พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 32 : 30 - สืบเสาะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,252 ครั้ง
    5 ก.พ. 64

พระสนมสองหน้า [Yaoi]

30 – สืบเสาะ

 


            คืนนั้น องค์จักรพรรดิยังติดพันราชกิจ ทำให้มิได้เสด็จมาตำหนักผิงอัน แต่ได้ส่งสำรับอาหารค่ำรสเลิศมาแทน


            ทั้งหมดล้วนเป็นของโปรดของหลิวซีหลง แต่เขากินไปได้สองคำก็รู้สึกอิ่ม ก่อนจะสั่งให้นำไปแจกจ่ายแก่ข้ารับใช้ในตำหนักแทน


            “คุณหนูเจ้าคะ ลี่กุ้ยเฟยมิได้ทำอะไรต่อท่านจริงๆ หรือ”


            ซือเย่นางกำนัลคนสนิทถามอย่างเป็นห่วง คนถูกถามเปิดยิ้มน้อยๆ ขณะเอนหลังพิงตั่งไม้


            “แน่นอน เจ้าเองก็ถามแล้วถามอีก หรือข้าดูไม่สบายตรงไหนกัน”


            “ภายนอกท่านดูสบายดีก็จริง ทว่าตั้งแต่กลับมาท่านก็เอาแต่นั่งเหม่อ บางครั้งยังขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา นี่ไม่นับว่ายังไม่อยากอาหาร ทั้งๆ ที่เป็นของชอบของท่านอีก ข้ากับป้าซือจะไม่เป็นห่วงได้อย่างไร! ลี่กุ้ยเฟยพูดสิ่งใดให้ท่านไม่สบายใจใช่หรือไม่


            เห็นท่าทางกลัดกลุ้มเกินพอดีแล้ว ผู้เป็นนายอดไม่ได้ให้หัวเราะเสียงออกมาแล้วโคลงศีรษะ


            “พวกเจ้านี่ชอบคิดมาก เห็นข้าพูดมากจนเงียบบ้างไม่ได้หรือไร วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน ไปพักผ่อนเถอะ อย่างไรฝ่าบาทก็คงไม่เสด็จมา”


            ซือเย่ทำท่าคล้ายจะเอ่ยบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็ได้แต่ถอยออกไปโดยดี


            พระสนมตัวปลอมหลุบตาลง พวกนางติดตามรับใช้เขามาแต่เล็ก ไม่แปลกที่จับความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของเขาได้ ทว่าเรื่องนี้เขาต้องคิดและกระทำอย่างรอบคอบ ไม่อาจบอกสิ่งเพิ่งรับรู้มาออกไปลอยๆ ได้


            “ใครอยู่ข้างนอกบ้าง ไปตามมู่หลันมา”


            ไม่นานมู่หลันก็เข้ามา บรรยากาศในห้องที่เปลี่ยนไป ทำให้นางมีท่าทีระมัดระวังมากกว่าเดิม แม้จะยังคงรอยยิ้มสุภาพบนใบหน้า “พระสนมมีอะไรให้ผู้น้อยรับใช้เจ้าคะ”


            “ถ้าจำไม่ผิด เจ้าเคยเป็นนางกำนัลรับใช้ของอดีตฮองเฮาใช่หรือไม่”


            “เจ้าค่ะ”


            “งั้นเจ้าก็ต้องรู้เรื่องราวต่างๆ ในวัง”


            “เป็นบางเรื่องเจ้าค่ะ”


            “ใครเป็นผู้ลอบวางยาพิษยามที่หลินเต๋อเฟยกำลังตั้งครรภ์”


            “เรื่องนี้มีแพะรับบาป แต่สุดท้ายก็หาผู้บงการมิได้”


            “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นใคร”


            มู่หลันนิ่งคิด หลิวซีหลงหัวใจเต้นระทึกขึ้น แต่ภายนอกยังดูสงบนิ่ง เอ่ยเกลี้ยกล่อมนาง “ตอบมาเถอะ มิใช่ว่าข้ากับเจ้าก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วหรือ”


            “ข้าเองก็ไม่ทราบ”


            “เจ้าแน่ใจหรือ เวลานั้นไม่มีใครน่าสงสัยเลยหรือไร”


            มู่หลันยิ้มบาง “หลักฐานไม่เพียงพอจะบอกได้ว่าเป็นผู้ใด หากให้เดา ลี่กุ้ยเฟยคงบอกท่านว่าเป็นฝ่าบาทกระมัง”


            เหมือนยิงธนูปักเข้ากลางอกเขาพอดี พระสนมตัวปลอมกลืนก้อนที่จุกขึ้นในลำคอ เอ่ยเสียงเบา “แล้วเจ้าเล่า คิดเช่นนั้นหรือไม่”


            “ก็เป็นไปได้ ฝ่าบาทเองไม่ต้องการให้ทารกเกิดมา ว่านฮองไทเฮาเองก็รังเกียจหลินเต๋อเฟย ยังไม่นับลี่กุ้ยเฟยและพระสนมอื่นๆ ที่ล้วนต้องสงสัยกันทั้งหมด ส่วนในการวางยาครั้งที่สอง กระทั่งเอ้อร์หนาฮองเฮาก็ไม่เว้นว่าอาจลงมือได้”


            “แต่... คนเช่นฝ่าบาทคงไม่ใช้วิธีต่ำทรามเช่นนั้นกระมัง”


            มู่หลันพลันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ หลิวซีหลงขมวดคิ้วกระแอมไอ “เจ้าหัวเราะอะไร”


            “ท่านมีคำตอบอยู่แล้วในใจ เหตุใดจึงต้องถามข้า ในเมื่อก็ท่านเชื่อใจฝ่าบาทอยู่ไม่น้อย”


            คนฟังหน้าขึ้นสี รู้สึกอยากโยนหมอนอิงใส่หน้านางสักป้าบ หากไม่ติดว่าเป็นสตรี


“ใครเชื่อใจเขา! ข้าก็แค่พูดไปตามที่เห็นเท่านั้น ไม่งั้นจะมาถามเจ้าหรือ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากถาม


            แพทย์หลวงหนุ่มอดถลึงตาใส่ไม่ได้ แม่นางกำนัลตัวดียังมีสายตาล้อเลียนอยู่ “เชิญท่านถามมา”


            “ในราชโองการขององค์จักรพรรดิองค์ก่อน มีการแต่งตั้งอวิ๋นอ๋องเป็นองค์จักรพรรดิจริงหรือ”


            สีหน้าของมู่หลันเคร่งขรึมขึ้น


            “ไม่มีผู้ใดเคยเห็นราชโองการนอกจากฝ่าบาทและว่านฮองไทเฮา ดังนั้นผู้น้อยจึงไม่กล้าพูด”


            “ถ้าหากอยากรู้ เหตุใดจึงไม่ถามข้า”


            หลิวซีหลงสะดุ้งเฮือกจนแทบตกจากตั่ง


            พลันเงาร่างหนึ่งเยื้องย่างออกมาจากฉากไม้ดอกเหมย องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมีสีหน้าราบเรียบ อ่านอารมณ์ไม่ออกจนน่าหวาดหวั่น


-20%-

           

            มู่หลันค้อมคำนับแล้วก้าวออกไปเงียบๆ ทิ้งพระสนมตัวปลอมไว้กับองค์จักรพรรดิเพียงลำพัง


            หลิวซีหลงรวบรวมความกล้า ลุกขึ้นทำความเคารพ ปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ในใจจะสบถทุกคำผรุสวาทที่คิดได้


            “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท ตอนแรกหม่อมฉันนึกว่าจะไม่เสด็จมา”


            หลี่ลู่จินกลับไม่รับน้ำใจ มือใหญ่เอื้อมคว้าจับคางเรียวให้เงยขึ้นสบตา นัยน์ตามังกรสีดำคมกริบสูบความกล้าออกจากร่างหลิวซีหลง แพทย์หลวงหนุ่มทำได้แค่กลืนน้ำลายฝืดเฝื่อน ร่างแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างสั่นไหว


            หลี่ลู่จินก็คือองค์จักรพรรดิวันยังค่ำ หากกริ้วขึ้นมาผู้ใดจะไม่หวาดกลัวกัน!


            “ตั้งแต่วันนั้น เจ้าก็คิดว่าเรื่องที่ข้าเล่าบนหอชมนครเป็นเรื่องโกหกงั้นหรือ”


            หลี่ลู่จินผู้นี้กล่าวว่าการวางยาพิษหลินเต๋อเฟยเป็นฝีมือว่านฮองไทเฮา ใจจริงหลิวซีหลงเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าเมื่อถูกถามย้ำอีกครั้ง เขากลับรู้สึกผิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น


            เวลานี้ ดูท่าต่อให้ตลบตแลงไปก็ไร้ประโยชน์ เมื่อดวงตาคู่ตรงหน้าเหมือนทะลุทะลวงจ้องผ่านวิญญาณของเขา หลิวซีหลงจึงตอบความจริง


            “สถานะของหม่อมฉันตอนนี้ จะเชื่อถือผู้ใดต้องระวังอย่างยิ่ง ขอให้ฝ่าบาทเข้าพระทัย”


            “กระทั่งข้า?”


            “ไม่ว่าผู้ใด”


            “หึ” หลี่ลู่จินปล่อยมือจากคางของเขาอย่างไม่เบานัก องค์จักรพรรดิก้าวไปนั่งยังตั่งไม้ “ดูท่าคงให้เจ้าทำงานไม่ได้แล้วกระมัง เพียงคำพูดไม่กี่คำของลี่กุ้ยเฟย กลับชักจูงเจ้าได้อย่างง่ายดาย”


            “ฝ่าบาททรงทราบบทสนทนาทั้งหมดเลยหรือ”


            “ไม่” แม้น้ำเสียงจะฟังดูราบเรียบ แต่หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาพักหนึ่ง หลิวซีหลงก็แน่ใจว่าคนตรงหน้ากำลังโกรธไม่น้อยเลยทีเดียว “แต่ดูจากคำถามและท่าทีของเจ้า ก็เดาได้ไม่ยาก”


            “เช่นนั้น หม่อมฉันก็ขอทูลตามตรง”


            “ว่ามา”


            “หากฝ่าบาทเป็นหม่อมฉัน จะเชื่อถือองค์จักรพรรดิที่เอาชีวิตน้องสาวตนเองไว้เป็นประกันหรือไม่”


            “...” ดวงตาคู่คมคู่นั้นยิ่งหรี่ลง หลิวซีหลงกลั้นหายใจเอ่ยต่อไป


            “จะเชื่อถือองค์จักรพรรดิผู้มีสนมนับพัน ผู้เอ่ยตั้งแต่ต้นว่าตนมีหน้าที่เป็นสนมคนโปรดในนาม และเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานหรือไม่”


            ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง องค์จักรพรรดินิ่งเหมือนรูปสลักหยก นิ่งจนเหมือนไร้ชีวิต กลับกัน เมื่อยิ่งเอ่ย ผู้เอ่ยกลับรู้สึกตาร้อนผ่าวและหัวใจเต้นแรง


            “ทว่า หม่อมฉันเพียงต้องการมีชีวิตรอด ต้องการให้ครอบครัวปลอดภัย ความจริงอื่นๆ ต่อให้หม่อมฉันรู้ ก็ทำสิ่งใดไม่ได้ นอกจากจะใช้เป็นทางหนีตายของตัวเองเมื่อจนมุม แม้ลี่กุ้ยเฟยจะเอ่ยให้หม่อมฉันทรยศพระองค์ หม่อมฉันก็ไม่คิดจะทำ”


            องค์จักรพรรดินิ่งเงียบไป ความเงียบในห้องหนักอึ้ง ยามหลิวซีหลงกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาได้ในที่สุด หลี่ลู่จินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงอ่อนลง


            “ข้าไม่ได้เห็นเจ้าเป็นเพียงตัวหมาก”


            เพียงประโยคเดียว ในอกคนฟังได้เกิดความโล่งเบาพิกลอย่างหนึ่งขึ้น แต่ภายนอกหลิวซีหลงยังมุ่นหัวคิ้ว ไม่สบตาอีกฝ่าย


            “เพราะท่านยังมิได้ใช้บุญคุณที่ข้าช่วยให้ท่านกลับมาลิ้มรสได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลว่าท่านจะไม่โกหกข้า”


เขาเผลอกลับมาใช้สรรพนามอย่างที่เคยชิน บรรยากาศในห้องจึงค่อยเบาบางลง องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงผ่อนลมหายใจเบาๆ “เช่นนั้น เจ้าต้องการรู้อะไร”


            “ท่านมิได้วางยาพิษหลินเต๋อเฟยใช่หรือไม่”


            “แน่นอนว่าไม่ หากข้าทำ ขอสวรรค์ให้ลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยมที่สุด”


            พระสนมตัวปลอมหันขวับกลับมา ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสบถสาบาน หลี่ลู่จินมีสีหน้าจริงจังเคร่งขรึม ดังไตร่ตรองทุกคำพูดของตนมาดีแล้วจริงๆ มิใช่การหลุดปากขอไปที


            ในต้าหลิง การสบถสาบานไม่ใช่สิ่งที่กระทำกันเล่นๆ เพราะชาวต้าหลิงเชื่อในการให้สัจจะกับสวรรค์ ไม่ว่าจะคนดีหรือทรชนก็ล้วนถือว่าศักดิ์สิทธิ์


โดยกับเฉพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์ การสบถสาบานจะทำในพิธีสำคัญเท่านั้น มิใช่กล่าวในบทสนทนากับผู้คน


            “ท่าน...”


            “แล้วมีเรื่องใดอีก”


            หลิวซีหลงมึนตึงไปชั่วขณะ ครู่หนึ่งถึงรู้สึกตัว แม้จะยังตกใจไม่น้อย “ท่านเป็นองค์จักรพรรดิ สาบานต่อสวรรค์เล่นๆ ได้หรือ!?


            “ถ้าไม่ถาม ข้าจะกลับแล้ว”


            หลี่ลู่จินมีสีหน้ารำคาญใจ ทำท่าจะลุกขึ้น หลิวซีหลงจึงต้องรีบเอ่ยรั้งไว้ “ถาม! ขอถามท่าน แล้วเรื่องอวิ๋นอ๋องจริงหรือไม่


            “เรื่องใด”


            “เรื่องพระราชโองการแต่งตั้งอวิ๋นอ๋องเป็นองค์จักรพรรดิองค์ต่อไป”


            “ไม่เป็นจริง”


            น้ำคำสั้นทว่าเด็ดขาดยิ่ง


            “อ่า” หลิวซีหลงรู้สึกโล่งใจขึ้นอีกเปาะอย่างช่วยไม่ได้ ก้มหน้าพึมพำ “แต่พวกท่านเคยมีเรื่องบาดหมางต่อกันใช่หรือไม่”


            “หากพูดว่าระหว่างอวิ๋นอ๋องกับพระมารดาของข้าจะถูกกว่า”


            “เหตุใด”


            หลี่ลู่จินเว้นวรรคอยู่หนึ่งอึดใจ ก่อนเอ่ยช้าๆ “เซียวฮองเฮาถูกพระราชทานโทษ เนื่องจากวางยาพิษพระสนมคนโปรดของพระบิดา แท้แล้วพระมารดาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน”


            หลิวซีหลงเบิกตากว้าง “แล้วอวิ๋นอ๋องทราบหรือไม่”


            “เขารู้”


            ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้


            อดีตองค์จักรพรรดิหลงใหลสตรีในปลายรัชกาลก่อให้เกิดความวิบัติ ยามนั้น สาวงามล่มเมืองตาสีฟ้าอมเทาแห่งแคว้นฉางผู้นี้ดำรงตำแหน่ง ฉางกั๋วฟูเหริน ตำแหน่งพระสนมพิเศษที่มีศักดิ์ต่ำกว่าเก้าพระสนมเอกเท่านั้น


เซียวฮองเฮาถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษนาง ทำให้สูญเสียทุกอย่าง อวิ๋นอ๋องเองก็ต้องโทษอยู่หลายปี จนหลี่ลู่จินผู้นี้ได้ประกาศอภัยโทษให้ ไม่แปลกที่สุดท้ายจะเขาร่วมมือกับหลี่ลู่จินโค่นล้มอำนาจว่านฮองไทเฮา แก้แค้นให้มารดาตนเอง


            “...แต่พวกท่านไม่มีหลักฐานเอาผิดว่านฮองไทเฮาใช่หรือไม่”


            “ข้ารู้เรื่องนี้เมื่อขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ทว่าหลักฐานต่างๆ นับว่ากระจัดกระจายสูญหายไปมาก ส่วนผู้เกี่ยวข้องก็สิ้นไปเกือบหมดเช่นกัน”


            ใครจะคิดว่านอกจากวางยาพิษหลินเต๋อเฟย ว่านฮองไทเฮายังเกี่ยวเนื่องกับการป้ายสีอดีตฮองเฮาถูกจองจำ นับว่าเป็นการจัดการใครก็ตามที่อยู่ในเส้นทางบัลลังก์ของหลี่ลู่จินจริงๆ


            เป็นเส้นทางบัลลังก์เลือด ได้มาด้วยวิธีสกปรกและกลโกงมากมาย


หลิวซีหลงอดไม่ได้ที่จะยิ่งเข้าใจเหตุผลซึ่งหลี่ลู่จินออกปราบกบฏจากต้าหลิงไปถึงหกปีมากขึ้น


            “อา ลี่กุ้ยเฟยยังเอ่ยกับข้าอีกว่า หลักฐานทั้งหมดล้วนอยู่ในตำหนักเย็น เรื่องที่นางอ้างว่าอวิ๋นอ๋องได้เป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปและการที่ท่านวางยาพิษหลินเต๋อเฟย”


ความคิดแล่นเร็ว พระสนมตัวปลอมเอ่ยถามต่อไป “ที่นั่นมีสิ่งใดกันแน่”


            “ตำหนักเย็นจะมีสิ่งใดนอกจากนักโทษกับพวกเดนตาย” บุรุษเบื้องหน้าส่งสายตาเตือนเหมือนอ่านออกว่าเขาคิดทำสิ่งใด ทว่าหลิวซีหลงตื่นเต้นเกินกว่าจะเชื่อฟัง


            “ทว่านางเอ่ยเช่นนี้แสดงว่าอยากให้ข้าไป หากไม่มีมูล มีเพียงแค่คำพูดนาง ไหนเลยข้าจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง”


            “นอกจากหญิงสกุลสวีที่อยากจะฆ่าเจ้าให้ตาย ข้าก็นึกไม่ออกว่าจะมีสิ่งใด...”


            องค์จักรพรรดิหยุดชะงัก หลิวซีหลงอดไม่ได้ที่จะคาดคั้น “สิ่งใด!?”


            แม้จะรู้ว่าเป็นกับดัก แต่สังหรณ์ของเขากลับสัมผัสได้อย่างรุนแรงว่าในตำหนักเย็นนั้นมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่จริงๆ


            หลี่ลู่จินปรายตามอง ท่าทางไม่อยากเอ่ย แต่หลิวซีหลงไม่อาจเก็บสีหน้าอ้อนวอนได้


            สุดท้ายองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็ใจแข็งไม่พอ เอ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก


            “คนแรกคืออดีตแม่นมของข้า คนสนิทของพระมารดา นาม จวี๋จือหลังจากเหตุการณ์เซียวฮองเฮาวางยาพิษสนมคนโปรดของพระบิดา นางก็มีคดีลักลอบขโมยเครื่องประดับไปขาย อีกผู้คือ ว่านซิงอี น้องสาวแท้ๆ ของพระมารดา ยามนั้นดำรงยศว่านเจาอี๋ ผู้ต้องโทษร่วมกับเซียวฮองเฮา”


            “...เหตุใดยามนั้นพวกนางถึงไม่ถูกประหารงั้นหรือ”


            “พระมารดาขอต่ออดีตองค์จักรพรรดิให้ส่งพวกนางไปตำหนักเย็น เนื่องจากทั้งสองล้วนเป็นคนที่นางให้ความสำคัญ และทำงานรับใช้ในวังมานาน”


            “พวกนางน่าจะรู้อะไรบ้าง”


            “ทันทีที่รู้ความจริง ข้าได้ไปพูดคุยกับพวกนางแล้วเมื่อหกปีก่อนแล้ว” หลี่ลู่จินว่าอย่างสงบ


“จวี๋จือปิดปากเงียบ ส่วนหญิงสกุลว่านวิกลจริตไปแล้ว หลังจากพระมารดามาเยี่ยมนางได้ก่อนหน้าข้าสองวัน และนำอาหารซึ่งเป็นน้ำใจสุดท้ายให้นางกิน”


            หลิวซีหลงกลืนน้ำลาย ภาพว่านฮองไทเฮาในใจยิ่งน่าหวาดหวั่น “ข้า... อาจจะพอช่วยอะไรได้”


            “เปล่าประโยชน์”


            “จวี๋จือผู้นั้นเห็นเป็นท่าน ใครจะกล้าพูด ส่วนหลักฐานอื่นๆ เองก็ไม่แน่ว่าจะแอบเก็บซ่อนไว้ในตำหนักเย็น”


            ใช้สายตาปรามคาดโทษอย่างไรคู่สนทนาก็ยังมีแววตาดื้อดึง บุรุษผู้เป็นหนึ่งในต้าหลิงจึงว่า


“หากอยากไปตำหนักเย็น ก็จงไปพร้อมข้า”


            “หากท่านไป อีกฝ่ายมิไหวตัวทันหรอกหรือ ท่านส่งข้าไปง่ายกว่า”


            “อันตรายเกินไป”


            “ข้ามีวิธี”


            “ไม่ก็คือไม่”


            “ฝ่าบาท...”


            “...” หลี่ลู่จินสะบัดเสื้อคลุมลุกขึ้น หันหลังจากไปทำท่าไม่อยากสนทนาต่อ หลิวซีหลงจึงเร่งก้าวเข้าประชิด ยกมือคว้าชายแขนเสื้อสีดำเนื้อลื่นไว้


            “ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือ”


            “เจ้าเองยังไม่เชื่อใจข้า” เสี้ยวหน้ารูปสลักเหลือบมองมาเล็กน้อย


พลันหลิวซีหลงอดมีความคิดประหลาดขึ้นมาไม่ได้ ไหนเลยหลี่ลู่จินผู้นี้ก็มีนิสัยช่างแง่งอนไม่เบา


            แพทย์หลวงหนุ่มช้อนดวงตาขึ้นจ้องมองอีกฝ่าย ไต่มือขึ้นไปเกาะยังแขนแข็งแกร่ง เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา “หากข้าเชื่อท่าน ท่านก็ต้องเชื่อข้าบ้าง ไม่ได้หรือ?”


            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเชื่อหรือไม่เชื่อ เจ้าเองเพิ่งวู่วามทำแผนครั้งแล้วพังไป”


            หลี่ลู่จินหันหน้าหนีคล้ายรำคาญเขาเต็มทน ทว่าก็มิได้สะบัดปัดเขาออก ยังปล่อยให้เขาเกาะแขนอยู่อย่างนั้น


            “ข้ากำลังแก้ไขให้ท่านอย่างไร ยามนี้ข้ามีชื่อเสียงโฉดชั่ว เป็นพระสนมชั่วร้ายที่ไปแย่งท่านมาจากตำหนักลี่กุ้ยเฟย หากท่านไม่ทำอะไร พระสนมคนอื่นก็ยิ่งรังเกียจชิงชังข้า พวกขุนนางก็จ้องจะเอาเรื่องนี้มาเล่นงานท่าน เผยแพร่ข่าวลือชั่วร้ายไปในหมู่ประชาชน ทว่า ถ้าข้าถูกลงโทษให้ไปอยู่ตำหนักเย็นสักเดือนสองเดือน ชื่อเสียงของท่านย่อมกลับมาดีงาม พวกพระสนมอื่นๆ เองก็จะได้ลดอคติต่อข้าลง!


            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตำหนักเย็นเป็นอย่างไร”


            หลี่ลู่จินทนไม่ไหว สุดท้ายก็หันกลับมาเผชิญหน้า หลิวซีหลงพยักหน้าจนมวยผมสั่นตาม


            “แน่นอน ข้าเคยเข้าไปสองครั้ง หนึ่งยามที่ได้ยินว่ามีโรคเรื้อนระบาด สองเข้าไปรักษาขันทีห้าคนที่อุจจาระร่วงพร้อมกัน ข้าว่าอย่างไรสภาพของตำหนักเย็นก็ไม่น่าจะแย่ไปกว่านั้นได้แล้ว”


            สายตาของอีกฝ่ายอ่านได้ว่า เห็นแล้วเจ้ายังจะ...แต่ดวงตากลมโตกลับทอประกายคล้ายลูกแมวรอให้เจ้าขออนุญาตให้ออกไปนอกบ้าน สาดประกายคาดหวังจนทำให้คนมองเกิดคลื่นในใจ หลิวซีหลงได้ยินเสียงหายใจเข้าลึกๆ ก่อนองค์จักรพรรดิจะว่าเสียงเข้ม


“ต้องมีคนติดตามเจ้าไป”


“ได้ ข้าจะให้มู่หลัน...”


“ไม่ใช่มู่หลัน”


หลิวซีหลงยังไม่ทันได้ดีใจเต็มที่ องค์จักรพรรดิก็ดึงแขนหลุดจากมือเขา


“แต่เป็นหนิงเหอ”


ว่าจบก็สะบัดอาภรณ์จากไปโดยไม่บอกลา หลิวซีหลงอ้าปากค้างน้อยๆ


อู๋หนิงเหอ... หัวหน้าองค์รักษ์เด็กเปรตผู้นั้นน่ะหรือ!


 

 

            70%

ขอบคุณทุกกำลังใจค่า แงงงง T^T

ความจริงผลเลือดก็ไม่ได้จางมากหรอกค่ะ แต่อาจารย์หมอเล่นอัดธาตุเหล็กวันละสามเม็ด (จ่ายยามาให้ต้องกินรวม 550 เม็ด อลังการจริงๆ ...) วิตามินบีรวมวันละสามเม็ด กรดโฟลิกวันละเม็ด และไอ้พวกนี้รสชาติ (ขออนุญาตหยาบคาย) เห้มากๆ ค่ะ 5555555 บวกกะยาซึมเศร้าตัวใหม่ที่ลดความอยากอาหารแล้ว ปรากฏว่าน้ำหนักลดไป  4 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยไม่ทำอะไรเลย

ปล.สรุปความทุกข์ใจหลักๆ ตอนนี้คือกินไม่ได้ และคลื่นไส้อาเจียน กรี้ด ขนาดชาไข่มุกยังไม่อยากกินเลย เป็นไปได้อย่างไร

ปล.2  ความจริงต้องอ่านหนังสือสอบนั่นแหละค่ะ แต่แวะมา เพราะคิดถึงไอ้แมวดื้อซีหลงกับฝ่าบาทและนักอ่านที่รักทุกคน <3 ทุกครั้งก่อนเขียนต้องบ่นพึมพำว่าจบเถอะ ฮา


ณ ลานฝึกทหาร แสงแดดแผดจ้าจากผืนฟ้า เบื้องล่างยังเป็นเหล่าราชองครักษ์กำลังฝึกซ้อมกันอย่างดุดัน สิ้นเสียงกระบี่สุดท้าย ร่างหนึ่งก็เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำลง


“ให้ตายสิ เป็นราชองครักษ์จะอ่อนแอได้อย่างไร ลุกขึ้นมา!


เสียงตะโกนดังลั่นลานฝึกทหาร อู๋หนิงเหอควงกระบี่ด้วยมือเพียงข้างเดียวยืนจังก้าอย่างไม่สบอารมณ์ เหล่าราชองครักษ์ต่างเหน็ดเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว ทว่าเข้าไปพร้อมกันห้าคนก็ยังไม่สามารถล้มหัวหน้าของตนได้


แม้อู๋หนิงเหอผู้นี้จะอายุเพียงสิบหกปี ทั้งยังมีสมญา เด็กเปรตทว่าความสามารถในวิชายุทธ์กลับไม่เป็นรองใคร


ก่อนที่เหล่าทหารองครักษ์จะโดนเคี่ยวกรำอีกรอบ ขันทีผู้น้อยผู้หนึ่งก็เร่งเข้ามากระซิบอู๋หนิงเหอ


“สาวใช้ของซีซิวหรงขอพบข้า?”


เมื่อเข้ามาในห้องรับรอง อู๋หนิงเหอก็สบถพร้อมขมวดคิ้ว


“ดอกไม้ผี เจ้ามีธุระอะ-”


อู๋หนิงเหอเอ่ยไม่จบคำก็เบิกตาโต “ท่าน...”


ที่แท้เป็นหลิวซิวหลงปลอมตัวเป็นมู่หลันมาแทน แต่ดวงหน้ายังเหลือเค้าเดิมอยู่ ซีหลงโบกมือ “ใช่ ข้าเอง ท่านองครักษ์ก็นั่งลงเถอะ ข้ามีเวลาไม่มาก”


อู๋หนิงเหอนั่งลงแต่โดยดี สีหน้าดวงตากลายเป็นคล้ายสุนัขตัวโตเชื่องๆ ตัวหนึ่งผิดกับท่าทีดั่งหมาป่าเตรียมขย้ำเหยื่อเมื่อครู่


“ข้ามีวิธีที่จะทำให้ท่านขันทีหวงเหวิน... ท่านอาของท่านได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิด”


“ท่านหมายความว่าอย่างไร”


“ที่จริง ท่านอาของท่านสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ดูจากผิวที่แห้ง และดวงตาที่อ่อนล้าแล้ว ธาตุในร่างกายย่อมไม่สมดุล แต่จิ้นอ๋องคงไม่ทราบเรื่องนี้ ถึงได้เร่งให้เขาทำงานหนักเกินไป”


“โรคอันใดกัน? เจ้าคนเลวทรามนั่นรู้อยู่แล้วใช่หรือไม่...!


ไม่รู้ทำไมอู๋หนิงเหอถึงได้จงเกลียดจงชังจิ้นอ๋องนัก แต่หลิวซีหลงก็ได้แต่ปรามก่อน “ข้าไม่รู้ว่าจิ้นอ๋องทราบหรือไม่ ทว่าท่านไม่ต้องห่วง นี่มิใช่โรคที่ป่วยร้ายแรง แต่ก็สมควรได้รับการรักษาและพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งข้าสามารถทูลเรื่องนี้เกลี้ยกล่อมฝ่าบาทได้”


อย่างไรพระสนมกำมะลอผู้นี้ก็เป็นอดีตแพทย์หลวงที่มีความสามารถ มิหนำซ้ำยังเป็นคนที่องค์จักรพรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็คงน่าเชื่อถือหากทูลขอแก่องค์จักรพรรดิ


“รบกวนท่านแล้ว” อู๋หนิงเหอขมวดคิ้วกลัดกลุ้ม แต่ประโยคต่อมาก็สบตาหลิวซีหลง “ไม่สิ ท่านทำเช่นนี้ ต้องการสิ่งใด”


หลิวซีหลงยิ้มอย่างมีเลศนัย


“แผนการต่อไปคือข้าต้องยังไปตำหนักเย็น และฝ่าบาทจะให้ท่านไปจับตาดูข้า ดังนั้นข้าจึงอยากรบกวนท่านบางเรื่องเช่นกัน”

 



กลางดึกคืนหนึ่ง มีผู้ได้ยินเสียงกระเบื้องแตกออกมาจากตำหนักผิงอัน พร้อมกับเงาร่างขององค์จักรพรรดิที่ก้าวเดินจากไปกลางค่ำคืน


วันต่อมา ทั้งวันจึงเกิดข่าวลือลามไปทั่ว ว่าในที่สุดซีซิวหรงก็พลาดท่าเสียแล้ว แต่ข่าวที่ผู้คนเห็นด้วยมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่ว่า หลังได้พบและสนทนากับลี่กุ้ยเฟย ซีซิวหรงก็บังเกิดความริษยาหึงหวง ทำให้ขอเลื่อนยศอีกครา ส่งผลให้ฝ่าบาททรงกริ้ว


ผู้คนไม่ต้องเดากันให้มากนัก เมื่อต่อมาอีกไม่กี่วัน องค์จักรพรรดิก็ทรงสั่งลงอาญาซีซิวหรงให้ไปอยู่ยังตำหนักเย็นอย่างไม่มีกำหนด สีพระพักตร์ที่เย็นชาทำให้เห็นว่าครั้งนี้ซีซิวหรงคงไม่อาจควบคุมความโลภของตนเองได้จริงๆ


สำหรับเอ้อร์หนาฮองเฮา ย่อมมิได้คิดตื้นเขินดั่งคนผู้อื่น เอ่ยขณะลูบขนแมวสีขาวราวหิมะบนตักไปด้วย


“หึ ศึกครั้งนี้ช่างน่าดูชมนัก”


“หากแค่แผนการตื้นๆ ของลี่กุ้ยเฟยยังไม่มีปัญญารับมือ ซีซิวหรงก็ไม่คู่ควรแก่การดึงมาเป็นพวก จริงหรือไม่เพคะ” จ้าวเสียนเฟยปิดปากหัวเราะยามลงตัวหมากรุกในมือ


ถูกต้อง แต่ถ้าหากรอดจากตำหนักเย็นกลับมาได้ พร้อมทั้งได้ของสำคัญมาด้วย นั่นย่อมดีกับพวกเราแน่นอน”


“ถึงหม่อมฉันไม่ถูกชะตากับซีซิวหรงนัก แต่อย่างน้อยครั้งนี้หม่อมฉันก็เดิมพันข้างนาง”


“ข้าเองก็เช่นกัน” เอ้อร์หนาฮองเฮากระตุกยิ้มมุมปาก “รุกฆาต”

 



ยามค่ำคืนเดือนดับ สองสตรีในเสื้อคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด แสงจากตะเกียงในมือสาวรับใช้ส่องเสี้ยวหน้างามล้ำของผู้เป็นนาย ลี่กุ้ยเฟยย่างเท้าอย่างเงียบเฉียบไปตามทางเดินหินขัด ลำคอแผ่นหลังตั้งตรงดั่งนางพญา


บรรยากาศภายในตำหนักเย็นเยียบเย็นสมนาม ทั้งเปลี่ยวร้างแลให้กลิ่นอายแห่งลางร้ายเต็มเปี่ยม


ลี่กุ้ยเฟยเดินถึงบริเวณเหลี่ยมอาคารหนึ่งก็หยุดฝีเท้า มองเห็นแผ่นหลังของสตรีนางหนึ่งในชุดขาวกำลังหมุนตัวร่ายลำอยู่กลางสะพานข้ามธารระบายน้ำ


ผมยุ่งเหยิงปลิวสยายตามลม เล็บยาวไร้การตกแต่งวาดตามการเคลื่อนไหวไปในอากาศ ตามผิวกายมีรอยแดงจากการสำเร็จโทษให้เห็น บางทีนี่ไม่อาจเรียกว่าร่ายรำ แต่คล้ายกับพิธีกรรมไสยเวทย์มากกว่า


ลี่กุ้ยเฟยเอ่ยช้าๆ “สวีซิวเยวี่ยน”


“ผู้ใดเรียกข้า” สตรีผู้ร่ายรำหยุดมือ ค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ พร้อมทั้งหัวเราะเสียงแหลมสูง “ถูกต้อง... ถูกต้อง! ข้าคือสวีซิวเยวี่ยน! หากใครกล้าเรียกชื่อข้า นอกจากฝ่าบาท มันผู้นั้นต้องถูกโบย!


แสงตะเกียงสะท้านให้เห็นใบหน้าซูบตอบซีดขาว ดวงตาลึกโหล ใต้ตาดำคล้ำ ความงามดั่งตุ๊กตากระเบื้องได้หายไปจนแทบเปลี่ยนเป็นคนละคน สิ่งที่ยังแสดงถึงความเป็นสวีซิวเยวี่ยนเพียงอย่างเดียวคือปิ่นตุ้งติ้งรูปผีเสื้อบนศีรษะ


“ข้าคือผู้เรียกเจ้าเอง”


   “ปีศาจ!?” ทันทีที่เห็นลี่กุ้ยเฟย สวีซิวเยวี่ยนก็มีท่าทีหวาดกลัวทันที นางรีบวิ่งหนีลงสะพานไป ทว่าก่อนที่จะหายเข้าไปในตรอกมืดแห่งหนึ่ง สาวรับใช้ข้างกายลี่กุ้ยเฟยก็ถีบเท้าลอยตัวเข้าไปขวางไว้ ทำให้สวีซิวเยวี่ยนสะดุดล้ม


 “ต่อหน้ากุ้ยเฟย เหตุใดจึงกล้าไร้มารยาทเพียงนี้”


 “ปีศาจ... เจ้าต้องการอะไรอีก!


นางกรีดร้องพร้อมกับพยายามขดตัวเข้าหากำแพง


“เจ้ากล้า...” สาวรับใช้ยกฝ่ามือขึ้นหมายจะสั่งสอนนาง ทว่าลี่กุ้ยเฟยที่ก้าวตามมาได้ยกมือห้าม รอยยิ้มเยือกเย็นประดับอยู่บนริมฝีปาก


“ใช่แล้ว ข้าคือปีศาจ และยามเมื่อปีศาจมาหาเจ้า คงรู้ว่ามาเพื่ออะไร”


“ฆ่า... เจ้าจะให้ข้าฆ่าคนอีกแล้วใช่หรือไม่ ไม่ ข้าจะไม่ยอมทำตามเจ้าเด็ดขาด”


ลี่กุ้ยเฟยคลี่ยิ้มดังดอกเหมยกุ้ยแรกแย้ม


“สำหรับคนผู้นี้ เจ้าจะต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”

  


                     

100%

ช่วงเวลานี้ผ่านอะไรมาเยอะมากๆ ค่ะ ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันนะคะ รักกก

ปล. สุขภาพก็คือ ล่าสุดเตรียมรับยาของสูตินารีเดือนละ 2000 กรี้ดดด อยากจะจกมดลูกทิ้งจังค่ะ T^T

ปล.2 ใครเป็นใครคือนักเขียนยังลืมเลย โอ้ย 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.252K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,561 ความคิดเห็น

  1. #6549 PPSnook (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 11:34
    คิดถึงจังพึ่งกลับมาอ่านครึ่งหลังจ้า สวัสดี
    #6,549
    0
  2. #6423 ,,fAiYa*A,, (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 07:51
    ขอให้หายไวๆๆๆนะคะ
    #6,423
    0
  3. #6378 H2O-69 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 18:46
    น้องจะรอดกลับมามั้ยเนี่ย แต่สนมรุ่นพี่แต่ละคนสิ แผนซ้อนแผนซ้อนแผนไปสิบตลบได้มั้ง แต่ยัยหนูของเรามันแน่อยู่แล้ว แน่มาตลอด

    ขอให้คุณไรท์สุขภาพดีขึ้นไวๆนะคะ รักและเป็นห่วงเสมอ เกียมเงินเปย์คุณไรท์แล้ว ถ้าทำเล่มเมื่อไหร่นะ จะควักเงินรอเบยยยยย
    #6,378
    0
  4. #6319 tongy_ket (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 10:53
    เราเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณที่มาอัพน๊า
    #6,319
    0
  5. #6256 Fukii03 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 23:19
    ขอให้ไรท์สุขภาพแข็งแรงนะคะะ เดี๋ยวเรื่องร้ายๆมันก็ผ่านไปเนอะะ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #6,256
    0
  6. #6205 Aonan Woraporn (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 17:56
    รอตอนตาอไปเลยๆๆๆ คิดถึงไรท์นะคะ กลับมาไวไว เป็นกำลังใจให่ค้า
    #6,205
    0
  7. #6203 Hellokat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:22
    รอตอนต่อไปน่ะค่ะ รักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะไรท์
    #6,203
    0
  8. #6202 Cha_locha (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 20:54
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #6,202
    0
  9. #6201 Cha_locha (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 20:54
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #6,201
    0
  10. #6200 arbyunse (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 12:00
    เป็นกำลังใจให้จ้าๆๆสู้ๆๆๆ
    #6,200
    0
  11. #6199 pinelle (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:01
    เป็นกำลังใจให้ค้าบ ขอให้ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ♥️
    #6,199
    0
  12. #6197 Dear (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:37

    รออ่านตอนต่อไปค่ะ รอลุ้นว่าน้องจะเอาตัวรอดยังไง

    ขอให้ไรท์หายเร็วๆ พักผ่อนเยอะๆ นะ

    #6,197
    0
  13. #6196 lovedyo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:54
    เป็นกำลังใจให้เสมอค่าาา
    #6,196
    0
  14. #6195 blueeyes111 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:00
    ขอให้ไรท์หายไวไว เป็นกำลังใจให้นะคะ💖
    #6,195
    0
  15. #6190 Manao' MM (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:13
    สู้ๆน้าา เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
    #6,190
    0
  16. #6189 ~PiToN~ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:59
    เป็นกำลังใจให้นะจ้า
    #6,189
    0
  17. #6186 youngqueenDD (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:32
    รออย่างใจจดใจจ่อทุกวันเลยค่ะ เป็นกำลัวใจให้นะคะคุณไรท์
    #6,186
    0
  18. #6175 porlu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:22
    หายป่วยไวๆนะค้า
    #6,175
    0
  19. #6170 Ms.MISOYaa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:16

    สู้ๆค่ารักษาสุขภาพนะคะ
    #6,170
    0
  20. #6160 AreeyaBubphamart (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:06
    แงยังรอเหมือนเดิมนะคะ
    #6,160
    0
  21. #6159 imgyeom (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:50
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ยังเขียนดีเหมือนเดิมเลย ขอให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นนะคะ
    #6,159
    0
  22. #6158 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00

    ขอให้แข็งแรงไวๆ ค่ะ จะรอวันที่จะได้อ่านน้องซีค่ะ
    #6,158
    0
  23. #6157 Tien_Hom (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:38
    รักษาสุขภาพตัวเองดีๆด้วยนะคะคุณไรท์

    เค้าเป็นกลจ.ให้คุณอยู่เสมอ **คิดถึงอยู่ตลอดนะคะ♡♡
    #6,157
    0
  24. #6156 n_ok_namo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:34
    ขอให้สุขภาพกลับมาแข็งแรงในเร็ววันค่ะ
    สู้ๆ นะคะ เอาสุขภาพไว้ก่อน
    รออ่านได้เสมอค่ะ
    #6,156
    0
  25. #6155 Anelta (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:33
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะไรท์ ขอให้ดีขึ้นไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะไรท์
    #6,155
    0