พระสนมสองหน้า [Yaoi]

ตอนที่ 30 : 28 - ผิดแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,997 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

พระสนมสองหน้า

28 – ผิดแผน

*editชื่อตอนค่ะ

 


            ปลายฤดูร้อน ดอกทับทิมโรยรา ผลทับทิมลูกน้อยๆ เกิดขึ้น โน้มกิ่งให้ไหวเอนลงอยู่ข้างตำหนัก


            ตำหนักว่านฮองไทเฮางดจุดเครื่องหอมเนื่องจากเจ้าของตำหนักถือศีลกินเจ ทำให้ได้กลิ่นของพรรณไม้โดยรอบ สตรีสูงศักดิ์สวมผ้าแพรปักลวดลายเถาไม้มงคลสีขาว เปล่งรัศมีบริสุทธิ์เหนือโลกีย์ออกมา ดวงหน้างามล้ำมีรอยยิ้มอ่อนโยน


            “จื่อหาน”


            เฉินจื่อหานสะท้านไปทั้งกาย ลำคอแหบแห้ง “พ่ะย่ะค่ะ”


            “ไม่คิดหรือว่า ยามนี้ถึงเวลาที่อาหญิงของเจ้าควรตั้งครรภ์แล้ว”


            แพทย์หลวงหนุ่มมองผลทับทิมสีแดงที่แทบเผาผลาญดวงตา “ไทเฮาทรงตั้งใจว่า...”


            “เด็กน้อย มีโลหิตตระกูลเฉินอยู่ในตัวเจ้า มิมีสิ่งใดทำไม่ได้กระมัง”


            น้ำคำเอ็นดูนุ่มนวลอย่างยิ่ง แต่กลับแฝงคมมีดที่ผู้คนไม่อาจปฏิเสธ เฉินจื่อหานหน้าซีดเซียว แม้เป็นคนหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวที่สวมอาภรณ์แพทย์ขั้นกลาง ทว่าใบหน้ากลับซูบผอมฉายแววอมทุกข์ เขากลืนน้ำลาย สองมือกำแน่นอยู่บนตัก


            หัวหน้าแพทย์หลวงเฉินเองนั่งอย่างสงบอยู่อีกด้านหนึ่ง จับจ้องบุตรชายไว้ไม่วางตา


สุดท้าย เฉินจื่อหานจึงน้อมศีรษะคำนับ เอ่ยเสียงเบา


            “พ่ะย่ะค่ะ ขอเพียงไทเฮารับสั่งมา”

 



            สหายสนิทเคยกึ่งหยอกล้อกึ่งดูแคลนว่า เขามักจะชอบตัดสินใจได้เลวร้ายเสมอยามสุราเข้าปาก


            ยามนี้ สหายสนิทคนนั้นไม่อยู่แล้ว แต่คำพูดนี้กลับคอยผุดขึ้นมาตีสมองเขาอยู่เรื่อย


            เพราะเมาสุราแท้ๆ จึงไปอาละวาดหน้าจวนเสนาบดีเฉิน สุดท้ายมิวายตกอยู่ในเงื้อมมือของอี้เหยียนไคกั๋วกงสมญา ราชเลขาปีศาจแห่งสำนักราชหัตถเลขาต้าหลิง


            ขุนนางใหญ่ผู้นั้นเอาการตายของซีหลงและการหายไปของบิดาเขามาข่มขู่ สั่งให้คอยจับดูความเคลื่อนไหวในสำนักแพทย์หลวงทุกฝีก้าว โดยเฉพาะหัวหน้าแพทย์หลวงเฉินและเฉินจื่อหาน ต้องจดรายงานส่งทุกวันอย่างละเอียด


            ทว่าตาเฒ่าเฉินนั่นก็ราวกับนกรู้ ถึงกับยิ่งรังเกียจกลั่นแกล้งเขาหนักข้อ จนในที่สุดก็โดนเตะโด่งมาทำงานจิปาถะชั้นเลวเช่นดูแลห้องต้มยา หากไม่ได้แพทย์หลวงหยางจื้อช่วยไว้ เกรงว่าตำแหน่งแพทย์หลวงนี้ก็ไม่ได้อยู่แล้ว


            วันหนึ่งยามดึกสงัด ขณะที่เจิงอีกำลังแอบนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตาอย่างคับแค้นใจ จู่ๆ ก็ปรากฏร่างเงาสูงใหญ่เข้ามาในห้องต้มยา กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่ว


            ร่างนั้นโซซัดโซเซไปข้างทางระบายน้ำ ก่อนที่จะโก่งคออาเจียนออกมา เจิงอีสุดท้ายจนฟังไม่ได้ ยกตะเกียงขึ้นไปดูให้เห็นหน้า


            “จะ เจ้า!


            ผู้ใดจะคิด ที่แท้คือเฉินจื่อหาน!


            “ซีหลง...?” บุรุษผู้หล่อเหลาจนติดอันดับที่สตรีในวังมองตาเคลิ้ม บัดนี้กลับมีสภาพดูไม่ได้ ทั้งผ่ายผอมทั้งตาขาวแดงก่ำใต้ตาคล้ำลึกโหล ผมเผ้าและอาภรณ์แพทย์ชั้นกลางหลุดลุ่ย


            “ซีหลง!


            จู่ๆ ร่างสูงโปร่งนั้นก็โผเข้ามากอด เจิงอีรีบผลักปัดเป็นพัลวัน แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งกอดแน่น ซุกใบหน้าลงกับลำคอเขาแล้วพร่ำละล่ำละลัก


            “ซีหลง ข้าขอโทษ... ขอโทษ”


            “เจ้าบ้า ข้าไม่ใช่ซีหลง!!


            เฉินจื่อหานกลับไม่นำพา “ข้า... เพียงแต่ชอบเจ้า ชอบเจ้ามาก ไม่คิดว่า บิดากลับจะรังเกียจเจ้าจนต้องคิดร้าย”


            เจิงอีไม่รู้ว่าจะตกใจสถานการณ์นี้ หรือสิ่งที่เอ่ยจากปากคนเมาก่อนกัน “เจ้าจะบอกว่า ตาเฒ่านั่นฆ่าซีหลง!?


            “ไม่ ไม่ใช่” เฉินจื่อหานส่ายหน้า น้ำคำเริ่มคลุมเครือ “ตระกูลเฉินไม่รู้เห็นเรื่องนี้ แต่บิดาข้าอยากให้เจ้านั้นตายเป็นเรื่องจริง บัดนี้ สิ่งเคยพูดไว้ ข้า... ข้ากลับรักษาไว้ไม่ได้”


            “หา? สิ่งใด เจ้าเอ่ยสิ่งใดไว้กับซีหลงกัน”


            เฉินจื่อหานทิ้งน้ำหนักลงใส่ร่างเจิงอีทำให้ยื้ดยุดฉุดกันอยู่ มิทันตอบคำก็ส่งเสียงอุบ เจิงอีร้องลั่น “เจ้ากล้า...!


            แน่แล้วว่าไม่อาจห้ามอาเจียนไม่ให้ออกจากลำคอคนเมา แพทย์หลวงขั้นต้นถึงกับสบถไม่เป็นภาษา เมื่ออาภรณ์และร่างเปรอะเปื้อน ส่วนอีกฝ่ายก็สร่างเมาขึ้นมาไม่น้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้น “เจ้า... เจิงอีหรือ”


            เจิงอีที่โมโหจนนึกคำด่าไม่ออกยังไม่ทันได้เอ่ยคำ เฉินจื่อหานก็เผ่นแน่บหายไป


            ด้วยความคับแค้นใจ เจิงอีจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยเรื่องนี้กับอี้เหยียนไคกั๋วกง ผู้ซึ่งสั่งให้เขายืนตากแดดรออยู่หน้าห้องทำงานถึงครึ่งชั่วยามโดยอ้างว่าไม่ว่าง


             อี้เหยียนเฟิงใช้นิ้วไล้ยังริมฝีปากล่างของตนอย่างใช้ความคิด ท่าทางนี้เจิงอีกลั้นใจมองจนคุ้นชิน ส่วนใหญ่มักจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีตามมาเป็นส่วนมาก


            “เจ้าบอกว่า เขาชอบหลิวซีหลง”


            “เขา เขาว่าเช่นนั้น แถมยังเข้ามากอดข้าอีกต่างหาก คิดว่าไม่น่าจะผิดแน่ ทั้งยังดูจะชอบมากเสียด้วย”


            “หืม” อี้เหยียนเฟิงลุกขึ้น หรี่ตาลงอย่างชั่วร้าย “ข้าจะลองพูดคุยกับเขา เจ้าจงหาทางพาเขามาให้ได้”


            ราชเลขาปีศาจผู้นี้ล้วนวางแผนไว้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งเลือกสถานที่เป็นศาลาริมสะพานที่เฉินจื่อหานและหลิวซีหลงพบกันครั้งแรก ทั้งนำหินมงคลที่อีกฝ่ายให้ซีหลงกับมือมา ทั้งขู่เข็ญโน้มน้าวใจจนกระทั่งเฉินจื่อหานสารภาพ


            “ข้า... เคยเอ่ยว่าตนเองยึดถือคุณธรรม แต่บัดนี้กลับต้องทรยศตระกูลและผู้มีพระคุณ”


            “นี่แหละนับว่ายึดถือคุณธรรม ไม่ใช่เจ้าไม่รู้ว่าตระกูลเฉินทำผิดมากมายเพียงใด เจ้าตัดสินใจเช่นนี้ วิญญาณหลิวซีหลงคงยินดีอยู่ในปรภพ”


            อี้เหยียนไคกั๋วกงว่าเสียงเรียบเจือแววเห็นใจก่อนจากมา จากนั้นสีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท การดึงตัวหมากมาเป็นฝ่ายตนนับว่าเป็นงานถนัดของเขา อวิ๋นอ๋องหลี่ลู่เฉิงนั่งรอคอยอยู่ก่อนแล้วในรถม้า เอ่ยกลั้วหัวเราะ


            “ว่านฮองไทเฮาวางแผนรอบคอบเสมอ ครั้งนี้กลับถูกเปิดโปงโดยหมอหนุ่มตาบอดเพราะรัก”


           อวิ๋นอ๋องมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายกับไหล่ที่เกร็งอย่างระแวดระวังตัว เอ่ยทีเล่นทีจริง


            “บัดนี้ เจ้าก็ยังไม่ไว้ใจข้าหรือ”


            “...”


อวิ๋นอ๋องหัวเราะในลำคอ “อย่างไรก็ดี อย่าลืมให้สวัสดิการแพทย์หลวงน้อยของเจ้าเพิ่มแล้วกัน”


            สวัสดิการที่ว่า คือเสนาบดีสำนักราชหัตถเลขาเกิดปวดกล้ามเนื้อขึ้นมา ต้องการหมอหลวงคนหนึ่งไปดูแลติดตามข้างกาย เหล่าแพทย์หญิงต่างลุ้นจนตัวโก่ง แต่เจิงอีกลับไม่ต้องลุ้นเลยสักนิด


            ต่อไปนี้ต้องคอยอยู่ข้างราชเลขา นั่นหมายถึงเข้าร่วมเป็นฝ่ายขององค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเข้าร่วมเกมการชิงอำนาจที่ซับซ้อนและอันตรายนี้อย่างเต็มตัว


แพทย์หลวงเจิงอีถึงกับจะร้องไห้น้ำตาเป็นหวงเหอ


หลิวซีหลง เจ้าช่วยฟื้นขึ้นมาทีเถอะ ข้าไม่อยากแก้แค้นแล้ว!

           

 


            30%

            ไม่ใช่ฝั่งคนดีกับคนชั่วนะคะเรื่องนี้ ฝั่งตัวร้ายกับตัวร้ายกว่าค่ะ 555555555 วงวารเจิงอี อิตาซีหลงก็ถูกเขาว่าตายแล้วตายอีก ส่วนเฉินจื่อหานนี่เป็นตัวละครที่เสี่ยวอ้ายค่อนข้างสงสารนางเลย เอ้อ ก็เขารักของเขา แต่คนนี้ไม่ได้จริงๆ มีคนจองแล้ว


           


            ในยามที่หลิวซีหลงกำลังติดพันกับเรื่องคุณไสยของสวีซิวเยวี่ยน มิได้รู้ถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น


            วันหนึ่งที่องค์จักรพรรดิทรงงานในตำหนักเฉียนชิง หวงเหวินเข้ามากราบทูลว่า ซุนเจาอี๋ขอเข้าเฝ้า


            เหตุการณ์นี้แปลกพิสดารอย่างยิ่ง หลี่ลู่จินหรี่ตา ก่อนอนุญาตให้นางเข้ามา


            ซุนเจาอี๋ยังคงสวมอาภรณ์สีสุภาพไม่โดดเด่น บนตัวมีเครื่องประดับเพียงไม่ก็ชิ้น และแต่งเครื่องประทินโฉมเบาบาง หลี่ลู่จินมิได้ละสายตาจากหนังสือราชการในมือ ทำท่าให้นางนั่งลงยังตั่งที่ห่างออกไป


            “ฝ่าบาท...” นางเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก น้ำเสียงแผ่วเบาอย่างยิ่ง “ขอบพระทัยที่ยังทรงเมตตาให้หม่อมฉันเข้าเฝ้า ทั้งที่...”


            “เข้าเรื่อง”


            “เพคะ” ซุนเจาอี๋หลุบตาลง แววละอายใจชโลมไปทั้งร่าง “หม่อมฉันได้ยินแผนการของว่านฮองไทเฮา และแผนการตอบโต้ของพระองค์ กลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง”


            แม้ซุนเจาอี๋จะอยู่อย่างสงบไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด แต่ก็รู้เรื่องราวมากมายในวังหลวง ทำให้หลบเลี่ยงสิ่งต่างๆ ได้เรื่อยมา เมื่อคนฝ่ายองค์จักรพรรดิรู้ถึงแผนการของว่านฮองไทเฮา จึงไม่แปลกที่นางจะรู้ด้วย แต่ครานี้กลับไม่อาจอยู่เฉยได้


            “หม่อมฉันไม่เห็นด้วยที่จะใช้แผนซ้อนแผนกับซีซิวหรงเพคะ”


            พู่กันในมือหยุดลง หลี่ลู่จินเหลือบตาขึ้นมองนางในที่สุด สีหน้าปราศจากอารมณ์ใดๆ ซุนเจาอี๋กล่าวต่อ รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นกระหน่ำจนจะหลุดออกอก “ขอให้ทรงไต่ตรองอีกครั้งแล้วใช้แผนการนี้กับหม่อมฉันแทน”


            หลี่ลู่จินวางพู่กันลงช้าๆ “เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเอ่ยสิ่งใด”


            “เมื่อผิดแผน ว่านฮองไทเฮาย่อมต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยม ซีซิวหรงเป็นเพียงเด็กสาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ทั้งยังเยาว์วัยปานนั้น ไม่ควรเอาตัวมาเสี่ยง ผิดกับหม่อมฉันที่ต่อให้ทั้งชีวิตตั้งครรภ์ไม่ได้อีกหรือกระทั่งตายไป ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ


ทั้งหลายปีมานี้ หม่อมฉันยังอาศัยพระบารมีลอยหน้าอยู่ในวังมาตลอด แต่มิเคยตอบแทนพระองค์หรือทำตามเจตจำนงของตระกูลซุนเลย เช่นนี้ขอให้หม่อมฉันได้กระทำประโยชน์สักนิดเพคะ”


            องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้น คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ชวนให้คนขวัญผวา


            “เจ้ายกเหตุผลมามากมาย มิใช่จะอาศัยโอกาสนี้ออกจากวังหลวงหรือ”


            ซุนเจาอี๋หน้าไร้สีเลือด สบนัยน์ตาคมปราบคู่นั้นก็รู้ว่าความในใจถูกอ่านออกจนหมด นางมิได้โกหกแม้แต่คำเดียว แต่ความหวังในผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังแอบเกิดขึ้นในใจ ยิ่งทำได้เพียงก้มหน้า เอ่ยเสียงกระซิบ “เรื่องนั้น แล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงพิจารณาเพคะ”


            “เช่นนั้น ถ้าทำสำเร็จ ข้าจะให้เจ้าสมปรารถนา”

           



            กลับมายังปัจจุบัน


            หลังจากเหตุการณ์ในหอชมนคร หลิวซีหลงก็จิตใจฟุ้งซ่านอยู่ไม่สุข ยิ่งอยู่ในตำหนักตัวเองที่มีกลิ่นอายคนผู้นั้นเต็มไปหมดยิ่งไม่ดี สถานที่ซึ่งเขาไปหาความสงบจึงเป็นตำหนักของซุนเจาอี๋นี่เอง


            ทว่าซุนเจาอี๋ที่ปกติจะอมยิ้มฟังเขาพูดจาไปเรื่อย ตอนนี้กลับเงียบขรึมเหม่อลอย


            “พี่หญิง พี่หญิง!


            “อ้อ”


            ซุนเจาอี๋เหม่อมองผลทับทิมลูกน้อยสีแดงนอกหน้าต่าง หันมาฝืนยิ้ม “ว่าอย่างไร”


            “วันก่อนเกิดเหตุการณ์วางเพลิงคลังเสบียงของตระกูลเฉิน ท่านคิดว่าเป็นฝีมือผู้ใด”


            “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน”


            คนฟังมีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อ ลดเสียงลง “ไม่ใช่ฝ่าบาทหรอกรึ”


            “ฝ่าบาทมิได้ตรัสกับเจ้าหรือ” ซุนเจาอี๋เบิกตา ก่อนส่ายหน้าน้อยๆ “ครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือฝั่งเราหรอก”


            หลี่ลู่จินนั้นบอกกับเขาแล้ว แต่หลิวซีหลงยังรู้สึกไม่เชื่อถืออยู่ดี ดูจากบรรดาคนของฝ่ายนี้โดยเฉพาะอวิ๋นอ๋องและอู๋หนิงเหอแล้ว การได้ลอบวางเพลิงพวกตระกูลเฉินดูท่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบแน่ๆ


            มิหนำซ้ำ คืนที่เขาไปหอชมนคร หลังที่อู๋หนิงเหอคุ้มกันจิ้นอ๋องไปส่งยังจวน ปรากฏว่าเกิดไฟไหม้คลังเสบียงตระกูลเฉิน กว่าจะดับได้ก็เสียหายไปมากมาย


            “ยามนั้น ได้ยินว่าทั้งอวิ๋นอ๋อง จิ้นอ๋อง อี้เหยียนไคกั๋วกง หัวหน้าราชองครักษ์อู๋ กระทั่งแม่ทัพซุนผู้เป็นลุงของข้าก็ล้วนไปร่วมสังสรรค์ยังหอคณิกา ไหนเลยจะมีเวลาไปก่อการ”


            “ที่แท้เป็นเช่นนี้” หลิวซีหลงพยักหน้า ซุนเจาอี๋สมกับอยู่ในตระกูลซุน ข่าวสารต่างๆ ล้วนฉับไวอย่างยิ่ง หลิวซีหลงมาคุยกับนางก็มักได้ข้อมูลใหม่นอกวังที่หลี่ลู่จินไม่ยอมเอ่ย


            เสียแต่ซุนเจาอี๋ไม่ชอบเรื่องซุบซิบนินทา จึงไม่ได้บอกเรื่องที่หัวหน้าราชองครักษ์อู๋หนิงเหอกับนางคณิกาอวี้ฮวากลายเป็นประเด็นอื้อฉาวไปเสียแล้ว ในนครหรูหราฟุ้งเฟ้อนี้อะไรจะจรรโลงใจไปกว่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ประโลมโลกเกินจริงอีก


            ข่าวลือส่งเดชลือกันไปว่า อู๋หนิงเหอติดพันบุปผางามอยู่จึงทำให้มิได้ไปวางเพลิง กระนั้นสิ่งที่บอกต่ออย่างไม่จริงนี้ ก็ทำให้ชาวต้าหลางเชื่อว่าการวางเพลิงไม่ใช่ฝีมือองค์ไท่ชางหวงตี้ แต่เป็นกรรมสนองตระกูลเฉินที่วางอำนาจมานาน


หลิวซีหลงลูบคาง หากตระกูลเฉินกอบกู้สถานการณ์ไม่ได้ อาจจะต้องย้ายหน้าที่เก็บภาษีสุราและเครื่องเทศไปให้ผู้อื่น พวกเขาลงทุนกักตุนสินค้าไปมากเพื่อหวังรวยทางลัด แต่กลับกลายเป็นหายนะแห่งความโลภ


องค์จักรพรรดิเริ่มสร้างฐานอำนาจในต้าหลิง ไม่แปลกที่ตระกูลเฉินจะร้อนรน รีบเสริมอำนาจของตนเช่นกัน และการเพิ่มฐานอำนาจก็ต้องใช้เงินนี่เอง


            องค์จักรพรรดิถือว่าได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้อย่างมาก แต่เมื่อคิดอีกที ตระกูลเฉินก็สร้างศัตรูไว้มาก อาจเป็นฝ่ายอื่นก็เป็นได้


            สนทนาเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย หลิวซีหลงก็สังเกตได้ว่าซุนเจาอี๋อยู่ในสภาวะซึมเซา คงมีเรื่องในใจที่หนักอึ้งบางอย่างจนพูดออกมาไม่ได้


            “พี่หญิงซุน เหตุการณ์คุณไสยก็ผ่านไปแล้ว ท่านยังมีสิ่งใดไม่สบายหรือ หรือมีใครกล้ารังแกท่าน”


            “คิดมากแล้ว” ซุนเจาอี๋ยิ้ม ยกพัดกลมในมือเคาะหน้าผากเขาเบาๆ “ข้าสบายดี เจ้าเองมิใช่หรือ เพราะหงุดหงิดไม่สบายใจจึงได้มาที่นี่”


            “ต่อให้สบายใจข้าก็มาหาท่านเช่นกัน มิใช่พอทุกข์ใจก็นึกถึงท่านอย่างเดียว”


            ซีซิวหลงทำปากยื่น ท่าทางน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง ซุนเจาอี๋ยกมือขึ้นไปหยิกปากจิ้มลิ้มอย่างมั่นเขี้ยว หลังจากพูดคุยต่อสักพักจนอารมณ์ดี คนเด็กกว่าก็ขอลากลับ ก่อนไปยังกำชับเสียงเคร่ง


            “พี่หญิง ข้ากับท่านถือว่าสนิทสนมกันแล้ว มีสิ่งใดไม่สบายใจก็ขอให้บอกข้าได้ทุกเรื่อง”


            “รู้แล้ว”


            “หรือถ้าท่านเหงา ข้าจะให้จิ้นชิงมาคุยเล่นเป็นเพื่อน”


            ซุนเจาอี๋ชะงัก มองอดีตขันทีของตนเอง รอยยิ้มจางจนแทบไม่มี “มีผู้คนมากมายในตำหนักข้า ไม่ขอรบกวนหรอก”


            จิ้นชิงยิ่งก้มศีรษะต่ำลง ขนตาขยับไหวเบาๆ หลิวซีหลงสังเกตคนคู่นี้มาสักพัก ยิ่งไปๆ มาๆ ก็ยิ่งมั่นใจ แต่รู้สึกจุกยังคอหอยทำให้ไม่อาจพูดอะไรออกไป ได้แต่ยิ้มเปลี่ยนบรรยากาศ “น้องขอลา พี่หญิงซุนคนงามรักษาสุขภาพให้ดี”


            ลับหลังแผ่นหลังบางของซีซิวหรง ซุนเจาอี๋ก็ถอนใจเฮือกใหญ่


            “ท่านนะท่าน” ซินเจาหรงหลบอยู่หลังฉากกั้นในตำหนักซุนเจาอี๋มาตลอด ดวงหน้าหวานพริ้มเพราโมโหโกรธาอย่างยิ่ง “นี่คิดว่าตนเป็นพี่สาวนางจริงๆ ใช่หรือไม่ ถึงได้เสนอสิ่งนั้นไป!


            “...ที่แท้เจ้าก็มานานแล้ว เหตุใดไม่ออกมาสนทนาร่วมกัน” ซุนเจาอี๋นั่งลงบนโต๊ะ ยิ้มอ่อนโยนให้นาง


            “ข้ารู้แล้วว่าท่านคิดทำสิ่งใด นี่คุ้มแล้วหรือ”


            “คุ้มสิ ตั้งแต่เข้าวังมา ข้าไม่เคยคิด... ว่าตนเองจะกล้าได้กล้าเสียปานนี้”


            “ถ้าหากท่านตาย ไม่สิ เป็นไปได้ว่าท่านจะตาย ท่านยังไม่รู้จักว่านฮองไทเฮาหรือ”


            “ตอนตั้งครรภ์แล้วแท้ง หลินเต๋อเฟยก็มิตายมิใช่หรือ”


            ซินเจาหรงยิ่งสนทนายิ่งโมโห แม้ซุนเจาอี๋จะสงบเสงี่ยมไม่สู้คน แต่พอดื้อรั้นขึ้นมาแล้วก็มิอาจเปลี่ยนใจได้ แม้นางมิได้เป็นปรปักษ์กับซีซิวหรง แต่ก็มิคิดซุนเจาอี๋จะต้องปกป้องอีกฝ่ายเพียงนี้ มิหนำซ้ำ...


            ปานนี้แล้ว ยังมีความหวังลมๆ แล้งๆ เช่นจะได้ออกจากวังอยู่อีก


“โง่งม! ท่านออกไปก็ใช่ว่าจะได้อยู่กับ...” ซินเจาหรงแทบจะขึ้นเสียงตวาด แต่เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของอีกฝ่ายก็หยุดคำไว้ สะบัดแขนเสื้อหมุนตัวจากไปทันที


ซินเจาหรงจากไป ซุนเจาอี๋ก็ทิ้งร่างลงบนตั่งไม้ หลับตาลงเอนศีรษะพิงพนัก พึมพำกับตนเอง


“สตรีฝ่ายในตอนนี้ ก็มิใช่โง่งมกันทุกคนหรอกหรือ”

 



            60%

       


 

            ดอกบัวงามร่วงโรย ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี คิมหันต์ร้อนระอุผ่านพ้น ลมเย็นของต้นสารทพัดมา


            ในวังหลัง สวีซิวเยวี่ยนสูญเสียความโปรดปรานไปแล้ว ยามนี้ได้มีคนใหม่มาแทน


            เป็นคนที่ผู้คนคิดไม่ถึง ซึ่งก็คือซุนเจาอี๋นั่นเอง จู่ๆ องค์จักรพรรดิก็เริ่มเห็นนางอยู่ในสายตาขึ้นมา แม้เทียบไม่ได้กับซีซิวหรง จูไฉเหริน หรือจางซูเฟย แต่ก็นับว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง


            ตระกูลซุนจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิมานาน เวลานี้ตระกูลเฉินยังระส่ำระสาย ความโปรดปรานนี้จึงถือว่าสมเหตุสมผล


แต่หลายคนก็ยังกังขา ซุนเจาอี๋ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดมานาน ทั้งยังมีอุปนิสัยอ่อนโยน ต่อให้เป็นคนโปรด ก็ยังดูห่างไกลจะรับมือกับขั้วอำนาจในวังหลัง เช่น ลี่กุ้ยเฟยสกุลเฉิน หรือเอ้อร์หนาฮองเฮา


            ในตำหนักผิงอัน องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงกำลังนั่งจรดพู่กันบนโต๊ะ หลังจากเรื่องในหอชมนครก็พึงพอใจและไม่ได้เข้ามาตอแยหลิวซีหลงอีก นอกจากแวะวนเวียนมาทำกิจวัตรต่างๆ ที่ทั้งสองเคยชินไปโดยไม่รู้ตัว


            ในที่สุดคนที่นั่งดีดผีผางูๆ ปลาๆ ก็ทนไม่ไหว โพล่งขึ้น “ท่านคิดทำสิ่งใด”


            “สิ่งใด”


            “เหตุใดท่านถึงต้องสร้างความลำบากใจให้แก่พี่หญิงซุนด้วย”


            “หากมิใช่นางขอ ข้าจะไปหาหรือ”


            หลี่ลู่จินกล่าวเนิบนาบ มือคนฟังถึงกับพลาดดีดผีผาผิดเส้น “จริงหรือ”


            “เหตุใดไม่ลองถามนางดู เห็นพวกเจ้าสนิทสนมกันดี”


            หลิวซีหลงจึงสัมผัสได้ว่าวันนี้องค์จักรพรรดิอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เขาเองก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจมาหลายวันแล้ว “ข้ากับท่านลงเรือลำเดียวกันแล้ว บัดนี้ยังมีสิ่งใดคิดปิดบังอีก”


            หลี่ลู่จินเงยขึ้นจ้องหน้าเขา ถามหน้าตาย “หึงหรือ”  


            อารมณ์เช่นนี้ยังพูดเล่นอยู่ได้ หลิวซีหลงแทบอยากทุ่มผีผาใส่อีกฝ่าย ผิวแก้มร้อนขึ้นมาเล็กน้อย “ข้าต้องใส่ใจหรือ ท่านอย่าหลงตัวเองนักเลย หรือเวลานี้ท่านยังต้องการหมากตัวอื่นอีก”


            “ก็คงเป็นเช่นนั้น”


            หลิวซีหลงแม้ขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน แต่ก็ตระหนักขึ้นได้ว่าคนที่ตนกำลังหาเรื่องคือองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิง สุดท้ายได้ทอดถอนใจ ถามเสียงอ่อนลง “พี่หญิงซุนเป็นคนดี ท่านจะละเว้นบ้างก็มิได้หรือ”


            ซุนเจาอี๋เคยบอกไว้ว่าทูลขอความไม่โปรดปรานจากองค์จักรพรรดิเอง ไฉนตอนนี้จึงเปลี่ยนใจ ยิ่งเห็นความทุกข์ภายในใจของนางที่ซ่อนไม่มิดแล้ว ไม่ว่าองค์จักรพรรดิจะคิดแผนการอะไรไว้ ก็ดูท่าจะไม่ดีเอาเสียเลย


            หลี่ลู่จินจ้องมองสีหน้าคาดโทษที่มองมา เอ่ยว่า “เจ้าเอ่ยเช่นว่าข้าบังคับนาง”


            หลิวซีหลงมิได้เอ่ยตามตรง แต่ความหมายก็เป็นเช่นนั้น “หรือถ้าอย่างนั้น ท่านเปลี่ยนมาใช้ข้าแทนก็ได้”


            หลี่ลู่จินประทับตราหนังสือราชการแรงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ จากนั้นจึงลุกขึ้นจากไปไม่พูดไม่จา


            ไม่ใช่ครั้งแรกที่องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงก็ออกอาการเช่นนี้ แรกๆ หลิวซีหลงยังนึกขำแห้งระคนประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ลงอาญาเขา แต่ระยะหลังมา กริยาปึงปังเช่นนี้ยิ่งพลอยทำให้เขาร้อนๆ หนาวๆ ไม่สบายใจไปด้วย

           



            เทศกาลเจ็ดค่ำเดือนเจ็ดมาถึง


อากาศคลายร้อน ท้องฟ้าแจ่มใส ดารากระจ่างสุกสกาว


            ตามตำนาน ในคืนนี้ดาวสาวทอผ้าและดาวคนเลี้ยงควายที่พัดพรากจากกันจะโคจรมาอยู่ใกล้กันและสุกสว่างที่สุด เหล่าสตรีชาวบ้านมักจะไหว้ดาวสาวทอขอให้ตนมีความเชี่ยวชาญในการเย็บปักถักร้อย ส่วนบุรุษก็จะไหว้ขอพรให้ตนสอบผ่านเข้ารับราชการ


            ในวังหลังต้าหลิง ทักษะปักร้อยไม่นับว่าสำคัญนัก เทศกาลนี้จึงถูกหมางเมินไป ทว่าวันนี้กลับเป็นวันแรกที่ลี่กุ้ยเฟยสกุลเฉินได้พบปะดูตัวกับองค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงเป็นครั้งแรก


            วันนี้ ต่อให้หลี่ลู่จินไร้น้ำใจเพียงใด นางก็มั่นใจว่าเขาต้องมา


            “อาหญิง ไทเฮาทรงรับสั่งให้หลานมาต้มยาบำรุงให้ท่าน”


            ลี่กุ้ยเฟยกำลังสางผมตนเองด้วยหวีหยก ทั้งเครื่องประดับและอาภรณ์ทั้งเย้ายวนทั้งสง่า เงาสะท้อนงดงามยิ่งกว่าผู้ใดในวังหลังแห่งนี้ นัยน์ตาหงส์เหลือบมองหลานชายตนเองในกระจก


            “อืม” ลี่กุ้ยเฟยรับคำ ความงามของสตรีมิใช่จู่ๆ จะเฉิดฉายขึ้นมา หากมิบำรุงรักษาไหนเลยจะโดดเด่นงามล้ำกว่าผู้อื่น  


            แม้บุคลิกจะเป็นเช่นเดิม แต่เฉินจื่อหานตอนนี้สีหน้าหมดสง่าราศี นางอดเรียกไว้ไม่ได้ “จื่อหาน”


            “ขอรับ” เขาขานรับเสียงเบา


            “รายชื่อบุตรีของคหบดีที่ได้ไป เจ้าเลือกไว้หรือยัง”


            “อาหญิงมีความคิดลึกซึ้ง หากอาหญิงคิดว่าดี หลานก็ว่าดีเช่นกัน”


            ลี่กุ้ยเฟยหันไปมองอีกฝ่ายเต็มตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะ ทว่ากลับเย็นชาห่างเหิน “ไฟไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียหายไม่น้อย เจ้าเองก็ต้องทำเพื่อตระกูลเฉินเช่นกัน งานวิวาห์จัดเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี อีกทั้งเจ้าไม่อาจมีสภาพเช่นนี้อีก วันที่ดูตัวจะต้องสง่างามสมศักดิ์ศรี อย่าให้อับอายแก่ผู้เป็นอันขาด”


            “หลานจะกระทำอย่างเต็มที่ไม่ให้อาหญิงผิดหวัง”


            เฉินจื่อหานถูกสายตาคมปลาบนั้นกระตุ้นให้ตื่นตัวขึ้นมาบ้าง ก่อนที่จะฝืนทำท่วงท่าสง่างามจากไป


            “ซิ่วหยา”


            สุรเสียงอันคุ้นเคยลอยมา ลี่กุ้ยเฟยลุกขึ้นถวายคำนับ องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงโบกมือ “ไม่ต้องมากพิธี”


            “หม่อมฉันกลับไม่เรียบร้อยสำรวมแล้ว”


            ลี่กุ้ยเฟยยิ้มเอียงอาย องค์จักรพรรดิมองดูนางก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนพากันไปนั่งทานอาหารร่วมกัน


            บรรยากาศที่ไร้ความเป็นปรปักษ์นี้คล้ายภาพลวงตา กระแสอบอุ่นเจือความละมุนละไมเบาบางก็เช่นกัน ทว่าในใจบุรุษสตรีที่นั่งเผชิญหน้ากลับซับซ้อนเกินหยั่งถึง


            บนสำรับยามค่ำ เป็นอาหารวิจิตรรศเลิศที่แสวงหามาจากทั่วใต้หล้า รสชาตินั้นประณีตเสกสรรปันแต่งอยู่หลายชั้น แม้อร่อยล้ำอย่างยิ่ง ทว่าก็ทำให้คนกินนึกแยกรสวัตถุดิบดั้งเดิมไม่ออก


            ตำหนักฉู่ซิ่วงามสล้างดั่งสวรรค์ สตรีงามล่มเมืองนั่งอยู่เบื้องหน้า อาหารรสโอชาก็ละลายลิ้นปานใดเปรียบ ไม่ยากหากจะทำให้บุรุษผู้หนึ่งลุ่มหลงจนไร้สติ


            ทั้งร่างของนางทุกสิ่งล้วนเลือกสรรมาขับความงามของตนให้ยิ่งบาดตา มีเพียงแหวนหยกเรียบๆ วงหนึ่งที่ดูไม่เข้าที่เข้าทาง พอเห็นเขาจ้องมอง เฉินซิ่วหยาก็รีบเก็บซ่อนมือ ดวงหน้าขึ้นสีระเรื่อ


            “ให้ฝ่าบาทต้องขำแล้ว”


            “ข้ากล้าขำหรือ ในเมื่อนี่เป็นสิ่งที่ข้าเองมอบให้เจ้า”


            อดีตนั้นดูห่างไกล เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีทางบรรจบกัน


            ในสายตาเขา ที่ปล่อยนางมาจนถึงบัดนี้ กล้าพูดได้ว่าเป็นเพราะเห็นใจในฐานะคนที่เป็นหุ่นชักใยให้กับว่านฮองไทเฮาร่วมกัน


“ช่วงนี้เห็นฝ่าบาททรงโหมราชกิจหนัก ไม่อาจไม่บำรุงร่างกาย” ลี่กุ้ยเฟยมองเขามาด้วยสายตารักใคร่ห่วงใย ก่อนที่นางกำนัลจะยกยาบำรุงในชามหยกออกมา


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงจ้องมองอยู่พักหนึ่ง ก็ยกขึ้นดื่มลงคอ


ดื่มแล้วร่างกายพลันร้อนรุ่มขึ้น กองเพลิงระอุขึ้นอยู่ยังท้องน้อย ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวพร่ามัว มือคล้ายจะถือถ้วยหยกไม่อยู่จนต้องกระแทกวางลง เฉินซิ่วหยาเบิกตา รีบเข้ามาพยุงเขาไว้ “ฝ่าบาท!


แผนการวางยาปลุกกำหนัดนี้ ว่านฮองไทเฮาให้เฉินจื่อหานกระทำโดยไม่ให้ลี่กุ้ยเฟยรู้


พระมารดายังคงอาศัยจุดเล็กๆ ในใจเขาที่ไม่อาจลงโทษนางที่ไม่รู้เรื่องราวได้ หลี่ลู่จินแค่นยิ้ม พริบตาเดียวก็กดร่างของนางไว้บนตั่ง


เขาไม่เคยแตะต้องนาง นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ใกล้ชิดเพียงนี้


ต่อให้เป็นเฉินซิ่วหยา หน้ากากน้ำแข็งก็มีอันต้องปริแตกออก นางตัวสั่นน้อยๆ ใบหน้าฉายแววตื่นกลัว


ค่อยๆ ยื่นใบหน้าลงไป ลมหายใจร้อนเป่ารดข้างหู “ชาตินี้ ข้ากับเจ้าไม่มีวาสนาต่อกัน”


เอ่ยจบก็ผุดลุกขึ้น ก่อนที่จะฝืนตนก้าวออกจากตำหนักฉู่ซิว


หลี่ลู่จินกัดฟันมุ่งหน้าไปตำหนักซุนเจาอี๋ ท่วงท่าสง่างามราวกับพิษยามิได้กำลังพุ่งพล่านในร่างกาย มีเพียงเหงื่อที่ชุ่มร่าง ลมหายใจหอบกว่าปกติและดวงตาที่เริ่มมีเส้นเลือดแดงแตกภายใน


ทว่ายังไม่ทันไปถึง ขบวนหนึ่งกลับขวางเอาไว้เสียก่อน


ผู้ใดในใต้หล้าจะกล้าขวางเขา หากมิใช่ซีซิวหรง


ไม่พูดพร่ำทำเพลง อีกฝ่ายก็โถมร่างเข้ามากอดเอวเขา เอ่ยเสียงอู้อี้


“ข้าฝันร้าย คืนนี้ขอทรงโปรดเสด็จไปผิงอันด้วย”

 



“รู้หรือไม่เจ้ากำลังทำอะไร”


องค์จักรพรรดิแห่งต้าหลิงแค่นเสียงแหบแห้ง สีหน้าดุดันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลิวซีหลงเองก็มีสีหน้าว้าวุ่นใจ แต่ความฟุ้งพล่านทำให้ลืมความกลัวไปหมด


“ข้ารู้แผนการบ้าๆ ของท่านหมดแล้ว! ว่านฮองไทเฮาตั้งใจวางยาปลุกท่าน ท่านจงใจดื่มลงไปแล้วจึงหนีจากลี่กุ้ยเฟยไปหาซุนเจาอี๋แทน พอนางตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ล่อให้ว่านไทเฮาลงมือทำลายครรภ์นั้น นี่ท่านคิดไปได้อย่างไร


“นางเป็นผู้ดาหน้ามาขอร้องเอง”


“ซุนเจาอี๋ก็พอกันเถอะ พวกท่านมันไม่คิดหน้าคิดหลัง!


“เจ้า... ลงไป”


“ไม่ลง!


“หลิวซีหลง...!


            ซีซิวหรงฉุดคร่าองค์จักรพรรดิมากลางดึก บัดนี้ยังวุ่นวายคร่อมทับอยู่บนตัว สองมือก็ปลดเสื้อผ้าอีกฝ่ายพัลวัน กลับกลายเป็นผู้รุกไล่ต้องปัดป้อง


            “ท่านรู้ไว้ ยากระตุ้นกำหนัดชนิดนี้รุนแรงขนาดทำให้คนสติดีกลายเป็นสัตว์ป่า ท่านจะไปย่ำยีสตรีแสนบอบบางได้ยังไง!?


            “แล้วย่ำยีเจ้าได้หรือ”


            “ข้า” ดวงหน้านั้นประเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดง “ข้าอย่างไรก็อดทนกว่าสตรี! ให้ท่านทำชั่วร้ายกับพี่หญิงซุน นับว่าก่อกรรมทำเข็ญอย่างหนักแล้ว ทั้งหากตั้งครรภ์ขึ้นมาจะทำอย่างไร!


            “ข้าย่อมไม่ให้นางตั้งครรภ์จริงๆ”


            “เฮอะ ดูสภาพเถอะ ท่านคุมท่อนล่างของตัวเองได้เหรอ”


            “แผนการวางไว้แล้ว เจ้ากลับกล้าทำพัง”


            “ข้า... ข้าแกล้งเป็นสตรีก็ยังทำมาแล้ว ทำไมยังแกล้งตั้งครรภ์ไม่ได้อีก อย่าเรื่องมากนักเลย! อีกทั้งข้ารู้ว่าแต่เดิมแผนนี้ท่านก็จะให้ข้าทำอยู่แล้ว อย่าได้คิดว่าข้าอ่อนแอปวกเปียก ต้องให้สตรีมาเป็นตัวแทน!


            ฉุดกระชากกันไปมา สุดท้ายยาปลุกกำหนัดก็ออกฤทธิ์กลืนกินสติปัญชัญญะคน ค่ำคืนนั้นที่ตำหนักผิงอันจึงเกิดเป็นเงาพัวพันกันไม่หยุด

 



  

 

 

100%

มันเป็นอย่างนี้ค่ะ คือทำแผนทุกคนพังหมด 555555555555 ขอบคุณที่ยังติดตามกันค่ะ แหม ไอ้ฉากที่คนอยากอ่านเราก็รวบรัดตัดตอน ไปขนาดความเอาตอนหน้านะคะ ฮา

*อีดิท ซินเจาหรงค่ะไม่ใช่ซินเจาเยวี่ยน โอ้ย เสี่ยวอ้ายละสลับสองพี่น้องนี้ทุกที555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.997K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,560 ความคิดเห็น

  1. #6511 ShXk (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 10:16
    เเอบเจ็บปวดที่บับพี่ซินของเราเสียสละขนาดนี้อะถึงนางท้องไม่ได้ใช่ไหม ก็เหอะเเต่พอคิดว่าต้องท้องเเล้วเเท้ไงก็เจ็บปวดอยู่ดี เด็กเกิดมาไม่รู้เรื่องเเท้ๆ เเงง
    #6,511
    0
  2. #6361 H2O-69 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 23:03
    อ่ยยย ทำแบบนี้พี่หญิงซุนจะไม่โกรธน้องใช่มั้ย เซฟกันไปเซฟกันมา
    #6,361
    0
  3. #6193 blueeyes111 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00
    ซีหรง55555 //พี่หญิงซุนน่าสงสารนะ นางจะสมหวังมั้ย
    #6,193
    0
  4. #5966 l-am-so-sorry (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 08:05
    น้องก็รักพี่หญิงของน้องเนาะ ทำตัวเองก็ได้แต่ทำพี่หญิงซุนไม่ได้55555555555555
    #5,966
    0
  5. #5792 wunsen1a (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:38
    เกลียดความสนมไปฉุดจักรพรรดิ55555555 มันแบบอิน้องมันบ่ได้ บ่ได้เลย
    #5,792
    0
  6. #5789 sweetiewann (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 14:27
    จะให้ท้อง plsss
    #5,789
    0
  7. #5787 kiki3k (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 10:41
    คือคุณแม่คือสุดมากกกก
    #5,787
    0
  8. #5717 PK JJ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 07:51
    อิน้องของพี่
    #5,717
    0
  9. #5691 ssnam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:26

    โอ๊ยอิน้องงงงลูกก555554 จะปกป้องพี่หญิงของน้อง แต่กลับไม่รู้ว่าอิพี่โดนอะไรมา สุดท้ายความท้องนี้ือยากให้น้องท้องได้จริงๆนะ5555 แต่ดูอันตรายมากๆเลยแงงง ท้องปลอมก็ดี ท้องจริงก็ดี ตอนนี้50-50เลยค่ะ เพราะตอนนี้ในวังมันดงความแดนเจอรัสชัดๆ แต่ใครทันจะกล้ามาทำน้องได้ลง เดี๋ยวอิพี่ก็ฟาดให้หรอก5555

    #5,691
    0
  10. #5689 ya.ong (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:29
    ซุนเจาอี๋ยอมทำตามแผน เพราะอยากออกจากวังไปหาคนรัก??????? แล้วแผนพังแบบนี้จะโกรธหรือเสียใจไหม
    #5,689
    0
  11. #5688 ohxinghun94 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:00
    สนุกมากค่ะะ
    #5,688
    0
  12. #5687 Attenz (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 12:18
    น้อนน น้อนฉีกทุกแผนขนาดนี้ คุมพี่เค้าจะโกรธน้อนมั้ย 55555 แต่ชอบความแบบ เอาขบวนไปขวาง ลากกลับตำหนักเรย แน่มาก เทอมันแน่มาตัลหลอดดด 55555555
    #5,687
    0
  13. #5685 oobka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:39
    สนุกรออ่านต่อไปนะค่ะ
    #5,685
    0
  14. #5683 wyfgalaxy90 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 06:55
    สภาวะซึมเศร้า ไม่ใช่สภาวะซึมเซานะคะไรท์
    #5,683
    0
  15. #5682 miemieYG (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 02:54
    55555565555654555555555 เอ้มเปกมั้ยเตงงงงงงงง
    น้องโคตรห้าว ที่เลื่องลือแล้วจ้าอิน้องหนู5555555666555 อ๊อย เอ้มเปกมั้ยเตง
    #5,682
    0
  16. #5681 xxxiYixxx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 00:30
    ข้าเดาผิดไปนึกว่าแม่งามล่มเมืองจะวางแผนทำให้ตัวเองท้องซะอีก แต่เดี๋ยวนะ หลี่ลู่จินนายเก่งมากๆๆเลยนะมีเมียสวยแต่ไม่เคยอะจึ๊ยด้วยกันเลยเนี่ย??
    แล้วที่ตรวจเจอว่าทัองนี่ซีหลงคงให้อาจารย์ทำอะไรซักอย่างให้ซีพจรเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง เดาไปอีก555
    #5,681
    0
  17. #5678 nongaoy4671 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:57

    ขอให้ท้องจริงๆไม่ใช่สร้างข่าว สาธุ

    #5,678
    0
  18. #5677 PRaiisw89 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:54
    อยากรู้แล้ววววว่าน้องซีหลงของเราจะรับมือกับฮองไทเฮายังไง
    #5,677
    0
  19. #5675 MYDREAM9599 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:03
    อยากให้ท้องจริงๆไปเลยอ่ะ mpreg พรีสสส
    #5,675
    0
  20. #5672 ถ้าวันหนึ่ง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:24
    ขอตอนต่อไปไวๆ งืออออ
    #5,672
    0
  21. #5670 Hellokat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:56
    มีแผนทำเป็นเล่ม หรือ e-book ไหมค่ะ ชอบมากเรื่องนี้
    #5,670
    0
  22. #5669 Hellokat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:55
    สาธุ!!!! ท้องเถิด!!!! ท้อง ท้อง ท้อง
    สงสารเฉินจื่อหาน แอบหลงรักน้องอ่ะ แต่คนนี้ไม่ได้จริงๆ เค้ามีเจ้าของ
    แล้วอ่ะ (เจ้าของคือขี้หึงขั้นสุด)
    #5,669
    0
  23. #5664 Wind01 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 19:48
    ท้องเถิด ท้อง ท้อง ท้อง ท้อง ชั่นอยากเห็ยคนพี่เป็นบ้าเพราะหวงน้อง555555555
    #5,664
    0
  24. #5663 Ppttyc_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 19:22
    พออ่านจบใหม่ๆคือตกใจคิดว่าน้องจะท้องจริงๆแต่ก็คิดแหละว่ามันคือแผนแต่เป็นแผนที่แนบเนียนอะไรขนาดนี้แงงง รอขยายความตอนหน้านะคะ
    #5,663
    0
  25. #5662 บี.เหลือง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 18:57
    ก็คื๊ออ มีคนแสดงอาการแหละะ มีความแผนการ เจ้มจ้นจัดๆ รายละเอียดเยอะมากก เราต้องตั้งสมาธิอ่านเลย55ไม่งั้นหลุด แต่ก็สนุกมากๆเช่นกันค่ะ รอๆนะคะ
    #5,662
    0