พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 34 : 32 - สั่นสะเทือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,378 ครั้ง
    5 เม.ย. 64

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

32 – สั่นสะเทือน

              


               อดีตพระสนมเอกผู้มีใบหน้าดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เคยนั่งอยู่บนเกี้ยวด้วยท่าทีหยิ่งยโส บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงตุ๊กตาผุพังที่ไร้ผู้สนใจ ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ดูแล้วจิตใจของนางก็พังทลายอย่างมิอาจแก้ไขเช่นกัน


               ลี่กุ้ยเฟยทูลขอให้ส่งนางมายังตำหนักเย็น นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าตายทั้งเป็น


หลิวซีหลงกลับมิมีเวลาให้คิดเวทนานางนาน เมื่อคมมีดที่แวววับขึ้นกลางความมืดสลัวนั้นชี้มายังเขา


               ร่างกายเขาบอบช้ำจากการถูกซ้อมเมื่อครู่ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก หลิวซีหลงถ่มเลือดออกจากปาก มือข้างหนึ่งก็กุมท้องงอตัวน้อยๆ เขาคิดถ่วงเวลา จึงเอ่ยด้วยท่าทีสงบที่สุด ดวงตากลมโตเป็นประกายกล้า


               “ที่แท้ก็เป็นเจ้า สวีซิวเหยี่ยน”


               “ใช่ เป็นข้า! สมน้ำหน้านัก นึกอยู่แล้วว่าสักวันเจ้าต้องมีชะตากรรมเช่นข้า!!


               “ไม่เหมือนกัน”


               “ไม่เหมือนอย่างไร” สวีซิวเหยี่ยนกระชากเสียง “หรือเจ้ายังคิดว่าตนเองยังสามารถกลับไปเป็นคนโปรดได้อีก!


               “ข้ามิได้ถูกคนทูลขอให้มายังที่นี่”


               “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เมื่อได้ยิน รอยยิ้มสะใจก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าบิดเบี้ยวดั่งขี้ผึ้งถูกไฟลน


               สองร่างเดินดูท่าทีหมุนเป็นวงกลม หลิวซีหลงภาวนาให้ผู้ใดก็ได้เปิดประตูเข้ามา เพราะแม้เขาจะเป็นบุรุษ แต่คนผู้วิปลาสไปแล้ว ต่อให้เป็นสตรีก็มีเรี่ยวแรงมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า กอปรกับนางมีอาวุธอยู่ในมือ ส่วนเขานั้นมือเปล่า และรอบข้างก็มิมีสิ่งใดให้ใช้เป็นอาวุธได้


คืนนี้เขาขอให้อู๋หนิงเหอไปเฝ้าจวี๋จือ มิคาดอีกฝ่ายจะรอจังหวะก่อเรื่องจนได้


               “ลี่กุ้ยเฟยเป็นคนที่ทำให้เจ้ามาที่นี่มิใช่หรือ เหตุใดถึงโทษเพียงข้า”


ขณะพูดก็สอดส่ายสายตามองหาเส้นทางหลบหลีก ฝ่ามือและแผ่นหลังเริ่มชื้นเหงื่อเย็นขึ้น


พอเอ่ยถึงลี่กุ้ยเฟย สวีซิวเหยี่ยนก็มีปฏิกิริยารุนแรงขึ้นมาทันที นางสั่นกระตุกไปทั้งร่าง ก่อนกรีดร้อง


               “นางปีศาจนั่น!! นางปีศาจบอกว่าจะส่งเจ้ามาให้ข้าฆ่า แล้วนางก็ส่งเจ้ามาจริงๆ! เจ้าต่างหากที่ขวางหูขวางตาข้านัก เป็นเจ้าที่ทำให้ข้าต้องตกต่ำถึงเพียงนี้!!


“แต่ถ้าหากเจ้ามิทำคุณไสยปลอม ไหนเลยเจ้าจะต้องมาอยู่ที่นี่”


“หุบปาก!!


สวีซิวเหยี่ยนพลันกรีดเสียงแหลมสูง กระทืบพื้นเร่าๆ มือก็กวัดแกว่งมีดไปมาอย่างน่ากลัว ดวงตายิ่งเบิกกว้าง


“เจ้า... งามยังไม่เท่าไหร่ ฝีมือศาสตร์ใดๆ ก็มิได้ประเสริฐเลิศเลอ เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นคนโปรดกัน”


“...”


“เจ้ากล้าดียังไง เจ้าโผล่มาจากที่ไหน ถึงได้อยู่เพียงไม่นานก็กลายเป็นคนโปรดของฝ่าบาท ข้าสิ ข้าต้องเป็นคนโปรด ในเมื่อข้าเป็นผู้ที่รักฝ่าบาทมากที่สุด!


เอ่ยไปหยาดน้ำตาก็หลั่งรินออกจากดวงตาทั้งสอง ใบหน้าวิปลาสโศกศัลย์และคลั่งแค้นดูน่าสมเพชเวทนาเกินจะกล่าว


สวีซิวเหยี่ยนไม่อาจเก็บกลั้นความคุ้มคลั่งของตนไว้ได้อีก ร่างผอมแห้งพุ่งเข้ามาหมายจะแทงเอาชีวิตคนตรงหน้า หลิวซีหลงเคลื่อนไหวหลบได้สองสามครั้งก็พลาดท่าถูกคมมีดแทบแฉลบผิวแก้มไป


เมื่อเขาสะดุดเสียจังหวะ สวีซิวเหยี่ยนก็โถมกายเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต เรี่ยวแรงของนางมหาศาลจนทำให้ทั้งสองล้มลงไปด้วยกัน หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรียื้อยุดคมมีดที่กำลังจะจ้วงแทงลงมา


“อึก!


“ตายเสียเถอะ!! ตายๆๆๆๆๆๆ!


               หลิวซีหลงดิ้นรนต่อสู้สุดความสามารถ แต่ไม่ทราบสตรีเบื้องหน้าเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใดจึงทำให้เขาสะบัดไม่หลุด คมมีดค่อยๆ เคลื่อนใกล้ลงมายังทรวงอก ดั่งความตายที่คืบคลานเข้ามา


               โครม!


               ทันใดนั้น พลันเกิดเสียงถีบประตูดังลั่น แสงตะเกียงสาดส่องเข้าภายในห้องจนตาพร่าไปชั่วขณะ พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามา


               อาภรณ์สีดำปักด้วยลายมังกรและรองเท้าหนังสีดำสนิทพลันปรากฏขึ้นในคลองจักษุ แรงที่กำลังต่อสู้กับเขาก็พลันอ่อนยวบหายไป


               เคร้ง!


               “ฝ่า... บาท”


               หลี่ลู่จิน!


               หลิวซีหลงแทบไม่เชื่อหูตาตนเอง


               “ถอยไป”


               สุรเสียงเข้มดุดันอย่างยิ่ง สวีซิวเยี่ยนแม้สติวิปลาสไปแล้วยังต้องเชื่อฟัง นางรีบร้อนคลานออกจากตัวเขา ก่อนที่จะคลานไปอยู่เบื้องหน้าแทบเท้าขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง ปากสั่นเสียงสั่น กลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่


               “ฝ่าบาท ฝ่าบาทสุดที่รักของหม่อมฉัน ทรงมารับหม่อมฉันแล้ว ทรงมารับหม่อมฉันแล้วจริงๆ”


               ไอรังสีอำมหิตกลับทำให้สวีซิวเยี่ยนหน้าถอดสี หยุดพร่ำเพ้อไปทันที หลิวซีหลงกัดฟันทนเจ็บแล้วรีบลุกขึ้น จึงเห็นสีหน้าของหลี่ลู่จินชัดเป็นครั้งแรก


หัวใจที่เต้นกระหน่ำปานจะหลุดออกจากอกแทบจะหยุดเต้น


               องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมีสีหน้าประหนึ่งสังหารคนได้ในเวลานี้ อารมณ์เกรี้ยวกราดสาดทาบอยู่บนดวงหน้าดั่งหยกสลักที่มักราบเรียบ เงาครึ้มที่ตกกระทบบนใบหน้าและประกายตาสีแดงฉานยิ่งทำให้สั่นสะท้านทั่วสรรพางค์


               องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงสาวเท้าเข้ามาฉุดแขนเขาขึ้น เอ่ยเสียงกังวานห้วนสั้น


               “ข้ามารับซีซิวหรง มิได้มารับเจ้า”


               “ไม่จริง ไม่จริง!!!” สวีซิวเยี่ยนกรีดร้อง น้ำตายิ่งไหลทะลัก “เหตุใดท่านถึงปักใจต่อนางนัก นางพิเศษตรงที่ใดกัน!


               หลี่ลู่จินทำราวกับสวีซิวเยี่ยนไม่อยู่ที่นี่ นัยน์ตามังกรกวาดสำรวจใบหน้าเขาเร็วๆ จากนั้นจึงหยุดอยู่ยังบริเวณแก้มที่มีเลือดซิบเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะสะบัดอาภรณ์หันไปหมายจะลากเขาออกไปจากที่แห่งนี้


“ฝ่าบาทเพคะ!!


สวีซิวเยี่ยนกลับรวบรวมความกล้าจากที่ใดไม่ทราบโถมตัวกอดขาผู้เป็นหนึ่งในต้าหลิง


“ฝ่าบาทของหม่อมฉัน เชื่อหม่อมฉันเถอะ หม่อมฉัน...”


หลี่ลู่จินไม่แม้จะปลายตามอง ยามเอ่ยอย่างเย็นชา


“อย่างเจ้า จงตายไปอย่างไร้คนฝังในที่แห่งนี้เถอะ”


เอ่ยจบก็สะบัดนางออกอย่างแรงจะกระเด็น สวีซิวเยี่ยนร่างปลิวไปด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ อ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง น้ำตาไหลพรากประหนึ่งธารน้ำตก ประโยคนั้นเจ็บปวดจนสีหน้าของนางบิดเบี้ยวกระทั่งมิมีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่ พลันนางก็คว้าปิ่นทองคำที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวมาจ่อคอตนเอง


ปิ่นนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางได้รับอนุญาตให้นำติดตัวมา ปิ่นผีเสื้อที่องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงพระราชทานให้นาง


“ฝ่าบาทไม่รักข้า ข้าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม!


“หยะ...” หลิวซีหลงมิทันได้ห้าม ปิ่นทองแสนรักก็แทงยังคอหอยของนางเอง โลหิตไหลทะลักดั่งน้ำพุ สิ้นใจในทันที


หลี่ลู่จินไม่แม้แต่จะสนใจ ออกแรงดึงแขนของเขาออกมาจากห้องเก็บของนั้น แรงเกาะกุมราวกับกุญแจเหล็กพันธนาการที่ไม่มีวันดิ้นหลุด


“ฝะ ฝ่าบาท...”


“เงียบ”


หลิวซีหลงพลันไร้เสียงขึ้นมา ทำได้เพียงโดนฉุดกระชากผ่านผู้คนที่รีบคุกเข่าลงอย่างหวาดกลัวอยู่ตามทาง ดวงหน้าเหล่านั้นต่างประหวั่นพรั่นพรึงอย่างหาที่สุดมิได้


ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งต้าหลิง ไม่เคยมีครั้งไหนที่องค์จักรพรรดิเสด็จมาหาพระสนมที่ตำหนักเย็น


มิหนำซ้ำ ยังทรงเห็นเหตุการณ์หมายเอาชีวิตพระสนมคนโปรดอีกด้วย


หากพรุ่งนี้ตำหนักเย็นถูกสั่งเผาพร้อมคนที่อยู่ภายในทั้งหมด ผู้ใดก็คงมิแปลกใจเลย

              

              


25%

               ช่วงนี้ฟิตค่ะ อัพรัวราวกับผีเข้า ก็อยากให้จบแน้วอะนะ 5555

               ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ รักทุกคอมเม้นต์ทุกการกดกำลังใจเลย เห็นแล้วไฟปั่นนิยายมันลุกท่วมคอมมมม


 




               ระหว่างทาง องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงได้สังเกตเห็นว่าพระสนมกำมะลอเดินเชื่องช้าลงเพราะบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง สองแขนแข็งแกร่งจึงรวบตัวร่างบางขึ้นอุ้มทันที


               “อ๊ะ!


               แม้การโอบอุ้มจะอ่อนโยน แต่ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของหลี่ลู่จินกลับมิได้ลดน้อยลง ชวนให้คนถูกอุ้มรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนในใจ ประหนึ่งกระต่ายติดบ่วงนายพราน ทุกย่างก้าวพานพาจะทำให้แผ่นหลังเย็นเยียบ


               เบื้องหน้าตำหนักเย็นมีเกี้ยวมังกรรออยู่หลังหนึ่ง หลิวซีหลงถูกจับยัดใส่เกี้ยวนั้น ตามมาด้วยหลี่ลู่จินที่มีสีหน้ามืดครึ้ม ก่อนเกี้ยวจะถูกแบกหามออกไป


               บรรยากาศในเกี้ยวอบอวลไปด้วยไอสังหารคุกรุ่นจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนหลิวซีหลงเพิ่งเห็นคนฆ่าตัวตายไปต่อหน้า ร่างจึงสั่นน้อยๆ ชักไม่แน่ใจขึ้นมาว่าตนเองก็จะมีจุดจบเฉกเช่นเดียวกับสวีซิวเยี่ยนหรือไม่


               แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้า เอ่ยเสียงแผ่วเบา


“ฝ่าบาท”


“...”


“ท่าน... เอ่อ....”


“ไปคุยกันที่ตำหนักเฉียนชิง”


หลิวซีหลงจึงได้แต่หุบปากลงอีกครา ทั้งคอทั้งไหล่ตกลู่ลง นึกครวญในใจว่าครานี้คงแย่แล้วจริงๆ

              



               ในตำหนักเฉียนชิง แพทย์หลวงหยางจื้อถูกตามตัวมาด่วน เห็นสีหน้าอิดโรยเคร่งเครียดของท่านอาจารย์แล้วหลิวซีหลงก็อดหน้าเจื่อนแล้วผงกศีรษะเป็นเชิงขอโทษไม่ได้


               อีกฝ่ายถลึงตามองอย่างคาดโทษกลับมา ได้ความว่า เจ้าก่อเรื่องอีกแล้วสินะ


               ผู้เป็นพระสนมนั่งลงบนเตียง เมื่อปลดอาภรณ์ด้านบนออก ก็พบว่ามีรอยฟกช้ำจากมือฝีมนุษย์อยู่ตามใบหน้า แขนขาและลำตัว โดยเฉพาะหน้าท้องแบนราบที่กลายเป็นรอยบวมแดงน่ากลัวราวกับจงใจ


               “เป็นฝีมือของคนราวสิบกว่าคนที่เข้ามาทุบตี”


แพทย์หลวงหยางจื้อกราบทูล มือก็ส่งน้ำแข็งประคบเย็นให้หลิวซีหลงวางไว้ยังท้องของตนเอง


ใบหน้าดั่งรูปสลักกระตุกน้อยๆ หลิวซีหลงพลันรู้ได้ถึงชะตากรรมของคนเหล่านั้นทันที


และเขาก็มิใจบุญพอจะทูลขอชีวิตให้คนที่จ้องเอาชีวิตเขาเสียด้วย


“อาจจะต้องพักรักษาตัวอยู่สองถึงสามวันเพื่อมิให้อวัยวะภายในกระเทือน ส่วนเทียบยากระหม่อมจะเขียนแล้วส่งให้ห้องยานำมาถวาย นอกจากนั้นแล้วมิมีสิ่งใดต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ”


เมื่อรายงานเสร็จแล้ว แพทย์หลวงอาวุโสก็ทูลลาออกไปอย่างรู้มารยาท ทำให้ในห้องเหลือเพียงหลี่ลู่จินกับเขาเพียงลำพัง


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงสาวเท้าเข้ามานั่งลงใกล้ๆ ก่อนจะดึงแขนของเขาไปอย่างถือวิสาสะ แล้วบรรจงป้ายยาลงไปยังแผลโดยที่ไม่พูดไม่จา


หลิวซีหลงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทายาไปทีละตำแหน่ง


               ปลายนิ้วเรียวยาวนั้นเย็นเยียบ แต่สัมผัสบนผิวนั้นช่างอ่อนโยน


ยามเมื่ออยู่ใกล้กันทำให้ยิ่งสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน คิ้วคมเข้มประหนึ่งกระบี่ขมวดมุ่นกดลง นัยน์ตาสีดำสนิทที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใดบัดนี้ถูกผลาญไปด้วยเพลิงพิโรธ เงาของดวงหน้าหล่อเหลาเดี๋ยวชัดเดี๋ยวพร่ามัวท่ามกลางสีทองที่ตกแต่งตำหนัก


               ความรู้สึกทั้งหลายที่ไม่อาจบรรยายท่วมท้นขึ้นมาจุกยังลำคอ ทั้งตื่นตระหนก หวาดกลัว หวาดหวั่น โศกศัลย์ โล่งใจ ตีตื้นขึ้นมาเอ่อล้นในใจจนตัวสั่นสะท้าน


               เขาเพิ่งรู้ตัวว่าคิดถึงอีกฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว


“...ท่านโกรธมากเลยหรือ”


“...”


พลันผู้เป็นองค์จักรพรรดิก็ชักมือกลับ สัมผัสที่ชวนให้คะนึงหาละออกจากผิว ใจของหลิวซีหลงที่เต้นแรงขึ้นจึงเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ เขากลืนน้ำลาย พลางเอ่ยต่อไป


“ขอบคุณที่ท่านไปช่วยข้า ทว่า นี่มิได้ทำให้ทั้งวังสั่นสะเทือนหรอกหรือ”


“ข้ามีเหตุผลของข้า เพราะรู้ว่าเจ้าต้องทำพลาด จึงได้เตรียมการรับรองเอาไว้ก่อนแล้ว”


               เพียงประโยคเดียว หลิวซีหลงก็คล้ายกับถูกน้ำเย็นจัดสาดซัดเข้าใส่กลางฤดูหนาว ตัวแข็งทื่อไปทันที


               หลี่ลู่จินผละออกไป สะบัดแขนเสื้อยืนขึ้น หันหลังให้เขาโดยมิได้แม้แต่จะปรายตามอง


               “เจ้าไปติดสินบนหนิงเหอด้วยเรื่องของหวงเหวิน เพื่อให้เขามิได้รายงานทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าต่อข้า มิหนำซ้ำยังกล้าให้หนิงเหอไปเฝ้าจวี๋จือ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าคนอื่นพร้อมจะลงมือต่อเจ้าทุกเมื่อ นี่มิเรียกโง่เขลาจะเรียกว่าอะไร”


               หลิวซีหลงกำหมัดแน่น ถูกต่อยที่ท้องว่าเจ็บแล้ว กลับไม่เจ็บเท่าคำพูดของคนเบื้องหน้า


               “แล้วอย่างไร! ข้าก็มีวิธีของข้า อย่างน้อยจวี๋จือก็เอ่ยความจริงออกมามากมายหลายประการ ที่ต่อให้ท่านงัดปากนางก็มิมีทางได้มา!!


               “คิดว่าข้ารู้ได้อย่างไรว่าเกิดเรื่อง” หลี่ลู่จินหันกลับมาในที่สุด “เพราะว่าข้ามีคนอยู่ในตำหนักเย็นอย่างไร  ไม่จำเป็นต้องใช้งานเจ้าก็ยังได้”


               หลิวซีหลงเองก็โกรธจนควันออกหู พลันเขวี้ยงที่ประคบเย็นใส่หน้าอีกฝ่าย ซึ่งก็ถูกรับไว้อย่างง่ายดาย


               ตัวก็เจ็บ ใจก็ยังต้องมาเจ็บเพราะคนไร้ใจนี่อีก


               ระยำเอ๊ย


“ข้าถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก นี่หรือสิ่งที่ท่านเอ่ยกับข้า!!


               “ผู้ใดให้เจ้าเอาชีวิตเข้าแลก”


               แม้มิได้ขึ้นเสียง แต่น้ำเสียงของจักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็เข้มดุกว่าปกติหลายเท่า


“จวี๋จือหรือใครจะตายก็ช่าง แต่เจ้าจะตายแทนอย่างนั้นหรือ โง่งมนัก”


ภาพแม่นมที่เศร้าหมองทุกข์ระทมฉายเข้ามาในศีรษะ คนที่มิได้ถูกกักขังในตำหนักเย็นจะเข้าใจอะไร


“ช่างได้อย่างไร ข้าอุตส่าห์เข้าตำหนักเย็นไปเพื่อสืบหาความจริง อีกทั้งนางเป็นห่วงท่านมาก กล้าเอ่ยได้อย่างไรว่านางจะตายก็ช่าง”


               “เจ้าจะรู้อะไร”


“ได้ ข้าไม่รู้”


ดวงตาแสบร้อนขึ้นมา หลิวซีหลงรีบกระซิบตาถี่ๆ ไล่น้ำตา แต่ไม่เป็นผล ยามนี้เขาเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะต้านทานความอ่อนแอ พลันหยาดน้ำก็ไหลริมลงมาบนแก้ม ย้อมให้ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไป


“โธ่เว้ย ทำไมข้าต้องมาสนใจด้วยว่าอดีตของคนใจดำอย่างท่านเป็นอย่างไร ทำไมยามนั้นข้าต้องเสียน้ำตาให้ท่านด้วย”


“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”


“บาดแผลบนหลังท่าน ข้ารู้แล้วว่าได้มาอย่างไร!


!


“ยามนั้นข้าหลั่งน้ำตาเมื่อได้ฟังเรื่องท่านจากปากจวี๋จือ นางยังถามถึงท่านว่าเป็นอย่างไร เห็นได้ชัดว่ายังผูกพันต่อท่านอยู่ไม่น้อย แต่ดูท่าน... กลับเห็นทุกอย่างเป็นแผนการ ไอ้คนไม่มีหัวใจ! ฮึก”


หลิวซีหลงเริ่มสะอื้นฮัก ทันใดนั้น หลี่ลู่จินก็ก้าวเข้ามากอดเขาไว้


สีหน้าขององค์จักรพรรดิอ่อนลงหลายส่วนยามกระซิบข้างหู


“ข้า... ขอโทษ”


“ข้าไม่ให้อภัย ไอ้คนใจหยาบ ไอ้คนใจทมิฬ ไอ้คนคิดแต่แผนการ!


หลิวซีหลงระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่มาเนิ่นนาน กำแพงที่สร้างไว้เพื่อให้ภายนอกแข็งแกร่งพังทลายลง มือทั้งทุบทั้งผลักไสอีกฝ่ายอย่างไม่เบามือ


หลี่ลู่จินกลับกอดปลอบคนในอ้อมแขนแน่นแล้วทนรับการทำร้ายไว้ด้วยความเต็มใจ


เมื่อครู่เพราะความโกรธบังตา ทำให้เขาเอ่ยสิ่งที่เลวร้ายออกไปจริงๆ

 

 


50%

ฉากทะเลาะกันแล้วมีฉากอะไรต่อน้า ตาซีหลงร้องไห้ด้วยเนี่ย ปลอบวิธีไหนดี ( ͡° ͜ʖ ͡°)

เรียนเชิญที่รีดอะไรท์นะคะตอนหน้า 55555555555 ขอบคุณที่แวะมาติดตามกันค่า ไฟลุกจนไหม้เลยทีเดียว อยากปั่นให้ได้อย่างนี้ทุกวันน



ที่โกรธ... เป็นเพราะกลัว


กลัวว่าหากเขาไปไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น


ภาพคมมีดที่พุ่งตรงไปยังทรวงอกของร่างผอมบางยยังติดตรึงอยู่ในสายตา สร้างคลื่นปั่นป่วนในอกเขาไม่จบสิ้น


ความกลัวเป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิเช่นเขามิได้สัมผัสบ่อยครั้ง และเขาก็ไม่อนุญาตให้ตนเองกลัวจนแสดงอารมณ์ออกมา ดังนั้นความกลัวจึงแปรเปลี่ยนออกมาในรูปแบบโทสะแทน


ตั้งแต่ทราบเรื่องว่าอู๋หนิงเหอมิได้เฝ้าอยู่ข้างกายหลิวซีหลงในตำหนักเย็น เขาก็สังหรณ์ใจได้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง


และสังหรณ์เขาก็เป็นจริง ไม่เพียงหลิวซีหลงผู้นี้ถูกรุมทุบตี ยังเกือบถูกทำร้ายถึงชีวิต รวมถึงฝากบาดแผลไว้บนใบหน้าอีกฝ่ายจนหลั่งโลหิต


อีกประการหนึ่ง คนเหล่านั้นยังจงใจทุบตีที่ท้องเป็นหลัก เห็นได้ชัดว่าหากซีซิวหรงตั้งครรภ์ เด็กคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกแน่นอน


ทั้งๆ ที่ไม่มีเด็ก แต่เมื่อยิ่งคิดไป เขากลับยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและโกรธแค้นจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้


โกรธจนลืมนึกไปว่า ผู้ที่ควรจะโกรธแค้นและหวาดกลัวที่สุดนั้นอยู่ในอ้อมแขนนี่เอง


ถ้อยคำประณามผรุสวาทดังผ่านหู คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นจนหอบเหนื่อย สองมือทุบตีเขาไปจนสุดท้ายก็ไร้เรี่ยวแรง ได้แต่วางไว้นิ่งๆ บนบ่าแข็งแกร่ง


เมื่อเห็นว่าพระสนมเริ่มสงบลง สุรเสียงนุ่มทุ้มจึงกระซิบแผ่วเบาอีกครา มือก็ลูบหลังเล็กปลอบไปด้วย


“ขอโทษ”


ในใต้หล้า สามัญชนผู้ที่จะได้ยินคำขอโทษจากองค์จักรพรรดิจะมีสักกี่คน และยิ่งผู้ที่ได้ยินคำว่าขอโทษซ้ำๆ จากองค์ไท่ชางหวงตี้แห่งต้าหลิง ก็เกรงว่าจะยิ่งมิมี


หลิวซีหลงสูดน้ำมูก ใบหน้ายังบิดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์ ทั้งน้ำหูน้ำตานองใบหน้าที่แดงก่ำ สองมือกำอาภรณ์เนื้อดีนั้นแน่น ยังคงไม่เอ่ยวาจา


หลี่ลู่จินเอื้อมมือมาลูบศีรษะทุยเบาๆ “เป็นข้าพูดไม่คิดเอง”


“...”


“ข้าเพียง...”


กลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไป


คิดได้เท่านั้นองค์จักรพรรดิก็ทอดถอนใจ กลับเอ่ยออกมาอีกอย่าง “ไม่อาจให้เจ้าเป็นอะไรไปได้”


“ใช่สิ” เสียงของหลิวซีหลงสูงบาดหู ทั้งยังแหบเครือจากการร้องไห้อย่างหนัก เริ่มดิ้นขลุกขลักหาอิสรภาพ


“ข้าเป็นหมากตัวสำคัญของท่านที่ยังต้องใช้ในแผนการ ถ้าหากไม่ถูกสั่งให้ไปซ้ายก็ไป ไปขวาก็ไป ท่านย่อมโมโหโกรธาอยู่แล้ว! หรือถ้าจะเป็นอะไรไปก็ย่อมไม่คุ้มค่ากับที่ลงแรงคิดแผนการมา!


คนถามประชดประชันออกไปโดยไม่ทันคิด อารมณ์ขุ่นมัวเกินกว่าจะประมวลผลใดๆ


               พอพูดไปก็เพิ่งตระหนักได้ให้โมโหตัวเอง นี่เขาคาดหวังคำตอบอะไรจากหลี่ลู่จินผู้นี้กัน!?


คงเป็นเพราะอ้อมกอดแน่นและกลิ่นกฤษณาอำพันนั้นล่อลวง หลิวซีหลงเกลียดตัวเองที่พบว่าเขาก็คิดถึงไออุ่นนี้อยู่ลึกๆ พอเมื่อถูกกอดแล้ว กลับคล้ายจะปัดเป่าความหนาวเหน็บที่ฝังอยู่ในผิวนับตั้งแต่ไปตำหนักเย็นไปได้


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยังกอดเขาแน่น โอรสสวรรค์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนดันตัวเขาออกมาสบตา มือเรียวบรรจงเช็ดน้ำตาอย่างอ่อนโยน


สายตาที่ทอดมองมาอ่อนลงหลายส่วน ทั้งยังคลายเว้าวอนอยู่ในที


“คราวหน้า อย่าได้เสี่ยงชีวิตตัวเองอีก”


“...”


“สัญญาสิ”


“ไม่”


“ดื้อ”


“ผู้ใดดื้อ”


“เจ้า”


ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสลมหายใจได้ที่เป่ารดแก้ม หลิวซีหลงยังคงหน้าเบ้น้ำตาไหลอยู่ แต่ด้วยมนตร์สะกดบางอย่าง ทำให้เขามิได้ถอยหนี หรือถ้าหากจะถอยหนี ก็คงทำมิได้ เนื่องจากมีมือใหญ่คู่หนึ่งที่ยึดไหล่เอาไว้อย่างแน่นหนา


“ท่านสิหัวดื้อ”


“อย่างไร”


“ใครใช้ให้บุกไปตำหนักเย็นเช่นนั้น ต่อไปท่านก็ไม่ต่างกับองค์จักรพรรดิที่ลุ่มหลงพระสนมแล้ว”


“ข้ามีเหตุผลที่จะให้อภัยโทษเจ้า และก็มีเหตุผลให้บุกไป”


“เหตุผลอะไร”


“เจ้ากำลังตั้งครรภ์”


หลี่ลู่จินเฉลยความ หลิวซีหลงพลันลืมหายใจไปชั่วขณะ


แม้จะรู้มาก่อนแล้วว่าเขาต้องใช้แผนตั้งครรภ์ ทว่าคิดไม่ถึงว่าจะลงมือเร็วถึงเพียงนี้!


“ข้าจะให้คนปล่อยข่าวว่าสังเกตเห็นซีซิวหรงมีอาการแพ้ท้อง คือไม่อยากอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ทนกลิ่นปกติไม่ได้ และระดูไม่มา หากมีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยว ก็ยิ่งจะลงโทษคนเหล่านั้นได้รุนแรง รวมถึงยังทำให้วังหลวงสั่นสะเทือน”


ที่แท้อีกฝ่ายก็คิดไว้หมดแล้ว แม้จะโล่งใจ แต่ก็อดหมั่นไส้และฉุนกึกอยู่ในใจไม่ได้


สุดท้ายก็เป็นแผนการอยู่ดี!!


หลิวซีหลงขืนตัวออกมามองตาขวาง เอ่ยเสียงแข็งขึ้นมาอีก ดวงตาก็เริ่มร้อน “ปล่อย!


ใบหน้านั้นใกล้เข้าชิดเข้ามาอีก “ไม่ปล่อย”


“ท่านอย่ามายุ่งกับข้า”


“หลิวซีหลง” น้ำคำเรียกชื่อเขาอย่างล่อลวงราวมีน้ำผึ้งละลายในใบหู พร้อมกับที่ริมฝีปากประทับลงบนต้นคอของเขาแผ่วเบา


หลิวซีหลงรู้สึกราวกับถูกตราประทับเหล็กทาบทับ ถูกสัมผัสตรงไหนก็รุ่มร้อนขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม หลี่ลู่จินกระซิบเสียงแหบพร่า ขณะเข้ามาคลอเคลียใกล้ชิด แววกระหายอยากซ่อนปกปิดไว้ไม่มิดจนคนฟังหน้าแดง


“ให้ข้าไถ่โทษ ดีหรือไม่”


“ไม่ดี ปล่อย” หลิวซีหลงตอบเสียงสั่น สัมผัสนั้นก็ทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวเตลิดเปิดเปิง


“ให้ข้าทำให้เจ้าสบายตัว อยู่ในตำหนักเย็นมานาน ไม่อัดอั้นบ้างหรือ”


“มะ ไม่ อ๊ะ แต่... แต่ข้ายังเจ็บตัว!


“วันนี้เจ้าจะไม่เจ็บตัวเพิ่มแน่นอน”

 

 

70%

วันนี้เหนื่อยค่ะ ได้แค่นี้ เอื้ออออ/กระอักเลือด


มือใหญ่ค่อยๆ ประคองร่างเล็กกว่าให้นอนลงบนเตียง หลิวซีหลงแม้อยากขืนกายไว้กลับเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะดิ้นรน ได้แต่จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ หลี่ลู่จินผ่อนลมหายใจ ก่อนจะก้มลงจุมพิตยังบริเวณบาดแผลบนใบหน้าของเขา


ริมฝีปากนิ่มทั้งอุ่นทั้งนุ่มนวล ทำให้หัวใจที่เจ็บปวดจากถ้อยคำเมื่อครู่ได้รับการเยียวยาไปส่วนหนึ่ง


“เหนื่อยหรือไม่”


“ย่อมต้องเหนื่อยอยู่แล้ว”


“ลำบากเจ้าแล้ว” หลี่ลู่จินเอ่ยเสียงเบา พรมจูบซับรอยน้ำตาให้คนใต้ร่าง


จูบปลายคาง จูบนวลแก้ม ไล่ละขึ้นขึ้นไปจนถึงเปลือกตา หมายจะชะรอยน้ำตาที่เขาเป็นคนทำให้หลั่งไหลไปให้หมด


จากนั้นจึงขยับขึ้นไปจุมพิตยังขมับ สุดท้ายจึงประทับจุมพิตยังกลางหน้าผาก หมายให้ความรู้สึกที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยของเขาประทับในความความคิดของอีกฝ่าย


หลิวซีหลงถูกความอบอุ่นอ่อนโยนเข้าโอบล้อม ร่างกายที่แข็งเกร็งก็ค่อยผ่อนคลายลง ลมหายใจเริ่มเข้าออกเป็นปกติ ทำได้เพียงนอนนิ่งๆ ให้คนบนตัวทำตามใจ


ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ลงมายังลำคอ ทั้งจั๊กจี้ทั้งก่อให้เกิดอารมณ์ หลี่ลู่จินประทับจูบไว้ทุกที่ที่ขยับใบหน้าไป แต่ละครั้งกระทำอย่างแผ่วเบาทว่าแนบสนิทลึกซึ้ง


องค์จักรพรรดิกดจูบหนักเป็นพิเศษยังชีพจรบริเวณคอของเขา เป็นการกระตุ้นให้หลิวซีหลงหายใจเร็วแรงขึ้น คล้ายจะเป็นสัญญาณปลุกเร้าหลังจากที่อ่อนโยนมาครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพรมพร่างจูบลงตามแนวไหปลาร้าและกลางอก ประหนึ่งจะแต่งแต้มรอยจูบไปทั่วร่างของเขา


ไล่ละเรื่อยลงมาจนถึงรอยบวมช้ำบริเวณท้อง หลี่ลู่จินเงยหน้าขึ้นสบตาพระสนมกำมะลอ ก่อนเป่าลมหายใจรดบนแผลนั้นจนขนอ่อนลุกชัน เอ่ยแผ่วเบา “หายแล้ว”


ยามสบตาที่มีประกายอ่อนโยนคู่นั้น หลิวซีหลงพลันหัวใจสั่นสะท้านอย่างมิอาจห้าม แต่ยังคงปากแข็งขู่ฟ่อ “หายที่ใดกัน ข้ายังเจ็บอยู่เลย”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยกยิ้มขัน รอยยิ้มลามไล่ไปถึงดวงตาจนทำให้ภาพในคลองจักษุของคนมองดูพร่ามัวดั่งฝัน ไม่อาจหัวใจเต้นของตนไม่ให้ระรัว


“ดื้อนัก”


“ท่านว่าข้าแล้ว”


“ยังดื้อรั้นได้ แสดงว่าไม่เจ็บเท่าไหร่กระมัง” ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าเลิกคิ้วยียวน พลันก้มลงจูบบริเวณรอยแผลแผ่วเบา มือก็เอื้อมไปลูบไล้ต้นขาเขา สายตาเต็มไปด้วยแววปรารถนา “งั้นก็... ทำได้แล้ว?”


“ทำอะไรเล่า! ข้าเพิ่งเอ่ยว่ายังเจ็บอยู่ ท่านไม่ฟังเลยหรือไร” คนฟังพลันหน้าขึ้นสี


“มีหลายท่วงท่าที่เจ้าจะไม่เจ็บ”


“ท่าน!


“ว่าอย่างไร”


“หนะ หน้าไม่อาย”


“อยู่กับเจ้ามีอะไรให้อาย ความลับใดๆ ของข้า เจ้าก็รู้แล้วมิใช่หรือ” องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงยังคงมีรอยยิ้ม หลิวซีหลงแม้จะเขินอายจนหงุดหงิดงุ่นง่านใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาอีกฝ่ายยิ้มช่างสั่นคลอนความมั่นคงในใจผู้อื่นจริงๆ


เมื่อครู่ยังทะเลาะโกรธเคืองกันอยู่แท้ๆ ไฉนบรรยากาศเปลี่ยนมาเป็นหวานซึ้งไปซะได้!


คนผู้นี้ช่างควบคุมอะไรได้ตามใจจนน่าโมโหจริงๆ


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก้มลงมาแต่งแต้มรอยจุมพิตไว้บนร่างเขาอีกครา โดยจงใจเว้นจุดเร้าอารมณ์เอาไว้ สองมือที่ไล่ละไปตามผิวเนียน ลูบคลำทั้งช่วงเอวและต้นขาอย่างแผ่วเบาจนให้ความรู้สึกวาบหวาม


เมื่อถูกกระตุ้นมากเข้า ความร้อนก็ก่อตัวยังหน้าท้องก่อนจะลามลงไปเบื้องล่าง หลิวซีหลงส่งเสียงเบาๆ ยามหลี่ลู่จินจับมือเขาที่ถลอกปอกเปียกขึ้นมาเป่ากแล้วจึงจุมพิตทีละนิ้ว ทะนุถนอมประหนึ่งเป็นหยกอัญมณีล้ำค่า


“คะ ครั้งเดียว”


“หืม”


“ข้าให้ท่านทำครั้งเดียว พอใจรึยังเล่า” คนเขินอายยกแขนอีกข้างขึ้นปิดหน้า ด้วยรู้สึกว่าตนเองก็เริ่มถูกกระตุ้นปลุกปั่นขึ้นมาแล้ว องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงดึงแขนที่บดบังใบหน้าเขินอายน่ารักนั้นออก ก้มลงกระซิบข้างหู


“ได้ แต่ถ้าเจ้าร้องขออีก นั่นก็อีกเรื่อง”


“ผู้ใดจะ... อื้อ!


หลี่ลู่จินก้มลงจูบปิดปากพระสนมกำมะลอ ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากเข้าหาคนตัวเล็กกว่า จุมพิตค่อยๆ เริ่มจากเคล้าคลึงริมฝีปากเข้าหากันอย่างอ่อนโยน จนเมื่อคนใต้ร่างเริ่มเผลอไผลตามแล้ว จึงสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความหวานล้ำในโพรงปาก


มือใหญ่เอื้อมลงไปด้านล่างของร่างเล็ก ปลดเปลื้องอาภรณ์ของอีกฝ่ายออกอย่างไม่รีบร้อน


รสจูบทวีความเร่าร้อนแต่ยังคงเนิบช้าขึ้น หมายจะดื่มด่ำกับห้วงความสนิทสนมให้ได้มากที่สุด จนเมื่อผละริมฝีปากออกจากกันจนเห็นเป็นรอยใสเชื่อมต่อ หลิวซีหลงก็เปลือยกายเรียบร้อยแล้ว


หลี่ลู่จินมองแก้มแดงสุกก่ำของเด็กดื้อใต้ร่างอย่างพึงใจ อดก้มลงกดจูบลงบนแก้มเนียนนั้นอีกครั้งไม่ได้ พึมพำคล้ายมัวเมาไม่รู้ตัว


“น่ารัก”


“...!


เมื่อถูกชมเข้าตรงๆ คนที่ไม่รู้จะระบายความเขินอย่างไรก็ทุบปั้กเข้าที่ไหล่อีกฝ่าย หลี่ลู่จินไม่เพียงไม่ว่ากล่าว ยังหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะที่เริ่มลงมือจัดการคนน่ารักต่อ


ระหว่างที่อยู่ด้านบน องค์จักรรพรดิแห่งต้าหลิงระมัดระวังไม่ให้น้ำหนักตัวของตนทาบทับไปบนร่างเล็กด้านล่าง ทำให้อีกฝ่ายไม่ได้เจ็บแผลเพิ่มดังที่ได้กล่าวไว้ หลิวซีหลงเองก็สังเกตเห็นข้อนี้ จึงอดไม่ได้ให้ไหลตามความปรารถนาของอีกฝ่ายไปด้วย


ทว่าก่อนที่จะทำอะไรไปมากว่านี้ หลิวซีหลงก็ดันอกแกร่งเอาไว้


“?”


“ท่าน...” พระสนมกำมะลอเริ่มหอบหายใจขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ท่านเองก็ปลดเปลื้องอาภรณ์ด้วย”


“...” องค์จักรพรรดิทอดมองมาครู่หนึ่ง เอ่ยช้าๆ “ไม่รังเกียจหรือ”


ผู้เป็นหนึ่งในต้าหลิงหมายถึงรอยสักทาสบนแผ่นหลัง หลิวซีหลงส่ายหน้า เอ่ยอย่างไม่คิดมาก “ไม่ เพียงแต่ข้าถอด ท่านเองก็ต้องถอด ก็แค่นั้น”


หลี่ลู่จินอดกระตุกยิ้มยวนใจน้อยๆ ไม่ได้ ก้มลงจุมพิตที่กลีบฝีปากรั้นๆ นั้นอีกครา


“เจ้าจะถอดให้ หรือให้ข้าถอดเอง”


เพียงคำถามง่ายๆ หลิวซีหลงกลับหน้าแดงขึ้นมา “ท่านถอดเองสิ เรื่องอะไรต้องลำบากข้าด้วย!


องค์จักรพรรดิมองมาอย่างขบขัน แววตาพราวระยับจนคนสบตาหัวใจเต้นแรง มือใหญ่ค่อยๆ ปลดอาภรณ์ออก ร่างกายแข็งแกร่งค่อยๆ เผยให้เห็น มองภายนอกหลี่ลู่จินอาจจะมีรูปร่างสูงโปร่งสง่างามดั่งนักปกครอง แต่แท้แล้วกลับซ่อนมัดกล้ามแข็งแรงเอาไว้ภายใน รวมถึงยังมีรอยแผลเป็นมากมายบนผิวขาวดั่งหยกอยู่ด้วย


“น้ำลายไหลแล้ว”


หลิวซีหลงพลันรีบเช็ดริมฝีปาก ก่อนจะพบว่าถูกหลอกเข้าแล้ว


“ท่าน!” อดต่อยไปยังแผงอกหนานั้นไม่ได้ นึกไม่ออกแล้วว่าตนเองทำร้ายองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงไปกี่ครั้ง “ขะ ข้าจะน้ำไหลกับแค่สาวงามเท่านั้นแหละ!


“งั้นหรือ” หลี่ลู่จินพลันสีหน้าเปลี่ยน แววประกายท้าทายฉายแวบเข้าในดวงตา “เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้”


-Mini NC-


               คนเจ็บลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เมื่อความรู้สึกของร่างทั้งมวลลงไปรวมกันอยู่ด้านล่าง


               อีกทั้ง ดูจากสีหน้าของหลี่ลู่จินแล้ว คืนนี้ย่อมต้องยาวนานแน่นอน

 

 

               100%

สั่นสะเทือนหมายถึงเตียงสั่นค่ะ เอ๊ย ล้อเล่นนนน 55555555 รีดอะไรท์เจ้าเดิมค้าบ ขอบคุณนักอ่านทุกคนค่า มีทีมอยากให้ทุบพิฝ่าใช่ไหม ตอนนี้นางก็โดนทุบอั้กจริงๆ เสียดายไม่เจ็บแค่นั้นแหละ ฮา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.378K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6559 Jao_kath (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 18:51
    รอตอนต่อไปจ้า ลุ้นจริงๆ
    #6,559
    0
  2. #6553 jarbkonshobnok (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 19:25
    โกรธกันอยู่ดีๆก็จบงี้ซะงั้นนนนน🤭🤭🤭🤭
    #6,553
    0
  3. #6552 PeEarn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 13:46
    งุ้ยยย กลับมาคราวนี้ฝ่าบาทรืออ่อนโยนขึ้นน้าาา คถเขาหล่ะซิิิ
    #6,552
    0
  4. #6548 PP2545 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 10:26
    รอออออออออ
    #6,548
    0
  5. #6547 Jao_kath (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 00:48
    คลั่งฝ่าบาทไม่ไหว นั่งยิ้มจนแก้มแตกไปเลย
    #6,547
    0
  6. #6546 Meเด้อหนิ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 00:18
    แงงง อ้ายต้าวน่าร้ากก💖
    #6,546
    0
  7. #6544 Dear (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 22:20

    เขิน รักกันมากแหละ แต่ไม่พูด หึๆ

    #6,544
    0
  8. #6543 blueeyes111 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 15:35
    กรี้ดด //ขอตัวไปรีดอะไรท์ต่อค่า555555
    #6,543
    0
  9. #6542 An_nGOT (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 13:03
    อยากทุบด้วยมากค่ะ 5555555 แต่ชมน้องน่ารักก็ให้อภัยได้อยู่ ;^; รอน้าาา สู้ๆนะคะไรท์
    #6,542
    0
  10. #6541 H2O-69 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:12
    บ้าจริงงงงงง หน้าร้อนผ่าวๆ อ่านจบแล้วแบบว่านั่งยิ้มลำพังหัวเราะลำพูน
    #6,541
    0
  11. #6540 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 21:39

    สะเทือนจริงๆ
    #6,540
    0
  12. #6539 Reader☕ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 20:24
    ฮืออออ...ท่านไรท์อย่าเป็นไปอะไรนะข้ารออ่านอยู่
    #6,539
    0
  13. #6538 AreeyaBubphamart (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 20:17
    โหเกินไปเกินไปมากกกกก
    #6,538
    0
  14. #6537 miLD miss (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:38
    พึ่งเข้ามาอ่านฟินมากค่าาา><
    #6,537
    0
  15. #6536 Cryingforcake (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 13:28
    หวานมากกกกกกกกกก แกร้ดดดดดดด ใจเหลว
    #6,536
    0
  16. #6535 FC-AK (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 13:21
    นั้นไงไม่รอด เสร็จฝ่าบาทไปเรียบร้อย 5555
    #6,535
    0
  17. #6534 n_ok_namo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 12:46
    โอ้ยยยยย ฟินนนนน
    #6,534
    0
  18. #6533 Bybe@BB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 12:39

    ใกล้กลายเป็นพระเอกคลั่งรักเข้าไปทุกที~
    #6,533
    0
  19. #6532 ขอเฉียงโหน่ย (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 12:33
    โอ้ยยยเขินนน
    #6,532
    0
  20. #6531 Xiaosan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:57
    คือดีงามมมมม ถ้านายเอกท้องจริงไปนี่จะเเบบบบ....ปรื้มปริ่ม5555
    #6,531
    0
  21. #6530 BBeBee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:47
    อกกหหกหหห ฝ่าบาทเปลี่ยนมู้ดไวมาก55555 หวานขนาดนี้ทำใจคนอ่านกับน้องซีเหลวไปหมดงื้ออออ นี่ขนาดยังไม่บอกรักนะ แต่การกระทำคือหวง ห่วง หลงคนน้องไม่ไหวแล้ว บอกเค้าน่ารักงั้นงี้ ใจนึงหมั่นไส้ใจนึงก็เขิน สับสนแทนยัยน้อง555555
    #6,530
    0
  22. #6529 bucha (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:32
    ฝ่าบาทไบโพล่าที่แท้ทรู
    #6,529
    0
  23. #6528 porlu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:31
    โอ๊ย หวานปานน้ำผึ้งดีกว่า ชื่อตอน555 น่ารัก บิดเป็นเกลียวแล้ว
    #6,528
    0
  24. #6527 Deftionary (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:22
    รักกกกกกำ
    #6,527
    0
  25. #6526 เฟยเฟิ่ง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 11:13
    น้องไปท้าทายอิพี่อีกแล้วค่ะทุกคนนน55555
    #6,526
    0