคืนท่านเล่นหมากล้อมแพ้ พระสนม หรือ พี่ชายข้า


            ครานี้เรียกสายตาคู่นั้นให้เบนขึ้นมาได้ อวิ๋นอ๋องพยักเพยิดไปยังตู้เก็บกระดานหมากยังฝากหนึ่งของห้อง “เล่นไปคุยไปก็ได้ จะได้รู้ว่าข่าวลือนั้นจริงหรือไม่จริง”


            หลี่ลู่จินถอนหายใจก่อนวางฎีกาลง จากนั้นกระดานหมากล้อมจึงถูกตั้งกึ่งกลางระหว่างทั้งสอง อวิ๋นอ๋องเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึมขึ้น


            “ข้าทำตามที่ท่านสั่งแล้ว แต่ว่านฮองไทเฮาวางรากฐานมานับสิบปีในต้าหลิง คงไม่สามารถขจัดได้ในวันสองวัน”


            “ให้เวลาเป็นสิ่งตัดสิน เราเพียงแต่รอคอยอีกเวลาหนึ่งเท่านั้น”


            “เป็นเช่นนั้น รอมาหกปี รออีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไป”


            สองพี่น้องวางหมากสลับกัน กระทั่งเล่นไปได้ครึ่งกระดาน อวิ๋นอ๋องจึงโอดครวญ


“เดินหมากแต่ละตารัดกุมเพียงนี้ หรือท่านจะแกล้งแพ้แต่สาวงาม?”


            “คืนนั้นข้ามิได้ชนะแม้แต่กระดานเดียวจริงๆ”


            “อ้อ งั้นคู่ประลองต้องมีเสน่ห์เย้ายวนปานใด คนเช่นหลี่ลู่จินจึงจะเผอเรอพ่ายแพ้ได้”


             “ผัดแป้งหนาทั้งยังน้ำมูกน้ำตาไหลเปื้อนหน้า มีสิ่งใดให้น่าพิสวาส?” ดวงหน้ารูปสลักไม่แสดงอารมณ์ใด ทว่าวางเม็ดหมากลงแรงกว่าปกติเล็กน้อย อวิ๋นอ๋องมีหรือจะมองข้ามไป ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น


            “นิสัยท่านไม่ใช่คนที่จะผ่อนปรนสิ่งใดง่ายๆ มีข้อยกเว้นเช่นนี้ก็คงต้องถูกใจบ้างอยู่แล้ว”


“...”


            “เฮ้อ หกปีมานี้ไม่เพียงขัดเกลาฝีมือคน แต่กลับทำให้คนมีรสนิยมประหลาดขึ้นด้วย”


            “ทว่าหกปีกลับไม่อาจทำให้ปากเจ้าสำรวมขึ้นเลย”


            ผู้เป็นน้องชายหัวเราะร่วน ก่อนที่ห้องทั้งห้องตกอยู่ในภวังค์แห่งการครุ่นคิด เหลือเพียงเสียงวางหมากดังสลับกัน เกมหมากล้อมดำเนินไปจนจบ อวิ๋นอ๋องส่ายศีรษะ โยนหมากยกมือยอมแพ้แต่โดยดี


            “เล่นหมากเช่นนี้ทีไร ข้าคิดถึงเสด็จพ่อทุกครา หากองค์ชายผู้ใดพ่ายแพ้ย่อมต้องถูกลงโทษให้คัดอักษร แล้วก็มักเป็นข้าเสียทุกครั้ง”


            อวิ๋นอ๋องเหม่อลอย มือเอื้อมไปลูบข้อมือของตน “แต่หลายทีท่านก็ทนไม่ได้ ยอมยั้งมือให้จนโดนลงโทษแทน”


            “บางคราข้าก็พ่ายแพ้แก่เจ้าจริงๆ”


            “ท่านก็เป็นเช่นนี้ ชอบทำเหมือนข้าสามารถเหนือกว่าท่านได้ ทั้งๆ ที่ข้าไม่เคยเหนือกว่าท่านเลยตั้งแต่เกิดมา”


            อวิ๋นอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกึ่งประชดประชัน องค์จักรพรรดิเหลือบมองเปลวควันจากกำยาน แวบหนึ่งดวงตาสีดำมีแววสั่นไหวน้อยๆ

           



***

น้องกับพี่ไม่รู้ใครร้ายกว่ากันนะคู่นี้ แต่เสี่ยวอ้ายชอบอวิ๋นอ๋องล่ะ นางกวนตรีนดีค่ะ5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.026K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6556 Ujeen_isme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 22:01

    อวิ๋นอ๋องนี่ทีมเดียวกับจักรพรรดิใช่มะ จะไม่แทงข้างหลังกันใช่มะ หวั่นใจเหลือเกินนนน

    #6,556
    0
  2. #6164 blueeyes111 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:32
    เดี๋ยวนะๆ นี่ฝ่าบาทกับอวิ๋นอ๋องรู้กันนี่นาว่าสองพี่น้องนั้นสลับตัวกัน ร้ายนักก// แต่ชอบอวิ๋นอ๋องจัง555
    #6,164
    0
  3. #5781 Totorokun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 00:34
    สองพี่น้องนี่เค้ารู้กันนิ่ว่าสนมถูกสลับตัว ซีหลงด่าผิดที่แล้วล่ะ ชั้นไม่คิดว่าสวรรค์จะแกล้งแล้วแหละ
    #5,781
    0
  4. #5754 Secr3t-Key (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 02:49
    เจ็บท้องคลิดลูกแฝกชญหลิว มีแต่คนรว้ายๆ
    #5,754
    0
  5. #5536 peangploy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:40
    แถวนี้มีแต่คนร้ายๆ ไม่น่าไว้ใจซักคนเลย
    #5,536
    0
  6. #5530 GalaxyStyle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:31
    ร้ายทั้งคู่เลย อะไรกันครับเนี่ยย
    #5,530
    0
  7. #5501 _1221_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 11:47
    ดูแล้วมีแต่คนรว้ายๆๆ สงสารลูกชั้นจังต้องปวดหัวแน่ๆ
    #5,501
    0
  8. #5310 Marshmalowdii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:29

    ดูร้ายกาจทั้งคู่เลย5555555555

    #5,310
    0
  9. #5259 kittenO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:00
    ทำไมรู้ แล้วรู้แค่ไหน????
    #5,259
    0
  10. #5153 PimlapatPimlapat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 03:37
    แต่ละคนแลดูไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น
    #5,153
    0
  11. #5101 Ppttyc_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 13:23
    แต่ละคนคือร้ายกาจ
    #5,101
    0
  12. #4976 kiki3k (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 23:49
    ไว้ใจใครได้บ้างงงงงง
    #4,976
    0
  13. #4890 ccreamrnpp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 16:49
    แปปนะเตง รึว่าพี่หลี่ตะรู้อยู่แล้งว่านั่นผุ้จายน่ะ เริ่กรั่กตรงรสนิยมเปลี่ยน เอ๋!!!!
    #4,890
    0
  14. #4886 zton9397 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 15:23
    พึ่งมาอ่านนนนน่าตามมากกก นังดีที่พี่น้องลงรอยกันกลัวจะหักหลังกัน
    #4,886
    0
  15. #4869 บี.เหลือง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 11:41
    มายก้อดด เราอ่านพลาดตรงไหนไปรึเปล่า ทำไมมันช่างงงงวยเช่นนี้ ฮา~
    #4,869
    0
  16. #4456 kookv1997 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:48
    ร้ายนัก เสือ2ตัวนี้
    #4,456
    0
  17. #4446 toto5666 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:13

    โห่..... สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนงมากกกกกชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #4,446
    0
  18. #4361 MeNe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 02:59
    หลอกในหลอกอีกทีเหรอ🤔🤔🤔
    #4,361
    0
  19. #4183 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 12:30

    แสดงว่าองค์จักรพรรดิ์ก็รู้ว่าสองแฝดสลับตัวกันงั้นเหรอ?

    #4,183
    0
  20. #4109 Shipnielong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 09:20
    มีแผนอะไรกันนะ
    #4,109
    0
  21. #3835 Cmel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 18:18
    ภาษาสวยน้ำตาจะไหล;-;
    #3,835
    0
  22. #3312 กิ๊งก่อง กิ๊งๆ ก่อง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 04:34
    โถ่ววว อย่าดึงน้อนมาเลยยย
    #3,312
    0
  23. #3073 lilying_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 15:18

    อ้าววว อยู่ฝั่งเดียวกันรึ แต่ท่านอ๋องรู้ว่าสนมคนนั้นคือคนพี่ชาย แต่ฝ่าบาทไม่รู้ แบบนี้คือท่านอ๋องลอบทำการอะไรบางอย่างโดยไม่บอกพี่??

    #3,073
    2
    • #3073-1 justjeen(จากตอนที่ 5)
      7 เมษายน 2563 / 16:06
      ท่านอ๋องว่างแผนหาพี่สะใภ้ใหม่หรือเปล่า🌚🌝
      #3073-1
    • #3073-2 taemynnn(จากตอนที่ 5)
      14 เมษายน 2563 / 08:55
      เราว่าฝ่าบาทน่าจะรู้แต่แกล้งไม่รู้รึเปล่า😂
      #3073-2
  24. #3062 ponchanan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 11:12
    ช่วงเล่าตอนรักษาดูตัดรวบมากไปจากดราฟเก่าๆ
    #3,062
    0
  25. #2988 MDZS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 07:56
    ฉันรักอวิ๋นอ๋อง เเต่อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ;-;
    #2,988
    0
  26. #1715 Llily (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:03
    วืดแน่ๆเชื่อหนู
    #1,715
    0
  27. #1685 Midories (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 23:24
    น้องงงง ความเห็นแก่กินของน้องงง
    #1,685
    0
  28. #1654 TigKie_18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:03
    งื้ออออ
    #1,654
    0
  29. #1450 -Shawty- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:41
    มาดูกันค่ะ ว่าจะวืดหรือไม่วืด 555
    #1,450
    0
  30. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:37
    วืดไม่วืด หืมมมม
    #1,263
    0
  31. #1234 H2O-69 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 17:45
    บรรยากาศพาไปสุดๆ แต่ซีหลงจะแก้สถานการณ์ยังไงดีน้าาาาา
    #1,234
    0
  32. #1223 arbyunse (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:34
    5555555555555 โอ่ย
    #1,223
    0
  33. #1131 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:49
    คนสวยยยย ชอบท่านพี่จริงๆ ถ้าฝ่าบาทจะชอบด้วยก้ไม่แปลกกกก 555555
    นี่ฝ่าบาทรู้หรือไม่นิ ถถถถถถถถ ไม่รู้ว่ารู้ใยแต่เราอยากรู้เหลือเกิน!
    #1,131
    0
  34. #1126 kh__8894 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 17:30
    เราอยากวิเคราะห์เหมือนกับเรื่องอื่นๆที่อ่านนะคะแต่ว่าเขินเฉยเลยสมองตื้อไปเลยค่ะ555555555 สู้ๆนะคะไรท์แบบว่าติดตามเลยค่ะเหมือนเจอขุมทรัพย์อีกเรื่องหนึ่งเลยคิคิ
    #1,126
    0